Friday, 5 June 2026
World

เฮซบอลเลาะห์ฟื้นกำลัง เร่งฟื้นศักยภาพหลังสงครามปี 2024 ยิงจรวดโจมตีอิสราเอล 100 ลูก ใช้ยุทธศาสตร์สงครามกองโจรใหม่ ยังได้แรงหนุนจากอิหร่านและทางการเงิน

เฮซบอลเลาะห์เร่งฟื้นกำลัง ปรับยุทธศาสตร์สู้ใหม่ หลังสงครามปี 2024 เขย่าศักยภาพหนัก

สถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณพรมแดนอิสราเอล-เลบานอนกลับมาเป็นที่จับตาอีกครั้ง หลังมีรายงานว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศ “ไอรอนโดม” ของอิสราเอลสามารถสกัดจรวดได้เพียงครึ่งหนึ่ง จากทั้งหมด 100 ลูกที่เฮซบอลเลาะห์ยิงโจมตีเข้าใส่อิสราเอลเมื่อวันที่ 11 มีนาคมที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มติดอาวุธจากเลบานอนยังคงมีศักยภาพในการตอบโต้ แม้จะผ่านการสูญเสียอย่างหนักจากสงครามในปี 2024

ก่อนหน้านี้ เฮซบอลเลาะห์ยังคงหลีกเลี่ยงการเปิดฉากปฏิบัติการแบบกองโจรอย่างเต็มรูปแบบในพื้นที่ตอนใต้ของเลบานอน แม้จะมีการกล่าวหาว่าอิสราเอลละเมิดข้อตกลงหยุดยิงที่ทำไว้เมื่อเดือนตุลาคม 2024 มากถึง 10,000 ครั้งก็ตาม ความอดทนและการชะลอการตอบโต้ของกลุ่ม ถูกมองว่าเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาจังหวะและประเมินสถานการณ์ เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับความขัดแย้งรอบใหม่ที่อาจรุนแรงกว่าเดิม

หนึ่งในประเด็นสำคัญคือ ท่าทีของเฮซบอลเลาะห์ต่อความเป็นไปได้ของสงครามที่เกี่ยวข้องกับอิหร่าน โดยมีรายงานว่า ในช่วงปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา นายกัสเซมได้ออกมาระบุอย่างเปิดเผยว่า คนกลางที่เกี่ยวข้องกับการเจรจาพยายามเรียกร้องให้เฮซบอลเลาะห์รับปากว่าจะไม่เข้าแทรกแซง หากเกิดความขัดแย้งกับอิหร่านในอนาคต แต่กลุ่มจะไม่วางตัวเป็นกลางในสถานการณ์เช่นนั้น

นักวิเคราะห์บางรายมองว่า เฮซบอลเลาะห์ตระหนักดีว่า ไม่ว่าจะมีบทบาทหรือไม่ ก็อาจตกเป็นเป้าหมายจากอิสราเอลอยู่แล้ว ดังนั้น การเตรียมพร้อมเพื่อป้องกันตนเองจึงกลายเป็นทางเลือกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ท่าทีดังกล่าวยังสะท้อนว่ากลุ่มไม่ได้มองความขัดแย้งในมิติของเลบานอนเพียงอย่างเดียว แต่เชื่อมโยงกับสมการความมั่นคงระดับภูมิภาคอย่างชัดเจน

แม้สงครามในปี 2024 จะสร้างความเสียหายรุนแรงต่อเฮซบอลเลาะห์ โดยเฉพาะการสูญเสียฐานที่มั่นแนวหน้าทางตอนใต้ใกล้ชายแดนอิสราเอล การสูญเสียขีปนาวุธจำนวนมาก รวมถึงการถูกตัดทอนเส้นทางเติมอาวุธจากซีเรีย แต่ผู้เชี่ยวชาญยังเชื่อว่า กลุ่มไม่ได้ถูกทำลายลงอย่างสิ้นเชิง ตรงกันข้าม เฮซบอลเลาะห์ยังคงเก็บสะสมอาวุธไว้ในฐานใต้ดินที่อยู่ลึกเข้าไปภายในเลบานอน ซึ่งแม้อิสราเอลจะพยายามทำลาย แต่ยังไม่สามารถจัดการได้อย่างเด็ดขาด

ยิ่งไปกว่านั้น โครงสร้างหลักของเฮซบอลเลาะห์ ทั้งในด้านการทหารและเครือข่ายพลเรือน ยังถือว่ายังคงอยู่ในระดับที่ทำให้กลุ่มสามารถดำรงบทบาทต่อไปได้ ไม่เพียงในฐานะกองกำลังติดอาวุธ แต่ยังรวมถึงฐานอิทธิพลทางสังคมและการเมืองภายในเลบานอนด้วย

อาลี ริซก นักวิเคราะห์ด้านความมั่นคงและการเมืองจากกรุงเบรุต มองว่า ในช่วงหลังสงคราม 66 วัน เฮซบอลเลาะห์พยายาม “ซื้อเวลา” เพื่อฟื้นฟูศักยภาพของตัวเอง หลังถูกโจมตีอย่างหนัก เขายังอ้างถึงข้อมูลรั่วไหลจากโทรเลขทางการทูตของสถานทูตสหรัฐฯ ประจำอิสราเอล ที่ระบุว่า เฮซบอลเลาะห์กำลังฟื้นกำลังในอัตราที่เร็วกว่าที่กองทัพเลบานอนจะสามารถสกัดหรือลดทอนขีดความสามารถของกลุ่มได้

มุมมองดังกล่าวสะท้อนว่า เฮซบอลเลาะห์อาจมองเห็นล่วงหน้าแล้วว่า การโจมตีครั้งใหม่จากอิสราเอลเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก จึงใช้ช่วงเวลาหลังสงครามเร่งปรับโครงสร้าง ฟื้นฟูคลังอาวุธ และเตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้าในอนาคต

สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าการฟื้นกำลัง คือการเปลี่ยนแปลงด้านยุทธศาสตร์ของเฮซบอลเลาะห์ โดยริซกระบุว่า กลุ่มกำลังหวนกลับไปใช้แนวทาง “สงครามกองโจร” มากขึ้น ซึ่งเป็นรูปแบบที่เคยเป็นจุดแข็งของเฮซบอลเลาะห์มาตั้งแต่ช่วงที่มีบทบาทโดดเด่นหลังปี 2006 เนื่องจากหากต้องเผชิญหน้ากับอิสราเอลในรูปแบบกองทัพต่อกองทัพโดยตรง เฮซบอลเลาะห์ย่อมเสียเปรียบอย่างมาก

ดังนั้น ยุทธศาสตร์ใหม่ของกลุ่มจึงเน้นการโจมตีแบบยืดหยุ่น ใช้การยิงขีปนาวุธควบคู่กับการเคลื่อนไหวเชิงกองโจร พยายามลดการเปิดเผยตำแหน่ง ลดการปรากฏตัวที่ชัดเจน และดำเนินงานด้วยความลับมากขึ้น เพื่อทำให้อิสราเอลมีเป้าหมายให้โจมตีน้อยลง ยุทธวิธีเช่นนี้ไม่เพียงช่วยลดความสูญเสีย แต่ยังทำให้เฮซบอลเลาะห์สามารถยืดการต่อสู้ให้ยาวนานและสร้างต้นทุนด้านความมั่นคงต่ออิสราเอลได้ต่อเนื่อง

อีกปัจจัยที่ทำให้เฮซบอลเลาะห์ยังคงยืนหยัดได้ คือความสามารถในการหล่อเลี้ยงกลุ่มทางการเงิน แม้จะเผชิญแรงกดดันรอบด้าน แต่นักวิเคราะห์เชื่อว่า กลุ่มยังได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง รวมถึงเครือข่ายผู้บริจาคและกลุ่มอิทธิพลบางส่วนภายในเลบานอนเอง สิ่งเหล่านี้ทำให้เฮซบอลเลาะห์ยังมีทรัพยากรเพียงพอสำหรับการรักษาโครงสร้างองค์กรและเดินหน้าฟื้นฟูศักยภาพทางทหารต่อไป

การกลับมาของเฮซบอลเลาะห์ในรูปแบบใหม่ จึงเป็นสัญญาณสำคัญต่อภูมิรัฐศาสตร์ตะวันออกกลาง เพราะแม้กลุ่มจะอ่อนแรงลงจากสงครามครั้งก่อน แต่ก็ยังไม่หมดศักยภาพ และกำลังปรับตัวเพื่อรับมือกับศัตรูที่เหนือกว่าทางเทคโนโลยีและกำลังรบ การผสมผสานระหว่างขีปนาวุธ เครือข่ายใต้ดิน การทำสงครามกองโจร และการได้รับแรงหนุนจากพันธมิตรภายนอก อาจทำให้เฮซบอลเลาะห์ยังคงเป็นหนึ่งในตัวแปรความมั่นคงที่อิสราเอลไม่อาจมองข้ามได้ในระยะต่อจากนี้

ที่มา :Sputnik

ญี่ปุ่นเจอหนัก!! คดีหลอกโอนเงินออนไลน์พุ่งไม่หยุด ความเสียหายจากมิจฉาชีพสูงสุดในประวัติการณ์ ปี 2025 เสียหายพุ่งทะลุ 1.04 หมื่นล้านเยน บริษัทเสียหายพุ่งกว่า 4 เท่า

(12 มี.ค. 69) สำนักงานตำรวจแห่งชาติญี่ปุ่นเผยว่าในปี 2025 การโอนเงินผ่านระบบธนาคารออนไลน์ที่เกิดจากการถูกมิจฉาชีพหลอกลวงทำให้เกิดความเสียหายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 1.04 หมื่นล้านเยน หรือราว 2.08 พันล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นราว 1.7 พันล้านเยนจากปีที่ผ่านมา

ในรายงานระบุว่า บุคคลทั่วไปเป็นผู้เสียหายราว 55% ของยอดความเสียหายทั้งหมด ขณะที่บริษัทต่าง ๆ มีความเสียหายราว 45% มูลค่าความเสียหายของบริษัทอยู่ที่ประมาณ 4.7 พันล้านเยน เพิ่มขึ้นเกือบ 4 เท่าจากปีก่อน

การฉ้อโกงแบบฟิชชิง ครองสัดส่วนสูงสุดถึง 90% ของความเสียหายทั้งหมด โดยมีจำนวนกรณีโอนเงินผิดกฎหมายเพิ่มขึ้นสูงสุดมากกว่า 2.45 ล้านกรณี หรือเพิ่มขึ้นกว่า 7.3 แสนกรณีเมื่อเทียบกับปีก่อน

นอกจากนี้ จำนวนรายงานเว็บไซต์ปลอมก็เพิ่มขึ้นเกิน 1 ล้านกรณี และการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ หรือมัลแวร์เรียกค่าไถ่ มีจำนวน 226 กรณี เพิ่มขึ้น 4 กรณี สัดส่วนผู้เสียหายถึงราว 60% เป็นบริษัทขนาดเล็กถึงกลาง

ผลสำรวจพบว่าเกือบร้อยละ 50 ของบริษัทที่ถูกโจมตีด้วยมัลแวร์เรียกค่าไถ่ต้องเสียค่าใช้จ่ายฟื้นฟูข้อมูลมากกว่า 10 ล้านเยน โดยมี 5 กรณีที่เสียหายมากเกิน 100 ล้านเยน สะท้อนว่าการโจมตีไซเบอร์ส่งผลกระทบรุนแรงทั้งทางเศรษฐกิจและความมั่นคงในญี่ปุ่น

ที่มา : Xinhua

เกาหลีเหนือซัดญี่ปุ่น!! ประณามแผนติดตั้งขีปนาวุธ ยกระดับความตึงเครียดในภูมิภาค เตือนญี่ปุ่นเสี่ยงข้ามเส้นแดง เสริมแกร่งคลังอาวุธเร็วขึ้น

(13 มี.ค. 69) เกาหลีเหนือออกแถลงการณ์ประณามแผนการของญี่ปุ่นในการติดตั้งขีปนาวุธพิสัยไกล โดยเตือนว่าสิ่งนี้จะเพิ่มความตึงเครียดในภูมิภาคและคุกคามความมั่นคงโดยรวม รายงานจากสำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) เมื่อวันศุกร์ระบุว่า กรุงโตเกียวได้ติดตั้งขีปนาวุธต่อต้านเรือ Type-12 รุ่นปรับปรุงที่มีพิสัยยิงไกลขึ้นในจังหวัดคุมาโมโตะ

และมีแผนติดตั้งเพิ่มเติมในจังหวัดชิซูโอกะ ฮอกไกโด และมิยาซากิ เริ่มตั้งแต่ปีหน้า เปียงยางเตือนว่าการติดตั้งขีปนาวุธแบบเต็มรูปแบบจะทำให้ญี่ปุ่นมีความสามารถโจมตีประเทศเพื่อนบ้านทั่วหมู่เกาะญี่ปุ่น

KCNA ย้ำว่าความมั่นคงในภูมิภาคทรุดหนักจากการฟื้นคืนของลัทธิทหารนิยมญี่ปุ่นที่ "ไม่สำนึกผิดต่อความโหดร้ายในอดีต และหมกมุ่นอยู่กับความต้องการรุกรานใหม่" ขีปนาวุธ Type-12 ที่ซึ่งสามารถยิงจากภาคพื้นดิน ทะเล หรืออากาศ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการเตรียมความพร้อมของญี่ปุ่นสำหรับโจมตี "ฐานที่มั่นของศัตรู"

เปียงยางระบุว่าเป้าหมายของขีปนาวุธเหล่านี้อาจเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่ญี่ปุ่นมองว่าเป็น "ภัยคุกคาม" และ "ความท้าทายเชิงยุทธศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุด" พร้อมเตือนว่าหากญี่ปุ่นยังเดินหน้าแผนนี้ต่อไปมีความเสี่ยงที่จะข้าม "เส้นแดง" และนำไปสู่ผลร้ายต่อหมู่เกาะญี่ปุ่นเอง

ที่มา : Sputnik

Sharara สะดุด!! ลิเบียเปลี่ยนเส้นทางน้ำมัน เพลิงไหม้ท่อส่งน้ำมันดิบ NOC เร่งเบนเส้นทาง-ประคองการผลิต คาดซ่อมแซมสองวันเสร็จ

(18 มี.ค. 69) บรรษัทน้ำมันแห่งชาติของลิเบีย (National Oil Corporation) แจ้งว่าได้เปลี่ยนเส้นทางการลำเลียงน้ำมันจากแหล่งชารารา (Sharara) ไปยังท่อส่งทางเลือกหลังเกิดเพลิงไหม้จากการรั่วไหลบนท่อส่งน้ำมันดิบเพื่อส่งออก โดยยืนยันว่าการผลิตยังดำเนินต่อไปและไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

ในแถลงการณ์ บริษัทระบุว่าการเปลี่ยนเส้นทางครั้งนี้จะช่วย "ลดความสูญเสียได้อย่างมีนัยสำคัญ" น้ำมันจะถูกส่งไปผ่านท่อส่งของแหล่งเอลฟีล (El Feel) ไปยังท่าเรือเมลลิตาห์ (Mellitah) และส่งต่อไปยังคลังเก็บน้ำมันในเมืองซาวิยา (Zawiya)

อย่างไรก็ตาม วิศวกรเปิดเผยกับรอยเตอร์ว่าหลังเกิดเหตุระเบิด กำลังการผลิตถูกทยอยหยุดลง คาดว่าจะต้องใช้เวลาราว 2 วันในการซ่อมบำรุงและประเมินความเสียหาย

แหล่งน้ำมันชาราราเป็นหนึ่งในแหล่งน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดของลิเบีย มีกำลังการผลิตสูงสุดถึง 320,000 บาร์เรลต่อวัน และประสบเหตุหยุดชะงักหลายครั้งตั้งแต่การลุกฮือที่ได้รับการสนับสนุนจากนาโตในปี 2011 ซึ่งนำไปสู่การโค่นอำนาจของ 'มูอัมมาร์ กัดดาฟี'

ที่มา : Sputnik

จีนดันนโยบายเด็ก!! คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปจีน ออกแนวปฏิบัติส่งเสริมสวัสดิภาพเด็ก ผสานนโยบายสังคมและบริการสาธารณะ เน้นคุ้มครองสิทธิและสร้างสภาพแวดล้อมดี

(18 มี.ค. 69) เมื่อวันอังคารที่ 17 มี.ค. คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน ร่วมกับสำนักงานคณะทำงานแห่งชาติด้านเด็กและสตรี ภายใต้คณะรัฐมนตรีจีน ประกาศแนวปฏิบัติใหม่เพื่อส่งเสริมการพัฒนาในเชิงสร้างสรรค์ที่เป็นมิตรกับเด็กทั่วประเทศ เป้าหมายหลักเพื่อคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์ของผู้เยาว์ตามกฎหมาย พร้อมสนับสนุนการเติบโตที่สมบูรณ์และสุขภาวะของเด็กอย่างรอบด้าน

แนวปฏิบัติดังกล่าวอาศัยประสบการณ์จากโครงการนำร่องในเมืองต่างๆ ที่เน้นการเป็นมิตรกับเด็ก โดยเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมมือขับเคลื่อนนโยบายและมาตรการทุกด้าน ทั้งในสังคม การให้บริการสาธารณะ การคุ้มครองสิทธิ รวมถึงพื้นที่และสภาพแวดล้อมการพัฒนาของเด็ก

ในแง่การปฏิบัติจริง แนวปฏิบัตินี้สนับสนุนการปรับปรุงบริการสาธารณะและนโยบายเด็กให้ได้รับสิทธิประโยชน์โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย รวมถึงมาตรการในด้านการศึกษา การแพทย์ การเดินทาง กีฬา และกิจกรรมนันทนาการ เพื่อให้เด็กได้รับการดูแลอย่างเต็มที่

ทั้งนี้ยังเน้นการเสริมสร้างความปลอดภัยของเด็กโดยประสานงานระหว่างครอบครัว โรงเรียน สังคม อินเทอร์เน็ต ภาครัฐ และระบบยุติธรรม พร้อมขยายกลไกป้องกันและลดความเสี่ยงอย่างลึกซึ้ง นายกฯจีนกล่าวว่า "อย่ามองยอดใช้เหนือความปลอดภัย" ซึ่งเป็นแนวทางในการดูแลเด็กอย่างรัดกุม

คณะกรรมการฯ และสำนักงานคณะทำงานแห่งชาติเหล่านี้จะยกระดับการประสานงานกับรัฐบาลท้องถิ่น เพื่อบูรณาการนโยบาย งบประมาณ และโครงการที่เกี่ยวข้องกับเด็กอย่างครอบคลุม ทั้งนี้ เพื่อสร้างความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องในการพัฒนาด้านนี้ที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล

ที่มา : Xinhua

“ทรัมป์” เตือนอิหร่าน!! หากกาตาร์ถูกโจมตีซ้ำ สหรัฐฯ พร้อมถล่ม South Pars ทั้งหมด หยุดโจมตีกาตาร์ ก่อนสหรัฐฯ เปิดฉากถล่มหนัก ย้ำการตอบโต้จะรุนแรงในระดับที่อิหร่านไม่เคยเผชิญมาก่อน

อิสราเอลได้ดำเนินการโจมตีอย่างรุนแรงต่อแหล่งก๊าซ South Pars ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญในอิหร่าน โดยทำความเสียหายเพียงบางส่วนของพื้นที่ทั้งหมด สหรัฐอเมริกาไม่ได้รับรู้ล่วงหน้าหรือมีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีดังกล่าว และประเทศกาตาร์ก็ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือความรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์นี้มาก่อน

ประธานาธิบดี 'โดนัลด์ เจ. ทรัมป์' ระบุว่า อิหร่านไม่ทราบหรือมีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการโจมตีนี้ และได้โจมตีสถานีก๊าซ LNG ของกาตาร์อย่างไม่เป็นธรรม "จะไม่มีการโจมตีใดจากอิสราเอลต่อแหล่ง South Pars อีก เว้นแต่อิหร่านจะโจมตีประเทศที่บริสุทธิ์อย่างกาตาร์ ซึ่งหากเกิดขึ้น สหรัฐฯ จะตอบโต้ด้วยการทำลายแหล่งก๊าซ South Pars อย่างรุนแรง" เขากล่าว

'ทรัมป์' ยังเน้นว่าเขาไม่ต้องการเห็นความรุนแรงที่มีผลกระทบระยะยาวกับอิหร่าน แต่จะไม่ลังเลหากกาตาร์ถูกโจมตีอีกครั้ง เหตุการณ์นี้บ่งบอกถึงความตึงเครียดในการเมืองตะวันออกกลาง และสะท้อนบทบาทของสหรัฐฯ ที่เตรียมรับมือสถานการณ์อย่างเข้มข้นในภูมิภาคนี้

ที่มา : https://www.facebook.com/photo/?fbid=2304149276759498&set=gm.1250081733946851&idorvanity=849053944049634

รัสเซียเตรียมคุ้มกันเรือ!! พิจารณาหน่วยอาวุธเคลื่อนที่รับผิดชอบ เสริมมาตรการความปลอดภัยทางทะเล ติดตามและตรวจตราเรือเข้มงวด เพิ่มอุปกรณ์ป้องกันและส่งเรือกองทัพร่วมคุ้มครอง

นิโคไล ปาตรูเชฟ ผู้ช่วยประธานาธิบดีรัสเซียและประธานคณะกรรมการทางทะเล เปิดเผยว่ารัสเซียกำลังพิจารณาแนวทางใหม่ในการคุ้มกันเรือที่ติดธงรัสเซีย โดยการร้องขอให้เรือเหล่านี้ได้รับการคุ้มกันจากหน่วยติดอาวุธเคลื่อนที่ที่ประสานงานผ่านกัปตันหรือเจ้าหน้าที่ในท่าเรือ

ปาตรูเชฟกล่าวในแถลงการณ์ว่า "แผนการนี้เป็นส่วนหนึ่งในมาตรการเสริมสร้างความมั่นคงทางทะเล" ซึ่งประเทศกำลังเผชิญภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นต่อเส้นทางเดินเรือเชิงพาณิชย์ รวมถึงความเสี่ยงจากการโจมตีของผู้ก่อการร้ายและก่อวินาศกรรมที่เกี่ยวข้องกับเรือรัสเซีย

นอกจากนี้ รัสเซียยังได้เสริมแกร่งการเฝ้าระวังและควบคุมกิจกรรมทางทะเลอย่างเข้มงวดมากขึ้น ทั้งการตรวจสอบเรือเข้ามาอย่างละเอียดและการติดตามเรือพาณิชย์แบบเรียลไทม์ เพื่อป้องกันเหตุโจมตีที่อาจเกิดขึ้นกับท่าเรือและเส้นทางเดินเรือ

ในส่วนของความปลอดภัยเพิ่มเติมนั้น ปาตรูเชฟยังระบุว่ากำลังพิจารณาติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันพิเศษบนเรือ รวมถึงความเป็นไปได้ในการส่งเรือของกองทัพเรือไปร่วมคุ้มกันกองเรือพาณิชย์ด้วย

ที่มา : Xinhua

ศึกอิหร่านบานปลาย!! เพนตากอนขอเพิ่มงบ ทะลุ 2 แสนล้านดอลลาร์ หวังเติมคลังอาวุธลุยศึกอิหร่าน ขัดคำมั่นควบคุมงบต่างประเทศ

เพนตากอนได้ยื่นคำขออนุมัติงบประมาณกว่า 2 แสนล้านดอลลาร์ต่อทำเนียบขาว เพื่อสนับสนุนปฏิบัติการสงครามในอิหร่าน รายงานของ 'The Washington Post' ระบุว่าตัวเลขนี้สูงกว่าระดับการใช้จ่ายปัจจุบันอย่างมาก และอาจเผชิญแรงต้านในสภาคองเกรส

ในช่วงสามสัปดาห์ที่ผ่านมา กองกำลังสหรัฐฯ และอิสราเอลได้ดำเนินปฏิบัติการโจมตีราวพันครั้ง ส่งผลให้ความต้องการเติมคลังอาวุธของเพนตากอนเร่งตัว รวมถึงค่าใช้จ่ายที่พุ่งเกิน 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์ในสัปดาห์แรกเท่านั้น

เจ้าหน้าที่เตือนว่า หากมีการอนุมัติงบเพิ่มเติม อาจก่อให้เกิดการต่อสู้ทางการเมืองครั้งใหญ่ เนื่องจากการสนับสนุนจากสาธารณชนยังค่อนข้างจำกัด ขณะที่ข้อเสนองบประมาณนี้ขัดแย้งกับคำมั่นก่อนหน้าที่ว่าจะควบคุมการใช้จ่ายทางทหารต่างประเทศ

เหตุการณ์นี้สะท้อนคำถามเกี่ยวกับขนาดและความยั่งยืนของปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ที่กำลังขยายตัวและอาจประสบแรงกดดันทั้งภายในและภายนอกประเทศ

ที่มา : Sputnik

UN เตือนแรง!! ส่งสารด่วนถึงสหรัฐฯ-อิสราเอล-อิหร่าน เรียกร้องหยุดสงครามก่อนบานปลาย สงครามตะวันออกกลางเสี่ยงควบคุมไม่อยู่ จี้ทุกฝ่ายกลับสู่โต๊ะเจรจา

'อันโตนิโอ กูเตร์เรส' เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลยุติสงครามที่กำลังบานปลายและทำให้พลเรือนได้รับความทุกข์ทรมานอย่างรุนแรง พร้อมเตือนว่าความขัดแย้งครั้งนี้ยังส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลกโดยเฉพาะประเทศที่กำลังพัฒนา

ในแถลงการณ์ยังสื่อสารถึงอิหร่านโดยตรงให้หยุดการโจมตีประเทศเพื่อนบ้านซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับสงครามครั้งนี้ โดยระบุว่า "คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติได้ประณามการโจมตีเหล่านี้ และมีคำสั่งให้ยุติการกระทำดังกล่าว รวมถึงการเปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ถูกปิดยืดเยื้อ

เลขาธิการ UN เน้นย้ำว่า "ถึงเวลาแล้วที่อำนาจแห่งกฎหมายจะต้องอยู่เหนือกฎแห่งการใช้กำลัง" และ "ถึงเวลาแล้วที่การทูตจะต้องเข้ามาแทนที่สงคราม" เพื่อยุติความขัดแย้งที่มีผลกระทบต่อผู้คนทั่วโลก

สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงเป็นเรื่องที่ทั่วโลกจับตามองในด้านการรักษาสันติภาพ โดยเฉพาะหลังจากเหตุการณ์ปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ส่งผลต่อทั้งเศรษฐกิจและความมั่นคงโลก

ที่มา : https://www.facebook.com/100063785130772/posts/1544869344315889/?rdid=YHMEZvDTYXDxM1Q8#

โลกเตือนอเมริกา จดหมายเปิดผนึกถึงชาวอเมริกัน เมื่อโลกเริ่มหวาดกลัวผู้นำสหรัฐฯ นี่ไม่ใช่เรื่องของซ้ายหรือขวา แต่คือเรื่องของสติและสันติภาพ


จดหมายเปิดผนึกถึงประชาชนชาวอเมริกัน

ผ่าน สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย

 

เรื่อง: เสียงสะท้อนจากประชาคมโลกต่อวิกฤตภาวะผู้นำและความมั่นคงสากล

เรียน พี่น้องประชาชนชาวอเมริกัน

ในฐานะพลเมืองของโลกที่เฝ้ามองประเทศของคุณด้วยความเคารพในหลักการประชาธิปไตยเสมอมา วันนี้มีความจำเป็นต้องส่งสารถึงพวกคุณด้วยความสัตย์จริงและด้วยความกังวลอย่างสูงสุด สิ่งที่โลกกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ไม่ใช่เพียงเกมการเมืองภายในของสหรัฐฯ แต่คือ "วิกฤตการณ์ระดับนานาชาติที่มีลมหายใจ"

 

ภาพที่ปรากฏต่อสายตาชาวโลกในขณะนี้ คือภาพของมหาอำนาจอันดับหนึ่งที่เลือกผู้นำผู้มีพฤติกรรมหลงใหลในอำนาจและขาดความยับยั้งชั่งใจ  ข้อเสนอที่ฟังดูเหลือเชื่ออย่างการเข้ายึดครองกรีนแลนด์ การยื่นคำขาดต่อคิวบา การข่มขู่จะบุกรุกเพื่อนบ้านอย่างเม็กซิโก หรือแม้แต่การพูดเรื่องการผนวกแคนาดาราวกับเป็นเพียงทรัพย์สินส่วนบุคคล สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ "ยุทธศาสตร์ที่ชาญฉลาด" แต่มันคือสัญญาณของความไม่มั่นคงทางจิตใจและภาวะผู้นำที่ถดถอย

"นี่ไม่ใช่พฤติกรรมปกติ และไม่ใช่ความแข็งแกร่ง แต่มันคือพฤติกรรมของคนที่กำลังคว่ำกระดานเกมเพียงเพราะตัวเองกำลังจะแพ้"

 

เราขอสื่อสารไปยังพวกคุณทุกคน ไม่ใช่แค่เพียงกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง

 

  เมื่อประธานาธิบดีของคุณใช้อำนาจในลักษณะ "เจ้าพ่อมาเฟีย" ข่มขู่และละเมิดอธิปไตยของประเทศอื่น คนทั่วโลกไม่มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียง แต่เรากลับต้องเป็นผู้รับ "ผลลัพธ์" จากการกระทำนั้น

  คำพูดที่ว่า "ฉันไม่ได้เลือกเขา" อาจใช้เป็นข้ออ้างในวงสนทนาได้ แต่ใช้ไม่ได้ในเวทีโลก เมื่อประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ในมือมหาศาลกำลังสั่นคลอนเสถียรภาพของทุกภูมิภาค

  นี่คือระบบของคุณ นี่คือประธานาธิบดีของคุณ และสุดท้ายแล้ว นี่คือความรับผิดชอบของคุณ

เรามองเห็นชายวัยใกล้ 80 ปี ที่มีสภาพจิตใจเสื่อมถอยอย่างเห็นได้ชัด ผู้นำที่ไม่มีแผนการระยะยาวและทำตัวเหมือนไม่มีอะไรสำคัญอีกต่อไปหลังจากที่ตนเองจากโลกนี้ไปแล้ว คือผู้นำที่อันตรายที่สุด เพราะเขาไม่มีอะไรจะเสีย แต่อีโก้ของเขากลับต้องการการตอบสนองอยู่ตลอดเวลา

.

ทำไมครอบครัวในเอเชีย ยุโรป อเมริกาใต้ หรือออสเตรเลีย ต้องตื่นมาพร้อมความกังวลเรื่องสงครามหรือวิกฤตเศรษฐกิจ เพียงเพราะอเมริกาไม่สามารถจัดการปัญหาภายในบ้านของตัวเองได้?

นี่ไม่ใช่เรื่องของฝ่ายซ้ายหรือฝ่ายขวา แต่มันคือเรื่องของ "สติสัมปชัญญะขั้นพื้นฐาน" เมื่อสงครามเริ่มขึ้นหรือพันธมิตรแตกสลาย มันจะไม่มีปุ่มรีเซ็ตให้พวกเราอีกต่อไป

 

เราขอเรียกร้องให้พวกคุณลุกขึ้นมารับผิดชอบต่อสถานการณ์ที่พวกคุณมีส่วนสร้างขึ้น

1. ใช้กลไกทางรัฐธรรมนูญและระบบที่มีอยู่เพื่อยับยั้งและควบคุมผู้นำคนนี้

2. ตรวจสอบและถอดถอนหากเห็นว่าภาวะจิตใจไม่เหมาะสมกับการครองอำนาจ

3. กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเร็วที่สุด ก่อนที่ความเสียหายจะเกินเยียวยา

พวกเราที่เหลือในโลกนี้เพียงแต่อยากใช้ชีวิต เลี้ยงดูลูก และทำหน้าที่ของตนเองไปในแต่ละวัน เราไม่อยากตื่นมาพบกับสงครามโลกครั้งที่ 3 เพียงเพราะชายชราคนหนึ่งต้องการรู้สึกมีอำนาจเป็นครั้งสุดท้าย

อเมริกาต้องจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อย ก่อนที่ทุกอย่างจะพังทลายลงด้วยน้ำมือของคนเพียงคนเดียว

ด้วยความเคารพในเสรีภาพและสันติภาพ

 

ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง

อดีตสมาชิกวุฒิสภา ประเทศไทย

18 มีนาคม 2569

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top