Tuesday, 20 October 2026
World

ช่องแคบฮอร์มุซระอุ!! วิกฤตพลังงานจับตา IRGC เผยเรือบรรทุกน้ำมัน ลำที่ 3 ชนทุ่นระเบิดไฟไหม้รุนแรง เตือนเรือปิดระบบระบุตัวตนถูกมองเป็นศัตรู

กองทัพเรือของ IRGC แห่งอิหร่านประกาศว่า วันนี้มีเรือบรรทุกน้ำมันลำที่ 3 ชนทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ จนเกิดระเบิดและไฟไหม้รุนแรง ขณะบรรทุกน้ำมันดิบ 750,000 บาร์เรล บริเวณตอนใต้ของช่องแคบฮอร์มุซ

IRGC ระบุว่า เรือดังกล่าวกำลังพยายามเดินทางออกจากช่องแคบฮอร์มุซ โดยปิดระบบนำทางและระบุตัวตน พร้อมฝ่าฝืนคำเตือนหลายครั้งจากกองทัพเรืออิหร่าน ก่อนออกนอกเส้นทางเดินเรือที่ได้รับอนุญาตและชนเข้ากับทุ่นระเบิด

IRGC ยังประกาศเตือนอีกว่า เรือลำใดก็ตาม ที่ปิดระบบนำทางและระบบระบุตัวตนขณะผ่านช่องแคบฮอร์มุซ จะถือว่าเป็นเรือฝ่ายศัตรู และจะถูกตอบโต้อย่างรุนแรงและเด็ดขาด

นับเป็นเรือบรรทุกน้ำมันลำที่ 3 ที่ชนทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซนับตั้งแต่เมื่อวานนี้ ตามรายงานของ IRGC

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1425356006419422/?rdid=1mqvXAjLxKb17Zl5#

ไวน์หรูอิตาลีถูกปล้นครั้งใหญ่!! แก๊งมืออาชีพบุกคลังในอิตาลี ขโมยไวน์หรู 30,000 ขวด มูลค่ากว่า 5 ล้านยูโร ปิดสัญญาณเตือนก่อนใช้รถโฟล์คลิฟต์ขนของ ตำรวจเร่งสอบสวน เตือนระวังไวน์ผิดปกติ

โจรกรรมไวน์ครั้งมโหฬารในอิตาลี แก๊งโจรวางแผนอย่างมืออาชีพ บุกขโมยไวน์หรูถึง 30,000 ขวด มูลค่าราว 5 ล้านยูโร หรือเกือบ 200 ล้านบาท!

เหตุเกิดที่คลังเก็บไวน์ของ Marchesi Antinori ในแคว้นทัสคานี ประเทศอิตาลี บริษัทผลิตไวน์เก่าแก่ที่มีประวัติยาวนานกว่า 600 ปี

คนร้ายอย่างน้อย 7 คน สวมหน้ากากบุกเข้ามาในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ปิดระบบสัญญาณเตือนภัยและกล้องวงจรปิด ก่อนใช้รถโฟล์คลิฟต์ของบริษัท ขนลังไวน์ขึ้นรถบรรทุกขนาดใหญ่ 2 คัน แล้วหลบหนีไป

ไวน์ที่ถูกขโมยล้วนเป็นแบรนด์หรู ทั้ง Tignanello, Solaia และ Guado al Tasso โดยเฉพาะ Solaia รุ่นปี 2023 ที่หายไปถึง 10,000 ขวด

กว่าพนักงานจะรู้ตัวก็เช้าวันจันทร์
ผู้บริหารเชื่อว่าเป็นฝีมือแก๊งมืออาชีพที่รู้จักไวน์ราคาแพงเป็นอย่างดี และอาจเกี่ยวข้องกับคดีขโมยไวน์อื่น ๆ ในอิตาลี

ขณะนี้ตำรวจเร่งสอบสวน ขณะที่บริษัทเตือนผู้ซื้อทั่วโลก ให้ระวังไวน์หรูที่ถูกนำมาขายในราคาถูกผิดปกติ เพราะอาจเป็นไวน์ที่ถูกโจรกรรมมา

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1080154595002497&id=100090238982695&rdid=WrBkIbMQmQ7vXUOF#

สถานทูตสหรัฐฯ ประจำกัมพูชา เตือนแรง!! เดินหน้าทลายเครือข่ายสแกมเมอร์ค้ามนุษย์ คว่ำบาตรกว่า 200 ราย ใครเกี่ยวข้องขบวนการสแกม–ค้ามนุษย์ ต้องถูกดำเนินการ สหรัฐฯ ลั่นไม่ปล่อยผู้เกี่ยวข้องค้ามนุษย์ลอยนวล ใช้ทุกเครื่องมือจัดการแก๊งสแกม

ภายใต้การนำของประธานาธิบดีทรัมป์ สหรัฐอเมริกากำลังเดินหน้าทลายปฏิบัติการหลอกลวงที่อาศัยการค้ามนุษย์ โดยใช้เครื่องมือทุกอย่างที่มี รวมถึงการคว่ำบาตรบุคคลและนิติบุคคลมากกว่า 200 ราย จากบทบาทเกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรมเหล่านี้

สหรัฐอเมริกาจะเดินหน้าดำเนินการเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการหลอกลวงต่อไป

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1532553775572365&id=100064532720718&rdid=oIASKu8h710NdqPN#

 

จีนโชว์นวัตกรรม “ทางม้าลายเรืองแสง”!! เมืองหวยเป่ยโชว์ทางม้าลายไฮเทค เปลี่ยนสีตามไฟจราจร พร้อมเสียงเตือน เพิ่มความปลอดภัยคนเดินเท้า ส่องสว่างโดดเด่นกลางคืน

หวยเป่ย, 14 ต.ค. (ซินหัว) -- ชวนชม "ทางม้าลายเรืองแสง" ในเมืองหวยเป่ย มณฑลอันฮุยทางตะวันออกของจีน ซึ่งกำลังเป็นกระแสไวรัลบนโลกออนไลน์ของจีน โดยเป็นทางม้าลายที่สามารถเปลี่ยนสีตามสัญญาณไฟจราจร พร้อมส่งเสียงแจ้งเตือนเพื่อแนะนำคนเดินเท้าให้ข้ามถนนหรือหยุดรอ แถบสีแดงและสีเขียวที่ส่องสว่างโดดเด่นตัดกับพื้นถนนในยามค่ำคืน ช่วยให้ทั้งยานยนต์ที่สัญจรไปมาและคนเดินเท้าเห็นสัญญาณไฟได้ชัดยิ่งขึ้น

ที่มา : Xinhua

สหรัฐฯ พร้อมปลดล็อกทรัพย์สินรัสเซีย!! ดึง รัสเซีย กลับสู่โต๊ะเจรจา ยูเครน ยุโรปโวยไม่เห็นด้วย หวั่นทรัพย์สินไหลกลับ รัสเซียถูกอายัดทรัพย์สินกว่า 260,000 ล้านยูโร ใช้เพื่อหนุนเงินกู้ช่วยยูเครน 45,000 ล้านยูโร

“รัสเซียสนมั้ย!?!” สหรัฐฯ ยื่นข้อเสนอปลดล็อกทรัพย์สินรัสเซียบางส่วนที่ถูกอายัดไว้ หวังดึงมอสโกกลับสู่โต๊ะเจรจากับยูเครนอีกครั้ง ด้านยุโรปโวยแหลก แบบนี้ไม่เอา! หวั่นทรัพย์สินไหลกลับเข้าหาปูติน หลังจากเพิ่งเจอดีเซลรั่วทะลุมาตรการคว่ำบาตรไปก่อนหน้า

รัฐบาลสหรัฐฯ กำลังเสนอให้ประเทศในยุโรปพิจารณาปลดอายัดทรัพย์สินของรัสเซียบางส่วน จากทรัพย์สินมูลค่ารวมประมาณ 260,000 ล้านยูโร (ประมาณ 9.6 ล้านล้านบาท) ที่ถูกอายัดไว้หลังรัสเซียเปิดปฏิบัติการทางทหารในยูเครนเมื่อปี 2022 เพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามผลักดันให้การเจรจาสันติภาพระหว่างรัสเซียกับยูเครนกลับมาเริ่มต้นอีกครั้ง

ข้อเสนอดังกล่าวถูกนำเสนอโดย สตีฟ วิตคอฟฟ์ (Steve Witkoff) ผู้แทนพิเศษของสหรัฐฯ ระหว่างการประชุมที่เมืองไมอามี รัฐฟลอริดา เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีเจ้าหน้าที่จากยูเครน ฝรั่งเศส เยอรมนี อังกฤษ สหภาพยุโรป และ NATO เข้าร่วม

อย่างไรก็ตาม ตัวแทนจากยุโรปคัดค้านข้อเสนอนี้ เพราะไม่ต้องการสูญเสียอำนาจควบคุมทรัพย์สินดังกล่าว หรือเปิดทางให้มีการส่งคืนทรัพย์สินแก่รัสเซีย

ปัจจุบัน ยุโรปรวมมือกันใช้ประโยชน์จากผลตอบแทนที่งอกเงยจากทรัพย์สินรัสเซียที่ถูกอายัดเป็นหลักประกันเงินปล่อยกู้แก่ยูเครนมูลค่า 45,000 ล้านยูโร (ประมาณ 1.7 ล้านล้านบาท)

แต่ยังไม่มีการนำเงินต้นออกมาใช้ เนื่องจากยังมีประเด็นขัดแย้งและข้อกังวลทางกฎหมาย และยังต้องใช้การตัดสินใจอย่างพร้อมเพรียงจากชาติสมาชิกสหภาพยุโรปทั้ง 27 ประเทศอีกด้วย

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=122101351863508642&id=61595259264487&rdid=NcCohCQnVHsu9zz2#

ผมไม่ลาออก และยังไม่มีเลือกตั้ง ผมถูกจำกัดการใช้งาน Starlink จะไม่มีการเลือกตั้ง ตามที่ทรัมป์ต้องการ ยอมรับถูกหักหลังและกำลังสูญเสียพันธมิตรที่แข็งแกร่ง เรียกร้องความเป็นกลางจากทรัมป์

"เซเลนสกี” ประกาศไม่ลาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดี และจะไม่มีการเลือกตั้ง ตามที่ทรัมป์ต้องการ พร้อมยอมรับว่า โดนหักหลังจากทรัมป์ และถูกจำกัดการใช้งาน Starlink"

ในการสัมภาษณ์กับเพียร์ส มอร์แกน (Piers Morgan) เซเลนสกี ยอมรับว่า เขาถูกหักหลัง และรู้ตัวว่ากำลังสูญเสียพันธมิตรที่แข็งแกร่งไป

เซเลนสกี ยังเรียกร้องให้ทรัมป์วางตัวเป็นกลาง
นอกจากนี้ เซเลนสกียืนยันด้วยตัวเองว่า เครือข่ายดาวเทียม Starlink ในยูเครนถูกจำกัดความเร็ว และยังถูกจำกัดเงื่อนไขการใช้งานทางเทคนิคอย่างเข้มงวด ขณะนี้เซเลนสกีกำลังขอให้อีลอน มัสก์ (Elon Musk) ช่วยปลดล็อกการเข้าถึงดังกล่าว

เซเลนสกี ยังพูดถึงสถานะของตัวเอง ถูกถามว่าเขามีแผนจะลาออกหรือไม่ "ผมจะไม่ลาออก สงครามครั้งนี้เป็นความรับผิดชอบของผม มีบุคคลผู้มีอิทธิพลบางกลุ่มต้องการเข้ามาแทนที่ผม เพราะผมกำลังขัดขวางการยอมรับว่าดินแดนของยูเครนเป็นของรัสเซีย" เขากล่าวเสริม

ขณะเดียวกัน เซเลนสกียอมรับว่า จะไม่มีการจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดียูเครนในขณะนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เห็นว่ามีความจำเป็น

ที่มา : https://www.facebook.com/watch/?v=1101282769196774&rdid=lMKr3Ue6AoAZJmXe

ปักหมุด “ฉงชิ่ง” มหานครแห่งภูเขา ยกระดับเมืองภูเขาสู่ตลาดโลก ดึงแบรนด์ชั้นนำ 2,800 รายเข้าสถาปนา นักท่องเที่ยวปีละ 500 ล้านคนเยือน เปิดบ้านรับนานาชาติเพื่อเศรษฐกิจโต

ปักหมุด “ฉงชิ่ง” มหานครแห่งภูเขา ชูศักยภาพอุตสาหกรรม
รุกยกระดับสู่เมืองท่องเที่ยวและช้อปปิ้งระดับโลก

นครฉงชิ่ง ซึ่งโอบล้อมด้วยขุนเขาและสายน้ำทางตะวันตกของประเทศจีน กำลังเร่งเดินหน้าสู่การเป็นศูนย์กลางการบริโภคระดับโลก พร้อมเปิดบ้านต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกด้วยภูมิทัศน์อันมีเอกลักษณ์ โครงสร้างทางอุตสาหกรรมที่แข็งแกร่ง และบรรยากาศการค้าที่เปิดกว้างเป็นมิตร

เพียงออกเดินสำรวจไปตามมุมต่าง ๆ ของเมือง ผู้มาเยือนจะได้สัมผัสประสบการณ์ไลฟ์สไตล์แบบจัดเต็ม โดยที่หลบภัยทางอากาศได้รับการปรับปรุงใหม่จนกลายเป็น “วิมานใต้ดินแห่งเมืองภูเขา” ซึ่งคึกคักไปด้วยบาร์ ร้านอาหาร และพื้นที่แสดงโชว์สุดตระการตา ขณะเดียวกัน ร้านชาบูหม่าล่าในถ้ำก็ได้กลายมาเป็นจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยว โดยหนึ่งในนั้นสามารถรองรับลูกค้าได้มากกว่า 1,300 คนในอุณหภูมิสบาย ๆ ที่ 25 องศาเซลเซียสตลอดเวลา พลังการบริโภคของฉงชิ่งเติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยในปี 2568 ยอดค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภครวมทะยานแตะ 1.67 ล้านล้านหยวน ครองอันดับหนึ่งในกลุ่มเมืองใหญ่ของจีน และต้อนรับนักท่องเที่ยวปีละกว่า 500 ล้านคน ขณะที่ฐานการผลิตที่แข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์พลังงานใหม่ รถจักรยานยนต์ และคอมพิวเตอร์พกพา ต่างเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ตลาด ประกอบกับศักยภาพการเป็นผู้นำอันดับหนึ่งด้านเศรษฐกิจยามค่ำคืน (Night Economy) ของจีนต่อเนื่องกันถึง 4 ปีซ้อน ปัจจุบัน มีแบรนด์ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศมากกว่า 2,800 แบรนด์ รวมถึงร้านค้าสาขาแรกอีกกว่า 2,000 แห่งเข้ามาปักหมุดที่นี่ โดยมีบริษัทชั้นนำระดับฟอร์จูน โกลบอล 500 (Fortune Global 500) ถึง 325 แห่งที่วางใจเลือกฉงชิ่งเป็นประตูสู่การขยายธุรกิจในภาคตะวันตกของจีน

การผนึกกำลังอย่างลึกซึ้งระหว่างภาคการค้า วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว ยังคงดึงดูดนักเดินทางจากทั่วโลกอย่างไม่ขาดสาย ทั้งการท่องเที่ยวเรือสำราญล่องแม่น้ำแยงซี การท่องเที่ยวชมทัศนียภาพทางอากาศระดับต่ำ (Low Altitude) และการท่องเที่ยวน้ำพุร้อนเพื่อสุขภาพ ต่างเติบโตอย่างคึกคัก พร้อมกันนี้ยังได้ร่วมโปรโมตเส้นทางท่องเที่ยวระดับพรีเมียมมาตรฐานชาติถึง 17 เส้นทางสู่สายตาชาวโลก ปัจจุบัน นครฉงชิ่งสร้างเครือข่ายการค้ากับ 228 ประเทศและดินแดนทั่วโลก โดยมีรถไฟขนส่งสินค้าจีน-ยุโรป และระเบียงการค้าทางบก-ทางทะเลระหว่างประเทศสายใหม่ เป็นขุมพลังสำคัญในการขับเคลื่อน ขณะเดียวกัน การยกระดับมาตรการอำนวยความสะดวกด้านการขอวีซ่า ระบบการชำระเงิน และบริการคืนภาษี ยังช่วยให้ผู้มาเยือนจากนานาประเทศเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย

ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา นครฉงชิ่งได้ยกระดับย่านการค้าหลักถึง 30 แห่ง พร้อมสร้างสรรค์แหล่งไลฟ์สไตล์การบริโภครูปแบบใหม่กว่า 100 แห่ง ครอบคลุมทั้งบริเวณริมฝั่งแม่น้ำ หน้าผา ไปจนถึงดาดฟ้าอาคาร เพื่อเปลี่ยนพื้นที่ในชีวิตประจำวันของชาวเมืองให้กลายเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวอันมีเอกลักษณ์ โดยย่านอนุสาวรีย์ปลดปล่อยประชาชน (Liberation Monument) ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในย่านการค้าชั้นนำของจีนที่ตอบโจทย์และเป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวต่างชาติ สะท้อนถึงความสำเร็จในการนำมรดกทางวัฒนธรรมมาต่อยอดเป็นสินค้าและบริการที่จับต้องได้ ซึ่งเป็นโมเดลต้นแบบให้เมืองต่าง ๆ ในโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง (Belt and Road) นำไปปรับใช้

จากทัศนียภาพตึกสูงอันตระการตาไปจนถึงเสน่ห์สตรีทฟู้ดอันคึกคัก จากความแข็งแกร่งของฐานการผลิตสู่งานบริการนักท่องเที่ยวต่างชาติที่พัฒนาก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง เมืองแห่งภูเขาทางตะวันตกแห่งนี้กำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง เพื่อมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางการบริโภคระดับนานาชาติอย่างแท้จริง พร้อมเปิดบ้านต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วโลก และร่วมแบ่งปันความเคลื่อนไหวของตลาดยักษ์ใหญ่ของจีนสู่สายตาชาวโลก

จีนปลุกพลังนักวิทย์รุ่นจิ๋ว มณฑลซินเจียง!! เทศกาลวิทยาศาสตร์ตะวันตก เด็กนักเรียนเมืองอุรุมชีร่วมกิจกรรม ทดลองและเรียนรู้เทคโนโลยีต่าง ๆ เน้นหุ่นยนต์เสริมประสบการณ์จริง

อุรุมชี, 15 ต.ค. (ซินหัว) -- นักเรียนร่วมกิจกรรมภายในเทศกาลวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่โรงเรียนมัธยมแห่งหนึ่งในเมืองอุรุมชี เขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน โดยภายในงานมีกิจกรรมทดลองทางวิทยาศาสตร์หลากหลายรูปแบบ เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้และสัมผัสกับสารพัดเทคโนโลยี ซึ่งรวมถึงการทดลองใช้หุ่นยนต์อย่างใกล้ชิด

ที่มา : Xinhua

ม็อบฝรั่งเศสลุกลาม!! ประชาชน 5.5 แสนคนลงถนน ประท้วงราคาน้ำมัน–ค่าครองชีพ–บริการรัฐ ก่อนปะทะเดือดกลางปารีส มีผู้ชุมนุมถูกจับกุมราว 400 ราย

ปารีส, 18 ต.ค. (ซินหัว) -- ประมวลภาพเหตุการณ์ประท้วงครั้งใหญ่ในกรุงปารีสของฝรั่งเศส โดยผู้ชุมนุมได้จุดไฟเผายานพาหนะหลายคัน ทำลายร้านค้าหลายแห่ง และปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยโลรองต์ นูเนซ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของฝรั่งเศส ระบุว่ามีประชาชนเข้าร่วมการประท้วงทั่วฝรั่งเศสราว 5.5 แสนคน และมีผู้ชุมนุมถูกจับกุมราว 400 ราย

สื่อมวลชนของฝรั่งเศสรายงานว่าการประท้วงนี้มีเกษตรกร นักเคลื่อนไหวด้านสภาพภูมิอากาศ สหภาพแรงงาน และนักเรียนนักศึกษา เข้าร่วมเรียกร้องการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับราคาเชื้อเพลิง ค่าครองชีพ การศึกษา และการบริการสาธารณะ
(บันทึกภาพวันที่ 17 ต.ค. 2026)

ที่มา : Xinhua

คนนึงปล้น-คนนึงเอาไปคืน!! ปล้นสะดมวุ่นวายในลียง ชายปริศนาไม่ทนเห็นคนฉวยโอกาส แย่งเสื้อผ้าจากหญิงรายหนึ่ง ก่อนนำกลับเข้าไปคืนในร้าน

ท่ามกลางเหตุประท้วงและปล้นสะดมร้านค้าในฝรั่งเศส หญิงคนหนึ่งหอบเสื้อผ้าจำนวนมากออกมาจากร้าน PIMKIE ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายเสื้อผ้าแฟชั่นสตรีในเมืองลียง (Lyon) ด้วยท่าทางตื่นเต้น

ขณะที่ชายคนหนึ่งเข้ามาแย่งเสื้อผ้าทั้งหมดจากมือหญิงคนดังกล่าว ก่อนนำกลับเข้าไปคืนในร้าน!

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1432091999079156/?rdid=IM7M3LN3HsD8Gk5X#


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top