Monday, 10 August 2026
Hard News Team

'อ.พงษ์ภาณุ' ชี้!! Q2 'การคลัง-การเงิน-การท่องเที่ยว' เดินหน้าเต็มตัว ปลุกเศรษฐกิจไทยฟื้น คลายทุกข์คนไทย ต่างชาติสนใจแห่ลงทุน

ทีมข่าว THE STATES TIMES ได้พูดคุยกับ อ.พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อดีตปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ระดับประเทศ ที่มาร่วมพูดคุยในรายการ Easy Econ ซึ่งออกอากาศทางสถานีวิทยุ ส.ทร. FM93.0 MHz และสื่อออนไลน์ ในเครือ THE STATES TIMES ในประเด็น 'การคลัง-การเงิน-การท่องเที่ยว แรงผลักเศรษฐกิจไทยฟื้นตัวไตรมาส 2' เมื่อวันที่ 7 เม.ย.67 โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้...

การเติบโตที่น่าผิดหวังของเศรษฐกิจไทยในปี 2566 และต่อเนื่องมายังไตรมาสแรกของปี 2567 ทำให้หลายสำนักต้องปรับการคาดการณ์เศรษฐกิจไทยลงมาเหลือไม่ถึง 3% ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการค้าการลงทุนในประเทศเป็นอย่างมาก

แต่ท่ามกลางความหดหู่และความมืดมัว เริ่มมีแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ปรากฏขึ้นในไตรมาสที่ 2 ของปี 2567 โดยวันที่ 10 เมษายน รัฐบาลจะแถลงความชัดเจนของมาตรการทางการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่เรียกว่า 'ดิจิทัลวอลเล็ต' ซึ่งถือเป็นมาตรการ Flagship ของรัฐบาลนี้ 

หลายฝ่ายรวมทั้งฝ่ายค้านมัวหลงประเด็นอยู่ที่เรื่องแหล่งที่มาของเงิน แต่ข้อเท็จจริงคือ ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณแผ่นดินหรือกฎหมายให้อำนาจรัฐบาลกู้เงิน แหล่งเงินดิจิทัลวอลเล็ตก็จะต้องมาจากเงินกู้ทั้งนั้น เพราะขณะนี้เรามีงบประมาณขาดดุล เนื่องจากรายได้ไม่พอกับรายจ่าย การใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจึงต้องมาจากการกู้เงินเท่านั้น หากไม่ออกกฎหมายให้อำนาจกู้เงิน ก็อาจออกเป็นงบประมาณกลางปี ซึ่งก็ดูจะเหมาะสมกับสถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบัน ประเด็นอยู่ที่จังหวะเวลา หากออกมาได้เร็วก็จะช่วยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยได้เป็นอย่างดี

ในเรื่องแหล่งเงิน ระยะต่อไปรัฐบาลต้องปฏิรูปภาษีอากรเพื่อเพิ่มรายได้ และลดการพึ่งพาการกู้เงิน แต่ไม่เห็นมีพรรคการเมืองไหนกล้าแตะประเด็นนี้เลย

พร้อมกันในวันที่ 10 เมษายน คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ก็จะประกาศลดดอกเบี้ยนโยบายลงประมาณ 0.25-0.50% ซึ่งเป็นการลดดอกเบี้ยเพื่อแก้ไขความผิดพลาดเชิงนโยบาย (Policy Blunder) ของธนาคารแห่งประเทศไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา การลดดอกเบี้ยครั้งนี้จะช่วยเสริมมาตรการทางการคลังที่กล่าวข้างต้นในการพลิกฟื้นเศรษฐกิจไทยได้เป็นอย่างดี แต่จะให้ดีกว่านี้ธนาคารแห่งประเทศไทยควรจะต้องออกมาขอโทษประชาชนที่ทำให้คนไทยทั้งประเทศเดือดร้อนจากความผิดพลาดของตนเอง

แผนงาน Ignite Tourism Thailand ของรัฐบาล ซึ่งได้ประกาศออกมาก่อนหน้านี้ เริ่มปรากฏผลชัดเจนขึ้น เมื่อการท่องเที่ยวไทยเริ่มกลับมาคึกคักขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในไตรมาสแรก และคงจะคึกคักไปตลอดทั้งปี รัฐบาลไทยลงทุนด้านการท่องเที่ยวไปมากในรูปของรายได้จากค่าธรรมเนียมวีซ่าที่สูญเสียไป รายได้ภาษีสุราที่สูญเสียจากการลดอัตราจัดเก็บภาษีสุรา ดังนั้นต้องดูแลให้นโยบายการท่องเที่ยวเกิดผลสัมฤทธิ์และสร้างรายได้กลับคืนคลัง

เชื่อมั่นว่าด้วยการผสมผสานนโยบายการคลัง นโยบายการเงิน และนโยบายการท่องเที่ยวให้ไปในทิศทางเดียวกัน ปี 2567 นี้จะเป็นปีทองของการลงทุนไทยอย่างแน่นอน

‘ธนกร’ ฟาดใส่ ‘ชัยธวัช’ เป็นถึงทนาย ควรดูข้อกฎหมายให้ชัด หลังออกมาพูด ‘ศาลรธน.ไม่มีอำนาจยุบพรรค’ ชี้ มีเจตนาแอบแฝง

(7 เม.ย.67) นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวถึงกรณีที่นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล ระบุว่าตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญปัจจุบัน ไม่มีข้อไหนให้อำนาจศาลรัฐธรรมนูญในการยุบพรรคการเมือง ว่า ก่อนที่นายชัยธวัชจะออกมาพูดแบบชัดถ้อยชัดคำนั้นได้ศึกษาและดูรายละเอียดข้อกฎหมายในรัฐธรรมนูญมาก่อนแล้วหรือไม่ จะเป็นไปได้หรือ ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะยื่นคำร้องไปโดยไม่ทราบว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจ ตนเชื่อว่า กกต.ผู้มีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการตรวจสอบ

พรรคการเมืองนั้น รู้บทบาทและข้อกฎหมายเป็นอย่างดี และล่าสุดอดีตกกต. ก็ได้ออกมาชี้แจงแล้วว่า นายชัยธวัชน่าจะเข้าใจคลาดเคลื่อนและหาก กกต.พบว่ามีพรรคการเมืองที่มีพฤติกรรมล้มล้างการปกครองสามารถส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญให้ทำการยุบพรรคได้ รวมถึงตัดสิทธิ์ทางการเมืองกรรมการบริหารพรรคโดยไม่ได้กำหนดกรอบเวลาด้วย

เมื่อถามว่า แต่การออกมาพูดว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจยุบพรรค เหมือนเป็นการลดทอนความเชื่อมั่นต่อศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ นายธนกร กล่าวว่า ตนไม่ทราบเจตนาเบื้องลึกของนายชัยธวัช ว่าต้องการอะไรกันแน่ แต่ขอเรียกร้องให้ทั้งนายชัยธวัช และพรรคก้าวไกลไม่ก้าวล่วงอำนาจศาล ที่มีอำนาจหน้าที่ โดยชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญ เพื่อไม่เป็นการสร้างความสับสน ไม่ไปลดทอนความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อกระบวนการยุติธรรมลง มองว่า ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกันหากทำผิดก็ต้องรับโทษ ซึ่งเป็นบรรทัดฐานเดียวกัน

“คุณชัยธวัช เรียนกฎหมายเป็นถึงทนายความ ก่อนจะพูดอะไรต้องไตร่ตรองและตรวจสอบความถูกต้องให้ดี ไม่ควรพูดเพื่อสร้างความสับสน ทำให้ประชาชนเกิดความไม่มั่นใจในกระบวนการยุติธรรมของประเทศ จึงไม่แน่ใจว่าคุณชัยธวัชมีเจตนาใดแอบแฝงหรือไม่ จึงขอเรียกร้องให้ทุกคนเคารพกฎหมาย หากทำผิดก็ต้องยอมรับ ไม่ควรไปก้าวล่วงศาล หรือใช้วาทกรรมด้อยค่า” นายธนกร กล่าว

‘รมว.ปุ้ย’ สั่งการดีพร้อม ดึงโตโยต้า นำ ‘คาราคูริ ไคเซน’ มาประยุกต์ใช้ เพื่อขับเคลื่อนการเกษตรไทย ไปสู่เกษตรอุตสาหกรรมสมัยใหม่

(7 เม.ย.67) นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สั่งการ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือ ดีพร้อม เดินหน้าบูรณาการความร่วมมือ (DIPROM Connection) ผนึกกำลังกับ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เชื่อมโยงผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve)สู่ชุมชน เพื่อยกระดับการถ่ายทอดองค์ความรู้ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแก่ธุรกิจชุมชนครอบคลุมทุกมิติ ดึงกลไกคาราคูริ ไคเซน (Karakuri Kaizen) เพิ่มประสิทธิภาพ
กระบวนการผลิตและลดต้นทุน หวังเพิ่มศักยภาพธุรกิจชุมชนผ่านแนวคิดชุมชนเปลี่ยน พร้อมชูต้นแบบเครื่องทุ่นแรงให้กลุ่มผู้สูงอายุ

นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังการมอบเครื่องลำเลียงกล้วยหอมทองให้แก่กลุ่มเกษตรกรทำสวนทุ่งคาวัด จ.ชุมพร ว่า ประเทศไทยมีทรัพยากรธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้สามารถผลิตและส่งออกอาหารได้หลายประเภท อีกทั้ง ยังมีศักยภาพในการพัฒนาอุตสาหกรรมเกษตรและ อาหารแปรรูปด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเข้ามาใช้ในระบบการผลิตภาคเกษตรเพื่อให้ได้ผลิตผลที่มีคุณภาพ ซึ่งถือเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อกระบวนการแปรรูปในภาคอุตสาหกรรม ดังนั้น การพัฒนาภาคเกษตรสู่เกษตรอุตสาหกรรมยุคใหม่ จึงมีความจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีอุตสาหกรรมเข้ามาปรับใช้ในกระบวนการผลิต หรือแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า ประกอบกับรัฐบาลเร่งหาแนวการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจให้แก่เกษตรกรผ่านนโยบายเร่งด่วนต่าง ๆ เชิงพื้นที่ รวมถึงการขับเคลื่อนภาคเกษตรไทยไปสู่เกษตรอุตสาหกรรมสมัยใหม่

ที่เติมเต็มองค์ความรู้และทักษะด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีให้กับเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการธุรกิจเกษตรให้มีความพร้อมในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ เพื่อช่วยลดต้นทุน เพิ่มรายได้ และยกระดับศักยภาพการแข่งขันภาคเกษตรไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

กระทรวงอุตสาหกรรม ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้มีความเข้มแข็ง โดยเฉพาะการเสริมศักยภาพภาคเกษตรไทยสู่เกษตรอุตสาหกรรมด้วยการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ตั้งแต่แต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยสนับสนุนองค์ความรู้สมัยใหม่ที่ครอบคลุมทุกมิติควบคู่ทักษะที่จำเป็นด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรมเพื่อนำไปใช้ในการดำเนินธุรกิจ เช่น การบริหารจัดการธุรกิจ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ มาตรฐาน และ มีมูลค่าเพิ่ม การพัฒนากระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม การสร้างและเชื่อมโยงเครือข่ายเพื่อนำไปสู่การขยายโอกาสทางการตลาด เป็นต้น นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อม เร่งเดินหน้าส่งเสริมและพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างต่อเนื่อง

นายภาสกร ชัยรัตน์ กล่าวว่า จากข้อสั่งการของ รมว.อุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม หรือดีพร้อมได้ลงพื้นที่สำรวจความต้องการผู้ประกอบการในพื้นที่จังหวัดชุมพร และได้รับทราบข้อมูลจากกลุ่มเกษตรกรทำสวนทุ่งคาวัด จ.ชุมพร ผู้ผลิตและส่งออกกล้วยหอมทองปลอดสารพิษไปยังประเทศญี่ปุ่น ว่าปัจจุบันได้ประสบปัญหาการลำเลียงกล้วย เนื่องจากทางกลุ่มมีสมาชิกส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ และการลำเลียงกล้วยมีลักษณะที่ใช้เป็นรางลาก ซึ่งต้องใช้แรงจำนวนมากในการเคลื่อนย้าย ส่งผลให้กระบวนการผลิตเกิดความล่าช้าและไม่เป็นไปตามกำลังการผลิตที่ควรจะเป็น จึงมีความต้องการขอรับการสนับสนุนด้านกระบวนการผลิตกล้วยหอมทองเพื่อส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น รวมถึงระบบการผลิต ลำเลียง และคัดแยกกล้วยหอมทองควบคู่กับการใช้แรงงานคนอีกด้วย

ดีพร้อม จึงเร่งขับเคลื่อนการพัฒนาผู้ประกอบการและภาคอุตสาหกรรม ภายใต้นโยบาย RESHAPE THE FUTURE : โลกเปลี่ยน อุตสาหกรรมปรับ พร้อมรับอนาคต ด้วยการมุ่งเน้นการขยายเครือข่ายความร่วมมือ (DIPROM Connection) และบูรณาการความร่วมมือกับ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และอุตสาหกรรมจังหวัดชุมพรเพื่อให้ความช่วยเหลือกลุ่มเกษตรกรทำสวนทุ่งคาวัดผ่านโครงการยกระดับสินค้าเกษตรสู่เกษตรอุตสาหกรรมด้วยการพัฒนากระบวนการผลิตกล้วยหอมทอง โดยการนำหลักการคาราคูริ (Karakuri) ซึ่งเป็นระบบกลไกอัตโนมัติที่ใช้หลักกลศาสตร์เข้ามาประยุกต์ใช้กับอุปกรณ์ หรือกระบวนการผลิตกล้วยหอมทองของกลุ่มเกษตรกรทำสวนทุ่งคาวัด อันจะช่วยผ่อนแรงการทำงานได้เป็นอย่างดี

นายภาสกร กล่าวต่อว่า ดีพร้อม ได้ร่วมมือกับ บริษัท โตโยต้าฯ ในการพัฒนาระบบลำเลียงกล้วยผ่านการใช้กลไกคาราคูริ ไคเซน (Karakuri Kaizen) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต การลำเลียง และทุ่นแรงขนย้ายกล้วย ขณะเดียวกัน ยังได้ร่วมมือกันออกแบบและพัฒนาต้นแบบเครื่องลำเลียงกล้วยหอมทอง ซึ่งใช้หลักการทำงานของคาราคุริ (Karakuri) ในการลำเลียงกล้วยจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง โดยไม่ต้องใช้แรงในการลากทำให้เกิดประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตกล้วยหอมทองจากเดิมใช้ระยะเวลาการลำเลียงกล้วยหอมทอง 400 เครือ ต่อ 8 ชั่วโมง มาเป็นลำเลียงได้ 400 เครือ ต่อ 4 ชั่วโมง แทน รวมถึงสามารถลดเวลา ช่วยในการผ่อนแรงสำหรับสมาชิกกลุ่มผู้สูงอายุ และเป็นไปตามมาตรฐานเพื่อการส่งออก ช่วยให้ลดต้นทุนการผลิตลงได้กว่าร้อยละ 30 – 50 ต่อเดือน นอกจากนี้ ยังมีการถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อพัฒนาบุคลากรในหลักสูตร “คาราคุริและการประยุกต์ใช้งาน การดูแลบำรุงรักษา” เพื่อให้สามารถนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ดีพร้อมได้วางเป้าหมายขยายผลการบูรณาการความร่วมมือในการเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมไปยังผู้ประกอบการธุรกิจชุมชนทั่วประเทศ รวมทั้งเชื่อมโยงและเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย (S-Curve) ในรูปแบบพี่ช่วยน้อง หรือ Big Brother เข้ามามีส่วนร่วมและบทบาทในการเปลี่ยนชุมชนด้วยเครื่องมือ กระบวนการ หรือเทคโนโลยีที่สอดคล้องกับระดับศักยภาพของชุมชนในแต่ละพื้นที่ ซึ่งจะเป็นการส่งเสริม และพัฒนาทักษะการประกอบการในทุก ๆ มิติ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และสามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ปรับใช้ให้เหมาะสมเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่เกษตรอุตสาหกรรม อันจะเป็นการสร้างโอกาสทางการตลาดและขยายไปสู่ตลาดสากล รวมถึงการสร้างรายได้ให้ชุมชน กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และก่อให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน โดยคาดว่าจะสามารถเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 40 ล้านบาท นายภาสกร กล่าว

(สุรินทร์) มทบ.25 จัดโครงการ “Army youth Summer Camp ประจำปี 2567” สานต่อ นโยบาย กองทัพบก

วันที่ 7 เมษายน 2567 เวลา 09.30 น. ที่ สโมสรค่ายวีรวัฒน์โยธิน พลตรี ชินวิช  เจริญพิบูลย์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 เป็นประธานในพิธีเปิด โครงการ “Army youth Summer Camp ประจำปี 2567” โดย มณฑลทหารบกที่ 25 ได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ของเยาวชน ในช่วงปิดภาคเรียน ประจำปี 2567 "Army youth summer Camp ภายใต้โครงการ "ขึ้นเขาสวายไหว้พระ ร่วมอนุรักษ์ผืนป่า และธรรมชาติ" โดยบูรณาการร่วมงาน "ประเพณีขึ้นเขาสวาย ประจำปี 2567 " ที่จังหวัดสุรินทร์จัดขึ้น ในระหว่างวันที่ 7 ถึง 9 เมษายน 2567 โดยนำเยาวชนนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสุรินทร์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ จำนวน 50 คน เข้าไปมีส่วนร่วม และสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมของจังหวัด ด้วยจิตอาสา ซึ่ง กองทัพบก มีนโยบายส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนและบุตรหลานของกำลังพลในพื้นที่รับผิดชอบของหน่วย

โดยเปิดโอกาสการเข้าร่วมกิจกรรมที่จัดขึ้นในช่วงปิดภาคเรียน เพื่อเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ปลูกฝังและเสริมสร้างจิตสำนึกรักบ้านเกิด ชุมชน และครอบครัว มองเห็นความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ รักและเทิดทูนสถาบันหลักของชาติร่วมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมไทย ได้ร่วมกันบำเพ็ญประโยชน์แก่ชุมชนและบ้านเมือง พร้อมทั้งได้ฝึกประสบการณ์ในช่วงเวลาปิดภาคเรียน พลตรี ชินวิช  เจริญพิบูลย์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 กล่าวว่า ท่านผู้บัญชาการทหารบก มีเจตนารมณ์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาเยาวชน ให้มีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรม ที่จัดขึ้นในช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อน และเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์พร้อมทั้งได้ฝึกประสบการณ์ในช่วงเวลาปิดเทอม เสริมสร้างอุดมการณ์ความรักชาติ และส่งเสริมความเป็นผู้นำในกลุ่มเยาวชนให้เติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติ และขอให้เยาวชนทุกคนได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ในการร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ครอบครัว และประเทศชาติ ต่อไป 

ปุรุศักดิ์  แสนกล้า  ข่าว/ภาพ

กาสิโน Chapter ใหม่ของการท่องเที่ยวไทย ไว้ใจรัฐ!! ทำเพื่อประโยชน์คนไทยในวงกว้าง

ทีมข่าว THE STATES TIMES ได้พูดคุยกับ อ.พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อดีตปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ระดับประเทศ ที่มาร่วมพูดคุยในรายการ Easy Econ ซึ่งออกอากาศทางสถานีวิทยุ ส.ทร. FM93.0 MHz และสื่อออนไลน์ ในเครือ THE STATES TIMES ในประเด็น 'กาสิโน Chapter ใหม่ของการท่องเที่ยวไทย' เมื่อวันที่ 7 เม.ย.67 โดย อ.พงษ์ภาณุ กล่าวว่า...

ในที่สุดสถานบันเทิงครบวงจรก็ได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรแบบไร้เสียงคัดค้าน แต่กระแสคัดค้านน่าจะมาจากสังคมนอกสภา สังคมที่ท่านนายกรัฐมนตรีเรียกว่าเป็นสังคมอีแอบ

นับเป็นครั้งแรกของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยที่จะมีการลงทุนขนาดใหญ่ หรือ Mega Project ในรอบหลายปี การท่องเที่ยวไทยพึ่งพาแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและโบราณสถานเป็น Tourist Attractions มาโดยตลอด จนสถานที่เหล่านั้นเริ่มสึกหรอและเสื่อมทรามลงไปจากความแออัดของนักท่องเที่ยว รัฐบาลในอดีตได้รับรายได้มหาศาลจากภาคการท่องเที่ยว แต่ละเลยที่จะส่งเสริมให้เกิดการลงทุนเพื่อยกระดับสถานที่ท่องเที่ยวให้เป็นระดับโลก

ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญของประเทศและอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โครงการสถานบันเทิงครบวงจร นอกจากจะกระตุ้นให้เกิดการลงทุนครั้งใหญ่ใน Man-made Attractions แล้ว ยังเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่สากล และการท่องเที่ยวเชิง MICE (Meeting Incentive Convention and Exhibition) ซึ่งเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงธุรกิจที่ใช้จ่ายเงินสูง และสร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศอื่น ๆ มาแล้ว

แน่นอน ผลกระทบทางสังคมที่หลายฝ่ายวิตกกังวล ก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องเตรียมรับมือ แต่ก็ไม่สมควรที่จะหวาดกลัวไปตามแรงกดดันของสังคมอีแอบ เพราะปัจจุบันสังคมไทยก็อยู่กับอบายมุขอยู่แล้ว เพียงแต่เป็นอบายมุขที่ผิดกฎหมาย การนำอบายมุขเหล่านี้ขึ้นมาบนดิน อาจทำให้รายได้ของเจ้าหน้าที่ที่รับส่วยอยู่ในปัจจุบันลดลงหรือหมดไป แต่ก็กลายมาเป็นรายได้ของรัฐบาล ซึ่งสามารถนำไปใช้เพื่อประโยชน์ของประชาชนในวงกว้างต่อไป

ส่วนกลุ่มเปราะบางทางสังคมซึ่งอาจได้รับผลกระทบ เชื่อว่ารัฐบาลเตรียมมาตรการรองรับอยู่แล้ว และกลุ่มรากหญ้าที่ต้องการเล่นการพนันที่ถูกกฎหมายแต่ไม่สามารถเข้าถึงกาสิโนในสถานบันเทิงได้นั้น ก็สามารถใช้เทคโนโลยีดิจิตอลออนไลน์เข้ามาเสริมการให้บริการและการเข้าถึงในระดับรากหญ้า แต่ทั้งนี้จะต้องอยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างเคร่งเครียดของรัฐบาล

ประเทศไทยสูญเสียโอกาสและรายได้ไปนานหลายสิบปี ครั้งนี้จึงเป็นวาระสำคัญของประเทศที่คนไทยทุกคนจะร่วมกันผลักดันให้ประเทศเป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง

‘เชียงใหม่’ ประกาศเขตภัยพิบัติฉุกเฉิน 5 อำเภอ หลังไฟป่าลุกลามต่อเนื่อง และจนท.ดับไฟชุดแรก เริ่มเหนื่อยล้า

เมื่อวานนี้ 6 เม.ย.67 นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ได้เปิดเผยหลังจากมีการประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน อัคคีภัย ไฟป่า ในพื้นที่ อ.เชียงดาว, อ.แม่แตง, อ.ไชยปราการ, อ.ฝาง และ อ.พร้าว เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีไฟไหม้ป่าเกิดขึ้นจำนวนมาก ติดต่อกันหลายวัน ทำให้การปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ โดยใช้กำลังหน่วยปฏิบัติปกติ ร่วมกับกำลังทหารที่มีอยู่ในชุดแรกเริ่มอ่อนล้า และต้องการกำลังสนับสนุนมากกว่าที่เป็นอยู่

จ.เชียงใหม่ จึงจำเป็นต้องบริหารสถานการณ์ให้เหมาะสมมากที่สุด ด้วยการประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย เขตการให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินอัคคีภัย ไฟป่า ในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อเพิ่มการใช้กำลังทหารให้เหมาะสมกับสภาพความรุนแรงของสถานการณ์ และเปิดโอกาสให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องสามารถใช้เงินทดรองราชการในส่วนของตัวเองได้ โดยมีระเบียบกระทรวงการคลัง รองรับหลังการประกาศ เพื่อการใช้จ่ายงบประมาณที่ถูกต้องเหมาะสมและเกิดประโยชน์ในทางการบริหารสถานการณ์มากที่สุด

ขณะเดียวกัน จังหวัดเชียงใหม่ได้ประสานไปยังแม่ทัพภาคที่ 3 แล้ว เพื่อขอกำลังทหารเข้าไปช่วยเขตป่าอุทยานแห่งชาติและป่าสงวนแห่งชาติมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม จังหวัดเชียงใหม่ยังไม่สามารถประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยกรณีฉุกเฉิน กรณีฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ได้ เพราะเป็นภัยที่ไม่มีระเบียบกระทรวงการคลังรองรับการใช้จ่ายงบประมาณ จึงไม่เกิดประโยชน์ในทางการบริหารสถานการณ์ พร้อมกันนี้ เพื่อให้อำเภอและจังหวัดสามารถดูแลประชาชน กลุ่มเปราะบางในพื้นที่ประสบภัยได้อย่างเต็มที่ จังหวัดจึงได้เชิญส่วนราชการที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันหารือถึงวิธีการปฏิบัติแล้ว

‘รมว.ปุ้ย’ สั่งปลัดอุตฯ-อธิบดีกรมโรงงาน เร่งฝังกลบ ‘กากแคดเมียม’  กำชับ!! ต้องตรวจสอบให้ละเอียด เพื่อความปลอดภัย ของประชาชน

(7 เม.ย.67) ตามที่ปรากฏเป็นข่าวในช่วงที่ผ่านมาว่ากากแคดเมียมจากโรงงานในจังหวัดตากจำนวน 13,000 ตันเศษ ถูกขนออกจากพื้นที่ และพบกากแคดเมียมที่โรงงานในจังหวัดสมุทรสาครจำนวนประมาณ 2,500 ตัน ที่เหลืออีกกว่า 10,000 ตัน ไม่พบในบริเวณโรงงาน 

ซึ่งเรื่องดังกล่าว นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้สั่งการให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ร่วมกับ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) ตรวจสอบข้อมูลการขนย้ายตลอดจนแหล่งปลายทางการขนย้ายทั้งหมด เพื่อให้สามารถติดตามและนำกากแคดเมียมกลับไปฝังกลบที่ต้นทางจังหวัดตาก นั้น

ช่วงบ่ายเมื่อวานนี้ (6 เม.ย.67) นางสาวพิมพ์ภัทรา เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ บก.ปทส. ว่าตรวจพบถุงบิ๊กแบ็กจำนวนมาก กระจายอยู่ในพื้นที่โรงเรือน ซึ่งตั้งอยู่ที่ ตำบลคลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี คาดว่าจะเป็นกองกากแคดเมียมที่มาจากโรงงานที่สมุทรสาคร โดยขณะนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปทส. กรมโรงงาน อุตสาหกรรมและอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี กำลังตรวจสอบกองกากดังกล่าว เบื้องต้น นับได้ประมาณ 4,200 ถุง คาดว่าน่าจะมีน้ำหนักรวม ประมาณ 6,720 ตัน และได้ทำการยึดอายัดไว้เป็นที่เรียบร้อย

“ดิฉันจะได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และอธิบดีกรมโรงงาน อุตสาหกรรมเร่งจัดการนำกากแคดเมียมทั้งหมด กลับไปฝังกลบยังแหล่งต้นทางให้เร็วและปลอดภัยที่สุด พร้อมทั้งต้องตรวจสอบว่ายังคงมีกากแคดเมียม หลงเหลือในพื้นที่อื่นอีกหรือไม่ เพื่อคลายความกังวลให้กับประชาชน ซึ่งในวันนี้ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร ก็ได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์โรงงานที่สมุทรสาครไว้กับ บก.ปทส.เรียบร้อยแล้ว” รมว.อุตสาหกรรม กล่าว

‘นร.ร้อยเอ็ดวิทยาลัย’ สอบติดคณะแพทย์ 42 คน สร้างความภาคภูมิใจ ให้ ‘พ่อ-แม่-ครูอาจารย์’ 

(7 เม.ย.67) โรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัยแจ้งข่าวดี ปรากฏว่านักเรียนม.6 ของโรงเรียนสามารถสอบผ่านการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัยในคณะแพทยศาสตร์ในปีนี้ถึง 42 คน

โดยจำแนกเป็น คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล  1 คน และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 41 คน

ขอแสดงความยินดีกับน้อง ๆ ทุกคน

‘ทบ.’ ชี้แจงกรณีมีคลิป ‘พลทหาร’ ถูกทำร้ายร่างกายในหน่วย ย้ำ กำลังสอบสวนอย่างเป็นธรรม เพื่อลงโทษผู้กระทำผิดวินัยทหาร

(7 เม.ย.67) ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์เป็น รองโฆษกกองทัพบก เปิดเผยถึงกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปที่มีพลทหารโพสคลิปวิดีโอเหตุการณ์ในหน่วยทหารและกล่าวว่ามีพลทหารถูกทำร้ายร่างกาย กองทัพบกได้ตรวจสอบแล้วพบว่าตามคลิปวิดีโอเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 4 เม.ย.67 ในหน่วยทหารแห่งหนึ่งของกองทัพบก

เป็นเหตุการณ์ที่สิบเวรทำการลงโทษพลทหารที่กลับมาจากการหลบหนีออกนอกหน่วย และมีอาการเมาสุรา ในระหว่างการลงโทษ พลทหารนายหนึ่ง ได้แสดงอาการก้าวร้าวขัดขืนขึ้นสิบเวรจึงเกิดความโมโห และได้ถีบไปที่เอวของพลทหารนายนั้น หลังจากนั้นพลทหารที่เห็นเหตุการณ์จึงได้ไปรายงานให้ผู้บังคับกองร้อยทราบเรื่องในทันทีที่เกิดเหตุ และถ่ายวิดีโอไว้ดังที่ปรากฏในข่าว

ผู้บังคับกองร้อยได้แจ้งให้นายทหารเวรเข้าระงับเหตุในขั้นต้น พร้อมทั้งกักบริเวณสิบเวรดังกล่าว รวมถึงนำตัวพลทหารที่หลบหนีออกนอกหน่วยและมีอาการเมาสุรา ไปขัง ณ กองรักษาการณ์ เพื่อป้องกันการวิวาทและรอให้หายจากอาการมึนเมาจึงจะดำเนินการสอบสวน ปัจจุบันหน่วยอยู่ในระหว่างสอบสวนให้ได้ข้อเท็จจริง และจะดำเนินการลงโทษผู้กระทำผิดเมื่อได้ข้อสรุป ทั้งนี้กองทัพบกจะให้ความเป็นธรรมต่อทั้งสองฝ่าย โดยพิจารณาจากข้อเท็จจริง วินัยทหาร และระเบียบของทางราชการ โดยเมื่อการสอบสวนแล้วเสร็จจะแจ้งให้สังคมทราบต่อไป

'สุทธิพงษ์' ชี้!! นำสิ่งเทียมพระเกี้ยว มาสร้างสื่อส่อเสียด แล้วบอกไม่พาดพิงผู้ใด ก็เหมือนการยกนิ้วกลางให้ใครสักคน แล้วบอกว่านี่ไม่ใช่การให้กล้วย

(7 เม.ย.67) จากกรณี 'เช็ค สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ' พิธีกร และผู้ผลิตสื่อชื่อดัง แห่งทีวีบูรพา ได้โพสต์ข้อความและภาพผ่านเฟซบุ๊กเกี่ยวกับการที่ 'จุฬาฯ' ปล่อยพระเกี้ยวถูกดึงต่ำ จากความต่ำของใจคน ที่กล้านำเอาของสูงมาลบหลู่นั้น (อ่านเนื้อหาก่อนหน้า: https://thestatestimes.com/post/2024040420)

ล่าสุดเจ้าตัวได้โพสต์ข้อความพร้อมภาพภาคต่อ โดยมีเนื้อหา ดังนี้ว่า...

เสือก 2

แต่ผมคิดว่า การเอาภาพเหล่านี้มาเผยแพร่ซ้ำ ในช่วงที่มีกระแสแห่พระเกี้ยว ไม่ใช่เป้าหมายที่แท้จริง ที่งานศิลปะชิ้นนี้ต้องการสื่อสะท้อน 

เป้าหมายที่แท้จริง ไม่ใช่แค่ตีกระทบงานประเพณีของสถาบัน 

ถ้ายังไม่ลืมวาทะกรรม ส่อเสียด กระทบกระเทียบเปรียบเปรย ของกลุ่มล้มเจ้า ต่อรัฐบาลชุดก่อนว่า เหมือนหมามีเจ้าของ

ผมคิดว่างานชิ้นนี้ มีความเชื่อมโยงกับความหมายนั้น 

เจ้าของหมาที่พูดถึงกันอย่างคึกคะนอง หมายถึงใคร ผมคงไม่ต้องบอก

ฉะนั้น ถ้าผมจะตีความแบบเขลาๆ ว่า สัญลักษณ์ (เทียม) พระเกี้ยว คือสัญญลักษณ์ที่ตั้งใจใช้แทนความหมาย ถึงผู้ซึ่งถูกเปรียบเปรยว่าเป็นเจ้าของหมา 

และอาหารหมา ก็คือผลประโยชน์ ลาภ ยศ ที่หว่านไว้ ทำให้บรรดาหมา ยอมเชื่องเชื่อ หมอบ กราบ เทิดทูน 

และบรรดาหมา กับกฎหมายที่เป็นเหมือนหมอนรองพระเกี้ยวเหล่านั้นแหละ 

ที่เป็นมือไม้หรือข้ารับใช้ คอยเห่า ขู่ กัด กดทับ หรือจำกัดอิสระ เสรี ทางความคิด ความเห็น การแสดงออก(ซึ่งก็คือเนื้อหาในกระดาษเหล่านั้น)ไว้ 

ถ้าผมงี่เง่า เพ้อเจ้อ เลื่อนเปื้อนไป ก็ขออภัยด้วย

ความคิด ความเข้าใจ ต่อประชาธิปไตยแบบมาม่าปลากระป๋อง ของคนหนุ่มสาว (ที่คิดว่าตัวเอง) หัวก้าวหน้า 

คือปลงใจเชื่อว่า ประชาธิปไตยเป็นที่สุดของความก้าวหน้าหรือความเจริญ ส่วนสมบูรณาญาสิทธิราชหรือเผด็จการ คือความล้าหลังหรือความเสื่อม

ชุดความคิดขาวดำ ของฝ่ายที่สถาปนาตนเป็นผู้อภิวัฒน์ ฝังใจว่าประเทศชาติล้าหลัง เพราะการก่อกบฏ รัฐประหาร 

ทั้งๆ ที่ว่าไปแล้ว 2475 ก็น่าจะมีส่วนเป็นต้นเหตุของความวุ่นวายของประเทศที่สำคัญ

เจ้า ซึ่งเป็นตัวแทนของสมบูรณาญาสิทธิราช ถูกทำให้คนรุ่นใหม่เข้าใจว่า คือผู้อยู่เบื้องหลังการรัฐประหารมาโดยตลอด

เพราะฉะนั้น เจ้าก็คือสาเหตุที่ทำให้ประเทศชาติไม่เจริญ

ความแย่ของสังคม ความยากลำบากและไร้อนาคตของพวกคนรุ่นใหม่ จึงโทษเจ้ากันเป็นหลัก มองไม่เห็นปัญหาจากตัวเองและสิ่งอื่นใดในวงวัฏ

ความเชื่อเหล่านี้มาจากการสร้างความเท็จ ที่ไม่มีหลักฐาน ใส่ร้ายเจ้า เล่าสู่กันมาอย่างต่อเนื่อง เป็นขบวนการ

ซึ่งหัวจิตหัวใจที่มีเลือดเนื้อของเจ้า คงขมขื่นน่าดู

โดยเฉพาะการบิดเบือน ล้างสมอง จากหนังสือสองเล่ม คือ 'ขุนศึก ศักดินา พญาอินทรี' และ 'ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ' ที่เอามาจากงานวิทยานิพนธ์ของอาจารย์จุฬาคนหนึ่ง

ซึ่งถูกตีแผ่ แฉโพยแล้วว่า หลักฐานที่อ้างอิงในวิทยานิพนธ์นั้น ล้วนเป็นเท็จ 

จนได้ชื่อว่าเป็นวิทยานิพนธ์ลวงโลก ถูกผู้เสียหายฟ้องเป็นคดี บัณฑิตวิทยาลัยจุฬาให้ระงับการเผยแพร่ แต่ไม่ให้แก้ไข

เหตุผลที่อ้าง คือไม่มีอำนาจ กฎเกณฑ์ไม่ได้เขียนไว้ให้ 

หมายถึงความฉิบหาย ปั่นป่วน แตกแยกของบ้านเมือง ความมั่นคงของสถาบันกษัตริย์ ชีวิต อนาคตของคนหนุ่มสาวกี่คนที่ต้องสังเวย

ไม่มีความหมายเท่าความปกติสุขของมุสาจารย์คนนั้น

ความรับผิดชอบอย่างกล้าหาญของจุฬา แค่เก็บเชื้อไวรัสร้าย ที่ตัวเองเป็นต้นตอเผยแพร่ใส่หลอดแช่ตู้ 

ขณะที่เชื้อโรคร้ายนี้ระบาดลาม สร้างซอมบี้ไปทั่วแล้ว 

โคตรสง่างาม สมเกียรติภูมิมหาวิทยาลัย ที่เจ้าพระราชทานให้ทุกอย่าง แม้กระทั่งชื่อและหัวใจ

การเอาสิ่งเทียมพระเกี้ยว ที่อธิบายว่าเป็นของที่ซื้อจากสำเพ็ง มาสร้างสื่อส่อเสียด แล้วบอกว่าไม่ได้เจตนาสื่อถึงสถาบัน 

ก็เหมือนกับการที่ผมยกนิ้วกลางให้ใครสักคน แล้วบอกว่านี่ไม่ใช่การให้กล้วยนะ แต่ผมกำลังชมว่าคุณเป็นคนดีจังเลย 

คำอ้างของผม เปลี่ยนสามัญสำนึก ความรู้สึก ความเข้าใจของสังคมได้มั้ย

เพราะสัญญา หรือความจำได้หมายรู้ ที่คนทั้งโลกเข้าใจต่อการชูนิ้วกลางนั้น แปลว่าอะไร มันถูกฝังชิปไว้แล้ว

เหมือนพอเห็นสัญลักษณ์พระเกี้ยว ไม่ว่าของแท้ ของเทียม ของแทน ก็ระลึกได้ว่า สื่อหรือเชื่อมโยงถึงอะไร

ของอื่นมีตั้งเยอะ ที่จะเอามาสร้างสรรค์งาน และแสดงความปรารถนาดีต่อสังคมได้ ไม่เลือก

ถ้าแบบนี้ ผมก็มีสิทธิ์ที่จะคิดได้มั้ยวะ ว่า ที่อ้างนั้นฟังไม่ขึ้น ที่แท้ก็ตั้งใจแซะสถาบัน

แต่นั่นแหละ ถึงคิดผมก็ยังไม่เชื่อ ให้น้ำหนักว่า เป็นเพราะความอ่อนด้อยต่อโลก ไม่ใช่ความเลวร้ายของจิตใจมากกว่า

ไม่ว่าใครก็ตาม จะยกหางว่าตัวเองก้าวหน้าได้อย่างไร ถ้าสมาทานการบิดเบือน ใส่ร้าย และยังจมปลักกับอุปาทานว่าปัญหาทุกอย่าง มาจากสถาบัน

ลองใช้ปัญญา คิด-วิเคราะห์-แยกแยะ ดูหน่อยดีมั้ย

ปักเป้ากลางนาอย่างผม จึงอยากถาม (บาง) จุฬากลางเมืองว่า...

เชื่อกันจริงๆ เหรอครับ ว่าเจ้าคือต้นตอของความขัดหูขัดตาทั้งปวง ถ้าล้มเจ้าได้ ประเทศนี้จะอภิวัฒน์ทันตา เจริญก้าวหน้าทันที


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top