Saturday, 7 November 2026
Hard News Team

‘ขนส่งทางบก-ศูนย์อาชีวะอาสา’ ร่วมมืออำนวยความสะดวกช่วง ‘สงกรานต์’ เปิดบริการ ‘ตรวจรถ-ซ่อมรถฟรี’ 104 จุดทั่วประเทศ ดีเดย์ 11-17 เมษายนนี้

(9 เม.ย.67) นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ประจำปี พ.ศ. 2567 รัฐบาล โดยกรมการขนส่งทางบกและสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จัดทำโครงการบูรณาการตั้งจุดบริการอำนวยความสะดวกเพื่อความปลอดภัยช่วงเทศกาลสงกรานต์ รวมถึงเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน  โดยจะจัดกิจกรรมตั้งจุดบริการตรวจรถ/ซ่อมรถ ‘ฟรี’ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11 -17 เมษายน 2567 เพื่อรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน สร้างจิตสำนึกการขับขี่อย่างปลอดภัย 

นายคารม กล่าวว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงเวลาที่ประชาชนนิยมเดินทางกลับภูมิลำเนา และมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก เพื่อดำเนินมาตรการอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชนในทุกมิติ ตามนโยบายของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และนโยบายของรัฐบาล โดยมีเป้าหมายป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุในการเดินทางในช่วงเทศกาลฯ โดยกรมการขนส่งทางบกและสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาหรือ ศูนย์อาชีวะอาสา ร่วมด้วยช่วยประชาชน (Fix it Center) ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมการจัดตั้งจุดบริการร่วมฯ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ประจำปี พ.ศ. 2567 โดยกำหนดให้มีจุดบริการร่วมฯ จำนวน 104 จุดทั่วประเทศ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณถนนสายหลักที่มีการจราจรหนาแน่นและสายรอง โดยจุดบริการดังกล่าวจะให้บริการตรวจเช็คสภาพรถเบื้องต้นเพื่อความปลอดภัย ให้ความช่วยเหลือผู้เดินทางกรณีฉุกเฉิน บริการรถยก (บางพื้นที่) บริการนวดผ่อนคลาย บริการผ้าเย็น น้ำดื่ม ข้อมูลเส้นทางและแหล่งท่องเที่ยว รายชื่ออู่รถที่เปิดให้บริการ เป็นต้น ซึ่งบริการเหล่านี้เป็นการให้บริการ ‘ฟรี’ 

“สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้จัดนักเรียน นักศึกษาปฏิบัติหน้าที่ ในการให้บริการอำนวยความสะดวก แต่ละจุดอย่างน้อยจุดละ 5 คน และในการเดินทางของประชาชน ให้ความช่วยเหลือประชาชนและผู้เดินทาง เพื่อป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุ ที่เกิดจากความบกพร่องของตัวรถ ตรวจรถ ซ่อมรถ และผู้ขับรถที่เหนื่อยล้าและง่วงนอน และยังมีบริการ กาแฟ น้ำดื่ม ผ้าเย็น ทุกอย่างบริการฟรี ณ ทุกจุดบริการ ซึ่งความร่วมมือกันระหว่างกรมการขนส่งทางบกและสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเป็นการแสดงเจตจำนงในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนอย่างจริงจัง อีกทั้ง ยังช่วยส่งเสริมและพัฒนาทักษะนักเรียน/นักศึกษา ให้นำความรู้มาใช้ให้เกิดประโยชน์กับสังคม มีจิตอาสาช่วยเหลือผู้อื่น ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ ใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการทำกิจกรรมที่นำไปสู่การลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนน รวมทั้งร่วมกันกำหนดแนวทางและเป้าหมายในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนให้มีความสอดคล้องกันทั่วประเทศ” นายคารม กล่าว

นราธิวาส-ผู้ว่าฯ นราธิวาส มอบรองผู้ว่าฯ นราธิวาส เป็นผู้แทนพิธีรดน้ำศพอาสาสมัครทหารพราน ทั้ง 2 นาย ซึ่งเสียชีวิต ขณะปฏิบัติหน้าที่

วันนี้ (9 เม.ย.67)  ที่ วัดบางนรา อ.เมืองนราธิวาส ว่าที่ร้อยตรีตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส มอบหมายให้ นายฉัตรชัย อุสาหะ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นผู้แทนในพิธีรดน้ำศพอาสาสมัครทหารพราน วิทยา ปวงงาม และอาสาสมัครทหารพราน ประคอง  สุทนัง เจ้าหน้าที่ร้อยทหารพราน 4613 โดยมี พลโท ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานในพิธีฯ เพื่อร่วมแสดงความอาลัยจากเหตุการณ์ในครั้งนี้

สำหรับ อาสาสมัครทหารพราน ทั้ง 2 นาย ได้เสียชีวิตจากเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธไม่ทราบชนิดและขนาด ซุ่มยิง ขณะเดินทางด้วยรถยนต์กระบะ จำนวน 2 คัน ซึ่งกลับจากการปฏิบัติภารกิจตรวจเยี่ยมการจัดทำซุ้มประตู เหตุเกิดพื้นที่บ้านบลูกาฮีเล หมู่ที่ 6 ตำบลบาตง อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อกลางดึกของวันที่ 7 เม.ย. 67 ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต จำนวน 2 นาย และได้รับบาดเจ็บ จำนวน 9 นาย  

โดยหลังเสร็จพิธีรดน้ำฯ สำนักงานเหล่ากาชาดจังหวัดนราธิวาส ได้มอบเงินช่วยเหลือเยียวยาแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ กรณีเสียชีวิต รายละ 5,000 บาท และอีกหลายหน่วยงานร่วมมอบเงินแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตฯ ด้วย

‘ดร.อานนท์’ แจง!! ตนเป็นลูกหลานคนจีนที่เกิดบนแผ่นดินไทย การให้ข้อมูล ‘ปกป้องสถาบัน’ ทำโดยสมัครใจ ไม่มีใครชี้นิ้วสั่ง

(9 เม.ย. 67) ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์เฟซบุ๊ก ‘Arnond Sakworawich’ ระบุข้อความว่า ผมเขียนหรือพูดเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์มาโดยตลอด

ไม่ว่าจะเรื่องภาษีกู ทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ และเรื่องอื่น ๆ ที่มีคนไม่หวังดีใส่ร้ายป้ายสีสถาบันพระมหากษัตริย์ ผมก็นำความจริงและข้อมูลมาพูดมาเขียนมาเผยแพร่มาโดยตลอด

ไม่เคยแอบอ้างว่าตนเองเป็นราชสกุลหรือราชินิกุลใด ๆ

ผมเป็นแค่ลูกหลานคนจีนที่เกิดบนแผ่นดินไทยเท่านั้นครับ

ไม่เคยมีใครสั่งให้ผมพูดหรือเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์เลยครับ ผมทำของผมเองจริง ๆ ครับ และไม่ได้ค่าจ้างค่าแรงแม้แต่บาทเดียวครับ

ผมไม่เคยขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตใด ๆ ในการเขียนหรือพูดเรื่องเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ครับ และก็ไม่เคยมีใครหรือหน่วยงานใด มาบอกหรือมาสั่งให้ผมขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต

ขอโทษนะครับ ไอ้พวกล้มเจ้า มันเขียนมันพูดมันทำงานศิลปะด่าแซะเสี้ยมสถาบันพระมหากษัตริย์ มันก็ไม่เคยขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตนะครับ

ถ้าทุกคนที่ต้องการจะเขียนและพูดความจริงเพื่อปกป้องรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์จะต้องขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต แบบนั้นจะมีใครกล้าเขียนกล้าพูดความจริงเพื่อปกป้องรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์กันละครับ

ผมเชื่อว่าหากเจตนาเราพูดเราเขียน เราทำงานด้วยความจริง ด้วยความบริสุทธิ์ใจ เพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างเหมาะสมแก่กาลเทศะและถูกต้องตามกฎหมายแล้วก็ทำไปเลยครับ ไม่ต้องกลัวว่าจะต้องไปขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตไปทุกเรื่องหรอกครับ

พวกล้มเจ้าเขาชอบอ้างสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเพื่อใส่ร้ายป้ายสีสถาบันพระมหากษัตริย์

คนที่ต้องการปกป้องรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ หากทำด้วยเจตนาดีและเจตนาบริสุทธิ์ คำนึงถึงความถูกต้องแม่นยำเหมาะสม ก็ทำไปเลยครับ ไม่ต้องขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต เพราะเราก็มีสิทธิและเสรีภาพในการปกป้องรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์เช่นกันครับ

ขออภัยที่แสดงความในใจออกมา หลังจากวันนี้เกิดดราม่าว่าผมนำรายชื่อราชสกุลและราชินิกุลออกมาเขียน วิเคราะห์ เพื่อสร้างองค์ความรู้ทางประวัติศาสตร์ โดยไม่ได้ขออนุญาต

ผมถือว่าผมทำเพื่อปกป้องรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ ด้วยหลักวิชาการและหลักสุจริต และผมไม่เคยขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตใด ๆ เลยแม้แต่ครั้งเดียว และก็ไม่เคยมีใครหรือหน่วยงานไหนมาสั่งให้ผมทำในสิ่งที่ผมทำ

เพราะฉะนั้นผมมีเจตนาดีต่อราชสกุลและราชินิกุล ผมก็คงไม่ขออนุญาตและไม่สามารถขออนุญาตได้ทุกคนจริง ๆ เพราะเป็น non-finite population ประชากรอนันต์ ที่ไม่รู้ว่ากระจัดกระจายไปที่ไหนบ้าง หากจะต้องขออนุญาตทั้งหมดก็คงไม่สามารถพูดหรือเขียนอะไรเกี่ยวกับราชสกุลหรือราชินิกุลได้เลยครับ

‘ดร.สามารถ’ พ้อ!! ‘สะพานเชื่อมเกาะสมุย’ คงเป็นได้แค่ฝัน ชี้!! ชาวสมุยตั้งตาเฝ้ารอ แต่ไม่เห็นวี่แวว ‘นายกฯ’ ผลักดัน

(9 เม.ย. 67) นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และอดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ - Dr.Samart Ratchapolsitte’ ระบุว่า ‘เศรษฐา’ ลุย ‘สมุย’ ไร้วี่แวว ‘สะพานเชื่อมเกาะ’

โดยเนื้อหาระบุว่า นายกฯ เศรษฐา เยือนสมุย ชาวเกาะสมุยที่รอคอยสะพานเชื่อมเกาะด้วยความหวังว่านายกฯ จะมากรุยทางสร้างสะพานเชื่อมเกาะต่างผิดหวัง เพราะท่านไม่ได้มาผลักดันสะพาน แต่กลับมาผลักดันท่าเทียบเรือสำราญขนาดใหญ่ และหาแนวทางการขยายสนามบินสมุย ปล่อยให้โครงการสะพานเชื่อมเกาะริบหรี่ !

9 เม.ย. 2567 - น่าดีใจที่เมื่อวันที่ 7 เมษายน ที่ผ่านมา นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว. คลัง ไปเยือนเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี แม้ว่าพรรคเพื่อไทยที่นายกฯ สังกัดอยู่ จะไม่มี ส.ส. ใน จ.สุราษฎร์ธานีเลยก็ตาม ช่างสมกับคำกล่าวอ้างของนายกฯ ในสภาฯ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า “ผมเป็นนายกฯ ของคนทั้งประเทศ ไม่เคยแบ่งแยกพื้นที่ตามคะแนนเสียงที่ได้รับ”

ชาวสมุยและพื้นที่ใกล้เคียงต่างตั้งหน้าตั้งตารอคอยการมาเยือนของนายกฯ หลายคนมีความหวังว่านายกฯ จะมาผลักดันการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะสมุย เพื่อจะทำให้การสัญจรระหว่างเกาะกับแผ่นดินใหญ่เป็นไปด้วยความสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัย แต่ต้องพบกับความผิดหวัง เพราะนายกฯ มาผลักดันการก่อสร้างท่าเทียบเรือสำราญขนาดใหญ่ และหาแนวทางการขยายสนามบินสมุย ไร้วี่แววการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะ

ผมเป็นผู้ริเริ่มโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะสมุย โดยได้เสนอความเห็นไว้ในเฟซบุ๊กเมื่อเดือนพฤษภาคม 2560

ปัจจุบันการเดินทางไปสู่เกาะสมุยมี 2 ทาง ประกอบด้วยทางอากาศและทางน้ำ แต่การเดินทางทางอากาศหรือเครื่องบินมีค่าโดยสารแพง ส่วนการเดินทางทางน้ำต้องใช้เวลานาน กล่าวคืออาจเลือกใช้บริการสายการบินจากกรุงเทพฯ ไปลงที่สนามบินสุราษฎร์ธานี แล้วนั่งรถไปลงเรือ (เฟอร์รี่) ที่ท่าเรือดอนสักเพื่อไปเกาะสมุย ซึ่งเสียค่าเดินทางถูกกว่า แต่ต้องใช้เวลานานกว่ามาก โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสำคัญจะต้องรอเฟอร์รี่นานมาก เพราะมีผู้โดยสารหนาแน่น อีกทั้ง ในหน้ามรสุมก็ไม่สามารถใช้เฟอร์รี่ได้

ด้วยเหตุนี้ สะพานเชื่อมเกาะสมุยจึงเป็นทางเลือกที่สำคัญในการสัญจรด้วยรถยนต์สู่เกาะสมุย ซึ่งจะทำให้การเดินทางสะดวกสบาย และรวดเร็ว ช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวสู่เกาะสมุยและพื้นที่ใกล้เคียง และยังช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวเกาะสมุยในเรื่องที่น่าเป็นห่วงอย่างยิ่งก็คือการเจ็บไข้ได้ป่วย ในกรณีเกินขีดความสามารถในการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลในเกาะสมุย จำเป็นต้องส่งต่อผู้ป่วยไปรักษาที่โรงพยาบาลซึ่งมีศักยภาพสูงกว่า หากมีสะพานเชื่อมเกาะสมุยจะทำให้สามารถส่งต่อผู้ป่วยได้อย่างรวดเร็ว หรือในกรณีที่ผู้ป่วยต้องการเดินทางไปรักษาที่อื่นนอกเกาะสมุย ก็สามารถเดินได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ด้วยค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า

แต่อย่างไรก็ตาม บางคนเกรงว่าสะพานเชื่อมเกาะสมุยจะทำให้ผู้โดยสารเครื่องบินและเฟอร์รี่ลดน้อยลง ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ 

โครงการสะพานเชื่อมเกาะสมุยได้รับการตอบสนองอย่างดีจากรัฐบาลประยุทธ์ โดยได้มอบหมายให้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เป็นเจ้าของโครงการ ซึ่งในเวลานี้ กทพ. กำลังศึกษาความเหมาะสมอยู่

มาถึงรัฐบาลเศรษฐา ในการตรวจราชการที่สมุยครั้งนี้ น่าเสียดายที่นายกฯ ไม่ได้ไปดูพื้นที่ที่จะก่อสร้างสะพาน ผมเข้าใจดีว่านายกฯ มีภารกิจมาก แต่ก็น่าจะแบ่งเวลาเพียงน้อยนิดให้สะพานเชื่อมเกาะสมุยได้บ้าง ชาวสมุยที่ลุ้นการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะอยู่คงน้อยใจที่เห็นนายกฯ สามารถเจียดเวลาไปตรวจเยี่ยมสนามบินสมุยได้ แต่ไม่มาตรวจเยี่ยมพื้นที่ที่จะก่อสร้างสะพาน

เมื่อเป็นเช่นนี้ จะให้คิดเป็นอื่นไม่ได้ คาดว่าโครงการก่อสร้างสะพานเชื่อมเกาะสมุยซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อชาวเกาะสมุยได้มากมายมหาศาลคงเป็นหมัน เป็นฝันค้างที่ชาวเกาะสมุยไม่อยากประสบ แต่ก็หนีไม่พ้น ! เป็นเพราะอะไร ? ใครรู้บ้าง ? วานบอกผมด้วย

'เชียงราย' ส่งกลับ!!ปกครองแม่สายร่วมกับสืบสวน ตม.เชียงรายผลักดันต่างด้าวสัญชาติเมียนมากลับประเทศ

วันที่ 9 เมษายน2567 นายณรงค์พล คิดอ่าน นายอำเภอแม่สาย จ.เชียงราย มอบหมายให้นายปวเรศ ปัญญายงค์ ปลัดอำเภอกลุ่มงานความมั่นคง พร้อมด้วยสมาชิก อส.อ.แม่สายที่ 5 ผู้ใหญ่บ้านชุมชนร่มโพธิ์งาม หมู่ 9 ต.เวียงพางคำ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ร่วมกับฝ่ายสืบสวนด่านตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) จว.เชียงราย และตำรวจ สภ.แม่สาย จัดทำประวัติและผลักดันชาวต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวนมากออกนอกประเทศ ภายหลังจากค่ำวันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากชาวบ้านที่ชุมชนร่มโพธิ์งาม ว่าที่บ้านเช่าหลังหนึ่งในชุมชนมีคนอาศัยอยู่จำนวนมาก ส่งเสียงดังก่อความเดือดร้อน สร้างความรำคาญอย่างมาก

เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังไปตรวจสอบ พบมีบุคคลต่างด้าวสัญชาติเมียนมาเป็นจำนวนมากและสามารถควบคุมตัวเอาไว้ได้ 41 คน ทั้งหมดมีเอกสารบัตรผ่านแดนชั่วคราวมาแสดงให้เจ้าหน้าที่ 40 คน และมีเด็กติดตามอีก 1 คน 

ภายในบ้านพบมีอุปกรณ์ทำครัว ขยะ สัมภาระเดินทาง กองเกะกะอยู่เป็นจำนวนมาก สอบถามทราบว่าได้เข้ามาในราชอาณาจักร ในระหว่างวันที่ 6-8 เม.ย.ที่ผ่านมา จากนั้นมีคนพาไปอยู่รวมกันที่บ้านพักหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงเชื่อว่าเป็นการเตรียมเคลื่อนย้ายเข้าสู่ชั้นในของประเทศโดยผิดเงื่อนไขการอนุญาต จึงได้เชิญคนทั้งหมดไปยังด่าน ตม.จว.เชียงราย และผลักดันออกนอกประเทศดังกล่าว

‘ประธานกลุ่มประชาภักดิ์ฯ’ แจ้งความ ‘เนติวิทย์และพวก’ หลังกระทำ ‘อารยะขัดขืน’ หลีกเลี่ยงการเกณฑ์ทหาร

เมื่อวานนี้ (8 เม.ย. 67) นายทรงชัย เนียมหอม ประธานกลุ่มประชาภักดิ์พิทักษ์สถาบัน นำเอกสารคำร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับนายเนติวิทย์ โชติภัทร์ไพศาล และพวก ตาม ป.อาญา มาตรา 116 (2) (3) ประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา 50 (2) (5) ยื่นต่อ พันตำรวจเอกอิศราพงศ์ จินา ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรห้วยยอด จังหวัดตรัง กรณีนายเนติวิทย์และพวกรวม 3 ราย ร่วมกันกระทำการอ้าง ‘อารยะขัดขืน’ หลีกเลี่ยงเพื่อให้ตนไม่ต้องเข้ารับการคัดเลือกทหารประจำปี 2567

ทั้งนี้ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรห้วยยอด พร้อมฝ่ายสอบสวนได้เข้าร่วมรับเรื่องร้องทุกข์กล่าวโทษฯ และร่วมกันสอบคำให้การอย่างละเอียด ใช้เวลาการสอบคำให้การกว่า 3 ชั่วโมง

โดยนายทรงชัยกล่าวว่า ชุดสอบสวนของ สภ.ห้วยยอด สอบคำให้การผมยิ่งกว่าผู้ต้องหาเสียอีก แต่เข้าใจเพราะหากผิดพลาดจุดไหนคนที่ซวยคือผม ต้องขอบคุณผู้กำกับกับ รองผู้กำกับ และพนักงานสอบสวน ที่ให้ความใส่ใจต่อคดีที่กระทบต่อความมั่นคงของราชอาณาจักรไทย ส่วนผมก็แจ้งชุดสอบสวนแล้วว่าไม่ขอถอนแจ้งความทุกกรณีตราบจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

ก่อนเดินกลับ นายทรงชัยทิ้งท้าย “น้องเนเน่ก็รู้ดีทุกอย่างนี่ว่าการกระทำนั้นผิดกฎหมาย แต่ทำไมถึงทำ น้องเรียนมาร่วม 8 ปี น้องต้องมีความรู้มากเพราะเรียนมากกว่าเพื่อนคนอื่น พี่ไม่รู้ว่าน้องเรียนเสริมด้านหมวดวิชาไหนบ้าง ป่านนี้ไม่จบเสียที ความเห็นพี่ขอฝากถึงน้อง น้องออกมาทำกิจกรรมแบบนี้นานมากหลายปีแล้วนะ น้องเรียนให้จบแล้วมาลงสมัครเลือกตั้ง เข้าไปเป็น สส. แล้วอยากแก้กฎหมายอะไรก็ไปแก้ในสภาเถอะ ตรงนั้นเขาทำเรื่องฝ่ายนิติบัญญัติโดยตรง อะไรที่เห็นว่าเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อประชาชนไปตรงนั้น เสนอตรงนั้น ไม่ผิดกฎหมายแน่นอน”

‘หนุ่ม’ กอบกู้หน้าคนไทย!! ตามหา ‘Beer รัก Mayvy’ จนเจอ ลงทุน 700 เยน ลบให้จนเกลี้ยง หลังมือบอนเขียนบนสะพานในญี่ปุ่น

(9 เม.ย. 67) กลายเป็นประเด็นในโลกออนไลน์ทันที หลังจากที่ ช่างภาพโพสต์ภาพ การเขียนข้อความบอกรักลงบนสะพานจุดชมวิวซากุระชื่อดังข้อความว่า ‘Beer รัก Mayvy’ ลงกลุ่มคนชอบตะลอนเที่ยวญี่ปุ่น พร้อมระบุว่า “วันนี้ผมไปถ่ายรูปที่ Nakameguro แล้วเจอกับสิ่งนี้ครับ อยากรู้เหมือนกันว่าชาติไหน?” ทำให้คนไทยวิพากษ์วิจารณ์เรื่องดังกล่าวจำนวนมาก

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิกเฟซบุ๊ก ‘เพชรทอง กองท้วมหัว’ ได้แชร์โพสต์ของ ‘Poetry of Bitch’ ซึ่งเป็นต้นเรื่องของภาพที่เป็นดรามาดังกล่าว โดยระบุว่า “ผมตามหาจนเจอเเล้วนะครับ กำลังไปซื้อยางลบครับ”

ต่อมาผู้ใช้เฟซบุ๊กรายนี้ เข้ามาคอมเมนต์ในโพสต์ตัวเองว่า โดยบอกว่า “ผมทำมันสำเร็จเเล้ว กอบกู้ความสุขให้ชาวไทย”

โดยเจ้าตัวได้ลงคลิปในเรียล พร้อมระบุว่า “ผมได้ทำลายความรักของ เบียร์และเมย์รี่ เพื่อคนไทยทั้งประเทศและทั่วโลกได้สบายใจกันถ้วนหน้าแล้วนะครับ”

ซึ่งเป็นคลิป ระบุว่า คู่รักคู่นี้ ได้เขียนแสดงความรักของพวกเขาที่ Naka-Meguro ซึ่งตนเห็นแล้วตนรู้สึกไม่ดี เลยมีความตั้งใจที่จะไปลบข้อความดังกล่าว ก่อนจะถ่ายให้ดูว่าข้อความนี้ยังอยู่ จากนั้นเจ้าตัวก็ได้นำน้ำยาล้างเล็บที่เพิ่งซื้อมาในราคา 400 เยน กับทิชชู่เปียกที่ซื้อมาในราคา 300 เยน ออกมา

'ชาวเน็ต' เตือน!! คาเฟ่คลั่ง 'การเมือง' ทำการตลาดอวยกีบ-ด้อยค่าฝ่ายตรงข้าม "ขายกาแฟดีๆ ไม่ชอบ คงชอบเปิดร้านบ้าง ปิดร้านไปศาลบ้าง เข้าคุกบ้าง"

จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก '302 CAFE' พิกัดกรุงเทพฯ ใกล้โรงเรียนอนุบาลสามเสน ได้มีการทำการตลาดผ่านเนื้อหา เมนู และโปรโมชันที่มีความชัดเจนในการโจมตีฝ่ายตรงข้ามสามกีบ 

ร้านนี้เป็นร้านเปิดใหม่ย่านอารีย์/ประดิพัทธ์ ผู้คนเฟรนลี่ พร้อมพื้นที่ที่เปิดให้ทุกคนมาหาเพื่อนใหม่ จะมาดื่มกาแฟทานข้าวหรือใช้เป็นพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนข่าวสารก็ได้ ไม่ว่าจะเรื่องการเมืองไปจนถึงเรื่องเม้าท์มอยหอยสังข์

อย่างไรก็ตามข้อความต่าง ๆ ที่โพสต์ในเพจล้วนแล้วแต่อิงการตลาดการเมือง ในเชิงจาบจ้วง สร้างปีศาจ และปั่นกระแสจนชาวเน็ตที่ได้พบเห็นเริ่มไม่สบายใจ เช่น...

"เวคอัพ เวคอัพ เวคอัพ ที่อากาศร้อนๆ แวะมาดื่ม มาดริ้ง ที่ 112 เอ้ย 302 ได้นะค้าบบบ"

"วันจันทร์ที่ 8 แดดขนาดนี้ รับ อำมาตย์ชั้น 14 และ ริมสระ สักแก้วไหมครับ Special joke day"

"เมนูกาแฟ ได้แก่ ภัยความมั่นคง / ปล่อยเพื่อนเรา / ทรราช / ทหารเกณฑ์ / ริมสระ / ลีลาของกากี / ขอเวลาอีกไม่นาน ฯลฯ"

"หมายเหตุ: ตำรวจ ทหาร พนักงานของรัฐ คิดเพิ่ม 10%"

ทั้งนี้ ภายหลังจากชาวเน็ตที่ได้เห็นการตลาดเหล่านี้จากร้าน '302 CAFE' จึงได้มีการเข้าไปคอมเมนต์มากมาย อาทิ...

"ร้านชัดเจนแบบนี้แจ้งดับเร็วนักแล เชื่อหลิ่มสิค่ะ" 
"ต้องเพิ่มเมนู #กบฏ ขี้ข้าไอ้ทอน ไปด้วยนะคะจะครบ"
"ที่ร้านมีเมนู 29.5 นายกว่าวไหม?" / "มีเมนูยุบพรรคไหม?"
"คิดใหญ่ใจไม่ถึง หิวแสงแรงไม่ออก คงเป็นซิกเนเจอร์ของทางร้าน ปล.มีใครสั่งไปเยี่ยมพวกที่อดอาหารในคุกหรือยัง"

"ไม่แปลกที่พรรคจะถูกยุบ เพราะดูคนที่สนับสนุนด้อมส้ม อย่างร้านนี้ เป็นต้น"
"ขายกาแฟข้างนอกดี ๆ ไม่ชอบ ชอบเปิดร้านบ้างปิดร้านไปศาลบ้าง สักพักเข้าไปขายในคุกบ้าง เศรษฐกิจแบบนี้รนหาที่นะครับ"

"เพิ่งเปิดร้าน ก็จะปิดร้านเสียแล้ว"

สำหรับท่านใดที่อยากไปลิ้มลอง เมนู เครื่องดื่ม และ อาหาร ตามติดได้ที่พิกัดนี้ >> https://linktr.ee/302CAFE 

ร้านเปิด 09:00 - 17:00 น.

'อ.เทพมนตรี' เผยลำดับโปเจียมแห่งราชอาณาจักรไทย 'ท่านอ้น' ยศหม่อมเจ้าโดยชาติกำเนิด แต่ปัจจุบันเป็นสามัญชน

(9 เม.ย.67) นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักวิชาการอิสระด้านประวัติศาสตร์และนักเทววิทยา โพสต์ข้อความหัวข้อ ‘ท่านอ้นเป็นแค่สามัญชนในปัจจุบัน’ โดยมีรายละเอียดดังนี้

ลำดับการสืบสันตติวงศ์ของจักรีบรมราชวงศ์ เป็นมาอย่างถูกต้องโดยลำดับ และเฉพาะสายสกุลมหิดลนั้นก็เป็นไปตามกฎมณเฑียรบาลและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มาจนถึงพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10 ขึ้นครองราชสมบัติ ในพระราชสถานะองค์รัชทายาทที่ถูกต้องและมีพระอิสริยยศสูงสุด

เช่นเดียวกันกับสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ที่มีพระอิสริยยศ สูงกว่าพระเจ้าลูกเธอทั้งปวงจึงทรงดำรงพระราชสถานะ ว่าที่องค์รัชทายาท ซึ่งน่าจะสถาปนาพระองค์ท่านภายหลังจากทรงผนวชและจนลาสิกขาแล้ว ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ราชวรวิหาร

อีกทั้งพระราชมารดาของพระองค์ท่าน คือพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ก็ได้รับการสถาปนา พระอิสริยยศ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และแม้ภายหลังจะส่งลาออกจากพระอิสริยยศ แต่ก็ยังดำรงตำแหน่งท่านผูัหญิงในปัจจุบัน

ส่วนท่านอ้น วัชเรศร วิวัชรวงศ์ ซึ่งแต่เดิม มียศเป็นหม่อมเจ้าโดยชาติกำเนิด แต่ปัจจุบันท่านกลับไปเป็นสามัญชน มิได้ดำรงยศเป็นหม่อมเจ้าอีกต่อไป จึงมีวัตรปฏิบัติแตกต่างจากพระราชโอรส และพระราชธิดาของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 10

ดังนั้นเราเป็นประชาชนคนธรรมดาจงทำความเข้าใจให้ชัดเจน ถ้าแม้ว่าใครจะขึ้นเป็น ‘องค์รัชทายาท’ ในปัจจุบันนี้มีเพียงพระองค์เดียวเท่านั้นก็คือ สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติฯ ซึ่งมีทั้งพระราชอิสริยยศเป็นพระเจ้าลูกยาเธอ และเมื่อแรกประสูติก็เป็นพระเจ้าวรวงศ์เธอโดยชาติกำเนิดมาตั้งแต่ต้น

คำลวงความคิดอันเลอะเทอะที่ถูกหว่านล้อมไปด้วยถ้อยคำต่าง ๆ จึงไม่อาจจะหนีความจริงไปได้

ดังนั้นเราเป็นประชาชนคนธรรมดาจึงสมควรที่จะศึกษาหาความรู้ให้กระจ่างแจ้งจะได้เข้าใจและไม่สับสน ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแล้วแต่มีที่มาที่ไป แต่ที่มาที่ไปนั้นจะต้องถูกรับรองและถูกคำนึงถึงโบราณราชประเพณีและกฎมณเทียรบาลที่ตราขึ้นมาก่อนใครในปัจจุบันนี้

‘EA’ จับมือ ‘BAFS’ ลุยส่งเสริมการใช้ SAF ในอุตฯ การบิน ปักหมุดลดการปล่อย CO2 ก้าวสู่ Net Zero ในปี 2573

(9 เม.ย. 67) บมจ.พลังงานบริสุทธิ์ (EA) รักษ์โลก ผนึกกำลัง บมจ.บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ (BAFS) ศึกษาแผนร่วมทุนตั้งบริษัทใหม่ประกอบธุรกิจผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน Sustainable Aviation Fuel (SAF) ส่งเสริมเป้าหมายอุตสาหกรรมการบินก้าวสู่ Net Zero ภายในปี 2573 โดยมี ม.ร.ว.ศุภดิศ ดิศกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ร่วมแถลงข่าว เมื่อวันที่ 4 เมษายน ที่ผ่านมา

นายสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA เปิดเผยว่า EA มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ที่ใช้นวัตกรรมของคนไทยเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ การลงทุนต่อยอดในธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel หรือ SAF) ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพใช้สำหรับเครื่องบินในครั้งนี้ สามารถช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก สนับสนุนให้ประเทศไทยไปสู่ Carbon Neutral ตามคำมั่นสัญญาที่ได้ให้ไว้ กับประชาคมโลกใน COP26 ว่าด้วยการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศโลก

การลงนามความร่วมมือกันของ EA และ บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS ในครั้งนี้นั้นเป็นการรวมจุดแข็งของสององค์กรของไทยที่จะควบรวมองค์ความรู้ ประสบการณ์ และเทคโนโลยี เพื่อสร้างศักยภาพในการแข่งขันในธุรกิจผลิต น้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel : SAF) ธุรกิจจัดเก็บและบริหารจัดการน้ำมัน SAF รวมทั้งธุรกิจอื่น ๆ 
ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมในอนาคต ทั้งในประเทศไทยเอง และในอาเซียน

ม.ล.ณัฐสิทธิ์ ดิศกุล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท เชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (บาฟส์) เปิดเผยว่า บาฟส์ ในฐานะผู้ให้บริการน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบครบวงจรตามมาตรฐานสากล ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการนำองค์ความรู้และประสบการณ์กว่า 40 ปี ในการบริหารจัดการและให้บริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน จับมือกับ EA ผู้นำธุรกิจพลังงานสะอาด เพื่อผลักดัน SAF ให้เป็นกลไกสำคัญในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การใช้พลังงานยั่งยืนในอุตสาหกรรมการบิน โดยร่วมมือกัน เพื่อศึกษาโอกาสในการ สร้างสถานีบริการผสมน้ำมันอากาศยานยั่งยืน (SAF Blending Facility) แบบ Open-Access เพื่อรองรับ SAF ที่ผลิตมาจากวัตถุดิบทางชีวภาพและวัตถุดิบอื่น ๆ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมทางยุทธศาสตร์ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงความสะดวกในการเข้าถึงของทุกบริษัทน้ำมัน เพื่อส่งเสริมให้ตลาดการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืนเป็นไปอย่างเสรี สนับสนุนผู้ผลิตน้ำมันอากาศยานทุกราย พร้อมขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตน้ำมันอากาศแบบยั่งยืนของภูมิภาค 

ทั้งนี้ ด้วยประสบการณ์การตรวจสอบคุณภาพน้ำมันอากาศยานของบาฟส์ ทำให้สายการบินจากทั่วทุกมุมโลกมั่นใจได้ว่าน้ำมันที่ บาฟส์ ให้บริการเป็นน้ำมันอากาศยานที่มีคุณภาพในระดับมาตรฐานสากล นอกจากนี้ บุคลากรของบาฟส์ ได้ผ่านการรับรองจากองค์กร ISCC จึงมีความพร้อมสำหรับบทบาทหน้าที่ในการตรวจสอบและรับรองคุณภาพ SAF ให้ตรงตามมาตรฐานสากล ทั้งการตรวจสอบความสอดคล้องด้านความยั่งยืนของวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต และปริมาณคาร์บอนที่ลดลงตามกรอบมาตรฐานด้านความยั่งยืน

การลงนามความร่วมมือระหว่าง EA และ BAFS เป็นก้าวสำคัญในการยกระดับอุตสาหกรรม การบินที่ไร้มลพิษ ช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในอุตสาหกรรมการบิน และส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้ให้กับประเทศ เเละเป็นเเรงผลักดันขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จ ในธุรกิจของประเทศให้เติบโตบนหลัก Sustainability Business ตลอดจนทำให้ประเทศไทยก้าวสู่เป้าหมาย Net Zero ได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น สร้างสมดุลทางสภาพแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคมของประเทศไทยให้แข็งเเกร่ง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top