Wednesday, 12 August 2026
Hard News Team

รอง ผบ.ทร. ตรวจเยี่ยมและติดตามความก้าวหน้างานซ่อมบำรุง เพื่อดำรงความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจของกองทัพเรือ

รองผู้บัญชาการทหารเรือ ตรวจเยี่ยมและติดตามความก้าวหน้างานซ่อมบำรุงตามแผน เพื่อให้การดูแลยุทโธปกรณ์ของกองทัพเรือ เป็นไปด้วยความเอาใจใส่ของกำลังพลทุกระดับ และดำรงความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจของกองทัพเรือ

วันที่ 17 มิ.ย.67 พล.ร.อ.สุวิน แจ้งยอดสุข รองผู้บัญชาการทหารเรือ ในฐานะประธานกรรมการอำนวยการซ่อมบำรุงและปรับปรุงยุทโธปกรณ์ของกองทัพเรือ (ประธาน อซป.) พร้อมคณะเดินทางตรวจเยี่ยมและติดตามความก้าวหน้างานตามแผนซ่อมทำเรือ ในพื้นที่สัตหีบ ณ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช กรมอู่ทหารเรือ  และการปฏิบัติในการซ่อมบำรุงตามแผน (PMS) ของ ร.ล.ภูมิพลอดุลยเดช , กองพันรักษาฝั่งที่ 12 หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง และกองพันรถสะเทินน้ำสะเทินบก กองพลนาวิกโยธิน หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

ในการนี้ รองผู้บัญชาการทหารเรือ ได้กล่าวกำชับต่อกำลังพลที่รับผิดชอบในการซ่อมบำรุงตามแผนว่า “การเดินทางมาตรวจเยี่ยมในวันนี้ เพื่อรับทราบปัญหา อุปสรรค ข้อขัดข้อง ที่แท้จริง ด้วยความใกล้ชิด เพื่อหาทางช่วยแก้ไขปัญหาเหล่านั้นในระดับนโยบาย“ พร้อมกับเน้นย้ำกำลังพลประจำเรือว่า ”การดูแลเอาใจใส่ และความละเอียดรอบคอบในการซ่อมบำรุงให้เป็นไปตามแผน ซึ่งจะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เรือมีความพร้อมในการปฏิบัติภารกิจ " ทั้งนี้ หากมีอุปสรรค ข้อขัดข้องประการใด ฝ่ายต่างๆ ใน อซป. พร้อมให้ความช่วยเหลือและช่วยแก้ปัญหาอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ คณะกรรมการ อซป. มีหน้าที่ในการกำหนดนโยบาย อำนวยการ กำกับดูแล ให้ข้อเสนอแนะ พิจารณาความสอดคล้องของโครงการ/แผนงาน การปรับปรุง และการใช้งานของยุทโธปกรณ์ของกองทัพเรือ กำหนดแนวทางการซ่อมบำรุงแบบบูรณาการ มุ่งเน้นความสำเร็จในภาพรวม พัฒนาปรับปรุงการซ่อมบำรุงระดับหน่วยผู้ใช้ ให้เหมาะสมทันสมัย ใช้ระบบการส่งกำลังบำรุงรวม (ILS) ของเรือที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ตลอดจนติดตามความก้าวหน้าและประเมินผล เพื่อให้ยุทโธปกรณ์พร้อมปฏิบัติตามภารกิจที่กองทัพเรือ ได้รับมอบหมาย

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี ชลบุรี 0[09535645

#เทิดทูนสถาบัน_ยึดมั่นระเบียบวินัย_ประชาชนภูมิใจ_ทะเลไทยมั่นคง 
#Fitforthefuture

นักเรียนสนใจเข้าเยี่ยมชม เรือพระราชพิธี เกือบ 400 คน ตามที่คณะกรรมการจัดเตรียมความพร้อมขบวนเรือพระราชพิธี

กองทัพเรือ เชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ รวมทั้งนักเรียน นักศึกษา ประชาชน เข้าเยี่ยมชมเรือพระราชพิธี โดยขอเชิญเข้าชมเรือพระราชพิธี ที่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเรือพระราชพิธี กรมศิลปากร (เรือพระที่นั่ง 4 ลำ และเรือรูปสัตว์ 4 ลำ)  และการฝึกฝีพาย ณ บ่อเรือแผนกเรือราชพิธี กองเรือเล็ก กรมการขนส่งทหารเรือ ซึ่งอยู่ใกล้กันนั้น      

ในวันนี้ 17 มิย.67 มีนักเรียน จากโรงเรียนสตรีวัดระฆัง จำนวน 80 คน โรงเรียนมัธยมวัดดุสิตาราม จำนวน 200 คน โรงเรียนวัดกัลยาณมิตร จำนวน 100 คน เข้าเยี่ยมชมเรือพระราชพิธีและการฝึกฝีพาย 

ทั้งนี้ นักเรียนให้ความสนใจและบันทึกภาพเป็นที่ระลึกกันอย่างครึกครื้น

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี ชลบุรี 0909535645

18 มิถุนายน พ.ศ. 2507 ‘มหาวิทยาลัยเชียงใหม่’ เปิดสอนวันแรก มหาวิทยาลัยส่วนภูมิภาคแห่งแรกของไทย

วันนี้เมื่อปี พ.ศ. 2507  มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเรียนวันแรก โดยมี 3 คณะเริ่มต้น ได้แก่ มนุษยศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสังคมศาสตร์ เป็นมหาวิทยาลัยในส่วนภูมิภาคแห่งแรกของประเทศไทย

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกที่ทางราชการจัดตั้งขึ้นในส่วนภูมิภาคของประเทศไทย ตามโครงการพัฒนาการศึกษาในส่วนภูมิภาค พ.ศ. 2501 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตั้งอยู่ ณ ดินแดนล้านนา อันเป็นแหล่งสะสมวัฒนธรรมอันล้ำค่ามานานกว่า 700 ปี มีสภาพภูมิประเทศงดงามท่ามกลางสภาพแวดล้อมอันเป็นธรรมชาติ บริเวณเชิงดอยสุเทพ ต.สุเทพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

นับตั้งแต่มีการเรียกร้องให้ขยายการศึกษาระดับอุดมศึกษาออกสู่ภูมิภาค โดยขอให้รัฐบาลจัดตั้งมหาวิทยาลัยขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 ในที่สุดการเรียกร้องก็สัมฤทธิ์ผลก่อให้เกิดความภูมิใจและดีใจเป็นอย่างยิ่งแก่ชาวล้านนา

วันที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2503 คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติให้จัดตั้งมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ขึ้น โดยกำหนดให้เปิดสอนในปีการศึกษา 2507 และให้กระทรวงศึกษาธิการ โดยมี ม.ล.ปิ่น มาลากุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินการเตรียมการจัดตั้ง

วันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2507 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พ.ศ. 2507 ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 81 ตอนที่ 7 ลงวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2507 ซึ่งมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

วันที่ 18 มิถุนายน พ.ศ. 2507 วันเปิดเรียนวันแรกของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

วันที่ 24 มกราคม พ.ศ. 2508 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดมหาวิทยาลัยเชียงใหม่อย่างเป็นทางการ

วันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2551 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ปรับเปลี่ยนสถานภาพเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ

‘อนุทิน’ โต้ ‘พรรณิการ์’ ไม่พลิกขั้วการเมือง ย้ำ!! ‘รัฐบาล-พรรคร่วม’ ทุกฝ่ายสามัคคีกันดี

(17 มิ.ย.67) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ได้ส่งข้อความทางแอปพลิเคชัน WhatsApp ไปหา นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี โดยขอให้หายป่วยเร็ว ๆ ซึ่งนายกฯ ตอบกลับมาว่า เจอกันวันพุธที่ 19 มิ.ย. 67 ตนก็คาดว่าคงเจอกันในสภาฯ ซึ่งมีการประชุมร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ 2568

เมื่อถามว่ามองสถานการณ์การเมืองอย่างไร หลังน.ส.พรรณิการ์ วาณิช แกนนำคณะก้าวหน้า พูดว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าหรือหากมีเหตุเปลี่ยนแปลงทางการเมืองมีความเป็นไปได้ในการจับมือกับพรรคภูมิใจไทย มากกว่าพรรคเพื่อไทยนั้น นายอนุทิน กล่าวว่า “มันไม่มีการเปลี่ยนขั้วหรอกครับ รัฐบาลชุดนี้ก็ยังมีความเข้มแข็ง มีเสียงสนับสนุน 300 กว่าเสียง การทำงานมีความสามัคคีกันดี สนับสนุนซึ่งกันและกันทุกฝ่าย”

ทั้งนี้ จะมีการวิเคราะห์อย่างไร เนื่องจากพรุ่งนี้มีการพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญ และอัยการสูงสุด จะมีผลต่อรัฐบาลหรือไม่ นายอนุทิน  กล่าวว่า "รัฐบาลทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดิน บริหารประเทศ ส่วนเรื่องตัวบุคคล หรือสถาบันอื่น เราไปก้าวก่ายไม่ได้ ซึ่งการบริหารราชการแผ่นดิน มันมี if และ then เมื่อมีอะไรเกิดขึ้นก็แล้วแต่ รัฐบาลก็ต้องอยู่ได้อยู่ตลอด ไม่ให้มีการเกิดอุปสรรคใด ๆ ทำให้ประเทศอยู่ในความสงบ "

เมื่อถามย้ำ ได้มีการวิเคราะห์หรือไม่ หากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินเรื่องการเลือก สว. ขัดรัฐธรรมนูญ จะมีผลอย่างไรต่อการเมือง นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่มี เพราะเราไม่ใช่คนตัดสินเอง และเราต้องไม่ก้าวก่ายหน่วยงาน หรือสถาบันอื่น ๆ ดังนั้นสิ่งที่ต้องทำคือ ทำวันนี้ให้ดีที่สุด รวมถึงแผนที่ตั้งใจให้มันเกิดประสบเป้าหมาย เกิดผลสำเร็จให้ได้ รัฐบาลก็ต้องทำเช่นนี้เหมือนกัน

'สุริฏฐ์ปรียา-นรบดินทร์' คว้าแชมป์กอล์ฟ Super 6 'ดิทโต้ คลาสสิค 2024'   ตีตั๋วสู่ 'Yonex Junior Golf Championship 2024' เดือนสิงหาคมนี้

'บริษัท เดอะ เจ็นซ์ จำกัด' ร่วมกับ 'บริษัท ดิทโต้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)' เดินหน้าคัดเยาวชนลุยญี่ปุ่น ต่อในสนามที่ 5 กับรายการ 'ดิทโต้ คลาสสิค 2024' Super 6 Match Play หนึ่งในรายการที่เก็บสะสมคะแนนของ Junior Golf Scoreboard แข่งขันระหว่างวันที่ 15-16 มิถุนายน 2567 ที่สนามเทรชเชอร์ ฮิลล์ กอล์ฟ คลับ จ.ชลบุรี โดยในสนามนี้เป็นการแข่งขันแบบแมตช์เพลย์ รอบละ 6 หลุม (Super 6) เพื่อชิงตั๋วแข่งญี่ปุ่น 2 ใบสุดท้าย (ชาย 1-หญิง 1) ที่คว้าแชมป์ Super 6 Match Play ในสนามนี้ เพื่อเป็นตัวแทนไปแข่งขัน Yonex Junior Golf Championship 2024 เดือนสิงหาคม 2567

(17 มิ.ย.67) นายดาว์ปกรณ์ รัตนสุวรรณ (ที่ 4 จากขวา) ประธานจัดการแข่งขัน 'ช้าง-เจ็นซ์ กอล์ฟ ทัวร์' ให้เกียรติมอบรางวัลและร่วมแสดงความยินดีกับแชมป์กอล์ฟ Super 6 Match Play ในการแข่งขันรายการ 'ดิทโต้ คลาสสิค 2024' ที่เทรชเชอร์ ฮิลล์ กอล์ฟ คลับ จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. 2567

สำหรับการเล่น Super 6 Match Play วันสุดท้าย เป็นแข่งรอบละ 6 หลุม จำนวน 3 รอบ รวม 18 หลุม เพื่อจัดอันดับผู้ชนะเลิศตั้งแต่ลำดับที่ 1 จนถึงลำดับที่ 8 

เริ่มจากรอบ 16 คนสุดท้าย ในประเภทชาย ปัญญาภัทร์ ขันติยู พบ ธรรมมาวุธ งามเหลา, นรบดินทร์ แสวงดี พบ ภูมิกิตติ์ พิชยเสาวภาคย์, ณภัทร ไชยพานิช พบ ณัฐวีณ์ ประทีปเสน และ อิทธิ์ชพัฒน์ บัณฑิตมหากุล พบ รัฐวิชญ์ รัฐชัยอนันต์ 

ส่วนประเภทหญิง เขมมินทรา งามเหลา พบ ณพจิรา ลือศรัทธา, วิชญาดา แรมเมือง พบ ภัสธนมนท์ สุทธิรักษ์พงศ์, สุริฏฐ์ปรียา พฤกษานุบาล พบ ศรัณรัตน์ เลิศกังวาลไกล และณัทชารีย์ คุณปสุต พบ สุธันยา โกมลเกษรักษ์   

ทั้งนี้ คู่ชิงชนะเลิศ ประเภทหญิง เป็น สุริฏฐ์ปรียา พฤกษานุบาล และ เขมมินทรา งามเหลา จบ 6 หลุมในรอบสุดท้าย ด้วยการเสมอกัน ต้องตัดสินด้วยการเพลย์ออฟ 1 หลุม หลังจบเพลย์ออฟยังคงเสมอกัน จึงต้องตัดสินหาผู้ชนะด้วยการ Shoot Out โดยใช้วิธีพัตต์ ปรากฏว่า สุริฏฐ์ปรียา พัตต์ลากยาวลงหลุมคว้าแชมป์ในประเภทหญิงไปครอง

ส่วน คู่ชิงชนะเลิศ ประเภทชาย เป็น นรบดินทร์ แสวงดี กับ  อิทธิ์ชพัฒน์ บัณฑิตมหากุล รอบ 6 หลุมสุดท้าย เป็น นรบดินทร์ อาศัยความนิ่งเบียดชนะไป 1 อัพ คว้าแชมป์ประเภทชาย     

นอกจากนี้ นักกอล์ฟที่คว้าตั๋วแข่งขันรายการ Yonex Junior Golf Championship 2024 อีก 2 ใบ ได้แก่ อิทธิ์ชพัฒน์ บัณฑิตมหากุล และ เขมมินทรา งามเหลา (เนื่องจากนรบดินทร์ แสวงดี และสุริฏฐ์ปรียา พฤกษานุบาล ได้สิทธิ์ไปในสนามก่อนหน้านี้แล้ว)

สำหรับรายการต่อไปจะเป็นการแข่งขันเก็บคะแนนสะสมรายการที่ 6 'บางจาก แชมเปี้ยนชิพ 2024' ซึ่งเป็นรายการที่มีการเก็บคะแนนสะสมของ World Amateur Ranking แข่งขันระหว่างวันที่ 12-14 กรกฎาคม 2567 ที่สนามกบินทร์บุรี สปอร์ต คลับ จ.ปราจีนบุรี 

ผู้ปกครองและนักกอล์ฟที่สนใจเข้าร่วมแข่งขันสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Official Line : @genzgolf หรือโทร. 065-696-2229
 

‘ซาอุฯ’ ร้อนจัด!! อุณหภูมิพุ่งสูงเกิน 46 องศา คร่าชีวิต ‘19 ผู้แสวงบุญ’ ขณะเข้าร่วม ‘พิธีฮัจญ์’

(17 มิ.ย. 67) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ผู้แสวงบุญจากหลายประเทศทั่วโลกรวมกว่า 1,800,000 คน กำลังประกอบพิธีฮัจญ์ ที่ซาอุดิอาระเบีย ทั้งนี้พิธีฮัจญ์ ถือเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์ของชาวมุสลิม และเป็นพิธีที่มีการรวมตัวกันครั้งใหญ่ที่สุดในโลก มีรายงานออกมาว่าพบมีผู้เสียชีวิตแล้ว 19 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวจอร์แดน โดยรัฐบาลจอร์แดนได้ออกแถลงการณ์แล้วว่า สาเหตุของผู้เสียชีวิตนั้นมาจาก ‘โรคลมแดด’ ส่วนอิหร่านมีรายงานว่า พลเมืองเสียชีวิต 5 คน ระหว่างทำพิธีแต่ไม่ได้ระบุสาเหตุการเสียชีวิต

ศูนย์อุตุนิยมแห่งชาติของซาอุดีอาระเบีย ประกาศแจ้งว่า อุณหภูมิเฉลี่ยในช่วงประกอบพิธีฮัจญ์ปีนี้ที่เมืองเมกกะและเมดินา สูงกว่าปกติ 1.5-2 องศาเซลเซียส และตั้งแต่เริ่มทำพิธีมามีผู้ล้มป่วยจากอากาศร้อนจำนวนมาก แม้ว่ามีการจัดตั้งพื้นที่ควบคุมอุณหภูมิ แจกจ่ายน้ำดื่มและตั้งศูนย์พยาบาลเพิ่มขึ้นแล้วก็ตาม โดยในช่วงหลายปีมานี้มักเกิดจากอากาศร้อนจัด สัปดาห์นี้ที่ซาอุดีอาระเบียมีอุณหภูมิสูงสุดเกิน 46 องศาเซลเซียส เป็นอุปสรรคอย่างมากต่อการทำพิธีกลางแจ้ง

‘บิล เกตส์’ ทุ่ม ‘หลายพันล้านเหรียญ’ หนุนโรงไฟฟ้านิวเคลียร์  รับมือ AI ดูดไฟสูง-รถอีวีพุ่ง คาดปฏิกรณ์ใหม่เสร็จปี 2573

(17 มิ.ย.67) สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานอ้างคำกล่าวของ ‘บิล เกตส์’ ว่า มหาเศรษฐีรายนี้พร้อมที่จะทุ่มเงิน ‘หลายพันล้านดอลลาร์’ ลงในโครงการ ‘โรงไฟฟ้านิวเคลียร์รุ่นใหม่’ ของสตาร์ตอัป TerraPower ซึ่งก่อตั้งโดย บิล เกตส์ เองในรัฐไวโอมิงของสหรัฐฯ เพื่อรองรับความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น

เหตุผลที่ตั้งใจลงทุนเงินสูงระดับหลายพันล้านเช่นนี้ เกตส์เล่าว่า ผู้คนต้องการนวัตกรรมที่ทำให้ได้ไฟฟ้าที่ถูกกว่า และสะอาดกว่าในเวลาเดียวกัน ‘พลังงานนิวเคลียร์’ จึงเข้ามาตอบโจทย์ โดยที่ไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วย ซึ่งดาตาเซนเตอร์ปัญญาประดิษฐ์ที่ Microsoft จะสร้างขึ้น คาดว่าจะเพิ่มภาระการใช้ไฟฟ้ามากถึง 10% ในสหรัฐฯ

อีกทั้งยังมีการเพิ่มขึ้นของสิ่งต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ และรถบัสไฟฟ้า ไปจนถึงปั๊มความร้อนไฟฟ้าเพื่อทำความร้อนในบ้าน ความต้องการไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก และตอนนี้ ดาตาเซนเตอร์เหล่านี้ก็ยิ่งทำให้ความต้องการเพิ่มขึ้นไปอีก ดังนั้น บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ จึงกำลังมองหาแนวทางที่จะช่วยให้ศูนย์ข้อมูลรองรับความต้องการ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ด้วยเหตุนี้ บิล เกตส์จึงต้องขยายแหล่งพลังงานไฟฟ้า เพื่อรองรับการขยายตัวของ AI ที่ Microsoft เข้าลงทุนและเพื่อตอบโจทย์ปัญหาโลกร้อน

บิล เกตส์ ชี้ให้เห็นว่า โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของเขาที่เป็นประโยชน์นี้ ได้รับการสนับสนุนจากทั้งสองพรรคของสหรัฐฯ (เดโมแครตและรีพับลิกัน) ในขณะที่พรรคเดโมแครตเห็นคุณค่าในแหล่งพลังงานสะอาด ส่วนพรรครีพับลิกันให้ความสนใจในเรื่องความมั่นคงด้านพลังงาน

สำหรับ TerraPower ได้สำรวจวิธีการสร้างเครื่องปฏิกรณ์ที่ง่ายขึ้น และราคาถูกลงตั้งแต่ปี 2551 และคาดว่าจะสร้างเครื่องปฏิกรณ์ใหม่เสร็จในปี 2573

“ผมลงทุนไปแล้วกว่าพันล้านดอลลาร์ และผมก็พร้อมที่จะทุ่มเงินอีกหลายพันล้าน” บิล เกตส์ กล่าว

บิล เกตส์ กล่าวว่า อันที่จริงโรงไฟฟ้าของ TerraPower ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ถูกคาดว่าจะดำเนินการได้ในปี 2571 แต่เนื่องจากต้องอาศัยเชื้อเพลิงจากรัสเซีย ซึ่งถูกฝั่งตะวันตกคว่ำบาตรในขณะนี้ กำหนดการที่จะเปิดใช้งานได้จึงล่าช้าออกไป

สำหรับโรงไฟฟ้าของ TerraPower ใช้โซเดียมเหลวแทนน้ำเป็นสารระบายความร้อน และมีเกลือหลอมเหลวที่สามารถกักเก็บความร้อนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต บิล เกตส์ กล่าวว่า บริษัทวางแผนที่จะจัดหาเชื้อเพลิงจากสหรัฐฯ และประเทศพันธมิตรสำหรับโรงไฟฟ้านี้

ในปัจจุบัน ‘พลังงานนิวเคลียร์’ ที่ปลอดคาร์บอน กำลังถูกมองว่าเป็นกุญแจสำคัญในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ และมีบริษัทจำนวนมากขึ้นที่ส่งเสริมโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก โดยเมื่อปีที่แล้ว ตามข้อมูลของ BloombergNEF ระบุว่า 25 ประเทศในการประชุมว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งสหประชาชาติ ครั้งที่ 28 หรือ COP28 ที่นครดูไบของสหรัฐฯ อาหรับ เอมิเรตส์ ได้ประกาศความมุ่งมั่นที่จะเพิ่มกำลังการผลิตนิวเคลียร์เป็น 3 เท่า

‘ลูกค้า’ อึ้ง!! ซื้อข้าว 2 ถุงกับไข่เจียวธรรมดา ราคา 100 บาท ‘ชาวเน็ต’ ประสานเสียง ‘แพงเกินไป อาหารที่ได้ไม่สมกับราคา’

กลายเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์ เมื่อผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘Wolf Children’ ได้โพสต์ภาพไข่เจียวที่สั่ง พร้อมกับข้าวเปล่า 2 ถุง เพื่อสอบถามสมาชิกกลุ่ม ‘พวกเราคือผู้บริโภค’ ว่า หมดนี่ 100 บาท แพงไปไหม ข้าวเซเว่นหมด เลยสั่งข้าวไข่เจียวในคอนโดไม่คิดว่าจะแพงขนาดนี้ เรามีถามไปว่า ข้าวไข่เจียวเท่าไรคะ เขาบอก 60 บาท เราเลยสั่ง ไข่เจียว 1 / ข้าวเปล่า 2 คิดว่าบวกข้าว 1 ถุง รวมน่าจะประมาณ 80 บาท สรุปจบที่ 100 บาท

ซึ่งหลังจากโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ต่างก็มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็น โดยส่วนใหญ่ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าแพงเกินไป บ้างก็บอกอาหารที่ได้ไม่สมกับราคาที่จ่าย

ล่าสุด (17 มิ.ย. 67) สาวเจ้าของโพสต์ได้เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว โดยเล่าเหตุการณ์ว่า ก่อนหน้าเราไปซื้อน้ำพริกกะปิทูน่าที่ร้านสะดวกซื้อ แต่ข้าวสวยหมด มีแต่ข้าวต้ม เลยคิดว่าเดี๋ยวออกไปซื้อร้านข้าวตามสั่งใต้คอนโดฯ ก็ได้ เพราะต้องรีบไปทำงานต่อ

เราถามร้านข้าวไข่เจียวธรรมดา เท่าไรคะ ร้านบอก 60 บาท เราอึ้งราคา กะไม่เอา แต่ก็ต้องกินเพราะต้องรีบไปทำงานต่อ เลยบอก งั้นเอาไข่เจียวธรรมดา 1 ข้าวเปล่า 2 ค่ะ (เพราะคิดว่าน่าจะบวกแล้วไม่เกิน 80 บาท เลยไม่ได้ย้ำถามราคาอีกทีว่าเท่าไร) ตอนร้านบอกข้าวได้แล้ว เราถามเท่าไร ร้านบอก 100 บาท เราย้ำถามอีกทีเท่าไรนะคะ ร้านบอก 100 บาทค่ะ จบที่ 100 บาทมาแบบงง ๆ

เมื่อถามว่า เคยซื้ออาหารร้านดังกล่าวมาก่อนไหม เจ้าของโพสต์เผยว่า เคย แต่ไม่ใช่ข้าวค่ะ เห็นราคากับปริมาณที่ได้ อึ้งสตั้น จ่ายเงินแบบงง ๆ ตอนร้านบอก 100 บาท (เพราะก่อนหน้านี้ข้าวไข่เจียว ร้านบอก 60 บาทว่าอึ้งแล้ว แต่พอรับได้ เพราะต้องรีบกิน รีบทำงานต่อ เลยสั่งไข่เจียว 1 ข้าวเปล่า 2 เพราะคิดว่าไข่เจียว 60 บาท ข้าวถุงละ 10 บาท ไม่น่าจะเกิน 80 บาท ราคาแบบพอเข้าใจได้)

ทั้งยังบอกอีกว่า ไม่คิดว่าจะมีคนเข้ามาคอมเมนต์เยอะขนาดนี้ ทุกคนมีสิทธิ์คิดว่าแพงหรือไม่ ราคาเหมาะสมกับปริมาณไหม แต่ไม่ต้องมาบอกทำไมไม่ทำกินเอง ทำไมนู่นนี่นั่น เพราะตอนนั้นรีบ และไม่คิดว่าจะอยู่ในยุคที่ข้าวไข่เจียว 100 บาท ไม่เจอกับตัว ใครก็พูดได้ค่ะ ย้ำถามก่อนสั่ง อย่าคิดไปเอง ต่อให้ถามแล้วก็ต้องถามอีก เอาให้ชัวร์ จะได้ไม่จุกแบบเรา

‘รบ.สหรัฐฯ’ ยกคำนักวิชาการไทย ไม่เห็นด้วยหากไทยเข้าร่วม ‘BRICS’ เชื่อ!! เกิดจากการถูกชี้นำผิดๆ ใต้ความกระหายโชว์ผลงานของรัฐบาล

‘ไทย’ กำลังเดินหน้าสมัครเข้าร่วมเป็นสมาชิก ‘BRICS’ กลุ่มชาติกำลังพัฒนา ที่ประกอบด้วย บราซิล รัสเซีย จีน อินเดีย และแอฟริกาใต้ ตามรายงานของวอยซ์ออฟอเมริกา (วีโอเอ) เครือข่ายเว็บไซต์และสถานีวิทยุด้านข่าวสารที่มีรัฐบาลสหรัฐฯ เป็นเจ้าของ พร้อมอ้างว่าพวกผู้เชี่ยวชาญต่างแสดงความเคลือบแคลงใจว่าการตัดสินใจดังกล่าวเป็นความเคลื่อนไหวที่ถูกต้องหรือไม่

สมาชิกกลุ่ม BRICS ต้องการสร้างทางเลือกอื่นขึ้นมาแทนดอลลาร์สหรัฐ และระบบการเงินโลกที่เกี่ยวข้องกับทางเลือกดังกล่าว หลังจากที่ผ่านมา พวกเขาเคยริเริ่มโครงการด้านการเงินต่าง ๆ อย่างเช่นธนาคารเพื่อการพัฒนาใหม่ (New Development Bank) ที่ถูกมองว่าเป็นคู่แข่งของธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ

ตั้งแต่คณะรัฐมนตรีของไทยเห็นชอบร่างใบสมัครในช่วงปลายเดือนพฤษภาคม นับตั้งแต่นั้นความพยายามเข้าร่วมกลุ่ม BRICS ก็เดินหน้าอย่างรวดเร็ว และล่าสุด นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีต่างประเทศของไทย ได้ยื่นหนังสืออย่างป็นทางการกับ เซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ประธาน BRICS ในปัจจุบัน ในการแสดงความประสงค์เข้าร่วมเป็นสมาชิกเต็มรูปแบบของกลุ่ม BRICS

ในถ้อยแถลง นายมาริษ บอกว่ามันเป็นประโยชน์ของไทยในการเข้าร่วมกลุ่ม BRICS "ไทยมองว่า BRICS มีบทบาทสำคัญในระบบพหุภาคีและความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศต่าง ๆ ในซีกโลกใต้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของประเทศของเรา"

"เพื่อผลประโยชน์ทั้งทางเศรษฐกิจและการเมือง การเข้าร่วมกลุ่ม BRICS จะช่วยเสริมบทบาทของไทยในเวทีโลก และกระชับความร่วมมือระหว่างประเทศกับบรรดาชาติเศรษฐกิจเกิดใหม่ทั้งหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทางการค้า การลงทุน ความมั่นคงทางอาหารและทางพลังงาน" ถ้อยแถลงระบุ

บรรดาสมาชิกกลุ่ม BRICS มีสัดส่วนเศรษฐกิจคิดเป็นสัดส่วน 28 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ จากทั้งหมดของโลก 100 ล้านล้านดอลลาร์ ทางกลุ่มบอกว่าต้องการให้บรรดาเศรษฐกิจเกิดใหม่มีตัวแทนที่ใหญ่โตขึ้นในระดับโลก โดยอ้างว่าพวกชาติตะวันตกในอเมริกาเหนือและยุโรปตะวันตก ครอบงำองค์กรการเงินโลกอย่างเช่น เวิลด์แบงก์ และกองทุนการเงินระหว่างประเทศมาช้านาน

อย่างไรก็ตาม ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พันธมิตรกลุ่ม BRICS ถูกมองในฐานะฝ่ายต่อต้านตะวันตกมากขึ้นเรื่อยๆ ในนั้นรวมถึงกรณีที่จีนและรัสเซียกำลังหาทางลดพึ่งพิงดอลลาร์สหรัฐ เช่นเดียวกับความสัมพันธ์ที่เสื่อมทรามลงระหว่างวอชิงตันกับปักกิ่งและมอสโก ต่อประเด็นภูมิรัฐศาสตร์ต่าง ๆ ในนั้นรวมถึงปราบปรามผู้ประท้วงในฮ่องกงของจีน และประเด็นอธิปไตยของไต้หวัน รวมถึงสงครามของรัสเซียในยูเครน

วอยซ์ออฟอเมริกา อ้างคำสัมภาษณ์ของนายฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ นักวิชาการ สถาบันศึกษาความมั่นคงและนานาชาติ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระบุว่า BRICS เริ่มกลายเป็นความพยายามทางการเมืองต่อต้านตะวันตกมากจนเกินไป "แรกเริ่มของ BRICS เริ่มต้นในฐานะรูปแบบหนึ่ง เป็นกลุ่มภูมิเศรษฐศาสตร์ แต่ตอนนี้ผมคิดว่าทางกลุ่มกลายมาเป็นกลุ่มก้อนหมู่คณะทางภูมิรัฐศาสตร์มากกว่าเดิม รูปแบบของ BRICS กำลังเปลี่ยนไป กลายมาเป็นแนวร่วมภูมิรัฐศาสตร์ต่อต้านตะวันตก"

นายมาริษ ยืนยันว่าแต่ละประเทศล้วนแต่ตัดสินใจเป็นผลประโยชน์ของชาติตนเอง และไทยต้องการทำงานร่วมกับพันธมิตรทุกราย แม้มีความเห็นต่างกันก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ทาง นายฐิตินันท์ เชื่อว่าความพยายามเข้าร่วมกลุ่มของไทยนั้นเกิดจากการถูกชี้นำผิด ๆ และหลงไปตามวาระของรัฐสมาชิกสำคัญอย่างจีนและรัสเซีย "รัฐบาลตะเกียกตะกายที่จะสร้างผลงาน ตามมุมมองของผม BRICS คือเส้นทางที่ถูกชี้นำผิด ๆ ที่จะโชว์ผลงาน มันกลับนำพาไทยตกอยู่ในวาระของประเทศอื่น ๆ ไทยต้องการวางตัวเป็นกลางมากกว่าที่เป็นอยู่"

จีนมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับไทย และเป็นสมาชิกผู้ก่อตั้งกลุ่ม BRICS และผู้เชี่ยวชาญบางส่วนเชื่อว่า ปักกิ่ง คือปัจจัยหลักสำหรับเหตุผลว่าทำไมไทยถึงอยากเข้าร่วมกลุ่ม BRICS

ทั้งนี้ จีนคือคู่ค้ารายใหญ่ที่สุดของไทย ด้วยมูลค่ากว่า 135,000 ล้านดอลลาร์ เมื่อปีที่แล้ว และนักท่องเที่ยวชาวจีนยังมีความสำคัญยิ่งต่อเศรษฐกิจที่พึ่งพิงการท่องเที่ยวของไทยด้วย

เอียน ชอง นักรัฐศาสตร์จากสิงคโปร์ บอกกับวอยซ์ออฟอเมริกาว่า ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจคือสิ่งล่อใจสำคัญที่ทำให้ไทยตัดสินใจเข้าร่วมกลุ่ม BRICS

‘WGC’ ชี้!! วิกฤตอุตสาหกรรม ‘เหมืองทองคำ’ หลังการผลิตชะลอตัว เหตุแหล่งแร่หายากขึ้น คาด!! หลายพื้นที่ถูกสำรวจไปหมดแล้ว

เมื่อวานนี้ (16 มิ.ย. 67) สำนักข่าวซีเอ็นบีซีอ้างการเปิดเผยของสภาทองคำโลก (WGC) ว่า อุตสาหกรรมเหมืองทองคำกำลังประสบปัญหาในการรักษาระดับการเติบโตด้านการผลิต เนื่องจากการค้นหาแหล่งแร่ทองคำเริ่มยากลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ

ทั้งนี้ ข้อมูลจากสภาทองคำโลก พบว่า กำลังผลิตเหมืองทองคำเพิ่มขึ้นแค่ 0.5% ในปี 2023 เมื่อเทียบกับหนึ่งปีก่อนหน้านั้น ขณะที่ในปี 2022 อัตราการเติบโตอยู่ที่ 1.35% หากเทียบเป็นรายปี เช่นเดียวกับปี 2021 ที่มีอัตราการเติบโตถึงระดับ 2.7%

"สิ่งที่เราพบเห็นคือกำลังผลิตเหมืองทองคำสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในไตรมาสแรกของปี 2024 เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบเป็นรายปี" จอห์น รีด หัวหน้านักยุทธศาสตร์การตลาดของสภาทองคำโลกกล่าวกับซีเอ็นบีซี "แต่ถ้ามองในภาพกว้าง ๆ ผมคิดว่ากำลังผลิตเหมืองทองคำ อยู่บนจุดสูงสุดแถวปี 2016 ถึง 2018 และเราไม่พบเห็นการเติบโตนับตั้งแต่นั้น"

"สิ่งที่น่ากังวลใจคือ ในช่วงเวลา 10 ปีหลังจากการผลิตทองคำพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งตั้งแต่ปี 2008 นั้น อุตสาหกรรมเหมืองทองคำประสบกับความยากลำบากในการรักษาอัตราการขยายตัวด้านการผลิตทองคำ เนื่องจากแหล่งแร่ทองคำใหม่ ๆ ทั่วโลกหายากขึ้น และหลายพื้นที่ที่มีแนวโน้มว่าจะพบแร่ทองคำนั้นได้ถูกสำรวจไปหมดแล้ว" จอห์น รีด กล่าว

โดยเขาชี้ว่าเหมืองทองคำขนาดใหญ่ต้องใช้เงินทุนที่สูงมาก อีกทั้งต้องมีการสำรวจและการพัฒนาซึ่งถือเป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญ นอกจากนี้ ยังต้องใช้เวลาโดยเฉลี่ย 10-20 ปีก่อนที่เหมืองจะมีความพร้อมในการผลิต

จอห์น รีด กล่าวต่ออีกว่า และต่อให้เหมืองเริ่มเข้าสู่ขั้นตอนการสำรวจ แต่โอกาสในการค้นพบแร่ทองคำที่จะนำไปสู่ขั้นตอนการพัฒนาได้นั้น อยู่ในระดับที่ต่ำมาก โดยรายงานระบุว่า ทองคำทั่วโลกที่ถูกพบว่ามีแร่ทองคำในปริมาณมากพอที่จะได้รับการรับรองให้ทำเหมืองทองคำได้นั้น มีเพียงแค่ราว 10% เท่านั้น

ยิ่งไปกว่านั้น บริษัทเหมืองทองคำทั้งหลาย อาจต้องใช้เวลานานหลายปีกว่าจะได้รับใบอนุญาตต่าง ๆ ที่จำเป็นจากรัฐบาล ถึงจะเริ่มปฏิบัติการได้ ยังไม่นับรวมกรณีที่โครงการเหมืองจำนวนมากมักตั้งอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ที่จำเป็นต้องมีการก่อสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ อย่างเช่น ถนน ไฟฟ้า และน้ำประปา เสียก่อน

นับตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันมีการขุดทองคำไปแล้วประมาณ 187,000 เมตริกตัน อ้างอิงรายงานของสภาทองคำโลก ด้วยยังมีแหล่งทองคำสำรองที่ยังคงไม่ได้มีการขุดอีก 57,000 ตัน

สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USGS) รายงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ประมาณการว่าทองคำทั่วโลกเหลืออยู่ประมาณ 57,000 ตัน ซึ่งหากเทียบจากปริมาณการขุดทองคำเฉลี่ยปีละประมาณ 3,000 ตัน จะเท่ากับเหลือทองคำให้ขุดได้อีกเพียง 19 ปี หากไม่มีการสำรวจพบสายแร่ทองคำใหม่เพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลของ USGS เป็นเพียงการประมาณการเบื้องต้น โดยอ้างอิงจากอัตราการขุดทองคำในปัจจุบันและปริมาณทองคำสำรองที่พิสูจน์แล้วเท่านั้น ในความเป็นจริง ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่อาจส่งผลต่อระยะเวลาการหมดลงของทองคำ เช่น การค้นพบแหล่งแร่ทองคำใหม่ ๆ การพัฒนาเทคโนโลยีรีไซเคิลทองคำจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และของใช้ต่าง ๆ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภค


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top