Monday, 8 June 2026
Hard News Team

‘นักร้องดังกัมพูชา’ ออกมาขอขมายกใหญ่ หลังเจอดราม่ากิน!! ‘พิซซ่าสัญชาติไทย’

(9 ต.ค. 68) เกิดกระแสดราม่าบนโซเชียลกัมพูชา หลังแฟนคลับพบภาพ นักร้องสาว 'ซูออส วีซ่า' และสามี ซึ่งเป็นนักร้องหนุ่มชื่อดังของประเทศ เดินทางไปรับประทานอาหารในร้าน พิซซ่าสัญชาติไทย ที่เปิดสาขาในกัมพูชา ทำให้ชาวเน็ตบางส่วนมองว่าเป็นการไม่เหมาะสม ท่ามกลางบรรยากาศความตึงเครียดทางอารมณ์ระหว่างประชาชนสองประเทศในโลกออนไลน์ช่วงนี้

หลังเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งคู่ได้ออกมาโพสต์วิดีโอขอโทษต่อแฟน ๆ และประชาชน โดยฝ่ายชายกล่าวว่า “ผมลืมตัวจริง ๆ พอเห็นซอสพริกและตัวอักษรไทยก็รีบลุกออกทันที” พร้อมชี้แจงเพิ่มเติมว่าไม่ได้ตั้งใจสนับสนุนสินค้าสัญชาติไทย แค่แวะซื้อของและเข้าร้านโดยไม่ทันคิด ส่วนซูออส วีซ่า ซึ่งขณะนี้อยู่ที่ฝรั่งเศส ก็ได้ออกแถลงการณ์ขอโทษผ่านสื่อ พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาใด ๆ ทางการเมือง

กระแสดังกล่าวกลายเป็นที่พูดถึงในโซเชียลกัมพูชาอย่างกว้างขวาง หลายคนเรียกร้องให้ลดการดราม่ากับศิลปิน และแยกเรื่องอาหารออกจากประเด็นความขัดแย้งระหว่างประเทศ ขณะที่บางส่วนยังคงแสดงความไม่พอใจต่อการเลือกใช้บริการร้านอาหารจากแบรนด์ไทยในช่วงเวลานี้

‘กัน จอมพลัง’ เดินหน้าวางตู้คอนเทนเนอร์ 60 ใบ กั้นแนวชายแดนบ้านหนองจาน 10 ต.ค. นี้

(9 ต.ค. 68) 'กัน จอมพลัง' หรือ กัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ โพสต์ประกาศผ่านเฟซบุ๊ก ระบุเตรียมนำ ตู้คอนเทนเนอร์ขนาด 6 เมตร จำนวน 60 ใบ ไปวางเป็นแนวรั้วกั้นบริเวณพื้นที่บ้านหนองจาน ในวันที่ 10 ตุลาคม เพื่อใช้ป้องกันพื้นที่ชายแดนจากฝั่งกัมพูชา พร้อมเปิดรับผู้จำหน่ายตู้ที่สามารถส่งของได้ทันภายในกำหนด

กัน จอมพลัง ระบุเพิ่มเติมว่าขณะนี้กำลังเดินทางไปตรวจสภาพตู้คอนเทนเนอร์ทั้งหมดก่อนนำเข้าพื้นที่ และจะเปิดให้ประชาชนหรือแฟนคลับ (FC) เข้ามาร่วม เขียนข้อความให้กำลังใจทหาร บนตู้คอนเทนเนอร์ในวันที่ 11 ตุลาคม เพื่อแสดงพลังสนับสนุนเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่แนวชายแดน

เจ้าตัวกล่าวยืนยันว่า ตู้คอนเทนเนอร์ที่ใช้มีความแข็งแรงมากกว่ากำแพงปูนทั่วไป พร้อมตอบโต้กระแสวิพากษ์บนโซเชียลที่ล้อเลียนว่าตู้ดังกล่าวอาจถูกฝ่ายเขมรเข้าไปอาศัยอยู่ โดยย้ำว่า “ไร้สาระมาก” และตั้งใจทำโครงการนี้เพื่อปกป้องความมั่นคงและเป็นขวัญกำลังใจให้ทหารไทยที่ประจำการในพื้นที่ชายแดนเท่านั้น

‘อรรถพล’ ติดเบรก พ.ร.บ.โซลาร์เสรี ฉบับ ‘พีระพันธุ์’ อ้างความเห็นกฤษฎีกา ชี้ซ้ำซ้อนกับกฎหมายที่มีอยู่เดิม

‘อรรถพล’ ไม่เดินหน้าต่อ 'ร่าง พ.ร.บ. โซลาร์เสรี' ของกระทรวงพลังงานยุค ‘พีระพันธุ์’ หลังกฤษฎีกาตีตก ด้วยเหตุผลมีความซ้ำซ้อนกับกฎหมายที่มีอยู่เดิม ที่เปิดให้ประชาชนสามารถติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าได้อยู่แล้ว

ประเด็น “ร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์” ที่ผลักดันในสมัยที่นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติหลักการ ไปเมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2568 แต่ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) เห็นว่ายังไม่มีความจําเป็นถึงขนาดที่จะต้องตราร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ขึ้นมาใหม่ เพราะมีความซ้ำซ้อนกับกฎหมายเดิมที่มีอยู่ รวมทั้งมาตรการหรือกลไกตามร่างกฎหมายที่เสนอก็มีความคลุมเครือ มีการใช้ดุลยพินิจอย่างกว้างขวาง ซึ่งอาจกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนเกินสมควร จึงเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาทบทวนหลักการให้ชัดเจน นั้น 

ล่าสุด นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าว เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2568 ว่า ความเห็นของทาง คณะกรรมการกฤษฎีกา ถือว่ามีเหตุผล ซึ่งกระทรวงพลังงานคงจะไม่เดินหน้าต่อในการผลักดัน ร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ดังกล่าว แต่จะใช้วิธีการเจรจากับกระทรวงที่เกี่ยวข้องในการปรับปรุงระเบียบขั้นตอนการดำเนินการติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ผลิตไฟฟ้าให้มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้นแทน โดยจะมีการนำเสนอเรื่องให้ คณะรัฐมนตรีพิจารณาทบทวนในหลักการตามความเห็นของ คณะกรรมการกฤษฎีกา 

ทั้งนี้การไม่เดินหน้าต่อ ร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์  จะไม่กระทบต่อการผลักดันโครงการโซลาร์ฟาร์มชุมชน และ โซลาร์สูบน้ำเพื่อการเกษตร ภายใต้นโยบายการสร้างรายได้ลดรายจ่ายด้านพลังงาน Quick Big Win ของรัฐบาล 

สำหรับ “ร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์” ที่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติหลักการนั้น เป็นร่างกฎหมาย ที่กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการในการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา หรือ โซลาร์รูฟท็อป สำหรับใช้เองในที่อยู่อาศัยและในสถานประกอบกิจการ โดย มีเนื้อหาสำคัญ 5 เรื่อง ได้แก่ 1. กำหนดให้มีการแจ้งการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปเพื่อใช้เองในที่อยู่อาศัยหรือสถานประกอบการ ต่ออธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน โดยไม่ต้องขออนุญาตการติดตั้งจากหน่วยงานของรัฐหลายๆ แห่งอีก

2. มีการกำกับให้ใช้ไฟฟ้าที่ผลิตได้จากโซลาร์รูฟท็อปเฉพาะในสถานที่ติดตั้งเท่านั้น 3. กำหนดหลักเกณฑ์การติดตามการจัดการซากอุปกรณ์และห้ามถอดแยกชิ้นส่วนซากอุปกรณ์ของโซลาร์รูฟท็อปหลังหมดอายุการใช้งานแล้ว ให้เป็นไปอย่างถูกต้องและปลอดภัย

4.กำหนดอำนาจและหน้าที่ของเจ้าพนักงานเพื่อตรวจสอบและติดตามการติดตั้งอุปกรณ์ระบบพลังงานแสงอาทิตย์ และ

5.มีบทลงโทษสำหรับการกระทำอันเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ. ฉบับนี้

ในขณะที่ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ซึ่งเป็นผู้ผลักดันร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ได้เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจของพรรครวมไทยสร้างชาติ แสดงความไม่เห็นด้วยต่อความเห็นของ คณะกรรมการกฤษฎีกา เพราะการยกร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว จะช่วยให้การติดตั้งโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตไฟฟ้า ดำเนินการได้ภายใต้กฎหมายฉบับเดียวจากเดิมที่ต้องไปขออนุญาตกับหลายหน่วยงาน โดยยืนยันว่าเป็นกฎหมายที่ไม่ซ้ำซ้อนกับกฎหมายที่มีอยู่เดิม เพราะปัจจุบันประเทศไทย ยังไม่มีกฎหมายเกี่ยวกับการส่งเสริมการใช้พลังงานแสงอาทิตย์เป็นการเฉพาะ

นอกจากนี้ นายพีระพันธุ์ ยังเห็นว่า ร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ไม่ได้เป็นการเพิ่มภาระให้กับประชาชน อย่างที่คณะกรรมการกฤษฎีกาให้ความเห็น แต่กลับให้สิทธิและโอกาส ประชาชนเข้าถึงการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ได้มากขึ้น สะดวก และรวดเร็วขึ้น

(สุรินทร์) กอ.รมน.จังหวัดสุรินทร์ กระทำพิธีรับ–ส่งหน้าที่ และมอบการบังคับบัญชา รอง  ผอ.รมน. จังหวัดสุรินทร์ (ท.)

(9 ต.ค. 68) ที่ห้องประชุม กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุรินทร์ ศาลากลางใหม่ ชั้น4 จังหวัดสุรินทร์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุรินทร์ กระทำพิธีรับ–ส่งหน้าที่ และมอบการบังคับบัญชา รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุรินทร์(ท.) ระหว่าง พลตรี จิตรกร จันทร์สว่าง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 29 ส่งมอบการบังคับบัญชาให้แก่ พันเอก อัครสิทธิ์ ปะกิระตา รองผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25(1) ณ สำนักงานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุรินทร์ กระทำพิธีรับ–ส่งหน้าที่ และมอบการบังคับบัญชา รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุรินทร์(ท.) 

โดยกระทำพิธีลงนามเอกสารรับ – ส่งหน้าที่ ทั้งนี้ พลตรี จิตรกร จันทร์สว่าง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 29 ได้กล่าวขอบคุณกำลังพลทุกนายที่ได้ร่วมมือ ร่วมใจในทำงานร่วมกันเป็นอย่างดีมาโดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จนทำให้ภารกิจที่ได้รับมอบหมายสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี มีความรักความผูกพันธ์กับกำลังพลและหน่วย ได้เห็นถึงความจริงใจ มุ่งมั่น ทุ่มเทในการปฏิบัติงาน ซึ่งความรู้สึกเช่นนี้จะดำรงอยู่ในจิตใจตลอดไป อย่างไรก็ตาม ขอให้กำลังพลทุกนายมุ่งมั่น ทุ่มเท เสียสละ ปฏิบัติงานด้วยความซื่อสัตย์ เช่นนี้ตลอดไป สำหรับ พันเอก อัครสิทธิ์  ปะกิระตา รองผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุรินทร์(ท.) ท่านใหม่ หลังเสร็จพิธีรับ – ส่งหน้าที่ ได้ประชุมกำลังพลสังกัด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดสุรินทร์ เพื่อมอบนโยบายในการปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ 2569 โดยผลการประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ จัดโครงการอุปสมบทหมู่ ณ ดินแดนพุทธภูมิ อุทิศถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต และวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2568

เมื่อวันที่ (7 ต.ค. 68) เวลา 14.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มอบหมายให้ พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล เป็นประธานพิธีปลงผม และมอบเครื่องอัฐบริขาร โครงการอุปสมบทหมู่ข้าราชการตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 45 นาย เพื่อน้อมอุทิศถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันสวรรคต และวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม 2568 ณ สโมรสรตำรวจ แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร 

พล.ต.ท.ชัยต์พจนฯ กล่าวว่า การจัดโครงการอุปสมบทหมู่ในครั้งนี้เป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยตลอดระยะเวลา 70 ปีแห่งการครองราชย์ พระองค์ทรงอุทิศพระวรกายเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่พสกนิกรทั่วประเทศ ผ่านโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ กว่า 5,000 โครงการ ทั้งด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ สิ่งแวดล้อม เกษตรกรรม และการส่งเสริมสันติภาพ ซึ่งได้รับการยกย่องในระดับนานาชาติ เช่น “รางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์” จากโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) ในปี พ.ศ.2549 นอกจากนี้ ข้าราชการตำรวจผู้อุปสมบทจะได้มีโอกาสศึกษา ปฏิบัติธรรมในพระพุทธศาสนา อันเป็นการส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม

ผู้เข้าร่วมโครงการได้เริ่มประพฤติปฏิบัติธรรม น้อมจิตภาวนาถวายเป็นพระราชกุศล ตั้งแต่วันที่ 12 สิงหาคม 2568 เป็นต้นมา เพื่อเป็นบุญให้เกิดขึ้นแก่ตนเอง หมู่คณะ และองค์กร และในวันที่ 9 – 23 ตุลาคม 2568 ผู้เข้าร่วมโครงการฯ จะเดินทางไปยังดินแดนพุทธภูมิ ประเทศอินเดีย และประเทศเนปาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะได้ไปปฏิบัติธรรมยัง 4 สังเวชนียสถาน ได้แก่ สถานที่เนื่องด้วยการประสูติ (ลุมพินีวัน), สถานที่เนื่องด้วยการตรัสรู้ (พุทธคยา), สถานที่เนื่องด้วยการปฐมเทศนา (สารนาถ) และสถานที่เนื่องด้วยการปรินิพพาน (กุสินารา)

ทั้งนี้ เพื่อเป็นบุญเป็นกุศลแก่ตนเอง ครอบครัว หมู่คณะ องค์กร ประเทศชาติ และพระพุทธศาสนา สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอเชิญชวนข้าราชการตำรวจและประชาชนทุกหมู่เหล่า ร่วมอนุโมทนาบุญในโครงการอุปสมบทหมู่ข้าราชการตำรวจ ณ ดินแดนพุทธภูมิ ครั้งนี้ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

'ทูตจีน' เข้าพบ 'สีหศักดิ์' หารือแบบทวิภาคี พร้อมยืนยันไม่ได้ส่งอาวุธให้กัมพูชายิงไทย

(9 ต.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก กระทรวงการต่างประเทศ Ministry of Foreign Affairs of the Kingdo รายงานว่า เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เชิญนายจาง เจี้ยนเว่ย์ เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย มาพบหารือเกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย - จีน และแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ไทย - กัมพูชา รัฐมนตรีฯ ขอบคุณที่จีนมีบทบาทสร้างสรรค์ในความพยายามคลี่คลายสถานการณ์ไทย - กัมพูชา โดยสนับสนุนให้ไทยและกัมพูชาพูดคุยหาทางออกร่วมกันอย่างสันติผ่านกลไกทวิภาคี ขณะเดียวกัน ได้แสดงความห่วงกังวลต่อรายงานข่าวว่า จีนได้ส่งอาวุธไปสนับสนุนกัมพูชาก่อนจะเกิดการปะทะไม่นาน ซึ่งอาจสร้างความเข้าใจผิดให้แก่สาธารณชน 

เอกอัครราชทูตฯ ยืนยันท่าทีที่เป็นกลางของจีน และการยึดมั่นในนโยบายการไม่ส่งอาวุธให้คู่ขัดแย้ง ซึ่งจีนปฏิบัติมาโดยตลอด ส่วนเรื่องที่ปรากฏเป็นข่าว คือ ความร่วมมือในการป้องกันประเทศตามปกติที่มีอยู่แล้ว โดยหลังจากการปะทะ จีนก็ไม่เคยสนับสนุนอาวุธให้ฝ่ายกัมพูชาเพื่อโจมตีไทย ทั้งนี้ จีนหวังว่า ไทยและกัมพูชาจะแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างสันติผ่านกลไกทวิภาคี โดยจีนพร้อมมีบทบาทที่สร้างสรรค์และสนับสนุนการดำเนินการของอาเซียนในเรื่องนี้

อนึ่ง ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือเกี่ยวกับภาพรวมความสัมพันธ์ไทย - จีน และยืนยันความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนความร่วมมือในทุกระดับและทุกกรอบความร่วมมือ เพื่อให้ความสัมพันธ์ไทย - จีนแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นและสร้างความผาสุกให้แก่ประชาชนทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2568 ซึ่งเป็นปีครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย - จีน 

‘ชาวเกาะพะงัน’ เรียกร้องหน่วยงานตรวจสอบ อิสราเอลกว้านซื้อที่ดิน!! สร้างผลกระทบต่อชุมชน

(9 ต.ค. 68) เพจเฟซบุ๊กรายหนึ่งซึ่งอ้างว่าเป็นสื่อท้องถิ่นโพสต์คลิปเสียงและข้อความเรียกร้องให้ชุมชนเกาะพะงันร่วมแลกเปลี่ยนปัญหาการตั้งถิ่นฐานของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกรณีที่ผู้โพสต์อ้างว่ามีชาวอิสราเอลกลุ่มหนึ่งย้ายมาอยู่จำนวนมากจนส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและทรัพยากรของเกาะ เช่น การซื้อที่ดินผ่านนอมินี การก่อสร้างผิดกฎหมาย และการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมใกล้อุทยานแห่งชาติ ทั้งหมดเป็นข้อกล่าวหาในโพสต์ที่ผู้เขียนเรียกร้องให้ชุมชนร่วมแสดงความคิดเห็นผ่านแบบฟอร์มสำรวจความคิดเห็นเพื่อหาทางออกร่วมกัน

โดยชาวบ้านและผู้โพสต์ระบุปัญหาหลายด้านทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม เช่น ราคาที่อยู่อาศัยและค่าเช่าที่เพิ่มสูงขึ้น ความไม่สะดวกในการใช้พื้นที่สาธารณะ พฤติกรรมการอยู่อาศัยที่ขัดกับกฎระเบียบท้องถิ่น รวมถึงความกังวลว่าเม็ดเงินบางส่วนอาจไม่กลับสู่ชุมชนไทยโดยตรง 

ด้านผลกระทบต่อการท่องเที่ยว ผู้โพสต์เตือนว่าเหตุการณ์นี้อาจทำให้กลุ่มนักท่องเที่ยวบางชาติเริ่มถอนตัวและไม่กลับมาท่องเที่ยว ส่งผลต่อรายได้ของผู้ประกอบการท้องถิ่นในระยะยาว ขณะที่ผู้ประกอบการบางรายอาจได้ประโยชน์ในระยะสั้น แต่ชุมชนต้องการแนวทางจัดการที่รักษาวัฒนธรรม ทรัพยากร และความเป็นอยู่ของคนบนเกาะให้ยั่งยืน เช่น การเข้มงวดเรื่องการอนุญาตใช้ที่ดิน ระบบภาษี และการบังคับใช้กฎหมายอสังหาริมทรัพย์

ขณะที่ เพจ Phuket Times ภูเก็ตไทม์ โพสต์ว่า ‘ภูเก็ต’ หมดกันท่องเที่ยว ‘อิสราเอล’ เปิดเพจขายแพ็กเกจทัวร์ให้ชาติเดียวกันเอง โฆษณากันฉ่ำในโชเชียลทุกช่องทาง 

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องใน 'วันนวมินทรมหาราช'

(9 ต.ค. 68) เวลา 08.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) เป็นประธานกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันนวมินทรมหาราช 13 ตุลาคม โดยมี คุณกนกวรรณ พันธุ์เพ็ชร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ, รอง ผบ.ตร., จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.), ผู้ช่วย ผบ.ตร., รอง จตช., คณะสมาคมแม่บ้านตำรวจ พร้อมด้วยข้าราชการตำรวจ เข้าร่วมในพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน ณ อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

กิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณฯ ประกอบด้วย พิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน อุทิศถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และพิธีวางพวงมาลาฯ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระราชจริยวัตรอันงดงาม และพระราชกรณียกิจอันยิ่งใหญ่ที่พระองค์ได้ทรงบำเพ็ญเพื่อพสกนิกรตลอดพระชนม์ชีพ 

ทั้งนี้ วันที่ 13 ตุลาคม เป็นวันคล้ายวันสวรรคตของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์ไทยรัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้กำหนดชื่อวันดังกล่าวตามที่ได้ขอพระราชทานชื่อจากพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ได้ประทานชื่อเพื่อประกอบพระบรมราชวินิจฉัยมาด้วย โดยใช้ชื่อว่า "วันนวมินทรมหาราช" แปลว่า วันที่ระลึกถึงพระมหาราชรัชกาลที่ 9 ผู้ยิ่งใหญ่ ซึ่งเป็นวันสำคัญอีกหนึ่งวันที่ประชาชนชาวไทยจะได้น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทยทั่วประเทศ

ป.ป.ช. เผย ‘พีระพันธุ์’ แจงข้อกล่าวหาคดีแจกถุงยังชีพแล้ว คาดใช้เวลาสรุปสำนวนไม่นาน ยันไม่เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด

นายสุรพงษ์ อินทรถาวร รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยความคืบหน้าคดีการแจกถุงยังชีพของนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ว่า ปัจจุบันคณะกรรมการไต่สวนได้มีการแจ้งข้อกล่าวหานายพีระพันธุ์แล้วทางไปรษณีย์ โดยนายพีระพันธ์ ได้รับทราบข้อกล่าวหา และได้มีการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหากลับมายังคณะกรรมการไต่สวนแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา คำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาดังกล่าว ซึ่งการดำเนินการคาดว่าจะใช้เวลาไม่นานนักในการพิจารณาสรุปสำนวนคดี

ทั้งนี้ การดำเนินการของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นการดำเนินกระบวนการตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด และพิจารณาตามพยานหลักฐาน โดยมิได้กระทำเพื่อประโยชน์ของฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด

9 ตุลาคม พ.ศ. 2538 ‘ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช’ นายกรัฐมนตรี คนที่ 13 ของไทย ถึงแก่อสัญกรรม สิริรวมอายุ 84 ปี

วันที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2538 ศาสตราจารย์ พลตรี หม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 13 ของประเทศไทย ถึงแก่อสัญกรรมด้วยโรคเบาหวาน ความดัน โรคหัวใจ สิริรวมอายุ 84 ปี ท่านเป็นบุคคลผู้ทรงคุณวุฒิรอบด้าน ทั้งนักเขียน นักคิด นักการเมือง และศิลปิน ผู้ฝากผลงานระดับตำนานไว้ให้คนไทยมากมาย อาทิ สี่แผ่นดิน, หลายชีวิต, ไผ่แดง, มอม และ สามก๊กฉบับนายทุน

หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ เกิดเมื่อวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2454 ในเรือกลางแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นโอรสของพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าคำรบ และหม่อมแดง บุนนาค ทรงได้รับพระราชทานนามจากสมเด็จพระศรีพัชรินทรา บรมราชินีนาถ ด้วยเหตุที่ร้องไห้เสียงดังในวัยทารก จึงได้ชื่อว่า “คึกฤทธิ์” ท่านเป็นผู้ก่อตั้งหนังสือพิมพ์ สยามรัฐ และพรรคกิจสังคม ซึ่งต่อมาได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปี พ.ศ. 2518

ชีวิตของหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์เต็มไปด้วยสีสัน ท่านเคยร่วมแสดงในภาพยนตร์ The Ugly American (1963) คู่กับมาร์ลอน แบรนโด (Marlon Brando) และเป็นที่รู้จักในฉายา “ซือแป๋ซอยสวนพลู” หรือ “เสาหลักประชาธิปไตย” ด้วยความกล้าพูด กล้าวิจารณ์ และยืนหยัดเพื่อบ้านเมือง หลังถึงแก่อสัญกรรมในปี 2538 กระทรวงวัฒนธรรมได้เสนอชื่อท่านต่อองค์การยูเนสโกในปี 2550 ให้เป็น “บุคคลสำคัญของโลก” เพื่อเชิดชูเกียรติผลงานอันเป็นคุณูปการต่อประเทศไทยและวงวรรณกรรมโลก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top