Monday, 15 July 2024
NEWSFEED

กาแฟไทยสูตรโบราณ ร้านตำนาน จากเชียงใหม่  สูตรเข้มข้นครึ่งศตวรรษ ฟินได้แล้วที่ไอคอนสยาม

(10 ก.ค. 66) ‘ลุงเงินกาแฟหม้อดิน’ ร้านกาแฟโบราณในตำนานจากเมืองเชียงใหม่ ที่เสิร์ฟความฟินมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2511 มีจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ก็คือ กรรมวิธีดั้งเดิมที่สืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น อาทิ การคั่วเมล็ดกาแฟในหม้อดิน ตำด้วยครก และการชงเครื่องดื่มต่างๆ ด้วยน้ำใบเตย เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ สายหวานคนไหนอยากลองจิบ ก็สามารถไปชิมกันได้ที่ไอคอนสยาม โซนสุขสยาม บริเวณชั้น G 

โดยเมนูที่อยากให้ลองแบบไม่ควรพลาดเลยก็คือ กาแฟหม้อดิน หรือที่เราคุ้นเคยกันในชื่อ ‘กาแฟโบราณ’ กาแฟสูตรเฉพาะของทางร้าน ที่ผสมผสานกับน้ำต้มใบเตยหอมๆ และนมสดสูตรลับความอร่อยมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อ สู่รุ่นคุณลูก

แล้วก็มาต่อกันด้วย ชานมหม้อดิน เครื่องดื่มที่กำลังเป็นที่นิยม ชาไทยรสเข้มกำลังดี ผสมกับน้ำต้มใบเตย และนมสดสูตรเฉพาะ รวมแล้วเป็นรสหวานมันกลมกล่อมกำลังดี

ตามด้วย นมอัญชัน เครื่องดื่มอีกเมนูที่มีสีสันสวยงามน่าลิ้มลอง ที่เกิดจากการรวมตัวของน้ำอัญชันสีน้ำเงิน และนมสด รสชาติดีมาก ลงตัวด้วยความหวานมัน และความหอมแบบสุดๆ

ร้านนี้เปิดทุกวันตั้งแต่ 10 โมงเช้า ถึง 4 ทุ่ม แต่แนะนำให้รีบไปตั้งแต่ตอนเช้าเลย เพราะถ้าสายลูกค้าจะเยอะมาก อาจจะต้องรอต่อคิวกันนาน

‘แอนนา เสือ’ สะกดทุกสายตา!! ในลุค ‘ชุดแต่งงาน’ ไทยสากล ของห้องเสื้อชื่อดัง ‘วนัช กูตูร์’ ที่ได้รังสรรค์ผลงานนี้ออกมา

(10 ก.ค. 66) กลับมาอีกครั้งกับสุดยอดคอลเลกชันชุดแต่งงานจากห้องเสื้อชื่อดังสุดหรู ‘วนัช กูตูร์’ ที่ครั้งนี้ได้รังสรรค์ผลงานออกมาได้สวยยืนหนึ่งสะกดทุกสายตาภายใต้คอนเซ็ปต์ “La beauté à l'échelle cosmique.” ที่ได้นางแบบความสวยระดับจักรวาล อย่าง ‘แอนนา เสืองามเอี่ยม’ (Miss Universe Thailand 2565) มาสู่แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ชุดแต่งงานทั้งไทยและสากลที่เหมาะกับเจ้าสาวแต่ละคน อีกทั้งช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ของเจ้าสาวผู้สง่างามและอ่อนหวาน เป็นอีกหนึ่งคอลเลกชันที่สามารถถ่ายทอดความงดงามและความโรแมนติกไว้ได้ในหนึ่งเดียว รวมไปถึงเอกลักษณ์ของแบรนด์ที่เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี ที่โดดเด่นในเรื่องของความพลิ้วไหวอย่างเป็นธรรมชาติของชุดเดรสที่ตัดเย็บจากผ้าชีฟอง ผ้าไหม ผ้าซาติน และลวดลายที่ประดับด้วยคริสตัลจาก สวารอฟสกี้ ช่วยเสริมให้เจ้าสาวสวมใส่ชุดแต่งงานนี้ได้อย่างมั่นใจและมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น เป็นอีกหนึ่งผลงานที่เฉิดฉายและดูหรูหราน่าถูกจับตามองมากที่สุดในวงการเวดดิ้งตอนนี้

สามารถติดตามผลงานชุดวิวาห์ของทางห้องเสื้อ ‘วนัช กูตูร์’ ได้ผ่านช่องทาง facebook.com/vanuscouture  หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-0024895, 02-0024896, 086-491-5445 และ  Line: @ vanuscouture

‘มาย ภาคภูมิ’ ติด TOP10 คนดังสร้างมูลค่าสื่อสูงสุดระดับโลก มูลค่ากว่า 88 ลบ. จากงาน Menswear Spring Summer 2024

ปังสมกับตำแหน่ง House Ambassador ของ DIOR ประเทศไทย สำหรับ มาย ภาคภูมิ ร่มไทรทอง นักแสดงหนุ่มชื่อดัง ที่ล่าสุดกับการปรากฏตัวในงาน Menswear Spring Summer 2024 ด้วยชุดคอลเลกชันใหม่ล่าสุด ฝีมือการสร้างสรรค์ของ Kim Jones ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสที่ผ่านมา 

ล่าสุด ‘มาย ภาคภูมิ’ ได้ปรากฏการณ์สะเทือนวงการบันเทิงไทยอีกครั้ง เมื่อแพลตฟอร์มออนไลน์การตลาด และอินฟลูเอ็นเซอร์ชื่อดังของวงการลักชัวรีอย่าง ‘Lefty’ ได้เปิดผลจากการจัดอันดับ ‘ค่า EMV Rankings’ ของนักแสดง ศิลปิน อินฟลูเอ็นเซอร์ที่เข้าร่วมปรากฏตัวแฟชั่นโชว์ในครั้งนี้ ผลปรากฏว่า มาย ภาคภูมิ นักแสดงไทยเพียงหนึ่งเดียว ที่ติดอันดับท็อปสิบผู้ที่ครองมูลค่าสื่อสูงที่สุดระดับโลก โดยมีมูลค่าสูงถึง 2.5 ล้าน USD หรือราว 88 ล้านบาท โดยมีศิลปินระดับโลกอย่าง NCT, จีมิน BTS, แจ็คสัน หวัง และ ชาอึนอู รวมอยู่ในอันดับครั้งนี้อีกด้วย

อย่างไรก็ตามกระแสตอบรับของ มาย ภาคภูมิในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ความสำเร็จระดับโลกของศิลปิน นักแสดงไทย ที่สามารถสร้างอิทธิพลและฐานแฟนคลับไปทั่วโลก นอกจากนี้ยังถือเป็นการยกระดับวงการบันเทิงไทยแบบก้าวกระโดด และเป็นเครื่องตอกย้ำถึงความมั่นใจในผลงานภาพยนตร์ไทยระดับ Masterpiece ที่นำเสนอมิติใหม่ของความเป็นไทยอย่าง ‘แมนสรวง’ นำแสดงโดย มาย ภาคภูมิ - อาโป ณัฐวิญญ์ จากบริษัท บี ออน คลาวด์ ที่กำลังได้รับความสนใจจากทั่วโลก และมีกำหนดเข้าฉายวันที่ 24 สิงหาคมนี้ และมีแผนการเข้าฉายในประเทศต่าง ๆ ว่าจะเป็นอีกหนึ่งผลงานที่สร้างปรากฏการณ์ใหม่ ๆ และสร้างความภาคภูมิใจให้ประเทศไทย ไปสู่ทุกพื้นที่ทั่วโลกได้ไม่ยาก

'อ.ต่อตระกูล' ชี้!! ความล้ำหน้าใหม่ทางอวกาศ เนรมิตโรงแรมนอกโลกได้ภายใน 6 เดือน

(10 ก.ค. 66) รองศาสตราจารย์ ต่อตระกูล ยมนาค นายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊ก เกี่ยวกับ วิธีการสร้างสถานีอวกาศ ขนาดยักษ์ ด้วยระบบ SARGON โดยมีใจความว่า ...

วิธีสร้างสถานีอวกาศ ขนาดยักษ์ ด้วยระบบ SARGON ( The Space Automation & Robotics General cONtroller ) จะสร้างเสร็จได้ใน 6 เดือน 

หลักการใหญ่ของระบบ คล้ายคลึงกับ ระบบสลิปฟอร์ม ที่ใช้แบบเทคอนกรีตช่องลิฟท์อาคารสูง แบบที่แบบฟอร์มจะเลื่อนขึ้นสูงขึ้นไปได้เรื่อยๆ แต่ต่างกันทั้งวัสดุและรายละเอียด โดยระบบ Sargon ตัวแบบจะลอยอยู่แล้วผลิตชิ้นส่วนโลหะของสถานีอวกาศต่อออกไปเป็นทรงท่อกลวงโค้งจนครบเป็นสถานีอวกาศรูปวงแหวน (Torus-type station) ที่จะจุผู้มาท่องอวกาศได้ถึง 1,000 คน รวมนักบินและลูกเรืออีก 200 คนได้

บริษัท GATEWAY SPACEPORT ผู้เสนอโครงการก่อสร้างนี้ เสนอว่าระบบนี้จะสร้างได้รวดเร็ว และค่าก่อสร้างไม่สูง จึงคุ้มค่าทางธุรกิจที่จะลงทุนสร้างใช้เป็นโรงแรมลอยตัวชมวิวอวกาศนอกโลก ในราคาคนละ 500,000 $ US ที่จะมีลูกค้ามาต่อคิวจองห้องพักมากมาย

‘ครูไพบูลย์’ ทำละครคุณธรรมลงยูทูป หวังเป็นคอนเทนต์สอนใจ  แต่เจอชาวเน็ตจวกยับ!! ล่าสุดไม่แคร์ปล่อยตอน 2 ออกมาอีก

(10 ก.ค. 66) ติดโผเจ้าพ่อดรามา ทำอะไรมักได้รับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตลอด ‘ครูไพบูลย์ แสงเดือน’ และสามีนักร้องลูกทุ่งดัง ‘กระต่าย พรรณนิภา’ ล่าสุดโดนชาวเน็ตวิจารณ์อีก เมื่อครูไพบูลย์และกระต่ายทำละครคุณธรรมในช่องยูทูปของตัวเอง งานนี้ครูไพบูลย์แสดงเอง เนื้อหาประมาณว่าเป็นคู่รักวัยเรียนในวัยนักศึกษาแล้วโดนแฟนนอกใจ

ปรากฏว่างานนี้ไม่วายมีชาวเน็ตเข้ามาดรามาต่างๆนานา ทั้งในโพสต์ของ ‘กระต่าย’ และในยูทูป อาทิ คือกล้าเฮ็ดละครแนวนี้หว่า บ่คึดอยากอายจะของแหน่เบาะ, ละครแนวนี้ ถูกตรงคาแร็คเตอร์และนิสัยส่วนตัวครูแล้วใช่ไหมครับ, บ่อายแน่บ่ บักคนมีคุณธรรม, ตัวเองยังทำไม่ได้ทำไมกล้าแสดง, คุณธรรมว่างั้น ไม่รู้สึกอายเหน่อยเหรอ? เป็นต้น

ล่าสุด ครูไพบูลย์ ไม่สนดรามา ปล่อยละครคุณธรรม ตอนที่ 2 ออกมาอีกต่างหาก ชื่อเรื่อง ‘ธาตุแท้’ ไม่วายก็ยังเจอดรามาหาว่าก๊อปเขามาอีก

ปังไม่หยุด!! ‘ลิซ่า BLACKPINK’ พาเพลง ‘MONEY’  คว้าแชมป์ยอดสตรีมสูงสุดใน Spotify ของฝ่ายหญิง 

(10 ก.ค. 66) นับตั้งแต่ปล่อยเพลงฮิต ‘LALISA’ และ ‘MONEY’ ในปี 2021 ลิซ่า ก็มุ่งมั่นสร้างชื่อของเธอในประวัติศาสตร์ ในฐานะหนึ่งในศิลปินเดี่ยวเอเชียที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในช่วงสองสามทศวรรษที่ผ่านมา โดยเธอได้สร้างสถิติใหม่โดยกินเนสส์เรคคอร์ด เป็นศิลปินเดี่ยวเคป๊อปที่ได้รับรางวัลสำคัญมากมาย รวมถึง VMA และ EMA อันทรงเกียรติ

อีกทั้งเธอยังเป็นผู้หญิงที่มีผู้ติดตามมากที่สุดบน บัญชี Instagram ฝั่งเอเชีย และครองแชมป์ Youtube, Spotify, iTunes, Shazam และแพลตฟอร์มหลักอื่น ๆ รวมถึงการโอ้อวดเกี่ยวกับการได้รับเกียรติในรายการ A100 ของชาวเอเชียที่มีอิทธิพลมากที่สุดของ Gold House นี่เป็นเพียงตัวอย่างเล็กๆ น้อยๆ ที่แสดงถึงพลังของไอคอน K-pop และสมาชิก BLACKPINK

แม้จะมีสิ่งที่น่าประทับใจมากมายที่เธอทำสำเร็จในเวลาเพียงสองปี แต่ลิซ่ายังคงสร้างเหตุการณ์สำคัญที่น่าประทับใจบน Spotify ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่ใหญ่ที่สุดและสำคัญที่สุดของโลก

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘Money’ มียอดสตรีมเกิน 822 ล้านครั้ง กลายเป็นเพลงของศิลปินเคป็อปหญิง ที่มียอดสตรีมมากที่สุดในประวัติศาสตร์ Spotify แซงหน้าเพลง 'How You Like That' ของวงเธอเอง (815 ล้านสตรีม)

‘เบียร์ เดอะวอยซ์’ โชว์โปรไฟล์ทินเดอร์ รับสมัคร ‘FWB’ ลั่น!! “ขอคนไม่เล่น เบื่อจะเหงาละ” ชาวเน็ตแห่แซวเพียบ

(10 ก.ค. 66) เรียกว่ายิ่งโสด ก็ยิ่งสวย แถมยิ่งเพิ่มดีกรีความแซ่บเหมือนยกพริกมาทั้งสวนกันเลยทีเดียว สำหรับสาว ‘เบียร์ เดอะวอยซ์’ หรือ ‘เบียร์ ภัสรนันท์’ ที่เพิ่งประกาศจบความสัมพันธ์กับอดีตแฟนหนุ่ม ‘ท็อป Lazyloxy’ หรือ ‘ท็อป ปฐมภพ’ ซึ่งรักในครั้งนี้ จบด้วยดี ต่างคนต่างไปทำตามความฝันตัวเอง

ล่าสุด สาว ‘เบียร์ เดอะวอยซ์’ ก็เผยลุกส์ใหม่ต้อนรับความโสด ด้วยการทำไฮไลท์สีผมใหม่ พร้อมผมหน้าม้าลดอายุ และยังตัดผมสั้นลงกว่าเดิม ให้ลุกส์สาวซนปนแสบเหมาะกับสาวเบียร์มาก ท่ามกลางบรรดาแฟนคลับที่เข้ามาคอมเมนต์ชื่นชมลุกส์ใหม่ของสาวเบียร์กันยกใหญ่
แต่บอกเลยว่าความแซ่บไม่ได้หยุดที่ตรงนี้ เพราะล่าสุดเจ้าตัวโพสต์ภาพพร้อมข้อความที่ทำเอาไทม์ไลน์แตกแตน ลุกเป็นไฟกันเลยทีเดียว

เมื่อสาว ‘เบียร์ เดอะวอยซ์’ ออกมาโพสต์ผ่าน Facebook : Bizcuitbeer เขียนแคปชั่นสุดปังว่า “รับสมัคร FWB” พร้อมแนบภาพบัญชีจากแอพพลิเคชั่น ‘ทินเดอร์’ (Tinder) ซึ่งเป็นแพลทฟอร์มหาคู่ออนไลน์ระดับโลก ระบุชื่อ “Passaranan” ที่สำคัญมีเครื่องหมายติ๊กถูกสีฟ้ายืนยันตัวตนอีกด้วย

โดยในส่วนของข้อมูลประวัติส่วนตัว ยังระบุคุณสมบัติชัดเจนว่า “รับสมัคร FWB ขอคนไม่เล่น เบื่อจะเหงาละ” ท่ามกลางชาวเน็ตที่เข้ามากดถูกใจและคอมเมนต์ภาพดังกล่าวถล่มทลาย
โดยคอมเมนต์ส่วนใหญ่เข้ามาแซวสาวเบียร์ บางส่วนรีบคอมเมนต์แข่งขันกันเพื่อลงสมัคร ขณะที่บางส่วนคอมเมนต์ถามว่าเป็นเรื่องจริงหรือหลอก และมีบางส่วนตั้งข้อสงสัยว่าอาจเป็นการโปรโมทแอพพลิเคชั่นก็เป็นได้

อย่างไรก็ดี ยังไม่มีบทสรุป แต่บอกเลยว่างานนี้มีผู้ที่สนใจตำแหน่งดังกล่าวจำนวนมาก คงต้องจับตาดูว่าใครจะเป็นหนุ่มผู้โชคดีที่คนนั้น

‘ลิลลี่ นารีนาท’ โพสต์ซึ้งถึงค่ายเพลง ‘ได้หมดถ้าสดชื่น’ พร้อมบอก “ถ้าวันหนึ่งต้องยุบค่าย คงใจหายไม่น้อย”

(10 ก.ค. 66) เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งนักร้องคลื่นลูกใหม่อายุน้อยของวงการลูกทุ่งไทย สำหรับนักร้องลูกทุ่งสาว ‘ลิลลี่ ได้หมดถ้าสดชื่น’ น้องสาวของ ‘เจนนี่ รัชนก’ หรือ ‘เจนนี่ ได้หมดถ้าสดชื่น’ กับบทเพลงที่ดังสนั่นลั่นทุ่ง ไม่ว่าจะวัยไหนก็ต้องร้องตามกันได้กับ ‘เพลงได้หมดถ้าสดชื่น’ ซึ่งถ้าใครได้ติดตามก็จะเห็นว่า ‘ลิลลี่’ ทั้งทำงาน ทั้งเรียนไปด้วย บอกเลยว่าดีกรีไม่ธรรมดาจริงๆ ล่าสุด ‘ลิลลี่’ ได้ออกมาร่ายยาวซึ้งๆ บอกความรู้สึกในใจที่มีต่อค่ายเพลงแห่งนี้ โดยเธอได้เขียนข้อเอาไว้ว่า…

“ค่ายเพลงได้หมดถ้าสดชื่น หรือ DM เป็นบ้านหลังแรกของลิลลี่ที่อยู่แล้วอุ่นใจและมีความสุขที่สุด เป็นบ้านที่อยู่กันแบ ครอบครัว เปิดรับคนใหม่อยู่ทุกๆ ปี เข้ามาเป็นครอบครัวเดียวกัน มีเสียงเพลง เสียงหัวเราะ และความสุข บางครั้งอาจจะปะปนน้ำตาไปบ้าง ก็หลากหลายอรรถรส ลิลลี่อยู่ตรงนี้ จุดนี้มา 4 ปีแล้ว ส่วนตัวคิดว่าเป็นเวลานานมากกกกกก!!!”

“สำหรับเด็กผู้หญิงคนหนึ่งได้เติบโตมาจากที่นี่ อยู่ที่นี่ กินที่นี่ นอนที่นี่ เชื่อว่าหลายๆคนก็คิดแบบนี้ ลิลลี่ ไม่เคยมีเพื่อนอยู่โลกภายนอก เพราะส่วนใหญ่จะสนิทกับคนในค่าย พี่ๆ หลายๆ ซีซั่นที่ผ่านเข้ามา แดนซ์เซอร์ นักดนตรี และคนในบ้าน ตั้งแต่มีคนเหล่านี้เข้ามาในชีวิต ไม่เคยเรียกร้องหรือขออะไรเลย เรารู้สึกว่าพอใจในจุดนี้แล้ว มีคนที่คอยเคียงข้าง มีคนที่อยู่ด้วยแล้วมีความสุข สบายใจ คอยเดินทางบนถนน หรือเดินทางชีวิตไปด้วยกัน เติบโตไปด้วยกัน นั่งรถไปคอนเสิร์ตด้วยกัน ร้องเพลงด้วยกัน กินข้าวพร้อมกัน กินหมูกะทะข้างสระพร้อมกัน และอะไรหลายๆอย่างที่ผ่านมา ถ้าวันนึงต้องยุบค่ายไปหรือปิดค่ายไป ก็คงใจหายไม่น้อยเลย ทุกวันนี้เลยพยายามทำงาน ร้องเพลง หรือทำอะไรก็ตามแต่ เพื่อให้มีคนคอยติดตาม คอยรัก คอยมาดูพวกเราเล่นคอนเสิร์ต คอยเจอพวกเรา คอยฟังเพลง”

“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น อยากขอบคุณเอฟซีทุกคนที่คอยติดตามและซัพพอร์ตมาตลอด สัญญาว่าจะตั้งใจทำงานให้ดี ตั้งใจทำเพลงออกมาให้มีคุณภาพมากที่สุด ตั้งใจทำหน้าที่ตรงนี้ในตอนที่ยังมีโอกาส ใครก็ตามแต่ที่เข้ามาในชีวิต ที่ทั้งดีและไม่ดี ขอบคุณที่ผ่านเข้ามา ขอบคุณที่เคยเติบโตไปด้วยกัน เราต่างล้วนเป็นบทเรียนและความทรงจำซึ้งกันและกัน ไม่เคยโกรธหรือเกลียดใครเลย นึกถึงวันที่มีความสุขและยิ้มได้ซะมากกว่า ขอให้เติบโตไปในเส้นทางที่มีความสุขและประสบความสำเร็จนะ”

ซึ่งงานนี้ก็มีแฟนๆ เข้ามาคอมเมนต์มากมาย อาทิ เกิดอะไรขึ้นน้องลี่สู้ๆ นะน้องเก่ง, ติดตามผลงานค่าย DM ตลอดไป, เก่งมากน้อง ขอให้ทุกวันเป็นวันที่ดีของน้องนะ สู้ๆ , รักเสมอ จะคอยซัพพอร์ตไปตลอดนะคะคนเก่ง, อายุเท่านี้ น้องมาไกลมากๆ ความคิดทุกๆอย่างไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุของน้องเลย รักนะ DM, เก่งที่สุดแล้วสาวน้อยจะติดตามไปตลอดนะ, คิดถึง อยากให้มีงานทัวร์คอนเสิร์ตเยอะๆ คอยติดตามนะเด็กดี เป็นต้น

ท้าวเวสสุวรรณ หน้าทองคำ เทวรูปศักดิ์สิทธิ์ แห่งวัดเดิมบาง โชคลาภสมปรารถนา พลังเสน่ห์เมตตามหานิยม

‘ท้าวเวสสุวรรณ หน้าทองคำ’ เทพแห่งโภคทรัพย์สมบัติ บันดาลความรุ่งเรือง ความร่ำรวย ที่สำคัญก็คือมีใบหน้าเป็นทองคำ บันดาลฤทธิ์พลัง สายเสน่ห์เมตตามหานิยมแกผู้คนที่มากราบไหว้ นอกจะได้โชคลาภ สมปรารถนาแล้ว  ยังได้พลังเสน่ห์เมตตามหานิยม ดุจดั่ง ได้รับพลังวิเศษ นะหน้าทอง จากท่านปู่ท้าวเวสสุวรรณ

ท้าวเวสสุวรรณองค์นี้ ที่วัดเดิมบาง จัดสร้างโดย ท่านพระครูบาวชิริล สร้างถวายเพื่อประดิษฐานไว้ที่วัดแห่งนี้ สาเหตุที่สร้างเป็นหน้าทองคำก็เนื่องจากหลังพิธีเททองหล่อ ท่านพระครูบาฯ ได้นิมิตฝันว่า "ได้ยินเสียงดังขึ้นว่า ใบหน้าฉันเป็นทองคำนะ หน้าทอง" จึงเป็นปฐมเหตุให้สร้าง ท้าวเวสสุวรรณเป็นหน้าทองคำขึ้นมา ตามความประสงค์ของท่านท้าวเวสสุวรรณ ที่มาเข้าฝัน เพื่อเป็นศุภนิมิตมงคลสืบไป

ผู้ที่ต้องการตั้งจิตอธิษฐานไหว้ ท่านท้าวเวสสุวรรณจะนิยมไปไหว้กันในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ โดยของไหว้หลักๆ ที่จะต้องเตรียมไว้บูชานั้นก็ได้แก่ ธูป 9 ดอก และดอกกุหลาบ 9 ดอก รวมทั้งต้องเตรียมผลไม้ 5 อย่าง ที่สื่อถึงความหมายมงคล เช่น ผลไม้ที่มีสีแดง แก้วมังกร หรือทับทิมเป็นต้น และวิธีขอพราท่านท้าวเวสสุวรรณเพื่อเรียกทรัพย์นั้น ก็จะนิยมนำกระเป๋าสตางค์ที่ใช้ใส่เงินของตัวเอง ไปวนขวารอบกระบองของท่านท้าวเวสสุวรรณ จำนวน 9 รอบ หลังจากนั้นก็จะตั้งจิตอธิษฐานในสิ่งที่ตนเองปรารถนา

รู้จัก 'ฝาท่อลายศิลปะ' แรงขับเคลื่อนจากยุคผู้ว่าฯ อัศวิน สู่การสานต่อหมุดหมายทางวัฒนธรรมในเมืองกรุง

เพจ กรุงเทพมหานคร โดยสำนักงานประชาสัมพันธ์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 65 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้มีการประชุมร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) พร้อมด้วยมหาวิทยาลัยศิลปากร ร่วมหารือเรื่องการขยายผลงานวิจัย โดยนำเทคโนโลยีและศิลปะมาพัฒนาเมืองผ่านประติมากรรม ซึ่งมีขอบเขตพื้นที่ที่ศึกษา คือ เยาวราช-เจริญกรุง และสำเพ็ง โดยใช้แผนที่ทางวัฒนธรรม โดยมีนายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ดร.ลัษมณ อรรถาพิช ที่ปรึกษาผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) รศ.จักรพันธ์ วิลาสินีกุล นักวิจัยจากคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ผู้บริหารสำนักวัฒนธรรม กีฬา และการท่องเที่ยว ผู้อำนวยการเขตสัมพันธวงศ์ และผู้ที่เกี่ยวข้อง ร่วมหารือ ณ ห้องอัมรินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เขตพระนคร

ทั้งนี้ สำหรับแผนงานวิจัยดังกล่าวได้ดึงนักวิจัยชั้นนำของมหาวิทยาลัยศิลปากรจากหลายสาขามาร่วมดำเนินการเก็บข้อมูลภาคสนาม จนได้ข้อมูลที่ กทม. สามารถนำไปใช้ประโยชน์เพิ่มเติมจากข้อมูลของยูเนสโกเกี่ยวกับอาคารเก่าทรงคุณค่าและโบราณสถาน การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ นับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน วัตถุดิบอาหาร และเทศกาลต่าง ๆ ซึ่งในส่วนของอัตลักษณ์ของย่านเยาวราช-เจริญกรุง ที่จะดึงมาใช้เพื่อสื่อสารผ่านศิลปะได้มี 4 ประเภท คือ 

1. สถานที่สำคัญของย่านในอดีต เช่น น้ำพุวงเวียนโอเดียน ประตูสามยอด ห้างขายยา เป็นต้น 
2. สัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม เช่น ลวดลายจีน อักษรที่เป็นมงคล หน้ากากงิ้ว เป็นต้น 
3. กิจกรรมทางวัฒนธรรมและกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น รถเข็นจีน รถราง เป็นต้น 
4. อาชีพและสินค้าที่เป็นที่นิยมและสร้างสรรค์ในย่าน เช่น ผลไม้จีน เครื่องยาจีน โคมไฟจีน ย่านทำตะเกียง อัญมณี เป็นต้น 

โดยประติมากรรมผ่านฝาท่อดังกล่าวจะต้องรักษาไว้ซึ่งอัตลักษณ์ของเยาวราชควบคู่กับการพัฒนาเมืองในปัจจุบัน พร้อมกับข้อมูลในรูปแบบคิวอาร์โค้ดซึ่งสามารถสื่อสารได้ 3 ภาษา คือ ไทย อังกฤษ และจีน เพื่อให้นักท่องเที่ยวสามารถศึกษาข้อมูลผ่านคิวอาร์โค้ดบนฝาท่อ

นอกจากนี้ยังจัดการฐานข้อมูลและพัฒนาให้คนทั่วไปสามารถเข้าไปใช้งานในเว็บไซต์และแผนที่ทางวัฒนธรรม (Cultural Map) ได้ ทั้งนี้ รศ.จักรพันธ์ได้เสนอว่าระยะต่อไปเทคโนโลยีที่เข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาเมืองน่าจะมีมากกว่าสตรีทอาร์ต ตลอดจนการเข้าไปสำรวจพื้นที่เพื่อประเมินคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรม สุนทรียศาสตร์ ประวัติศาสตร์ สังคม วิทยาการและการศึกษา ซึ่งคณะวิจัยพร้อมที่จะมอบข้อมูลในคิวอาร์โค้ดและเว็บไซต์ให้กทม.เป็นผู้ดูแลต่อไป

ด้าน นายศานนท์ หวังสร้างบุญ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวเพิ่มเติมว่า ต้องการให้มีการสนับสนุนคนท้องถิ่นดั้งเดิมในชุมชนย่านนั้นให้รวมตัวกันเพื่อร่วมให้ข้อมูลของชุมชน รวมถึงร่วมดูแลและสร้างอัตลักษณ์ของชุมชนร่วมกันด้วย เพื่อให้เกิดการพัฒนาด้านฐานข้อมูลที่สำคัญและเป็นการร่วมอนุรักษ์ประวัติศาสตร์ย่านดังกล่าวให้คงอยู่ ทั้งนี้ กรุงเทพมหานครและนักวิจัยจะร่วมกันสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในย่านเยาวราช-เจริญกรุง เพื่อร่วมการจัดทำออกแบบฝาท่อและจุดพื้นที่วางประติมากรรมดังกล่าวอย่างเหมาะสมต่อไป

สำหรับโครงการ ‘ศิลปะบนฝาท่อสาธารณูปโภค’ เพื่อเผยแพร่แผนที่ทางวัฒนธรรมของชุมชน เป็นการต่อยอดมาจาก โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ริมคลองโอ่งอ่าง และโครงการศิลปะชุมชนกิจกรรมแต้มสี กรุงเทพฯ ปี 2561 ที่ผ่านมาในสมัย พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ดำรงตำแหน่งเป็น ผู้ว่าฯ กทม. โดยโครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จได้รับเสียงตอบรับที่ดีทั้งจากคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวจึงนำมาสู่การสานต่อการติดตั้งฝาท่อลายศิลปะในพื้นที่ย่านเยาวราช-เจริญกรุง ต่อไป


TRENDING
© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top