Friday, 5 June 2026
World

'คิม จองอึน' ต้อนรับ 'ลูกาเชนโก' ประธานาธิบดีเบลารุสเยือนเกาหลีเหนือ พิธีต้อนรับจัดเต็มยิงสลุต 21 นัด แสดงความอบอุ่นอย่างเป็นทางการ 'ลูกาเชนโก' ขอบคุณผ่าน KCNA

'คิม จองอึน' ผู้นำเกาหลีเหนือ เป็นประธานในพิธีต้อนรับ 'อเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก' ประธานาธิบดีแห่งเบลารุส ที่จัตุรัสคิม อิลซุง เมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา การต้อนรับครั้งนี้เป็นไปอย่างเป็นทางการและมีพิธีกรรมครบครัน

พิธีประกอบด้วยการยิงสลุต 21 นัด การตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ และการบรรเลงเพลงชาติ นอกจากนี้ 'คิม จองอึน' ยังได้ต้อนรับ 'ลูกาเชนโก' พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเบลารุสอย่างอบอุ่น ตามรายงานของสำนักข่าว KCNA

ด้าน 'ลูกาเชนโก' แสดงความขอบคุณโดยกล่าวว่า "ความขอบคุณจากใจจริง" ต่อผู้นำและประชาชนของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี สำหรับ "การต้อนรับอย่างจริงใจ" ตามรายงานของ KCNA

เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือและเบลารุสที่แน่นแฟ้นมากขึ้น ท่ามกลางความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคและโลก โดยการเยือนครั้งนี้อาจเปิดทางสำหรับความร่วมมือในระดับสูงกว่าเดิมในอนาคต

ที่มา : Sputnik

ไฟสงครามยังลาม!! สมรภูมิอิหร่านกดดันสหรัฐฯ หนัก เผยทหารเจ็บ 290 นาย กลับเข้าประจำการไม่ได้ 35 นาย จากปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ รายงานว่า ทหารสหรัฐฯ มีผู้บาดเจ็บรวมกว่า 290 รายนับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ทิม ฮอว์กินส์ โฆษกกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ เผยผ่านแถลงการณ์ว่า "ในจำนวนผู้บาดเจ็บ มีทหาร 10 คนยังคงรักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยอาการสาหัส" โดยทหารส่วนใหญ่ได้รับการรักษาและกลับไปปฏิบัติหน้าที่แล้ว ขณะที่อีก 35 คนยังไม่สามารถกลับเข้าประจำการได้

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตแล้ว 13 ราย จากความขัดแย้งทางทหารกับอิหร่านที่ยังดำเนินอย่างต่อเนื่อง

เหตุการณ์ครั้งนี้เน้นย้ำถึงความรุนแรงและความเสี่ยงที่ทหารสหรัฐฯ ต้องเผชิญในปฏิบัติการกับอิหร่าน ซึ่งมีผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคอย่างกว้างขวาง

ที่มา : Xinhua

สหรัฐฯ สะเทือน!! เครื่องบิน AWACS ถูกยิงลับ เสียหายร้ายแรงในซาอุดิอาระเบีย ‘เควียตคอฟสกี’ ชี้สูญเสียกระทบใหญ่ อิหร่านยังคงขีดความสามารถรบสูง

เครื่องบินเตือนภัย AWACS ของสหรัฐฯ ถูกทำลายในซาอุดิอาระเบียโดยขีปนาวุธอิหร่าน เป็นความเสียหายสำคัญต่อกองทัพตามคำวิเคราะห์ของ ‘คาเรน เควียตคอฟสกี’ อดีตนักวิเคราะห์กระทรวงสงครามสหรัฐฯ

‘เควียตคอฟสกี’ ระบุว่าเครื่อง E-3 จำนวนจำกัดและอายุมาก ทำให้การสูญเสียแม้ลำเดียวเพิ่มภาระมากขึ้นต่อเครื่องที่เหลือ ส่งผลกระทบต่อลูกเรือและระบบข้อมูลข่าวสาร เธอกล่าวผ่าน Sputnik ว่า "เพิ่มอัตราการสิ้นเปลืองขีดความสามารถด้านการเฝ้าระวังและการบริหารจัดการข้อมูลข่าวสาร"

นอกจากนี้เครื่อง E-3 ที่เหลือต้องให้ความสำคัญการป้องกันมากขึ้นซึ่งลดประสิทธิภาพเรดาร์และการสนับสนุนกองกำลังในภูมิภาค ภาระงานหนักขึ้นจากระบบเรดาร์ระยะไกลที่ถูกโจมตีด้วย ขีดจำกัดนี้บีบพื้นที่ข้อมูลข่าวสารของกองกำลังสหรัฐฯและอิสราเอล

‘เควียตคอฟสกี’ ชี้ว่า ภาพการทำลาย AWACS นี้ทำให้สหรัฐฯกังวลและไม่ใช่ชัยชนะ และเตือนว่าการประเมินว่าขีดความสามารถรบของอิหร่านลดลงนั้นอาจเร็วเกินไป เธอกล่าวว่า "แผนปฏิบัติการ 4 วันอันรัดกุม" เผยวิกฤตปฏิบัติการและลดทางเลือกยุทธวิธีของกองกำลังในสมรภูมิ

ที่มา : Sputnik

สหรัฐฯ เปิดเกมแรง!! ‘ทรัมป์’ จ่อยึดน้ำมันอิหร่าน เล็งคุมเกาะคาร์ก ขณะราคาพลังงานโลกพุ่งไม่หยุด เสี่ยงไฟสงครามตะวันออกกลางลาม หวังเจรจาทางอ้อมกับอิหร่านยุติสงครามเร็วขึ้น

เมื่อวันอาทิตย์ (29 มี.ค.) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เปิดเผยในการให้สัมภาษณ์กับไฟแนนเชียล ไทม์ส (Financial Times) ว่าตนต้องการ "ยึดน้ำมันในอิหร่าน" และอาจเข้าควบคุมเกาะคาร์ก (Kharg Island) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการส่งออกน้ำมันของอิหร่าน พร้อมเปรียบเทียบกับกรณีเวเนซุเอลาที่สหรัฐฯ หมายมั่นควบคุมอุตสาหกรรมน้ำมัน "อย่างไม่มีกำหนด" หลังจากยึดอำนาจนิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา

รายงานระบุว่าการยึดน้ำมันของอิหร่านจะต้องเกี่ยวข้องกับการเข้าควบคุมเกาะคาร์ก ซึ่งเป็นเส้นทางส่งออกน้ำมันมากกว่าร้อยละ 90 ของอิหร่าน พร้อมเตือนว่าการ "โจมตี" ดังกล่าวเสี่ยงทำให้เกิดความสูญเสียเพิ่มขึ้นและทำให้สงครามยืดเยื้อ

ทรัมป์ระบุว่าสหรัฐฯ มีหลายทางเลือกกรณีเกาะคาร์ก โดยอาจเข้ายึดเกาะแห่งนี้หรือไม่ยึดก็ได้ แต่นั่นหมายความว่าสหรัฐฯ อาจต้องประจำกำลังอยู่ในภูมิภาคดังกล่าวเป็นระยะเวลาหนึ่ง โดยทรัมป์เชื่อว่าอิหร่านมีการป้องกันบนเกาะเพียงเล็กน้อยหรือแทบไม่มีเลย ทำให้สามารถยึดได้อย่างง่ายดาย

คำกล่าวของทรัมป์มีขึ้นท่ามกลางการเพิ่มกำลังทหารสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง และทรัมป์กำลังพิจารณาปฏิบัติการทางทหารเพื่อขนย้ายยูเรเนียมเกือบ 1,000 ปอนด์ (ราว 453 กิโลกรัม) ออกจากอิหร่าน

เดอะ วอลล์ สตรีต เจอร์นัล (The Wall Street Journal) อ้างแหล่งข่าวที่ไม่เปิดเผยชื่อระบุว่าทรัมป์ยังสนับสนุนให้ที่ปรึกษากดดันให้อิหร่านยอมมอบวัสดุดังกล่าว เพื่อเป็นเงื่อนไขในการยุติสงคราม

รายงานระบุว่ากระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ เตรียมส่งกำลังทหารภาคพื้นดินเพิ่มเติมสูงสุด 10,000 นายไปยังภูมิภาค ขณะที่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุว่ามีทหารมากกว่า 3,500 นาย ซึ่งในจำนวนนี้เป็นนาวิกโยธิน 2,500 นาย เดินทางถึงตะวันออกกลางแล้ว

แม้มีความตึงเครียดดังกล่าว แต่ทรัมป์ระบุว่าการเจรจาทางอ้อมระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านผ่านตัวกลางจากปากีสถานกำลังมีความคืบหน้า พร้อมระบุว่าข้อตกลงอาจเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วพอสมควร

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นนับตั้งแต่สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีครั้งใหญ่ต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 28 ก.พ. โดยราคาน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent Crude) พุ่งแตะระดับ 119.5 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3,920 บาท) ต่อบาร์เรล ในเดือนมีนาคม ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2022

ที่มา : Xinhua

ปักกิ่งรุกเกมสัมพันธ์ สีจิ้นผิงเปิดประตูเจรจา เชิญผู้นำก๊กมินตั๋งเยือนจีน เดินเกมสันติภาพข้ามช่องแคบ ท่ามกลางแรงตึงเครีย

คณะกรรมการกลาง CPC สีจิ้นผิง เชิญประธานพรรคก๊กมินตั๋งเยือนแผ่นดินใหญ่

วันจันทร์ (30 มี.ค.) เจ้าหน้าที่พรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) ประกาศว่าคณะกรรมการกลางพรรคฯ และสีจิ้นผิง เลขาธิการใหญ่คณะกรรมการกลางพรรคฯ ได้เชิญเจิ้งลี่เหวิน ประธานพรรคก๊กมินตั๋งของจีน เดินทางเยือนแผ่นดินใหญ่ของจีนระหว่างวันที่ 7-12 เม.ย.

ซ่งเทา หัวหน้าสำนักงานพันธกิจไต้หวันแห่งคณะกรรมการกลางพรรคฯ ได้รับมอบหมายให้ประกาศต้อนรับเจิ้งในฐานะผู้นำคณะผู้แทนพรรคก๊กมินตั๋งเยือนมณฑลเจียงซู นครเซี่ยงไฮ้ และกรุงปักกิ่งในแผ่นดินใหญ่ของจีน

ซ่งกล่าวว่านับตั้งแต่เจิ้งเข้ารับตำแหน่ง เธอได้แสดงความพร้อมและเต็มใจที่จะเยือนแผ่นดินใหญ่หลายครั้ง และการเชิญครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์จีนและพรรคก๊กมินตั๋ง ตลอดจนการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสองฝั่งช่องแคบไต้หวันอย่างสันติ โดยทั้งสองฝ่ายจะประสานงานการเยือนครั้งนี้เพื่อเตรียมการให้เหมาะสม

ด้านเจิ้งกล่าวแสดงความขอบคุณและตอบรับคำเชิญเยือนแผ่นดินใหญ่ในเดือนเมษายน พร้อมแสดงความหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะทำงานร่วมกันเพื่อส่งเสริมการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสองฝั่งช่องแคบไต้หวันอย่างสันติ เสริมสร้างการแลกเปลี่ยนและความร่วมมือ สนับสนุนสันติภาพในช่องแคบไต้หวัน และยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน

ที่มา :Xinhua

อิหร่านสะเทือน!! เด็กชายวัย 11 ปี ถูกยืนยัน เป็น ‘ทหารเด็ก’เสียชีวิตคาด่าน IRGC เสียชีวิตรายแรกในสงครามตะวันออกกลางรอบล่าสุด จุดคำถามอิหร่านหวนใช้ทหารเด็กหรือไม่

เผยโฉมเด็กชายวัย 11 ปี เสียชีวิตในฐานะ 'ทหารเด็ก' อิหร่านรายแรกของสงครามปี 2026

เตหะราน 30 มีนาคม 2569 —เฮงกอ (Hengaw) องค์กรสิทธิมนุษยชนในนอร์เวย์ ยืนยันตัวตนของเด็กชาย 'จาฟารี' วัย 11 ปี ในฐานะทหารเด็กที่เสียชีวิตขณะปฏิบัติภารกิจ ณ ด่านตรวจความมั่นคงของกองทัพพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC)

ซึ่งถือเป็นทหารเด็กรายแรกที่ได้รับรายงานว่าเสียชีวิต นับตั้งแต่สงครามในตะวันออกกลางครั้งล่าสุดปะทุขึ้น

โดยตอนแรกมีรายงานว่า เป็นความสูญเสียของพลเรือน แต่ภายหลังองค์กร "บาสิจครู" ได้ออกมายืนยันว่า เด็กชายเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ ณ ด่านตรวจของกองทัพพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ในกรุงเตหะราน ของอิหร่าน

*ข้อมูลจากองค์กรสิทธิมนุษยชน เฮงกอ ระบุว่า เดิมทีการเสียชีวิตของ 'จาฟารี' ถูกบันทึกว่าเป็นพลเรือนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุไม่สงบ แต่ต่อมาหน่วยงานในเครือข่ายของรัฐบาลอิหร่าน กลับออกมายกย่องการเสียชีวิตของเขาว่า เป็นการตายขณะปฏิบัติหน้าที่

โดยมารดาของเด็กชายเปิดเผยว่า ลูกชายของเธอต้องออกไปช่วยงานที่ด่านตรวจ เนื่องจากจำนวนเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอต่อการเฝ้าระวังภัยในกรุงเตหะราน ที่กำลังถูกคุกคามอย่างหนักจากฝ่ายตรงข้าม

ยุทธวิธีดังกล่าวได้ปลุกความทรงจำอันเลวร้ายในสมัยสงครามอิหร่าน-อิรัก เมื่อช่วงทศวรรษที่ 1980 ที่เด็กอายุ 9-12 ปีจำนวนมหาศาลถูกส่งไปเป็นหน่วย "เคลียร์กับระเบิด" โดยการเดินนำหน้ากองทัพ และมีการมอบกุญแจทองคำจำลองคล้องคอ เพื่อสื่อถึงกุญแจสู่สวรรค์หากเสียชีวิตในฐานะนักรบพลีชีพ

ซึ่งครั้งนั้นประเมินกันว่า มีทหารเด็กเสียชีวิตในยุคนั้นเกือบ 100,000 ราย

The Newsy | รายงานข่าวต่างประเทศจากแหล่งข่าวสากล

ที่มา : https://www.facebook.com/photo/?fbid=1588050006500667&set=a.555043729801305

‘ทรัมป์’ เล็งปิดฉากสงคราม แม้เส้นเลือดน้ำมันโลกยังปิดบางส่วน เดินเกมลดขีดความสามารถกองทัพ ส่งทหารเสริมกำลังทะเลชายฝั่ง เปิดช่องเดินเรือฮอร์มุซฟื้นฟูเร็ว

เมื่อช่วงค่ำวันจันทร์ (30 มี.ค.) เดอะ วอลล์ สตรีต เจอร์นัล (The Wall Street Journal) อ้างอิงเจ้าหน้าที่ในรัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯรายงานว่าทรัมป์เปิดเผยกับผู้ช่วยว่าตนพร้อมยุติสงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน แม้ว่าช่องแคบฮอร์มุซจะยังคงถูกปิดเป็นส่วนใหญ่

รายงานระบุว่าทรัมป์และผู้ช่วยของเขาเพิ่งประเมินว่าภารกิจเปิดช่องแคบดังกล่าวอาจทำให้สงครามกับอิหร่านยืดเยื้อเกินกรอบเวลา 4-6 สัปดาห์ที่ตั้งไว้ ทำให้ทรัมป์ตัดสินใจที่จะให้สหรัฐฯ มุ่งเน้นบรรลุเป้าหมายหลัก ได้แก่ การทำลายขีดความสามารถของกองทัพเรือและคลังขีปนาวุธอิหร่าน พร้อมทั้งกดดันทางการทูตต่ออิหร่านให้ฟื้นฟูการเดินเรือผ่านช่องแคบดังกล่าว และหากความพยายามเหล่านี้ล้มเหลว ทำเนียบขาวจะผลักดันให้พันธมิตรยุโรปและอ่าวอาหรับเข้ามามีบทบาทนำในการเปิดเส้นทางดังกล่าวแทน

รายงานเผยว่าตัวเลือกทางทหารยังคงมีอยู่ แต่ไม่ใช่สิ่งที่ทรัมป์ให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก และแม้จะมีการประเมินดังกล่าว แต่การสื่อสารต่อสาธารณะของทรัมป์เกี่ยวกับสงครามกับอิหร่านยังคงไม่ชัดเจน โดยช่วงเช้าวันจันทร์ (30 มี.ค.) ทรัมป์ขู่ว่าจะทำลายล้างโรงไฟฟ้า บ่อน้ำมัน และเกาะคาร์กของอิหร่านอย่างสิ้นเชิง หากไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้โดยเร็ว

ขณะเดียวกัน รัฐบาลสหรัฐฯ ได้เสริมกำลังทหารในภูมิภาค โดยในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เรือโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบกยูเอสเอส ตริโปลี (USS Tripoli) และหน่วยนาวิกโยธินที่ 31 ได้เข้าสู่พื้นที่แล้ว ขณะที่กองพลทหารร่มที่ 82 ของกองทัพสหรัฐฯ เริ่มทยอยเดินทางมาถึง และยังมีการพิจารณาส่งกำลังทหารภาคพื้นดินเพิ่มเติมสูงสุดถึง 10,000 นายเข้าสู่พื้นที่อีกด้วย

นอกจากนี้ มีรายงานว่าทรัมป์กำลังพิจารณาปฏิบัติการที่ซับซ้อน เพื่อยึดครองคลังยูเรเนียมของอิหร่าน

ด้านแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวของสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ (30 มี.ค.) ว่าสหรัฐฯ กำลังดำเนินการเพื่อฟื้นฟูการขนส่งทางเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซให้กลับสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม การเปิดเส้นทางเดินเรือสายนี้มิได้ถูกกำหนดให้เป็นเป้าหมายหลักทางทหารของรัฐบาล ซึ่งมุ่งเน้นไปที่การลดขีดความสามารถกองทัพเรือ โครงการขีปนาวุธ อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ และโครงสร้างพื้นฐานด้านนิวเคลียร์ของอิหร่าน

ที่มา : Xinhua

สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน!! นศ.ไทย เรียนเอกแพทย์จีน-ตะวันตก กานซู่ สานสัมพันธ์สองแผ่นดินไทย-จีน ผสานความรู้แพทย์แผนโบราณ หวังนำความรู้กลับสร้างประโยชน์

สายสัมพันธ์สองแผ่นดิน : นศ.ไทยเรียนป.เอก 'แพทย์แผนจีน-ตะวันตก' ในกานซู่ หวังใช้ความรู้สร้างประโยชน์

หลานโจว, 31 มี.ค. (ซินหัว) -- อรัญญา วีระเชียรโชติ หรือเวินหว่านหลิน เป็นนักศึกษาปริญญาเอกชั้นปีที่ 1 สาขาเวชศาสตร์คลินิกเชิงบูรณการการแพทย์แผนจีน-ตะวันตก มหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนกานซู่ ในมณฑลกานซู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน ซึ่งศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่จีนมานานหลายปี และกำลังสานต่อเรื่องราวการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างจีนกับไทยในด้านการแพทย์แผนจีนด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจเต็มเปี่ยม

นักศึกษาชาวไทยคนนี้ได้รับคำชี้แนะจากคณาจารย์ชาวจีนอย่างเป็นระบบ พร้อมผสมผสานประสบการณ์ทางคลินิกจากตอนเรียนปริญญาโท ซึ่งช่วยเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับการวินิจฉัยและบำบัดรักษาด้วยการแพทย์แผนจีน-ตะวันตกอย่างลึกซึ้ง โดยอรัญญารู้จักการแพทย์แผนจีนครั้งแรกตอนเรียนปริญญาตรี ต่อด้วยสั่งสมทักษะความรู้ความเชี่ยวชาญตอนเรียนปริญญาโท และก้าวสู่การวิจัยทางคลินิกตอนเรียนปริญญาเอก

ความหลงใหลการแพทย์แผนจีนของอรัญญาเริ่มต้นจากประสบการณ์ส่วนตัวของคนในครอบครัวที่ป่วยโรคหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทและพยายามรักษาด้วยหลายวิธีการแต่ไม่ดีขึ้นจนกระทั่งได้รักษาที่คลินิกแพทย์แผนจีนในไทยและอาการดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้เธออยากศึกษาเล่าเรียนวิชาความรู้นี้ ซึ่งนำสู่การเรียนปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยพะเยาและได้ร่ำเรียนการแพทย์แผนจีนจากอาจารย์ชาวจีน

อรัญญากล่าวว่าการแพทย์แผนจีนค่อนข้างเป็นที่นิยมในไทย โดยโรงพยาบาลหลายแห่งมีแผนกการแพทย์แผนจีน มหาวิทยาลัย 9 แห่งเปิดสอนการแพทย์แผนจีน และมีคลินิกแพทย์แผนจีนทั่วไทยมากกว่า 400 แห่ง ขณะเดียวกันชุมชนชาวไทยเชื้อสายจีนยังเป็นปัจจัยเกื้อหนุนความนิยมการแพทย์แผนจีนในไทย เนื่องจากชาวไทยเชื้อสายจีนจำนวนไม่น้อยเลือกการแพทย์แผนจีนและสมุนไพรจีนเป็นวิธีแรกในการรักษาและดูแลสุขภาพ

อนึ่ง มหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนกานซู่ได้เปิดรับนักศึกษาชาวต่างชาติตั้งแต่ปี 2015 เพื่อส่งเสริมการแลกเปลี่ยนด้านการแพทย์แผนจีนในระดับนานาชาติ ทำให้มีนักศึกษาชาวต่างชาติจากไทย คีร์กีซสถาน อินโดนีเซีย รัสเซีย สเปน ลาว ไนจีเรีย และประเทศอื่นๆ ทยอยเข้ามาศึกษาเล่าเรียนมากกว่า 300 คน ครอบคลุมระดับปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอก โดยอรัญญาเป็นหนึ่งในนักศึกษาชาวต่างชาติที่ได้รับโอกาสอันล้ำค่านี้

อรัญญาเรียนปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนกานซู่ สาขาการฝังเข็มและการนวด ซึ่งเน้นเส้นลมปราณ เทคนิควิธี และทำวิจัยเกี่ยวกับโรคระบบกล้ามเนื้อและกระดูก รวมถึงอาการปวด ส่วนการเรียนปริญญาเอกเน้นอวัยวะม้ามและระบบช่องท้อง ทำวิจัยเกี่ยวกับโรคระบบทางเดินอาหาร เช่น อาหารไม่ย่อยเรื้อรัง ลำไส้อักเสบเรื้อรัง และภาวะก่อนเกิดมะเร็งกระเพาะอาหาร ซึ่งเป็นอาการบาดเจ็บภายในที่ต้องวินิจฉัยและบำบัดรักษาอย่างแม่นยำมากขึ้น

สำหรับอนาคตข้างหน้า อรัญญาหวังว่าจะได้ทำงานที่จีน เช่น สอนหนังสือในมหาวิทยาลัยหรือรักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาล เพื่อสั่งสมประสบการณ์ทางการแพทย์ที่มีคุณภาพสูง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการสอนนักศึกษาและรักษาผู้ป่วยในไทยเมื่อเธอกลับสู่บ้านเกิดเมืองนอน

(แฟ้มภาพซินหัว : อรัญญา วีระเชียรโชติ หรือเวินหว่านหลิน นักศึกษาปริญญาเอกชาวไทยของมหาวิทยาลัยการแพทย์แผนจีนกานซู่ ปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในมณฑลกานซู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน วันที่ 22 ม.ค. 2026)

ที่มา : Xinhua

ปากีสถานลุยเจรจาจีน รัฐมนตรีต่างประเทศเดินทางเยือนจีน ถกปัญหาความขัดแย้งภูมิภาค เสริมแกร่งความสัมพันธ์ทวิภาคี ตั้งเป้าส่งเสริมสันติภาพร่วมกัน

รมว.ต่างประเทศปากีสถานเตรียมเยือนจีน หารือปัญหาความขัดแย้งในภูมิภาค

โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีนเปิดเผยว่าโมฮัมหมัด อิสฮัก ดาร์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของปากีสถาน จะเดินทางเยือนจีนในวันอังคาร (31 มี.ค.) ตามคำเชิญของหวังอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของจีน และกรรมการกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน เพื่อหารือเกี่ยวกับประเด็นปัญหาระหว่างประเทศ ความขัดแย้งระดับภูมิภาค ตลอดจนความสัมพันธ์ทวิภาคี

แถลงการณ์จากกระทรวงการต่างประเทศของปากีสถานที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ (30 มี.ค.) ระบุว่าการเยือนจีนครั้งนี้ของดาร์มีขึ้นขณะที่ปากีสถานยกระดับความพยายามไกล่เกลี่ยความตึงเครียดในตะวันออกกลาง และจะเปิดโอกาสให้ทั้งสองฝ่ายได้หารือเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์ในภูมิภาค ตลอดจนประเด็นทวิภาคีและประเด็นระดับโลกที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสนใจร่วมกัน

ก่อนหน้านี้ รัฐมนตรีต่างประเทศทั้งสองได้สนทนาทางโทรศัพท์เกี่ยวกับสถานการณ์ในอิหร่านเมื่อวันศุกร์ (27 มี.ค.) โดยหวังระบุว่าจีนยินดีเสริมสร้างการสื่อสารและการประสานงานเชิงยุทธศาสตร์กับปากีสถาน และทำงานร่วมกันเพื่อส่งเสริมสันติภาพและยุติความขัดแย้ง

ที่มา : Xinhua

ศึกอิหร่านยืดเยื้อ!! กองทัพสหรัฐฯ ใกล้ถึงจุดตึงตัวหนัก หลังสงครามอิหร่านยืดเยื้อ เสี่ยงติดหล่มศึกอิหร่าน ท่ามกลางอาวุธใกล้พร่อง

อิกอร์ โคโรตเชนโก ผู้สังเกตการณ์ด้านการทหารของรัสเซีย ให้สัมภาษณ์กับสปุตนิกว่า อำนาจทางทหารแบบดั้งเดิมของสหรัฐฯ กำลังตึงตัวจนใกล้ถึงจุดแตกหักจากสงครามกับอิหร่าน

ย้ำว่า ประเด็นไม่ได้อยู่แค่การลดลงอย่างรวดเร็วของขีปนาวุธโทมาฮอว์กเท่านั้น แต่ขีปนาวุธทุกลูกที่ยิงใส่อิหร่านยังบั่นทอนคลังสำรองด้านการป้องกันภัยทางอากาศและขีปนาวุธของสหรัฐฯ ในภาพรวมไปพร้อมกันด้วย โดยจากอัตราการใช้ขีปนาวุธครูซโทมาฮอว์กเฉลี่ยเดือนละ 850 ลูก ตามที่สปุตนิกวิเคราะห์จากเอกสารงบประมาณของกองทัพเรือ สหรัฐฯ จะเหลือขีปนาวุธชนิดนี้เพียงพอใช้งานอีกราว 3 เดือนเท่านั้น

แม้คลังอาวุธในปัจจุบันยังทำให้สหรัฐฯ สามารถเดินหน้าโจมตีอิหร่านต่อไปได้ แต่สิ่งสำคัญที่ต้องตระหนักคือ ยังไม่มีสัญญาณชัดเจนว่าปฏิบัติการทางทหารที่สหรัฐฯ เป็นผู้แบกรับภาระหลักแทบเพียงฝ่ายเดียวนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อใด นักวิเคราะห์รายนี้ชี้ว่า เมื่ออาวุธเหล่านี้ถูกใช้หมดไปอย่างรวดเร็ว โดนัลด์ ทรัมป์จึงดูเหมือนกำลังเผชิญภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก และต้องการถอนตัวออกจากความขัดแย้งกับอิหร่าน แต่ยังไม่เห็นหนทางที่ชัดเจน

ผ่านไป 1 เดือน เป้าหมายของปฏิบัติการสหรัฐฯ ก็ยังไม่บรรลุผล โดยอิหร่านยังห่างไกลจากภาวะไร้เสถียรภาพ สังคมภายในประเทศกลับรวมตัวกันต่อต้านการโจมตีจากภายนอก และกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ก็ยังคงมีขีปนาวุธสำรองเพียงพอ รวมถึงระบบรุ่นใหม่ที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างปลอดภัยในฐานใต้ดิน

ระบบป้องกันแบบกระจายตัวและการปฏิบัติการแบบกระจายศูนย์ของอิหร่าน ทำให้การโจมตีเพิ่มเติมของสหรัฐฯ มีต้นทุนสูงและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

นักวิเคราะห์สรุปว่า การยกระดับความขัดแย้งสู่ระยะใหม่ดูเหมือนจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ และทำให้สหรัฐฯ ต้องเผชิญทางเลือกอันยากลำบากอย่างยิ่ง นั่นคือ จะเพิ่มระดับปฏิบัติการต่อไปโดยต้องแบกรับต้นทุนทางการเมือง ซึ่งอาจรวมถึงความเสี่ยงในการสูญเสียการเลือกตั้งกลางเทอม หรือจะถอนตัวออกมาและเสี่ยงปล่อยให้อิสราเอล ซึ่งเป็นพันธมิตร ต้องรับมือกับอิหร่านที่ยังแข็งแกร่งและไม่ยอมอ่อนข้อด้วยตนเอง

ที่มา : Sputnik


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top