Sunday, 23 June 2024
NEWS FEED

กทม. ยกเลิกจัด ‘เคานต์ดาวน์-สวดมนต์ข้ามปี’ ย้ำ เอกชน หากยืนยันจัดงาน ต้องเข้มโควิดฟรีเซตติ้ง

กทม. ยกเลิกจัดเคานต์ดาวน์ปีใหม่-สวดมนต์ข้ามปี พร้อมย้ำ ภาคเอกชน เข้มมาตรการป้องกันโควิด หากยืนยันจะจัดกิจกรรมต่อ แนะ ปชช.งดสังสรรค์-รวมพลกับคนหมู่มาก

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นายเกรียงยศ สุดลาภา รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) กล่าวถึงกรณีการจัดงานปีใหม่ และสวดมนต์ข้ามปีว่า ในที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ชุดเล็กได้มีแนวทางปฏิบัติสำหรับการจัดงานปีใหม่ในกรุงเทพฯ โดยให้ยกเลิกการจัดงานขึ้นปีใหม่ และสวดมนต์ข้ามปีที่ทางกทม. เองนั้นเป็นเจ้าภาพ

“เนื่องจากทางองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ได้มีการเรียกร้องให้ยกเลิกวันหยุดบางส่วนเพื่อปกป้องสาธารณสุข เนื่องจากสายพันธุ์โอไมครอน แพร่ระบาดเร็วกว่าสายพันธุ์เดลตาอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดโลก และการแพร่ระบาดในประเทศไทย พบว่ามีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของสายพันธุ์โอไมครอน

ทั้งนี้ ข้อมูล ณ วันที่ 22 ธันวาคม ผู้ติดเชื้อโควิด-19 โดยเฉพาะสายพันธุ์โอไมครอนมีมากกว่า 100 ราย ยืนยันสายพันธุ์แล้ว 27 ราย และรอการยืนยันอีก 97 ราย ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาด ทางกทม. ได้ทำการประชุมหารือกันแล้ว โดยทางผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครขอยกเลิกการจัดงานประเพณีวันขึ้นปีใหม่ และการสวดมนต์ข้ามปี 2565 ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2564 - 1 มกราคม 2565 ที่จะจัดขึ้น ณ ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร รวมไปถึงของสำนักงานเขตและหน่วยงานเขตของกทม. ทั้งหมด แต่ส่วนภาคเอกชนที่ได้มีการเตรียมการไว้แล้ว ทางกทม. ขอความร่วมมือให้ ‘งด’ แต่หากต้องการจะจัด ท่านจะต้องมีมาตรการที่เข้มขึ้น” นายเกรียงยศ กล่าว

นายเกรียงยศ กล่าวว่า ขอให้ทางเอกชนที่ต้องการจะจัดงานปีใหม่ ดำเนินการตามมาตรการโควิด ฟรี เซตติ้ง ที่รัฐบาลกำหนด ไม่ว่าจะเป็นการคัดกรองคนเข้างาน เจลแอลกอฮอล์ การทำความสะอาดสถานที่ ก็เว้นระยะห่างให้คนที่มาร่วมงานสวมหน้ากากอนามัยตลอดทั้งงาน รวมถึงจะต้องมีจุดที่เตรียมไว้ให้กักตัวหากพบว่าผู้ที่มาร่วมงานติดเชื้อ และผู้ที่มาเข้าร่วมงานกับทางเอกชน ต้องมีผลการฉีดวัคซีน 2 เข็ม หรือ ต้องตรวจหาเชื้อแบบเอทีเคที่หน้างาน จึงขอความร่วมมือไปที่ทางเอกชนที่จะต้องจัดงาน ให้มีสิ่งเหล่านี้ เตรียมตัวไว้ด้วย รวมถึงลดจำนวนคนเข้างาน

รมว.แรงงาน จัดใหญ่ UpSkill แรงงานแข่งขันทักษะหุ่นยนต์หนุนศักยภาพ EEC

ก.แรงงาน เปิดห้องฝึกอบรมโชว์เทคโนโลยี พร้อมจัดประชันทักษะฝีมือด้านหุ่นยนต์-สมองกล เพิ่มขีดความสามารถแข่งขันของประเทศและ EEC

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานพิธีรับมอบห้องฝึกอบรม CiRA CORE และพิธีเปิดการแข่งขันทักษะฝีมือแรงงานสาขาระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ ครั้งที่ 2 “MARA Skill Competition 2021” ณ สถาบันพัฒนาบุคลากรสาขาเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์ สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 3 ชลบุรี โดยเปิดเผยหลังจากเป็นประธานเปิดงานดังกล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และกระทรวงแรงงานภายใต้การกำกับดูแลของพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี  มีนโยบายดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ชาติ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมในการผลิต และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ตอบโจทย์การเติบโตของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือ EEC ทั้งนี้สถานประกอบกิจการในเขต EEC หลายแห่งเริ่มใช้ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ในการผลิตมากขึ้น กระทรวงแรงงานโดยกรมพัฒนาฝีมือแรงงานจึงใช้แนวทางประชารัฐร่วมกับภาคเอกชนและสถาบันการศึกษา พัฒนาทักษะแรงงานทั้ง Upskill และ Reskill โดยเฉพาะกลุ่มแรงงานใหม่และนักศึกอาชีวะให้เป็นแรงงานคุณภาพรองรับเทคโนโลยีอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

นายประทีป  ทรงลำยอง  อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวว่า การแข่งขันดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้นโยบายดังกล่าว จัดโดยหน่วยงานสังกัดกพร. สถาบันพัฒนาบุคลากรสาขาเทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติและหุ่นยนต์ (MARA) ระหว่างวันที่ 23-24 ธันวาคม 2564 แข่งขัน 6 สาขา แบ่งเป็น 3 สาขาแข่งขันแบบทีมๆ ละ 2 คน ได้แก่ สาขาเมคคาทรอนิกส์ สาขาพีแอลซี สาขาซ่อมบำรุงหุ่นยนต์ และแบบบุคคล 3 สาขา ได้แก่ สาขาหุ่นยนต์ สาขาเขียนแบบเครื่องกลด้วยคอมพิวเตอร์ (CAD) สาขาปัญญาประดิษฐ์ ซีลาร์ คอร์ (CiRA CORE) ผู้เข้าแข่งขันเป็นนักศึกษาอยู่ในวิทยาลัยอาชีวศึกษาเขต EEC อาทิ วิทยาลัยเทคโนโลยีภาคตะวันออก อี.เทค วิทยาลัยเทคนิคชลบุรี วิทยาลัยเทคนิคระยอง วิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา วิทยาลัยเทคโนโลยีไออาร์พีซี เป็นต้น  ซึ่งผู้เข้าแข่งขันที่ชนะเลิศของแต่ละสาขาจะได้รับรางวัล ดังนี้  อันดับที่ 1 จะได้รับเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน อันดับที่ 2 รับเงินรางวัล 3,000 บาท อันดับ 3 รับเงินรางวัล 2,000 บาท

การแข่งขันทักษะฝีมือแรงงานในครั้งนี้เป็นกิจกรรมที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเตรียมความพร้อมของแรงงานใหม่และส่งเสริมให้นักศึกษาอาชีวะสามารถนำความรู้ความสามารถมาประยุกต์เข้ากับเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว และตอบสนองความต้องการกำลังแรงงานในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง และไฮไลต์อีกงาน คือการรับมอบห้องฝึกอบรม CiRA CORE ซึ่งเป็นตามนโยบายของรัฐบาลตามแนวทางประชารัฐที่เสริมความเข้มแข็งให้กับศักยภาพของ EEC ได้อย่างชัดเจน โดยห้องนี้ได้รับการสนับนุนจากบริษัท TKK Corporation CO.,LTD. และ CiRA Automation and Technology CO.,LTD. มอบอุปกรณ์การฝึกอบรม เช่น หุ่นยนต์ Nachi และมือจับ ชุดลำเลียงอัตโนมัติ ตู้ไฟฟ้าชุดคอนโทรล สามารถจัดฝึกอบรมหลักสูตรปัญญาประดิษฐ์เพื่องานหุ่นยนต์อุตสาหกรรม การประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์เพื่อการผลิต (AI) การโค้ดดิ้งร่วมกับไมโครคอนโทรลเลอร์สำหรับการพัฒนาหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ เป็นต้น ทั้งสองกิจกรรมในครั้งนี้เกิดขึ้นโดยความร่วมมือทั้งจากสถาบันการศึกษาและภาคเอกชน ทำให้เกิดการพัฒนาทักษะของกำลังแรงงานได้ทันเวลา เติมเต็มในส่วนที่เป็นข้อจำกัดของภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมให้มีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศและ EEC ด้วยแรงงานคุณภาพสอดคล้องกับเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

“ผบ.ทร.”  ตรวจพื้นที่ทางยุทธวิธีในแม่น้ำโขง ในพื้นที่รับผิดชอบของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง 

พล.ร.อ.สมประสงค์  นิลสมัย  ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) พร้อมด้วย นางศิริรัตน์  นิลสมัย นายกสมาคมภริยาทหารเรือ  คณะนายทหารระดับสูงของกองทัพเรือ และคณะผู้บริหารสมาคมภริยาทหารเรือเดินทางไปตรวจเยี่ยมหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง ณ กองบัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง อ.เมือง จ.นครพนม โดยมี พล.ร.ต.สมบัติ  จูถนอม ผู้บัญชาการหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง  ตลอดจนกำลังพลหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงให้การต้อนรับ

จากนั้นผู้บัญชาการทหารเรือได้ถวายสักการะพระอนุสาวรีย์ พลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ พร้อมทั้งให้โอวาทและขอบคุณกำลังพล หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขงที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละมุ่งมั่นทุ่มเทจนเป็นที่ยอมรับของประชาชน โดยมีใจความสำคัญจอนหนึ่งว่า

"หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง เป็นหน่วยเฉพาะกิจของกองทัพเรือ มีหน้าที่ปกป้องอธิปไตย รวมทั้งการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายต่าง ๆ ตามลำแม่น้ำโขง และให้ความช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนแก่ประชาชน เมื่อเกิดภัยพิบัติต่าง ๆ ในพื้นที่รับผิดชอบ  ผมได้ติดตามการปฏิบัติงานในการจับกุมยาเสพติด แรงงานเถื่อน และสิ่งผิดกฎหมายต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง และมีจำนวนมาก นับเป็นผลงานที่เป็นรูปธรรมของกองทัพเรือที่สามารถรายงานหน่วยเหนือได้อย่างเต็มความภาคภูมิใจ ซึ่งการปฏิบัติงานตามภารกิจทั้งกลางวันและกลางคืนเหล่านี้ กำลังพลทุกนายได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ อดทน และเสี่ยงอันตราย ทำให้ภารกิจต่าง ๆ สำเร็จเรียบร้อยด้วยดีจนเป็นที่ประจักษ์ตลอดมา

ผมขอให้กำลังพลของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง ซึ่งเป็นตัวแทนของกองทัพเรือที่ปฏิบัติการในพื้นที่แห่งนี้ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต  รักในเกียรติและศักดิ์ศรี  ไม่ประพฤติตนหรือกระทำการอันใดที่เป็นการทุจริตต่อหน้าที่ ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยสติรู้ตัว  ด้วยปัญญารู้คิด สุจริตจริงใจ เพื่อสร้างความเชื่อมั่น และความปลอดภัยให้กับประชาชน เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติและกองทัพเรือที่เรารักตลอดไป "พล.ร.อ.สมประสงค์ กล่าว  

จากนั้น ผู้บัญชาการทหารเรือ และคณะ ได้เดินทางไปยัง สถานีเรือนครพนม เพื่อตรวจพื้นที่ปฏิบัติการ และชมการสาธิตการปฏิบัติการทางเรือ ของหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง ที่จัดขึ้นเพื่อให้เห็นถึงความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่อง ทั้งภารกิจการลาดตระเวนป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย คุ้มครองและช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติต่าง ๆ ตามหลักมนุษยธรรม ในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง รวมทั้งสนับสนุนกำลังทางบกในการรักษาความมั่นคงและป้องกันประเทศ  

โดยผู้บัญชาการทหารเรือและคณะได้ ชมแปลงเกษตรริมโขงของ สถานีเรือนครพนมก่อนเข้ารับฟังการบรรยายสรุป เพื่อรับทราบถึงผลการปฏิบัติ ตลอดจนอุปสรรคข้อขัดข้องในการดำเนินงาน

สมุทรปราการ- “อบจ.สมุทรปราการ” แจ้งประชาชนเตรียมลงทะเบียนรับวัคซีนโมเดอร์นาเข็ม 3

นางสาวนันทิดา แก้วบัวสาย นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ พร้อมคณะผู้บริหาร คณะทำงาน องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ร่วมแถลงข่าว เรื่องการฉีดวัคซีนโมเดอร์นาให้แก่ประชาชน ตามที่ อบจ. สมุทรปราการ ได้ขออนุมัติสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อสั่งซื้อวัคซีนซิโนฟาร์ม จากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และได้ฉีดให้กับพี่น้องประชาชนในจังหวัดสมุทรปราการ จำนวน 243,000 คน 

ซึ่งสถิติจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันของจังหวัดสมุทรปราการลดลงอย่างต่อเนื่องจากลำดับที่ 2 รองจากกรุงเทพมหานคร ในช่วงก่อนฉีดวัคซีน  มาจนถึงปัจจุบันจังหวัดสมุทรปราการติดเชื้อในลำดับ 5-10 ของประเทศไทย และบางวันจังหวัดไม่ติดอยู่ในลำดับที่ 1-10 ก็เป็นผลมาจากวัคซีนของอบจ.สมุทรปราการ และวัคซีนของรัฐบาล รวมไปถึงความร่วมมือร่วมใจของพี่น้องชาวสมุทรปราการที่ใช้มาตรการเว้นระยะห่าง ความเสียสละชองบุคคลากรทางการแพทย์ทุกท่านในจังหวัดสมุทรปราการ  ซึ่ง อบจ.สมุทรปราการ ก็ได้สนับสนุนในทุกๆเรื่องที่สามารถดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ได้ ในโรงพยาบาลสนาม WHA ทั้งเครื่องมือเครื่องใช้ อุปกรณ์ทางการแพทย์ 

และก็ต้องขอขอบคุณท่านประธานหอการค้า คุณชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ที่จัดส่งอาหาร เครื่องดื่ม ถุงยังชีพ เครื่องมือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ ในช่วงโควิด 19 Peak ที่สุด รวมไปถึงขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ของอบจ สมุทรปราการ ทุกท่านที่เสียสละเวลาทำงานบริการพี่น้องประชาชนในการฉีดวัคซีนของอบจ.ให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ทุกอย่าง 

ต่อมาในช่วงเดือนกรกฎาคม 2564 อบจ.สมุทรปราการ ได้เล็งเห็นถึงสถานการณ์การระบาดอย่างรุนแรงของโควิด 19 และสภากาชาดไทยได้เปิดให้สั่งจองวัคซีนโมเดอร์นา ซึ่งเป็นเทคโนโลยี mRNA ที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก ซึ่งสภากาชาดไทยได้จัดสรรโควตาวัคซีนจำนวนหนึ่งให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัด เพื่อนำไปฉีดให้ประชาชนกลุ่มเปราะบาง บุคลากรทางการแพทย์ และกลุ่มประชาชนทั่วไปที่อาศัยอยู่ในจังหวัดต่าง ๆ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย และอบจ.สมุทรปราการก็ได้รับการจัดสรรวัคซีนโมเดอร์นา จากสภากาชาดไทย จำนวน 100,000 โดส โดยในขณะนี้ทางสภากาชาดไทยแจ้งว่า จะสามารถจัดส่งวัคซีนโมเดอร์นาให้กับ อบจ.สมุทรปราการในช่วงเดือนมกราคมปี 2565

ดังนั้น เพื่อให้การฉีดวัคซีนเป็นไปตามระเบียบที่สภากาชาดไทยได้กำหนดไว้ และเพื่อให้สอดคล้องกับมาตรการป้องกันโรคติดต่อโควิด 19 ตามที่ศบค.กำหนดไว้  องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ จึงจะเปิดลงทะเบียนรับวัคซีนโมเดอร์นา  แบบทะเบียนออนไลน์ ตั้งแต่วันที่ 22 ธันวาคม 2564 เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป (จนกว่าจะครบจำนวน)  โดยแบ่งกลุ่มเป้าหมายไว้ ดังนี้

กลุ่มที่ 1 สำหรับเด็ก เยาวชน นักเรียน นักศึกษา ที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปี ถึง 24 ปี ที่มีภูมิลำเนา หรือเรียนอยู่ในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ และไม่เคยได้รับวัคซีนชนิดใดมาก่อน กลุ่มที่ 2 กลุ่มบุคคลทั่วไป อายุ 24 ปี ขึ้นไป ที่ไม่เคยได้รับวัคซีนชนิดใดมาก่อน โดยมีภูมิลำเนา หรือทำงานในจังหวัดสมุทรปราการ กลุ่มที่ 3  กลุ่มเข็มกระตุ้นภูมิคุ้มกัน (Booster) สำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนซิโนฟาร์ม หรือซิโนแวค มาแล้ว 2 เข็ม ระยะห่าง 1 เดือนส่วน Astra Zeneca ระยะห่าง 6 เดือน ซึ่งผู้รับวัคซีนต้องมีภูมิลำเนา หรือทำงานในจังหวัดสมุทรปราการ กลุ่มที่ 4 กลุ่มเปราะบาง 5 ประเภทที่สภากาชาดไทยกำหนดไว้ และอบจ.ได้ประชาสัมพันธ์ผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปแล้ว 
• บุคลากรทางการแพทย์
• ประชาชนผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ
• ผู้ป่วยติดเตียง
• สตรีมีครรภ์
• ผู้สูงอายุ 70 ปีขึ้นไป
และช่องทางการลงทะเบียนโมเดอร์น่า ต้องลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ www.spkmoderna.comหรือscan QR code  

‘นิคมอุตสาหกรรม TFD’ ประกาศความมั่นคงด้านน้ำ นิคมแรกในพื้นที่ EEC!!

วันที่ 23 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา บริษัท เจซีเค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ ผู้พัฒนาและบริหารจัดการพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม TFD ได้จัด “พิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ การเสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ำในพื้นที่ EEC โครงการนิคมอุตสาหกรรม TFD โดยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย” ขึ้น ณ โรงแรม JC Kevin Sathorn Bangkok Hotel โดยพิธีลงนามบันทึกความร่วมมือสร้างความมั่นคงด้านน้ำ ครั้งนี้ ได้ลงนามร่วมกับ บริษัท อินดัสเตรียล วอเตอร์ รีซอร์ส แมนเนจเม้นท์ จำกัด (IWRM) โดยความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นการที่ให้บริษัท IWRM เข้าไปร่วมดูแลบริหารจัดการน้ำในนิคมอุตสาหกรรม และดำเนินการวางท่อส่งน้ำจากอ่างกักเก็บน้ำธรรมชาติของบริษัทฯ ความจุรวมกว่า 30 ล้านลบ.ม. เข้าสู่พื้นที่นิคมอุตสาหกรรม TFD เพื่อเตรียมพร้อมรองรับการใช้น้ำภาคอุตสาหกรรมในพื้นที่ต่อไป

โดยพิธีลงนามในครั้งนี้ ประกอบด้วยตัวแทนนิคมอุตสาหกรรม TFD โดยมี คุณอภิชัย เตชะอุบล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เจซีเค อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) / คุณกฤตวัฒน์ เตชะอุบล กรรมการบริหาร และคุณอนุกูล อุบลนุช กรรมการผู้จัดการ ลงนามร่วมกับ นายธนวัฒน์ สันตินรนนท์ กรรมการบริหาร บริษัท อินดัสเตรียล วอเตอร์ รีซอร์ส แมนเนจเม้นท์ จำกัด (IWRM) และยังได้รับเกียรติจาก ดร. คณิศ แสงสุพรรณ  เลขาธิการคณะกรรมการนโยบาย เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก EEC พร้อมด้วย นาย ธาดา สุนทรพันธุ์ รองผู้ว่าการ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  ลงนามเป็นสักขีพยานอีกด้วย

​“พิธีลงนามบันทึกความร่วมมือ การเสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ำในพื้นที่ EEC โครงการนิคมอุตสาหกรรม TFD โดยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย” ในครั้งนี้ เป็นที่สนใจแก่นักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศอย่างมาก เนื่องจากนิคมอุตสาหกรรม TFD เป็นนิคม Smart Industry บนทำเลทอง เนื้อที่กว่า 3,000 ไร่ ตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์เมืองอุตสาหกรรมใหม่ในพื้นที่ SmartCity จังหวัดฉะเชิงเทรา และเป็นประตูสู่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกหรือEEC ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิเพียง 30 กิโลเมตร ใกล้ทั้งท่าเรือกรุงเทพฯ และท่าเรือแหลมฉบัง ปัจจุบันจัดสรรพื้นที่ไปแล้วกว่า 800 ไร่โดยแบ่งเป็นเขต General Zone และเขต FreeZone พร้อมรองรับนักลงทุน ที่จะเข้ามาลงทุนใน 12 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายของ EEC

 

กาฬสินธุ์จัดกิจกรรมวันดินโลกพิชิตดินเค็มเติมเต็มผลผลิตสร้างชีวิตเกษตร

จังหวัดกาฬสินธุ์ ร่วมกับสถานีพัฒนาที่ดินจังหวัดกาฬสินธุ์ จัดงานวันดินโลก ปี 2564 ในรูปแบบนิทรรศการกิจกรรมเสริมสร้างครามรู้ ภายใต้แนวคิด “พิชิตดินเค็ม  เติมเต็มผลผลิต สร้างชีวิตเกษตร” เพื่อรำลึกและสำนึกพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร

ที่สถานีพัฒนาที่ดิน จ.กาฬสินธุ์ นายทรงพล ใจกริ่ม ผวจ.กาฬสินธุ์ มอบหมายนายพิชัย ส่งสุขเลิศสันติ ปลัด จ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานเปิดกิจกรรม “วันดินโลก” (World Soil Day) ปี 2564 โดยมีนายสันติ จัตุพันธ์ นายอำเภอยางตลาด นายอรรถวุฒิ กรุงแสนเมือง ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดิน จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยส่วนราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม หมอดินอาสา ร่วมงาน กิจกรรมมีการนิทรรศการกิจกรรมเสริมสร้างครามรู้ ภายใต้แนวคิด พิชิตดินเค็ม  เติมเต็มผลผลิต สร้างชีวิตเกษตร 

นายพิชัย ส่งสุขเลิศสันติ ปลัด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 70 ปี แห่งการครองราชย์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงดำรงมั่นอยู่ในทศพิธราชธรรม และทรงยึดมั่นในพระปฐมบรมราชโองการ “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”

อีกทั้งทรงพระวิริยอุตสาหะปฏิบัติบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ ทรงทุ่มเทพระวรกาย เพื่อประชาชนให้ได้รับความร่มเย็น นำความผาสุกมาสู่ประเทศโดยถ้วนหน้า บนหลักของการเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างบูรณาการ ก่อให้เกิดประโยชน์สุขต่อชีวิตความเป็นอยู่ของเกษตรกรและความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม เป็นที่มาของการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายรางวัล “นักวิทยาศาสตร์ดินเพื่อมนุษยธรรม” เป็นพระองค์แรกของโลก โดยสหภาพวิทยาศาสตร์ทางดินนานาชาติ 

ทั้งนี้ องค์การสหประชาชาติ (UN) ได้มีมติรับรองให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปีเป็นวันดินโลก (World Soil Day) เพื่อใช้เป็นโอกาสในการขับเคลื่อนกิจกรรมเผยแพร่ความรู้ทางด้านดิน และสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของดินทั้งในระดับประเทศ และระดับโลก กระทรวงมหาดไทย จึงได้อนุมัติโครงการ การจัดกิจกรรม “วันดินโลก” (World Soil Day) ปี 2564 เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และเพื่อถวายสดุดีพระเกียรติคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงศึกษาค้นคว้าวิธีการจัดการทรัพยากรดินอย่างยั่งยืน นำมาซึ่งความเป็นอยู่ที่ดีของเกษตรกรและประชาชน

ด้านนายอรรถวุฒิ กรุงแสนเมือง ผู้อำนวยการสถานีพัฒนาที่ดิน จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่าการจัดงานวันดินโลก เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการแสดงออกถึงความตระหนักในบทบาทอันสำคัญยิ่งของทรัพยากรดินที่มีต่อสิ่งมีชีวิต และร่วมกันดูแลรักษาเพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างยั่งยืน เพื่อให้เป็นวาระในการสื่อความสำคัญของทรัพยากรดินให้เป็นที่รับทราบในวงกว้าง โดยงานวันดินโลกปี 2564 กำหนดหัวข้อหลัก พิชิตดินเค็ม เติมเต็มผลผลิต สร้างชีวิตเกษตรกร เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับดิน และการจัดการกับความเค็มของดิน ผลกระทบของดินเค็มที่มีต่อผลผลิตทางการเกษตร วิธีการจัดการดินเค็มอย่างครบวงจร มุ่งมั่นที่จะปรับปรุงดินเค็มในเชิงรุก ป้องกันและแก้ไขปัญหาของดินที่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความปลอดภัยทางด้านอาหาร

นายอรรถวุฒิกล่าวอีกว่า งานวันดินโลก 2564 สถานีพัฒนาที่ดินกาฬสินธุ์ ร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้จัดแสดงนิทรรศการ ตามหัวข้อหลักคือ “พิชิตดินเค็ม เติมเต็มผลผลิต สร้างชีวิตเกษตรกร” เพื่อแสดงทรัพยากรดินของ จ.กาฬสินธุ์ การพัฒนาพื้นที่ดินเค็มแบบบูรณาการโดยประยุกต์ใช้เมืองเพียโมเดล การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีของกรมพัฒนาที่ดินและหน่วยงานภาคีมาใช้ในการจัดการดินเค็ม มีการจัดแสดงนิทรรศการของหน่วยงาน เปิดตัวพืชดาวรุ่งที่เจริญเติบโตได้ในดินเค็ม “รากสามสิบ” ตลาดขายสินค้าผลิตผลของเกษตรกร หมอดิน เครือข่ายของกรมพัฒนาที่ดิน
“ทั้งนี้ มีเป้าหมายร่วมกัน 2 ประการ ประการแรกเพื่อน้อมรำลึกและเทิดพระเกียรติคุณในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอดพระราชปณิธานแห่งพระบรมราชนกนาถ เกี่ยวกับพระราชกรณียกิจด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรดิน รวมทั้งการพัฒนาที่ดินอย่างต่อเนื่อง และประการที่ 2 เพื่อร่วมใจกันปกปักรักษาดิน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่สำคัญยิ่งของประเทศ ให้เป็นมรดกของลูกหลาน ภายใต้แนวคิด “ดินดี” คุณภาพชีวิตที่ดี” นายอรรถวุฒิกล่าว

 

‘ปูติน’ กร้าว! ขู่ชาติตะวันตก ยัน จะตอบโต้พฤติกรรมคุกคามแน่

มอสโก (เอเอฟพี/รอยเตอร์ส) - ความตึงเครียดหนักระหว่างรัสเซียกับชาติตะวันตกยังไม่มีทีท่าว่าจะบรรเทาเบาบางลง ล่าสุด ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซียขู่ว่าจะตอบโต้ภัยคุกคาม พร้อมกับเผยโฉมเรือดำน้ำพลังนิวเคลียร์รุ่นใหม่

ในระหว่างการประชุมร่วมกับนายทหารระดับสูงที่กรุงมอสโก ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย ได้กล่าวถึงความตึงเครียดกับชาติตะวันตกกรณียูเครน ว่า ปัญหาตึงเครียดที่เกิดขึ้นเป็นความผิดของชาติสมาชิกองค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ หรือ NATO สถานการณ์มีแต่เลวร้ายลงตลอดทำให้รัสเซียต้องถูกบีบบังคับให้ต้องรับมือ และพร้อมจะใช้กำลังตอบโต้หากถูกชาติตะวันตกคุกคามด้วยความก้าวร้าวทางการเมือง

ในคำแถลงนี้ จุดสำคัญที่เป็นข้อเรียกร้องของปูตินต่อชาติพันธมิตรตะวันตกนำโดยสหรัฐฯ คือ การสร้างหลักประกันว่า NATO จะไม่ขยายอิทธิพลด้วยการติดตั้งอาวุธประชิดพรมแดนของรัสเซีย และห้ามไม่ให้ยูเครนเข้าร่วมเป็นสมาชิก NATO ด้วย ซึ่งข้อเรียกร้องของปูตินนี้อยู่ในร่างความตกลง ที่รัสเซียส่งให้ชาติตะวันตกเมื่อไม่กี่วันก่อน เพื่อยุติการเผชิญหน้าบริเวณพรมแดนยูเครนกับรัสเซีย หลังจากในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา รัสเซียระดมกำลังทหารกว่าแสนนาย พร้อมรถถังและยุทโธปกรณ์จำนวนมากไปประชิดพรมแดน จนหลายฝ่ายเกรงกันว่ารัสเซียจะบุกยูเครนอีกครั้ง หลังจากที่ยึดคาบสมุทรไครเมียไปจากยูเครนเมื่อ 7 ปีก่อน และจากนั้นมารัสเซีย ยังได้หนุนหลังกองกำลังแบ่งแยกดินแดนในยูเครนมาโดยตลอด

การเคหะฯ ปรับปรุง ‘บ้านสบายเพื่อยาย - ตา’ สร้างรอยยิ้มให้ผู้สูงวัยรายได้น้อย - ยากไร้

การเคหะแห่งชาติ เดินหน้าโครงการปรับปรุง ‘บ้านสบายเพื่อยาย-ตา’ สร้างรอยยิ้มให้ผู้สูงอายุ ลุยซ่อมแซม-ปรับปรุง สร้างบ้านใหม่ให้ผู้สูงอายุซึ่งเป็นผู้มีรายได้น้อยและผู้ยากไร้รวม 64 หลัง ใน 7 จังหวัดตลอดปี 64

นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติกล่าวว่า จากภารกิจหลักด้านการพัฒนาและจัดสร้างที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนผู้ที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง ตลอดจนกลุ่มเปราะบาง และผู้ด้อยโอกาสในสังคม หนึ่งในโครงการที่ “การเคหะแห่งชาติ” ได้ดำเนินการมาครบกว่า 1 ทศวรรษ ตั้งแต่ปี 2553 คือ โครงการปรับปรุงที่อยู่อาศัยสำหรับผู้สูงอายุซึ่งเป็นผู้มีรายได้น้อยและผู้ยากไร้ของการเคหะแห่งชาติ (บ้านสบายเพื่อยายตา) เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตด้านการอยู่อาศัยของ “ผู้สูงอายุ" ผู้มีรายได้น้อยและผู้ยากไร้ โดยการปรับปรุงซ่อมแซม หรือจัดทำที่อยู่อาศัยใหม่ทั้งหลัง รวมทั้งการปรับสภาพแวดล้อมของที่อยู่อาศัยให้เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการตามคุณลักษณะเฉพาะของผู้อยู่อาศัย ทำให้สามารถอยู่อาศัยได้อย่างเป็นปกติสุขในชุมชนเดิมอย่างยั่งยืน

การเคหะแห่งชาติได้จัดสรรเงินจากกำไรสุทธิประจำปี เพื่อสนับสนุนการปรับปรุงที่อยู่อาศัยให้กับผู้สูงอายุซึ่งเป็นผู้มีรายได้น้อยและผู้ยากไร้ ผ่านการประชาคมจากหน่วยงานท้องถิ่นสำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงบ้านตามสภาพความเป็นจริง โดยบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หลังจากนั้นมอบหมายผู้รับจ้างหรือจิตอาสาในพื้นที่ดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมบ้านของผู้สูงอายุจนแล้วเสร็จ และการเคหะแห่งชาติจะจัดพิธีส่งมอบบ้านให้กับผู้สูงอายุฯ “บ้านสบายเพื่อยายตา” อย่างเป็นทางการ

ก.แรงงาน เดินหน้าพัฒนาอาชีพภาคการท่องเที่ยว เปิดประตูสู่การสร้างรายได้ที่ยั่งยืน

ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน เปิดโครงการ Re-skill และ Up Skill เร่งสร้างทักษะแรงงานในการประกอบอาชีพกับกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน มุ่งเป้าให้แรงงานมีอาชีพเสริม เพิ่มรายได้อย่างยั่งยืน

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานมอบหมายให้นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดฝีกอบรมโครงการ Re-skill และ Up Skill เพื่อสร้างทักษะแรงงานในการประกอบอาชีพ การพัฒนาศักยภาพด้านทักษะฝีมือแรงงานสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ซาติ 20 ปี ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ก้าวสู่การพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานได้อย่างมีคุณภาพ โดยมี ดร.จำลอง ช่วยรอด ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และคณะผู้บริหารระดับสูงสังกัดกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมฯ ณ บริเวณห้องโถง ชั้น 10 อาคารกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กระทรวงแรงงาน

นายสุรชัย ชัยตระกูลทอง กล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การบริหารประเทศของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแลกระทรวงแรงงานได้ให้ความสำคัญให้กำลังแรงงานได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านทักษะฝีมือแรงงานสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ซาติ 20 ปี ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ก้าวสู่การพัฒนาเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันพร้อมเข้าสู่ตลาดแรงงานได้อย่างมีคุณภาพประกอบกับประเทศไทยและทั่วโลกต้องเผชิญกับสถนการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทำให้แรงงานได้รับผลกระทบอย่างหนัก รัฐบาลจึงมีนโยบายเร่งเยียวยาช่วยเหลือโดยให้ความสำคัญกับการปรับระดับฝีมือ (Re-Skill) รองรับการทำงานที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น และยกระดับต่อยอดความรู้ ความชำนาญ (Up-Skil) ให้แก่กลุ่มแรงงานฝีมือที่ได้รับผลจากเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะภาคบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ มีอาชีพเสริมเพิ่มรายได้ให้กับตนเองและครอบครัว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานจึงมอบหมายให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานดำเนินโครงการดังกล่าว

‘หมอยง’ ย้ำ ‘โอมิครอน’ ตรวจจับยาก-ระบาดเร็ว แนะวิธีป้องกัน ให้คิดว่าทุกคนอาจเป็นผู้ติดเชื้อ

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยา ออกมาแสดงความเป็นห่วงเกี่ยวกับ "โอมิครอน" ชี้ระบาดได้รวดเร็ว และตรวจจับยาก แนะวิธีป้องกันตนเองขอให้คิดไว้ก่อนว่าบุคคลที่เราจะใกล้ชิดอาจจะเป็นผู้ติดเชื้อ ต้องป้องกันตนเองอย่างเข้มงวด

วันนี้ (23 ธ.ค.) ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยา คลินิกภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ออกมาโพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กส่วนตัว "Yong Poovorawan" ในประเด็น "โอมิครอน การติดต่อและแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว" โดยได้ระบุข้อความว่า

"ในระยะหลัง ไวรัสโควิด-19 มีแนวโน้มแพร่กระจายได้เร็วขึ้นมาโดยตลอด ตามสายพันธุ์ที่วิวัฒนาการขึ้นมา

ปัจจัยหนึ่งที่แสดงให้เห็นได้ชัด มีการติดเชื้อ แล้วผู้ติดเชื้อจำนวนมากที่มีอาการน้อย หรือไม่มีอาการ แต่สามารถแพร่กระจายได้ อัตราการเสียชีวิตของทั่วโลก ก็เริ่มลดลงมาโดยตลอด จะเห็นได้จากตั้งแต่สายพันธุ์อู่ฮั่น ในระยะแรกอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 3 ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ และต่อมามีการระบาดที่ยุโรปโดยเฉพาะอิตาลี อัตราการเสียชีวิตในระยะแรกค่อนข้างสูง และมีแนวโน้มที่จะลดลงมาเรื่อยๆ การเสียชีวิตทั่วโลกขณะนี้น้อยกว่า 2% ประเทศไทยอยู่ที่ประมาณ 0.9 เปอร์เซ็นต์ และแนวโน้มการติดเชื้อจะอยู่ในกลุ่มที่มีอายุน้อยลง อัตราการเสียชีวิตก็จะน้อยลงเรื่อยๆ เมื่อมีผู้ติดเชื้อที่มีอาการน้อยหรือไม่มีอาการ


TRENDING
© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top