Monday, 8 June 2026
Hard News Team

แคนดิเดต ‘นายกรัฐมนตรี’ ศึกเลือกตั้ง 2569

(18 ต.ค. 68) แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ศึกเลือกตั้ง 2569 ใครจะนำประเทศไทย ฝ่าความเปราะบาง??

หลังจากสมรภูมิการเมืองปี 2566 ได้เปลี่ยนสมการอำนาจอย่างชัดเจน และทำให้เห็นว่าการเมืองไทยเข้าสู่ยุคของ ‘พันธมิตรเกินความคาดเดา’ อีกครั้ง

การเลือกตั้งใหญ่ปี 2569 จึงถูกจับตามองอย่างหนัก ในฐานะสนามชี้!! อนาคตของประเทศในทศวรรษหน้า

แม้จะยังไม่มีการประกาศวันเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ แต่หลายพรรคการเมืองเริ่มขยับแผน พร้อมส่งสัญญาณชัดเจนผ่าน ‘แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี’ ของแต่ละพรรค ว่าใครคือผู้นำที่จะเป็นหน้าเป็นตา และดึงคะแนนนิยมเข้าสู่พรรคให้ได้มากที่สุดในสนามใหญ่ครั้งนี้

การเลือกตั้งปี 2569 จะไม่ใช่แค่การเลือกพรรคอีกต่อไป แต่คือการเลือก ‘ผู้นำประเทศ’ ในยุคที่เศรษฐกิจเปราะบาง การเมืองแบ่งขั้ว และภูมิรัฐศาสตร์ โลกผันผวนรุนแรง

แคนดิเดตนายกฯ แต่ละคนไม่เพียงแต่ต้องมีภาพลักษณ์ที่ดี นโยบายต้องโดนใจ และต้องพร้อมเจรจา ประสานผลประโยชน์ รักษาเสถียรภาพให้ได้หลังการเลือกตั้ง

ใครจะได้นั่งเก้าอี้ ‘นายกรัฐมนตรี’ คนต่อไป ก็ยังไม่มีใครรู้

แต่การต่อสู้ ในศึกเลือกตั้ง ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!!

‘ตำรวจโตเกียว’ ออกหมายจับ!! 2 ผู้ต้องหาใหญ่ คดีคอลเซ็นเตอร์ หลอกลวงข้ามชาติ เสียหายกว่า 5,000 ล้านเยน เชื่อมโยง ‘แก๊งจีน-ยากูซ่า’ ตั้งฐานปฏิบัติการในกัมพูชา

(18 ต.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

ตำรวจกรุงโตเกียวได้ออกหมายจับเพิ่มเติมต่อผู้ต้องหา 2 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นเชื่อว่าเป็นหัวหน้าแก๊งที่ก่อคดีหลอกลวงทางโทรศัพท์ (คอลเซ็นเตอร์) ตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องกับการสอบสวนเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

สำนักงานตำรวจนครบาลโตเกียวสงสัยว่ากลุ่มนี้อยู่เบื้องหลังคดีหลอกลวงทางโทรศัพท์อย่างน้อย 500 คดี ภายในระยะเวลาเพียงครึ่งปีจนถึงเดือนมกราคมที่ผ่านมา สร้างความเสียหายรวมราว 5,000 ล้านเยน (ประมาณ 33 ล้านดอลลาร์สหรัฐ)

หนึ่งในผู้ต้องหาคือ เฉียน หลิง (Qian Ling) ชาวจีน อายุ 38 ปี ซึ่งเชื่อว่าเป็นหัวหน้าแก๊งและมีความเชื่อมโยงกับองค์กรอาชญากรรมของจีน ตำรวจเชื่อว่าองค์กรอาชญากรรมของจีนและกลุ่มแก๊ง สุมิโยชิไก (Sumiyoshi-kai) ซึ่งเป็นกลุ่มยากูซ่าของญี่ปุ่น ได้ร่วมมือกับกลุ่มของเฉียนในการก่อคดีหลอกลวงดังกล่าว

ผู้ต้องหาอีกคนคือ โชเฮ มิยะได (Shohei Miyadai) ชาวญี่ปุ่น อายุ 31 ปี ซึ่งมีหน้าที่ดูแลผู้ที่ลงมือก่อเหตุหลอกลวง

จากข้อมูลการสอบสวน ระบุว่า เฉียนและพวกได้ตั้งฐานปฏิบัติการในประเทศกัมพูชา โดยใช้เงินที่ระดมทุนจากนักลงทุน เริ่มดำเนินการตั้งแต่ราวปี 2023 และนำเงินที่ได้จากการหลอกลวงมาจ่ายให้กับผู้ก่อเหตุและนักลงทุนประมาณ 30 คน

นอกจากนี้ ตำรวจยังได้จับกุม ลู่ ลู่ (Lu Lu) ชาวจีน อายุ 36 ปี ซึ่งต้องสงสัยว่ามีส่วนช่วยฟอกเงินที่ได้จากการหลอกลวงในนามของกลุ่มของเฉียน ลู่ถูกกล่าวหาว่าสั่งให้สมาชิกในกลุ่มนำเงินที่ได้จากการหลอกลวงไปวางเป็นเงินมัดจำกับบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่น ในนามของลูกค้าชาวจีนที่ต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่น จากนั้นจึงให้บริษัทคืนเงินมัดจำเป็นเงินหยวนจีน

เฉียนและมียะไดถูกสงสัยว่าหลอกผู้เสียหาย 2 ราย ให้โอนเงินสดจำนวน 2.9 ล้านเยน และคริปโตเคอร์เรนซีมูลค่า 1 ล้านเยน โดยอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่กำลังสืบสวนพวกเขา ระหว่างเดือนกันยายนถึงธันวาคม 2023

ส่วนลู่ถูกกล่าวหาว่าส่งเงิน 10 ล้านเยนจากทั้งหมด 32 ล้านเยนที่ได้จากการหลอกลวง ไปยังบริษัทอสังหาริมทรัพย์ในช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน 2023

เกาหลีใต้ขยับ กัมพูชาสะเทือน!! ‘กัมพูชา’ กลัว!! ‘เกาหลีใต้’ แต่ไม่สนใจ คำเตือนของไทย มอง!! ไร้น้ำหนัก เหตุ!! นักการเมือง มีเอี่ยว!! บ่อนชายแดน ‘มุ่งแก้รัฐธรรมนูญ – เน้นประโยชน์ส่วนตัว’

(18 ต.ค. 68) ดร.นัท เจ้าของช่อง sparkupdate ได้โพสต์คลิปลง TikTok โดยมีใจความว่า ...

ทำไมกัมพูชากลัวเกาหลีใต้ ก็เพราะว่า เกาหลีใต้เขาส่งคนของเขาไปกัมพูชาในทันที ระบบประชาธิปไตยของเกาหลีใต้นั้นยึดโยงกับประชาชน ประชาชนนั้นสามารถต่อรองรัฐบาลได้โดยตรง

กองกำลังทหารของประเทศเกาหลีใต้นั้นคือระดับ A5 ของโลก เพราะฉะนั้นประเทศกัมพูชาจะไม่ได้เจอแค่เครื่องบิน F16 ประเทศกัมพูชาอาจจะหายไปเลยจากแผนที่โลกก็เป็นไปได้

แล้วทำไมประเทศไทยส่งจดหมายเตือนไปยังประเทศกัมพูชาแล้วกัมพูชาไม่สะทกสะท้านอะไรเลย นั่นก็เพราะว่า มันมีผลประโยชน์ร่วมกันอยู่ ผลประโยชน์ร่วมคาสิโนตามชายแดน มันก็คือธุรกิจเครือข่ายของนักการเมืองไทย คนไทยบางคนก็หนีคดีไปอยู่ที่นั่น

แล้วถ้าพวกเราคนไทยปล่อยให้สภาพการเมืองมันเป็นอยู่เช่นนี้ ประเทศของเราก็จะไม่เจริญ เพราะอะไรหรือ ลองดูสิ รัฐบาลเสียงข้างน้อยบนโลกนี้มันมีอยู่หรือ มันผิดหลัก มันผิดกลไก แล้วประชาชนนั้นทำอย่างไร ประชาชนก็อยู่เฉยอยู่นิ่ง เพราะช่วงนี้ไปติดตาม ‘แม่เจนนี่’ ไลฟ์สดอยู่!!

เพราะคนไทยไม่ใช่ประชาชนที่มีความ Active เราจึงไม่สามารถถามหาความเลิศได้ เราต้องเอ๊ะแล้ว เราต้องตั้งข้อสงสัยแล้วการโหวตแก้รัฐธรรมนูญนั้นเป็นการฮั้วกันหรือไม่

สำนักงานตำรวจแห่งชาติรับเรื่อง “นางอังคณา นีละไพจิตร” สืบสวนสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย - ดูแลความปลอดภัย

(18 ต.ค. 68) พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) รับทราบกรณีที่วันนี้ นางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภา และคณะนักกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชน ได้เข้ายื่นเรื่องขอให้ ผบ.ตร.ดูแลความปลอดภัย พร้อมดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่คุกคาม ข่มขู่ และใช้ความรุนแรงทางออนไลน์จากกรณีแสดงความคิดเห็นเรื่องสถานการณ์ชายแดนไทย - กัมพูชา โดยให้ดำเนินการตามกระบวนการในสืบสวนสอบสวนอย่างตรงไปตรงมาและรวดเร็วที่สุด รวมถึงการดูแลความปลอดภัยด้วย  

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ขอยืนยันอย่างหนักแน่นว่าเราให้ความสำคัญกับกรณีที่เกิดขึ้น ให้ความสำคัญกับสิทธิในการแสดงความคิดเห็นโดยสุจริตและความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนทุกคน ตำรวจมีหน้าที่ต้องปกป้องคุ้มครอง อย่างไรก็ตาม เมื่อนางอังคณาฯ รู้สึกไม่ได้รับความปลอดภัยและร้องขอการคุ้มครอง ถือเป็นสิทธิการขอคุ้มครองความปลอดภัยภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. 2546 ซึ่งครอบคลุมทั้งตัวนางอังคณาฯ และบุคคลใกล้ชิด โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะดำเนินการตามกระบวนการต่อไป

พล.ต.ท.ยิ่งยศฯ กล่าวด้วยว่า กรณีนี้จะดำเนินการตรวจและบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่นางอังคณาฯ อ้างว่ามีการข่มขู่ให้เกิดความตกใจกลัว การหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา และการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการตัดต่อดัดแปลงภาพให้ผู้อื่นเสียหาย รวมทั้งการกระทำอื่น ๆ ที่ผิดกฎหมาย

ตชด.กัดไม่ปล่อยขบวนการค้ายานรก ยิงสกัดระทึกในวันตำรวจ ตชด.เชียงราย จับ 2 นักค้า ยึดยาบ้า 4,400,000 เม็ด ขนจากเชียงแสน

(18 ต.ค. 68) พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ( ผบช.ตชด.) แถลงตำรวจตระเวนชายแดน ภาค 3 โดย ร้อย ตชด.327 จ.เชียงราย จับกุมขบวนการขนยาบ้าได้ขณะลำเลียงผ่านพื้นที่ อ.เชียงแสน มุ่งหน้า อเมือง จ.เชียงราย คุมตัวผู้ต้องหา 2 ราย พร้อมของกลางยาบ้า จำนวนประมาณ 4,400,000 เม็ด โดยมี พล.ต.ต.วรพัฒน์ บุญมา ผบก.ตชด.ภาค 3 เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย และฝ่ายปกครองในพื้นที่ ร่วมแถลง ที่กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 327 อ.แม่จัน จ.เชียงราย

พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ กล่าวว่า วันที่ 17 ตุลาคม ที่ผ่านมาเป็นวันตำรวจ แต่ตำรวจไม่หยุดปฏิบัติหน้าที่ โดยตนมีข้อสั่งการกำชับให้ตำรวจตระเวนชายแดนปราบปราบยาเสพติดและอาชญากรรมที่ลักลอบทำตามแนวชายแดนแบบเชิงรุก การจับกุมขบวนการนี้สืบเนื่องจากชุดสืบสวน ร้อย ตชด.327 สืบทราบว่ามีขบวนการยาเสพติดจะขนยาบ้าจำนวนมากจาก อ.เชียงแสน มุ่งหน้า อ.เมืองเชียงราย เพื่อส่งต่อไปภาคกลาง พ.ต.อ.รังสิมันต์ สงเคราะห์ธรรม รอง ผอ.ศอ.ปส.บก.ตชด.ภาค 3 จึงนำกำลังชุดปราบปรามยาเสพติดเข้าสนับสนุน โดยขณะที่ ชุดสืบสวน ร้อย ตชด.327 เฝ้าสกัด พบรถกระบะต้องสงสัย เมื่อเรียกให้หยุดตรวจคนร้ายกลับเร่งเครื่องรถหลบหนี ชุดจับกุมจึงใช้อาวุธปืนยิงยางรถเพื่อหยุดการหลบหนี สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ 2 ราย คือนายระ และนายรี เมื่อตรวจค้นรถพบกระสอบบรรจุยาบ้า 24 กระสอบ รวมของกลางประมาณ 4,400,000 เม็ด นำส่ง สภ.บ้านดู่ จ.เชียงราย ดำเนินคดีข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งเป็นการกระทำเพื่อการค้าและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ

พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ กล่าวด้วยว่า ตำรวจตระเวนชายแดนเข้มงวดป้องกันและปราบปรามการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากแนวชายแดนภาคเหนืออย่างต่อเนื่อง เพื่อสกัดกั้นยาเสพติดไม่ให้เข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ และจะขยายผลจับกุมเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป

ปูติน มาเซอร์ไพรส์!! ปรากฏตัว!! งานฉลอง 20 ปี RT โรงละคร Bolshoi Theatre สื่อไทย!! ร่วมทำข่าวใกล้ชิด ผู้นำรัสเซีย ระยะห่างเพียง 6 แถวที่นั่ง

(18 ต.ค. 68) ธันย์ชนก จงยศยิ่ง บรรณาธิการบริหาร TNN Online และผู้ประกาศข่าว TNN World Today ได้โพสต์ข้อความระบุว่า...

Another mission complete!!

ได้พบประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียค่ะ ระยะห่างเพียง 6 แถวที่นั่ง ในโรงละครชื่อดังก้องโลกอย่าง Bolshoi Theatre

งานนี้ RT อุบเงียบมาก แต่บรรยากาศ security งานในก็ไม่ปกติแต่แรก เข้มงวดสุดๆ ถนนรอบๆ เต็มไปด้วยทหาร งานเริ่มหนึ่งทุ่ม แต่เราต้องไปตั้งแต่สี่โมงกว่าสำหรับ security clearance

ตามคำบอกเล่า การก่อตั้ง RT มาจากแนวคิดของปูตินค่ะ ที่ต้องการให้รัสเซียได้เผยแพร่ narrative และมุมมองของรัสเซียออกสู่ชาวโลก...จากวันนั้น จนถึงวันนี้ RT อายุครบ 20 ปี ปูตินเลยมาเปิดงานฉลองเซอร์ไพรส์แขกที่มาจากทั่วโลกซะหน่อย

สำหรับมิก ที่บอกว่า mission complete...นั่นก็เป็นเพราะว่า ตั้งแต่ทำสื่อมา 20 ปี ได้เจอทั้ง ผู้นำ และรัฐมนตรี หลายชาติมหาอำนาจไปแล้ว...ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มิกยังได้เจอใกล้ๆ 3 ครั้ง แต่ปูตินนี่ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้เจอ เพราะเป็นตัวละครลับมากของโลก

วันนี้ได้เจอ ก็คือมึนนิดนึง RT ทำถึงจริงๆ แล้วยังแปลงใจกลางมอสโก เป็นเมืองแห่ง RT แม้กระทั่งหน้าเครมลิน และโรงละคร Bolshoi ยังมีสัญลักษณ์ RT20!!

ในงานนี้ ท่านทูตไทย ยังพามิกกับปุ้ยไปแนะนำกับ Andrey Rudenko รมช. ต่างประเทศของรัสเซียด้วย ท่านบอกว่ามาไทยแล้วหลายครั้ง ท่านทูตไทยบอกกับมิกว่า ปูตินไม่ค่อยออกงานนะ นี่น่าจะพิเศษจริงๆ ถึงมางานนี้ค่ะ

‘เบสท์ คำสิงห์’ เขินแรง!! กลางไลฟ์ ‘เจนนี่ รัชนก’ แซวตรงๆ หน้าแดง!! มีความรัก หรือกินไฟเบอร์ชาชายน์ ทำคนดูฟิน!! จิกหมอน

(18 ต.ค. 68) สำหรับเทศกาลเจนนี่ ที่เป็นปรากฏการณ์เกินต้าน และล่าสุดได้ เบสท์ คำสิงห์ ไลฟ์สด กับ เจนนี่ รัชนก เมื่อคืนนี้ ขนาดหลังเที่ยงคืน เบสท์ ในฐานะ พรีเซนเตอร์ ไฟเบอร์ ชาชายน์ ระหว่างไลฟ์

เบสท์ก็พูดถึง สรรพคุณ ไฟเบอร์ชาชายน์ ว่าช่วยขับถ่าย ระบายท้อง สำหรับ คนกินเยอะ คนถ่ายยาก 

ไม่ปวดบิด ช่วยล้างสารพิษ เพราะมีไซเลี่ยมฮัสก์ เบสท์ ทานประจำ 1ซอง ก่อนนอน ตื่นมาขับถ่าย สบายท้องมาก ผิวพรรณสดใส ไฟเบอร์ ชาชายน์ มีขายตามร้านญี่ปุ่น เช่น ดองกิ,มัทสึคิโยะ,ซูรูฮะ ฯลฯ 

เบสท์ บอกที่บ้านชอบมาก คุณพ่อ คุณแม่ อายุเยอะ ก็ทานเพราะคนแก่จะถ่ายไม่ออก ทานประจำวันละซอง ก่อนนอน  

เจนนี่ ทักว่า ทำไมดูสวย สดใสขึ้น หรือว่า มีความรัก … 

ทันใดนั้น เบสท์ ก็อึ้ง ช็อคไปเเป๊บ 

เมื่อบิ๊กผู้ใหญ่บ้าน ฟินแลนด์ เข้ามาดู และมากดไลก์ จนเจนนี่ รัชนก ต้องบอกเบสท์ ตั้งสติ แล้วเจนนี่ ก็บอกให้เบสท์พูด

• บิ๊กจ๋า……
• กดรึยังจ๊ะ
• ขึ้นคอนเสิร์ตเหนื่อยมั้ย
• ถ้าเหนื่อยก็คิดถึงหน้าเบสท์น้า
• ลงจากเวทีรีบทักมานะ
• รอนะ ยังไม่ได้นอน
• รอบิ๊กลงจากเวทีก่อน

แล้วยิ้มสวย เสียงก็หวาน เขิน กันทั้งLive  ต้องติดตามกันต่อไปว่า น้อง เบสท์ คำสิงห์ จะพา บิ๋ก ผู้ใหญ่ บ้านฟินแลนด์ ไปไลฟ์กับเจนนี่ เมื่อไหร่ สำหรับ ไฟเบอร์ชาชายน์ มี3รสชาติ มะขาม ส้ม แตงโม เหมาะสำหรับคนขับถ่ายยาก หรือ ท้องผูก

‘Wikipedia’ เปิดโปง!! อุตสาหกรรมสแกมข้ามชาติ ในกัมพูชา รายได้สูงถึง 60% ของ GDP เชื่อมโยง ‘เครือข่ายอำนาจ - คอร์รัปชัน’

(18 ต.ค. 68) สารานุกรมออนไลน์ Wikipedia ได้อัปเดตบทความ 'Scam centers in Cambodia' ระบุว่าศูนย์สแกมหรือ “คอมปาวด์หลอกลวงออนไลน์” ในกัมพูชากลายเป็นอุตสาหกรรมอาชญากรรมข้ามชาติขนาดยักษ์ สร้างรายได้ปีละ 12.5 ถึง 19 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นราว 60% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) กัมพูชา

รายงานดังกล่าวอ้างอิงข้อมูลจาก สหประชาชาติ (UN) และ USAID ว่ามีเหยื่อถูกหลอกและบังคับใช้แรงงานในคอมปาวด์ ระหว่าง 100,000 ถึง 150,000 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวจีน และชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ถูกล่อลวงด้วยประกาศรับสมัครงานปลอม ก่อนถูกยึดหนังสือเดินทาง และกักขังให้ทำงานหลอกลวงออนไลน์

บทความยังชี้ว่า “เขตเศรษฐกิจพิเศษสีหนุวิลล์” และพื้นที่สำคัญอื่น เช่น พนมเปญ บาเวต และกำปอต เป็นฐานปฏิบัติการหลักของกลุ่มอาชญากรรมเหล่านี้ ซึ่งมักอาศัยโรงแรม คาสิโน และอาคารสำนักงานเป็นที่ตั้ง โดยมีรายงานว่าบางส่วนได้รับการ “ละเว้นหรือร่วมมือ” จากเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น

ส่วน “ประวัติศาสตร์และภูมิหลัง” ของบทความ วิกิพีเดียระบุว่า ปัญหาคอร์รัปชันเชิงระบบในกัมพูชาเริ่มฝังรากลึกตั้งแต่หลังยุคเขมรแดง โดยเฉพาะในสมัย สมเด็จฮุน เซน ที่ครองอำนาจตั้งแต่ปี 1988 และสืบทอดอำนาจทางการเมืองให้บุตรชาย ฮุน มาเนต ในปี 2023

รายงานชี้ว่า ระบอบฮุน เซนได้สร้าง “ระบบรวมศูนย์อำนาจทางเศรษฐกิจ” ซึ่งเปิดทางให้กลุ่มนักธุรกิจและเจ้าหน้าที่ระดับสูงบางส่วนได้รับผลประโยชน์จากอุตสาหกรรมคาสิโน การพนัน และการค้ามนุษย์ โดยมีการเชื่อมโยงกับ แก๊งอาชญากรรมจีน และเครือข่ายไซเบอร์สแกมในภูมิภาค

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เคยออกแถลงการณ์หลายครั้ง กล่าวหาว่าทางการกัมพูชา “รู้เห็นและได้รับผลประโยชน์โดยตรงจากกิจกรรมเหล่านี้” ทั้งในรูปของเงินฟอกขาวจากคาสิโนและการเก็บส่วยจากคอมปาวด์หลอกลวง ซึ่งบางแห่งมีการใช้อาวุธควบคุมแรงงาน บังคับทำงาน และทรมานผู้หลอกลวงไม่สำเร็จ

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า เครือข่ายเหล่านี้ได้รับ “การคุ้มครองโดยไม่เป็นทางการ” จากผู้มีอิทธิพลท้องถิ่น และนักการเมืองสายรัฐบาล โดยเฉพาะในจังหวัดชายฝั่งและเขตเศรษฐกิจพิเศษที่อยู่ภายใต้การบริหารของตระกูลทางการเมืองรายใหญ่

หลังโควิด-19: อาชญากรรมคาสิโนผันตัวเป็นศูนย์สแกมวิกิพีเดียยังระบุว่า เดิมทีเครือข่ายเหล่านี้มุ่งเน้นธุรกิจการพนันออนไลน์ แต่หลังรัฐบาลฮุน เซนออก กฎหมายห้ามพนันออนไลน์ในปี 2019 และการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้นักท่องเที่ยวจีนหายไปเกือบหมด ส่งผลให้กลุ่มทุนสีเทาเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจมาเป็น “ศูนย์สแกม” อย่างเต็มตัว

จากปี 2021 เป็นต้นมา อดีตโรงแรมและคาสิโนหลายแห่งถูกปรับเป็นสถานที่ควบคุมแรงงานหลอกลวงออนไลน์ มีหลักฐานวิดีโอที่เผยแพร่ในโลกโซเชียล แสดงภาพเหยื่อถูกทุบตีและทรมาน เพื่อบังคับให้ทำงานจน “ชดใช้ทุน”

องค์กร Amnesty International และ Transparency International ต่างระบุว่า กัมพูชายังเป็นหนึ่งในประเทศที่มีการคอร์รัปชันสูงที่สุดในโลก โดยความพยายามกวาดล้างในปี 2022–2024 ยังไม่สามารถยุติขบวนการเหล่านี้ได้จริง แม้รัฐบาลจะตั้ง “คณะทำงานพิเศษปราบสแกมออนไลน์” เมื่อกลางปี 2025 ก็ตาม

‘กัมพูชา’ ลุยล้างบางขบวนการสแกมเมอร์ข้ามชาติ จับผู้ต้องสงสัย 3,455 ราย ในจำนวน 75 ราย เอี่ยวคดีอุกฉกรรจ์

(17 ต.ค. 68) รัฐบาลกัมพูชาเผยผลปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมไซเบอร์ทั่วประเทศ ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงตุลาคม 2568 โดยสามารถจับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 3,455 คน จาก 20 สัญชาติ ถือเป็นปฏิบัติการปราบปรามครั้งใหญ่ที่สุดของปี ภายใต้การนำของคณะกรรมาธิการแห่งชาติเพื่อปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์

เจ้าหน้าที่บุกตรวจค้น 92 จุดใน 18 จังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงกรุงพนมเปญ พบผู้ต้องสงสัยจำนวนมากเชื่อมโยงกับขบวนการหลอกลวงออนไลน์ ค้ามนุษย์ และฆาตกรรม โดยหลักฐานที่ยึดได้มีทั้งโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ หนังสือเดินทาง และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์นับพันชิ้น ซึ่งจะถูกส่งต่อให้หน่วยงานร่วมสืบสวนข้ามประเทศตรวจสอบเพิ่มเติม

จากการสอบสวน มี 10 คดีใหญ่ถูกส่งขึ้นศาลในกรุงพนมเปญ กันดาล พระสีหนุ และกำปอต รวมผู้ต้องหาหลัก 75 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้หญิง 5 คน ขณะที่รัฐบาลได้ส่งตัวคนต่างชาติกลับประเทศแล้วกว่า 2,800 คน และช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์หลายรายออกจากเครือข่ายอาชญากรรมดังกล่าว

กัมพูชาเน้นย้ำว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ “แคมเปญระดับชาติปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์” ซึ่งนายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต เปิดตัวเมื่อกลางเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา พร้อมสั่งให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับรับผิดชอบอย่างเข้มงวด หากละเลยหรือไม่ร่วมมืออาจถูกปลดจากตำแหน่ง โดยรัฐบาลยืนยันว่าประเทศตน “เป็นทั้งผู้บังคับใช้กฎหมาย และในหลายกรณี ก็เป็นเหยื่อของอาชญากรรมไซเบอร์เช่นกัน”

‘ปฐม อินทโรดม’ โชว์ 'ปริญญาบัตรธรรมศาสตร์' ใบเก่า บอกเล่าความภาคภูมิใจ 'เกียรติและความดี' ที่ส่งต่อรุ่นต่อรุ่น

(17 ต.ค. 68) นายปฐม อินทโรดม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสวีโอเอ จำกัด (มหาชน) และกรรมการสภาดิจิทัล (DCT) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ช่วงนี้เห็นหลายเพจแชร์ภาพ 'ปริญญาบัตรธรรมศาสตร์' ใบเก่าใบนี้กันเยอะมาก และมีหลายคนส่งมาถามผมว่าใช่ของครอบครัวผมหรือเปล่า

ขอยืนยันตรงนี้เลยครับว่า “ใช่ครับ” นี่คือปริญญาบัตรของคุณพ่อผมเอง ซึ่งสิ่งที่ทำให้หลายคนสนใจ ก็เพราะปริญญาบัตรของธรรมศาสตร์ในยุคก่อนจะระบุชื่อ “บิดา” ไว้ด้วย

อ่านแล้วอบอุ่นใจมาก เพราะในใบนี้มีทั้งชื่อคุณพ่อ (นายสมมาท อินทโรดม) และชื่อคุณปู่ (คุณพระอินทโรดม) อยู่คู่กัน

เป็นความภาคภูมิใจของลูกหลานครับ เพราะทั้งคุณปู่และคุณพ่อล้วนเป็นข้าราชการที่ทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และเป็นแบบอย่างของคนทำงานเพื่อบ้านเมืองที่แท้จริง

สิ่งที่ลูกหลานอย่างผมภูมิใจไม่ใช่เพียงปริญญาบัตรใบนี้ แต่คือ “เกียรติและความดี” ที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นอย่างเงียบ ๆ แต่มั่นคงเสมอครับ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top