Monday, 8 June 2026
Hard News Team

‘อนุทิน’ ลั่น!! ใครพูด ก็พูดไป ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ชี้!! ไม่ได้ทำอะไร!! เป็นประโยชน์กับบ้านเมือง แต่วิจารณ์ไปทั่ว

(11 ต.ค. 68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์ที่บ้านหนองจาน หนองหญ้าแก้ว อำเภอโคกสูงจังหวัดสระแก้ว ว่า ได้รับรายงานแล้ว ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย และเป็นไปตามกระบวนการที่ฝ่ายกองทัพได้ร่วมมือกับฝ่ายปฏิบัติการที่จะดำเนินการรักษาดินแดน

และรักษาอธิปไตยของเราอย่างเต็มที่ ซึ่งตอนนี้ทราบว่าเริ่มมีการเก็บกู้ทุนวัตถุระเบิดที่ส่งผลอันตรายต่อคนไทยและชาวกัมพูชา ซึ่งทุ่นระเบิดจะมีในพื้นที่ที่คนสัญจรไปมาไม่ได้

ส่วนกรณีที่ นายวีระ สมความคิด ระบุว่านายกรัฐมนตรีปัดความรับผิดชอบโยนเรื่องดังกล่าว ที่ขีดเส้นตายผลักดันชาวกัมพูชาออกในวันที่ 10 ตุลาคม ให้ทหารและผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้วเป็นคนดูแลนั้น นายกฯ กล่าวว่า “ก็เขาไม่เข้าใจ ปากก็พูดไป ไม่ได้ทำอะไรเป็นประโยชน์กับบ้านเมือง วิจารณ์ไปได้ทั่วไปหมด แสงก็ริบหรี่ๆไม่ต้องไปหาหรอก ให้คนทำงานได้ทำงานดีกว่า

ซึ่งตอนนี้ต้องการกำลังใจ ไม่ใช่ผมต้องการนะ แต่เป็นคนที่ทำงาน หากคุณวีระจะส่งกำลังใจมาที่ผม ผมไม่ต้องการหรอก แต่ประชาชนทุกคนต้องให้กำลังใจ ไปยังผู้ปฏิบัติหน้าที่ เพราะทุกคนอยู่ในความกดดันหมด ต้องทำอย่างไรให้ละมุนละม่อมที่สุด

และทำอย่างไรไม่ให้เขาสร้างสถานการณ์ เพื่อนำไปฟ้องประชาคมโลก ว่าเราทำรุนแรงเกินกว่าเหตุ นี่คือสิ่งที่ผู้ปฏิบัติการทั้งหมด ต้องมีการวางแผน และมีการเตรียมความพร้อมเป็นอย่างดี”

‘กระทรวงแรงงาน’ ลงพื้นที่ น้ำท่วม!! นครสวรรค์ มอบถุงยังชีพ!! บริการแพทย์เคลื่อนที่ ช่วยเหลือ ปชช.

(11 ต.ค. 68) นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน มอบหมายให้นางสาวจีระภา บุญรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย นายยุทธนา บัวจุน ผู้ตรวจราชการกรม กรมการจัดหางาน นายชาติวุฒิ ทองกัน ผู้ตรวจราชการกรม กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน นางสาวสุนัน เพชรชู ผู้ตรวจราชการกรม กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน นางสาวปาริฉัตร จันทร์อำไพ ผู้ตรวจราชการกรม สำนักงานประกันสังคม และหัวหน้าส่วนราชการสังกัดกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่ ให้กำลังใจ พร้อมมอบถุงยังชีพ ให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ตำบลบ้านมะเกลือ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ประกอบด้วย จุดพื้นที่น้ำท่วมหมู่ที่ 10 จำนวน 60 ครัวเรือน และในพื้นที่หมู่ที่ 12 ตำบลบ้านมะเกลือ อำเภอเมือง จำนวน 30 ครัวเรือน 

นางสาวจีระภา บุญรัตน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กระทรวงแรงงาน ได้จัดเตรียมถุงยังชีพ ประกอบด้วย ข้าวสาร น้ำปลา น้ำมันพืช น้ำดื่ม ปลากระป๋อง มอบให้กับชาวบ้าน ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมสูง พร้อมกันนี้ ยังได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำยารักษาโรค มามอบให้กับชาวบ้านในครั้งนี้ด้วย

จากนั้น ผู้ตรวจราชการกระทรวงแรงงาน และคณะ ได้ตรวจเยี่ยมกิจกรรมการให้บริการตามภารกิจของหน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงาน ประกอบด้วย การให้บริการทางการแพทย์เคลื่อนที่ของโรงพยาบาลร่มฉัตร จากสำนักงานประกันสังคมจังหวัดนครสวรรค์ และการให้บริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า รถจักรยานยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย จากสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 8 นครสวรรค์ โดยมีผู้มารับบริการ จำนวน 30 ราย

ภารกิจใหม่ ‘องคมนตรีลุงตู่’ เป็นผู้แทนพระองค์ พิธีมอบปริญญาบัตร แบ่งเบาพระราชภารกิจ

เมื่อวานนี้ (10 ต.ค. 68) พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี เป็นผู้แทนพระองค์ ในพิธีมอบปริญญาบัตร แก่ผู้สำเร็จการศึกษา จากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ประจำปีการศึกษา 2566 

ในการนี้ สภามหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา มีมติมอบปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขารัฐประศาสนศาสตร์ แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ด้วย

นักศึกษาเกาหลีใต้ ถูกลักพาตัว!! เจ็บปวดแสนสาหัส ทรมานจนตาย ศพยังแช่แข็ง!! ไม่ได้กลับบ้าน เตือน!! เป็นพื้นที่มีความเสี่ยงสูง

(11 ต.ค. 68) นักศึกษาชาวเกาหลีใต้วัย 22 ปี ซึ่งเดินทางไปเที่ยวกัมพูชาในช่วงปิดเทอมฤดูร้อน ถูกพบเสียชีวิตหลังจากเดินทางออกได้ 2 สัปดาห์ โดยมีรายงานว่าถูกลักพาตัวและทรมานโดยกลุ่มอาชญากรรมในท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ระบุว่านักศึกษาเสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้นอันเนื่องมาจากการถูกทรมานอย่างรุนแรง  

ตำรวจและสมาชิกในครอบครัวรายงานว่า นายเอ นักศึกษา เดินทางออกจากบ้านในเมืองเยชอน จังหวัดคยองซังเหนือ เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา โดยบอกกับครอบครัวว่าจะไปชมงานนิทรรศการที่กัมพูชา ประมาณ 1 สัปดาห์ต่อมา ครอบครัวของเขาได้รับโทรศัพท์จากชายคนหนึ่งที่พูดสำเนียงจีน-เกาหลีว่า "นายเอก่อเหตุวุ่นวายที่นี่และถูกควบคุมตัวไว้ ส่งเงิน 50 ล้านวอน (คิดเป็นเงินไทยราว 1.15 ล้านบาท) แล้วเราจะปล่อยตัวเขาไป

ต่อมาทางครอบครัวได้ติดต่อสถานทูตกัมพูชาและตำรวจท้องถิ่นทันที แต่ไม่สามารถระบุได้ว่าเขาถูกควบคุมตัวอยู่ที่ไหน การติดต่อสื่อสารกับผู้ลักพาตัวถูกตัดขาดหลังจากผ่านไป 4 วัน ผ่านไปอีก 2 สัปดาห์ต่อมา ในวันที่ 8 สิงหาคม ศพของนายเอ ถูกพบใกล้ภูเขาโบกอร์ในจังหวัดกำปง ซึ่งเป็นที่ที่เขาถูกกักขังไว้ 

สถานทูตกัมพูชาและหน่วยงานท้องถิ่นยืนยันว่า สาเหตุการเสียชีวิตคือภาวะหัวใจหยุดเต้นอันเป็นผลมาจากการถูกทรมานและความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส แม้จะมีการยืนยันแล้ว แต่ศพของนายเอ ยังไม่ได้ถูกส่งกลับเกาหลีใต้ เนื่องจากอยู่ระหว่างการชันสูตรพลิกศพและฌาปนกิจศพในท้องถิ่น คาดว่าจะมีการส่งตัวกลับประเทศในปลายเดือนนี้

"ใบมรณบัตรระบุว่าเขาเสียชีวิตจากภาวะหัวใจหยุดเต้นอันเนื่องมาจากการถูกทรมาน การจินตนาการถึงความทุกข์ทรมานของเขาทำให้เรานอนไม่หลับ สมาชิกในครอบครัวคนหนึ่งกล่าว เขายังไม่กลับบ้าน ศพของเขายังคงถูกแช่แข็งอยู่ในช่องแช่แข็งที่กัมพูชา รู้สึกเหมือนเขาถูกฆ่าตายสองครั้ง"

จากกรณีการลักพาตัวชาวเกาหลีในกัมพูชาเพิ่มสูงขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมีรายงานเพิ่มขึ้นจากประมาณ 10 ราย เป็น 20 รายต่อปี ระหว่างปี 2565 ถึง 2566 เป็น 220 รายในปีที่แล้ว และ 330 รายในเดือน ส.ค. ปีนี้ เนื่องด้วยความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความปลอดภัยของพลเมืองเกาหลีใต้

กระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้จึงได้ออกคำเตือนการเดินทางเมื่อวันที่ 17 กันยายน โดยยกระดับกรุงพนมเปญเป็นระดับ 2 (พิจารณาการเดินทางอีกครั้ง) และแนะนำคำแนะนำพิเศษสำหรับพื้นที่เสี่ยงสูง เช่น สีหนุวิลล์ ภูเขาโบกอร์ และบาเวต เป็นระดับ 2.5

แชร์ต่อให้เรื่องนี้ไม่ถูกลบ!!

✍️ คอมเมนต์มาเลย ใครเคยเจออะไรใกล้เคียงแบบนี้บ้าง??

‘กรมราชทัณฑ์’ เตรียมดัน!! ‘ทักษิณ’ สอนภาษาอังกฤษให้นักโทษ ดูแลความปลอดภัย!! แยกแดนให้ใหม่ ป้องกันวิวาทการเมือง

เมื่อวานนี้ (10 ต.ค. 68) ที่กรมราชทัณฑ์ พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นประธานพิธีเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนากรมราชทัณฑ์ ประจำปี 2568 ครบรอบ 110 ปี พร้อมมอบนโยบายเน้นย้ำการควบคุม และแก้ไขพัฒนาพฤตินิสัย ยกระดับงานราชทัณฑ์สู่การควบคุมดูแลผู้ต้องราชทัณฑ์ ให้เป็นไปตามหลักมาตรฐานสากล เพื่อคืนคนดี มีคุณค่าสู่สังคม และไม่หวนกลับไปกระทำผิดซ้ำอีก โดยน้อมนำโครงการพระราชดำริเสริมสร้างอาชีพให้ผู้ต้องขังมีงานทำ เมื่อออกจากเรือนจำไปแล้วจะสามารถอยู่ในสังคมได้ ดำเนินชีวิตไม่กระทำผิดซ้ำอีก

ทั้งนี้เมื่อถามถึงกรณีการคุมขัง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าจะมีแผนฝึกอบรมหรือให้ออกไปบำเพ็ญประโยชน์ ตามที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ลูกสาวของนายทักษิณ เคยให้สัมภาษณ์ว่าคุณพ่ออยากช่วยคุมการลอกท่อหรือไม่ พ.ต.ท.ประวุธ กล่าวว่า นายทักษิณเป็นผู้ต้องขังสูงอายุ การจะให้ไปทำงานต้องคำนึงถึงสุขภาพ จึงอยากให้นายทักษิณไปช่วยเหลือด้านการศึกษา เช่น เป็นอาจารย์ภาษาอังกฤษ ให้ผู้ต้องขังในเรือนจำมากกว่า แต่ยังไม่สามารถบอกได้ว่าจะเริ่มเมื่อใด ต้องเป็นไปตามระเบียบหลักเกณฑ์เรือนจำ

เมื่อถามถึงการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษของนายทักษิณนั้น พ.ต.ท.ประวุธ กล่าวปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ บอกเพียงว่าเป็นไปตามขั้นตอน

สำหรับกรณีการขอพักโทษ แหล่งข่าวในกรมราชทัณฑ์ เปิดเผยว่า ตามระเบียบกรมราชทัณฑ์ ผู้ต้องขังทั่วไปจะต้องรับโทษมาไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 แต่หากเป็นผู้ต้องขังอายุเกิน 70 ปีขึ้นไป ระเบียบกำหนดต้องรับโทษมาไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 หรือไม่น้อยกว่า 6 เดือนขึ้นไป ขึ้นอยู่กับว่าเมื่อคำนวณโทษออกมาแล้วเงื่อนใดมีโทษมากกว่ากัน โดยให้ยึดตามโทษที่มากกว่า ผู้เข้าหลักเกณฑ์จึงจะสามารถยื่นขอรับการพักโทษได้ จากนั้นกรมราชทัณฑ์ก็จะนำเรื่องเข้าคณะกรรมการเพื่อพิจารณาที่จะมีการประชุมเดือนละ 1 ครั้ง โดยหลักเกณฑ์นี้เป็นระเบียบที่ใช้กับผู้ต้องขังทุกคน

ส่วนกรณีของนายทักษิณนั้น กรมราชทัณฑ์เน้นดูแลใน 2 เรื่อง คือการดูแลสุขภาพ ยารักษาโรค และประวัติความเจ็บป่วย ส่วนอีกเรื่อง คือ เรื่องความปลอดภัย และการป้องกันความขัดแย้งทางการเมืองภายในเรือนจำ เนื่องจากภายในเรือนจำคลองเปรมมีผู้ต้องขังที่มีความเห็นทางการเมืองหลากหลาย จึงต้องมีการแยกแดนเพื่อลดการเผชิญหน้าของผู้ต้องขังแต่ละกลุ่ม ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แทรกซ้อนในเรือนจำ ขณะที่ประเด็นการให้ไปบำเพ็ญประโยชน์นั้น ก็ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของผู้ต้องขัง หากทำได้เรือนจำก็พร้อมสนับสนุน

ส่วนการขอพระราชทานอภัยโทษ ครั้งที่ 2 ต้องเป็นนักโทษประหารชีวิตนั้นไม่จำเป็น ซึ่งการขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะรายบุคคลเป็นสิทธิของผู้ต้องขังทุกคน โดยในชั้นเรือนจำฯ และ กรมราชทัณฑ์ ทำหน้าที่ตรวจสอบเอกสารว่าครบถ้วนหรือไม่ โดยเป็นพระราชอำนาจวินิจฉัยต้องส่งไปตามขั้นตอน ยกตัวอย่างกรณี นายบรรยิน ตั้งภากรณ์ เคยถูกตัดสินประหารชีวิตก็ยื่นขอพระราชทานอภัยโทษ แต่หากฎีกาถูกยกคือไม่ลดโทษให้ และอีก 2 ปีจึงขอยื่นได้ใหม่อีกครั้ง

สาวเกาหลี แฉ!! พนักงานแมคโดนัลด์ ‘หัวเราะเยาะ - ให้รออาหาร 70 นาที’ ชี้!! เป็นการเลือกปฏิบัติ เหยียดเชื้อชาติ ของร้านดังในสหรัฐอเมริกา

เมื่อวานนี้ (10 ต.ค. 68) ยูทูบเบอร์คนหนึ่งได้โพสต์วิดีโอผ่านโซเชียล เล่าทั้งน้ำตา

หญิงชาวเกาหลีอ้างว่าเธอถูกเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในร้านแมคโดนัลด์ในสหรัฐฯ หลังจากรออาหารนาน 70 นาทีแต่ไม่ได้รับอาหาร และยังถูกพนักงานเยาะเย้ย / โพสต์อินสตาแกรม 

เหตุเกิดขึ้นที่ร้านแมคโดนัลด์แห่งหนึ่งในสหรัฐฯ โดยหลังจากสั่งอาหารไปแล้วกว่า 40 นาที อาหารยังไม่ออกมา แต่ลูกค้าคนอื่นๆ ที่สั่งทีหลังกลับได้รับอาหารตามปกติ

“ฉันถามถึงอาหารไป 5 ครั้ง แต่พนักงานเพียงยิ้มและตอบว่า “ใกล้จะได้แล้ว” เพียงเท่านั้นเธอกล่าว

สุดท้ายหลังจากรอ นานกว่า 70 นาที ก็ยังไม่ได้อาหาร ทำให้เธอต้องออกจากร้านมือเปล่า

ฉันได้ยินเสียงหัวเราะจากในครัว มีคนพูดว่า “พวกมันคงไม่กลับมากินอีกแน่‘‘ พร้อมเสียงหัวเราะ 

เธอกล่าวทั้งน้ำตา “ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกอับอายและโกรธมาก” เนื่องจากเธอมีน้องหมารออยู่ที่บ้าน จึงไม่ได้แย้งหรือร้องเรียนหรือปะทะในขณะนั้น เธอกล่าวว่าจะร้องเรียนไปที่สำนักงานใหญ่ 

ยูทูบเบอร์คนนี้ระบุว่า หลังจากย้ายจากซีแอตเทิลไปยังเมืองเล็กๆ ในรัฐนิวยอร์ก เธอเจอกับการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติแบบแนบเนียนเป็นครั้งที่สอง
เหตุการณ์ดังกล่าวกำลังเป็นประเด็นถกเถียงในโลกออนไลน์ของเกาหลีใต้ หลายคนเรียกร้องให้แมคโดนัลด์สหรัฐฯ ออกมาชี้แจงและตรวจสอบกรณีนี้อย่างเป็นทางการ

คุณเคยเจอประสบการณ์แบบนี้ในต่างประเทศไหม?? เล่าให้เราฟังหน่อย 👇

‘อาจารย์ไข่ มาลีฮวนน่า’ เปิดตัว!! คอนเสิร์ตใหญ่ รวมศิลปิน เพื่อนพ้อง จุดไฟ!! กลางขุนเขา อีกครั้ง

เมื่อวันที่ (8 ต.ค. 68)  ที่ร้าน “กระเทียมพริกไทยดำ” เลียบคลองสอง กรุงเทพฯ ได้มีการจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวคอนเสิร์ตใหญ่ “คืนสู่ไร่ แคมป์ไฟดนตรีมาลีฮวนน่า: พี่ เพื่อน น้อง ร้องเพลงรัก” โดย อาจารย์ไข่ – คฑาวุธ ทองไทย หัวหน้าวงมาลีฮวนน่า นำทีมศิลปินรุ่นใหญ่และศิลปินรับเชิญ มาร่วมพูดคุยถึงความตั้งใจในการจัดงานดนตรีครั้งนี้

ภายในงานแถลงข่าวเป็นไปอย่างคึกคัก มีสื่อมวลชนจำนวนมากเข้าร่วมรับฟังแนวคิดจากศิลปินที่ร่วมเวที ไม่ว่าจะเป็น จิระนันท์ พิตรปรีชา, โอ้–โอฬาร พรหมใจ จาก The Olarn Project, ติ๊ก ชิโร่ และ คุณมะลิ น้องสาวของอาจารย์ไข่ ที่มาร่วมเล่าถึงความหมายของ “คืนสู่ไร่” ในครั้งนี้ ซึ่งไม่ใช่เพียงคอนเสิร์ตกลางแจ้งธรรมดา แต่คือกิจกรรมที่ต้องการใช้พลังของเสียงเพลงและบรรยากาศธรรมชาติ เยียวยาหัวใจผู้คน

คอนเสิร์ต “คืนสู่ไร่” ครั้งนี้ ยังถือเป็นการกลับมาจัดงานกลางแจ้งในรูปแบบ “แคมป์ไฟดนตรี” อีกครั้งของมาลีฮวนน่า โดยรวมเอาศิลปินจากหลากหลายแนว ทั้งป๊อปร็อก เพื่อชีวิต และกวีร่วมสมัย มาร่วมแสดงอย่างอบอุ่นท่ามกลางสายลมหนาว ขุนเขา และบทเพลงที่คุ้นหูของแฟน ๆ ตลอดหลายทศวรรษ

แฟนเพลงเพื่อชีวิตและผู้รักเสียงดนตรีเตรียมสะพายกีตาร์ขึ้นรถ แล้วเดินทาง “คืนสู่ไร่” เพื่อพบกันอีกครั้งท่ามกลางไฟแคมป์ กลิ่นไอของมิตรภาพ และเสียงเพลงที่ไม่เคยลืม

🎤 รายละเอียดคอนเสิร์ต
📅 วันเสาร์ที่ 6 ธันวาคม 2568
📍 ไร่หุบกะพง อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี
⏰ ตั้งแต่หกโมงเย็นยันหกโมงเช้า — เต็มอิ่มทั้งคืนไม่มีพัก!

ร่วมขับกล่อมเสียงเพลงกับศิลปินเพื่อชีวิตขวัญใจมหาชน
✨ มาลีฮวนน่า
✨ The Olarn Project
✨ ติ๊ก ชิโร่
✨ ไก่ กะละมังส์
✨ วงพริกไทย

🎟️ บัตรราคา 1,900 บาท (พร้อมเก้าอี้สนาม Limited Edition!)
จำกัดเพียง 1,500 ใบเท่านั้น! อย่าช้า...!!

📌 ช่องทางจำหน่ายบัตร
เพจ Maleehuana Official
ร้าน ครัวกระเทียมพริกไทยดำ (เลียบคลองสอง) ☎️ 090-015-8243
ร้าน ครัวกระเทียมพริกไทยดำ (ไร่หุบกะพง ชะอำ) ☎️ 094-407-1440

📞 สอบถามเพิ่มเติมได้ที่
บริษัท มาลีฮวนน่า อาร์ตเร็คคอร์ด
โทร. 094-407-1440, 032-427-557, 095-340-0035

🌙 เสียงกีตาร์จะดังขึ้นอีกครั้งกลางไร่หุบกะพง
“คืนสู่ไร่” ครั้งนี้ ไม่ได้มีแค่เพลง...แต่มีความทรงจำของเพื่อชีวิตทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ ที่จะกลับมาจุดไฟหัวใจให้ลุกโชนอีกครั้ง

‘พีระพันธุ์’ ลั่น!! ไม่เล่นเกมการเมือง เดินหน้าปฏิรูปพลังงาน กำจัดคอร์รัปชัน ชู!! นโยบาย ปราบทุจริตคอร์รัปชัน ‘ประหารชีวิต - ลูกหลานต้องชดใช้’

(11 ต.ค. 68) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ได้ให้สัมภาษณ์ในรายการ THE STANDARD NOW ถึงสถานการณ์และความท้าทายที่พรรคเผชิญอยู่ พร้อมยืนยันว่าพรรคจะเดินหน้าต่อไปในการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยมุ่งเน้นการทำงานเพื่อประชาชนและการแก้ไขปัญหาของประเทศ 

ในส่วนที่เกี่ยวกับอนาคตของพรรครวมไทยสร้างชาติและการเปลี่ยนแปลงภายในพรรคนั้น นายพีระพันธุ์กล่าวว่า ตนรู้สึก "สบายใจขึ้น" ที่ปัจจุบันพรรคไม่มีกลุ่มก๊วน และยืนยันว่าพรรครวมไทยสร้างชาติจะยังคงลงสนามเลือกตั้งในครั้งหน้า ซึ่งตนกำลังคัดเลือกผู้สมัครใหม่ที่มุ่งมั่นตั้งใจทำงานเพื่อประเทศชาติ มีความซื่อสัตย์สุจริต และจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของประเทศ โดยไม่หวังผลประโยชน์ส่วนตัวหรือตำแหน่ง

“สําหรับผม ผมไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านหรือเดือดร้อนเลย เพราะว่าการเมืองก็เป็นเรื่องแบบนี้ แล้วสาเหตุลึกๆ ที่มีการเปลี่ยนแปลงนี่ ผมพูดไม่ได้หรอก และผมคิดว่าสังคมก็รับไม่ได้ถ้ารู้เบื้องหลังนะ แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะว่าผมมีความตั้งใจที่จะทําพรรคการเมืองพรรคนี้ให้เป็นพรรคที่ให้ประชาชนเห็นว่า ผมมาทํางาน ผมไม่ได้มาเล่นเกมการเมือง และไม่ได้มาเล่นเกมธุรกิจการเมืองเพื่อหาเงิน” นายพีระพันธุ์กล่าว

นายพีระพันธุ์ยังได้กล่าวย้ำถึงอุดมการณ์พรรคว่า ตนไม่ต้องการให้พรรครวมไทยสร้างชาติถูกจัดอยู่ในกรอบอนุรักษ์นิยมหรือฝ่ายใด แต่ต้องการให้เป็นพรรคที่มาทำงานและแก้ปัญหาให้ประชาชนอย่างแท้จริง ไม่เห็นด้วยกับการแบ่งสีแบ่งฝ่ายทางการเมือง และต้องการให้ทุกคนรวมพลังกันเพื่อพัฒนาประเทศ พร้อมย้ำว่าเรื่องสถาบันหลักของประเทศเป็นสิ่งที่ตนยึดมั่นและไม่อาจประนีประนอมได้

นอกจากนี้ นายพีระพันธุ์ยังได้กล่าวถึงผลงานและความท้าทายในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานที่ผ่านมาว่า ตนได้ดำเนินการลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้ประชาชนมาตลอด 2 ปีที่ผ่านมา และสามารถลดค่าไฟฟ้าลงมาต่ำได้กว่า 4 บาทต่อหน่วย โดยปัจจุบันค่าไฟอยู่ที่ 3.94 บาท และตั้งเป้าไว้ก่อนพ้นตำแหน่งว่าจะลดให้เหลือประมาณ 3.70 บาทในปี 2569 อีกทั้งยังได้ตรึงราคาก๊าซหุงต้มไว้ที่ 423 บาทต่อ 15 กิโลกรัมมาตลอด ซึ่งในการรับหน้าที่กำกับดูแลด้านพลังงานนี้ ตนได้เผชิญกับปัญหาอุปสรรคมาตลอดทาง ทั้งการปิดบังข้อมูล การไม่ได้รับความร่วมมือ และการต่อต้านจากผู้มีผลประโยชน์มหาศาล ซึ่งเป็นเหตุผลที่ไม่มีใครเคยแก้ไขปัญหาพลังงานของประเทศได้สำเร็จ แต่ตนมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะปฏิรูปโครงสร้างราคาพลังงาน ทั้งเรื่องน้ำมัน ไฟฟ้า และก๊าซ โดยจะผลักดันกฎหมายที่สำคัญ เช่น พ.ร.บ. กำกับกิจการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อควบคุมราคาน้ำมันไม่ให้ผันผวนรายวัน พ.ร.บ. การสำรองน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้ประเทศมีน้ำมันสำรองของตนเอง ไม่ใช่อิงจากการสำรองน้ำมันของผู้ค้าเอกชน และร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมการใช้ไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ หรือ พ.ร.บ.โซลาร์เสรี ซึ่งจะช่วยปลดล็อกให้ประชาชนติดตั้งโซลาร์เซลล์ได้ง่ายขึ้น แต่ร่างกฎหมายฉบับหลังสุดนี้กลับโดนตีตกจากคณะกรรมการกฤษฎีกา ทั้ง ๆ ที่ ครม.ได้มีมติเห็นชอบไปแล้ว ซึ่งตนมองว่าเป็นการกระทำที่เกินอำนาจหน้าที่ของกฤษฎีกา โดยเชื่อว่ามีการขัดขวางจากผู้ได้รับผลประโยชน์เช่นเดิม

นายพีระพันธุ์ยังเปิดเผยอีกว่า นอกจากเรื่องพลังงานแล้ว นโยบายของพรรครวมไทยสร้างชาติจะเน้นการแก้ไขปัญหาความไม่ยุติธรรม การบังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะการกำจัดเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน โดยเสนอโทษประหารชีวิตและให้ลูกหลานญาติพี่น้องชดใช้เงินคืนแผ่นดิน

“อีกอย่างนึงที่ผมคิดว่าต้องแก้ปัญหาโดยเร่งด่วนคือเรื่องของความไม่ยุติธรรมในสังคม และการบังคับใช้กฎหมายปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ผมกําลังคิดว่า นโยบายหลักอีกเรื่องของรวมไทยสร้างชาติ คือ พวกที่ทุจริตงบประมาณแผ่นดินต้องประหารให้หมด ญาติพี่น้องต้องชดใช้เงินคืนแผ่นดินทุกคน เราขโมยเงินคนตามกฎหมายอาญามีโทษอยู่แล้ว แต่นี่งบประมาณแผ่นดินเงินของคนทั้งประเทศ โทษเท่ากับขโมยเงินคนคนเดียวได้อย่างไร ประเทศนี้ต้องแก้ไข นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าผมจะเสนอทุกอย่างที่ควรจะต้องแก้ไขในประเทศนี้” นายพีระพันธุ์กล่าว

ต่อข้อซักถามในประเด็นข้อกล่าวหากรณีคลิปเสียงอดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งพรรคถูกโจมตีมาตลอดว่าเหตุใดจึงไม่ถอนตัวนั้น นายพีระพันธุ์ชี้แจงว่า ช่วงแรกเสียงส่วนใหญ่ในพรรคเห็นว่า นายกฯ ควรต้องลาออก และได้มีมติให้ตนไปแจ้งให้นายกฯ ทราบ ซึ่งทาง นายกฯ ได้ขอเวลาทบทวนพิจารณา ต่อมา สมาชิกส่วนหนึ่งของพรรคก็มีความกังวลว่า ถ้าพรรคถอนตัวก็อาจจะเกิดการยุบสภา ซึ่งพวกเขายังไม่พร้อม จากนั้น ก็มีผู้ไปยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยคดีคลิปเสียงดังกล่าว ผู้บริหารพรรคจึงเห็นตรงกันว่า ควรรอฟังคำตัดสินจากศาลรัฐธรรมนูญ เพราะถ้าหากพรรคไปชี้ว่าผิด แต่ศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าไม่ผิด ก็จะเป็นเรื่องที่ไม่สมควร ดังนั้นจึงให้รอฟังคำตัดสินจากศาลรัฐธรรมนูญก่อนดีกว่า 

ประเด็นถัดมาเกี่ยวกับกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สอบตนเรื่องข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการแจกถุงยังชีพนั้น นายพีระพันธุ์กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นอีกความพยายามที่ตั้งใจจะทำให้ตนเสียหาย พร้อมอธิบายว่า การจะกระทำผิดเรื่องใดได้ต้องมีเจตนามาเป็นองค์ประกอบหลัก โดยในวันนั้น ตนได้ไปปฏิบัติภารกิจเยียวยาน้ำท่วม 9 จุด ใน 3 จังหวัด คือ จ.ชุมพร จ.สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช แต่ทำไมจึงมีปัญหาเกิดขึ้นเฉพาะใน จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเมื่อสืบหาข้อมูลก็พบว่า ก่อนหน้านั้น สส.ในพื้นที่ดังกล่าวซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบจัดการเรื่องของบริจาค ได้มาขอสนับสนุนสิ่งของจากพรรคไปร่วมบริจาค ตนจึงส่งข้าวสารถุงละ 5 กิโลกรัมจำนวนหนึ่ง ไปร่วมแจกจ่ายให้ประชาชนด้วย ในวันเกิดเหตุนั้น ทางทีมงานของ สส.ในพื้นที่ ก็ได้นำเอาข้าวสารที่ตนร่วมบริจาคไปรวมไว้ในถุงเดียวกับสิ่งของที่ได้รับมาบริจาคมาจาก ปตท. โดยได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ของ ปตท. แล้ว ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการขนส่งและแจกจ่ายให้แก่พี่น้องประชาชน พร้อมกับแปะสติกเกอร์รูปของตนที่ทำกันไว้เองก่อนหน้านั้นบนด้านหน้าถุงเหมือนที่เคยทำด้วยความเคยชิน ซึ่งตนไม่ได้สังเกตเห็นในจุดนี้ตั้งแต่แรก เพราะคนที่ส่งถุงยังชีพมาให้หันด้านหลังถุงให้ตนส่งต่อแก่ชาวบ้าน แต่เมื่อตนสังเกตเห็น ก็บอกให้นำสติกเกอร์ดังกล่าวออกและหยุดแจกถุงยังชีพทันที และมีพยานรู้เห็นในเรื่องนี้ แต่กลับไม่อยู่ในสำนวน ตนจึงไปแจ้งความให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไปสอบสวนและบันทึกข้อมูลไว้แล้ว

“กรณีนี้ผมถูกวางยาแน่นอน ผมจะไปลงพื้นที่พรุ่งนี้เช้า ตารางกำหนดการของผมเสร็จคืนนี้ 4 ทุ่ม แล้วผมจะเอาของ เอาสติ๊กเกอร์จากไหนมาเตรียมการ แล้วถ้าผมจะทํา ทําไมผมไม่ทําทุกจังหวัด แล้วที่เห็นในภาพก็มีรูปของท่านอดีตรัฐมนตรีด้วย แต่บอกว่าท่านไม่ผิด ผมผิดคนเดียว” นายพีระพันธุ์ตั้งข้อสังเกต 

สุดท้าย นายพีระพันธุ์ได้กล่าวขอบคุณประชาชนที่ให้กำลังใจ และยืนยันว่าพรรครวมไทยสร้างชาติจะมุ่งมั่นทำงานเพื่อประชาชนและประเทศชาติให้ดียิ่งขึ้นไปกว่าเดิม

ผบช.ตชด.ห่วงใยอธิปไตยของชาติ สนองนโยบาย ผบ.ตร. สั่งเสริมกำลังบูรณาการร่วม ทหาร-ตำรวจภูธรภาค 2 ลงพื้นที่บ้านหนองจาน สระแก้ว พร้อมดูแลประชาชน ปกป้องอธิปไตย

(11 ต.ค. 68) พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ผบช.ตชด.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ปัญหาชายแดน ที่บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยประชาชนและกำลังพลในการปฏิบัติหน้าที่ ได้สั่งการให้ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (บช.ตชด.) จัดกำลังพลบูรณาการร่วมการปฏิบัติกับ ทหาร และตำรวจภูธรภาค 2 โดยได้ส่งกำลังพลเดินทางเข้าสนับสนุนในพื้นที่ จ.สระแก้วเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมปฏิบัติหน้าที่ดูแลและควบคุม สถานการณ์ในพื้นที่บ้านหนองจาน  

โดยได้มีการเน้นย้ำกับ กำลังพลทุกนาย ให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความทุ่มเท เสียสละ กล้าหาญและอดทน ปฏิบัติการทางยุทธวิธีตามหลักสากล อดทน อดกลั้น ต่อการยั่วยุ และเน้นการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและการซึ้งรักษาอธิปไตยของขาติ

พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ยังเปิดเผยอีกว่า ตชด.ได้ตรึงกำลังหน้าแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ 7 จังหวัด เต็มอัตรา 100%  ตั้งแต่เดือน ก.ค. ที่ผ่านจนถึงปัจจุบัน สำหรับพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว ตชด.ได้ร่วมปฏิบัติการกับเหล่าทัพ และประสานการปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง รวมถึงสนับสนุนชุด EOD และ K-9 ปฏิบัติการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว อย่างต่อเนื่อง

สำหรับผลการปฏิบัติ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย กำลังพลทุกนายปลอดภัยดี ทั้งนี้ ขอยืนยันและขอให้เชื่อมั่นว่า ตชด.จะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ และยืนหยัดเคียงข้างประชาชน และปกป้องอธิปไตยของชาติ ไม่ให้ใครมารุกรานอย่างแน่นอน

ท่องเที่ยวจีน คึกคัก!! คนแห่เที่ยว วันหยุดยาว สัมผัส!! เสน่ห์ทางวัฒนธรรม ท่องเที่ยวยามค่ำคืน

(11 ต.ค. 68) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของจีนเผยว่า วันหยุดยาว 8 วัน เนื่องในวันชาติและเทศกาลไหว้พระจันทร์ของจีน ได้สร้างสถิติใหม่ด้านการท่องเที่ยวภายในประเทศ โดยในช่วงเวลาดังกล่าวมีการเดินทางรวมทั้งสิ้น 888 ล้านครั้ง เพิ่มขึ้น 123 ล้านครั้งเมื่อเทียบกับวันหยุดยาว 7 วันของปีก่อน ขณะที่การใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวอยู่ที่ 8.09 แสนล้านหยวน (ราว 3.71 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้น 1.08 แสนล้านหยวน (ราว 4.95 แสนล้านบาท) เมื่อเทียบปีต่อปี

สถาบันการท่องเที่ยวของจีน (China Tourism Academy) ระบุว่า วันหยุดยาวที่มากขึ้นและการลางานที่มีความยืดหยุ่นส่งผลให้ผู้คนสามารถเดินทางได้ไกลขึ้น โดยระยะทางเฉลี่ยในการเดินทางเพิ่มขึ้นร้อยละ 14.8 แตะที่ 213 กิโลเมตร ขณะที่ระยะทางการท่องเที่ยวภายในท้องถิ่นเพิ่มขึ้นร้อยละ 24.5 แตะที่ 23 กิโลเมตร

บริษัทท่องเที่ยวรายใหญ่ เช่น ทริป ดอต คอม (Trip.com) และฟลิกกี (Fliggy) รายงานว่า การท่องเที่ยวภายในประเทศแบบระยะไกลเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ด้านสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองแห่งชาติจีน (NIA) รายงานว่านักท่องเที่ยวจีนออกไปท่องเที่ยวในกว่า 180 ประเทศและภูมิภาค และมีจำนวนการเดินทางข้ามพรมแดนรวม 16.34 ล้านครั้ง

การท่องเที่ยวในชนบทเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยร้อยละ 22 ของชาวจีนในชนบทเดินทางรวมทั้งสิ้น 102 ล้านครั้ง คิดเป็นร้อยละ 11.5 ของการเดินทางภายในประเทศทั้งหมด

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวกว่าร้อยละ 40 หลีกเลี่ยงเมืองใหญ่ และเบนความสนใจไปยังจุดหมายปลายทางที่เงียบสงบกว่า บริษัทถงเฉิง ทราเวล (Tongcheng Travel) ระบุว่า ยอดจองโรงแรมในอำเภอกว่า 30 แห่ง เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า

ด้านเจ้าหน้าที่จากสถาบันการท่องเที่ยวของจีนกล่าวว่า ชาวชนบทและนักท่องเที่ยวหนุ่มสาวจากเมืองขนาดเล็กได้กลายเป็นพลังขับเคลื่อนตลาดที่แข็งแกร่ง โดยความต้องการของนักท่องเที่ยวกำลังเปลี่ยนไปสู่หมุดหมายที่มีขนาดเล็กกว่าแต่เปี่ยมด้วยเสน่ห์ทางวัฒนธรรม

ผู้คนให้ความสำคัญกับประสบการณ์ทางวัฒนธรรมและอารมณ์มากขึ้น นักท่องเที่ยวจำนวนมากเข้าร่วมกิจกรรมส่วนชุดฮั่นฝู พิธีชงชา และกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ ในขณะที่เหม่ยถวน ทราเวล (Meituan Travel) รายงานว่า การค้นหาคำว่า “ท่องเที่ยวยามค่ำคืน” เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 386.5

หน่วยงานการท่องเที่ยวมีการอำนวยความสะดวกหลายรูปแบบ เช่น พิพิธภัณฑ์ในนครเซี่ยงไฮ้เปิดให้บริการเข้าชมช่วงดึก ถ้ำโม่เกาในตุนหวงเปิดระบบแนะนำแบบดิจิทัล และทะเลสาบซีหูในนครหางโจวได้ใช้ระบบจองอัจฉริยะเพื่อจัดการจำนวนผู้เข้าชมอย่างมีประสิทธิภาพ

ในช่วงเวลานี้ จีนจัดกิจกรรมทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวมากกว่า 29,000 รายการ พร้อมออกคูปองเพื่อส่งเสริมการบริโภคมูลค่ารวม 480 ล้านหยวน (ราว 2.2 พันล้านบาท)

หูหยาง รองประธานบริษัทถูเจีย กล่าวว่าจุดหมายปลายทางที่ผู้คนเลือกเที่ยวในปัจจุบันสะท้อนถึงความสนใจและความเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตในท้องถิ่น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top