Thursday, 4 June 2026
World

ลดใช้แทปเล็ต หันมาใช้หนังสือ เมื่อการจดด้วยมืออาจช่วยให้เด็กเข้าใจบทเรียนมากกว่าหน้าจอ โรงเรียนออสเตรเลียลดใช้แลปทอป หลังผล PISA ดิ่งลง จ่อจำกัดแลปทอปหวังดึงสมาธิเด็กกลับมา หันกลับสอนด้วยกระดาน สมุด และหนังสือเรียน

ผู้ใช้เฟสบุ๊ค นัทแนะ  ได้โพสต์ว่า

กล่าวโดยย่อ... ตอนนี้โรงเรียนหลายแห่งในออสเตรเลียสั่งห้ามนักเรียนใช้คอมพิวเตอร์แลปทอปแล้วซึ่งแต่ก่อนห้ามแต่เพียงโทรศัพท์มือถือหรือไอแพดเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวเขาพาไปชมห้องเรียนชั้นม.1 ของโรงเรียนคาทอลิกหญิงล้วนแห่งหนึ่ง ชื่อ Our Lady of Mercy อยู่ทางใต้ของนครซิดนีย์

ที่โรงเรียนนี้เขาให้นักเรียนใช้แต่สมุด กระดาษ ปากกาและหนังสือเรียนในห้องเรียน

ชั่วโมงเรียนคณิตศาสตร์ คือ ให้นักเรียนหัดคิดเลขบนกระดาษ  บางทีครูก็เขียนโจทย์บนกระดานแล้วให้นักเรียนออกมาแก้โจทย์หน้าห้อง

เหตุผลของคุณครูใหญ่คือ เอาผลการสอบ PISA (ข้อสอบกลางทั่วโลกที่ทดสอบคณิตศาสตร์  การรู้หนังสือ และวิทยาศาสตร์) ของเด็กๆปัจจุบันไปเทียบกับเด็กต้นปี 2000 แล้วพบว่า

ผลทดสอบต่ำลงมากกว่า 25 คะแนนทุกวิชา

เหตุผลที่ครูเอาไปเทียบกับเด็กยุคต้นปี 2000 ก็เพราะว่า แม้ออสเตรเลียนั้นเริ่มสนใจเอาคอมพิวเตอร์เข้ามาในโรงเรียนตั้งแต่ยุค 1970

แต่รัฐบาลออสเตรเลียเริ่มจริงจังให้เด็กๆทุกคนมีแลปทอปไปโรงเรียนในปี 2007

คุณครูใหญ่ “คริสทีน ฮาร์ดิ้ง” ซึ่งสอนหนังสือมากว่า 30 ปีสังเกตว่า ตั้งแต่เริ่มให้นักเรียนใช้คอมพิวเตอร์   นักเรียนก็ดูเครียด ดูกังวลมากขึ้น  ในขณะที่ผลการเรียนลดลง และที่สำคัญคือ หลายคนจำเรื่องที่เพิ่งเรียนไปหมาดๆวันนี้ไม่ได้

ผู้สื่อข่าวไปสัมภาษณ์นักเรียนมัธยมที่โรงเรียนนี้ว่ารู้สึกยังไงที่โรงเรียนให้เลิกใช้แลปทอป คำตอบก็คือ

“ลายมือสวยขึ้นมากเลยค่ะ”

“หนูจดบันทึกมากขึ้น  ตอนนี้หนูเขียนสมุดหมดไปครึ่งเล่มแล้ว”

“เป้เบาลงเยอะเลย  เพราะแต่ก่อนต้องแบกแลปทอปมาทุกวัน”

“เพื่อนๆมีส่วนร่วมในห้องเรียนมากขึ้นเยอะ”

“แลปทอปคือสิ่งที่ดึงความสนใจหนูออกจากบทเรียน”

ในเวลานี้ โรงเรียนในออสเตรเลียอีก 148 แห่งกำลังทบทวนระเบียบการใช้คอมพิวเตอร์ในโรงเรียนอยู่  ซึ่งคาดว่าจะเป็นไปตามแนวเดียวกัน คือ ลดการใช้แลปทอปลงให้มากที่สุด

สำหรับตัวผมนั้น เห็นด้วย 100% เพราะความเข้าใจบทเรียนที่แท้จริงเกิดขึ้นเมื่อเราจดบันทึกเพราะสมองจะต้องเรียบเรียงข้อมูลก่อนที่เราจะเขียนออกมาได้

ที่มา : https://www.facebook.com/100063522588676/posts/1579286077532130/?rdid=LgBHxEII3H4UCggU#

“จีน” ย้ำพร้อมทำงานกับ “รัสเซีย”!! เดินหน้าเพิ่มพูนความร่วมมือ บนฐานเคารพและผลประโยชน์ร่วมกัน เสริมความไว้วางใจ–ขยายความร่วมมือหลังปูตินเยือนปักกิ่ง เดินหน้าโครงการพลังงานและความร่วมมือรอบด้าน

กรุงปักกิ่ง (Sputnik) — จีนพร้อมทำงานร่วมกับรัสเซียเพื่อดำเนินการตามข้อตกลงที่ผู้นำของทั้งสองประเทศได้บรรลุไว้ และเดินหน้าเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างกัน กัว เจียคุน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี ขณะให้ความเห็นต่อการเดินทางเยือนจีนของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย

นักการทูตจีนรายนี้กล่าวระหว่างการแถลงข่าวว่า รัสเซียและจีนจำเป็นต้องเดินไปตามแนวโน้มของการพัฒนาอย่างสันติ และความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกัน เพื่อส่งเสริมให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศพัฒนาไปในทิศทางที่ดียิ่งขึ้น

กัว เจียคุน กล่าวว่า “จีนพร้อมทำงานร่วมกับรัสเซีย เพื่อดำเนินการตามข้อตกลงสำคัญที่ผู้นำทั้งสองประเทศได้บรรลุไว้ ใช้ประโยชน์จากโอกาสทางประวัติศาสตร์อย่างเต็มที่ เพื่อเสริมสร้างรากฐานความไว้วางใจซึ่งกันและกันระหว่างสองประเทศให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และเพิ่มพูนความร่วมมือให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น”

เมื่อให้ความเห็นเกี่ยวกับความร่วมมือระหว่างสองประเทศในโครงการท่อส่งก๊าซ Power of Siberia-2 โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า จีนพร้อมเดินหน้าความร่วมมือกับรัสเซียต่อไป บนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกันและผลประโยชน์ร่วมกัน

ที่มา : Sputnik

จีนไม่รับดีลชิพทรัมป์!! จีนเมินชิพ H200 เอ็นวีเดีย เดินหน้าพึ่ง Huawei ลดเสี่ยงถูกสหรัฐฯ ใช้เทคโนโลยีเป็นตัวประกัน ชี้จีนไม่ปิดประตูใส่เอ็นวีเดีย แต่สหรัฐฯ ต่างหากที่ตัดสะพานเทคโนโลยีเอง

เจนเซ่น หวง ซีอีโอเอ็นวีเดีย บริษัทผลิตชิพยักษ์ใหญ่ของโลก ให้สัมภาษณ์สื่อเอ็นบีซี ถึงดีลกับจีนหลังร่วมเดินทางไปปักกิ่งกับทรัมป์

แม้ทรัมป์จะยอมอนุญาตให้ เอ็นวีเดียขายชิพ H200 ให้แก่จีน แต่จีนกลับไม่ตอบรับดีลที่ทรัมป์เสนอ

เขายอมรับว่าบริษัทฯ สูญเสียโอกาสขายชิพเอไอในจีนให้แก่ หัวเหวย

เขาวิเคราะห์ว่า จีนปฏิเสธชิพเอไอของเอ็นวีเดีย มิใช่เพราะรังเกียจเอ็นวีเดีย แต่น่าจะมาจากวอชิงตัน ใช้ชิพเป็นเครื่องต่อรองผลประโยชน์

จีนเรียนรู้อย่างชัดเจนแล้วว่า ประเทศจีนจะไร้ซึ่งอิสรภาพในการพัฒนาฮาร์ดแวร์ ที่ต้องพึ่งพาคู่แข่งในการเติบโต หากว่าทำข้อตกลงใดๆก็ตามที่มันสามารถยกเลิกได้ทุกเมื่อ

แม้ตัวเขาจะเป็นมิตรต่อจีน, บริษัทจะผลิตชิพที่ดีเลศ และตลาดที่อุปสงค์มหาศาลของจีนจะน่าดึงดูดเพียงใดก็ตาม แต่ทุกอย่างที่กล่าวมาไม่สามารถเปลี่ยนแปลงความจริงทางยุทธศาสตร์

หากแกนกลางของอุตสาหกรรมเอไอของจีน ต้องพึ่งพาการควบคุมอุปทานโดยการเมืองระหว่างประเทศ อุตสาหกรรมนั้นก็เหมือนถูกจับเป็นตัวประกัน

ดังนั้นจีนจึงดำเนินนโยบาย ที่รัฐบาลในโลกเจริญแล้วเขาทำกัน

- จีนสร้างทางเลือกเพิ่มขึ้นมา

- จีนกัดฟันทนความยากลำบาก ระหว่างรอทางเลือกข้างต้น

- จีนสร้างหัวเหวยให้เติบโต จากช่องแคบเล็กๆที่วอชิงตันเหลือไว้ให้(พยายามปิด แต่ไม่มิด)

เป็นที่มาของเหตุผล ที่ว่าเอ็นวีเดียยอมรับความพ่ายแพ้ ในการยึดตลาดชิพเอไอในจีน แก่หัวเหวย

เขาปิดท้ายว่า ไม่ใช่ว่าจีนปิดประตูใส่หน้าเอ็นวีเดีย แต่เป็นสหรัฐที่ทำกับจีน โดยตัดสัมพันธ์ด้านเทคโนโลยีกับจีนแล้ว ทำเป็นตกอกตกใจเมื่อพบว่าจีนสามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเองแล้ว

สหรัฐฯ รับเปิดฮอร์มุซไม่ง่าย!! กองทัพเรือสหรัฐฯ ยอมรับเกินขีดความสามารถ คุ้มกันเรือฝ่าช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้เต็มประสิทธิภาพ ชี้คุ้มกันเรือผ่านฮอร์มุซเกินกำลัง หลังอิหร่านยังมีศักยภาพวางทุ่นระเบิด

พลเรือเอก แดริล คอดล์ ผู้บัญชาการปฏิบัติการทางเรือของสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ ไม่มีขีดความสามารถเพียงพอที่จะเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ด้วยการจัดบริการคุ้มกันเรือผ่านเส้นทางน้ำที่ยังมีข้อพิพาทและความเสี่ยงสูงแห่งนี้

คอดล์กล่าวระหว่างการให้ถ้อยแถลงต่อคณะกรรมาธิการวุฒิสภาว่า

“มีหลายสิ่งที่เรายังสามารถทำต่อไปได้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการปิดล้อม แต่หากจะเริ่มให้บริการคุ้มกันเรือผ่านช่องแคบที่ยังอยู่ในภาวะเผชิญหน้าเช่นนี้ ในความเห็นทางทหารของผม จะเกินขีดความสามารถของกองทัพเรือที่จะดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

คอดล์เสริมว่า สหรัฐฯ ยังคงมีส่วนร่วมในการปฏิบัติการกวาดทุ่นระเบิดในช่องแคบดังกล่าว โดยอาศัยข้อมูลข่าวกรอง

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา พลเรือเอก แบรด คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุว่า อิหร่านยังคงมีขีดความสามารถบางส่วนในการวางทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางการปิดล้อมของสหรัฐฯ ที่ยังดำเนินอยู่

ก่อนหน้านี้ในเดือนพฤษภาคม อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ยอมรับว่ามีทุ่นระเบิดอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ โดยระบุว่า ด้วยเหตุผลดังกล่าว เรือที่ประสงค์จะผ่านช่องแคบฮอร์มุซควรประสานการเดินเรือกับกรุงเตหะรานก่อน

ที่มา : Sputnik

สำนึกรักบ้านเกิด หลี่ หงฉือ เด็ก ม.เจ้อเจียง คว้า ป.เอก ม.โคลัมเบีย เป็นหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ด้าน Generative AI

ของ Microsoft AI Asia ลาออกกลับไปเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยถงจี้

ในตำแหน่งศาสตราจารย์ สอนด้าน AI ที่เซี่ยงไฮ้

ที่มา : https://www.vietnam.vn/th/tien-si-tung-dan-dat-mang-genai-cua-microsoft-ve-nuoc-lam-giao-su-dai-hoc

‘ทรัมป์’ ท้าทายธรรมเนียมการทูต!! สหรัฐฯ–ไต้หวัน อาจคุยตรงครั้งใหญ่ ทรัมป์จ่อคุยผู้นำไต้หวันเรื่องขายอาวุธ 1.4 หมื่นล้านดอลลาร์ จีนเดือดเตือนสหรัฐฯ หยุดส่งสัญญาณผิด หลังทรัมป์เผยอาจคุยตรงผู้นำไต้หวันเรื่องแพ็กเกจอาวุธ

ประธานาธิบดีโนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯเปิดเผยเมื่อวันพุธ(20 พ.ค.) ว่าเขาจะพูดคุยโดยตรงกับ ไล่ ชิงเต๋อ ประธานาธิบดีไต้หวัน เกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการขายอาวุธ อันจะเป็นการละทิ้งธรรมเนียมปฏิบัติทางการทูต ซึ่งแน่นอนว่ามันโหมปฏิกิริยาตอบสนองด้วยความขุ่นเคือนในทันทีจากจีน ประเทศที่ให้การต้อนรับขับสู้ผู้นำอเมริกาเป็นอย่างดี ระหว่างการเดินทางเยือนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ผู้นำสหรัฐฯและไต้หวันไม่พูดคุยกันโดยตรงมาตั้งแต่ปี 1979 ครั้งที่วอชิงตันตัดขาดทางการทูตอย่างเป็นทางการกับไต้หวัน หันไปรับรองรัฐบาลจีนในปักกิ่ง

จีนกล่าวอ้างว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของดินแดน และไม่ปฏิเสธเข้ายึดครองโดยใช้กำลัง ส่วนสหรัฐฯให้การสนับสนุนเกาะปกครองตนเองแห่งนี้มาช้านาน และมีภาระผูกพันตามกฎหมายให้มอบหนทางสำหรับป้องกัยตนเองแก่ไทเป แต่ขณะเดียวกันก็พยายามรักษาสมดุล ด้วยการคงไว้ซึ่งความสัมพันธ์ทางการทูตกับปักกิ่ง

เมื่อปี 2016 ในฐานะว่าที่ประธานาธิบดี ทรัมป์เคยรับโทรศัพท์จาก ไช่ อิงเหวิน ผู้นำไต้หวัน ณ ขณะนั้น การกระทำที่ก่อความโกรธเคืองแก่ปักกิ่ง

ประธานาธิบดีไล่ ซึ่งก้าวเข้าสู่อำนาจในปี 2024 เป็นหนึ่งในบุคคลที่ร่วมผลักดันแข็งขันที่สุดมานานหลายปี ให้ยกระดับการป้องกันตนเองแก่เกาะแห่งนี้

ครั้งที่ถูกถามในวันพุธ(20พ.ค.) ว่าเขามีแผนพูดคุยกับ ไล่ หรือไม่ ก่อนตัดสินใจขายอาวุธให้แก่เกาะแห่งนี้ ทรัมป์ตอบว่า "ผมจะพูดกับเขา ผมพูดคุยกับทุกๆคน เราจะทำงานกันในเรื่องนี้ ทำงานกันเกี่ยวกับปัญหาไต้หวัน"

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ ยกย่องความสัมพัฯธ์ระหว่างเขากับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ว่า "อัศจรรย์" ตามหลังการประชุมซัมมิต 2 วันในกรุงปักกิ่ง เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

เมื่อถูกถามถึงความเป็นไปได้ของการพูดคุยกันระหว่างทรัมป์กับไล่ ทางโฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนตอบในวันพฤหัสบดี(21พ.ค.) ว่าปักกิ่งคัดค้านอย่างหนักแน่น ต่อการติดต่ออย่างเป็นทางการใดๆระหว่างสหรัฐฯและไต้หวัน เช่นเดียวกับการที่อเมริกาขายอาวุธแก่ไต้หวัน

ในสัปดาห์ที่แล้ว ครั้งที่บินกลับจากกรุงปักกิ่ง หลังพบปะกับสี จิ้นผิง ทรัมป์ ถูกผู้สื่อข่าวถามคำถามแบบเดียวกันบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน เกี่ยวกับการขายอาวุธแก่ไต้หวัน ซึ่งเขาตอบว่าจะตัดสินใจในเรื่องนี้ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า "ผมต้องพูดคุยกับคนที่ตอนนี้กำลังปกครองไต้หวันอยู่ คุณก็รู้ว่าเขาคือใคร" ทรัมป์ระบุ

จีนโต้แย้งไปยังสหรัฐฯ "ให้หยุดส่งสัญญาณผิดๆถึงกองกำลังแบ่งแยกดินแดนในไต้หวัน" โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีนกล่าว

ในปี 1979 สหรัฐฯผ่านกฎหมยความสัมพันธ์ไต้หวัน ซึ่งเน้นย้ำว่าอเมริกาสามารถมอบอาวุธที่มีลักษณะป้องกันตนเองแก่ไต้หวัน นั่นคือเหตุผลว่าทำไมพวกเขายังคงขายอาวุธแก่ไทเป

ทรัมป์ บอกว่าเขายังไม่ตัดสินใจเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการเดินหน้าขายแกพ็คเกจอาวุธ 14,000 ล้านดอลลาร์แก่ไต้หวัน ซึ่งตามข่าวแล้วในนั้นรวมถึงอุปกรณ์ต่อต้านโดรนและระบบขีปนาวุธป้องกันตนเอง

ระหว่างที่ทรัมป์เดินทางเยือนปักกิ่ง จีนแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า ไต้หวัน คือหนึ่งในประเด็นใหญ่ที่สุดในความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ โดย สี เตือนเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่าง 2 ชาติมหาอำนาจ ถ้าประเด็นนี้ถูกจัดการอย่างแย่ๆ

อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่จะเกิดความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯกับจีน ในประเด็นไต้หวัน โดยบอกว่า "สี มีความรู้สึกอย่างแรงกล้าต่อไต้หวัน แต่ยังไม่ได้ให้คำมั่นสัญญาใดๆทั้งสิ้น" ทรัมป์กล่าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวัน

นับตั้งแต่ทรัมป์และสีประชุมซัมมิตกัน ประธานาธิบดีไต้หวันได้เผยแพร่ถ้อยแถลง เน้นย้ำว่าเกาะแห่งนี้เป็น "ประเทศประชาธิปไตยที่มีอธิปไตยและเอกราช" และไม่ยอมแลกสิ่งเหล่านี้กับสันติภาพในช่องแคบไต้หวัน พร้อมบอกว่าการขายอาวุธโดยสหัฐฯ คือปัจจัยสำคัญที่จะคงไว้ซึ่งสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค

กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันระบุในวันพฤหัสบดี(21พ.ค.) ว่า ไล่ รู้สึกยินดีที่จะได้คุยกับ ทรัมป์ ในประเด็นต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการรักษาไว้ซึ่งสถานภาพที่มั่นคงในช่องแคบไต้หวัน

อนึ่งการละเมิดธรรมเนียมปฏิบัติของทรัมป์เมื่อปี 2016 นำมาซึ่งการยื่นประท้วงของจีนไปยังสหรัฐฯ ต่อการพูดคุยทางโทรศัพท์ดังกล่าว

อย่างไรก็ตามจากคำกล่าวอ้างของทรัมป์ ที่ว่าเขาได้หารือเกี่ยวกับการขายอาวุธแก่ไทเป "แบบลงรายละเอียด" กับ สี ด้วยเช่นกัน ก็ถือเป็นการละเมิดธรรมเนียมนโยบายของสหรัฐฯอย่างน่าประหลาดใจอีกอย่าง ถ้ามันเป็นความจริง

ในปี 1982 สหรัฐฯรับประกันกับไต้หวันว่าจะไม่หารือกับปักกิ่งเกี่ยวกับการขายอาวุธแก่ไทเป แก่ครั้งที่ถูกถามเกี่ยวกับคำมั่นสัญญาดังกล่าวระหว่างบินกลับจากปักกิ่ง ทรัมป์บอกว่ายุคทศวรรษ 1980 มันผ่านมานานแล้ว

ที่มา:บีบีซี

https://sondhitalk.com/detail/9690000048341?fbclid=IwdGRjcAR8qpxjbGNrBHyqi2V4dG4DYWVtAjExAHNydGMGYXBwX2lkDDM1MDY4NTUzMTcyOAABHv3dyfzXcLzBBptP0mTICRL4wCOLOktDBpnZkRAxxOSt-l6A1_ksVMgrorXy_aem_c5um9wn4HR2TMUI0RM4_SA

‘เมดเวเดฟ’ ชี้ยูเครนสู่รัฐล้มเหลว!! รัสเซียชี้ยูเครนพังทั้งระบบ งบขาดดุลหนัก สูญดินแดนกว่า 20% และประชากรหายกว่าครึ่ง ชี้สัญญาณรัฐล้มเหลวชัดเจน

เมดเวเดฟอธิบายว่าทำไมยูเครนจึงกลายเป็นรัฐล้มเหลว:

มีสิ่งที่เรียกว่ารัฐล้มเหลวอยู่จริง ทำไมยูเครนจึงถูกมองว่าเป็นเช่นนั้นในปัจจุบัน?

1. ยูเครนพึ่งพาเงินทุนจากภายนอกผ่านองค์กรระหว่างประเทศในรูปแบบของเงินช่วยเหลือ, เงินกู้, และการสนับสนุนโดยตรงจากสหภาพยุโรป, สหรัฐอเมริกา, กองทุนการเงินระหว่างประเทศ, และธนาคารโลก หากปราศจากความช่วยเหลือเหล่านี้ งบประมาณของยูเครนจะขาดดุลมากกว่า 50%

2. ยูเครนสูญเสียดินแดนไปแล้วมากกว่า 20% ของดินแดนที่ได้รับสืบทอดมาหลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียต และไม่ต้องสงสัยเลยว่าในไม่ช้าก็จะสูญเสียดินแดนเพิ่มขึ้นอีก

3. ยูเครนสูญเสียประชากรไปแล้วมากกว่าครึ่งหนึ่ง ในปี 1991 มีประชากรมากกว่า 51.5 ล้านคนภายในพรมแดนของสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตยูเครน ปัจจุบันตามการประมาณการในแง่ดีที่สุด มีประชากรเหลืออยู่ในดินแดนที่อยู่ภายใต้การควบคุมของเคียฟน้อยกว่า 23 ล้านคน นักวิเคราะห์บางคนประเมินตัวเลขไว้ที่ 18 ล้านคน

4. จากการประเมินต่างๆยูเครนสูญเสียศักยภาพทางอุตสาหกรรมไปเกือบครึ่งหนึ่ง และศักยภาพทางการเกษตรไปกว่า 20%

5. หน่วยงานรัฐบาลกลางส่วนใหญ่ในยูเครนไม่มีอยู่จริง – พวกเขาได้สูญเสียอำนาจไปแล้ว หรือถูกจัดตั้งขึ้นโดยฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ (ประธานาธิบดี, รัฐบาล, ศาลรัฐธรรมนูญ, และศาลอื่นๆ)

6. ยูเครนดำเนินงานภายใต้ระบอบการปกครองจากภายนอก โดยมีเจ้าหน้าที่ต่างชาติและนานาชาติเข้ามากำกับดูแลกิจการของรัฐอย่างมีประสิทธิภาพ

7. รัฐที่ล้มเหลวนี้มีผู้นำเป็นผู้ติดยาเสพติดที่มีสัญญาณของการเสื่อมถอยทางจิตใจอย่างชัดเจน วาระการดำรงตำแหน่งของเขาสิ้นสุดลงนานแล้ว เขาสร้างระบบที่ไม่เคยมีมาก่อนสำหรับการยักยอกเงินช่วยเหลือจากตะวันตกหลายแสนล้านดอลลาร์

การเสื่อมถอยของอดีตยูเครนเป็นกระบวนการที่ไม่สามารถย้อนกลับได้และจะดำเนินต่อไป คำกล่าวอ้างโฆษณาชวนเชื่อจากประเทศตะวันตกเกี่ยวกับการสนับสนุนทั่วโลกอย่างไม่จำกัด หรือคำสัญญาที่ผิดๆเกี่ยวกับการเข้าร่วมนาโตหรือสหภาพยุโรป จะไม่สามารถหยุดยั้งการล่มสลายอย่างเป็นระบบของมันได้ จากมุมมองทางประวัติศาสตร์ การล่มสลายของสิ่งที่เรียกว่ายูเครนนั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

อ่านเกม ‘สีจิ้นผิง’!! จาก ‘ทรัมป์’ ถึง ‘ปูติน ก่อนถึง ‘คิมจองอึน’ ‘สีจิ้นผิง’ ปักหมากใหญ่บนกระดานนิวเคลียร์โลก มหาอำนาจต้องบินมาหาจีน เพราะพลังซื้อคืออาวุธต่อรองใหม่

อ่านเกมสีจิ้นผิง มันไม่ใช่แค่เกมการทูต แต่มันคือการเดินเกมความมั่นคงเชิงรุกที่ลุ่มลึก สีจิ้นผิง จะไปเยือนเกาหลีเหนือ สัปดาห์หน้า

เพื่อไปหาน้องรักคิมจองอึน ผู้ที่มี อาวุธนิวเคลียร์ ในกำมือ  หลังจากที่มีผู้นำชาติสมาชิกถาวรด้านความมั่นคงในสหประชาชาติ UNSC บินมาหาสีจิ้นผิงถึงกรุงปักกิ่ง ครบแล้วในรอบ 6 เดือน เรียบร้อย

โรงเรียนสีจิ้นผิง แต่ละชาติสมาชิกถาวร UNSC ที่บินมาดื่มน้ำชากับสีจิ้นผิง ก็มีอาวุธนิวเคลียร์ในครอบครองทั้งนั้น ไล่ตั้งแต่บิ๊กที่สุด สหรัฐ ตามด้วย รัสเซีย แล้วก็ อังกฤษ และ ฝรั่งเศส การเดินเกมความมั่นคงของสีจิ้นผิงเชิงรุกอย่างลุ่มลึกครั้งนี้มีเป้าหมายใหญ่ คือ ภารกิจรวมชาติ กับไต้หวัน  !! 

ในยุคนี้ใครมีอำนาจต่อรองเหนือกว่ากัน !! ประเทศพวกนี้ต้องมาคบกับจีนพึ่งพาจีน ถึงขั้นต้องบินมาหาสีจิ้นผิง เพราะต้องการอะไร พลังซื้อจีน คือ คำตอบ !!

ดูจากภาพการ์ตูนนี้เลยค่า  (ในรูปมีผู้นำแคนาดา แถมมาด้วย) ตัวอย่างเช่น มาครง หวังจะขายเครื่องบิน  Airbus ให้จีน ทรัมป์ ก็จะมาขอให้จีนซื้อเครื่องบิน Boeing (ถึงขั้นพาบิ๊ก CEO โบอิ้งมาทริปปักกิ่งด้วยกัน) และ ปูติน ก็อยากได้โครงการสร้างท่อ Power of Siberia 2  ขายพลังงานให้จีน และอื่นๆ อีกมากมาย

FB ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น

จีนถูกจับตา “บูรณาการในเงามืด”!! จีน–อิหร่าน ขยายเครือข่ายเศรษฐกิจในดอนบาส เสริมฐานอิทธิพลรัสเซียผ่านเหมือง–หยวน–โลจิสติกส์ หลังบริษัท 17 แห่งลุยธุรกิจโดเนตสก์–ลูฮันสก์ ขณะมอสโกเร่งผนวกเศรษฐกิจเข้าระบบตนเอง

จีน–อิหร่าน ปั้นเครือข่ายเศรษฐกิจในดินแดนยูเครนที่รัสเซียยึดครองจากเหมืองหิน–เหมืองถ่านหิน ถึงระบบเงินหยวน-โลจิสติกส์ใหม่ เสริมฐานอิทธิพลมอสโกในดอนบาส

สำนักข่าว Al Jazeera รายงานว่า บริษัทจากจีนและอิหร่านกำลังกลายเป็นผู้เล่นหลักในโครงข่ายเศรษฐกิจของพื้นที่ยูเครนที่รัสเซียยึดครอง โดยมีบริษัทจีนอย่างน้อย 17 แห่งเข้าไปดำเนินธุรกิจในโดเนตสก์และลูฮันสก์ ครอบคลุมตั้งแต่เหมืองหิน เหมืองถ่านหิน การก่อสร้าง ระบบโทรคมนาคม ไปจนถึงบริการทางการเงิน ข้อตกลงจัดหาเครื่องจักรบดหินของ Zhongxin Heavy Industrial Machinery และ Amma Construction Machinery ให้กับเหมืองหิน Karansky ถูกใช้ขับเคลื่อนโครงการก่อสร้างในเมืองที่เสียหายจากสงครามอย่างมาริอูโปล รวมถึงพื้นที่อื่นที่รัสเซียยึดครอง

ในขณะที่รัสเซียผนวกดินแดนทั้งสี่ภูมิภาคในปี 2022 และสร้าง “ภาพลวงตา” ของเอกราชผ่านคณะรัฐมนตรีและด่านพรมแดน กลไกจริงกลับอยู่ภายใต้การควบคุมจากมอสโก พร้อมข้อกล่าวหาการทรมานและกำจัดนักกิจกรรมหรือธุรกิจที่ไม่ยอมร่วมมือ ท่ามกลางการล่มสลายของเศรษฐกิจดั้งเดิมในดอนบาส เหมืองถ่านหินกว่า 90 แห่งเหลือดำเนินการเพียงห้าแห่ง ซึ่งหันมาปรับตัวทำงานร่วมกับจีนและรัสเซียอย่างเต็มรูปแบบ ขนานไปกับการ “ใช้เงินหยวนเต็มรูปแบบ” ผ่านระบบชำระเงินดิจิทัลของจีน บริการแลกเปลี่ยนบน Telegram และการกระจายสกุลเงินหยวนผ่านธนาคารเกือบ 80 แห่งในพื้นที่

แมกซิม บุตเชนโก จาก Eastern Human Rights Group นิยามกระบวนการนี้ว่าเป็น “การบูรณาการในเงามืด” เนื่องจากจีนยังคงย้ำจุดยืนบนเวทีทางการเมืองเรื่องบูรณภาพดินแดนของยูเครนและความเป็นกลางต่อสงคราม แต่ในทางปฏิบัติกลับเปิดพื้นที่ให้บริษัทของตนเข้าไปครอบครองตลาดในดินแดนยึดครอง ทั้งในรูปชิ้นส่วนโดรน อุปกรณ์สื่อสาร และบริการทางการเงิน โดยที่รัฐปักกิ่ง “หลับตาข้างหนึ่ง” ต่อความเสี่ยงด้านการคว่ำบาตร ขณะที่ยูเครนออกมาตรการจำกัดการทำธุรกิจกับบริษัทจีนหลายราย รวมถึงผู้เล่นรายใหญ่ด้านเทคโนโลยีและพลังงาน แต่ก็เผชิญข้อจำกัดทั้งจากความพึ่งพาเทคโนโลยีราคาต่ำและข้อจำกัดด้านทางเลือกทดแทน

ด้านอิหร่าน รัสเซียถูกระบุว่ากำลังผลักดันให้ดินแดนยึดครองบูรณาการเข้าสู่ห่วงโซ่โลจิสติกส์ของเตหะราน ผ่านการส่งออกถ่านหิน ธัญพืช และผลิตภัณฑ์อย่างเคซีนจากดอนบาสไปยังอิหร่าน อาศัยบริษัทเหมืองอย่าง Donskiye Ugli เป็นตัวกลาง ภายใต้เครือข่ายผลประโยชน์ที่เชื่อมโยงกับนักการเมืองยูเครนสาย亲รัสเซียที่ใกล้ชิดเครมลิน สถานการณ์นี้ทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนเตือนว่า การขยายตัวของบริษัทอิหร่านในพื้นที่ยึดครองไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ที่รัสเซีย “อนุญาตและส่งเสริม” เพื่อสร้างโครงสร้างเศรษฐกิจคู่ขนานให้ดินแดนที่ยึดครองอยู่นอกระเบียบเศรษฐกิจสากลหลัก

#imctnews รายงาน

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=122306975924234582&id=61557037466190&rdid=siGvKU522iW9C6n8#

Amazon ลุยลงทุนอาเซียน!! ลงทุนคลาวด์AI อาเซียนมูลค่าหลายแสนล้าน โฟกัสไทย สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย เป้าหมายถึงปี 2039 เร่งขยายดิจิทัล-AI หนุนธุรกิจ-เศรษฐกิจดิจิทัลเติบโต

Amazon จ่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน cloud-AI ในอาเซียน รวมไทย กว่า 3.3 หมื่นล้านดอลล์

สิงคโปร์, 22 พ.ค. (ซินหัว) -- เมื่อวันพฤหัสบดี (21 พ.ค.) แอมะซอน (Amazon) เปิดเผยแผนการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานการประมวลผลคลาวด์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) มูลค่ามากกว่า 3.3 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.07 ล้านล้านบาท) ในอินโดนีเซีย มาเลเซีย สิงคโปร์ และไทยภายในปี 2039 ซึ่งตอกย้ำบทบาทของภูมิภาคนี้ในการขยายตัวทางดิจิทัลระดับโลก

แอมะซอนระบุว่าภูมิภาคอาเซียนกำลังก้าวขึ้นเป็นกลุ่มเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่สุดอันดับ 4 ของโลก ซึ่งเศรษฐกิจดิจิทัลของภูมิภาคนี้มีแนวโน้มสูงถึง 5.6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 18 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2030 โดยแอมะซอนกำลังขยายโครงสร้างพื้นฐานข้างต้นทั่วภูมิภาคนี้เพื่อสนับสนุนธุรกิจและองค์กรที่ปรับใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มขึ้น

เดวิด ซาโพลสกี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกิจการโลกและฝ่ายกฎหมายของแอมะซอน กล่าวว่ารัฐบาลประเทศต่างๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมนโยบายและเงื่อนไขทางเศรษฐกิจที่เร่งการลงทุนขนานใหญ่ด้านปัญญาประดิษฐ์และโครงสร้างพื้นฐานทางดิจิทัล

ที่มา : Xinhua


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top