Friday, 5 June 2026
World

สหรัฐฯ ส่งกำลังทหาร เร่งทหารนาวิกโยธินกว่า 2,200 นาย เสริมกำลังภาคพื้นตะวันออกกลาง เรือ USS Boxer นำกำลังติดตาม กะลาสีอาจเพิ่มอีกพันนาย

สหรัฐอเมริกาเร่งส่งกำลังทหารไปยังตะวันออกกลาง รวมทั้งหน่วยนาวิกโยธินและกำลังพลประจำเรือหลายพันนาย ตามรายงานของ NBC News โดยเฉพาะหน่วยนาวิกโยธินที่ 11 ที่ประกอบด้วยนาวิกโยธินอย่างน้อย 2,200 นาย คาดว่าจะเดินทางออกจากซานดิเอโกเร็วกว่ากำหนดภายในไม่กี่วันข้างหน้า

หน่วยนี้จะเดินทางไปกับเรือ USS Boxer ซึ่งเป็นเรือยกพลขึ้นบกโจมตีสะเทินน้ำสะเทินบก นอกจากนั้นอาจมีเรืออีก 1-2 ลำร่วมปฏิบัติการ ทำให้กะลาสีเรือสหรัฐฯ อีกราวหลายพันคนมีโอกาสถูกส่งไปยังภูมิภาคดังกล่าว

การส่งกำลังเพิ่มเติมครั้งนี้สะท้อนถึงความตึงเครียดในพื้นที่ตะวันออกกลางที่ยังคงสูงขึ้น และสหรัฐฯยังคงยึดมั่นในความพยายามเสริมความมั่นคงและเตรียมความพร้อมสำหรับสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว

"การส่งกำลังครั้งนี้สำคัญต่อการรักษาเสถียรภาพในภูมิภาค" แหล่งข่าวระบุการตัดสินใจครั้งนี้สะท้อนถึงความเร่งด่วนและความมุ่งมั่นในภารกิจของสหรัฐฯ

ที่มา : Sputnik

 

สู้วิกฤตพลังงาน!! รัฐบาลอินโดนีเซียไฟเขียว WFH หวังลดใช้น้ำมันช่วงตะวันออกกลางปะทุ ใช้มาตรการทำงานจากบ้านสัปดาห์ละ 1 วัน ติดตามสถานการณ์น้ำมันและสงครามอย่างใกล้ชิด

รัฐบาลอินโดนีเซียประกาศเตรียมใช้มาตรการทำงานแบบยืดหยุ่น เริ่มต้นกับเจ้าหน้าที่รัฐ โดยยอมให้ทำงานจากที่บ้านได้สัปดาห์ละหนึ่งวัน เพื่อลดผลกระทบจากราคาน้ำมันและพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นตลอดช่วงสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง

'แอร์ลังกา ฮาร์ตาร์โต' รัฐมนตรีประสานงานประจำกระทรวงกิจการเศรษฐกิจ ระบุผ่านแถลงข่าวเมื่อวันที่ 19 มี.ค. ว่า "นโยบายนี้ช่วยลดการใช้น้ำมันเบนซินลงได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเหลือเพียง 1 ใน 5 ของงบประมาณที่เคยใช้จ่ายตามปกติ" พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลยังคงติดตามสถานการณ์ราคาน้ำมันและสถานการณ์สงครามอย่างใกล้ชิดเพื่อการปรับมาตรการในอนาคต

นโยบายนี้จะเริ่มบังคับใช้กับเจ้าหน้าที่รัฐเป็นหลัก แต่ภาคเอกชนสามารถนำไปปรับใช้ได้ด้วย โดยรายละเอียดทางเทคนิครอการสรุปเพิ่มเติม คาดว่าจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้

เหตุการณ์ราคาน้ำมันสู่ภาวะผันผวนจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังส่งผลกระทบต่อตลาดพลังงานโลก ทำให้อินโดนีเซียซึ่งเน้นการบริหารจัดการพลังงานอย่างเข้มงวด ต้องออกนโยบายเพื่อลดการใช้พลังงานและสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจรวมถึงสังคมในประเทศ

ที่มา : Xinhua

อาหรับเตือนทรัมป์ อย่าเปิดเกมถล่มพลังงานอิหร่าน อาหรับไม่เอาสงครามพลังงาน เตือนทรัมป์โจมตีอิหร่าน เท่ากับจุดชนวนหายนะ

รายงานจาก The Wall Street Journal (WSJ) และสำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งในช่วงวันที่ 22 มีนาคม 2026 ระบุว่ากลุ่มประเทศอาหรับแถบอ่าวเปอร์เซียได้ส่งคำเตือนไปยังรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เกี่ยวกับการขู่โจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่าน

รายงานระบุว่าชาติอาหรับกังวลว่าหากสหรัฐฯ โจมตีโรงไฟฟ้าหรือโรงงานพลังงานของอิหร่าน จะนำไปสู่การตอบโต้ (Reprisals) ที่รุนแรง ซึ่งจะพุ่งเป้ามายังโรงผลิตน้ำจืด (Desalination plants) และแหล่งพลังงานในฝั่งอาหรับเอง ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะขาดแคลนน้ำและไฟฟ้าไปทั่วทั้งภูมิภาค

เจ้าหน้าที่จากหลายประเทศอาหรับแสดงความไม่พอใจที่พวกเขามีอิทธิพลในการโน้มน้าวการตัดสินใจของรัฐบาลทรัมป์น้อยมาก แม้จะมีการลงทุนและมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นมานาน

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้ยื่นคำขาดให้เวลาอิหร่าน 48 ชั่วโมง (เส้นตายคือวันที่ 23 มีนาคม 2026) ในการเปิด ช่องแคบฮอร์มุซ ให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติอย่างปลอดภัย หากไม่ทำตาม ทรัมป์ขู่ว่า เขาจะสั่งโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่านให้สิ้นซาก โดยระบุว่าจะเริ่มจากโรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดก่อน

ด้าน อิหร่านประกาศชัดเจนผ่านประธานรัฐสภาและโฆษกกองทัพว่า หากโครงสร้างพื้นฐานของตนถูกโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและระบบไอทีทั่วทั้งภูมิภาค (ซึ่งรวมถึงประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ให้ที่ตั้งฐานทัพสหรัฐฯ) จะตกเป็นเป้าหมายที่ชอบธรรมในการโจมตีทันที อิหร่านขู่ว่าจะปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างถาวรจนกว่าโรงไฟฟ้าที่ถูกทำลายจะได้รับการซ่อมแซมจนเสร็จ

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1253448603610164/?rdid=k5F3yvCX0n8L2tRs#

แพทย์จีนผ่าตัดสำเร็จ ทีมแพทย์จีนในเซียร์ราลีโอน ช่วยรักษาข้อเท้าผู้ป่วยบาดเจ็บ ถ่ายทอดความรู้เสริมทักษะแพทย์ท้องถิ่น สานความร่วมมือเพื่อยกระดับสุขภาพ

ทีมแพทย์ชาวจีนชุดที่ 27 ปฏิบัติภารกิจในประเทศเซียร์ราลีโอนประสบความสำเร็จในการผ่าตัดรักษาไมก์ โฟเดย์ บาร์โยห์ ผู้ป่วยอุบัติเหตุรถสามล้อ ที่บาดเจ็บข้อเท้าซ้ายจนเกือบต้องตัดขา

หวงเสียนเจ๋อ รองหัวหน้าแพทย์แผนกศัลยกรรมกระดูก จากโรงพยาบาลเซียงหย่าแห่งที่ 2 มหาวิทยาลัยจงหนาน ให้การประเมินและวางแผนผ่าตัดฉุกเฉิน หลังพบการติดเชื้อรุนแรงในข้อเท้าผู้ป่วย

การผ่าตัดเน้นกำจัดเนื้อตายและใช้โครงยึดตรึงกระดูกจากภายนอกเพื่อจัดข้อให้เข้าที่ พร้อมควบคุมการติดเชื้อ โดยทีมแพทย์จีนร่วมกับอับดุลไลห์ บาห์ ศัลยแพทย์เซียร์ราลีโอน ดำเนินการภายใต้การควบคุมการติดเชื้ออย่างเข้มงวด

หวงเสียนเจ๋อเผยว่า "การผ่าตัดใช้เวลาราว 1 ชั่วโมงครึ่ง และมีการสาธิตขั้นตอนวางยาสลบแก่แพทย์ท้องถิ่น เพื่อถ่ายทอดความรู้และเสริมทักษะ" ผู้ป่วยคาดว่าจะฟื้นตัวดีในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ด้านบาร์โยห์ ขอบคุณทีมแพทย์จีนที่ช่วยชีวิตเท้าเขาไว้ ขณะที่อับดุลไลห์ บาห์ ชมเชยทีมแพทย์จีนว่าช่วยเสริมสร้างระบบสาธารณสุขท้องถิ่นผ่านการแบ่งปันความรู้และเทคนิคมาตรฐาน การผ่าตัดครั้งนี้สะท้อนความร่วมมือด้านการแพทย์ระหว่างจีนกับเซียร์ราลีโอน และเป็นสัญญาณบวกสำหรับการพัฒนาระบบสุขภาพในอนาคต

ที่มา : Xinhua

ฟิลิปปินส์อ่วม!! ปิดปั๊มน้ำมัน 403 แห่ง เกิดจากราคาน้ำมันพุ่งสูงทั่วประเทศ รัฐเร่งสอบโยงกักตุน-ปั่นราคา คาดน้ำมันพอใช้ถึงกลางเดือนเม.ย.

สำนักงานตำรวจแห่งชาติฟิลิปปินส์เปิดเผยว่าในวันจันทร์ที่ 23 มี.ค. 69 มีสถานีบริการน้ำมันกว่า 400 แห่งทั่วประเทศต้องหยุดให้บริการ เนื่องจากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

โฆษกสำนักงานตำรวจ 'แรนดูล์ฟ ตูอาโน' เผยว่า จำนวนสถานีบริการน้ำมันที่ปิดตัวเพิ่มเป็น 403 แห่ง จาก 273 แห่งเมื่อวันที่ 18 มี.ค. โดยสถานีบริการน้ำมันทั้งหมดที่ได้รับการติดตามมีจำนวน 14,313 แห่งทั่วประเทศ และคาดว่าปริมาณน้ำมันยังพอใช้ได้จนถึงกลางเดือนเมษายนนี้

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีเกี่ยวกับการจำหน่ายเชื้อเพลิงผิดกฎหมาย การกักตุน และการหากำไรเกินควรในหลายพื้นที่ นอกจากนี้ยังประสานงานกับกระทรวงพลังงานเพื่อสอบสวนและเฝ้าระวังสถานีบริการน้ำมันที่ปิดทำการ เนื่องจากมีข้อสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับการปั่นราคาน้ำมันในบางราย

สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความตึงเครียดในตลาดพลังงานฟิลิปปินส์ที่ต้องเผชิญกับราคาน้ำมันที่ผันผวน ส่งผลกระทบต่อประชาชนและการบริหารจัดการพลังงานของรัฐบาลอย่างเร่งด่วน

ที่มา : Xinhua

วิเคราะห์ศึกอิหร่าน ชำแหละแผนสหรัฐฯ บุกอิหร่าน นักวิเคราะห์ชี้เสี่ยงพังทั้งยุทธศาสตร์ ภาพลักษณ์มหาอำนาจ สหรัฐฯ พลาดข่าวกรอง แผนรบ เสี่ยงเขย่าเศรษฐกิจ ความมั่นคงโลก

อดีตนายทหารสวีเดนชี้ ปฏิบัติการสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน “เร่งรีบ-ขาดการวางแผน” เสี่ยงเขย่าเศรษฐกิจและความมั่นคงโลก

มิคาเอล วัลเตอร์สสัน อดีตนายทหารกองทัพสวีเดนและผู้เชี่ยวชาญด้านป้องกันภัยทางอากาศ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Sputnik โดยประเมินว่า ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ที่มุ่งเป้าไปยังอิหร่าน เป็นการดำเนินการที่ “สมัครเล่นและวางแผนมาไม่ดี” พร้อมเตือนว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจส่งผลกระทบในวงกว้างต่อทั้งเศรษฐกิจโลกและเสถียรภาพด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ

วัลเตอร์สสันมองว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนถึง “ความล้มเหลวครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ ทั้งในด้านข่าวกรองและการวางแผน” โดยเฉพาะหากมีการพิจารณาเปิดปฏิบัติการโจมตีเกาะคาร์ก (Kharg Island) ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ เขาระบุว่า แนวคิดดังกล่าวดูเหมือนจะเป็นความพยายามอย่างเร่งด่วนเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง ท่ามกลางแรงกดดันด้านพลังงานและความมั่นคงทางทะเล

ในมุมของผู้เชี่ยวชาญรายนี้ อิหร่านยังคงมีขีดความสามารถเพียงพอที่จะสร้างความเสียหายอย่างหนักแก่ฝ่ายที่เปิดฉากโจมตี โดยเฉพาะในช่วงสุดท้ายของปฏิบัติการยกพลขึ้นบก ซึ่งถือเป็นช่วงที่มีความเปราะบางมากที่สุดสำหรับกองกำลังรุก

เขาอธิบายว่า หากสหรัฐฯ ต้องการเปิดฉากโจมตีในลักษณะดังกล่าว ขั้นตอนแรกจำเป็นต้องกวาดทุ่นระเบิดออกจากเส้นทางเดินเรือก่อน แต่เรือเฉพาะทางที่ปฏิบัติภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดเหล่านี้ จะกลายเป็นเป้าหมายสำคัญของฝ่ายอิหร่านทันที เนื่องจากมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของปฏิบัติการ

นอกจากนี้ จำนวนกำลังพลของอิหร่านที่ประจำอยู่บนเกาะยังไม่มีการเปิดเผยอย่างชัดเจน แต่วัลเตอร์สสันคาดว่าอาจมีมากกว่ากำลังรบขนาดหน่วยนาวิกโยธินเฉพาะกิจ หรือ Marine Expeditionary Unit (MEU) เพียง 1 หน่วย ซึ่งหมายความว่า หากสหรัฐฯ ต้องการยกพลขึ้นบกให้สำเร็จ อาจต้องใช้กำลังสนับสนุนจาก MEU หลายหน่วย พร้อมยอมรับความเสี่ยงต่อการสูญเสียอย่างหนักในช่วงเปิดฉาก

อีกหนึ่งปัจจัยที่เขาเห็นว่าเป็นจุดอ่อนสำคัญ คือ เรือสะเทินน้ำสะเทินบกของสหรัฐฯ จำเป็นต้องเข้าใกล้ชายฝั่งเพื่อสนับสนุนภารกิจยกพลขึ้นบก ซึ่งทำให้เรือเหล่านี้กลายเป็นเป้าหมายมูลค่าสูงของฝ่ายป้องกันทันที โดยเฉพาะหากอิหร่านยังคงมีระบบอาวุธต่อต้านเรือพร้อมใช้งาน

วัลเตอร์สสันยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า หากสหรัฐฯ สูญเสียเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ หรือ LPH แม้เพียงลำเดียว ก็อาจกลายเป็นความเสียหายเชิงสัญลักษณ์ครั้งใหญ่ ไม่ใช่แค่ในทางยุทธวิธีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงภาพลักษณ์ของสหรัฐฯ ในฐานะมหาอำนาจทางทหารที่ถูกมองว่าแทบไร้เทียมทาน

ในด้านการสนับสนุนทางอากาศ วัลเตอร์สสันประเมินว่า แม้กองทัพสหรัฐฯ จะมีศักยภาพสูงในการโจมตีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ขนาดใหญ่ แต่กลับเผชิญข้อจำกัดอย่างมากเมื่อต้องรับมือกับหน่วยรบขนาดเล็กของอิหร่านที่มีความคล่องตัวสูง และติดอาวุธด้วยขีปนาวุธต่อต้านเรือ รวมถึงขีปนาวุธพื้นสู่อากาศ

เขาระบุว่า การใช้เฮลิคอปเตอร์เพื่อสนับสนุนการรบระยะใกล้ในพื้นที่เช่นนี้มีความเสี่ยงสูงเกินไป ขณะที่การใช้โดรน แม้จะช่วยทดแทนได้บางส่วน แต่ก็ยังมีข้อจำกัดด้านพิสัยและความต่อเนื่องของปฏิบัติการ โดยเฉพาะหากยังไม่สามารถยึดพื้นที่ตั้งหลักที่มั่นคงได้

โดยสรุป วัลเตอร์สสันมองว่า หากสหรัฐฯ เดินหน้าปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านโดยปราศจากการประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้าน ก็อาจต้องเผชิญทั้งความสูญเสียทางทหาร ความเสียหายเชิงยุทธศาสตร์ และผลกระทบในระดับโลก ทั้งต่อเส้นทางพลังงาน เศรษฐกิจระหว่างประเทศ และเสถียรภาพด้านความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ที่มา : Sputnik

เตือนทั่วโลก!! สหรัฐฯ แจ้งเตือนพลเมืองทั่วโลก โดยเฉพาะตะวันออกกลาง รับมือความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เฝ้าระวังเหตุคุกคาม เช็กประกาศจากสถานทูตใกล้บ้าน

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แนะนำให้พลเมืองอเมริกันทั่วโลก โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ชาวอเมริกันที่อยู่ต่างประเทศควรปฏิบัติตามคำแนะนำในประกาศเตือนด้านความปลอดภัยที่ออกโดยสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลสหรัฐฯ ที่อยู่ใกล้ที่สุด ทั้งนี้ การปิดน่านฟ้าเป็นระยะอาจส่งผลให้การเดินทางเกิดความติดขัดหรือหยุดชะงักได้

สถานที่ทำการทางการทูตของสหรัฐฯ รวมถึงพื้นที่นอกตะวันออกกลาง ตกเป็นเป้าหมายมาแล้ว ขณะที่กลุ่มที่สนับสนุนอิหร่านอาจพุ่งเป้าไปยังผลประโยชน์อื่น ๆ ของสหรัฐฯ ในต่างประเทศ หรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐอเมริกาและ/หรือชาวอเมริกันทั่วโลก

ขอให้ลงทะเบียนที่ step.state.gov เพื่อรับประกาศเตือนด้านความปลอดภัยล่าสุด และติดตามช่อง “U.S. Department of State - Security Updates for U.S. Citizens” บน WhatsApp หรือบัญชี @TravelGov บน X

เมื่อวางแผนการเดินทาง ควรอ่านคำแนะนำการเดินทาง (Travel Advisory) และข้อมูลรายละเอียดของจุดหมายปลายทางอย่างรอบคอบ รวมถึงประกาศเตือนล่าสุดที่ travel.state.gov/destination

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1370980751734634&id=100064681657178&post_id=100064681657178_1370980751734634&rdid=tWkBMgj2WRmmyIby#

สหรัฐฯชี้ช่องดีล!! วิกฤตอิหร่านอาจมีทางออก ‘ทรัมป์’ เผยกำลังเจรจา ยังไม่โจมตีโรงไฟฟ้า 5 วัน พร้อมเปิดโต๊ะคุยยุติความขัดแย้ง

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวว่า ขณะนี้สหรัฐฯ กำลังพูดคุยกับ “บุคคลที่เหมาะสม” ในอิหร่าน พร้อมระบุว่า ฝ่ายอิหร่าน “ต้องการทำข้อตกลงอย่างมาก”

ทรัมป์กล่าวเมื่อวันอังคารจากทำเนียบขาวว่า

“บรรดาผู้นำ [ของอิหร่าน] นั้นจากไปกันหมดแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าจะต้องคุยกับใคร แต่ในความเป็นจริง เรากำลังพูดคุยกับคนที่เหมาะสม และพวกเขาต้องการทำข้อตกลงอย่างมาก... แล้วเราคงต้องรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวด้วยว่า มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ และ เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ เป็นส่วนหนึ่งของทีมเจรจาฝ่ายอเมริกันที่กำลังดำเนินการหารือกับอิหร่าน

ทรัมป์กล่าวระหว่างพิธีสาบานตนรับตำแหน่งของ มาร์กเวย์น มัลลิน ในฐานะรัฐมนตรีคนใหม่ของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (DHS) ว่า

“ขณะนี้เราอยู่ระหว่างการเจรจา พวกเขากำลังดำเนินการเรื่องนี้ร่วมกับมาร์โกและเจดี เรามีคนหลายคนที่กำลังทำงานเรื่องนี้อยู่”

ทรัมป์ยังเน้นย้ำอีกว่า ทางการเตหะรานได้ตกลงแล้วว่า อิหร่านจะไม่มีวันครอบครองอาวุธนิวเคลียร์

ก่อนหน้านี้ในสัปดาห์นี้ ทรัมป์ประกาศว่า เขาจะชะลอการโจมตีโรงไฟฟ้าในอิหร่านออกไปอย่างน้อย 5 วัน และอ้างว่าขณะนี้กำลังมีการเจรจาเพื่อยุติสงครามอยู่

ที่มา : Sputnik

WMO ชี้โลกผิดสมดุล!! สภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ความร้อนปี 2025 ร้อนสุดในรอบหลายสิบปี ก๊าซเรือนกระจกเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง มหาสมุทรดูดซับความร้อนระดับสูงสุด

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) รายงานว่าโลกกำลังเผชิญกับสภาพภูมิอากาศที่เสียสมดุลมากกว่าที่เคยบันทึกไว้ หลังจากวันที่ 23 มีนาคม องค์การเผยข้อมูลความเข้มข้นก๊าซเรือนกระจกเพิ่มขึ้นจนทำให้ชั้นบรรยากาศและมหาสมุทรอุณหภูมิสูงอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับปรากฏการณ์น้ำแข็งละลายทั่วโลก

รายงานสถานะภูมิอากาศโลกปี 2025 เน้นย้ำว่าช่วงปี 2015-2025 เป็นทศวรรษที่ร้อนที่สุด โดยปี 2025 มีอุณหภูมิสูงกว่าค่าเฉลี่ยช่วงปี 1850-1900 ราว 1.43 องศาเซลเซียส และเป็นปีที่ร้อนเป็นอันดับ 2 หรือ 3 ของประวัติศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนในเหตุการณ์สภาพอากาศสุดโต่ง เช่น คลื่นความร้อนและพายุหมุนเขตร้อน ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมอย่างหนัก

ในโพสต์รายงาน ระบุว่า "มหาสมุทรดูดซับพลังงานความร้อนมากเทียบเท่าการใช้พลังงานของมนุษย์ถึง 18 เท่าต่อปี" โดยปี 2025 ปริมาณความร้อนสะสมในมหาสมุทรลึก 2,000 เมตรถึงจุดสูงสุดตั้งแต่ปี 1960 นอกจากนี้ ก๊าซเรือนกระจกหลักอย่างคาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน และไนตรัสออกไซด์ ก็ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อีกทั้งรายงานยังเป็นฉบับแรกที่รวมตัวชี้วัดความไม่สมดุลของพลังงานบนโลก ซึ่งวัดอัตราส่วนพลังงานที่ไหลเข้าสู่และออกจากโลก พบว่าความไม่สมดุลนี้พุ่งสูงสุดในปี 2025 และเพิ่มขึ้นในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ชี้ให้เห็นว่าภาวะโลกร้อนและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมยังคงทวีความรุนแรง

ที่มา : Xinhua

NASA เดินเกมใหม่!! เลิกยึดติดสถานีโคจร มุ่งตั้งหลักบนดวงจันทร์อย่างถาวร เน้นสร้างฐานพื้นผิวอย่างยั่งยืน ตั้งเป้าลงจอดทุก 6 เดือน

องค์การนาซา (NASA) ประกาศเปลี่ยนแผนภารกิจอวกาศด้วยการระงับการพัฒนาสถานีอวกาศโคจรรอบดวงจันทร์ในรูปแบบเดิม และมุ่งเน้นพัฒนาฐานบนพื้นผิวดวงจันทร์แทน เพื่อเร่งภารกิจส่งมนุษย์กลับสู่ดวงจันทร์อย่างยั่งยืนและต่อเนื่อง

นาซาเผยว่าจะใช้ฮาร์ดแวร์จากภาคพาณิชย์และอุปกรณ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อให้ภารกิจลงจอดบนพื้นผิวดวงจันทร์เกิดขึ้นบ่อยขึ้น มีเป้าหมายลงจอดทุก 6 เดือน พร้อมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและการสาธิตนวัตกรรมเทคโนโลยี ทั้งภารกิจหุ่นยนต์และการสนับสนุนมนุษย์ในระยะยาว

พร้อมกันนี้ นาซาวางแผนส่งยานอวกาศที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานนิวเคลียร์ชื่อ "สเปซ รีแอกเตอร์-1 ฟรีดอม" มุ่งหน้าสู่ดาวอังคารก่อนสิ้นปี 2028 เป็นครั้งแรกของยานระหว่างดาวเคราะห์ที่ใช้พลังงานนิวเคลียร์ พร้อมโครงการส่งหุ่นยนต์ลงจอดดวงจันทร์ไม่เกิน 30 ภารกิจ เริ่มปี 2027 และภารกิจสำรวจวิทยาศาสตร์อื่น ๆ

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ของนาซาที่ต้องการสร้างฐานสำรวจอย่างยั่งยืนบนดวงจันทร์ รองรับการปฏิบัติงานมนุษย์ในอนาคต และต่อยอดความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของภารกิจอวกาศระยะยาวในระบบสุริยะ

ที่มา : Xinhua


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top