Monday, 8 June 2026
Hard News Team

หุ้น ‘Xiaomi’ ดิ่งแรงเกือบ 9% ร่วงหนักสุดในรอบครึ่งปี หลังรถยนต์ไฟฟ้า SU7 ไฟไหม้!! ประตูเปิดไม่ออกทำคนขับดับ

(14 ต.ค. 68) หุ้นของเสี่ยวหมี่ (Xiaomi) ร่วงลงกว่า 5% ในวันจันทร์ และเคยดิ่งสูงสุดถึง 8.7% ซึ่งถือเป็นการตกหนักที่สุดตั้งแต่เดือนเมษายน หลังเกิดเหตุรถยนต์ไฟฟ้า Xiaomi SU7 Ultra ชนและเกิดไฟไหม้ในเมืองเฉิงตู ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และเกิดกระแสวิพากษ์เรื่องความปลอดภัยของรถรุ่นดังกล่าว

รายงานระบุว่า ย้อนกลับไปในช่วงเกิดเหตุ รถยนต์ไฟฟ้าคันดังกล่าวเกิดไฟลุกท่วมจนผู้เห็นเหตุการณ์พยายามช่วยแต่ไม่สามารถเปิดประตูได้ เพราะประตูไฟฟ้าล็อก ขณะที่เจ้าหน้าที่ต้องใช้ถังดับเพลิงเข้าช่วยควบคุมเพลิงในที่สุด สุดท้ายตำรวจท้องถิ่นเผยว่า มีผู้เสียชีวิตเป็นชายวัย 31 ปี คาดว่าขับรถในสภาพมึนเมาและชนกับรถอีกคันก่อนเกิดเพลิงไหม้

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่เดือนหลังจากอุบัติเหตุร้ายแรงของรถ Xiaomi SU7 อีกคัน ที่เกิดขึ้นเมื่อต้นปีและมีผู้เสียชีวิตเช่นกัน โดยในครั้งนั้น มีรายงานว่ารถสูญเสียการควบคุมขณะเปิดใช้งานระบบขับขี่อัจฉริยะ (smart driving) ทำให้หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงความปลอดภัยของเทคโนโลยีช่วยขับของเสี่ยวหมี่ และทำให้ราคาหุ้นของบริษัทร่วงลงอย่างหนัก ซ้ำเติมความกังวลของนักลงทุนและผู้ใช้ต่อความปลอดภัยของรถยนต์ไฟฟ้ายี่ห้อใหม่จากแบรนด์ดังจีน

ทั้งนี้ กรณีดังกล่าวยังทำให้ประเด็น มือจับประตูไฟฟ้าแบบพับเรียบกับตัวรถ กลับมาเป็นที่ถกเถียงอีกครั้ง โดยรายงานจากสื่อของรัฐจีนเผยว่า หน่วยงานกำกับดูแลกำลังพิจารณาสั่งห้ามใช้เทคโนโลยีนี้ เนื่องจากเสี่ยงต่อชีวิตในกรณีเกิดอุบัติเหตุ ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ก็เริ่มสอบสวนปัญหาคล้ายกันในรถ Tesla Model Y กว่า 174,000 คัน หลังมีรายงานว่าประตูเปิดไม่ออกในเหตุไฟไหม้เช่นกัน

‘ดร.เอ้ สุชัชวีร์’ ชื่นชม อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ ร.๙ สวยงามไม่แพ้ที่ใดในโลก สะท้อนพระราชดำริ ‘น้ำคือชีวิต’

เมื่อวานนี้ (13 ต.ค. 68) ผศ.ดร.ศักย์ ทับพลี รองหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ ในหลวง ร.๙ สวนที่ทำได้มาตรฐานระดับโลก

ระหว่างทางที่เดินไปวางพวงมาลาถวายบังคมพระบรมราชานุสาวรีย์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องใน 'วันนวมินทรมหาราช' พุทธศักราช ๒๕๖๘ ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ วันจันทร์ที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๘ ผมมีโอกาสได้ฟัง พี่ ดร.เอ้ ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ได้เล่าความประทับใจเกี่ยวกับสวนแห่งนี้ ให้ผมฟังว่า

พี่ ดร.เอ้ มีโอกาสเดินทางไปหลายประเทศทั่วโลก และมักไปเยี่ยมชมสวนสาธารณะหรืออุทยานต่าง ๆ แต่เมื่อมาเห็นอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ ในประเทศไทย รู้สึกว่า ไม่แพ้ต่างประเทศเลย 

พี่ ดร. เอ้ ชื่นชมว่าสวยงามมาก และยังเป็นสถานที่ที่ช่วยให้คนมาพักผ่อนหย่อนใจ พร้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ ๙

ภายในอุทยานเฉลิมพระเกียรติฯ มีทั้งสนามหญ้า ต้นไม้ และ โครงการแก้มลิง ที่จะช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วม น้ำแล้ง และน้ำทะเลหนุน ซึ่งเป็นแนวพระราชดำริที่ช่วยบรรเทาปัญหาน้ำและสร้างความยั่งยืนให้แผ่นดินไทย 'น้ำคือชีวิต'

พี่ ดร.เอ้ ขอให้เราทุกคนร่วมสานต่อแนวทางของพระองค์ เพื่อให้บ้านเมืองเจริญมั่นคงสืบไป 

ผมฟัง พี่ ดร.เอ้ แล้ว ดูบรรยากาศสวนแห่งนี้ จริงครับ
“สวนแห่งนี้ ไม่แพ้ที่ใดในโลกครับ”

เพลงพระราชนิพนธ์ ในมุมมอง ‘3 ลุง เฉลียง’ พบกับความงดงาม!! ที่มากกว่า ‘เสียงดนตรี’

(13 ต.ค. 68) 🎶 เปิดรายการตอนแรกอย่างอบอุ่นใจ... กับ “ถูกทุกข้อ”
ชวนคุณมานั่งฟังเรื่องราวสุดพิเศษจาก ‘3 ลุงเฉลียง’

พี่แต๋ง พี่เจี๊ยบ และพี่ดี้ ที่จะพาเราย้อนรำลึกถึง

‘เพลงพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๙’

ผ่านสายตา...และหัวใจของคนทำดนตรีมืออาชีพ
🎹✨
เรื่องราวของพระราชอัจฉริยภาพทางดนตรีที่ไม่ได้แค่ ‘ไพเราะ’ 
แต่เปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจที่ไม่รู้จบ

📌 พรุ่งนี้ (14 ตุลาคม) | เวลา 19.00 น.
อย่าพลาด! รายการ “ถูกทุกข้อ” ตอนแรก
รับชมพร้อมกัน ที่ ‘เฉลียง 3 ลุง’ ตามลิงก์ข้างล่างนี้  

https://www.youtube.com/@Chaliang3Lung  

อาจารย์อุ๋ย ชี้!! ไทยตอบโต้ ‘โล่มนุษย์’ ด้วยเสียง ไม่ใช่อาวุธ ไม่ละเมิดสิทธิ!! แต่คือการปกป้องอธิปไตยอย่างมีชั้นเชิง

(13 ต.ค. 68) นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย หรืออาจารย์อุ๋ย นักวิชาการด้านกฎหมายระหว่างประเทศได้โพสต์เฟซบุ๊กแสดงความเห็นว่า จากกรณีที่ฝ่ายไทยใช้การเปิดเสียหลอน เสียงผีและสารคดีที่ชี้แจงความจริงทางประวัติศาสตร์ของศูนย์อพยพบ้านหนองจานนั้น ถือเป็นการกระทำเพื่อตอบโต้ การกระทำที่ไม่เป็นมิตรของฝ่ายกัมพูชา คือการใช้พลเรือนรุกล้ำดินแดนไทยและเข้าข่ายการใช้ 'โล่มนุษย์' (human shield) คือการที่ฝ่ายกัมพูชาจัดตั้งหรือใช้พลเรือนเป็นเกราะกำบังเพื่อป้องกันกองกำลังตนเอง หรือแทรกพลเรือนเข้ามาในพื้นที่ขัดแย้งเพื่อให้ฝ่ายตรงข้ามไทยไม่สามารถใช้กำลังตอบโต้ได้ ซึ่งถือเป็นอาชญากรรมสงครามประเภทหนึ่งและละเมิดกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ รวมทั้งขัดต่อ พิธีสารเพิ่มเติมฉบับที่ 1 แห่งอนุสัญญาเจนีวา ค.ศ. 1977 (Protocol I) ธรรมนูญกรุงโรมของศาลอาญาระหว่างประเทศ (Rome Statute) มาตรา 8(2)(b)(xxiii) และละเมิดจารีตประเพณีกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ (ICRC Customary IHL Rule 97)

ดังนั้น ไทยจึงมีสิทธิตอบโต้ (Retorsion) ด้วยวิธีการที่ไม่ใช้กำลัง โดยการเปิดเสียงผี/สารคดีชี้แจงความจริง ซึ่งไม่เป็นการคุกคามทางทหารโดยตรง และไม่ก่อให้เกิดอันตรายทางร่างกายหรือชีวิต อันเป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้ตามหลักกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นการกระทำที่ได้สัดส่วน (proportional) เพราะเป็นการตอบโต้ในระดับต่ำกว่าความรุนแรงของการละเมิดจากอีกฝ่าย (รุกล้ำดินแดนโดยใช้โล่มนุษย์ เช่น เด็ก สตรี พระสงฆ์ ฯลฯ) และไม่มีการใช้กำลังอาวุธ

ส่วนที่บางฝ่ายอ้างว่าการกระทำของไทยอาจขัดต่ออนุสัญญาสหประชาชาติต่อต้านการทรมาน (UNCAT) หรือไม่นั้น ผมมองว่า ยังไม่ถึงขั้นเข้าข่ายการทรมาน เพราะการเปิดเสียงไม่ก่อให้เกิดอันตรายทางกายภาพ และมีเป้าหมายเพื่อกดดันให้ฝ่ายตรงข้ามถอนกำลังโล่มนุษย์ และเป็นการตอบโต้ทางจิตวิทยาชั่วคราวบริเวณชายแดน และไม่ได้มุ่งให้บุคคลหนึ่งบุคคลใด 'สารภาพ' หรือ 'ลงโทษ' ดังนั้น ถ้าดำเนินไปในลักษณะ 'มาตรการข่มขวัญโดยทั่วไป' โดยไม่เจาะจงต่อบุคคลและไม่มีผลรุนแรงต่อสุขภาพจิต ก็ยังไม่ถึงขั้น 'ทรมาน' ตาม มาตรา 1 หรือการปฏิบัติที่โหดร้ายตามมาตรา 16 ของ UNCAT 

นอกจากนี้ ผมอยากฝากไปยังกระทรวงการต่างประเทศของไทยให้เรียกร้องไปยังนานาชาติ ประณามกัมพูชาในการใช้ 'โล่มนุษย์' มาปะทะกับกำลังเจ้าหน้าที่ของไทยที่บ้านหนองจานด้วย เพราะถือเป็นการกระทำที่ขี้ขลาด ไร้เกียรติและไร้ศักดิ์ศรี ซึ่งสากลโลกไม่ยอมรับ

ด้วยความปรารถนาดี

‘ประเทศไทย’ ปกป้องอธิปไตยด้วย ‘เสียง’ แต่กลับถูกตั้งคำถาม เรื่องสิทธิมนุษยชน

(13 ต.ค. 68) จากกรณีที่ #กันจอมพลัง นำรถเครื่องเสียงเข้าไปเปิดเสียงเฮลิคอปเตอร์ เครื่องบิน F-16 และ #เสียงผี ที่ #หมู่บ้านหนองจาน และ #หนองหญ้าแก้ว เพื่อกดดันและ #ข่มขวัญชาวกัมพูชา ล่าสุด นางอังคณา นีละไพจิตร #สมาชิกวุฒิสภา ออกมาเตือนรัฐบาลว่า การปล่อยให้บุคคลทั่วไปเข้าไปสร้างความกดดันดังกล่าว อาจทำให้รัฐบาลตกอยู่ในความเสี่ยงทางกฎหมายและการเมือง

นางอังคณา ระบุว่า การปล่อยให้ #อินฟลูเอนเซอร์ หรือบุคคลภายนอกเข้าไปกระทำการเพื่อ #สร้างความหวาดกลัวในช่วงความขัดแย้ง ถือเป็นความท้าทายต่อรัฐบาล โดยเฉพาะต่อกระทรวงการต่างประเทศในการหาทางออกร่วมกันและรักษาภาพลักษณ์ของประเทศ

นางอังคณาชี้ว่า เหตุการณ์ทั้งหมดถูกรายงานต่อ #องค์การสหประชาชาติแล้ว โดยเฉพาะจดหมายจาก นายแก้ว เรมี ประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนกัมพูชา ที่ระบุว่า หน่วยทหารไทยได้กระจายเสียงแหลมสูงต่อเนื่องหลายชั่วโมง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและใจของพลเรือน รวมถึงผู้สูงอายุ เด็ก และผู้พิการในพื้นที่

นอกจากนี้ นางอังคณา ยังเตือนว่า การกระทำดังกล่าวอาจเข้าข่าย #การทรมานทางจิตวิทยา (Psychological Torture) ตามอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน (CAT) ซึ่งไทยเป็นภาคี และอาจสร้างความตึงเครียดระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน อีกทั้งยังขัดแย้งกับข้อตกลงหยุดยิงและบันทึกข้อตกลงชายแดนร่วม (GBC) ระหว่างไทย–กัมพูชา “รัฐบาลควรพิจารณาให้รอบคอบ การทำสิ่งใดที่สร้างความหวาดกลัวหรือผลกระทบทางจิตใจต่อพลเรือน แม้จะเป็นฝ่ายคู่ขัดแย้ง ก็สามารถถูกมองว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเวทีโลก” นางอังคณา กล่าว

ขณะที่ สุนัย ผาสุข ที่ปรึกษาองค์กรฮิวแมนไรท์วอทช์ ประจำประเทศไทย เตือนว่า แม้หลายคนมองว่าเป็นการแสดงความรักชาติ แต่การกระทำเช่นนี้อาจย้อนกลับ #ทำลายภาพลักษณ์ #ความชอบธรรมของไทย และถูกตีความว่าเป็นการสร้างความรำคาญหรือ #ทำร้ายพลเรือนกัมพูชา

สุนัยเตือนว่า การเปิดเสียงใส่พื้นที่พลเรือนไม่ใช่การโจมตีทางยุทธศาสตร์โดยตรง แต่เป็นเจตนาที่ส่งผลต่อประชาชนทั่วไป หากกัมพูชานำไปขยายผล ไทยอาจถูกกล่าวหาว่า #ละเมิดสิทธิพลเรือน โดยเฉพาะเมื่อมีการให้สัมภาษณ์ซ้ำจากฝ่ายความมั่นคงหรือกองทัพ

การกระทำเช่นนี้ทำให้ภาพลักษณ์ของไทยในฐานะประเทศที่ยึดหลักความชอบธรรมและเป็นภาคี #อนุสัญญาต่อต้านการทรมาน (CAT) ถูกตั้งคำถาม ขณะที่บางพื้นที่ชายแดนอยู่ในมาตรการพิเศษหรือกฎอัยการศึก ทำให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงยาก และเปิดช่องให้กัมพูชาตอบโต้ได้ง่าย

สุนัยสรุปว่า หากต้องการจัดการปัญหาชายแดน ควรหลีกเลี่ยงยุทธวิธีที่สร้างความเดือดร้อนให้พลเรือน และเน้นวิธีการที่ไม่ละเมิดสิทธิ เช่น การลาดตระเวนที่เคารพสิทธิพลเรือน ใช้ช่องทางทูต ข้อมูลเชิงประจักษ์ หรือมาตรการทางกฎหมายที่พิสูจน์ได้ว่าปกป้องอธิปไตย ไม่ใช่ข่มขู่ประชาชนของอีกฝ่าย
 

ขแมร์ไทม์ส เผย!! ‘Condé Nast Traveler’ ยก!! พนมเปญติดอันดับ เมืองดีที่สุดในโลก ค้านสายตาคนไทย!! สงสัยกรรมการ ไม่เคยเปิดดูข่าว ‘ค้ามนุษย์ – คอลเซ็นเตอร์’

(13 ต.ค. 68) ขแมร์ไทม์ส สื่อมวลชนกัมพูชา อวดอ้างว่ากรุงพนมเปญ รั้งอันดับที่ 10 'เมืองใหญ่ที่ดีที่สุดในโลก' ในรางวัล Readers' Choice Awards ประจำปี 2025 ของ Condé Nast Traveller นิตยสารของสหราชอาณาจักร

สำนักข่าวขแมร์ไทม์ส ระบุว่ารางวัลอันทรงเกียรตินี้เป็นการจัดวางเมืองหลวงของกัมพูชา อยู่ท่ามกลางจุดหมายปลายทางชั้นนำของโลก ที่มีชื่อเสียงทางวัฒนธรรม, ความเป็นเลิศด้านการทำอาหาร, สถาปัตยกรรมและประสบการณ์ของผู้มาเยือน

สื่อมวลชนกัมพูชาระบุว่ารางวัล Readers’ Choice Awards ของ Condé Nast Traveller ซึ่งจัดเป็นปีที่ 38 เป็นหนึ่งรางวัลด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับความเคารพมากที่สุดในโลก

ในปีนี้ มีผู้อ่าน 757,109 คน ลงคะแนนโหวตด้านประสบการณ์ด้านการท่องเที่ยวของพวกเขา ในนั้นรวมถึงเมือง, โรงแรม, สายการบิน, หมู่เกาะและเรือสำราญ และผู้อ่านได้เลือกกรุงพนมเปญเป็นเมืองที่น่าประทับใจที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ในฐานะจุดหมายปลายทางเมืองที่กำลังเติบโต

ในการเน้นย้ำถึงเสน่ห์ที่แท้จริงและแรงดึงดูดใจด้านการท่องเที่ยวของกรุงพนมเปญ ทาง Condé Nast Traveler ให้คำจำกัดความเมืองแห่งนี้ว่าเป็นสถานที่ที่จะได้สัมผัสประสบการณ์ความสวยงามและวัฒนธรรมของกัมพูชา

"มีพระราชวังและเจดีย์เงินเปล่งประกายแสงระยิบระยับ ที่ขัดเกลาอย่างประณีตจากมรกตและเพชรพลอย ขณะเดียวกันก็มีตลาดรัสเซียอันคึกคัก สัญลักษณ์ความอุดมสมบูรณ์ในรูปแบบพ่อค้าแม่ค้าที่ขายทุกๆ อย่าง ไล่ตั้งแต่ไม้แกะสลักหรูหราวิจิตบรรจง ไปจนถึงเครื่องเทศท้องถิ่น และเครื่องดนตรีโบราณของเขมร"

"สำหรับอนุสรณ์สถาน คุณจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์กัมพูชา ณ ศูนย์ทุ่งสังหารเจิงเอก และพิพิธภัณฑ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ตวลสเลง รับรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ที่ยากลำบากของประเทศภายใต้ระบอบการปกครองของเขมรแดง และที่ถูกเป็นเครื่องเตือนความทรงจำอันมีค่า ว่าทุกวันนี้กัมพูชามาได้ไกลแค่ไหน" รายงานระบุ

รายงานของขแมร์ไทม์ส ระบุว่า Condé Nast Traveller ซึ่งก่อตั้งในปี 1987 เป็นนิตยสารชั้นนำของโลกในด้านการเดินทางหรู ที่เป็นแรงบันดาลใจแก่พวกนักเดินทางทั่วโลกที่ต้องการประสบการณ์การท่องเที่ยวที่เหนือกว่าและซับซ้อนกว่าปกติ เน้นแสวงหาประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่ลึกซึ้ง นิตยสารฉบับนี้ปฏิบัติการอยู่ใน 7 ตลาดทั่วโลก และเผยแพร่ดึงดูดกลุ่มเป้าหมายทั้งในสื่อดิจิทัล, สิ่งพิมพ์, วิดีโอ และแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์

‘พนมเปญ’ ติดอันดับ ‘เมืองดีที่สุดในโลก’ 
คุณคิดว่าอย่างไร??
มาแชร์ความคิดเห็นของคุณ ร่วมพูดคุย แลกเปลี่ยนมุมมองกันได้ ที่ข้างล่างนี้ 

พนักงาน BHV ชุมนุมต้าน Shein บุกห้างดัง จี้!! หยุดทำลาย!! แบรนด์ฝรั่งเศส

(13 ต.ค. 68) เกิดกระแสคัดค้านครั้งใหญ่กลางกรุงปารีส เมื่อพนักงานห้างสรรพสินค้า BHV ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของ Société des Grands Magasins หรือ SGM ออกมาชุมนุมประท้วงหน้าห้างเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อการบริหารงานและข้อตกลงทางธุรกิจระหว่าง BHV กับ Shein แพลตฟอร์มค้าปลีกแฟชันจากประเทศจีน

ข้อตกลงดังกล่าวเปิดทางให้ Shein เข้ามาเช่าพื้นที่ถาวรบนชั้น 7 ของห้าง BHV เพื่อจัดจำหน่ายสินค้าโดยตรง ซึ่งสร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในฝรั่งเศส โดยเฉพาะจากหน่วยงานท้องถิ่น รวมถึงนายกเทศมนตรีกรุงปารีส ที่มองว่าความร่วมมือนี้ไม่สอดคล้องกับแนวทางการค้าที่ยั่งยืนและขัดกับคุณค่าดั้งเดิมของแบรนด์ฝรั่งเศส

การชุมนุมครั้งนี้มีพนักงานและตัวแทนสหภาพแรงงานร่วมถือธงเรียกร้องสิทธิแรงงานและความโปร่งใสในการบริหาร ขณะที่เจ้าหน้าที่เทศบาลร่วมสังเกตการณ์และกล่าวแสดงจุดยืนข้างแรงงาน

สหภาพแรงงานเปิดเผยว่า ปัญหาการจ่ายเงินล่าช้าให้แก่แบรนด์ภายในห้าง ซึ่งเกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนสินค้า ยอดขายลดลง และสร้างความกังวลต่อความมั่นคงในอาชีพของพนักงาน สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดขึ้นหลังมีข่าวว่าแบรนด์แฟชันฝรั่งเศสหลายรายเตรียมถอนตัวออกจาก BHV เพื่อต่อต้านดีลกับ Shein

แรงงานจำนวนมากสะท้อนความไม่พอใจว่า ลูกค้าประจำของห้างเริ่มลดลงเนื่องจากสินค้าไม่เพียงพอ และรู้สึกไม่สบายใจกับการเข้ามาของ Shein ซึ่งถูกมองว่ามีภาพลักษณ์ด้านสิ่งแวดล้อมและแรงงานที่เป็นประเด็นถกเถียงในระดับโลก

ด้าน SGM เจ้าของห้าง BHV ยืนยันว่าความร่วมมือกับ Shein เป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับโฉมห้างให้ทันสมัย และเชื่อว่าจะช่วยดึงดูดกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่เข้าสู่ห้างได้มากขึ้น

ในขณะเดียวกัน โฆษกของ Shein ระบุว่าการเปิดร้านภายใน BHV จะช่วยเพิ่มจำนวนผู้เยี่ยมชมให้กับห้าง และสร้างประโยชน์ต่อผู้ค้ารายอื่นในพื้นที่ โดยย้ำว่าบริษัทมุ่งพัฒนาแนวทางการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม Shein ยังคงเผชิญแรงกดดันด้านภาพลักษณ์อย่างต่อเนื่อง จากข้อกล่าวหาเรื่องสภาพการทำงานในโรงงาน ปริมาณการปล่อยคาร์บอนสูง และการเปิดเผยข้อมูลทางการเงินที่ไม่เพียงพอ นับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา บริษัทถูกปรับรวมกว่า 191 ล้านยูโร โดยหน่วยงานกำกับดูแลของฝรั่งเศสและอิตาลี ซึ่งทำให้ Shein ต้องเร่งปรับปรุงระบบภายในและกระชับมาตรฐานการกำกับดูแลเพื่อฟื้นความเชื่อมั่นจากผู้บริโภค 

ประเทศไทย ครองแชมป์!! ประเทศที่มีอาหารดีที่สุดในโลก ประจำปี 2025

(13 ต.ค. 68) ไทยครองแชมป์ ‘ประเทศที่มีอาหารดีที่สุดในโลก’ ประจำปี 2025 ด้วยคะแนนสูงสุด 98.33 จากผลโหวตของผู้อ่านทั่วโลก มีร้านอาหารในกรุงเทพฯ ถึง 7 แห่งติดอันดับท็อป 35 ของโลก ไทยมีความหลากหลายรังสรรค์รสชาติแปลกใหม่ไม่ซ้ำ และตลาดกลางคืนที่คึกคักทำให้การลิ้มรสแบบไม่มีวันหยุด ไทยโดดเด่นในการรังสรรค์อาหารรสเลิศที่เรียบง่ายแต่น่าประทับใจ ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนอาหารไทยหรือไม่ ชามก๋วยเตี๋ยว แกง และซุป ทำให้คุณตกหลุมรัก โดยเฉพาะเมื่อเสิร์ฟโดยคนท้องถิ่นที่เป็นมิตร

‘กระทรวงอุตฯ’ หนุน!! ‘คนละครึ่งพลัส’ 44,000 ล้าน เสริมแกร่ง SME ผ่าน Digital Payment ขยายฐานลูกค้า

(13 ต.ค. 68) นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมดำเนินการตามแนวนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ 'คนละครึ่งพลัส' วงเงิน 44,000 ล้านบาท ของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจะมีระยะเวลาโครงการ ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม - 31 ธันวาคม 2568 โดยมอบให้ น.ส.ณัฐฐิญา เนตยสุภา อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) เร่งสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยในเครือข่าย มากกว่า 30,000 ราย เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่ Digital Payment และขยายฐานลูกค้า

นายธนกร กล่าวต่อว่า สำหรับนักธุรกิจรายย่อยในเครือข่าย DIPROM เช่น นักธุรกิจใหม่ นักธุรกิจ และวิสาหกิจชุมชน ร้านอาหารถิ่น และ SME รายย่อย กระทรวงอุตสาหกรรมจะดำเนินการผ่าน 3 ยุทธศาสตร์สำคัญ คือ 

1. เชิญชวน โดยประชาสัมพันธ์ให้นักธุรกิจรายย่อยในเครือข่ายดีพร้อม สมัครและใช้งานแอปพลิเคชัน 'ถุงเงิน' เพื่อรับชําระค่าสินค้าและบริการ กระตุ้นยอดขายและกระแสเงินสด ผ่านกําลังซื้อที่ได้รับการอุดหนุนจากภาครัฐ 

2. กลั่นกรองโดยคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีศักยภาพเข้าสู่ระบบนิเวศดีพร้อม (DIPROM Ecosystem) เพื่อนําดิจิทัลแพลตฟอร์มต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ เน้นการทําตลาดออนไลน์ (Online Marketing) และการบริหารจัดการ ร้านค้าผ่านระบบ e-Payment เพื่อขยายช่องทางการตลาดหลังสิ้นสุดโครงการรัฐ และ 

3.สนับสนุน โดยเชื่อมกลไกสนับสนุนต่อเนื่องให้ธุรกิจที่เข้าสู่ ระบบดิจิทัล สามารถเติบโตได้อย่างมั่นคง

"กระทรวงอุตสาหกรรมพร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย ด้วยการเสริมสร้างความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) อํานวยความสะดวกในการเข้าถึงแหล่งทุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และช่วยเหลือผ่านโครงการยกระดับผลิตภาพ (Productivity Improvement) อาทิ ระบบบริหารจัดการธุรกิจ ระบบบัญชีการเงิน และการใช้เทคโนโลยีเพิ่มขีดความสามารถ ทั้งนี้ เพื่อมาตรฐานกระบวนการผลิตที่ดี และยกระดับภาคอุตสาหกรรมของไทยในอนาคต" รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวทิ้งท้าย

‘ไทย – จีน’ ฉลอง 50 ปี สัมพันธ์ทางการทูต ผูกพันแน่นแฟ้น อัครราชทูตจีน ร่วมปล่อยคาราวานรถยนต์ ‘กรุงเทพฯ – ปักกิ่ง’

เมื่อวันที่ (10 ต.ค. 68) สมาคมมิตรภาพไทย-จีน ได้จัดพิธีขบวนคาราวานรถยนต์“ฉลอง 50 ปี สัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนและไทย” โดยมี ท่านอู่ จื้ออู่ อัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย นายกร ทัพพะรังสี นายกสมาคมมิตรภาพไทย-จีน คุณฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเข้าร่วมในพิธี

ขบวนคาราวานรถยนต์ประกอบด้วยรถยนต์ยี่ห้อจีนที่ผลิตในประเทศไทยมีกำหนดเดินทางถึงปักกิ่งจากกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 10 ถึง 25 ตุลาคม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top