Monday, 10 August 2026
Hard News Team

‘อัครเดช’ จี้ให้หาความจริง ‘สารแคดเมียม’ มีเท่าไร-อยู่ที่ไหน หวั่นฟุ้งกระจาย ย้ำ!! ต้องรอบคอบ-รัดกุม เพื่อความปลอดภัยของปชช.

(6 เม.ย. 67) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการตรวจพบสารแคดเมียมในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร ว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้ามาสอบสวนให้เกิดความกระจ่างใน 2 ประเด็นคือ 1.จะจัดการกับสารแคดเมียมที่เหลืออยู่อย่างไร เพราะมีการแจ้งว่าขออนุญาตขนมา 15,000 ตัน แต่วันที่เจ้าหน้าที่กรมโรงงานอุตสาหกรรมและอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาครเข้ามาชี้แจงต่อกมธ.แจ้งว่าพบมีกากแร่แคดเมียมประมาณหมื่นกว่าตัน ส่วนเมื่อวันที่ 6 เม.ย. กระทรวงอุตสาหกรรม บอกพบกากแร่ดังกล่าวแค่2,000กว่าตัน ทั้งในตัวอาคารและนอกอาคาร ดังนั้น เบื้องต้นต้องสรุปให้ได้ก่อนว่าระยะเวลานี้ผ่านมา 5-6 เดือนขนมากี่ตันแน่ และยังเหลืออยู่กี่ตัน ต้องบอกตัวเลขที่แท้จริงกับประชาชนให้ได้ก่อนเพื่อให้หายสงสัย

นายอัครเดช กล่าวว่า ต้องสอบสวนให้เกิดความชัดเจนเวลานี้สารแคดเมียมกระจายไปที่ไหนบ้าง และมีบางส่วนตามกลับมาแล้วหลังมีการเข้าไปตรวจสอบพบว่ามีการย้ายไปโรงงานอื่น แล้วตามกลับมา ตรงนี้เป็นปัญหาแน่นอน เพราะไม่อย่างนั้นจะไม่ทราบว่ากระจายไปที่ไหนบ้างจะได้จัดการกับกากแร่เหล่านั้นได้ถูกต้อง ที่สำคัญต้องมีการสืบสวนสอบสวนว่ามีการนำไปหลอมหรือไม่ตรงนี้ถือเป็นเรื่องอันตรายมาก เพราะ กระบวนการหลอมโลหะจะทำให้เกิดไอของสารแคดเมียม ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อพี่น้องประชาชนได้

ประเด็นที่ 2 เรื่องการขนย้ายต้องไม่โลกสวยการออกคำสั่งทางปกครอง ให้ขนย้ายแล้วเสร็จภายใน7วันในทางปฏิบัติทำได้หรือไม่ สารแคดเมียมเป็นสารอันตราย การขนย้ายต้องมีการวางแผนเตรียมการอย่างดี ทราบล่าสุดพบถุงบรรจุกากแคดเมี่ยมบางถุงที่กองเก็บนอกอาคารมีการชำรุดและเกิดการรั่วออกมาของกากแคดเมี่ยมบางส่วน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าโลกสวยต้องไปดูว่าในทางปฏิบัติจะควบคุมในการขนย้ายอย่างไรให้เกิดความปลอดภัยกับประชาชน ต้นทาง ระหว่างทาง และปลายทางได้ทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่หรือยัง เพราะสารแคดเมียมอันตรายมากเป็นสารก่อมะเร็งระหว่างขนย้ายมีการฟุ้งกระจายหรือมีน้ำฝนมาชะล้างก็ล้วนอันตราย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้ามาแก้ปัญหาอย่างรอบคอบรัดกุมเพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับประชาชนมากที่สุด

ประเด็นที่ 3 ต้องเร่งหาคนทำผิดมาลงโทษให้ได้ถือว่าสำคัญมาก เพราะในEIA ระบุชัดกากเเคดเมียมเหล่านี้ไม่สามารถขนย้ายได้ แต่กลับมีการขนย้ายทั้งที่กฎหมายไม่อนุญาต เรื่องนี้กมธ.จะติดตามอย่างใกล้ชิด ติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เพื่อให้เกิดความรวดเร็ว ปลอดภัยสร้างความเข้าใจกับประชาชน

“กรรมาธิการจะตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง ไม่ได้ต้องการให้เกิดความตื่นตระหนก แต่ต้องการสร้างความตระหนัก ให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเข้าไปจัดการปัญหาอย่างจริงจัง ถ้าส่วนราชการบางหน่วยงานให้ความร่วมมือกับกมธ.อย่างจริงจังตั้งแต่แรกปัญหาคงจัดการได้ตั้งนานแล้ว แต่ที่ผ่านมาส่วนราชการก็เป็นอุปสรรคเสียเอง ในการสอบหาข้อเท็จจริงของกรรมาธิการอุตสาหกรรม เพิ่งมาให้ข้อมูลที่ชัดเจนเมื่อวันที่ 3 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งล่าช้าไปมาก ดังนั้นส่วนราชการต้องตื่นตัวในการเข้ามาแก้ไขปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบรุนแรงต่อพี่น้องประชาชนให้มากกว่านี้ การที่ส่วนราชการทำงานล่าช้าทำให้ประชาชนตกใจเพราะข่าวที่ออกมาไม่ชัดเจน จึงมีคำถามจากประชาชนมากมาย”นายอัครเดชกล่าว

นายอัครเดช กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้หน่วยงานเกี่ยวข้องออกมาชี้แจงให้ประชาชนเข้าใจ ทำไมไม่ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ แต่ประกาศเป็นเขตควบคุม มีความแตกต่างกันอย่างไร กมธ.ไม่ได้สนใจจะประกาศแบบไหน แต่ขอให้การแก้ปัญหาที่มีผลกระทบต่อประชาชนต้องมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และคุ้มครองสิทธิของประชาชนที่ได้รับผลกระทบทั้งในปัจจุบันและอนาคต การไม่ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติจะกระทบต่อสิทธิของประชาชนในอนาคตหรือไม่ถ้าประชาชนเกิดเจ็บป่วยขึ้นมาในภายภาคหน้า แล้วจะเรียกร้องจากใคร นี่ก็เป็นคำถามที่ประชาชนฝากถามมา

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 17 เมษายน กมธ.ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงอีกครั้ง ช่วงนี้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดำเนินการอย่างเร่งด่วน หวังว่าจะได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนที่จะมาชี้แจงต่อกมธ.เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับสาธารณชนร่วมกัน และขอขอบคุณนายกรัฐมนตรี และทุกภาคส่วนที่ได้ลงไปแก้ปัญหาให้ประชาชน

‘อนุทิน’ ชี้ ต้องจำกัดความ ‘ระบอบทักษิณ’ คืออะไร หากทำให้ ปชช. ‘มีความสุข-มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น’ ก็โอเค

(6 เม.ย. 67) ที่พรรคภูมิใจไทย(ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณี นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาเคลื่อนไหวมีการประเมินว่าการเมืองจะกลับไปเหมือนเดิมหรือไม่ว่า ต้องคิดว่าการเมืองเป็นเรื่องของทุกคน การขับเคลื่อน การเคลื่อนไหวทางการเมือง ของใครก็ตาม ถ้าเราเป็นประชาชนที่สนใจการเมือง และมีประสบการณ์ เราสามารถใช้ประสบการณ์ของเราให้คำแนะนำต่อฝ่ายการเมืองไปคิดพิจารณาได้ ซึ่งนายทักษิณก็ทำบทบาทแต่เพียงเท่านี้ คือการให้คำแนะนำประสบการณ์ของคนเป็นนายกฯที่ได้รับความนิยมอย่างเป็นมาก และประสบการณ์ของคนที่ประสบความสำเร็จในชีวิต ทั้งเรื่องครอบครัว การประกอบธุรกิจ สิ่งเหล่านี้ไม่ควรให้หายไปกับคนคนนั้น ควรเอาประสบการณ์เหล่านี้มาเล่าให้กับคนรุ่นลูกรุ่นหลาน 

“นายทักษิณ ไม่สามารถที่จะสั่งการรัฐบาลในทางการเมืองได้ เพราะมีกฎหมายมีรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ แต่สิ่งที่ท่านได้พูดออกมาเท่าที่ผมติดตาม คือเรื่องการแชร์ประสบการณ์ เหมือนกับผมทุกวันนี้ที่แชร์ประสบการณ์ให้กับกก.บห.พรรคภูมิใจไทย ว่าสมัยก่อนเจอแบบนี้จะทำอย่างไร หรือว่าเวลาตอบโต้ จะต้องตอบโต้ในจังหวะจะโคนอย่างไร ส่วนคนที่รับผิดชอบพรรคในยุคนี้จะทำหรือไม่ทำ ท่านจะรับฟังหรือไม่รับฟังก็เป็นเรื่องของท่าน ดังนั้นถ้าคิดแบบนี้ก็เป็นความสบายใจ คนที่ได้ประโยชน์ก็คือประชาชน” นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามว่า มีคนเป็นห่วงว่าระบอบทักษิณจะกลับมาฟื้นคืนชีพหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ต้องจำกัดความก่อนว่าระบอบทักษิณคืออะไร ถ้าระบอบทักษิณเป็นระบอบที่ทำให้พี่น้องประชาชนเกิดความสุข เกิดความสะดวก มีคุณภาพชีวิตที่ดีมากยิ่งขึ้น ก็ถือว่าเป็นระบอบที่โอเค 

“แต่วันนี้เรื่องของปัจเจกบุคคลไม่มีแล้ว เพราะวันนี้เป็นองคาพยพของรัฐบาลผสมที่มีความชัดเจนว่าไม่ใช่ระบอบใดระบอบหนึ่ง แต่เป็นการทำงานร่วมกันภายใต้การนำกับนายกฯ ดังนั้น จึงมีความชัดเจนว่าเราทำงานขับเคลื่อนเป็นนโยบายของรัฐบาล

เมื่อถามว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ประกาศว่าจะนำพรรคเพื่อไทยชนะศึกเลือกตั้งครั้งหน้า นายอนุทิน กล่าวว่า ทุกพรรคก็ต้องพยายามชนะใจประชาชน เหมือนเล่นกีฬาเวลาแข่งขันเล่นกอล์ฟเราก็อยากชนะ แต่ต้องอยู่ในเกม ถ้าอยู่ในเกมก็ไม่มีปัญหา ถือว่าเป็นการแข่งขันเอาศักยภาพ เอาฝีมือของตัวเองออกมา แล้วประชาชนเป็นคนตัดสินใจ ต่อให้เราสมหวังหรือไม่สมหวังถ้าเราได้ใช้ศักยภาพของเราอย่างเต็มที่แล้ว และประชาชนตัดสินใจแล้ว ต้องถือว่าเราไม่มีความเสียใจหรือว่าเคียดแค้นใด ๆ

‘ประชาธิปัตย์’ จัดใหญ่เนื่องในโอกาส ก่อตั้งพรรคครบรอบ 78 ปี ‘เฉลิมชัย’ ลั่น พร้อม ‘ปรับตัว-เปลี่ยนแปลง’ สื่อสารให้ถึงประชาชน

(6 เม.ย. 67) พรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) จัดงานเนื่องในโอกาสวันก่อตั้งพรรคครบรอบ 78 ปี ย่างเข้าสู่ปีที่ 79 โดยในช่วงเช้าจัดพิธี 3 ศาสนา โดยเริ่มจากพิธีทางศาสนาอิสลาม จากนั้นทำพิธีพราหมณ์เพื่อบวงสรวงพระแม่ธรณีบีบมวยผม ที่เป็นสัญลักษณ์ของพรรค ต่อด้วยการประกอบพิธีทางศาสนาพุทธ โดยทางพรรคได้นิมนต์สมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี หรือ 'สมเด็จธงชัย' ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยาราม กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เป็นองค์ประธานเจริญพระพุทธมนต์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศภายในงานยังคงคึกคักเช่นปีที่ผ่าน ๆ มา มีแกนนำพรรคเข้าร่วมงาน อาทิ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรค นายเดชอิศม์ ขาวทอง เลขาธิการพรรค นายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ อดีตหัวหน้าพรรค นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ นายสุทัศน์ เงินหมื่น นายอลงกรณ์ พลบุตร นายนริศ ขำนุรักษ์ นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ นายราเมศ รัตนะเชวง เป็นต้น รวมถึงบรรดาสส.ปัจจุบัน อดีต สส. ตลอดจนสมาชิกพรรคที่เดินทางมาจากทั่วทั้งประเทศ

นอกจากนั้นยังมีบรรดาศิษย์เก่า ของพรรค ได้เดินทางมาร่วมอวยพรและให้กำลังใจ อาทิ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ นายดวงฤทธิ์ เบ็ญจาธิกุล ชัยรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ นายอันวาร์ สาและ อดีตสส.ปัตตานี สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี อดีตรองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า เป็นต้น

อีกยังมีตัวแทนจากพรรคภูมิใจไทย นำแจกันดอกไม้มาร่วมอวยพรด้วย นำโดยนายไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ และเลขาธิการพรรค นายภราดรปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง รองหัวหน้าพรรค และน.ส.แนน บุณยธิดา สมชัย สส.อุบลราชธานี และโฆษกพรรค ตัวแทนจากพรรคพลังประชารัฐ นำโดยนายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคฯ และยังมีนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ รวมเอกอัครราชทูต สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว มาร่วมอวยพรด้วย

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคปชป. ให้สัมภาษณ์เนื่องในโอกาสพรรคปชป. เข้าสู่ปีที่ 79 ว่า สิ่งที่เปลี่ยนแปลงลำดับแรกเลยการมีประสบการณ์เพิ่มมากขึ้นอีก 1 ปี พูดได้เต็มปากว่าพรรคของเราเป็นสถาบันทางการเมืองอยู่คู่กับประเทศไทยไปอีกนาน จึงต้องปรับตัว และอีกสิ่งหนึ่งที่เห็นชัดเจนที่สุด คือความสดใส ที่สำคัญ พรรคตั้งศูนย์เทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการสื่อสาร ซึ่งถือว่าหัวใจของการเปลี่ยนแปลง และเป็นการเปิดโลกให้ปชป. ในแง่การสื่อสารถึงประชาชน นำเสนอสิ่งต่าง ๆ ถึงสังคม

เมื่อถามว่าจะมีศิษย์เก่ากลับเข้าพรรค นายเฉลิมชัย กล่าวว่า ขอให้รอดูที่การประชุมใหญ่พรรคปชป. ช่วงปลายเดือนเม.ย.นี้ ในการแก้ไขข้อบังคับพรรค เพื่อเปิดกว้างให้กับคนรุ่นใหม่ พร้อมสร้างความมั่นใจว่าพรรคจะก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง

ถามถึงการปรับครม. ที่ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวพรรคปชป. จะเข้าร่วมรัฐบาล นายเฉลิมชัย กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องถามนายเศรษฐา ทวีสิน นายกฯและรมว.คลัง เพราะเป็นอำนาจของท่าน และก็ควรต้องบอกให้ชัดเจนว่าใครพูดกับใคร ที่ไหน ไม่เช่นนั้นพรรคปชป.เสียหาย ถ้าไม่ใช่อย่าพูด การพูดในสิ่งที่ไม่ชัดเจน ไม่ดีกับทุกฝ่าย

ถามย้ำว่าอาจมีสมาชิกของพรรคแอบไปพูดคุยหรือไม่ หัวหน้าพรรคปชป. กล่าวว่า ไม่ทราบ แต่ตนไม่เคยคุยเรื่องร่วมรัฐบาล ปชป.มีหลักเกณฑ์ ข้อบังคับ ตนพูดตลอดว่านักการเมืองมีการพูดคุยกันตามปกติ แต่ต้องไปดูที่เนื้อหาสาระว่าคุยอะไร ยืนยันพรรคไม่คุยเรื่องร่วมรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่าถ้ารัฐบาลต้องการให้ร่วมรัฐบาล ทางปชป.มีเงื่อนไขหรือไม่ว่าต้องได้กระทรวงใดบ้าง นายเฉลิมชัย กล่าวว่า มันมีกระบวนการที่จะพิจารณามากกว่าที่จะมานั่งคุยกัน ตกลงกัน คิดว่าต้องเข้าสู่กระบวนการของพรรคก่อน ถึงจะพิจารณาว่าจะทำอย่างไรต่อไป

เมื่อถามว่ากระบวนการปล่อยข่าวร่วมรัฐบาล เป็นการดิสเครดิตพรรคหรือไม่ นายเฉลิมชัย กล่าวว่า มั่นใจไม่ใช่คนปชป.เป็นคนปล่อยแน่นอน ส่วนจะปล่อยเพื่อดิสเครดิตหรือไม่นั้น ต้องคิดดู ปชป.ก้าวข้ามการเมืองน้ำเน่าแบบนี้นานแล้ว ลองไปคิดดูเรื่องจังหวะที่ออกข่าว แล้วมีคนออกมาพูด มีการรับลูกกัน ใครควรจะเป็นคนปล่อย

‘ภูมิใจไทย’ จัดทำบุญใหญ่ครบรอบ 16 ปี บรรยากาศคึกคัก ‘พรรครัฐบาล-ฝ่ายค้าน’ ร่วมยินดี ‘อนุทิน’ ขอทำงานเพื่อ ‘บ้านเมือง-ประชาชน’

(6 เม.ย. 67) ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ถนนพหลโยธิน จัดพิธีทำบุญพรรคภูมิใจไทยก้าวสู่ปีที่ 16 โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน พร้อมด้วยนายไชยชนก ชิดชอบ สส.บุรีรัมย์ เลขาธิการพรรค คณะกรรมการบริหารพรรค (กห.บห.) รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และสมาชิกพรรค เข้าร่วมพิธีทางศาสนาพุทธ ถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสงฆ์ โดยมีพระเทพวิสุทธิกวี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศราชวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์

จากนั้นมีการประกอบพิธีทางศาสนาอิสลาม นำโดย อิหม่ามสนั่น (ดาวุต) โตสมบูรณ์ อิหม่ามประจำมัสยิดเราะห์มาตุ้ลอิสลาม แขวงหนองบอน เขตประเวศ กทม. พร้อมด้วยผู้นำศาสนาจากมัสยิดต่าง ๆ ในเขตสวนหลวง กทม. รวม 10 ท่าน เพื่อขอพรจากพระผู้เป็นเจ้าทรงประทานพรอันประเสริฐให้พรรคภูมิใจไทยเจริญรุ่งเรือง และสมาชิกทุกท่านมีความสุขความประสบความสำเร็จในการทำหน้าผู้แทน และเป็นที่พึ่งของประชาชน ช่วยกันพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวต่อไป

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ เวลา 07.00 น. นายอนุทิน พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรค และ สส.พรรค ภท. ได้เดินทางไปวางพานพุ่มดอกไม้ถวายราชสักการะปฐมบรมราชานุสรณ์ เนื่องในวันจักรี เพื่อระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช และมหาจักรีบรมราชวงศ์ ณ บริเวณปฐมบรมราชานุสรณ์ สะพานพระพุทธยอดฟ้า

สำหรับงาน 'ก้าวสู่ปีที่ 16' พรรคภูมิใจไทยในวันนี้ มีตัวแทนพรรคการเมืองนำกระเช้า และแจกันดอกไม้มาร่วมแสดงความยินดี อาทิ พรรคเพื่อไทย ได้แก่ น.ส.จิราพร สินธุไพร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รองหัวหน้าพรรค นายดนุพร ปุณณกันต์ โฆษกพรรค น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล รองโฆษกพรรค และนายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์ รองโฆษกพรรค พรรคชาติพัฒนากล้า ได้แก่ นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรค

ขณะที่ พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) นำโดย นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และนายนิกร จำนง ผู้อำนวยการพรรคชาติไทยพัฒนา โดยนายวราวุธได้มอบช่อดอกไม้และกล่าวอวยพรว่า พรรคภูมิใจไทยที่เป็นหนึ่งในพรรคหลักของพรรครัฐบาล พรรคชาติไทยพัฒนาขอเป็นกำลังใจ และขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ดลบันดาลให้รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย มีกำลังกาย กำลังใจ และกำลังทรัพย์ เป็นเสาหลักให้กับน้องๆ เพื่อนฝูง ญาติสนิท มิตรสหาย และเป็นเสาหลักให้กับการเมืองไทยตลอดไปตราบนานเท่านานขอให้ประสบความสำเร็จและได้ยิ่งใหญ่ไปนาน ๆ

ขณะนายอนุทินกล่าวตอบว่า ขอบคุณพรรคชาติไทยพัฒนาที่ร่วมทุกข์ ร่วมสุขกันมาตลอด 5 ปี และในปีนี้ก็ถือว่าเป็นปีที่ 6 และขอให้ทำงานให้กับบ้านเมืองและประชาชนไปด้วยกัน และจะเป็นลมใต้ปีก เพื่อให้ทุกคนปฏิบัติภารกิจได้สำเร็จไปด้วยกัน พร้อมกล่าวถึงนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกฯ ที่มียุทธศาสตร์การบริหารที่ดี เชื่อว่าลูกมังกรไม่มีทางเป็นงูดิน แต่จะเป็นกิเลนที่พร้อมไปด้วยกัน

ต่อมา พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) มีนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วยนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ และนายชัชวาลล์ คงอุดม สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ เข้ามาร่วมแสดงความยินดี

ขณะที่ พรรคซีกฝ่ายค้านมี พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นำโดย นายนริศ ขำนุรักษ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อดีต รมช.มหาดไทย พล.ต.ต.สุรินทร์ ปาลาเร่ รองหัวหน้าพรรค เป็นตัวแทนนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มอบกระเช้าดอกไม้แสดงความยินดี

ขับ ‘Mitsubishi Xpander Cross HEV’ ลุย ‘บางแสนโทชิน’ สัมผัสบรรยากาศ ‘แดนอาทิตย์อุทัย’ ที่อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

(6 เม.ย.67) วันหยุดสุดสัปดาห์ ในบรรยากาศ ที่แสนจะร้อนระอุแบบนี้ หลาย ๆ ท่านก็คงจะนึกถึง การไปพักผ่อนท่องเที่ยวที่ต่างจังหวัด และหน้าร้อนเดือนเมษายน แบบนี้ สถานที่สุดฮิตก็คงจะหนีไม่พ้น การไปเล่นน้ำที่ทะเล

ทรายสวย น้ำทะเลใส อยู่ไม่ไกลจาก กรุงเทพฯ ‘หาดบางแสน’ ก็คงจะตอบโจทย์นี้ได้ดี!!

วันนี้ THE STATES TIMES จะขอพาทุกท่าน ขับรถ  Mitsubishi Xpander Cross HEV รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ MPVรุ่นใหม่ล่าสุดจากค่าย มิตซูบิชิ ไปเที่ยวที่บางแสน โดยจะขอนำเสนอ ไอเทมลับ กับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ในบางแสน ที่คุณอาจจะยังไม่รู้

‘บางแสนโทชิน’ ที่นี่เป็นแหล่งร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งเพิ่งจะเปิดใหม่ไปเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วนี่เอง ภายในเต็มไปด้วยร้านอาหารทั้งคาว-หวาน คาเฟ่ ขนม และเครื่องดื่มให้เลือกเพียบ และที่สำคัญ มีมุมสวย ๆ เอาไว้ถ่ายรูปเล่นอีกเพียบ ยิ่งถ้าแต่งตัวมาให้เข้ากับธีมสถานที่ด้วยแล้ว รูปที่ได้ขอบอกเลยว่า สวยมาก ๆ

อีกหนึ่งเมนูเด็ด ดับร้อน ที่ตอนนี้มีจำหน่ายที่นี่ นั่นก็คือ ‘น้ำมะยงชิดปั่น’ ซึ่งจะมีขายในเฉพาะช่วงนี้เท่านั้น เพราะมะยงชิดนั้น เป็นผลไม้หายาก ซึ่งจะออกลูกออกผลตามฤดูกาลเท่านั้น และมันก็ออกมาได้จังหวะพอดี ตรงกับช่วงนี้ ที่ประเทศไทยร้อนถึงร้อนมาก การมาที่นี่แล้วได้ ดูดน้ำมะยงชิดปั่น เรียกได้ว่า คุ้มค่าการมาเที่ยวจริง ๆ ท่านใดที่อยากจะมาลองชิม สามารถมาได้ทุกวัน  ตั้งแต่เวลา 10.00-24.00 น.

จากการที่ได้ มาเที่ยวที่นี่ บอกได้เลยว่าใกล้มาก ระยะทางจากกรุงเทพฯ ก็ประมาณ 100 กว่ากิโลเมตร ใช้เวลาก็ประมาณชั่วโมงกว่า ๆ ขับรถในระยะทางที่ใกล้ แต่ได้สัมผัสกับบรรยากาศกลิ่นอายแบบญี่ปุ่น คือถ้าเผลองีบหลับไปในรถ ตื่นมาอีกที อาจจะคิดว่า นั่งรถมาถึงประเทศญี่ปุ่นเลยก็ได้

และด้วยฟีลลิ่งในการขับรถ Mitsubishi Xpander Cross HEV ที่มีสมรรถนะดี ทำให้ขับได้อย่างสบายไม่เหนื่อย ไม่เมื่อยล้า ภายในห้องโดยสารนั้น ก็มีการเก็บเสียงที่ดีมาก ทำให้ได้สัมผัสกับความเงียบสงบ เป็นส่วนตัว ในขณะที่ขับรถอยู่บนท้องถนน และรถคันนี้ ก็มีโหมดการขับขี่มาให้ทั้งหมด 7 รูปแบบ ซึ่งทั้ง 7 โหมดนี้ ผ่านการออกแบบ และทดสอบมากมาย หลายขั้นตอน เพื่อจะปรับจูนให้เหมาะสมกับถนนในประเทศไทยโดยเฉพาะ ซึ่งการเปลี่ยนโหมดนั้น ก็สามารถทำได้ทันทีโดยไม่ต้องจอดรถเพื่อเปลี่ยนโหมด ไม่มีความยุ่งยากใด ๆ ทั้งสิ้น แต่โดยความคิดเห็นส่วนตัวแล้ว คิดว่าโหมด normal ซึ่งจะขึ้นมาให้อัตโนมัติในทุกครั้งที่สตาร์ตเครื่อง ก็เป็นโหมดที่ดีที่สุดอยู่แล้ว โดยที่เราไม่ต้องปรับเปลี่ยนใด ๆ เลย เจ้ารถคันนี้มันฉลาดมาก เรามีหน้าที่แค่เพียงขับให้ปลอดภัยเท่านั้น ส่วนเรื่องอื่น ๆ ระบบคอมพิวเตอร์ไฟฟ้าของรถ มันจะคิดให้เราเอง ทำให้เราเพลิดเพลินไปกับการขับรถได้อย่างสบายใจ และถึงจุดหมายปลายทางได้อย่างปลอดภัย

‘ปรเมษฐ์ ภู่โต’ สื่อมวลชนอาวุโส โพสต์ข้อความ เนื่องในวันจักรี ย้ำ!! น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ‘พระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรี’

(6 เม.ย. 67) นายปรเมษฐ์ ภู่โต ผู้ดำเนินรายการ ‘ถึงแก่น Live’ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า...

นั่งคิดอยู่นานว่าจะโพสต์เนื้อหา อะไรเนื่องในวันจักรี 6 เมษายน 2567 นอกจาก คำว่าน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ผู้ทรงสถาปนาราชวงศ์จักรี และกรุงรัตนโกสินทร์

ถ้าเป็นเมื่อก่อน เมื่อครั้งยังคิดว่าตัวเองเป็น 'ฝ่ายก้าวหน้า' และ 'คิดจะพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดิน' การพูดถึงวันจักรี ก็จะมีชุดข้อมูลอีกแบบ ซึ่งก็ไม่ได้มีหลักฐานอะไรมายืนยัน มีแต่เรื่องเล่าต่อ ๆ กันมา ของรุ่นพี่ ของรุ่นพี่อีกทีจนมาถึงรุ่นเรา

แต่เมื่อเรา เติบโตขึ้น อ่านมากขึ้น เรียนรู้มากขึ้น เข้าใจ สิ่งที่เรียกว่า 'บริบททางประวัติศาสตร์ ' มากขึ้น เราจึงเห็นว่า การสร้างบ้านเมืองให้มั่นคงเป็นปึกแผ่นนั้นสำคัญมาก ทั้งต่อคนในยุคนั้น และส่งต่อมาถึงยุคหลัง ความมั่นคงปึกแผ่นของบ้านเมือง คือพื้นฐานสำคัญที่สุดของการพัฒนาบ้านเมืองในทุก ๆ ด้าน ประเทศจีนกว่าจะมายิ่งใหญ่ทุกวันนี้ ก็ต้องผ่านการรวมแผ่นดิน จาก 3 ก๊กมาเป็นหนึ่งเดียว

สหรัฐอเมริกานั้นก็ผ่านสงครามระหว่างฝ่ายเหนือฝ่ายใต้ กว่าจะมาเป็นมหาอำนาจคับโลก
ในขณะที่ชาติอาหรับ หลายประเทศผู้คนล้วนเป็นเผ่าพันธุ์เดียวกัน แต่ถูกมหาอำนาจ แบ่งซอยเป็นประเทศเล็กประเทศน้อย แล้วขายอาวุธให้รบกันเองจนถึงทุกวันนี้

ประเทศที่ไม่มีเอกภาพ ผู้คน และดินแดน แตกเป็นเสี่ยง ๆ ยากที่จะพัฒนาให้เข้มแข็ง ชีวิตของผู้คนในประเทศนั้นก็ยากจะมีความสุข 

กล่าวโดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับตัวเองบ้าง เทือกเถาเหล่ากอผมนั้นฝ่ายพ่อ เป็นคน"เชื้อชาติจาม" หรือ 'แขกจาม' อยู่ในดินแดนที่เป็นประเทศกัมพูชาปัจจุบันโดนกวาดต้อนมา และมามีบทบาทในประวัติศาสตร์ไทยในฐานะ นักรบ 'กองอาสาจาม' มีปรากฏหลักฐานว่าได้ร่วมเป็นกำลังสำคัญในหลายสมรภูมิ ( ทางฝ่ายแม่นั้นฟังว่า ก็มีเชื้อสายมอญ ) ชุมชนที่เกิดและเติบโตในกทม.คือชุมชนบ้านครัวนั้นก็ได้รับพระราชทานที่ดินจากพระมหากษัตริย์ในอดีต ก็อยู่เย็นเป็นสุขเรื่อยมา ไม่ได้มีข้อจำกัดใด ๆ ในเรื่องศาสนา ส่วนจะรวยจะจน ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละคนดำเนินชีวิตกันเอง เอาแค่ว่า การได้เกิดและเติบโตในผืนแผ่นดินที่ชื่อประเทศไทย ที่ในหลวงรัชกาลที่ 1ได้ทรงสร้างให้เป็นปึกแผ่น ก็ถือว่าโชคดีขนาดไหนแล้ว

ผมลองคิดเล่น ๆ ว่าหาก บรรพบุรุษของผมไม่ได้มาอยู่เมืองไทย ไม่แน่ว่าคนรุ่นพ่อผม อาจถูกพวก 'ฝ่ายก้าวหน้า' ของกัมพูชา หรือเขมรแดง ในยุค พล พต จับไปทำนารวม หรือไม่ก็คงโดนฆ่าตายแบบที่คนกัมพูชาเป็นล้าน ๆ คนโดนก็เป็นได้ 

หรือมาถึงยุคผม คิดง่าย ๆ ที่สุดเลย คืออยู่ในประเทศนี้ภายใต้พระมหากษัตริย์ราชวงศ์จักรี แม้จะมีรัฐบาลที่เราชอบบ้าง ไม่ชอบบ้าง ก็ยังดีกว่าเป็นประชาชน ของฮุนเซน เป็นไหน ๆ
แล้วแบบนี้ จะไม่ให้ผมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านได้อย่างไร🙏🙏🙏

นักวิจัยจีน ปลูกถ่าย ‘ไตหมูดัดแปลงพันธุกรรม’ ในผู้ป่วยที่มีภาวะสมองตาย เผยเป็นทางเลือกใหม่ ให้กับผู้ป่วย ‘โรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย’

เมื่อวานนี้ (5 เม.ย.67) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า นักวิจัยจีนประกาศความสำเร็จในการปลูกถ่ายไตหมูดัดแปลงพันธุกรรมในผู้ป่วยที่มีภาวะสมองตาย ซึ่งไตดังกล่าวสามารถทำงานได้ดีในร่างกายมนุษย์เป็นระยะเวลา 9 วัน นับตั้งแต่วันผ่าตัดเมื่อวันที่ 25 มี.ค. จนถึงวันพุธ (3 เม.ย.) และความสำเร็จครั้งนี้ถือเป็นความก้าวหน้าอีกขั้นภายหลังการปลูกถ่ายตับหมูดัดแปลงพันธุกรรมในผู้ป่วยที่มีภาวะสมองตายเมื่อเดือนก่อน

การปลูกถ่ายนาน 6 ชั่วโมง 15 นาทีครั้งล่าสุดนี้ได้รับคำแนะนำจากโต้วเคอเฟิง นักวิชาการจากสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน และดำเนินการโดยทีมงานที่นำโดยฉินเว่ยจวิน แพทย์จากโรงพยาบาลซีจิงในเครือมหาวิทยาลัยการแพทย์กองทัพอากาศ ในนครซีอัน มณฑลส่านซีทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน

ฉินระบุว่าทีมงานได้ย้ายไตหมูที่ผ่านการตัดต่อยีนใส่บริเวณท้องน้อยฝั่งขวาของผู้ป่วยรายดังกล่าว โดยหลังจากถอดอุปกรณ์หนีบห้ามเลือดออก พบไตที่ปลูกถ่ายสามารถผลิตน้ำปัสสาวะได้ทันที ส่วนการอัลตราซาวนด์ระหว่างผ่าตัดเผยให้เห็นการไหลเวียนของเลือดที่ดี ซึ่งบ่งชี้ว่าไม่มีปฏิกิริยาต่อต้านอวัยวะใหม่ที่ร้ายแรง

แผนการผ่าตัดเพื่อปลูกถ่ายไตหมูดัดแปลงพันธุกรรมผ่านการพิจารณาและอนุมัติโดยคณะกรรมการด้านวิชาการและจริยธรรมต่าง ๆ และดำเนินการตามระเบียบข้อบังคับที่เกี่ยวข้องของจีนอย่างเคร่งครัด โดยครอบครัวของผู้ป่วยยินดีที่จะมีส่วนร่วมในการวิจัยข้างต้นเพื่อสนับสนุนความก้าวหน้าทางการแพทย์

การวิจัยการปลูกถ่ายข้ามสายพันธุ์ (xenotransplantation) มีความก้าวหน้าอย่างมากช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีการพัฒนาเชิงลึกในด้านเทคโนโลยีการตัดต่อยีนและภูมิคุ้มกันวิทยา และอาจกลายเป็นแนวทางที่มีประสิทธิภาพที่จะแก้ปัญหาขาดแคลนอวัยวะสำหรับการปลูกถ่าย

ฉินระบุว่าการวิจัยครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการปลูกถ่ายข้ามสายพันธุ์ในจีน ซึ่งจะปูทางสู่การวิจัยและประยุกต์ใช้การปลูกถ่ายประเภทนี้ในทางคลินิก พร้อมมอบทางเลือกใหม่ให้กับผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายในอนาคต

อนึ่ง เมื่อวันที่ 10 มี.ค. โรงพยาบาลฯ ประสบความสำเร็จในการปลูกถ่ายตับหมูดัดแปลงพันธุกรรมในผู้ป่วยที่มีภาวะสมองตายได้สำเร็จ ซึ่งสามารถทำงานได้ดีในร่างกายมนุษย์เป็นระยะเวลา 10 วัน ก่อนที่การศึกษาจะสิ้นสุดลงตามความต้องการของครอบครัวผู้ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะ

จัดโชว์ประเทศไทย ในงาน world expo ที่ญี่ปุ่น เพื่อแสดงศักยภาพ เน้นให้ทั่วโลก เข้าถึงภูมิแบบไทย ดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากร

เมื่อวานนี้ (5 เม.ย.67) เพจเฟซบุ๊ก ‘ARCHITECTS 49 LIMITED’ ได้โพสต์ข้อความ เกี่ยวกับ อาคารแสดงประเทศไทย (Thailand Pavilion World Expo 2025) ในงาน world expo 2025 ณ กรุงโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ภายใต้แนวคิดหลัก ‘ภูมิพิมาน ดินแดนแห่งภูมิคุ้มกัน’ ที่จะเชื่อมต่อชาวโลกให้เข้าถึงภูมิแบบไทย ๆ โดยได้ระบุว่า ...

‘ภูมิพิมาน ดินแดนแห่งภูมิคุ้มกัน’ Thailand Pavilion อาคารแสดงประเทศไทย ในงาน world expo 2025 

อาคารแสดงประเทศไทย (Thailand Pavilion World Expo 2025) ในงาน world expo 2025 ณ กรุงโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น ภายใต้แนวคิดหลัก ‘ภูมิพิมาน ดินแดนแห่งภูมิคุ้มกัน’ ที่จะเชื่อมต่อชาวโลกให้เข้าถึงภูมิแบบไทย ๆ ผ่านบรรยากาศของดินแดนอันอุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรและวิถีของผู้คนที่ช่วยสร้างภูมิให้คนไทยมีสุขภาพที่ดีทั้งกายและใจ เป็นการแสดงศักยภาพของประเทศตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน ที่จะทำให้ประเทศไทยเชื่อมโยงกับทั่วโลกได้อย่างแข็งแรงและยั่งยืนในอนาคต 

#ความเป็นไทยในสากล
การออกแบบสถาปัตยกรรมภายใต้แนวคิดหลักข้างต้นที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การแสดงออกถึงความเป็นไทย เน้นการใช้องค์ประกอบอ่อนช้อยที่สร้างบรรยากาศผ่อนคลายเพื่อสร้างประสบการณ์การชมนิทรรศการที่มีความรู้สึกสนุก, สบาย, ผ่อนคลายซึ่งเป็นความรู้สึกที่เป็นความทรงจำร่วมของผู้คนส่วนใหญ่เมื่อได้มาเยือนประเทศไทย

#อัตลักษณ์ศิลปสถาปัตยกรรมไทย
แนวความคิดในการออกแบบอัตลักษณ์ของสถาปัตยกรรม โดยนำองค์ประกอบของศิลปสถาปัตยกรรมไทยโบราณที่สามารถ สื่อสารความเป็นไทยได้อย่างชัดเจนและเป็นที่จดจำได้ของผู้คนทั่วโลก เช่น รูปทรงหลังคาที่มี 'จอมแห' เป็นเส้นกำกับ, การ ย่อมุมเพื่อลดหลันขนาดขององค์ประกอบ, การใช้ลวดลายจักสานของเหลวมาประกอบเพื่อแสดงถึงเชื่อมโยงของความเชื่อและภูมิปัญญาของคนไทย, การใช้สีสันและรูปแบบวัสดุแบบไทย ๆ ที่มีความละเมียดละเอียด

#จั่วในเงาสะท้อน
ตำแหน่งที่ตั้งของอาคารแสดงประเทศไทยอยู่ในโซน Connecting Lives ของผังแม่บทงาน Expo ด้วยลักษณะของแปลง ที่ตั้ง (Plot Site-A13) เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีสัดส่วนด้านหน้าแคบและลึกไปร้อยกว่าเมตรทางด้านหลัง จึงใช้เทคนิคการสะท้อนของผนังสูงให้กับตัวอาคารที่มีลักษณะเป็นครึ่งจั่วขนาบข้างผนังสูงไปตลอดแนวของแปลงที่ตั้ง เกิดเป็นภาพสะท้อนของจั่วที่สมบูรณ์ทั้งสองข้างจากมุมมองทางเข้าหลักของงาน(Main line of Flow) เพื่อเชิญชวนและนำผู้เยี่ยมชมงานเข้าสู่อาคารแสดงประเทศไทยผ่านบรรยากาศของพืชพรรณสมุนไพรตั้งแต่ลานทางเข้าสู่พื้นที่จัดแสดงนิทรรศการภายใน, พื้นที่กิจกรรมเพื่อสร้างประสบการณ์การมีส่วนร่วม(workshop), พื้นที่จำหน่ายของที่ระลึกและอาหารไทย ต่อเนื่องไปจนถึงทางออกของอาคารในด้านหลังที่มองเห็นต่อเนื่องไปยังพื้นที่สวนป่าขนาดใหญ่ใจกลางงาน (Forest of Tranquility)

#อัตลักษณ์การย่อมุมประยุกต์สัดส่วนไทย
รูปทรงหลังคาของอาคารจัดแสดงประเทศไทยมีความลาดเอียงและสูงต่ำไปตามลักษณะการใช้พื้นที่ภายใน เพื่อรองรับการ จัดแสดงของนิทรรศการและความหนาแน่นของผู้เยี่ยมชมในแต่ละพื้นที่ที่แตกต่างกันออกไป เกิดการใช้พลังงานและทรัพยากรเท่าที่จำเป็นและให้เกิดประโยชน์สูงสุด องค์ประกอบของหลังคาได้นำอัตลักษณ์การย่อมุมมาใช้ในจัดวางชิ้นส่วน วัสดุหลังคา ลดหลั่นให้ลื่นไหลทั้งในแนวยอดสู่ด้านล่างชายคาและแนวด้านหน้าสู่ด้านหลัง การประกอบของชิ้นส่วนย่อยช่วยลดทอนผืนหลังคาผืนใหญ่ของตัวอาคารให้ผู้เยี่ยมชมได้สัมผัสถึงความละเมียดละไมของศิลปสถาปัตยกรรมไทยที่ประยุกต์ใช้กับวัสดุและวิธีการก่อสร้างสมัยใหม่

#datadrivendesign
การวิเคราะห์และนำข้อมูลมาใช้ในการออกแบบเพื่อให้อาคารแสดงประเทศไทยสามารถแสดงออกซึ่งความเป็นไทยได้โดยสอดคล้องกับบริบทที่ตั้งซึ่งแตกต่างทั้งด้านภูมิประเทศและภูมิอากาศให้รองรับการใช้งานและการใช้พลังงานของอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด แสดงให้ทั่วโลกเห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยที่มีภูมิเป็นต้นทุนอันอุดมสมบูรณ์ของประเทศไทย และพร้อมที่จะเชื่อมโยงกับสังคมโลกในอนาคตหลากหลายมิติและยั่งยืน

เกิดเหตุ ‘แผ่นดินไหว’ ขนาด 4.8 ในมลรัฐ ‘นิวเจอร์ซีย์’ ความรุนแรงมากที่สุด ในรอบกว่า 200 ปี สะเทือนถึง ‘วอชิงตัน-นิวยอร์ก’

(6 เม.ย.67) จากข้อมูลการสำรวจทางธรณีวิทยาของสหรัฐฯ ระบุว่าแผ่นดินไหวขนาด 4.8 ซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนักทางตอนเหนือของมลรัฐ New Jersey เมื่อวันศุกร์ ถือเป็นแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดเป็นอันดับ 3 ที่เกิดขึ้นในมลรัฐนี้

แผ่นดินไหวช่วงเช้าวันศุกร์ยังถือเป็นแผ่นดินไหวที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 1783 หรือกว่า 240 ปีมาแล้ว แผ่นดินไหวขนาด 5.1 สองครั้งเป็นแผ่นดินไหวที่รุนแรงเพียงครั้งเดียวในมลรัฐนี้ ครั้งแรกในปี 1755 และอีกครั้งในปี 1783 ทั้งสองเกิดขึ้นก่อนที่ New Jersey จะกลายเป็นมลรัฐหนึ่งของสหรัฐอเมริกาในเดือนธันวาคม 1787 แต่เกิดขึ้นในพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ซึ่งปัจจุบันเป็นเขตแดนของมลรัฐนี้แล้ว

ข้อมูลของ สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (United States Geological Survey : USGS ระบุว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้รุนแรงเป็นอันดับ 3 ที่เกิดขึ้นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในรอบ 50 ปี และรุนแรงที่สุดเป็นอันดับ 10 ในภูมิภาคนี้ แผ่นดินไหวในมลรัฐ New Jersey และภูมิภาคนี้เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก มีแผ่นดินไหวขนาด 2.5 แมกนิจูดหรือมากกว่านั้นเกิดขึ้นเพียง 24 ครั้งในมลรัฐ New Jersey นับตั้งแต่ปี 1700

USGS ระบุว่าเกิดอาฟเตอร์ช็อกขนาด 4.0 ในมลรัฐ New Jersey ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองแกลดสโตน ของมลรัฐนี้ อาฟเตอร์ช็อกเกิดขึ้นเกือบ 8 ชั่วโมงหลังจากเกิดแผ่นดินไหวขนาด 4.8 เกิดอาฟเตอร์ช็อกมาแล้วอย่างน้อย 10 ครั้ง แม้ว่าส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วง 1.8 ถึง 2.2 แมกนิจูด 

USCG ระบุว่า แผ่นดินไหวขนาด 4.8 เขย่าอาคารต่าง ๆ ทั่วทั้งพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐฯ เมื่อเช้าวันศุกร์ โดยรู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนตั้งแต่กรุง Washington, DC ไปจนถึงมหานคร New York และมลรัฐ Maine แต่ไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือความเสียหายร้ายแรงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือหลังแผ่นดินไหวในมลรัฐ New Jersey และการคมนาคมหยุดชะงักเพียงไม่นาน และผู้คนก็สามารถกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้อีกครั้ง

สืบนครบาลรวบป๋าตือ วัย 70 ปีเจ้าของคณะเชิดสิงโตล่วงละเมิดเด็กหญิง 8 ขวบ

เสียงร้องไห้ที่ชวนขนหัวลุกในทุกค่ำคืน เสียงที่ไม่มีที่มาที่ไปเป็นเวลาหลายปี นำมาสู่การไขคดีสุดแสนสะเทือนใจไม่ใช่เรื่องอาถรรพ์ในบ้านแต่มันเป็นเสียงร้องไห้ของ 'น้องเอ' (นามสมมุติ) วัย 13 ปี ที่แอบร้องไห้ตลอดระยะเวลา 4 ปี จุดเริ่มต้นเมื่อพ.ศ.2561 ขณะนั้นน้องอายุ 8 ปี ได้ถูกป๋าตือ” ผู้เฒ่าวัย 70 ปีเจ้าของคณะเชิดสิงโตย่านดินแดงล่วงละเมิด แล้วหลบหนีไป จึงมาขอความช่วยเหลือต่อผู้การจ๋อ  พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ให้สืบสวนจับกุมตัวคนร้าย เพื่อให้ความเป็นธรรมต่อครอบครัวน้องผู้เสียหาย

เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2567 พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น., สั่งการ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น., พ.ต.ท.เอกศิษฐ์  วรกิตติ์ฐากรณ์ รอง ผกก.1 บก .สส.บช.น.  , พ.ต.ท.มาโนชย์ ทองแก้ว รอง ผกกฯ , พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.3 บก.สส.บช.น.,  , ร.ต.อ.ศิวัช ยังอุ่น รอง สว กก.4 บก .สส.บช.น. , ร.ต.อ.วรภัทร แสงเทียนประไพร รอง สว.ฯ ,  ร.ต.อ.พลวัต นาคถมยา รอง สว กก.1 บก.สส.บช.น. , ร.ต.อ.หญิง ณิชญากาญจน์ เปสลาพันธ์ รอง สว ฝอ บก.สส.บช.น.  , ร.ต.ท.เลิศวริศ เลิศวรปรีชา รอง สว.ฯ , ร.ต.ท.ณัฐวุฒิ   อันชูฤทธิ์ รอง สว.ฯ , ร.ต.ท.อนันตชัย สัจจพงษ์  รอง สว.ฯ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ สืบนครบาล ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุมตัว

นายปิ๋ว แจ่มน้อย อายุ 70 ปี อยู่บ้านเลขที่ 53/47 ซ.เทียนทะเล 28 ถ.บางขุนเทียน-ชายทะเล แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน จ.กรุงเทพฯ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ จ.1210/2567 ลงวันที่ 22 มี.ค. 67 

โดยกล่าวหาว่า “พรากเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร , กระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี , กระทำชำเราแก่เด็กอายุไม่เกิน 13 ปี และพาเด็กอายุไม่เกิน 15 ปีไปเพื่อการอนาจาร”

จับกุมตัวได้ที่ บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 810 หมู่บ้านการเคหะ ซ.นวมินทร์45 แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร

พฤติการณ์กล่าวคือ เสียงร้องไห้กระซิกเบาๆที่ชวนขนหัวลุกในทุกค่ำคืน ภายในบ้านหลังหนึ่งย่าน จ.นนทบุรี โดยหญิงวัยกลางคนผู้เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวและลูกๆที่พักอาศัยอยู่ในบ้านต่างสัมผัสได้ถึงเสียงที่ไม่มีที่มาที่ไปนี้มาเป็นเวลาหลายปี แต่ก็ไม่สามารถทราบถึงต้นตอของเสียงได้ จนกระทั่งกลางปี พ.ศ.2566 จุดเริ่มต้นของเรื่องราวแสนหดหู่ได้แดงขึ้น เมื่อบุตรสาวคนสุดท้องที่พักอยู่ในบ้านหลังนี้กับเธอได้มาพูดว่า “หนูอยากย้ายบ้าน” โดยมีใบหน้าและท่าทางที่สุดแสนจะเศร้าหมอง เธอเริ่มถามไถ่สาเหตุจากบุตรสาวจนได้ทราบว่า แท้จริงแล้วเสียงที่ชวนขนหัวลุกทุกค่ำคืนนั้นไม่ใช่เรื่องอาถรรพ์ในบ้านของเธอ แต่มันเป็นเสียงร้องไห้ของ “น้องเอ” (นามสมมุติ) บุตรสาวคฃวัย 13 ปี ของเธอที่แอบร้องไห้ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมา สัญชาตญาณผู้เป็นแม่สัมผัสได้ถึงเรื่องเลวร้าย โอบกอดผู้เป็นแม่ทำให้น้องเอพร้อมระบายความอัดอั้นกว่า 3 ชั่วโมง จุดเริ่มต้นเรื่องราวย้อนกลับไปตั้งแต่ พ.ศ.2561 ขณะนั้นน้องเออายุ 8 ปี ผู้เป็นแม่ได้พบกับความรักครั้งใหม่และมักจะเดินทางไปมาหาสู่ที่บ้านของแฟนคนใหม่ย่านดินแดง กรุงเทพฯอยู่บ่อยครั้ง ทุกครั้งแม่ก็จะพาน้องเอไปอยู่ด้วย โดยภายในบ้านฝ่ายชายนั้นดูเหมือนจะไม่มีพิษภัยใด เพราะนอกจากตัวเขาแล้วก็มีเพียงผู้เฒ่าวัยชราอีก 2 คน ที่เป็นพ่อและแม่ของฝ่ายชายพักอาศัยอยู่ในบ้านด้วย จุดเริ่มต้นของนรกบนดินได้เริ่มขึ้นเมื่อช่วงปลายปี 2561 

ขณะนั้นแม่และแฟนคนใหม่ได้ออกไปข้างนอก ภายในบ้านเหลือเพียงเธอกับผู้สูงอายุอีก 2 คน ที่ยังอยู่ในบ้าน ในวันนั้น “ป๋าตือ” ผู้เฒ่าวัย 70 ปี ได้ชักชวนเธอลงจากบ้านเพื่อไปซื้อขนม แต่เมื่อถึงบ้านชั้นล่างกลับลวงเธอเข้าไปในห้องครัวก่อนจะจับเธอถอดเสื้อผ้าแล้วลงมือข่มขืนเธอในห้องครัวอย่างรุนแรง เธอเจ็บมากแต่ก็ไม่กล้าขัดขืนเพราะตาเฒ่าได้หยิบมีดในห้องครัวมาข่มขู่ว่าหากบอกใครจะถูกฆ่า ซึ่งหลังจากวันนั้นบ้านพักที่ดินแดงนี้ก็เหมือนเป็นนรกสำหรับน้องเอ น้องถูกคนร้ายนี้ข่มขืนซ้ำแล้วซ้ำเล่าเรื่อยมาเป็นเวลากว่า 5 ปี ตั้งแต่อายุ 8 ปี 

จนถึงปัจจุบันเธออายุ 13 ปี  ไม่กล้าบอกใครเพราะคำขู่ฆ่าเป็นภาพจำ น้องเอทำได้เพียงร้องไห้เบาๆเพื่อมิให้ใครได้ยินทุกค่ำคืน มันไม่ใช่เสียงอาถรรพ์ใดๆ แต่มันเป็นเสียงของความอัดอั้นตันใจ ของเด็กสาวคนหนึ่งที่ถูกกระทำย่ำยีมาตลอด 5 ปี จากเรื่องอาถรรพ์กลายเป็นเรื่องราวที่แสนสะเทือนใจถ่ายทอดผ่านน้ำตาเด็กสาวกว่า 3 ชั่วโมง สะท้านไปทั้งหัวใจผู้เป็นแม่ พาเธอเข้าแจ้งความดำเนินคดีก่อนจะหอบข้าวของทิ้งทุกสิ่งอย่างออกจากบ้านฝ่ายชายในทันที ซึ่งล่าสุดตาเฒ่าตัณหากลับรายนี้ถูกออกหมายจับแล้ว คือ นายปิ๋ว หรือตือ อายุ 70 ปี พ่อใหญ่แห่งตระกูลดัง และยังเป็นถึงเจ้าของคณะเชิดสิงโตย่านดินแดง แต่เจ้าตัวไหวตัวทันหลบหนีขนของออกจากบ้านพักแล้วหายเข้ากลีบเมฆไปในทันที อีกทั้งเจ้าตัวยังมีเส้นสายคอยส่งซิกให้ ทำให้เจ้าตัวแคล้วคลาดรอดตัวได้จนถึงปัจจุบัน จนเรื่องนี้ถึงหูของ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. ส่งชุดสืบนครบาลลงพื้นที่ไล่ล่าในทันที แต่งานนี้ไม่ง่ายเพราะคนร้ายรู้จักการต่อต้านการสืบสวนเป็นอย่างดี ทำเอาเจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาเกือบ 2 สัปดาห์ จนกระทั่งช่วงเช้าของวันที่ 5 เม.ย. 67 ขณะที่ชุดสืบสวนนั่งแวะพักเหนื่อยในตลาดแห่งหนึ่งย่านนวมินทร์ เสมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลใจ ขณะที่ชุดสืบสวนจะจ่ายค่าอาหารได้ทำเงินเหรียญร่วมไปบนพื้น และขณะก้มเก็บได้เห็นขาของวัยรุ่นคนหนึ่งสวมเกี๊ยว (อุปกรณ์กันกระแทกของคนเชิดสิงโต) สะกิดใจให้ชุดสืบสวนสะกดรอยไป นำมาสู่การพบและจับกุมตัวคนร้ายได้ในที่สุด

ในชั้นจับกุม นายปิ๋วฯ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า “ตนเป็นคนกรุงเทพฯ โดยก่อนหลบหนีได้อาศัยอยู่ที่บ้านเช่าใกล้ศาลเจ้า ย่านดินแดง ซึ่งตนมีความคลุกคลีกับคณะแสดงเชิดสิงโตที่ศาลเจ้ามาตั้งแต่เด็ก จนช่วงอายุ 7 ขวบ ตนได้มีโอกาสได้เข้ามาเป็นเด็กฝึกหัดเชิดสิงโตที่คณะสิงโตชื่อดังและได้พัฒนาฝีมือจนได้แสดงในงานเทศกาลและงานสำคัญต่างๆเรื่อยมา จนย่างเข้าอายุ 30 ปี ตนได้เปิดคณะเชิดสิงโตเป็นของตนเอง นับแต่ก่อตั้งคณะตนได้ส่งเสียดูแลเด็กๆและคนในคณะห้าสิบกว่าชีวิตจนกระทั่งลูกชายคนโตของตนได้รู้จักกับ น.ส.บี (นามสมมติ) ซึ่งเป็นนักแสดงในคณะ (มารดาของผู้เสียหาย) และตกลงใช้ชีวิตกันฉันสามีภรรยาโดยที่ น.ส.บี ได้พา ด.ญ.เอ (นามสมติ) ซึ่งเป็นลูกสาว (ผู้เสียหาย) มาอาศัย ที่บ้านเช่าย่านดินแดงซึ่งเป็นสถานที่ที่ใช้ฝึกงานแสดงของคณะและใช้เป็นบ้านพักอาศัยของคนในครอบครัวของตน ทำให้ตนได้รู้จักกับ ด.ญ.เอ จนกระทั่งเกิดเรื่องที่ตนถูกกล่าวหาว่า ข่มขืนกระทำชำเรา ด.ญ.เอ ตนได้ทราบจากคนรู้จักว่าถูกออกหมายจับคดีอนาจารเด็ก ทำให้ตนจำเป็นต้องหนีเนื่องจากกลัวความผิด และได้ย้ายไปอยู่อาศัยกับคนรู้จักที่อยู่ในแวดวงคณะเชิดสิงโตเรื่อยมา 

จนกระทั่งล่าสุดเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2567 ตนได้ย้ายมาอยู่อาศัยกับคนรู้จักที่เป็นเจ้าของคณะเชิดสิงโตย่านลาดพร้าว ซึ่งตนได้พักอาศัยที่บ้านของคนรู้จักเป็นระยะเวลา 4 วัน ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้ในวันที่ 5 เมษายน พ.ศ.2567 เรื่องทางคดีตนเองถูกแบล็คเมล เพราะแม่ของเด็กนั้นร้ายกาจ ชอบให้ลูกของตัวเองไปอยู่ใกล้ผู้ชายแล้วไปเรียกเงินจากเขา ส่วนที่ตนเองหนีนั้นเพราะทราบว่าตนเองถูกแจ้งความและถูกออกหมายจับ ตนก็เลยหนีมาแอบที่เซฟลับที่ไม่มีใครรู้แม้กระทั่งญาติสนิทของตนเอง โดยจะตั้งหลักเพื่อรอเคลียกับทางฝ่ายเด็กผู้หญิงให้ถอนแจ้งความ”

หลังจับกุมตัว ได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ดินแดง เพื่อดำเนินคดีตามกฏหมาย

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. กล่าวว่า “เราไม่ปักใจเชื่อในคำให้การของคนร้าย ถึงแม้คนร้ายเป็นผู้ใหญ่ที่เคารพนับถือในวงคณะเชิดสิงโต ไม่มีเหตุผลใดที่เด็กสาวผู้เสียหายจะต้องโกหกอีกทั้งมีพยานหลักฐานอื่นๆยืนยันถึงการกระทำผิดของคนร้าย จึงนับว่าน่าหดหู่ใจอย่างยิ่งที่สถานที่ปลอดภัยที่สุดของเด็กๆ กลับกลายเป็น “นรกบนดิน” ที่สร้างสมฟูมฟักบาดแผลหยั่งลึกลงในใจของเด็กน้อยไปนานแสนนาน ผมขออวยพรให้น้องผู้เสียหายมีกำลังใจที่เข้มแข็งผ่านพ้นเรื่องเลวร้ายในอดีต และขอประชาสัมพันธ์ไปยังพี่น้องประชาชน ให้สอดส่องพฤติกรรมของบุตรหลานท่าน อย่าได้นิ่งดูดายเพราะพวกเขาอาจจะประสบอยู่กับเรื่องเลวร้ายเช่นนี้อยู่ก็เป็นได้ และหากทราบเบาะแสโปรดแจ้งข้อมูลมาที่เพจ “สืบนครบาล IDMB” เรามีเจ้าหน้าที่พร้อมตลอด 24 ชั่วโมง เพราะแม้ไม่ใช่คดีอุกฉกรรจ์ แต่หากเป็นเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน เราทำทันที ตามนโยบายของ พล.ต.อ. กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รรท. ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น.”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top