Friday, 30 October 2026
World

หนานหนิงรุกหนัก!! กระชับสัมพันธ์กับอาเซียน ลุยพัฒนา AI และขนส่ง มูลค่าการค้าโตต่อเนื่อง เชื่อมตลาดจีนกับอาเซียนอย่างใกล้ชิด

หนานหนิงรุกกระชับสัมพันธ์อาเซียน ลุยพัฒนาการค้า ขนส่ง และ AI เต็มสูบ

ศูนย์ความร่วมมือด้านการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ จีน-อาเซียน

ยามฤดูใบไม้ร่วงเวียนมาถึง นครหนานหนิง เมืองเอกของเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน ได้เปิดรับแรงขับเคลื่อนใหม่ในการเปิดกว้างทางเศรษฐกิจ โดยมหกรรมแสดงสินค้า จีน-อาเซียน (CAEXPO) ครั้งที่ 23 และการประชุมสุดยอดด้านการค้าและการลงทุน จีน-อาเซียน ได้ปิดฉากลงอย่างงดงาม ขณะที่คลองผิงลู่เปิดให้เดินเรืออย่างเป็นทางการ และโครงการใหม่ ๆ ก็กำลังเร่งขับเคลื่อนขึ้นที่ศูนย์ความร่วมมือด้านการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ จีน-อาเซียน

นครหนานหนิงในฐานะประตูสำคัญบานหนึ่งของจีนสู่ความร่วมมือกับอาเซียน ยังคงเดินหน้าเสริมแกร่งแพลตฟอร์มความร่วมมือ ส่งเสริมการเชื่อมโยง และนำนวัตกรรมมาขับเคลื่อนความก้าวหน้า เพื่อยกระดับการมีส่วนร่วมในระดับนานาชาติ และเข้ามามีบทบาทสำคัญในการผลักดันการแลกเปลี่ยนระหว่างจีนกับอาเซียน

แพลตฟอร์มขับเคลื่อนความร่วมมือ จีน-อาเซียน

ในฐานะเมืองเจ้าภาพจัดมหกรรม CAEXPO อย่างถาวร นครหนานหนิงได้สั่งสมประสบการณ์ยาวนานกว่าสองทศวรรษในการผลักดัน “ช่องทางหนานหนิง” จนก้าวเป็นแพลตฟอร์มหลักที่เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับอาเซียน ทั้งในมิติการเจรจาทางการเมือง การค้าและการลงทุน ตลอดจนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในระดับประชาชน

สำหรับงาน CAEXPO ครั้งที่ 23 โซนจัดแสดงนวัตกรรม AI ที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกนั้น ดึงดูดความสนใจได้อย่างคับคั่ง โดยพื้นที่จัดแสดงหลักได้ขนทัพเทคโนโลยีแห่งอนาคตมาอวดโฉม ไม่ว่าจะเป็นโมเดลปัญญาประดิษฐ์ขนาดใหญ่ และชิป AI ไปจนถึงโซลูชันที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ตลาดอาเซียนโดยเฉพาะ อาทิ แว่นตาอัจฉริยะ AI หุ่นยนต์อัจฉริยะ รวมถึงนวัตกรรมเพื่อการฟื้นฟูสุขภาพและการดูแลผู้ป่วย

ภายในงานมีบริษัทกว่า 70 แห่ง นำผลิตภัณฑ์กว่า 500 รายการ มาจัดแสดงใน 8 หมวดหมู่ ซึ่งสร้างมูลค่าการซื้อขายรวมกว่า 28 ล้านหยวน (ประมาณ 3.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) พร้อมกันนี้ นครหนานหนิงยังได้จัดกิจกรรมเจรจาจับคู่ธุรกิจ ครอบคลุมทั้งด้านการค้าดิจิทัล อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน และการผลิตอัจฉริยะ เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถต่อยอดคอนเนกชันไปสู่โอกาสทางการค้าและการลงทุนจริง

ขณะเดียวกัน ณ เขตปลอดอากรหนานหนิง (Nanning Comprehensive Bonded Zone) สินค้าเด่นจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังกระจายไปทั่วประเทศจีน ผ่านเครือข่ายอีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดน ซึ่งแรงหนุนจากพันธมิตรทางการค้าในงาน CAEXPO ส่งผลให้อีคอมเมิร์ซข้ามพรมแดนของหนานหนิงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดรับการไหลเวียนสินค้าระหว่างสองฝ่าย ทั้งการนำเข้าสินค้าอาเซียนสู่ตลาดจีนและการส่งออกสินค้าจีนสู่ตลาดอาเซียน

สำหรับช่วง 8 เดือนแรกของปี 2569 มูลค่าการค้าต่างประเทศของนครหนานหนิงพุ่งสูงแตะ 6.5171 หมื่นล้านหยวน เพิ่มขึ้น 2.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมูลค่าการค้ากับกลุ่มประเทศอาเซียนอยู่ที่ 1.8246 หมื่นล้านหยวน คิดเป็นสัดส่วน 28% ของมูลค่าการค้ารวมทั้งเมือง ขณะที่มูลค่าการค้ากับเวียดนามเพิ่มขึ้นถึง 18.6%

เส้นทางขนส่งทางน้ำสายใหม่ เชื่อมโยงจีนตอนในสู่ท้องทะเล

การที่คลองผิงลู่เปิดให้เดินเรืออย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 กันยายนที่ผ่านมา ถือเป็นการเปิดมิติใหม่ในการเชื่อมโยงนครหนานหนิงออกสู่ทะเล

คลองสายนี้ออกแบบมาให้รองรับเรือบรรทุกสินค้าขนาดใหญ่ได้สูงสุดถึง 5,000 ตัน โดยสามารถแล่นตรงจากนครหนานหนิงสู่อ่าวเป่ยปู้ได้ทันที ซึ่งช่วยย่นระยะทางการขนส่งสินค้าทางน้ำจากภูมิภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีนออกสู่ทะเลลงได้มากกว่า 560 กิโลเมตร เมื่อเทียบกับเส้นทางเดิมที่ต้องขนส่งผ่านท่าเรือกวางโจว

การเปิดใช้เส้นทางน้ำสายใหม่นี้ จึงช่วยเสริมศักยภาพของนครหนานหนิงในฐานะศูนย์กลางการคมนาคมขนส่ง ที่เชื่อมโยงพื้นที่ตอนในของประเทศเข้ากับท่าเรือชายฝั่ง

เพื่อตักตวงโอกาสครั้งสำคัญทางเศรษฐกิจ นครหนานหนิงได้เดินหน้าวางผังพัฒนาอุตสาหกรรมตลอดแนวแถบเศรษฐกิจคลองผิงลู่ พร้อมเร่งยกระดับเขตปฏิบัติการร่วมบาเหลียนบริเวณท่าเรือหลิวจิ่งให้รองรับเรือขนาด 5,000 ตัน และเร่งสร้างทางรถไฟสายเฉพาะขึ้นที่หลิวจิ่ง เพื่อยกระดับระบบการขนส่งราง-น้ำ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

จากท่าเรือตอนใน สู่การเติบโตเป็นศูนย์กลางการขนส่งเชื่อมแม่น้ำและทะเลอย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลให้อุตสาหกรรมต่าง ๆ ทั้งโลหะนอกกลุ่มเหล็ก เคมีภัณฑ์เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการผลิตเครื่องจักรกล ย้ายฐานเข้ามาปักหลักตลอดแนวคลองอย่างต่อเนื่อง

เขตนำร่องการค้าเสรีจีน (กว่างซี) โซนหนานหนิง ถือเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยได้ผนึกกำลังผ่านโมเดล “สองประเทศ สองนิคม” และเขตความร่วมมือทางอุตสาหกรรม จีน-อาเซียน พร้อมเดินหน้านวัตกรรมเชิงสถาบันไปแล้วกว่า 260 รายการ ซึ่งในจำนวนนี้มีถึง 214 รายการที่เป็นแนวปฏิบัติริเริ่มเป็นครั้งแรกในระดับประเทศหรือระดับเขตปกครองตนเอง

นอกจากนี้ หนานหนิงยังคงมุ่งมั่นค้นหานวัตกรรมใหม่ ๆ ด้านการเงินข้ามพรมแดนและการค้าดิจิทัล ซึ่งเมื่อรวมกับต้นทุนโลจิสติกส์ที่ลดลงจากการยกระดับโครงข่ายการเชื่อมโยงระหว่างกว่างซีกับอาเซียนแล้ว ก็ยิ่งช่วยเพิ่มเสน่ห์ในการดึงดูดการลงทุนภาคอุตสาหกรรม และพัฒนากลุ่มอุตสาหกรรมโดยรอบท่าอากาศยานและท่าเรือได้อย่างมีประสิทธิภาพ

AI เปิดฉากบทใหม่ ขยายมิติความร่วมมือ

AI กำลังก้าวขึ้นมาเป็นอีกหนึ่งยุทธศาสตร์สำคัญในการยกระดับความร่วมมือระหว่างนครหนานหนิงและกลุ่มประเทศอาเซียน

ณ ศูนย์จัดแสดงประจำศูนย์ความร่วมมือด้านการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ จีน-อาเซียน ในเขตเมืองใหม่อู่เซี่ยง ได้มีการนำเสนอโซลูชันที่ครอบคลุมทั้งด้านเมืองอัจฉริยะ การดูแลสุขภาพ การศึกษา และการเกษตร ซึ่งดึงดูดคณะผู้แทนจากประเทศสมาชิกอาเซียนให้เดินทางมาเยี่ยมชมพร้อมร่วมเจรจาความร่วมมือทางธุรกิจอย่างไม่ขาดสาย

นครหนานหนิงกำลังมุ่งมั่นขับเคลื่อนโมเดลการพัฒนาตามแนวคิด “วิจัยและพัฒนาในปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ และเขตเศรษฐกิจพิเศษอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า ผนึกกำลังกว่างซี และใช้จริงในอาเซียน” เพื่อยกระดับหนานหนิงสู่การเป็นศูนย์กลางความร่วมมือด้านเทคโนโลยี AI ระดับนานาชาติร่วมกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้


บริษัท อาร์เชอร์ไมนด์ เทคโนโลยี (ArcherMind Technology) ได้ตั้งสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคอาเซียนขึ้นที่นครหนานหนิง โดยส่งออกผลิตภัณฑ์หุ่นยนต์อัจฉริยะไปยังตลาดต่าง ๆ อาทิ ลาว เมียนมา และเวียดนาม ทั้งยังถูกนำไปใช้งานในสถานศึกษาหลายแห่งทั่วอาเซียน ขณะเดียวกัน ไอฟลายเทค (iFLYTEK) ได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ร่วมกับนครหนานหนิง เพื่อเดินหน้าพัฒนานวัตกรรม AI ลุยตลาดอาเซียน ทั้งในด้านการศึกษา การดูแลสุขภาพ ตลอดจนการบริหารจัดการเมืองอัจฉริยะ

นอกจากนี้ บริษัทเซมิคอนดักเตอร์ เช่น ซินเฉิน เซมิคอนดักเตอร์ (Xinchen Semiconductor) กำลังเดินหน้าบูรณาการเทคโนโลยีชิปและขยายฐานการผลิตในนครหนานหนิง เพื่อรองรับนวัตกรรมแห่งอนาคต ตั้งแต่อินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อยานยนต์ (Internet of Vehicles) ไปจนถึงอินเทอร์เน็ตในทุกสิ่ง (Internet of Things)

ปัจจุบัน นครหนานหนิงเป็นศูนย์รวมภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI มากถึง 1,552 แห่ง คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 57.3% ของทั้งหมดในกว่างซี

ตลอดระยะเวลาการจัดงาน CAEXPO ครั้งที่ 23 ชุมชนปัญญาประดิษฐ์ จีน-อาเซียน ณ นครหนานหนิง ได้จัดกิจกรรมโรดโชว์และการเจรจาจับคู่ธุรกิจรวม 37 ครั้ง พร้อมเปิดตัวความร่วมมือด้านการประยุกต์ใช้ AI ในอาเซียนรวม 42 โครงการ ซึ่งบรรลุข้อตกลงความร่วมมือเบื้องต้นได้เกือบ 100 ฉบับ คิดเป็นมูลค่ารวมราว 2 พันล้านหยวน โดยในจำนวนนี้เป็นการตั้งเป้าความร่วมมือกับกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนมูลค่าสูงกว่า 1 พันล้านหยวน

AI กำลังก้าวขึ้นเป็นนามบัตรใบใหม่ที่สะท้อนการเปิดกว้างทางเศรษฐกิจของนครหนานหนิง พร้อมทั้งขยายพรมแดนความร่วมมือระหว่างจีนกับอาเซียนให้ครอบคลุมยิ่งกว่าการค้าและการลงทุน ไปสู่มิติด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและการใช้นวัตกรรมอัจฉริยะ

ไม่ว่าจะเป็น “ช่องทางหนานหนิง” ที่สั่งสมความแข็งแกร่งมาอย่างยาวนาน ไปจนถึงโอกาสใหม่ ๆ จากการเปิดคลองผิงลู่ และการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของเทคโนโลยี AI นครหนานหนิงกำลังเดินหน้าขยายพรมแดนการเปิดกว้างทางเศรษฐกิจ พร้อมเชื่อมโยงตลาดจีนเข้ากับเวทีการค้าโลก

การผนึกกำลังกันระหว่างแพลตฟอร์ม เส้นทางคมนาคมขนส่ง และอุตสาหกรรมใหม่ ๆ เปิดโอกาสให้นครหนานหนิงพร้อมเปลี่ยนความได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ในฐานะแนวหน้าของความร่วมมือ จีน-อาเซียน ให้กลายเป็นโอกาสทองที่จับต้องได้จริง ทั้งด้านการค้า การลงทุน และการสร้างสรรค์นวัตกรรม

ฝรั่งเศสทุบไม่แตก จีนเอามาขาย!! พ่อค้าจีนหยิบภาพประท้วงฝากโฆษณา กลายเป็นกระจกต้านทานการโจมตี บริษัท 'Hengxinfeng Special-Glass' เปิดเกมเร็ว ใช้เหตุวุ่นวายโปรโมทสินค้าตัวเอง

ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น โพสต์ลงในเฟสบุ๊คส่วนตัว…

เรื่องแบบนี้ #พ่อค้าจีน ขยับอย่างไว จากเหตุการณ์ผู้ประท้วงในฝรั่งเศสพยายามทำลายกระจกแผ่นนี้ แต่ทำอะไรไม่ได้จ้า #บริษัทจีน Hengxinfeng Special-Glass Co. Ltd. หัวการค้าอย่างไว รีบหยิบฉวยโอกาสนำคลิปเหตุการณ์จริงมาเผยแพร่ต่อกลายเป็นไวรัล เพื่อโชว์ว่า แผ่นกระจกชนิดนี้สามารถต้านทานการโจมตีระหว่างการประท้วงในฝรั่งเศสได้อยู่หมัด !! มันคือ กลยุทธ์การโฆษณาแบบเหนือเมฆ ด้วยการเปลี่ยนภาพความวุ่นวายเหล่านั้นให้กลายเป็นโฆษณาคุณภาพสินค้าของตัวเองโดยไม่ต้องจ่ายค่าจ้างพรีเซนเตอร์สักหยวนเลย

Chinese glass manufacturer Hengxinfeng Special-Glass Co. Ltd. went viral by repurposing online video footage of failed break-in attempts during the October 2026 riots in France to promote its shatter-resistant glass.

https://theprint.in/feature/french-protesters-durable-glass-chinese-company-ad-opportunity-france-protests/3084898/

ที่มา : https://www.facebook.com/reel/938637825772713

ธารน้ำแข็งภูฏานแตก!! มวลน้ำมหาศาลทะลักจ่ออินเดีย ประชาชน 10,000 คนถูกอพยพ ภูฏานแจ้งเตือน-เสียหายโครงสร้าง น้ำเชี่ยวกรากซัดพื้นที่ลุ่มต่ำระวัง

ธารน้ำแข็งภูฏานแตก! มวลน้ำมหาศาลทะลักจ่ออินเดีย 2 รัฐผวา น้ำป่าถล่ม 10,000 ชีวิตหนีตาย ระดมกู้ภัยรับมือ

เกิดเหตุระทึกกลางหุบเขาหิมาลัย หลังทะเลสาบธารน้ำแข็งชินตาฟู (Shintaphu Lake) ในเขตกาซา ประเทศภูฏาน เกิดแตกฉับพลันเมื่อเย็นวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ส่งผลให้มวลน้ำมหาศาลปนโคลนและเศษซากจากภูเขาไหลทะลักลงสู่แม่น้ำโมชู ก่อนมุ่งหน้าสู่แม่น้ำซันโกช ซึ่งเป็นเส้นทางน้ำสำคัญที่ไหลต่อเข้าสู่ประเทศอินเดีย จุดชนวนความหวั่นวิตกว่าจะเกิดน้ำท่วมฉับพลันครั้งใหญ่ในพื้นที่ปลายน้ำ จนทางการอินเดียต้องยกระดับเตือนภัยขั้นสูงสุดในหลายพื้นที่ พร้อมเร่งอพยพประชาชนออกจากเขตเสี่ยงภัยอย่างเร่งด่วน

รายงานระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นปรากฏการณ์น้ำท่วมจากทะเลสาบธารน้ำแข็งแตก หรือ GLOF (Glacial Lake Outburst Flood) ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อมวลน้ำที่สะสมอยู่ในทะเลสาบธารน้ำแข็งทะลักออกมาอย่างฉับพลัน ก่อให้เกิดกระแสน้ำเชี่ยวกรากที่สามารถพัดพาโคลน หิน และเศษซากต่าง ๆ ลงสู่พื้นที่ด้านล่างได้อย่างรุนแรง โดยครั้งนี้กระแสน้ำได้สร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานในภูฏานแล้วหลายจุด และยังต้องจับตาระดับน้ำในแม่น้ำซันโกชอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจมีมวลน้ำไหลลงไปสมทบจนระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

สถานการณ์ในฝั่งอินเดียสร้างความตื่นตัวอย่างหนัก โดยรัฐเบงกอลตะวันตกประกาศเตือนภัยระดับสีแดง ครอบคลุม 3 เขต ได้แก่ อาลีปูร์ดูอาร์ ชัลไปกูรี และคูชเบฮาร์ ขณะที่รัฐอัสสัมต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในเขตโกกราฌาร์และธูบรี ซึ่งมีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากมวลน้ำที่ไหลมาตามแม่น้ำซันโกช
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าประชาชนมากกว่า 10,000 คนในเขตอาลีปูร์ดูอาร์ถูกเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่เสี่ยงไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวแล้ว เจ้าหน้าที่เร่งระดมกำลังหน่วยรับมือภัยพิบัติแห่งชาติ (NDRF) และหน่วยรับมือภัยพิบัติระดับรัฐ (SDRF) เข้าประจำการ เพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำและหมู่บ้านริมแม่น้ำให้ปฏิบัติตามคำสั่งอพยพอย่างเคร่งครัด หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้ตลิ่ง และติดตามประกาศจากหน่วยงานทางการอย่างต่อเนื่อง

ด้านภูฏาน แม้ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ แต่กระแสน้ำป่าที่ไหลหลากได้สร้างความเสียหายต่อระบบสาธารณูปโภคและเส้นทางคมนาคม โดยระบบสูบน้ำเพื่อการชลประทานพลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่กูมา เกวอก (Guma Gewog) เขตปูนาคา ซึ่งอยู่บริเวณดอชูคา-โซมลิงทัง-ริตซา ได้รับความเสียหายบางส่วนจนไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ ทั้งที่ระบบดังกล่าวเพิ่งติดตั้งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เพื่อแก้ไขปัญหาการจัดหาน้ำสำหรับการเกษตรในพื้นที่ ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างประเมินความเสียหายทั้งหมด

นอกจากนี้ เศษหิน ดิน และซากวัสดุที่ถูกกระแสน้ำพัดพามายังได้ทับถมเส้นทางหลวงสายปูนาคา-กาซา บริเวณโซมลิงทัง ส่งผลกระทบต่อการสัญจรและโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ โดยข้อมูลความเสียหายเบื้องต้นได้รับการรายงานจากผู้นำชุมชนท้องถิ่นผ่านสถานีโทรทัศน์ BBS ของภูฏาน

แม้ขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตในภูฏาน แต่สถานการณ์ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ปลายน้ำในอินเดียที่กำลังเตรียมรับมือมวลน้ำระลอกใหญ่ ทางการขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงเร่งเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่ปลอดภัย ไม่ประมาทกับระดับน้ำที่อาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และหลีกเลี่ยงการส่งต่อข่าวลือที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ท่ามกลางการจับตาวิกฤตน้ำหลากจากเทือกเขาหิมาลัยที่อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนสองประเทศ

ที่มา : https://www.facebook.com/reel/1109328875320796


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top