Tuesday, 4 August 2026
Hard News Team

‘มูลนิธิบรรหาร-แจ่มใสฯ’ เตรียมมอบเงินเยียวยาครอบครัวเหยื่อพลุระเบิด พร้อมเกื้อหนุนค่าเล่าเรียนเด็กที่สูญเสียพ่อแม่ จนจบปริญญาตรี

(19 ม.ค.67) น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ที่ปรึกษาคณะที่ปรึกษาติดตามและเร่งรัดขับเคลื่อนนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในฐานะที่ปรึกษาศูนย์เร่งรัดจัดการสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กล่าวว่า ในวันที่ 23 ม.ค.67 ซึ่งจะครบ 7 วันของเหตุการณ์โรงงานพลุระเบิดที่ ต.ศาลาขาว อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 23 ราย ทางกระทรวงพม.จึงจะทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้ล่วงลับ รวมทั้งเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับครอบครัวของผู้สูญเสีย และพี่น้องประชาชนในบริเวณใกล้เคียง รวมถึงประชาชนทั่วไป เนื่องจากเหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นโศกนาฏกรรมที่กระทบกระเทือนจิตใจของทุกๆ คนเป็นอย่างมาก และเมื่อเสร็จจากทำบุญแล้วจะเยี่ยมครอบครัวผู้เสียชีวิตเพื่อให้กำลังใจ โดยเฉพาะ 3 ครอบครัวที่สูญเสียทั้งพ่อและแม่ซึ่งเป็นเสาหลักในการหาเลี้ยงครอบครัว 

น.ส.กัญจนา กล่าวว่า ในนามตัวแทนของมูลนิธิบรรหาร-แจ่มใส ศิลปอาชา จะได้มอบเงินให้กับ 17 ครอบครัวของผู้เสียชีวิตทั้ง 23 ราย เพราะบางครัวเรือนมีผู้เสียชีวิตมากกว่าหนึ่งราย โดยจะมอบให้ครัวเรือนละ 20,000 บาท อย่างไรก็ตาม เท่าที่ทราบข้อมูลเบื้องต้น มีเด็กเยาวชนที่อยู่ในวัยศึกษาซึ่งสูญเสียทั้งพ่อและแม่อยู่ประมาณ 4 ราย ดังนั้นมูลนิธิบรรหาร-แจ่มใส ศิลปอาชา จะช่วยสนับสนุนทุนการศึกษาอย่างน้อยถึงระดับปริญญาตรี

พิษณุโลก มทบ.39 ทำพิธีปิดการฝึก (ผลัดที่ 2) ของนักศึกษาวิชาทหารพร้อมฝึกความเป็นผู้นำ และเป็นกำลังสำรองที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ

เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 67 เวลา 1030  พล.ต.กฤษณะ ภู่ทอง ผบ.มทบ.39 เป็นประธานใน พิธีปิดการฝึกภาคสนาม ของสถานศึกษาในพื้นที่ จว.พ.ล. และ จว.ส.ท. ผลัดที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2566 มี นศท. เข้ารับการฝึก จำนวน 39 สถานศึกษา รวม นศท. 339 นาย ณ หน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มทบ.39 อ.เมือง จว.พ.ล.

ในการนี้ ประธานในพิธีฯ ได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้กับ นศท.บังคับบัญชา ที่มีภาวะเป็นผู้นำ มีลักษณะทางทหารดีเด่น เป็นต้นแบบที่ดีของ นศท. และ นศท.มีผลคะแนนการยิงปืนดีเยี่ยม พร้อมทั้งได้มอบประกาศนียบัตรให้กับ ผกท. ที่มีความวิริยะ เสียสละ มากำกับควบคุมดูแล นศท. เป็นประโยชน์ต่อการฝึกภาคสนาม นศท. เป็นอย่างยิ่ง และได้กล่าวให้โอวาทให้กับ นศท. ให้เป็นเยาวชนต้นแบบ เป็นกำลังสำคัญที่พร้อมเติบโตเป็นผู้นำ เป็นผู้ที่มีความเสียสละ มีจิตอาสา พร้อมพัฒนาประเทศและทำเพื่อสังคมส่วนรวมโดยไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ปรีชา นุตจรัส รายงานข่าวพิษณุโลก

‘นายกฯ’ หารือ อดีตนายกฯ สหราชอาณาจักร ผลักดันความร่วมมือด้านสภาพภูมิอากาศ

เมื่อวานนี้ (18 ม.ค.67) ณ ศูนย์ประชุม Congress Centre เมืองดาวอส สมาพันธรัฐสวิส นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง พบหารือกับนาย Tony Blair ประธานกรรมการบริหาร Tony Blair Institute of Global Change และอดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า นาย Tony Blair อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ได้มาพบและคุยเกี่ยวกับ Tony Blair Institute of Global Change ซึ่งเป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นโดยไม่หวังผลกำไร และรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศร่วมกันของโลก โดยมีความตั้งใจที่จะหาความร่วมมือกับประเทศไทย โดยเฉพาะด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate change) และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (Human development)

โดยทางนาย Tony Blair มีความเชื่อมั่นว่า การร่วมมือระหว่างรัฐบาล และองค์กรต่าง ๆ จะช่วยทำให้ประเทศมีการพัฒนาขึ้นได้อย่างรวดเร็ว โดยนายกรัฐมนตรีได้ให้มีการตั้งคณะทำงานขึ้น เพื่อให้ทางสถาบัน Tony Blair Institute of Global Change ได้เข้ามาศึกษาข้อมูลในประเทศไทย เพื่อพัฒนา และต่อยอดในประเด็นต่าง ๆ ที่ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกัน

ทัวร์ลง!! ‘Pigkaploy’ จนต้องลบคลิป ‘ทหารมีไว้ทำไม’ เจ้าตัวยัน!! ไม่ได้รับบรีฟจากกองทัพ หรือเป็นพรรคพวกฝั่งใด

(19 ม.ค. 67) จากกรณีที่ ยูทูบช่อง ‘Pigkaploy’ ของพลอย พลอยไพลิน ปล่อย EP. ล่าสุด ชื่อตอน ‘ทหารมีไว้ทำไม EP.1’ ตอน ‘ลองใช้ชีวิตเป็นทหารชายแดนเหนือ 3 วัน 2 คืน l ไทย-เมียร์มาร์’ เมื่อวันที่ 16 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการติดตามการทำงานของทหารชายแดนเหนือไทย-เมียนมา ที่ อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ ทั้งการปราบปรามการลักลอบข้ามชายแดนผิดกฎหมายผ่านเส้นทางธรรมชาติ การลักลอบขนยาเสพติด ตัดไม้ทำลายป่า ฯลฯ จนเรียกเสียงวิจารณ์จากโลกโซเชียลไม่น้อย 

และยังมีเพจของทหารที่พร้อมใจกันแชร์คลิปดังกล่าว จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า คลิปดังกล่าวเป็นการทำขึ้นตามที่รับบรีฟจากกองทัพบกหรือไม่ จน ‘พลอย’ ต้องออกมาชี้แจงว่า “โปรเจ็กต์นี้ไม่มีการรับบรีฟจากกองทัพบก มีเพียงได้รับการสนับสนุนในการถ่ายทำ”

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าพลอยจะได้เปลี่ยนปกคลิปและชื่อคลิป จาก ‘ทหารมีไว้ทำไม’ เป็น ‘ตามติดชีวิตทหารชายแดน’ เพื่อป้องกันคนเข้าใจผิด แต่ก็ยังมีผู้ที่มองว่า ปัญหาอยู่ที่เนื้อหาในคลิป และได้กลายเป็นพื้นที่ต่อคารมกันระหว่างผู้ที่เห็นต่าง โดยในกลุ่มผู้ที่ชื่นชอบ ต่างพากันชื่นชมคลิปของพลอย และขอบคุณที่ทำคลิปออกมาปกป้องทหาร และบอกว่า พลอยเป็นพรรคพวกเดียวกับพวกเขา ซึ่งในคอมเมนต์ดังกล่าว พลอยถึงกับต้องออกมาตอบว่า “ไม่ใช่นะคะ”

ล่าสุด พบว่าคลิปดังกล่าวได้หายไปจากช่อง Pigkaploy แล้ว แต่ก็ยังมีบางช่องที่โหลดคลิปเก็บไว้เรียบร้อย

พ่อเมืองเชียงราย!!จับอีกน้ำกระท่อมแต่งกลิ่นรสชาติจัดระเบียบสังคมป้องกันเด็กและเยาวชน

วันที่ 18 มกราคม 2567 เวลา 23.30 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และนายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ ปลัดจังหวัดเชียงราย ได้สั่งการให้คณะทำงานจัดระเบียบสังคมแบบบูรณาการจังหวัดเชียงราย นำโดยนายกองรบ กระทุ่มนัด ป้องกันจังหวัดเชียงราย  ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดเชียงราย สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดเชียงรายที่ 1 ปลัดอำเภอเมืองเชียงราย สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอเมืองเชียงรายที่ 3 กอ.รมน. ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย เทศบาลนครเชียงราย  สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงราย พมจ.เชียงรายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจเพื่อจัดระเบียบสังคมตรวจสอบการกระทำผิดของสถานประกอบการที่ฝ่าฝืนกฎหมาย
    
ทั้งนี้ได้เข้าตรวจสอบร้านวัยรุ่นดูใบ พลังใบ by สองพี่น้อง ตั้งอยู่เลขที่ 850/1 หมู่ที่ 3 ถนนเกาะทอง ตำบลรอบเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เนื่องจากมีการแจ้งเบาะแสมาที่คณะทำงานฯ ว่าร้านดังกล่าวมีการจำหน่ายน้ำกระท่อมปรุงให้แก่เด็กและเยาวชน มีการมั่วสุม เสียงดังก่อให้เกิดความเดือนร้อนรำคาญให้แก่ที่พักอาศัยบริเวณใกล้เคียง เปิดให้บริการไม่มีเวลาปิดจนกว่าลูกค้าจะหมดจากจากการเข้าตรวจสอบพบมีผู้ใช้บริการกว่า 30 คน นั่งดื่มกินน้ำกระท่อมผสมน้ำหวานแต่งกลิ่น ฯลฯ ภายในร้าน จากการสอบถามอาการของผู้มาใช้บริการ ว่าอาการที่กินน้ำกระท่อมเป็นอย่างไร ซึ่งแต่ละคนจะสำแดงอาการไม่เหมือนกัน เช่น เมา มึน อึนๆ คึก ซึม แล้วแต่อาการของแต่ละคน และจากการตรวจค้นยังพบยาแก้ไอ ที่เปิดขวดแล้ว อยู่บริเวณจุดปรุงน้ำกระท่อม และที่ไม่ได้เปิดขวดอีกจำนวนหนึ่ง และพบขวดยาแก้ไอที่ใช้หมดแล้วอยู่ภายในบริเวณร้านเป็นจำนวนมาก ทั้งยังตรวจพบบุหรี่ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้อีก 1 กระเป๋า
     
ซึ่งจากการตรวจสอบภายในร้านพบมีบุคคลแสดงตัวเป็นเจ้าของร้าน
จำนวน 1 คน แต่จากการตรวจสอบใบอนุญาต ไม่พบหนังสือรับรองการแจ้งการสะสมอาหาร ตามพรบ.การสาธารณสุข และมีการจำหน่ายน้ำกระท่อม โดยฝ่าฝืน พรบ.อาหารฯ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจร้านดังกล่าวยังไม่มีการตรวจความปลอดภัยของอาหารและไม่ได้ส่งมอบสลากให้สำนักงานอาหารและยาตรวจอนุมัติก่อนนำไปใช้ตามเงื่อนไขของประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยอาหารใหม่หรือที่ผลิตเพื่อการส่งออกเท่านั้น เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานนำส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป
สันติ วงศ์สุนันท์/ผู้สื่อข่าวเชียงราย

‘ฝรั่งเศส’ เตรียมทดลอง ‘แต่งชุด นร.’ หวังลดความเหลื่อมล้ำ พร้อมเพิ่มวิชาให้ศึกษาความหมายของ ‘เพลงชาติ’ ให้ลึกซึ้ง

เมื่อวันที่ 17 ม.ค. 67 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ว่า ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง กล่าวถึงเครื่องแบบนักเรียน ว่าสามารถลดความไม่เท่าเทียม หรือความเหลื่อมล้ำระหว่างครอบครัว... 

ในเวลาเดียวกัน เครื่องแบบนักเรียนคือการกำหนดแนวทาง ที่เป็นเงื่อนไขของการเคารพและการให้เกียรติ ด้วยเหตุนี้ นับตั้งแต่ปีการศึกษาปัจจุบันเป็นต้นไป กระทรวงศึกษาธิการฝรั่งเศส มีแผนการให้สถานศึกษาของรัฐ 100 แห่งในประเทศ ร่วมโครงการนำร่องการสวมเครื่องแบบนักเรียน โดยสถานศึกษาสามารถเข้าร่วมได้ตามความสมัครใจ

หากการทดลองดังกล่าวได้ผลดี จะมีการบัญญัติเป็นกฎหมาย และบังคับใช้ในระดับเดียวกัน สำหรับสถานศึกษาของรัฐทั่วประเทศ ในปี 2569 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายที่มาครงจะดำรงตำแหน่งผู้นำฝรั่งเศส ก่อนการเลือกตั้งครั้งใหม่ ในปี 2570 และจะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของฝรั่งเศส ที่นักเรียนในโรงเรียนของรัฐต้องสวมเครื่องแบบ

นอกจากนี้ ผู้นำฝรั่งเศสกล่าวถึงแผนการให้นักเรียนตั้งแต่ระดับประถมศึกษา เรียนรู้และมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้ง ต่อความหมายของเพลง ‘ลามาร์แซแยซ’ (La Marseillaise) ซึ่งเป็นเพลงชาติ และการกำหนดให้วรรณกรรม ภาพยนตร์ และการละครเป็นวิชาบังคับ ตั้งแต่เดือน ก.ย. 2568 โดยผู้นำฝรั่งเศสเชื่อว่า เป็นวิชาที่จะสามารถสร้างความมั่นใจ ฝึกฝนการพูดในสถานที่สาธารณะ และการเรียนรู้เนื้อหาที่มีคุณค่า

วิเคราะห์!! ไทยค้นพบแร่ลิเทียม 14.8 ล้านตัน โอกาสทำไทยรวยทางลัดกว่า 14 ล้านล้านบาท

(19 ม.ค.67) เป็นที่ฮือฮาอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้เผยข่าวการค้นพบแหล่งแร่ลิเทียมในประเทศไทย 2 แหล่ง ได้แก่ แหล่งเรืองเกียรติ และแหล่งบางอีตุ้ม จ.พังงา มากกว่า 14,800,000 ตัน อีกทั้งยังค้นพบแหล่งแร่โซเดียมในพื้นที่ภาคอีสานปริมาณสำรองอีกจำนวนมาก

โดยปัจจุบัน ประเทศที่มีแร่ลิเทียมมากที่สุด 5 อันแรก ได้แก่...

- โบลิเวีย 21.0 ล้านตัน
- อาร์เจนตินา 19.0 ล้านตัน
- ชิลี 9.8 ล้านตัน
- สหรัฐฯ 9.1 ล้านตัน
- ออสเตรเลีย 7.3 ล้านตัน

นั่นหมายความว่า การค้นพบแร่ลิเทียมในไทยตามปริมาณที่กล่าวมานั้น จะทำให้ไทยกลายเป็นประเทศที่มีแร่ลิเทียมมากเป็นอันดับ 3 ของโลกทันที

ยิ่งไปกว่านั้น หากประมาณการมูลค่าดูแล้ว น่าจะอยู่ที่ 14-15 ล้านล้านบาท หากคิดจากราคาแร่ลิเทียมในปัจจุบันที่ขายกันอยู่เฉลี่ยตันละ 30,000 ดอลลาร์ หรือ 1 ล้านบาท

ถ้าให้เปรียบว่ามากขนาดไหน ก็เทียบกับมูลค่าการแจกเงินผ่าน Digital Wallet ที่ใช้งบประมาณ 5 แสนล้านบาท แล้วการค้นพบของไทยหนนี้ สามารถเอามาแจกเงินดิจิทัลได้เกือบ 30 รอบได้เลยทีเดียว

สำหรับแร่ทั้งสองชนิดนี้ ถือเป็นแร่หลักหรือวัตถุดิบสำคัญที่ใช้ในการผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) 100% ซึ่งแน่นอนว่าการค้นพบครั้งนี้จะเสริมศักยภาพความพร้อมของไทยในการเดินหน้าสู่การเป็นศูนย์กลาง และฐานการผลิตแบตเตอรี่ EV ในภูมิภาคได้อย่างมาก

ขณะเดียวกัน ก็เชื่อว่าจะช่วยดึงดูดนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติที่มีศักยภาพเข้ามาตั้งโรงงาน ท่ามกลางการแข่งขันของนานาประเทศ เพื่อให้ไทยมุ่งสู่การเป็นฐานผลิตหลักของภูมิภาค ภายใต้การคาดการณ์ว่า ความต้องการลิเทียมทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเกือบ 2 เท่าภายในปี พ.ศ. 2568 และจะต้องการมากกว่า 2 ล้านตันภายในปี พ.ศ. 2573

ฉะนั้น หากจะพูดว่าประเทศไทยเหมือนตกถังข้าวสารขนาดยักษ์ ก็คงไม่ผิด เพราะปัจจุบันนี้ 70% ของลิเทียมที่ผลิตทั่วโลก ได้ถูกใช้ไปกับแบตเตอรี่ EV หรือรถยนต์ไฟฟ้านั่นแล

เห็นภาพแบบนี้แล้ว เศรษฐกิจไทย คงพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงกันเลยทีเดียว...

สมาคมแม่บ้านตำรวจสร้างไอเดียในยุคดิจิตอล อบรมการตลาดออนไลน์ 'เจาะตลาดออนไลน์ให้ยอดขายสุดปัง' ให้กับครอบครัวตำรวจต่อยอด สร้างอาชีพที่ยั่งยืน

คุณนิภาพรรณ สุขวิมล นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ กล่าวว่า สมาคมแม่บ้านตำรวจ จัดโครงการฝึกอบรม E- Learning อบรมการตลาดออนไลน์ ในหัวข้อเรื่อง “เจาะตลาดออนไลน์ให้ยอดขายสุดปัง” ในวันนี้ (19 มกราคม 2567) ตั้งแต่ เวลา 08.30 - 16.30 น. ณ ชั้น 32 อาคารศูนย์ฝึกกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

ทั้งนี้ สมาคมแม่บ้านตำรวจตระหนักว่า ในปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีปัจจุบันทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เทคโนโลยีสารสนเทศได้เข้ามามีบทบาทและความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะธุรกิจการค้าขายออนไลน์ผู้บริโภคซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้นโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ทดแทนการซื้อจากการตลาดแบบดั้งเดิม และมีแนวโน้มในการหาข้อมูลและตัดสินใจออนไลน์มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  ปัจจุบันมีสื่อออนไลน์รูปแบบใหม่ ๆ เกิดขึ้นมามากและมีบทบาทต่อผู้บริโภคในการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการ

สมาคมแม่บ้านตำรวจเห็นว่าการเรียนรู้เกี่ยวกับช่องทางการตลาดยุคดิจิทัล การวิเคราะห์ช่องทางการตลาดที่มีศักยภาพมีความสำคัญ เพื่อเป็นการสร้างแรงบันดาลใจ จึงได้จัดทำโครงการ E-learning ขึ้น เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพและทักษะชีวิตให้ข้าราชการตำรวจและครอบครัว และที่สำคัญเป็นการต่อยอดของโครงการ OPOP (One Province One Product) เพื่อขยายฐานการตลาดออนไลน์ให้กับผลิตภัณฑ์ของครอบครัวข้าราชการตำรวจ ที่อยู่ในโครงการ OPOP ของสมาคมแม่บ้านตำรวจ เพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวข้าราชการตำรวจ นำไปใช้เสริมการประกอบอาชีพ สร้างความรู้ความเข้าใจทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงทักษะในการนำเครื่องมือ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ในปัจจุบัน เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ แทปเลต โปรแกรมคอมพิวเตอร์ และสื่อออนไลน์ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการสื่อสาร หรือใช้เพื่อพัฒนาอาชีพให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพ และสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับช่องทางการตลาดยุคดิจิทัลให้กับข้าราชการตำรวจและครอบครัว เพื่อส่งเสริมการสร้างอาชีพให้เกิดการพึ่งพาตนเองและนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

สมาคมแม่บ้านตำรวจเห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้ จึงได้จัดโครงการฝึกอบรม E- Learning อบรมการตลาดออนไลน์ ในหัวข้อเรื่อง “เจาะตลาดออนไลน์ให้ยอดขายสุดปัง” ขึ้น โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญเป็นที่ยอมรับจากโลกออนไลน์ บรรยายเกี่ยวกับการสร้างแรงบันดาลใจในการขายสินค้าออนไลน์  เทคนิคดีๆ ในการทำคอนเทนต์อย่างไรให้โดนใจลูกค้า ซึ่งมีวิทยากรคือ อาจารย์แชมป์ คุณธิติพล เทียมจันทร์ ที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ อันดับ 1 Thailand Number One Digital Marketing Consultant เจ้าของเว็บบล็อกเกี่ยวกับการตลาดและการตลาดออนไลน์ ที่มียอดผู้เข้าชมต่อเดือนมากกว่า 3 หมื่นครั้ง และเป็นผู้ก่อตั้งและร่วมบริหาร เว็บไซต์ อีคอมเมิร์ซแพลตฟอร์ม และเว็บแอปพลิเคชั่น และวิทยากรอีกท่านคือ  คุณฝน คุณภัทรนิษฐ์ ไชยโอฬารวงศ์ เจ้าของและ CEO Topslim ผู้ประสบความสำเร็จจากการตลาดออนไลน์ จะมาเล่าถึงประสบการณ์และไขข้อข้องใจเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์
 
การอบรมสัมมนาในวันนี้ เป็นการอบรมครั้งที่ 1 ทางทีมงานฯ ได้มีการประกาศข้อมูลประชาสัมพันธ์ผ่านกลุ่ม Line ข้าราชการตำรวจและครอบครัว ผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อย (SME) เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งมีข้าราชการตำรวจและครอบครัวพร้อมทั้งประชาชนทั่วไปสนใจจำนวนมาก จากนั้นได้คัดเลือกตามลำดับการลงทะเบียนสมัครเข้าร่วมอบรม ซึ่งทางทีมงานสมาคมแม่บ้านตำรวจจะได้มีการอบรมในครั้งต่อไป สำหรับสมาชิกสมาคมแม่บ้านตำรวจท่านใดพลาดในการอบรมในครั้งนี้ สามารถติดต่อตามข่าวสารจากเฟซบุ๊ค และเพจของสมาคมแม่บ้านตำรวจได้ หรือผู้สนใจในกิจกรรมการอบรมนี้ ท่านสามารถติดตามการบรรยาย Facebook Live ผ่านเพจสมาคมแม่บ้านตำรวจในวันนี้  เวลา 09.00-12.00 น. 

'กมธ.อุตฯ' เรียกสอบหน่วยงาน แก้ไขกฎขออนุญาตตั้งโรงงาน หลัง 'โรงงานพลุ-คลังเก็บดอกไม้ไฟ' ระเบิดถี่ขึ้นในช่วงหลัง

เมื่อวานนี้ (18 ม.ค. 67) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม (กมธ.) สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์โรงงานพลุระเบิดใน จ.สุพรรณบุรีว่า ขอแสดงความเสียใจต่อผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์โรงงานพลุระเบิดที่ จ.สุพรรณบุรี ประเทศไทยเรามีเหตุการณ์จากโรงงานพลุระเบิดและโรงงานเก็บดอกไม้ไฟระเบิดมาหลายครั้งมากและเกิดถี่ขึ้นในช่วงหลัง ตนเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องมีการปรับปรุงกฎระเบียบการขออนุญาตตั้งโรงงานผลิตพลุดอกไม้ไฟทั่วประเทศเสียใหม่

ประธานกมธ.อุตสาหกรรม กล่าวว่า เดิมที พ.ร.บ.โรงงานอุตสาหกรรมกำหนดไว้ว่า เครื่องจักรที่น้อยกว่า 50 แรงม้า หรือมีคนงานน้อยกว่า 50 คนไม่ต้องขออนุญาตจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม ดังนั้นโรงงานผลิตพลุและดอกไม้ไฟส่วนใหญ่จะอยู่นอกเหนือการตรวจสอบของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ถึงแม้จะเรียกว่าโรงงาน แต่กรมโรงงานอุตสาหกรรมไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบได้ เนื่องจากอยู่นอกเหนือกฎหมาย แต่หลังจากเกิดเหตุโรงงานพลุดอกไม้ไฟระเบิดอยู่บ่อยครั้งได้สร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาล จึงเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องสังคายนากฎระเบียบนี้เสียใหม่

นายอัครเดช กล่าวว่า จากนี้ไปจะต้องเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมโรงงานอุตสาหกรรม และกระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นผู้ที่ออกใบอนุญาตมาประชุมหารือว่าถึงเวลาจะต้องแก้ไขระเบียบใหม่หรือยังเพื่อให้กรมโรงงานอุตสาหกรรมเข้ามาเป็นหน่วยงานหลักในการติดตามตรวจสอบโรงงานผลิตพลุและดอกไม้ไฟหรือไม่ อย่างไร เพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับผู้ใช้แรงงานในโรงงานผลิตพลุและดอกไม้ไฟ รวมถึงบ้านเรือนของประชาชนที่อาศัยอยู่รอบบริเวณโรงงานผลิตพลุและดอกไม้ไฟ

ไม่เช่นนั้นจะเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้อยู่เป็นประจำ และสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งกมธ.อุตสาหกรรมจะรับเรื่องนี้มาพิจารณาเพื่อเสนอให้รัฐบาลดำเนินการต่อไป เราจะปล่อยให้เกิดเหตการณ์ระเบิดในลักษณะนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ไม่ได้

พิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องใน 'วันกองทัพไทยประจำปี 2567'

พลเรือโท สุชาติ ธรรมพิทักษ์เวช ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 เป็นประธานในพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล โดยกองพันต่อสู้อากาศยานที่ 22 กรมต่อสู้อากาศยานที่ 2 หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งร่วมกับหน่วยทหารเรือในฝั่งอันดามันจัดกำลังพลร่วมพิธีสวนสนามกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพลประจำปี 2567 ณ ลานสวนสนาม ฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ 3 กำลังพลที่ร่วมกระทำพิธีครั้งนี้ มีจำนวน 1 กองพัน รวมจำนวนทั้งสิ้น 269 นาย โดยมี พลเรือโท สุชาติ ธรรมพิทักษ์เวช เป็นประธานในพิธี ซึ่งในปีนี้ได้อัญเชิญธงชัยเฉลิมพลประกอบพิธีเป็นธงชัยเฉลิมพลประจำกองพันต่อสู้อากาศยานที่22 กรมต่อสู้อากาศยานที่ 2 หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง โดยมีนาวาโท ศักรินทร์ ชื่อสงวน ผู้บังคับกองพันต่อสู้อากาศยานที่ 22 เป็นผู้บังคับกองพันสวนสนาม และประกอบด้วยกำลังพลสวนสนามจำนวน 4 กองร้อย ดังนี้  บก.พัน. สวนสนาม,กองร้อยสวนสนามจากกองพันต่อสู้อากาศยานที่ 22 กรมต่อสู้อากาศยานที่ 2 หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ,กองร้อยสวนสนามจากกรมทหารราบที่ 2 กองพลนาวิกโยธิน ม ,กองร้อยสวนสนามจากกองพันรักษาฝั่งที่ 11 กรมรักษาฝั่งที่ 1 หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ,กองร้อยสวนสนามจากกองรักษาความปลอดภัยฐานทัพเรือพังงา กองพลนาวิกโยธิน

พิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล มีวัตถุประสงค์ คือ เพื่อเป็นการน้อมระลึกถึงวีรกรรมของวีรกษัตริย์ไทย รวมทั้งบรรพบุรุษไทยผู้กล้าหาญทั้งหลายที่ได้สละชีวิตเลือดเนื้อ เพื่อปกป้องรักษาผืนแผ่นดินไทยให้ดำรงความเป็นชาติที่มีเกียรติมีศักดิ์ศรีเป็นมรดกตกทอดมาจนถึงทุกวันนี้ ,เพื่อแสดงออกถึงความรักความสามัคคีของกำลังพลในกองทัพ ,เพื่อเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนาและรักษาไว้ ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์เจ้า ,เพื่อแสดงออกถึงแสนยานุภาพแห่งกองทัพ ให้ขจรขจายไปทั่วโลก

พิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพไทยประจำปี 2567 ในวันนี้จัดให้มีขึ้น เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และเพื่อให้ทหารใหม่ทุกนาย กระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพลธงชัยเฉลิมพล อันถือเป็นเครื่องหมายแทนองค์พระมหากษัตริย์ ผู้ทรงเป็นจอมทัพ ที่เสมือนหนึ่งเสด็จพระราชดำเนินมาประทับเป็นหลักชัยอยู่ท่ามกลางเหล่าทหารทั้งปวง ทั้งยังเป็นเครื่องหมายของสามสถาบันหลัก คือ ชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ อันเป็นปัจจัยอันสำคัญของบ้านเมือง ที่ทหารจักต้องรักษาไว้เพื่อประโยชน์สุขแห่งประเทศชาติและประชาชน 

ทหารใหม่ทุกนายจะต้องผ่านการเข้าร่วมพิธี จึงจะถือได้ว่าเป็นทหารอย่างสมบูรณ์ครบถ้วน และพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ มีความรัก ความสามัคคี พร้อมอุทิศตนเพื่อปกป้องอธิปไตย และผลประโยชน์ของประเทศชาติ เทิดทูน และจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไว้ยิ่งชีพ รวมทั้งยึดมั่นในการปฏิบัติตามคำสัตย์ปฏิญาณตนไว้อย่างมั่นคงตลอดไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top