Monday, 8 June 2026
Hard News Team

สำนักงานตำรวจแห่งชาติอาลัย 'หมู่จักร' ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 1,078,000 บาท เสนอเลื่อนยศ ด.ต. รวบรวมหลักฐานดำเนินคดีคู่กรณี

(13 ต.ค. 68) จากกรณีหญิงวัย 30 ปี ขับรถกระบะชนประสานงาเป็นเหตุให้ “ส.ต.ท.จักรพงษ์ พุทธเสน” ผู้บังคับหมู่ ฝ่ายป้องกันปราบปราม สภ.เมืองหนองคาย เสียชีวิต ขณะปฏิบัติหน้าที่ออกตรวจดูแลความสงบเรียบร้อย หลังรับแจ้งเหตุวัยรุ่นรวมตัวขับขี่จักรยานยนต์ก่อความเดือดร้อนรำคาญ ในพื้นที่ ต.หาดคำ อ.เมือง จ.หนองคาย เหตุเกิดเมื่อกลางดึกของวันที่ 12 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา

พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล/รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ในนามของสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอแสดงความอาลัย และแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของ “ส.ต.ท.จักรพงษ์ฯ” หรือ “หมู่จักร” ในการสูญเสียครั้งนี้ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติมอบเงินสวัสดิการช่วยเหลือตามสิทธิในเบื้องต้นประมาณ 1,078,000 บาท พร้อมเสนอความชอบเลื่อนเงินเดือนไม่เกิน 3 ขั้น และเลื่อนยศสูงขึ้นเป็น ด.ต. และพิจารณาสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ต่อไป อย่างไรก็ตาม ส.ต.ท.จักรพงษ์ฯ ถือได้ว่าเป็น ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์โดยแท้ ปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ด้วยความตั้งใจ ทุ่มเท เสียสละ เป็นที่รักของผู้บังคับบัญชา และเพื่อนร่วมงาน การสูญเสียครั้งนี้นับเป็นการสูญเสียกำลังพลที่มีคุณค่า

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวด้วยว่า ในส่วนของความคืบหน้าคดี ทาง สภ.เมืองหนองคาย กำลังรวบรวมพยานหลักฐาน โดยรอผลการตรวจเลือดของทั้ง 2 ฝ่ายคาดใช้เวลา 3-5 วัน ขณะที่ฝ่ายคู่กรณีได้รับบาดเจ็บ อยู่ระหว่างการรักษาตัว โดยจากการตรวจปัสสาวะของผู้ขับขี่รถกระบะไม่พบสารเสพติด ซึ่งต้องสอบสวนพฤติการณ์ของผู้ขับขี่ประกอบพยานแวดล้อมอื่น ๆ ว่าเป็นการเมาสุราขณะขับรถหรือไม่ รวมถึงหาสาเหตุของการชนครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม พนักงานสอบสวนจะรวบรวบพยานหลักฐานอย่างรอบคอบรอบด้าน ให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

การเปิดเสียงหลอนกลางดึก เป็นการทำสงครามจิตวิทยา รบทางเสียง ยังดีกว่า ทำสงครามฆ่ากันตาย และไม่ได้ละเมิดสิทธิมนุษยชน

(13 ต.ค. 68) นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์รายการประเทศไทยต้องมาก่อนว่า กัน จอมพลัง หรือ นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ ในฐานะอินฟลูเอนเซอร์ช่วยเหลือประชาชนเปิดเสียงซาวด์ผีหลอนใส่กัมพูชากลางดึกนั้น กัมพูชาย่อมมีสิทธิ์เปิดเสียงหลอนใส่ไทยได้เช่นกัน

“การเปิดเสียงหลอนกลางดึกเป็นการทำสงครามจิตวิทยารบทางเสียง ยังดีกว่าทำสงครามฆ่ากันตาย และไม่ได้ละเมิดสิทธิมนุษยชนกันตรงไหน”

ส่วนจังหวัดสระแก้วซ้อมแผนอพยพประชาชนใน 4 อำเภอ คือ ตาพระยา โคกสูง วัฒนานคร และคลองหาด เพื่อเตรียมพร้อมยามฉุกเฉิน สะท้อนว่า สถานการณ์ผลักดันกัมพูชารุกล้ำดินแดนไทยที่บ้านหนองจานและหนองหญ้าแก้ว อาจขยายผลไปถึงขั้นต้องทำสงครามต่อกัน

อย่างไรก็ตาม การให้ชาวบ้านเตรียมความพร้อมอพยพจึงไม่เกินความจริงไปได้ เพราะถ้ารบกันแล้ว คงไม่ได้อยู่แค่ดินแดนไทยถูกรุกล้ำเท่านั้น แต่จะขยายไปในพื้นที่ส่วนอื่น ตั้งแต่ชายแดนกองทัพภาค 1 ถึงกองทัพภาค 2 ด้วย คงหนีกันไม่พ้นการปะทะกันทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบ

ช็อกเอเชีย!! พบ ‘พาสปอร์ต’ เพียบในถังขยะ ‘กัมพูชา’ สะท้อนวิกฤต!! ค้ามนุษย์ข้ามชาติ รุนแรงขึ้นทุกวัน

(13 ต.ค. 68) มีการพบหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) มากกว่า 30 เล่มในถังขยะที่ประเทศกัมพูชา (ส่วนใหญ่เป็นของประเทศไทย) เป็นการเตือนถึงปัญหาการค้ามนุษย์ที่กำลังอยู่ในระดับวิกฤต  

ภาพถูกแชร์โดยคนเกาหลีใต้ 

ขอบคุณภาพ JH의메모

เกาหลีใต้ ซึ่งกำลังมีข่าวดังเรื่อง พลเมืองเกาหลี ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์
หลอกในกัมพูชา ถูกกักขัง เรียกค่าไถ่ ทรมาน และเสียชีวิต

‘นิพนธ์’ ไม่หันหลังกลับไป ‘ประชาธิปัตย์’ เปิดดีลย้ายซบ ‘ภูมิใจไทย’ ลุย!! ดูแล 3 จังหวัดชายแดนใต้ ไม่แคร์ข่าวลือช่วย ‘อภิสิทธิ์’ ฟื้นพรรค

(13 ต.ค. 68) แม้จะยังมีคนพยายามปล่อยข่าวว่า ‘นิพนธ์ บุญญามณี’ จะยังอยู่ประชาธิปัตย์ เพื่อช่วย ‘อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ’ ที่จะกลับมาเป็นหัวหน้าพรรค

แต่ยืนยันว่า ไม่น่าจะเป็นไปได้ “ผมเดินทางมาไกลแล้ว” นิพนธ์ กล่าวย้ำ

คำว่าเดินทางมาไกลแล้ว หมายถึงการติดต่อพูดคุยกับแกนนำพรรคภูมิใจไทยในรายละเอียดมันลึก และยาวนานมาแล้ว ยากที่จะทบทวนเพื่อกลับไปประชาธิปัตย์

ค่ำของวันที่ 10 ตุลาคม ก่อนฟุตบอลการกุศลระหว่างทีมบุรีรัมย์ยูไนเตท กับทีม BG ปทุมธานี ยูไนเตท จะเริ่มขึ้นที่สนามติณสูลานนท์ ในวันที่ 11 ตุลาคม

เนวิน ชิดชอบ ผู้ขนทีมบุรีรัมย์ไปสงขลา พิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.คมนาคม เดินทางเข้าบ้านเขารูปช้างทานอาหารมื้อเย็น โดยมีจุรี นุ่มแก้ว ร่วมวงสนทนาด้วย

ในแง่ของจำนวนผู้เข้าชมฟุตบอล อาจจะผิดหวังกับตัวเลข 5000 คน ซึ่งจริงๆควรจะไม่ต่ำกว่า 20000-30000 คน น่าจะเกิดจากความผิดพลาดในการประชาสัมพันธ์ และการประสานงาน

แต่ในเงินการเมืองถือว่าประสบความสำเร็จ 
1.ยืนยันว่า นิพนธ์ไปอยู่ภูมิใจไทย 
2.ตกลงกันได้ว่า ไม่ทิ้งจุรี แต่ให้จุรีไปลงในระบบบัญชีรายชื่อ ไม่ได้ลงเขต 2 ส่วนลำดับก็ไม่เกิน 20 หรือดีกว่านั้น 
3 นิพนธ์ รับผิดชอบสงขลา ปัตตานี ยะลา

เช้าขึ้นมา 12 ตุลาคม นิพนธ์ปฏิบัติหน้าที่ทันที เดินทางเข้าพื้นที่ยะลา แวะปัตตานี เพื่อสานต่อภารกิจ

สหรัฐอเมริกา ต้องการช่วยเหลือจีน ไม่ใช่ทำร้าย!!

เมื่อวานนี้ (12 ต.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

ปธน.ทรัมป์ #สหรัฐฯ ดูเหมือนจะกำลังพิจารณามาตรการภาษีนำเข้าสินค้า #จีน 100% อีกครั้ง ซึ่งประกาศเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ตลาดหุ้นร่วงลงอย่างหนักหน่วงที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน 

ล่าสุดทรัมป์ได้โพสต์ข้อความบน Truth Social ในวันนี้ว่า 

“อย่ากังวลเรื่องจีน ทุกอย่างจะเรียบร้อย!! ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ผู้เป็นที่เคารพนับถือเพิ่งประสบช่วงเวลาเลวร้าย เขาไม่ต้องการให้ประเทศชาติตกอยู่ในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ และผมก็เช่นกัน สหรัฐอเมริกาต้องการช่วยเหลือจีน ไม่ใช่ทำร้าย!!”

คุณคิดว่าทรัมป์ ‘ช่วยจีน’ จริง หรือแค่หาเสียง?? 🤔 คอมเมนต์มุมมองของคุณด้านล่างได้เลย!!

‘ทรัมป์’ รับประกัน!! จะไม่มีสงครามโลกครั้งที่ 3 ยกดีลหยุดยิง ‘อิสราเอล–ฮามาส’ เป็นข้อตกลงแห่งประวัติศาสตร์

(14 ต.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวระหว่างการประชุมสุดยอดสันติภาพที่เมืองชาร์ม เอล-ชีค ประเทศอียิปต์ ว่า “โลกจะไม่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 3 ถ้าเราฉลาดพอ” พร้อมระบุว่าข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและฮามาสที่เพิ่งลงนาม ถือเป็นหลักประกันว่าหากเกิดสงครามขึ้นอีก “ก็จะไม่ปะทุในตะวันออกกลางแน่นอน”

นอกจากนี้ ทรัมป์กล่าวขอบคุณทุกฝ่ายที่มีส่วนช่วยให้การเจรจาบรรลุผล พร้อมชื่นชมว่าดีลครั้งนี้เป็น “ความก้าวหน้าทางประวัติศาสตร์” และเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของภูมิภาคที่เผชิญความขัดแย้งยาวนานหลายทศวรรษ

โดยผู้นำสหรัฐฯ กล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงภาคภูมิว่า “ข้อตกลงที่ยิ่งใหญ่ที่สุด มักเกิดขึ้นเองโดยธรรมชาติ และสิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่วันนี้ อาจเป็นดีลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกแล้วก็ได้”

ผบ.ตร.ลงพื้นที่ จ.สระแก้ว รับฟังสถานการณ์ และให้กำลังใจกำลังพล ยืนยันสำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมร่วมปกป้องอธิปไตยของชาติ

(13 ต.ค. 68) เวลา 08.30 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2, พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน และ พล.ต.ท.นราเดช ทิพย์รักษ์ ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร.) เดินทางไปตรวจสถานการณ์ไทย-กัมพูชา จ.สระแก้ว และตรวจเยี่ยมกำลังพลตำรวจตระเวนชายแดนที่จุดตรวจบ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง 

จากนั้น ผบ.ตร.และคณะ ประชุมรับฟังสถานการณ์ และตรวจเยี่ยมกองร้อยควบคุมฝูงชนจากตำรวจภูธรภาค 2 (ภ.2) โดยมี พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.ถาวร ดุลยวิทย์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว, พล.ต.ต.ชาตรี สุขศิริ ผบก.อก.ภ.2 พร้อมด้วย รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว, หัวหน้าสถานีตำรวจ, ผู้แทนฝ่ายทหาร, ฝ่ายปกครอง, ป่าไม้ ร่วมประชุม ณ กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 12 รักษาพระองค์ (ร.12 พัน 3 รอ.) ต.อรัญประเทศ อ.อรัญประเทศ

ผบ.ตร. กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติปฏิบัติการภายใต้ยุทธการของกองทัพในการปกป้องแผ่นดินไทยและอธิปไตยของชาติ โดยแนวหน้าได้ส่งกำลังพลคือตำรวจตระเวนชายแดน และตำรวจควบคุมฝูงชน สนับสนุนการปฏิบัติ ส่วนแนวหลังได้สั่งการให้ตำรวจพื้นที่ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลประชาชน หากเกิดสถานการณ์ให้เร่งเคลื่อนย้ายประชาชนไปสู่พื้นที่ปลอดภัย ซึ่งได้มอบหมายให้ พล.ต.อ.สำราญฯ ดูแลการปฏิบัติในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งนี้ การลงพื้นที่วันนี้เพื่อตรวจดูสถานการณ์และให้ขวัญกำลังใจกำลังพลทุกนาย ซึ่งได้กำชับให้ผู้บังคับบัญชาดูแลอย่างเต็มที่ รวมทั้งในส่วนของเครื่องมือยุทโธปกรณ์ต่างๆ ด้วย ยืนยันว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมบูรณาการสนับสนุนการปฏิบัติอย่างเต็มที่ และพร้อมดำเนินการด้านกฎหมาย เพื่อปกป้องรักษาอธิปไตยของไทย

ปธน.เกาหลีใต้ สั่งลุย!! 'กัมพูชา' หลังคนเกาหลี ‘ถูกล่อลวง - ฆาตกรรม’ เดินหน้ายกระดับ!! ปกป้องประชาชน พลเมือง จากอาชญากรรมข้ามชาติ

(13 ต.ค. 68) ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อจัดการกับเหตุการณ์ที่เรียกว่า ‘เมืองอาชญากรรมกัมพูชา’ ซึ่งก่อให้เกิดอาชญากรรมรุนแรงหลายรูปแบบที่พุ่งเป้าไปที่ชาวเกาหลีในกัมพูชา รวมถึงการหลอกลวงงาน การลักพาตัว การจำคุก การทรมาน และการฆาตกรรม

เจ้าหน้าที่จากทำเนียบประธานาธิบดีกล่าวเมื่อวานนี้ (11 ต.ค.) ว่า "ประธานาธิบดีอีได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศใช้ความพยายามทางการทูตอย่างเต็มที่เพื่อปกป้องพลเมืองของเราจากอาชญากรรมของกัมพูชา"

เจ้าหน้าที่กล่าวเสริมว่า "กระทรวงการต่างประเทศได้ดำเนินมาตรการต่างๆ รวมถึงการขอความร่วมมือจากรัฐบาลกัมพูชา และวางแผนที่จะดำเนินมาตรการเพิ่มเติมที่จำเป็น"

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ โช ฮยอน ยังได้เรียกเอกอัครราชทูตกัมพูชาประจำเกาหลีใต้ ควน พรรัตนัค เข้าพบกระทรวงการต่างประเทศ และแสดงความกังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับเหตุการณ์ฉ้อโกงการจ้างงานและการกักขังพลเมืองของเราในกัมพูชาที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ในขณะเดียวกันที่ประเทศกัมพูชา นักศึกษาชาวเกาหลีวัย 22 ปี ถูกพบเสียชีวิตในเดือนสิงหาคม

พบว่านักศึกษาถูกหลอกลวงโดยบริษัทอาชญากรที่ลักลอบเปิดบัญชีธนาคาร และเดินทางไปกัมพูชา ก่อนจะถูกฉ้อโกงในเวลาต่อมา

เจ้าหน้าที่พบเหยื่อมีร่องรอยการถูกทรมานทั้งรอยฟกช้ำและคราบเลือดอยู่ทั่วร่างกาย และได้รับการยืนยันว่าเขาเสียชีวิตด้วยอาการหัวใจวาย 

ตำรวจและสมาชิกในครอบครัวรายงานว่า เหยื่อเดินทางออกจากบ้านในเมืองเยชอน จังหวัดคยองซังเหนือ เมื่อวันที่ 17 ก.ค. โดยบอกกับครอบครัวว่าจะไปชมงานนิทรรศการที่กัมพูชา

ประมาณ 1 สัปดาห์ต่อมา ครอบครัวของเขาได้รับโทรศัพท์จากชายคนหนึ่งที่พูดสำเนียงจีน-เกาหลีว่า “นักศึกษารายดังกล่าว ก่อเหตุวุ่นวายที่นี่และถูกควบคุมตัวไว้ ส่งเงิน 50 ล้านวอน หรือ 38,500 ดอลลาร์สหรัฐ (1.15 ล้านบาท) แล้วเราจะปล่อยตัวเขา”

ครอบครัวได้ติดต่อสถานทูตกัมพูชาและตำรวจท้องถิ่นทันที แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเขาถูกควบคุมตัวอยู่ที่ไหน การติดต่อสื่อสารกับผู้ลักพาตัวถูกตัดขาดหลังจากผ่านไป 4 วัน

อีก 2 สัปดาห์ต่อมา ในวันที่ 8 ส.ค. ศพของเหยื่อ ถูกพบใกล้ภูเขาโบกอร์ในจังหวัดกำปง ซึ่งเป็นที่ที่เขาถูกกักขังไว้ จากการสืบสวนของตำรวจท้องถิ่น อาชญากรชาวจีน 3 คนถูกจับกุมและนำตัวขึ้นศาล เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายซึ่งล่อลวงนักศึกษาวิทยาลัยก็ถูกจับกุมในเกาหลีใต้เช่นกัน

เมื่อเร็วๆ นี้ คดีหลอกลวงเรื่องงาน การกักขัง และการทรมานที่พุ่งเป้าไปที่ชาวเกาหลีในกัมพูชามีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กระทรวงการต่างประเทศรายงานว่า จำนวนคดีลักพาตัวชาวเกาหลีในกัมพูชาอยู่ที่ประมาณ 10-20 คดีต่อปี ระหว่างปี 2022-2023 แต่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วเป็น 220 คดีในปีที่แล้ว และ 330 คดีในเดือนสิงหาคมปีนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่าเหยื่อส่วนใหญ่ถูกลักพาตัวโดยองค์กรอาชญากรรมหลังจากถูกหลอกให้ "ทำงานในต่างประเทศที่ให้ค่าตอบแทนสูง"

ศาลยกฟ้อง!! ‘ณวัฒน์’ คดีหมิ่น ‘อนุทิน’ ปมวิจารณ์โควิด ฝ่ายนายกฯ ยังไม่จบ!! เดินหน้ายื่นอุทธรณ์ ขอสู้ต่อ!!

เมื่อวานนี้ (12 ต.ค. 68) นายณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) และ Executive Director องค์กรมิสยูนิเวิร์ส ได้ออกมาเปิดเผยผ่านสื่อสังคมออนไลน์กรณีถูก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี (อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข) ยื่นฟ้องในคดีหมิ่นประมาทจากการวิจารณ์สถานการณ์และมาตรการรับมือโรคระบาดโควิด-19 โดยระบุว่า ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกฟ้อง แต่ฝ่ายโจทก์ได้ใช้สิทธิ์ยื่น อุทธรณ์ต่อ

ทั้งนี้คดีหมิ่นประมาทดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่ช่วงเดือนสิงหาคม 2564 ในช่วงที่ประเทศไทยกำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างหนัก นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในขณะนั้น ได้มอบหมายทนายความยื่นฟ้อง ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา

มูลเหตุของการฟ้องร้องมาจากการที่ นายณวัฒน์ได้ไลฟ์สดผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นที่ นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับร่าง พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) จำกัดความรับผิดสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโควิด-19 โดยฝ่ายโจทก์ระบุว่า การแสดงความคิดเห็นและการสอดแทรกถ้อยคำตำหนิให้ร้ายของคุณณวัฒน์ มีเจตนาทำให้สาธารณชนเข้าใจผิดว่า นายอนุทิน เป็นผู้เสนอ พ.ร.ก. ดังกล่าวเพื่อประโยชน์ส่วนตัว หรือเป็นการนิรโทษกรรมตนเองและพวกพ้อง ซึ่งไม่เป็นความจริง และทำให้เสียชื่อเสียง

ล่าสุด!! นายณวัฒน์ได้เปิดเผยความคืบหน้าของคดี โดยระบุว่า ศาลชั้นต้นได้พิจารณาและมีคำสั่ง ยกฟ้อง ไปแล้ว เนื่องจากเห็นว่าคำวิจารณ์เหล่านั้นเป็นไปตามสิทธิ์ของพลเมืองในการตรวจสอบและวิจารณ์การทำงานของบุคคลสาธารณะและรัฐบาลโดยสุจริต ซึ่งมูลเหตุแห่งการฟ้องร้องไม่เพียงพอ

อย่างไรก็ตาม นายณวัฒน์ได้ระบุในโพสต์ว่า "ศาลยกฟ้องแต่นายกอุทธรณ์ต่อ" พร้อมแสดงความคิดเห็นในเชิงตำหนิว่า "คนสาธารณะวิจารณ์ก็ไม่ได้ศาลบอกมูลเหตุไม่เพียงพอท่านนายกก็สั่งให้ทีมอุทธรณ์ จนศาลรับเข้าสู่ขบวนการสืบสวน เรื่องแค่นี้เองอยากให้ท่านเอาเวลาไปช่วยประชาชนให้มากที่สุดดีกว่าครับ"

‘นายกฯ อนุทิน’ ปฏิเสธ!! กรณีตำหนิ ‘รองณัฎฐ์’ ขอเงินวัด 15 ล้าน เตรียม!! ดำเนินคดีผู้เผยแพร่

(13 ต.ค. 68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า …

ข่าวนี้เป็นข่าวลวงนะครับ ขอยืนยันเพื่อให้ผู้ที่ได้อ่านอย่าได้หลงเชื่อเนื้อข่าวชิ้นนี้ ผมจะให้นักกฎหมายดำเนินคดีต่อผู้นำเสนอข้อมูลนี้ด้วยครับ

ทั้งนี้ ข่าวปลอมดังกล่าวระบุ อนุทินตำหนิพล.ต.ณัฏฐ์ ศรีอินทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 ขอเงินบริจาคจากวัด 15 ล้าน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top