Monday, 8 June 2026
Hard News Team

‘จีน’ ยันคุมส่งออก ‘แร่หายาก’ อย่างมีระบบ ปรับเกณฑ์ให้โปร่งใส-เอื้อต่อการค้าถูกกฎหมาย

เมื่อวันที่ (16 ต.ค. 68) กระทรวงพาณิชย์จีน ประกาศว่า รัฐบาลจะเดินหน้าปรับปรุงระบบควบคุมการส่งออก 'แร่หายาก' ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะลดขั้นตอนการอนุมัติและเวลาตรวจสอบ พร้อมพิจารณามาตรการอำนวยความสะดวกทางการค้า เพื่อให้การส่งออกที่ถูกกฎหมายดำเนินได้อย่างราบรื่น

เหอ หย่งเฉียน (He Yongqian) โฆษกกระทรวงพาณิชย์ ย้ำว่ามาตรการดังกล่าวเป็นการดำเนินการตามกฎหมายและไม่มุ่งเป้าต่อประเทศใดเป็นพิเศษ ทั้งยังระบุว่า คำขอส่งออกที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการพลเรือนจะได้รับอนุมัติทั้งหมด โดยเป้าหมายหลักคือป้องกันไม่ให้แร่หายากถูกนำไปใช้ผลิตอาวุธหรือเทคโนโลยีที่เป็นภัยต่อความมั่นคงระหว่างประเทศ

อย่างไรก็ตาม ในอีกด้านจีนแสดงความไม่พอใจต่อสหรัฐฯ ที่ออกมาตรการเพิ่ม 'ค่าธรรมเนียมท่าเรือ' ต่อเรือสินค้าจีน และขยาย 'เอนทิตีลิสต์' หรือ บัญชีรายชื่อบริษัทและองค์กรที่รัฐบาลสหรัฐฯ มองว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ซึ่งส่งผลให้บริษัทเหล่านี้ถูกจำกัดการเข้าถึงเทคโนโลยีและสินค้าของสหรัฐฯ เช่น ชิปหรือซอฟต์แวร์ขั้นสูง

ทั้งนี้ จีนเตือนว่าสหรัฐฯ ควร “หยุดสร้างความวุ่นวาย” หลังเพิ่งเปิดการเจรจาการค้าในกรุงมาดริด แต่กลับออกมาตรการเล่นงานจีนกว่า 20 ฉบับในเวลาไม่ถึงเดือน พร้อมเรียกร้องให้วอชิงตันกลับมาหารืออย่างเท่าเทียมและเคารพซึ่งกันและกัน เพื่อรักษาบรรยากาศความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศ

รู้หรือไม่? 'อังคณา นีละโพจิตร' เคยได้รางวัล 'แมกไซไซ'

รางวัลรามอน แมกไซไซ หรือ รางวัลแมกไซไซ (Ramon Magsaysay Award) ก่อตั้งขึ้น เมื่อเดือนเมษายน ค.ศ. 1957 โดยคณะกรรมการของกองทุนร็อกกี้เฟลเลอร์ บราเธอร์ส (Rockefeller Brothers Fund) ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในนครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาโดยการสนับสนุนของรัฐบาลฟิลิปปินส์ รางวัลแมกไซไซนั้น ถือเสมือนหนึ่งรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพของเอเชีย

ตลอดระยะเวลาเกือบ 7 ทศวรรษที่ผ่าน มีคนไทยและองค์กรในไทยได้รับรางวัลนี้มาแล้วถึง 25 ครั้ง และหนึ่งในนั้นมี ‘อังคณา นีละไพจิตร’ นักสิทธิมนุษยชนคนดัง เคยได้รับรางวัลดังกล่าวด้วยเช่นกัน

‘ทรัมป์’ ขอเวลาคิดก่อนตัดสินใจ ‘คว่ำบาตรรัสเซีย’ เหตุกำลังเตรียมพบ ‘ปูติน’ หวังยุติสงครามยูเครน

(17 ต.ค. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันที่ 16 ตุลาคมว่า ขณะนี้อาจไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมในการออกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียเพิ่มเติม โดยให้เหตุผลว่าการเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจกระทบต่อความพยายามทางการทูตที่เขากำลังดำเนินอยู่ เพื่อเปิดทางสู่การเจรจาสันติภาพกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน

ทรัมป์ระบุว่า ตน “ไม่ได้คัดค้าน” มาตรการคว่ำบาตร แต่ขอให้รอช่วงเวลาที่เหมาะสม โดยจะหารือกับสภาคองเกรสก่อนตัดสินใจอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ เขาย้ำว่ากำลังเตรียมจัดการพบปะกับปูตินที่ประเทศฮังการีภายในสองสัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งเขาเชื่อว่าจะเป็นก้าวสำคัญในการยุติสงครามยูเครน

ขณะเดียวกัน วุฒิสภาสหรัฐฯ กำลังรอการอนุมัติจากทรัมป์ในร่างกฎหมายใหม่ ที่เสนอให้เก็บภาษีในอัตราสูงกับประเทศที่ยังคงนำเข้าพลังงานและสินค้าอื่นจากรัสเซีย เพื่อสร้างแรงกดดันทางเศรษฐกิจต่อมอสโก แต่แหล่งข่าวเผยว่า พรรครีพับลิกันยังไม่ผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้

อย่างไรก็ตาม รายงานจากแหล่งข่าวในวอชิงตันระบุว่า ทีมงานของทรัมป์เริ่มศึกษารายละเอียดของร่างกฎหมายดังกล่าวแล้ว และมีการเสนอแก้ไขเชิงเทคนิคบางส่วน ซึ่งสะท้อนว่าฝ่ายบริหารอาจยังไม่ปิดโอกาสในการใช้มาตรการคว่ำบาตรในอนาคต เพียงแต่ต้องรอ “จังหวะทางการเมือง” ที่เหมาะสมก่อนเท่านั้น

‘เพชรดำฟู้ดส์’ มอบเงินครึ่งล้านช่วย ‘โรงพยาบาลน่าน’ เดินหน้าภารกิจฟื้นฟูหลังวิกฤตน้ำท่วมใหญ่

(17 ต.ค. 68) บริษัท เพชรดำฟู้ดส์ จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย น้ำปลาร้าปรุงสุกตราแม่บุญล้ำเจ้าเก่า ผลิตภัณฑ์ปลาร้าชั้นนำของไทย ได้ส่งมอบเงินจำนวน 500,000บาท เพื่อช่วยฟื้นฟูหลังน้ำท่วม ตามโครงการแม่บุญล้ำปันสุข ให้แกโรงพยาบาลน่าน โดยมีท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาล ผอ.นพ.วสันต์ แก้ววีและคณะผู้บริหารรับมอบ

โรงพยาบาลน่าน ประสบภัยน้ำท่วม ทำให้อุปกรณ์การแพทย์เสียหายกว่าร้อยล้านบาท เมื่อช่วงน้ำท่วมใหญ่จังหวัดน่านที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อการรักษาพยาบาลประชาชน ดังกล่าว

แม่บุญล้ำขอเป็นกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ทุกท่านในการเร่งฟื้นฟูดังกล่าว เพื่อผ่านวิกฤติไปด้วยกัน

ทบ.แจงกรณีข่าวบิดเบือนจากสื่อกัมพูชา อ้างคําพูด ‘สว.อังคณา’ ผิดจากข้อเท็จจริง

เมื่อวานนี้ (16 ต.ค. 68) จากกรณีที่สื่อกัมพูชานําเสนอข่าวโดยระบุว่า นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภาไทย “ออกมายอมรับกับสื่อว่าไทยใช้เครื่องบินขับไล่ F-16 ทิ้งระเบิด MK-84 โจมตีกัมพูชาก่อน” ซึ่งเมื่อตรวจสอบพบว่า เป็นการนําคําพูดของนางอังคณาฯ ที่กล่าวว่า “การใช้ F-16 ของไทยโจมตีกัมพูชาก็ทําให้กัมพูชาได้รับความสูญเสียไม่น้อย” มาบิดเบือนและสร้างเนื้อหาข่าวให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม 

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีนี้ว่า การใช้อากาศยาน F-16 เข้าสนับสนุนปฏิบัติการในครั้งนั้น เพื่อเป็นการทําลายขีดความสามารถในการโจมตีจากฝั่งทหารกัมพูชา ในลักษณะที่สามารถควบคุมและจํากัดวงความเสียหายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการทําลายเฉพาะเป้าหมายทางทหารที่ส่งผลคุกคามต่อกําลังทหารฝ่ายเราและประชาชนผู้บริสุทธิ์ ซึ่งถูกฝ่ายกัมพูชาโจมตีทําร้ายอย่างไร้มนุษยธรรม นับเป็นการละเมิดสิทธิในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์ การปฏิบัติการดังกล่าวมีความเป็นเหตุเป็นผลและอยู่ในกรอบของหลักสากล 

การที่ฝ่ายกัมพูชาออกมาเผยแพร่ข่าวสารบิดเบือน โดยหยิบเนื้อหาบางส่วนไปขยายความในมุมที่ตนเองได้ประโยชน์ เพื่อหวังทําลายภาพลักษณ์ประเทศไทยในสายตานานาชาติ ถือเป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นมาโดยตลอด จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลคือ การที่คนไทยด้วยกันออกมาสื่อสารในลักษณะที่ข้อมูลไม่ครบถ้วน จากความไม่เข้าใจข้อเท็จจริงของสถานการณ์ หรือด้วยเจตนาส่วนบุคคล จนถูกฝ่ายกัมพูชาหยิบนําไปกล่าวอ้างเพื่อใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติการข่าวสาร เพราะในยุคปัจจุบัน การต่อสู้อาจมิได้จํากัดอยู่เพียงในมิติของสนามรบเท่านั้น หากยังมีมิติของการสื่อสาร ที่มีบทบาทสําคัญไม่แพ้กันในการต่อสู้ยุคปัจจุบัน 

ทั้งนี้ เชื่อว่าพี่น้องประชาชนสามารถใช้วิจารณญาณในการพิจารณาข้อมูลข่าวสารได้ โฆษกกองทัพบกยังได้กล่าวย้ำาว่า ในสถานการณ์ปัจจุบัน “ความสามัคคีของคนไทยทุกภาคส่วน” เป็นปัจจัยสําคัญยิ่งที่จะนําพาประเทศให้ผ่านพ้นความท้าทายต่าง ๆ ไปได้ ที่ผ่านมาเรามีบทเรียนชัดเจนแล้วว่า เมื่อใดที่คนไทยขาดความไว้เนื้อเชื่อใจกัน ย่อมเปิดช่องให้ผู้ไม่หวังดีเข้ามาแทรกแซงและแสวงหาประโยชน์จากความแตกแยกที่เกิดขึ้น

‘ทรัมป์’ เผยหลังโทรคุย ‘ปูติน’ 2 ชม. คืบหน้ามาก เตรียมนัดหารือสันติภาพที่ฮังการี ภายใน 2 สัปดาห์

(17 ต.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เปิดเผยว่าได้โทรศัพท์พูดคุยกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย เป็นเวลาราว 2 ชั่วโมงครึ่ง เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม ที่ผ่านมา เพื่อหารือแนวทางยุติสงครามยูเครน โดยระบุผ่าน Truth Social ว่า “การสนทนาเป็นไปอย่างยาวนานแต่มีความคืบหน้า” พร้อมประกาศว่า ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องจัดการหารือระดับสูงร่วมกันในสัปดาห์หน้า

ทรัมป์กล่าวว่าการพูดคุยครั้งนี้เป็น “ก้าวสำคัญสู่สันติภาพ” และประกาศเตรียมพบปะปูตินแบบตัวต่อตัวที่กรุงบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ภายในสองสัปดาห์ข้างหน้า เพื่อหาข้อสรุปในการยุติ 'สงครามรัสเซีย-ยูเครน' ที่ยืดเยื้อกว่า 2 ปี ขณะเดียวกัน เขายังยืนยันว่าจะพบกับประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนที่ทำเนียบขาวในวันนี้ (17 ต.ค.) เพื่อสรุปผลการพูดคุยกับรัสเซีย

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยบอกเป็นนัยว่าอาจส่งขีปนาวุธ 'โทมาฮอว์ก' ให้ยูเครน ซึ่งสามารถยิงได้ไกลถึง 2,500 กิโลเมตร จนรัสเซียออกมาเตือนว่า หากสหรัฐฯ ทำเช่นนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ “จะเสียหายและไม่อาจกู้คืนได้” นอกจากนี้ทรัมป์ยังอ้างว่าได้ขอให้อินเดียระงับการซื้อน้ำมันจากรัสเซีย เพื่อเพิ่มแรงกดดันต่อมอสโก

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่าการพบกันระหว่างทรัมป์กับปูตินในบูดาเปสต์อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของสงครามยูเครน แม้ยูเครนยังไม่ชัดว่าจะเข้าร่วมโต๊ะเจรจาด้วยหรือไม่ แต่การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนว่าทรัมป์ต้องการใช้บทบาท 'ผู้สร้างสันติภาพ' ต่อเนื่องจากความสำเร็จในการหยุดยิงระหว่างอิสราเอล–ฮามาสในตะวันออกกลาง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดพิธีสดุดีข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่ราชการ และพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนาม เนื่องในวันตำรวจ ประจำปี 2568

(17 ต.ค. 68) เวลา 09.30 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) เป็นประธานในพิธีต่าง ๆ เนื่องในวันตำรวจ ประจำปี 2568 ณ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อ.สามพราน จ.นครปฐม พร้อมด้วย คุณกนกวรรณ พันธุ์เพ็ชร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ โดยมี รอง ผบ.ตร., จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.), ผู้ช่วย ผบ.ตร., รอง จตช., ข้าราชการตำรวจ และคณะสมาคมแม่บ้านตำรวจ ร่วมพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5, พิธีสดุดีข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ, พิธีกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของนักเรียนนายร้อยตำรวจ

ทั้งนี้ ในปี 2568 มีข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ จำนวน 24 นาย โดยในพิธีสดุดีข้าราชการตำรวจที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ณ หอประชุมชุณหะวัณ นั้น ผบ.ตร.ได้เชิญผู้บังคับบัญชา สมาคมแม่บ้านตำรวจ และผู้ร่วมพิธีทุกท่าน ยืนสงบนิ่งและไว้อาลัยวีรชนทั้ง 24 นาย 

ผบ.ตร.กล่าวว่า การทำงานตำรวจมีความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อตำรวจสูงมาก แม้จะเป็นงานที่มีความตรากตรำ เสี่ยงภัย เผชิญอันตรายอยู่ทุกวัน แต่ตำรวจทุกนายยังคงยืนหยัดปกป้องชีวิตประชาชน ขจัดอริราชศัตรู ในฐานะผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ซึ่งในปี 2568 มีข้าราชการตำรวจเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่จำนวน 24 นาย ยังความโศกเศร้าและอาลัยเป็นอย่างยิ่ง ขอให้คุณงามความดีที่ผู้กล้าเหล่านั้นได้กระทำ เป็นเครื่องเตือนสติและให้พวกเราทุกคนได้ระลึกถึงความกล้าหาญเสียสละ ที่สมควรยกย่องเป็นวีรชนแห่งผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ในการทำงานด้วยจิตวิญญาณของความเป็นตำรวจ ที่ต่อสู้ยืนยันปกป้องประเทศชาติโดยไม่คำนึงถึงชีวิตตน ซึ่งธงชาติไทยที่คลุมร่างผู้กล้าเหล่านั้น เปรียบเสมือนผืนแผ่นดินที่ได้โอบกอดร่างของตำรวจกล้าไว้ด้วยใจของพวกเราทุกคน เสียงปืนยิงสลุตที่ดังขึ้นในแต่ละนัดถือเป็นการสดุดีจิตวิญญาณ ความกล้าหาญ เกียรติยศและศักดิ์ศรีของตำรวจผู้กล้า ที่จะส่งเสียงกึกก้อง ดังอยู่ในใจเพื่อนข้าราชการตำรวจและครอบครัวทุกคน 

ปิดท้ายอย่างสมเกียรติเนื่องในวันตำรวจ ประจำปี 2568 คือพิธีกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนามของข้าราชการตำรวจและนักเรียนนายร้อยตำรวจ โดยมี ผบ.ตร.เป็นประธานตรวจพลสวนสนาม และกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณตนต่อหน้าธงชัย 

ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทนองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเป็นเครื่องหมายของสามสถาบันหลัก คือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ อันเป็นหลักใจสำคัญของบ้านเมือง เพื่อย้ำคำมั่นสัญญาในการเป็นข้าราชการตำรวจที่ดี ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ในการพิทักษ์ปกป้องสถาบัน และดูแลความปลอดภัยพี่น้องประชาชน สังคม และประเทศชาติ 

และขอให้ทุกครั้งที่พวกเราเหล่าข้าราชการตำรวจได้เผชิญหน้ากับคนร้าย อริราชศัตรู จะยังให้พวกเราทุกคนได้ย้อนรำลึกถึงวีรกรรมความกล้าหาญ ความเสียสละในการทำงานด้วยจิตวิญญาณของความเป็นตำรวจ ที่ต่อสู้ยืนยันปกป้องประเทศชาติโดยไม่คำนึงถึงชีวิตตน ซึ่งขอให้ตำรวจทุกนายๅได้โอบกอดครอบครัวของตำรวจกล้าเหล่านั้นให้ได้ผ่านพ้นห้วงเวลาที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักของครอบครัว และพวกเราจะดูแลให้ความช่วยเหลือปกป้องครอบครัววีรชนเหล่านั้นเสมือนเป็นครอบครัวเดียวกัน ในนามของสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อครอบครัวของเราวีรชนผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ผู้กล้าทั้งหลาย ที่ได้ทำหน้าที่ของตนจนวินาทีสุดท้ายของชีวิต นำพาความสงบสุขมาสู่พี่น้องประชาชนประเทศชาติและสังคม

โดยรวมขอให้พลังที่สองแห่งการเสียสละอันยิ่งใหญ่ ของเราคือจะชนทั้งหลายเหล่านี้ประกอบกับกำลังกุศลที่ได้ร่วมสนุก

‘อี แจ-มยอง’ ย้ำ ‘ชาวเกาหลีใต้ไม่เคยลืมไทย’ เชื่อมสัมพันธ์ยุทธศาสตร์ท่ามกลางวิกฤตคาบสมุทร

(17 ต.ค. 68) ความสัมพันธ์ไทย–เกาหลีใต้ถูกย้ำชัดอีกครั้งในวันนี้ เมื่อประธานาธิบดี อี แจ-มยอง แห่งเกาหลีใต้ กล่าวระหว่างการหารือทางโทรศัพท์กับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย ว่า “เกาหลีใต้ไม่เคยลืมความเสียสละของทหารไทยในสงครามเกาหลี” พร้อมยกย่องบทบาทของไทยในฐานะประเทศแรกในเอเชียที่ส่งกองกำลังเข้าร่วมปฏิบัติการภายใต้ธงสหประชาชาติเมื่อกว่า 70 ปีก่อน

ผู้นำเกาหลีใต้ระบุว่า ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศไม่ได้มีเพียงรากเหง้าทางประวัติศาสตร์ แต่ยังขยายสู่ความร่วมมือยุทธศาสตร์ในระดับภูมิภาค ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะในช่วงที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้เผชิญปัญหาความไม่มั่นคงจากแก๊งสแกมออนไลน์และการค้ามนุษย์

นักวิเคราะห์ชี้ว่า ท่าทีของ อี แจ-มยอง ครั้งนี้มีนัยสำคัญทางการเมืองระดับภูมิภาค เพราะเกิดขึ้นในห้วงที่เกาหลีใต้กำลังตึงเครียดกับ กัมพูชา จากกรณีพลเมืองเกาหลีถูกล่อลวง–ทรมานในศูนย์สแกม ขณะเดียวกันไทยกลับถูกมองว่าเป็น “พันธมิตรที่น่าเชื่อถือ” ซึ่งยึดมั่นในหลักสิทธิมนุษยชนและการช่วยเหลือเพื่อนบ้าน

ในทางยุทธศาสตร์ นักวิชาการด้านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เห็นว่า ความร่วมมือไทย–เกาหลีใต้กำลังกลายเป็นแกนใหม่ของ “อำนาจอ่อน” (Soft Power) และ “พันธมิตรเชิงคุณธรรม” ที่อาจมีบทบาทคานอิทธิพลของกลุ่มทุนสีเทาในภูมิภาค โดยเฉพาะในประเทศที่รัฐอ่อนแอและเปิดช่องให้อาชญากรรมข้ามชาติเติบโต — ทำให้คำกล่าวของประธานาธิบดีอีครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการรำลึกอดีต หากยังเป็น “สัญญาณทางการทูต” ถึงอนาคตของสมดุลอำนาจในเอเชียอีกด้วย

หัวใจใหญ่กว่าล้อ 'พนมดงรัก' โรงพยาบาลพ่อหลวงสร้าง พวกเราจะช่วยซ่อม

 

"อะไรขาด วิ่งไปซื้อเลยหมอ" ประชาชนเค้าฝากเงินมาให้นะ คำพูดให้กำลังใจสั้นๆ แต่สร้างรอยยิ้ม และ เติมเต็มหัวใจของ แพทย์ พยาบาล ในพื้นที่มากมาย

เมื่อวันที่ (15 ต.ค. 68) สมาพันธ์ออฟโรดแห่งประเทศไทยร่วมกับ สำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร นำโดย พลตรีพิพัฒน์ จงวัฒนาไพศาล รองผู้อำนวยการสำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (รอง ผอ.สมท.กอ.รมน.) พร้อมมวลชนคาราวานทีมออฟโรดทั่วประเทศ ร่วมหลายสิบคัน ได้แก่

1.สมาพันธ์ออฟโรดแห่งประเทศไทย
2.ชมรมออฟโรดไทยใจรักษ์แผ่นดิน กอ.รมน.
3.อาสาสมัครออฟโรด มูลนิธิ พอ.สว.
4.ชมรม 44×4bigfoot shop
5.ชมรมร้อยป่า
6.Burirum off road
7.ชมรมเรารักชนบท
8.ชมรมบิ๊กไบค์ไทยใจรักษ์แผ่นดิน กอ.รมน.
9.ชมรมหนองปรือออฟโรด
10.บริษัท MT เจริญยนต์
11.ชมรมศรีราชาออฟโรด
12.ชมรมสะแกนาออฟโรด
13.สมาคมสื่อมวลชนเพื่อสังคม
14.ศักดิ์พระราม๕
15.แสงทองอะไหล่ยนต์บางบัวทอง

ได้เดินทางมาที่โรงพยาบาลพนมดงรัก เพื่อนำเงิน จำนวน 360,00บาท เพื่อซื้ออุปกรณ์การแพทย์ที่เสียหาย ชำรุด โดยครอบครัวสวนศิลป์พงศ์ และคณะสมาพันธ์ออฟโรดแห่งประเทศไทยร่วมกับ สำนักกิจการมวลชนและสารนิเทศ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดยมีแพทย์หญิงวรวรรณ กอปรกิจงาม และคณะเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลพนมดงรักเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา เป็นผู้ร่วมรับมอบ

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติขอให้ตำรวจยึดถือผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก พร้อมขอให้ประชาชนเชื่อมั่นในการทำงานของตำรวจ

(17 ต.ค. 68) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า เนื่องในวันตำรวจ ประจำปี 2568 ในวันนี้ ขอขอบคุณเพื่อนข้าราชการตำรวจทุกระดับชั้น ตั้งแต่ผู้บังคับบัญชาระดับสูงจนถึงผู้ ปฏิบัติงาน พวกเราได้ทุ่มเทแรงกายแรง ใจ เสียสละเวลาที่จะต้องอยู่กับครอบครัว หรือมีความสุขส่วนตัว แต่ท่านใช้เวลาดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่เพื่อพี่น้องประชาชนจนประสบความสำเร็จในหลายมิติ หลายด้าน 

พร้อมกันนี้ขอฝากถึงพี่น้องข้าราชการตำรวจทุกคน ว่า เราเป็นข้าราชการตำรวจ เรามีความจำเป็นที่จะต้องเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ตามบทบาทและหน้าที่ของเรา เพื่อให้พี่น้องประชาชนมีความสบายใจ สุขใจ มีความสงบสุขเกิดขึ้นในสังคม อยากให้พวกเราร่วมมือร่วมใจ และก้าวไปด้วยกันด้วยการที่เราใช้ mindset ซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญมากที่จะต้องเกิดขึ้นจากส่วนลึกภายในใจ ขอให้ข้าราชการตำรวจทุกคนยึดถือผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก ในขณะเดียวกันอยากจะฝากให้ทุกท่านได้มีการพัฒนาตัวเอง ในหน้าที่ของท่านเอง ทั้งเรื่องของวิชาชีพการสอบสวน สืบสวน การป้องกันปราบปราม ตลอดจนชุดปฏิบัติการพิเศษ เพราะอาชญากรรมมีการเปลี่ยนแปลงไปในหลายรูปแบบ ให้มีมาตรการที่ดี ที่เข้มข้น ซึ่งหากจะเกิดอะไรขึ้นก็อยากให้ท่านได้ทำหน้าที่ในบทบาทผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ให้ดีที่สุด 

นอกจากนี้ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวฝากถึงพี่น้องประชาชนเนื่องในวันตำรวจ ประจำปี 2568 ว่า สำหรับพี่น้องประชาชน ตนจะนำพาข้าราชการตำรวจปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นศรัทธาจากพี่น้องประชาชน ในตลอดระยะเวลาที่ยังคงทำหน้าที่เป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ซึ่ง “วันตำรวจ” ไม่ใช่วันหยุดสำหรับตำรวจ แต่ถือว่าเป็นวันที่เราต้องทำงานเพื่อประเทศชาติและเพื่อพี่น้องประชาชน ขอให้พี่น้องประชาชนทุกท่านได้โปรดเชื่อมั่น และสามารถแจ้งข้อมูลข่าวสารมายังหน่วยงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ โอกาสนี้ขอให้ทุกท่านมีความสุข และหวังว่าในอนาคตจะมีความสงบสุขเกิดขึ้นในประเทศของเรา และทุกท่านอยู่ดีมีสุขตลอดไป 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top