Monday, 8 June 2026
Hard News Team

มุกดาหาร -สิงห์เมืองมุก ผนึกกำลัง สิงห์ดงหลวง! บุกจับผู้ค้ายาเสพติดกลางผึ่งแดด ยึดยาบ้า 400 เม็ด

เมื่อวานนี้ (15 ต.ค. 68) นายชายสิทธิ์ สุวรรณโชติ นายอำเภอเมืองมุกดาหาร / ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอเมืองมุกดาหาร (ศป.ปส.อ.เมืองมุกดาหาร) ได้สั่งการให้นางสาวธัญญารัตน์ เหล่าบุตรศรี ปลัดอำเภอ หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอเมืองมุกดาหาร (สิงห์เมืองมุก) พร้อมสมาชิก อส. ร้อย อส.อ.เมืองมุกดาหารที่ 2 บูรณาการร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอำเภอดงหลวง ภายใต้การอำนวยการของนายพิเชษฐ์ ศรีมารุต นายอำเภอดงหลวง (ผอ.ศป.ปส.อ.ดงหลวง) โดยมีนายชัช โชติชูชัย ปลัดอำเภอ หัวหน้าชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอดงหลวง (สิงห์ดงหลวง) พร้อมสมาชิก อส. ร้อย อส.อ.ดงหลวงที่ 8 ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบ หลังได้รับร้องเรียนว่ามีผู้มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติดในเขตพื้นที่ตำบลผึ่งแดด อำเภอเมืองมุกดาหาร

ผลการปฏิบัติ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้า 400 เม็ด โดยแจ้งข้อกล่าวหา “จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย” จำนวน 1 ราย และ“เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย” จำนวน 1 ราย จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ผึ่งแดด อำเภอเมืองมุกดาหาร เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ไทยยันไม่เสียเทคโนโลยี หลังโดรนลาดตระเวนร่วงฝั่งกัมพูชา

(16 ต.ค. 68) โซเชียลมีเดียกัมพูชาเผยแพร่ภาพและคลิปวิดีโอทหารเขมรยืนล้อมโดรนไทยที่ตกในเขตประเทศกัมพูชา ใกล้บริเวณปราสาทตาควาย โดยมีการแสดงท่าทีสนุกสนาน พร้อมโชว์ปืนยิงโดรนต่อหน้ากล้อง ทำให้กลายเป็นกระแสพูดถึงในโลกออนไลน์ทั้งสองประเทศ

ด้านอาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ คณบดีวิทยาลัยการแพทย์แผนตะวันออก ม.รังสิต และประธานมูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน เปิดเผยว่า โดรนที่ตกดังกล่าวเป็นโดรนลาดตระเวนของมูลนิธิฯ ซึ่งนักบินใหม่กำลังฝึกบินใกล้พื้นที่ชายแดน แต่ถูกเทคโนโลยีจากฝั่งกัมพูชาหลอกพิกัดจนหลุดเข้าไปในเขตกัมพูชาประมาณ 2 กิโลเมตร ก่อนถูกยึดไว้

อาจารย์ปานเทพยืนยันว่า แม้โดรนจะถูกยึด แต่ฝ่ายกัมพูชาไม่สามารถถอดหรือใช้ซอฟต์แวร์ได้ เพราะระบบทั้งหมดพัฒนาโดยคนไทย และไม่เชื่อมโยงกับระบบภายนอก พร้อมมองว่าเหตุการณ์นี้ทำให้ไทยได้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับเทคโนโลยีต่อต้านโดรนที่กัมพูชาใช้ในพื้นที่ชายแดน

ผบช.ตชด. สดุดี ตชด.ผู้กล้า 'ด.ต.สมศักดิ์ นาคเสน' พลีชีพในปฏิบัติการปิดล้อมสายบุรี พร้อมดูแลสวัสดิการเต็มที่

เมื่อวานนี้ (15 ต.ค. 68) พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ( ผบช.ตชด. ) แสดงความอาลัย และแสดงความเสียใจ กรณี ด.ต.สมศักดิ์ นาคเสน ผู้บังคับหมู่ กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 44 ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้าชุดปฏิบัติการตรวจสอบและเก็บกู้วัตถุระเบิด หรือ EOD ร้อย ตชด.444 เสียชีวิตขณะปฏิบัติภารกิจปิดล้อมเป้าหมาย บังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ อ.สายบุรี จว.ปัตตานี เมื่อช่วงเย็น วันนี้

เหตุการณ์ความสูญเสียครั้งนี้เกิดขึ้น เมื่อช่วงเย็นวันนี้ หลังจากที่ เวลา 13.30 น. ร้อย ตชด.444 ได้ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่ จว.ปัตตานี ทำการเข้าบังคับใช้กฎหมายปิดล้อมตรวจค้น ในพื้นที่ ม.4 ต.บางเก่า อ.สายบุรี จว.ปัตตานี ซึ่งการปฏิบัติและเข้าพิสูจน์ทราบระหว่างปิดล้อมตรวจค้นเป้าหมาย และขณะกำลังเคลียร์พื้นที่ ได้เกิดเหตุปะทะกับกลุ่มคนร้ายขึ้นจนเป็นเหตุทำให้ ด.ต.สมศักดิ์ นาคเสน ได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้ทำการวิสามัญคนร้าย 1 ราย จับกุม 1 ราย พร้อมตรวจยึด อาวุธปืนพกสั้น พร้อมด้วยลูกกระสุนปืน 

ผบช.ตชด.กล่าวว่า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง และขอสดุดี ด.ต.สมศักดิ์ นาคเสน เป็นตำรวจที่เป็นที่รักของเพื่อนร่วมงาน และผู้บังคับบัญชา เป็นตำรวจมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญด้านตรวจสอบและเก็บกู้วัตถุระเบิด ขอยกย่องในความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ เป็น ตชด.ผู้กล้า ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญ ทุ่มเท ไม่หวั่นต่อภัยอันตราย เสียสละ เพื่อประโยชน์สุขของชาติบ้านเมืองจนวาระสุดท้ายของชีวิต โดยได้สั่งการให้ดูแลสวัสดิการ สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ และเยียวยาครอบครัวอย่างเต็มกำลังความสามารถ และได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ปกปภพ บดีพิทักษ์ รอง ผบช.ตชด. ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์ และเยี่ยมให้กำลังใจแก่ครอบครัวของ ด.ต.สมศักดิ์ฯด้วย

สบส. ร่วมทีมเลขา รมว. สธ. ลงตรวจสถานประกอบการย่านสีลม

เมื่อวานนี้ (15 ต.ค. 68) ณ บริเวณถนนสีลม ซอย 4 แขวงสีลม กรุงเทพมหานคร นางสาวจิตศ์ตราฎ์ หมีทองธนกรณ์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นำทีมผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วย ดร.นายแพทย์ภานุวัฒน์ ปานเกตุ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ดร.พรเทพ ล้อมพรม ผู้อำนวยการกองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ เจ้าหน้าที่กองกฎหมาย และเจ้าหน้าที่กองสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานประกอบการเพื่อสุขภาพในพื้นที่ เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจแก่ผู้ประกอบการให้ดำเนินกิจการอย่างถูกต้องตามพระราชบัญญัติสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ พ.ศ. 2559 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 

เชียงใหม่-เตรียมจัดประชุมวิชาการและนิทรรศการ 'ทรัพยากรไทย : หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน' ครั้งที่ 12

แม่โจ้ ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่ เตรียมจัดยิ่งใหญ่! การประชุมวิชาการและนิทรรศการ “ทรัพยากรไทย : หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน” ครั้งที่ 12 ระหว่างวันที่ 4–10 พฤศจิกายน 2568 ชวนร่วมเรียนรู้คุณค่าทรัพยากรไทยผ่านกาลเวลา ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เชียงใหม่

เมื่อวานนี้ (15 ต.ค. 68) เวลา 18.00 น. ณ.ศูนย์กีฬาเฉลิมพระเกียรติ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ นายชัชวาลย์ ปัญญา รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ ร่วมกันแถลงการเตรียมความพร้อมในการจัดการประชุมวิชาการและนิทรรศการ ครั้งที่ 12 ทรัพยากรไทย : หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน The 12th Academic Conference and Exhibition on Thai Resources: Thai Treasures Through Time  ระหว่างวันที่ 4-10 พฤศจิกายน 2568  ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ 

รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา อธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้  กล่าวว่า จังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ขอเชิญประชาชนเฝ้าฯ รับเสด็จสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ เพื่อทรงเปิดการประชุมวิชาการและนิทรรศการ ครั้งที่ 12 “ทรัพยากรไทย : หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน” ในวันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.30 น. ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่

การประชุมวิชาการและนิทรรศการครั้งนี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4–10 พฤศจิกายน 2568ภายใต้แนวคิดหลัก “ทรัพยากรไทย : หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน” มีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดพระเกียรติในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 70 พรรษาสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เปิดโอกาสให้เยาวชน ประชาชน นักวิชาการ ภาคเอกชน และผู้กำหนดนโยบายได้ตระหนักถึงคุณค่าและศักยภาพของทรัพยากรไทย ผ่านแนวคิด “หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน” เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน เฉลิมฉลองในโอกาสที่มหาวิทยาลัยแม่โจ้ครบรอบ 90 ปี อันเป็นหมุดหมายแห่งความภาคภูมิใจและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง

ภายในงาน มหาวิทยาลัยแม่โจ้จัดนิทรรศการพิเศษ “หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน อพ.สธ. มหาวิทยาลัยแม่โจ้” ภายใต้แนวคิด “รากแก้วมั่นคงมั่งคั่ง” สะท้อนบทบาทของมหาวิทยาลัยด้านการเกษตรที่เก่าแก่และมั่นคงของประเทศไทย ซึ่งก่อตั้งมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2477 จากโรงเรียนครูประถมกสิกรรมภาคเหนือ จนพัฒนาเป็นมหาวิทยาลัยแม่โจ้ในปัจจุบัน

มหาวิทยาลัย ยังดำเนินงานสืบสานพระราชปณิธานในโครงการพระราชดำริต่าง ๆ โดยเฉพาะ โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ (อพ.สธ.) ซึ่งได้จัดตั้ง ศูนย์ประสานงาน อพ.สธ. มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ทำหน้าที่เป็น “ขุมคลังปัญญาคู่ผืนถิ่น” ประสานงานและพัฒนาบุคลากร พร้อมจัดเก็บข้อมูลฐานทรัพยากรท้องถิ่นของจังหวัดเชียงใหม่ แพร่ น่าน และชุมพร

กว่า 3 ทศวรรษของการดำเนินงาน (ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2537) มหาวิทยาลัยได้สั่งสมองค์ความรู้ด้านการวิจัยและบริการวิชาการ และได้นำเสนอผลงานเด่นภายใต้หัวข้อ “ของขวัญล้ำค่าจากแผ่นดิน” ได้แก่ เอื้องคำ สารสายใยให้คุณค่า เพาะพันธุ์เพาะภูมิปัญญา ผลิบานสร้างคุณค่าสู่มหาชน

เห็ด จากป่าท้องถิ่นไทย สู่การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน แตงไทย รักษ์พืช รักษ์พันธุ์ คัดสรรสู่แผ่นดิน พุทธศิลป์ล้านนา จากลายพันธุ์สู่พันลายสู่งานนวัตกรรมสร้างสรรค์ มะเกี๋ยง ผลไม้ไทยอันเป็นที่หนึ่ง หวนดูอดีต ศึกษาปัจจุบัน เพื่ออนาคตอย่างยั่งยืน มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ชุมพร ความหลากหลายของทรัพยากรจากยอดเขาถึงใต้ทะเล

นอกจากนี้ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ยังได้ขับเคลื่อนแนวทาง “คาร์บอนคลีนอย่างยั่งยืน” ตามแผนแม่บท อพ.สธ. ระยะที่ 8 (พ.ศ.2570–2574) ที่มุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ “IWA : การเกษตรอัจฉริยะเพื่อสุขภาวะที่ยั่งยืน” โดยผลการวิจัยชี้ว่า มหาวิทยาลัยแม่โจ้มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประมาณ 84,750 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า ขณะเดียวกันสามารถดูดซับคาร์บอนได้จากป่าไม้และพื้นที่สีเขียวมากถึง 88,996.56 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า สะท้อนศักยภาพในการก้าวสู่สังคมคาร์บอนสมดุลอย่างเป็นรูปธรรม

ภายในงานยังประกอบด้วยกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การประชุมวิชาการและนิทรรศการงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน 98 โรงเรียน การประชุมและนิทรรศการงานฐานทรัพยากรท้องถิ่น 38 หน่วยงานนิทรรศการหน่วยงานสนองพระราชดำริฯ 126 หน่วยงาน การประชุมชมรมคณะปฏิบัติงานวิทยาการ อพ.สธ.แปลงสาธิตและฐานการเรียนรู้ด้านการเกษตร 

อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญคือ “งานเกษตรแม่โจ้” มหกรรมต้นไม้ ผลิตภัณฑ์เกษตร สินค้าชุมชน ร้านอาหาร และการแสดงศิลปวัฒนธรรม จากสถานศึกษาและศิลปินรับเชิญ ตลอด 7 วัน 7 คืน

มหาวิทยาลัยแม่โจ้ขอเชิญชวนประชาชน นักเรียน นักศึกษา และผู้สนใจ เที่ยวชมงาน “ทรัพยากรไทย : หวนดูทรัพย์สิ่งสินตน” ระหว่างวันที่ 4–10 พฤศจิกายน 2568 ณ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อร่วมเรียนรู้คุณค่าทรัพยากรไทย อิ่มเอมทั้งองค์ความรู้และความบันเทิงครบครัน

‘ฮุนเซน’ ลั่น!! ปิดชายแดน 100 ปี เขมรก็ไม่ตาย ขอบคุณไทยที่ช่วยให้สินค้าในประเทศได้โอกาสเติบโต

(16 ต.ค. 68) สมเด็จเตโช ฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ออกแถลงการณ์กล่าวถึงกรณีไทยปิดชายแดนว่า การปิดด่านฝ่ายเดียวของไทยกลับส่งผลให้สินค้าที่ผลิตในประเทศกัมพูชาเติบโตอย่างมาก พร้อมยืนยันว่าประเทศไม่ได้เดือดร้อนจากการขาดสินค้าจากไทยแม้แต่น้อย

ฮุนเซนระบุว่า กัมพูชาไม่เคยเรียกร้องให้ไทยเปิดชายแดนอีกครั้ง เพราะถือว่า “ไทยเป็นฝ่ายปิด ก็มีสิทธิจะเปิดเอง” และหากไทยจะปิดต่ออีก 100 ปีก็ไม่เป็นไร พร้อมกล่าวขอบคุณไทยที่ช่วยให้สินค้าในประเทศได้โอกาสเติบโต โดยชาวกัมพูชาหันมาสนับสนุนสินค้าท้องถิ่นมากขึ้นจนตลาดภายในประเทศเข้มแข็งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

นอกจากนี้ ฮุนเซนย้ำว่า แม้จะไม่มีสินค้าจากไทยมานานกว่า 3 เดือน แต่ตลาดกัมพูชายังมีเสถียรภาพ มีสินค้าบริโภคเพียงพอ อัตราเงินเฟ้อต่ำ และเศรษฐกิจมหภาคยังบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมระบุว่า นักลงทุนญี่ปุ่นที่ต้องการขนส่งสินค้าผ่านด่านไทย–กัมพูชา ควรติดต่อฝ่ายไทยโดยตรง เพราะกัมพูชาอนุมัติไปแล้ว

ทั้งนี้ ท้ายแถลงการณ์ ฮุนเซนขอให้ประชาชนชาวกัมพูชามีความอดทน และเชื่อมั่นในรัฐบาลว่าจะสามารถแก้ไขความขัดแย้งกับไทยได้ด้วยสันติวิธี โดยย้ำว่า “ไทยจะปิดต่ออีกนานแค่ไหนก็ตาม กัมพูชาจะไม่ตาย” และจะเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจของตัวเองต่อไป

‘ฐาปนีย์’ โพสต์ให้กำลังใจ ‘อังคณา’ นักสิทธิมนุษยชน หลังถูกกระแสโจมตี ‘ล่าแม่มด’ ปมดราม่ากัมพูชา

(16 ต.ค. 68) ฐาปนีย์ เอียดศรีชัย ผู้สื่อข่าวชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กให้กำลังใจ อังคณา นีละไพจิตร สว.และนักสิทธิมนุษยชน หลังถูกกระแสเรียกร้องให้ปลดจากตำแหน่งกรณีให้ความเห็นเรื่องกัมพูชา โดยฐาปนีย์ย้อนเล่าประสบการณ์ส่วนตัวเมื่อ 10 ปีก่อน ตอนทำข่าวโรฮิงญา จนถูกเรียกว่า 'โรฮิงแยม' ทำให้ถูกโจมตีในลักษณะเดียวกัน

เธอย้ำว่า การทำงานด้านสิทธิมนุษยชนหรือการพูดเรื่องความเป็นมนุษย์ ไม่ได้หมายความว่า “ไม่รักชาติ” หรือ “ขายชาติ” แต่คือการยืนหยัดในหลักการ เพื่อเปิดมุมมองที่ต่างจากกระแสหลัก พร้อมยอมรับว่าทุกฝ่ายผู้มีเจตนาดีอย่างคุณ “กัน จอมพลัง” ต่างมีสิทธิ์เห็นต่างกันได้ แต่ไม่ควรตัดสินใครแบบสุดโต่ง

นอกจากนี้ ฐาปนีย์ระบุว่า เธอเคยผ่านช่วงเวลา “ถูกล่าแม่มด” และเข้าใจดีว่าการถูกโจมตีเพียงเพราะยืนหยัดในความเชื่อมั่นหนักหนาเพียงใด จึงอยากให้กำลังใจอังคณาและทุกฝ่ายที่ทำงานเพื่อประเทศชาติ ทั้งเจ้าหน้าที่ ทหาร และประชาชน พร้อมขอให้ทุกคนอย่าลืม “ความเป็นมนุษย์” ของกันและกัน

ท้ายที่สุด เธอเรียกร้องให้สื่อมวลชนหยุดกระพือดราม่า แล้วหันมานำเสนอสาระสำคัญของปัญหาความขัดแย้งไทย–กัมพูชา รวมถึงการแก้ปัญหาสแกมเมอร์และสร้างสันติภาพร่วมกัน โดยย้ำว่า “เราต่างรักชาติได้ โดยไม่ต้องเกลียดกันเอง”

สมาชิกบางจากกรีนไมลส์ ล็อกอินแอปครั้งแรก รับส่วนลดเครื่องดื่มอินทนิล 50% 

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) มอบสิทธิพิเศษสุดคุ้มให้แก่สมาชิกบางจากกรีนไมลส์ (Bangchak GreenMiles) เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคดิจิทัลเพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชันบางจากและเข้าสู่ระบบสมาชิกครั้งแรก รับทันทีคูปองส่วนลด 50% สำหรับซื้อเครื่องดื่มอินทนิล โดยรับสิทธิ์ได้ในฟีเจอร์ “คูปองของฉัน” เมนูที่ร่วมรายการ ได้แก่ เอสเพรสโซ่เย็น, อเมริกาโน่เย็น, โกโก้เย็น, ชาเขียวลาเต้เย็น (22 ออนซ์) และชาไทยพรีเมียมลาเต้สูตรดั้งเดิม (16 ออนซ์) จากราคาปกติ 60–65 บาท (1 สิทธิ์/สมาชิก) ใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 31 ธันวาคม 2568 รวมกว่า 280,000 สิทธิ์ตลอดโครงการ 

สำหรับแอปพลิเคชัน 'บางจาก' ล่าสุดได้ปรับโฉมใหม่ที่มาพร้อมรูปแบบและฟีเจอร์ที่ใช้งานง่าย สะดวก และครบครันยิ่งกว่าเดิมเพื่อรองรับไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่  และยังทำให้ทุกการใช้จ่ายคุ้มค่า ยิ่งใช้ยิ่งได้ ยิ่งเติมยิ่งอัปเวลดาวน์โหลดแอป 'บางจาก' เวอร์ชันใหม่ได้แล้ววันนี้ ทั้งบน iOS / Android / Huawei : https://bit.ly/3YZxWQu

วันหยุด ทัพเรือภาคที่ 1 ไม่หยุด ยังคงลาดตระเวนตรวจการณ์ทางทะเล ตลอด 24 ชั่วโมง

ช่วงเวลาแห่งวันหยุด เมื่อ 10 – 13 ต.ค.68 และในทุกๆ วัน ทัพเรือภาคที่ 1 ยังคงปฏิบัติการลาดตระเวนตลอดตามแนวเขตเศรษฐกิจจำเพาะไทย-กัมพูชา โดยส่งกำลังทางเรือและอากาศยาน ลาดตระเวนในอาณาเขตทางทะเลของไทย ตั้งแต่หลักเขตที่ 73 ถึงแท่นขุดเจาะแก๊สธรรมชาติจัสมิน โดยได้ตรวจสอบเรือต่างๆ ในพื้นที่เพื่อค้นหาสิ่งผิดกฏหมาย และสินค้าต้องห้าม ตลอดจนดูแลความปลอดภัยให้เรือไทย และแท่นขุดเจาะแก๊สธรรมชาติของไทย

ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นการกระทำที่ต้องสงสัยว่าจะผิดกฏหมายทางทะเล เช่น เรือประมงต่างสัญชาติลักลอบเข้ามาทำการประมงในเขตไทย เรือลำเลียงขนถ่ายน้ำมันเถื่อนและสิ่งผิดกฎหมาย หรือพบเห็นเรือหรือบุคคลที่ประสบภัยในทะเล สามารถแจ้งเหตุทัพเรือภาคที่ 1 สายด่วน! โทร.1696  โทร. 038-438-008 ได้ตลอด 24 ชม.

จีนจัดประชุม World Conference on China Studies เวทีวิชาการระดับนานาชาติ แลกเปลี่ยนมุมมองต่อจีนยุคใหม่

(15 ต.ค. 68) ที่นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ได้เปิดฉากงานประชุมระดับนานาชาติ 'World Conference on China Studies' ครั้งที่ 2 ภายใต้หัวข้อ 'Historical and Contemporary China: A Global Perspective' โดยมีนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านจีนศึกษากว่า 500 คนจากทั่วโลก เข้าร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับประเทศจีนทั้งในอดีตและปัจจุบัน

ภายในงานจัดขึ้นทั้งเวทีเสวนาย่อย นิทรรศการ และกิจกรรมทางวัฒนธรรม โดยเน้นหัวข้อสำคัญ เช่น ความทันสมัยของจีน, บทบาทของคนรุ่นใหม่ในวงการศึกษาของจีน, และการศึกษาจีนในยุคปัญญาประดิษฐ์และดิจิทัล ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามของจีนในการเปิดกว้างทางความคิดและส่งเสริมความเข้าใจจากมุมมองจากนานาชาติ

ทั้งนี้ การประชุมนี้จัดโดย สำนักงานข้อมูลแห่งคณะรัฐมนตรีจีน (SCIO) และรัฐบาลนครเซี่ยงไฮ้ พร้อมด้วยหน่วยงานและสถาบันการศึกษาหลายแห่งร่วมสนับสนุน อีกทั้งยังมีการประกาศ 'ข้อริเริ่มพัฒนาจีนศึกษาโลก' และเปิดตัวหนังสือแนะนำสำหรับการวิจัยด้านจีนศึกษา เพื่อผลักดันองค์ความรู้เชิงลึกของจีนในระดับสากล
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top