Monday, 10 August 2026
Hard News Team

‘เท่ง เถิดเทิง’ เดือดใส่โจร ‘คุณเอาความบันเทิงของผมไป’  ฝากให้รีบเอามาคืนภายใน 15 วัน จะแถมเงินให้ 2,000 บาท  

(7 เม.ย.67) ตลกคนดัง เท่ง เถิดเทิง เผยเรื่องราวหลังถูกโจรปีนเข้าร้านขนมจีนแม่มาลา โดยในช่อง GangBad ของ โหงวเฮ้ง ลูกชาย ได้เผยคลิปที่ พ่อเท่ง เปิดใจพูดถึงเรื่องดังกล่าวระบุให้โอกาส 15 วันในการนำกลับมาคืน จะไม่แจ้งความ พร้อมกับจะให้เงินอีกด้วย 

"ส่วนตัวผมไม่ค่อยจะดราม่าสักเท่าไหร่ มีแต่ความบันเทิงตลอด แต่มาครั้งนี้จะดราม่าก็ดราม่าเถอะคือขโมยเข้าร้านขนมจีน คือคุณอ่ะอาจจะทางตันหรือเปล่าสิ้นไร้ไม้ตอกใช่ไหมถึงปีนเข้าร้านผมและมาขโมยของในร้านผม ซึ่งมันไม่มีอะไรเลยในร้านนี้ แต่วันนั้นผมลืมวางแท็บเล็ตทิ้งไว้ ซึ่งแท็บเล็ตนี้ลูกสาวผมซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิด เพราะเห็นว่าผมชอบฟังเพลง ผมชอบเอามาเปิดฟังเพลงที่ร้านขนมจีน บังเอิญว่าวันนั้นลืม คุณเอาความบันเทิงของผมไป และคุณก็มืออาชีพด้วย" 

"คุณมืออาชีพนะ มาบิดกล้อง แล้วโผล่หน้ามา แต่คุณไม่รู้หรอกว่าผมมีกล้องซ่อนเอาไว้อีก ผมเห็นคุณหมด แต่ถามว่าวันนี้ผมแจ้งความไหม ผมยังไม่ได้แจ้งความหรอก เพราะผมยังไม่อยากเอาคุณไปประจาน ผมขอให้คุณเอาแท็บเล็ตมาคืนผม ไปขายก็ได้เกินสองพันหรอก ผมให้เวลาคุณ 15 วันเอามาคืนผม แล้วผมจะให้ตังคุณสองพัน มันเป็นความบันเทิงของผมส่วนตัว คุณมาลักของที่ลูกสาวผมซื้อให้ ถ้าผมซื้อเองนะไม่เสียดายหรอก แต่นี่มันมาจากลูกสาวผม เพราะผมเป็นคนชอบฟังเพลง เอามาคืนผมเถอะ" 

"ขอแท็บเล็ตคืนเถอะ ผมให้เวลา 15 นะทำไมต้อง 15 วันเผื่อคุณเอาไปขาย ร้านรับซื้อของโจรมันจะพากันผิดหมด"

"ถ้าพ้น 15 วัน ผมแจ้งความ ไม่มีจะกินมาบอก แนะนำให้ แต่อย่ามาทำแบบนี้"

‘นศ.ราชมงคลอีสาน’ ออกแบบ อาร์ตทอย ‘ย่าโม’ วีรสตรีประจำเมือง   ผลักดันให้เป็น ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ของฝากของสะสม ให้กับนักท่องเที่ยว

(7 เม.ย.67) กลายเป็นไวรัล ที่หลายคนแห่ชื่นชมในไอเดียสุดสร้างสรรค์ หลังได้เห็นผลงานการออกแบบ อาร์ตทอย (Art Toy) ‘ท้าวสุรนารี’ หรือ ‘คุณย่าโม’ วีรสตรีแห่งเมือง โคราช ที่หลายคนต่างเคารพนับถือ

ผลงานการออกแบบโดย ‘ก้องพิภพ หมู่โสภณ’ นักศึกษา ปี 3 ซึ่งเป็นส่วนหนี่ง ของรายวิชา ศิลปวัฒนธรรมอีสานเพื่องานออกแบบนิเทศศิลป์ หลักสูตรการออกแบบนิเทศศิลป์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และสื่อสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.) จังหวัดนครราชสีมา

ล่าสุด กลับมาเป็นที่ฮือฮาอีกครั้ง หลังผู้ออกแบบ ออกมาเปิดใจผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก ‘Korat : เมืองที่คุณสร้างได้’ โดยระบุว่า

ท้าวสุรนารี หรือ คุณหญิงโม หากเป็นภาษาพูดเรียกว่า ‘ย่าโม‘ เป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ชาติไทยในฐานะวีรสตรีมีส่วนกอบกู้เมืองนครราชสีมา จากกองทัพเจ้าอนุวงศ์ พระมหากษัตริย์เวียงจันทน์ เมื่อวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2369 ในรัชสมัย ‘พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3)’

ต่อมาได้รับการสถาปนาขึ้นเป็น ‘ท้าวสุรนารี’ และได้สร้างอนุสาวรีย์ฯของสามัญชนสตรีคนแรกของประเทศไทย

ปัจจุบันทุกภาคส่วนในจังหวัดนครราชสีมา ร่วมจัดงาน ‘วันฉลองชัยชนะของท้าวสุรนารี’ ซึ่งเป็นงานประจำของทุกปีที่จัดยิ่งใหญ่ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม ถึง 3 เมษายน 12 วัน 12 คืน

โดยมีสตรีชาวโคราชหลายพันคนรำบวงสรวงหน้าอนุสาวรีย์พร้อมการแสดงแสงสีเสียง เรื่อง ‘วีรกรรมท้าวสุรนารี’ ตลอดทั้งปีมีจำนวนนักท่องเที่ยวมากราบไหว้สักการะขอพรท้าวสุรนารี หากเดินทางมาที่โคราช ก็ต้องหาเวลามากราบไหว้ขอพรด้วย

จากกระแสในโลกออนไลน์ให้ความชื่มชมผลงานการออกแบบผลงานศิลปะ ‘อาร์ตทอย ท้าวสุรนารี’ (Art toy THAO SURANARI ) ‘ย่าโม’ Artist -Dodeedope ของนักศึกษาหนุ่ม ชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.) นครราชสีมา อาร์ทอยชิ้นนี้ ได้รับแรงบันดาลใจจากลักษณะเอกลักษณ์ของท้าวสุรนารี หรือย่าโม วีรสตรีของชาวโคราช

มีรูปร่างหน้าตาน่ารักโดนใจคนรุ่นใหม่ พร้อมสอดแทรกวีรกรรมความรู้ในรูปแบบการ์ตูนมินิคอมมิคให้กับนักสะสม ขณะนี้จัดแสดงอยู่ที่อาคาร 37 หอศิลป์ตะโกราย คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และศิลปกรรมสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.) นครราชสีมา

นายก้องพิภพ หมู่โสภณ หรือ ‘น้องโด้’ นักศึกษาหลักสูตรการออกแบบนิเทศศิลป์ ชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน เจ้าของผลงาน อาร์ททอยท้าวสุรนารี ‘ย่าโม’ เปิดเผยว่า

‘โปรเจ็กต์นี้ทางอาจารย์ต้องการให้เอาของดี ของโบราณ ของเมืองโคราชมาออกแบบ มาดีไซน์ใหม่ในแนว “อาร์ตทอย” (Art toy) ให้โดนใจคนรุ่นใหม่ ซึ่งจากการลงสำรวจ จุดที่คนร่วมตัวกันเยอะที่สุดก็ คือ บริเวณอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี หรือย่าโม ที่นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเลยต้องเดินทางมาตรงจุดนี้เป็นหลัก’

ที่ผ่านมาไม่กล้านำย่าโมมาเกี่ยวข้องเลย เพราะกลัวเรื่องของกระแสดราม่าต่าง ๆ นานา แต่เมื่อย่าโมมีความสำคัญมากกับชาวโคราช เมื่อค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับของฝากของที่ระลึกถึงย่าโม กลับไม่มีอะไรที่สื่อเลย นอกจากรูปปั้นย่าโมในกรอบทองที่นำไปบูชาเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อ

ตนจึงเกิดไอเดียต้องการสร้างของฝาก ของสะสม ที่สื่อถึงคุณย่าโมมากกว่านี้ ประกอบกับกระแสความนิยม ‘อาร์ตทอย’ กำลังมาแรง ได้ลงมือออกแบบคอลเลคชั่น คุณย่าโม เป็นเหมือนของสะสม ของฝากให้กับนักท่องเที่ยว

นอกเหนือไปจากผัดหมี่โคราช เกิดการสร้างรายได้หมุนเวียนในท้องถิ่นมากขึ้น จากกระแสในโลกโซเชียลส่วนใหญ่มีแต่คนเห็นด้วยและชื่นชม เพราะเป็นผลงานที่ดูแปลกตา ไม่เหมือนกับที่เคยพบเห็นทั่วไป”

ขณะที่ “อาจารย์บิว -ศศิรดา พันธ์วิเศษศักดิ์” อาจารย์ผู้สอนรายวิชา ศิลปวัฒนธรรมอีสานเพื่องานออกแบบนิเทศศิลป์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และศิลปกรรมสร้างสรรค์ มทร.อีสาน เผยว่า

“ได้นำองค์ความรู้จากการไปศึกษาปริญญาเอกสาขาออกแบบอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (Creative Industries Design) วิทยาลัยการผังเมืองและการออกแบบ (College of Planning) มหาวิทยาลัยแห่งชาติเฉิงกุง ประเทศไต้หวัน เมื่อปี 2019

มีแรงบันดาลใจจากการเรียนการสอน วัฒนธรรม รวมทั้งได้เห็นสัมผัสซึมซับเรียนรู้ พื้นที่ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของคนรุ่นใหม่ มีโซนแสดงนิทรรศการ กิจกรรมกลางแจ้ง เต็นท์ขายของแฮนด์เมด งานคราฟต์ งานอาร์ตทั้งหลาย…”

อาจารย์บิว กล่าวอีกว่า “สำหรับผลงาน อาร์ตทอย คุณย่าโม ถือเป็นผลงานต้นแบบที่โดดเด่น มีการนำอัตลักษณ์ เรื่องราวทางประวัติศาสตร์มาตีความออกมาในมุมมองของคนรุ่นใหม่ และเป็นผลงานออกแบบที่สามารถจำหน่ายได้จริง นำไปสู่การต่อยอดครีเอเตอร์อีโคโนมี เศรษฐกิจสร้างสรรค์ รวมทั้งสามารถเป็นซอฟต์พาวเวอร์ สินค้าอันเป็นอัตลักษณ์คนโคราชที่สร้างรายได้ให้กับท้องถิ่นในอนาคต”

กาฬสินธุ์-รมว.กลาโหมย้ำครอบครัวสบายใจฝึกทหารไม่โหดอย่างที่คิด เข้าใจอากาศร้อนจะดูแลให้อย่างดี

นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม พร้อมคณะ ตรวจเยี่ยมหน่วยตรวจเลือกทหารกองเกิน ประจำปี 2567 ที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ย้ำครอบครัว ทหารกองเกินที่เข้าประจำการ และฝึกภาคสนามสบายใจ ให้ความมั่นใจฝึกทหารไม่โหดอย่างที่คิด ยิ่งในช่วงสภาพอากาศร้อนจะดูแลอย่างดี พอใจบรรยากาศการคัดเลือกเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีชายไทยชาวกาฬสินธุ์ให้ความสนใจสมัครเป็นทหารกองเกิน 20% โดยเข้ารับการตรวจเลือกทั้งหมด 7,249 คน ต้องการกำลังพล 1,257 คน

เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2567 เวลา 13.30 น. ที่หอประชุมโรงเรียนยางตลาดวิทยาคาร อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม พร้อมคณะ เดินทางตรวจเยี่ยมการคัดเลือกทหารกองเกิน หรือคัดเลือกทหารเกณฑ์ ประจำปี 2567 โดยมีนายรุจติศักดิ์ รังษี รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ พ.อ.วิเศษศิลป์ แสนภูวา สัสดี จ.กาฬสินธุ์ นายเอกรัตน์ มิสา นายอำเภอยางตลาด  พร้อมด้วย รองผอ.กอ.รมน.จังหวัดกาฬสินธุ์ ทหาร ตำรวจ ผู้บริหารโรงเรียน นักศึกษาวิชาทหาร ให้การต้อนรับ ทั้งนี้มี พ.ท.กิตติศักดิ์ บังพิมาย  ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 16 จ.ยโสธร  เป็นประธานกรรมการตรวจคัดเลือกทหารกองเกินในครั้งนี้ นายสุทิน คลังแสง รมว.กลาโหม กล่าวว่า จากการตรวจเยี่ยมการคัดเลือกทหารกองเกิน ที่ อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ พบว่าบรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีชายไทยชาว อ.ยางตลาด ที่มีอายุ 21 ปีขึ้นไปที่ยังไม่ผ่านการเกณฑ์ทหาร และไม่เป็นบุคคลต้องห้าม นำหลักฐานแสดงตัว เพื่อเข้ารับการคัดเลือกและสมัครเป็นจำนวนมาก จากการสอบถามข้อมูลพบว่า ได้รับความสนใจสมัครเป็นทหารกองเกินล่วงหน้าถึง 247 คน หรือหากนับรวมทั้งจังหวัด ณ วันนี้ มีผู้สมัครถึง 20% ทีเดียว

นายสุทินกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ในการตรวจเยี่ยมการตรวจเลือกทหารกองเกินในครั้งนี้ ยังได้ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยคัดเลือก รวมทั้งขอขอบคุณครอบครัว ผู้ปกครอง ชายไทยชาว จ.กาฬสินธุ์ ที่สมัครใจสมัครเป็นทหาร  และที่จับสลากเข้ารับเป็นทหารประจำการทั้ง 3 เหล่าทัพ คือทหารบก ทหารเรือ และทหารอากาศ รวมทั้งชี้แจงถึงผลดีของการเป็นทหารรับใช้ชาติ ที่หากมีใจรักและต้องการมีอนาคตที่มั่นคง สามารถเรียนต่อนายสิบได้ โดยในปี 2568 ทางกระทรวงกลาโหม มีนโยบายที่จะทำเอ็มโอยูกับสถานศึกษา เพื่อแนะแนวผลดีของการเรียน รด. และสมัครเรียนต่อนายสิบ โดยไม่ต้องกู้ยืม กยศ.

นายสุทินกล่าวอีกว่า อย่างไรก็ตาม ขอให้ครอบครัว และทหารกองเกินที่สมัครใจเป็นทหาร และจับสลากได้ ซึ่งจะเข้าประจำการเพื่อฝึกภาคสนามในลำดับต่อไปนั้น ขอให้มีความเชื่อมั่นและมั่นใจว่า การฝึกทหารไม่โหด ไม่หนัก อย่างที่คิด ที่ผ่านมาเป็นความเชื่อที่คลาดเคลื่อน ทางกองทัพมีมาตรการในการฝึกที่ถูกต้องตามหลักการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสภาพอากาศร้อนจะดูแลอย่างดี เรื่องการดูแลสุขภาพต้องมาก่อน มีการตรวจเช็คสภาพร่างการและความพร้อมก่อนฝึกภาคสนาม และจะฝึกตามศักยภาพร่างกายของแต่ละคน จึงขอย้ำอีกว่าขอให้มั่นใจในมาตรการของการฝึกภาคปฏิบัติและภาคสนาม ทางครอบครัวไม่ต้องกังวล

ด้าน พ.อ.วิเศษศิลป์ แสนภูวา สัสดี จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า สำหรับจำนวนชายไทยชาว จ.กาฬสินธุ์ 18 อำเภอ ที่จะเข้ารับการคัดเลือกเป็นทหารกองเกินประจำปี 2567 มีทั้งหมด  7,249 คน ต้องการกำลังพลทั้งสิ้น 1,257 คน เริ่มดำเนินการคัดเลือกมาตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย.-10 เม.ย.67 โดยมีผู้สมัครล่วงหน้า  247 คน  และสมัครที่หน่วยคัดเลือก ณ วันนี้จำนวน 217 คน คาดว่าสิ้นสุดวันคัดเลือก 10 เม.ย.67 จะมียอดผู้สมัครเพิ่มมาอีกไม่น้อยกว่า 200 คน หรือคิดจำนวน 20%  ของผู้เข้ารับการคัดเลือกทั้งหมด

‘นายกฯ’ ยกนิ้วโป้งให้ ‘แกงไตปลา’ รสจัดจ้าน  ย้ำ!! ชอบกินอาหารไทย แต่ไม่ขอฝืนใจใครที่ไม่ชอบทาน 

(7 เม.ย.67) ที่ร้านเสบียงเล อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รับประทานอาหารกลางวัน โดยหนึ่งในเมนูโปรดที่ทางร้านจัดให้คือแกงไตปลา โดยนายกฯได้นั่งร่วมโต๊ะกับบรรดารัฐมนตรีพร้อมชิมแกงไตปลา และกล่าวว่า “อร่อยมากครับ” ก่อนจะยกนิ้วโป้งให้

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า รับประทานแล้วอยากจะบอกอะไรกับคนที่จัดอันดับแกงไตปลาหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ ไม่ขอตอบโต้ เพราะเขามีสิทธิ์ที่จะไม่ชอบ แต่ผมชอบ อย่างที่บอกว่าฝรั่งก็มีอะไรหลายอย่างที่แตกต่างจากเรา ซึ่งเราก็ยอมรับได้ ไม่ใช่ว่าเขาชอบบางอย่างหรือไม่ชอบบางอย่าง เราไปบอกเขาไม่ได้ และย้ำว่าอาหารไทยมีเยอะ ต้มยำกุ้ง แกงมัสมั่นไก่ ก็ติดอันดับโลกทั้งนั้น ”

เมื่อถามว่าการรับประทานแกงไตปลา จำเป็นจะต้องรับประทานกับข้าวสวยหรือรับประทานเปล่าได้เลย นายกฯ กล่าวว่า “ผมทานได้ พยายามไม่ทานข้าวเพราะลดน้ำหนักอยู่ ที่ชอบเพราะผมชอบทานอาหารรสจัด” จากนั้นนายกฯได้กินโชว์ พร้อมกับชมว่าอร่อยจริงๆไม่ได้อร่อยเล่นๆ

ชายอายุยืนที่สุดในโลก เผยเคล็ดลับการอยู่นาน  ‘ฟิชแอนด์ชิปส์-รู้จักพอดี-มีโชค’ ทำให้อยู่มา 111 ปี

(7 เม.ย.67) จอห์น อัลเฟรด ทินนิสวูด ชายชาวอังกฤษวัย 111 ปี ได้รับการยืนยันว่า เป็นผู้ครองตำแหน่งชายที่มีอายุยืนยาวที่สุดในโลกคนใหม่โดยกินเนสส์บุ๊ก หลังการเสียชีวิตของนายฮวน วิเซนเต เปเรซ เจ้าของสถิติเดิมชายเวเนซุเอลา ที่เพิ่งเสียชีวิตในเดือนนี้ขณะมีอายุ 114 ปี และนายกิซาบุโร โซโนเบะ จากญี่ปุ่น ซึ่งมีอายุมากที่สุดในลำดับถัดมาคือ 112 ปี ก็เพิ่งเสียชีวิตไปเมื่อวันที่ 31 มีนาคมเช่นกัน

ทินนิสวูดได้รับเอกสารรับรองจากกินเนสส์บุ๊ก เวิลด์ เรคคอร์ดส์ เมื่อวันที่ 4 เมษายนที่ผ่านมา ที่บ้านพักคนชราในเซาท์พอร์ท ทางตะวันตกเฉียงเหนือของอังกฤษ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เขาอาศัยอยู่ในปัจจุบัน

ทินนิสวูดเกิดที่เมืองลิเวอร์พูล เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2455 ไม่กี่เดือนหลังจากเรือไททานิคจมลงสู่ใต้ท้องทะเล เขาใช้ชีวิตผ่านช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเขารับราชการในกองทัพอังกฤษด้วย

คุณทวดนักบัญชีที่เกษียณอายุการทำงานมานานแล้วกล่าวว่า การรู้จักความพอดีและพอประมาณเป็นกุญแจสำคัญในการมีสุขภาพที่ดี เขาไม่เคยสูบบุหรี่ ไม่ค่อยดื่มเหล้า และไม่รับประทานอาหารใดๆ เป็นพิเศษ ยกเว้นการทานฟิชแอลน์ชิปส์เป็นมื้อเย็นสัปดาห์ละครั้ง

“ถ้าคุณดื่มมากไป กินมากไป หรือเดินมากไป ถ้าคุณทำอะไรมากเกินไป ในที่สุดแล้วคุณก็จะต้องทรมานเอง” เจ้าของสถิติโลกด้านอายุยืนคนใหม่ระบุ แต่ก็รับว่า “ไม่ว่าจะอายุยืนยาวหรืออายุสั้น มันเป็นเรื่องของโชคล้วนๆ คุณไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก”

ขณะที่ผู้หญิงซึ่งครองตำแหน่งสตรีอายุยืนที่สุดในโลกคือ มาเรีย แบรนยาส โมเรรา จากสเปนที่มีอายุยืนถึง 117 ปี

เปิดประวัติ ‘หลิน มาลิน’ มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2024 แซ่บไม่ธรรมดา ดีกรี CEO โปรไฟล์ อินฟลูเอนเซอร์ ด้านความงาม-แฟชั่น

(7 เม.ย.67) สิ้นสุดการรอคอยสำหรับค่ำคืนรอบไฟนอล เวทีการประกวด มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2024 (Miss Grand Thailand 2024) พร้อมกับสาวงามผู้ครองมงกุฏคนใหม่ มิสแกรนด์ภูเก็ต “หลิน มาลิน ชระอนันต์” เจ้าของตำนาน สวย เผ็ด แซ่บ สยบครหานางงามตัวเล็ก ก็มงได้!

วันนี้ THE STATES TIMES จะขอพาทุกท่านไปรู้จัก ‘หลิน มาลิน’ นางงามครบเครื่อง สวยเก่งรอบด้าน โปรไฟล์ไม่ธรรมดา ระดับ CEO สาว

ชื่อ-นามสกุล : มาลิน ชระอนันต์
ชื่อเล่น : หลิน
วันเกิด : 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2539

เชื้อชาติ : ลูกครึ่งไทย-สิงคโปร์
อายุ : 27 ปี
ส่วนสูง : 165 ซม.
สัดส่วน : 32-24-35
การศึกษา : ปริญญาตรี การสื่อสารและสื่อมวลชน ภาคอินเตอร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

IG : malinmln

ก่อนจะก้าวเข้าสู่วงการนางงาม ‘หลิน มาลิน’ เป็นที่รู้จักในโลกโซเชียลอยู่บ้างแล้ว เนื่องจากเธอเป็น อินฟลูเอนเซอร์ เกี่ยวกับความงามและแฟชั่น มักจะรีวิวเครื่องสำอาง เสื้อผ้าอยู่บ่อย ๆ ที่สำคัญยังมีธุรกิจส่วนตัว มีดีกรีเป็นถึง CEO ของแบรนด์ Skinboss Thailand

กระทั่งเริ่มต้นประกวดนางงามบนเวทีมิสแกรนด์ภูเก็ต 2024 เป็นครั้งแรกในชีวิต ซึ่งเธอยังครองตำแหน่ง ขวัญใจช่างภาพสื่อมวลชนบนเวทีนี้อีกด้วยนับว่าเป็นหนึ่งในผู้เข้าประกวดที่น่าจับตามองบนเวที มิสแกรนด์ 2024 เลยทีเดียว

ทั้งนี้เมื่อลงสนามใหญ่ สาวหลิน มาลิน ก็ไม่เคยกลัวใคร ไม่สนดราม่า จัดเต็มความแซ่บ สร้างความฮือฮาตั้งแต่เข้ากองวันแรก ในชุดบาบ๋าย่าหยา ชูป้ายทวงคืนความยุติธรรมให้หมอภูเก็ตถูกฝรั่งสวิสฯทำร้ายร่างกาย

และอีกชุดที่เป็นกระแสวิจารณ์สนั่นในโลกโซเชียล คือ ชุดเว้าสูงระดับตำนาน ซึ่งเธอก็สามารถฝ่ากระแสวิพากษ์วิจารณ์จากโลกโซเชียล และพิสูจน์ตัวเองด้วยความสามารถ และศักยภาพที่มี จนได้เป็นสาวงามที่เข้ารอบ 5 คนสุดท้ายด้วย Boss’s Choice

ทั้งนี้ หลิน มาลิน มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2024 จะเป็นตัวแทนสาวงามจากประเทศไทยเข้าร่วมประกวด มิสแกรนด์อินเตอร์เนชั่นแนล 2024 ณ ประเทศเมียนมาร์ ในเดือนตุลาคมนี้

เชียงใหม่-พิธีสถาปนานายกสมาคมและคณะกรรมการสมาคมธรุกิจดิจิทัลภาคเหนือ

เมื่อวันศุกร์ที่ 5 เมษายน 2567 ณ ห้องเวิร์ค โคโค้ โรงแรม เดอะ แคนนาส เชียงใหม่ ดร.ณรงค์ ตนานุวัฒน์  นายกสมาคมธุรกิจดิจิทัลภาคเหนือ และคณะกรรมการฯ จัดพิธี สถาปนานายกสมาคมและคณะกรรมการสมาคมธุรกิจดิจิทัลภาคเหนือ และงานเสวนา Unlocking the Potential of AI in Business โดยได้รับเกียรติจากนายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมแสดงความยินดี พร้อมด้วย ภาครัฐ ภาคเอกชน สถาบันศึกษา ผู้มีเกียรติ ร่วมงานจำนวนมาก 

นายวีรพงศ์ ฤทธิ์รอด รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ก่อนอื่นผมขอแสดงความยินดีกับสมาคมธุรกิจดิจิทัลภาคเหนือ ที่สามารถรวมกลุ่มกันอย่างเข้มแข็ง ผลักดันให้เกิดการก่อตั้งเป็นสมาคมและมีพิธีสถาปนาสมาคมอย่างเป็นทางการในวันนี้ รู้สึกเป็นเกียรติและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาร่วมพิธีสถาปนานายกสมาคม และคณะกรรมการสมาคมธุรกิจดิจิทัลภาคเหนือ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความสําเร็จของภาคเหนือในการ เพิ่มขีดความสามารถให้ธุรกิจ สร้างธุรกิจใหม่ และช่วยยกระดับชุมชนให้มีนวัตกรรม องค์ความรู้ ทันต่อการเปลี่ยนแปลง 

โดยการพัฒนาส่งเสริมธุรกิจ SMEs ให้มีขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ด้วยกลุ่มอุตสาหกรรมดิจิทัลและ Startup พร้อมสนับสนุน เมืองอัจฉริยะ (Smart City) ผลักดันระเบียงเศรษฐกิจภาคเหนือ (NEC) และร่วมมือแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประสานประโยชน์กับภาครัฐ เอกชน สถาบันการศึกษา และนานาชาติ 

ขอขอบคุณ คณะกรรมการและสมาชิกสมาคมทุกท่าน ที่ทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ และความร่วมมือระหว่างกัน ในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่สมาคมจนประสบความสําเร็จ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการดําเนินงานต่างๆ ภายใต้สมาคมธุรกิจดิจิทัลภาคเหนือ จะสามารถ ดําเนินงานอย่างต่อเนื่องเป็นรูปธรรมและยั่งยืน ทั้งต่อองค์กร และสังคมสืบไป

ดร.ณรงค์ ตนานุวัฒน์ นายกสมาคมธุรกิจดิจิทัลภาคเหนือ กล่าวว่า
ตามที่ สมาคมธุรกิจดิจิทัลภาคเหนือ ได้มีการจดทะเบียนจัดตั้งสมาคมฯ ต่อนายทะเบียนสมาคมประจํา จังหวัดเชียงใหม่ ไว้เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2559 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมข้อมูลด้านการค้า การลงทุนในกลุ่มธุรกิจดิจิทัลภาคเหนือ ช่วยเหลือแก้ไขปัญหา ให้คําปรึกษาแนะนํา เพิ่มประสิทธิภาพ ส่งเสริม สนับสนุนการ
สร้างความเข้มแข็งให้ภาคเศรษฐกิจ และภาครัฐ ในการนําเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ อํานวยความสะดวก ส่งเสริมเชื่อมโยงเครือข่าย 

สร้างโอกาสการค้า ขยายช่องทางการตลาดในการดําเนินธุรกิจของสมาชิก อบรม พัฒนา ถ่ายทอดองค์ความรู้ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมด้านดิจิทัลให้แก่สมาชิกและประชาชน ที่สนใจ และเพื่อผลักดันส่งเสริมให้ธุรกิจดิจิทัลภาคเหนือได้รับการเชื่อถือ ยอมรับ จนถึงได้รับการรับรองระบบ มาตรฐานความรู้และวิชาชีพทั้งในและต่างประเทศ 

ดร.ณรงค์ กล่าวอีกว่า โอกาสอันดีที่สมาชิกสมาคมธุรกิจดิจิทัลภาคเหนือ ได้รวมตัวกัน “ประชุมสามัญใหญ่ประจำปี 2567” ซึ่งได้มีการคัดเลือก ประธานสมาคม และคณะกรรมการ รวมถึงมีการเปลี่ยนแปลงชื่อจาก “สมาคมดิจิตอลภาคเหนือ” สู่ “สมาคมธุรกิจดิจิทัลภาคเหนือ” อย่างเป็นทางการ  ประกอบกับได้รับเลือกจากสมาชิกสมาคมธุรกิจดิจิทัลภาคเหนือ(NDEA)ให้เป็นนายกสมาคมฯ อีกหนึ่งสมัย(2ปี) โดยสมาคมได้มีคณะกรรมการรุ่นใหม่ที่เป็นผู้ประกอบการธุรกิจดิจิทัลที่เก่ง และมีความสามารถ มีความเชี่ยวชาญ เข้ามาช่วยขับเคลื่อนสมาคมฯ ด้านเศรษฐกิจดิจิทัล 

สมาคมธุรกิจดิจิทัลภาคเหนือ จึงได้จัดพิธี สถาปนานายกสมาคมและคณะกรรมการสมาคมธุรกิจดิจิทัลภาคเหนือ พร้อมจัดงาน Unlocking the Potential of AI in Business นำโดยผู้ประกอบการดิจิทัลรุ่นใหม่ และผู้ประกอบการดิจิทัลรุ่นถัดไปที่พร้อมเป็นผู้ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภาคเหนือให้เติบโตและแข็งแกร่งยิ่งขึ้น  ซึ่งในแผนการดำเนินงานปีนี้ จะมีจัดกิจกรรมที่เน้นการส่งเสริมด้านของผู้ประกอบการ คนทำงาน นักเรียนนักศึกษา เพื่อพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ต่อไป

นภาพร/เชียงใหม่

‘น้องโฟล์ค’ นศ.ราชภัฏจันทรเกษม เปิดใจเล่าทั้งน้ำตา หลังได้รับพระมหากรุณาธิคุณ พระราชทานทุนการศึกษา

(7 เม.ย.67) นายรัชพล เจริญผล โฟล์ค นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาสังคมศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม ได้เปิดใจ เล่าทั้งน้ำตาว่า 

ตนเองได้เขียนฎีกา ถวายในหลวงรัชกาลที่ 10 ขอทุนการศึกษาเพราะตนเองมีปัญหาเรื่องของค่าใช้จ่ายในการศึกษาเล่าเรียนจึงตัดสินใจเขียนถวายฎีกา ก่อนที่ราชเลขาฯในหลวงรัชกาลที่ 10 จะติดต่อกลับมาและได้ประสานทางมหาวิทยาลัยให้โอกาสตนได้เรียนหนังสือ

โดยทางด้าน “น้องโฟล์ค” ได้เล่าว่า ทางบ้านมีปัญหาเรื่องค่าศึกษาเล่าเรียน ตอนนั้นผมก็เขียนไปหาพระองค์ท่านด้วยใจจริง แล้วก็ได้รับโทรศัพท์ติดต่อกลับมา จากนั้นเจ้าหน้าที่ก็สอบถามความเป็นอยู่ทางบ้าน รู้สึกตื้นตัน ปลาบปลื้มมาก รู้สึกซาบซึ้ง เพราะเป็นเพียงสิ่งเล็กน้อยมาก แต่พระองค์ท่านมองเห็น มีพระเมตตาที่เห็นจดหมายเล็กใบหนึ่ง แล้วตอบกลับมา พระองค์ท่านช่วยผม

ซึ่งเจ้าตัวกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า จะตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด ตอบแทนที่พระองค์ท่านเมตตาให้ทุนการศึกษามา

กองบัญชาการตำรวจนครบาลเดินหน้าตามนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดตลาดแก้หนี้นอกระบบ

กองบัญชาการตำรวจนครบาลเดินหน้าตามนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดตลาดแก้หนี้นอกระบบ แก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน นำร่องพื้นที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 มั่นใจประชาชนจะได้รับประโยชน์อย่างยั่งยืน

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.รรท.ผบ.ตร.) สั่งการกองบัญชาการตำรวจนครบาลเร่งดำเนินการตามนโยบายของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ที่ได้กำชับเรื่องการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ให้เร่งดำเนินการภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์ โดยให้ สน.ลุมพินี เป็นพื้นที่นำร่องจัดตลาดนัดแก้หนี้ โดยได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาลในทุกพื้นที่ดำเนินการตามข้อสั่งการดังกล่าวอย่างเคร่งครัดทันที ซึ่งทางกองบัญชาการตำรวจนครบาลขานรับนโยบายดังกล่าว ดำเนินการจัดกิจกรรม “ตลาดนัดแก้หนี้” นำร่องในพื้นที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 5

วันนี้ (7 เม.ย.67) กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 บูรณาการร่วมกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดกิจกรรม “ตลาดนัดแก้หนี้” ในพื้นที่เขตคลองเตย วัฒนา และปทุมวัน ที่ศูนย์นันทนาการบ่อนไก่ กรุงเทพมหานคร โดยมี พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) เป็นประธานเปิดงาน มี พล.ต.ต.วิทวัฒน์  ชินคำ ผบก.น.5, รอง ผบก. น.1-9 ที่รับผิดชอบเรื่องหนี้นอกระบบ , ผกก.และรอง ผกก.ในสังกัด บก.น.5, ผู้แทนคณะทำงานกำกับการแก้หนี้สินประชาชนรายย่อย , รอง ผอ.สำนักพัฒนาสังคมกรุงเทพมหานคร, ผู้อำนวยการสำนักงานเขตปทุมวัน คลองเตย วัฒนา, ผู้แทนจากสำนักงานอัยการสูงสุด , กรมการจัดหางาน , ธนาคารออมสิน , ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร และพี่น้องประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในเขตปทุมวัน คลองเตย และวัฒนา ร่วมกิจกรรม

พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ ฯ กล่าวว่า จากนโยบายของรัฐบาลและข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีและสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้น กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้เห็นความสำคัญ จึงสั่งการให้กองบังคับการตำรวจนครบาล 5 และสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี จัดกิจกรรมตลาดนัดแก้หนี้ขึ้น โดยบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้คำปรึกษาให้ข้อมูล และให้ความปลอดภัยแก่ลูกหนี้ พร้อมช่วยดำเนินการไกล่เกลี่ยหนี้ให้แก่ลูกหนี้และเจ้าหนี้ได้พูดคุยและทำข้อตกลงกัน เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบให้เข้าสู่กระบวนการการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งหวังว่างานครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นเพื่อทำให้หน่วยงานต่างๆ รวมถึงทุกกองบังคับการในสังกัดกองบัญชาการตำรวจนครบาล นำไปเป็นรูปแบบในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของแต่ละพื้นที่ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนที่ยั่งยืน 

สำหรับภายในงานมีกิจกรรมประกอบด้วย การไกล่เกลี่ยและประนอมข้อพิพาทของลูกหนี้และเจ้าหนี้ จากสำนักงานเขตปทุมวันคลองเตย และเขตวัฒนา , การจัดตลาดแรงงาน โดยกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน , การรับคำขอเพื่อพิจารณารับสินเชื่อต่ำ และให้คำปรึกษาทางการเงินโดยธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ และสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร รวมถึงการให้ความรู้ทางกฎหมาย โดย สน. ลุมพินี

พัทลุง-นักวิจัยฯ ในพื้นที่ นำสื่อมวลชนและนักท่องเที่ยวนั่งเรือถ่ายถ่ายภาพวิถีชีวิตการใส่บาตรและถ่ายภาพพระบิณฑบาตรทางน้ำ ลุ่มคลองลำปำ

(7 เม.ย.67) นายนนท์ปวิธ แก้วนุ่ม นักวิจัยในพื้นที่ ภายใต้โครงการวิจัย เรื่อง “การบริหารจัดการภูมิทัศน์วัฒนธรรมชุมชน และการพัฒนาย่านวัฒนธรรมชุมชน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่อย่างยั่งยืน” มหาวิทยาลัยศิลปากร นำคณะสื่อมวลชนและนักท่องเที่ยวนั่งเรือถ่ายภาพวิถีชีวิตการใส่บาตรและถ่ายภาพพระบิณฑบาตรทางน้ำ ลุ่มคลองลำปำ ซึ่งเป็นคลองสายหลักที่หล่อเลี้ยงชาวลำปำ ตำบลลำปำ  อำเภอเมือง  จังหวัดพัทลุง โดยลงเรือจากท่าน้ำตลาดท้ายวังตั้งแต่เวลา 06.30 น. 

ทั้งนี้เรือของคณะสื่อมวลชนและนักท่องเที่ยวพายไปตามลำคลองขนาบข้างคู่กันไปกับเรือของพระอธิการยงยศ เจ้าอาวาสวัดยางงาม และเรือของสามเณร โดยมีชาวบ้านออกมารอตักบาตรอยู่ริมชานเรือนทั้ง 2 ฝั่งคลอง ซึ่งเป็นวิถีชีวิตของคนริมฝั่งที่มีมาอย่างยาวนานแต่ไม่ได้รู้จักกันอย่างแพร่หลาย จนกระทั่งมีงานวิจัยเรื่องโครงการ “การพัฒนาทุนทางวัฒนธรรมชุมชนผ่านกลไกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและประชาสังคมเพื่อเพิ่มศักยภาพและพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนในพื้นที่และโครงการวิจัย เรื่อง “การบริหารจัดการภูมิทัศน์วัฒนธรรมชุมชน และการพัฒนาย่านวัฒนธรรมชุมชน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่อย่างยั่งยืน” มหาวิทยาลัยศิลปากร ทำให้นักท่องเที่ยวรู้จักพื้นที่และกิจกรรมการท่องเที่ยวริม 2 ฝั่งคลองลำปำมากขึ้น
 
สำหรับการนำสื่อมวลชนและนักท่องเที่ยวนั่งเรือถ่ายภาพวิถีชีวิตการใส่บาตรและพระบิณฑบาตรทางน้ำลุ่มคลองลำปำในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์ทุนวัฒนธรรมที่มีอยู่ให้รู้จักกันอย่างแพร่หลาย และเพื่อเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวอื่นๆเข้ามาเที่ยวในพื้นที่โดยนั่งเรือถ่ายถ่ายภาพวิถีชีวิตการใส่บาตรและถ่ายภาพพระบิณฑบาตรทางน้ำลุ่มคลองลำปำในตอนเช้า ตั้งแต่เวลา 06.30 น. ของวันเสาร์และอาทิตย์ ซึ่งเดินทางมาขึ้นเรือของชาวบ้านที่ท่าน้ำตลอดท้ายวัง ซอย 34 ถนนอภัยบริรักษ์ ตำบลลำปำ อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุงได้ ค่าเรือเหมาจ่ายเพียงลำละ 500 บาทเท่านั้น ผู้สนใจสามารถสำรองจองเรือได้ล่วงหน้าที่คุณธนภร รัตนขวัญ ประธานชมรมกลุ่มขับเรือเพื่อการท่องเที่ยวลุ่มคลองลำปำ เบอร์โทรศัพท์ 098-7863223

หลังจากเพลิดเพลินกับการถ่ายภาพวิถีชีวิตการใส่บาตรและพระบิณฑบาตรทางน้ำลุ่มคลองลำปำแล้วก็สามารถขึ้นเรือที่ท่าเรือโรงน้ำชาบ้านริมคลองเพื่อเดินเที่ยวตลาดริมคลองลำปำ ซึงมีของกิน ของฝากพื้นบ้านจากคนในชุมชนที่นำออกมาขายให้นักท่องเที่ยวได้ซื้อกลับบ้าน โดยตลาดริมคลองลำปำนั้นตั้งอยู่ 1 ใน 5 ย่านวัฒนธรรมชุมชนลำปำที่สามารถท่องเที่ยวเชื่อมโยงกันได้.


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top