Sunday, 7 June 2026
World

จีนจัดมหกรรมกีฬา “โอลิมปิกหุ่นยนต์” สุดอลังการ รวม 280 ทีมจาก 16 ประเทศ ร่วมโชว์เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์

(18 ส.ค. 68) จีนเปิดฉากการแข่งขัน World Humanoid Robot Games หรือที่ถูกขนานนามว่า “โอลิมปิกหุ่นยนต์” ณ กรุงปักกิ่ง โดยจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15–17 สิงหาคม มีทีมเข้าร่วมกว่า 280 ทีมจาก 16 ประเทศ รวมทั้งสหรัฐฯ เยอรมนี และบราซิล โดยเป็นผลงานจากมหาวิทยาลัย 192 ทีม และจากภาคเอกชน 88 ทีม เช่น Unitree และ Fourier Intelligence ของจีน

สำหรับการแข่งขันมีทั้งกีฬามนุษย์ เช่น วิ่ง-ฟุตบอล-ปิงปอง และภารกิจเฉพาะทางของหุ่นยนต์ เช่น คัดแยกยา ขนย้ายวัสดุ และแข่งทำความสะอาด ไฮไลต์คือการแข่งฟุตบอลที่หุ่นยนต์วิ่งชนกันล้มระเนระนาด และการวิ่งระยะ 1,500 เมตร ซึ่งหุ่นบางตัวพังกลางทางก่อนเข้าเส้นชัย สร้างเสียงฮือฮาให้ผู้ชม ขณะที่บัตรเข้าชมเปิดขายในราคา 128–580 หยวน (ราว 600–2,900 บาท)

แม้หุ่นยนต์จำนวนมากยังต้องพึ่งพามนุษย์ช่วยพยุง แต่หลายตัวก็สามารถลุกขึ้นเองได้ ซึ่งได้รับเสียงปรบมือจากผู้ชม นักพัฒนาและนักวิจัยย้ำว่า ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเป็นบทเรียนสำคัญ เพราะช่วยเก็บข้อมูลการเคลื่อนไหว การประสานงาน และการแก้ปัญหาของหุ่นยนต์ ซึ่งจะต่อยอดไปสู่การใช้งานจริงในโรงงานและสายการผลิต

ทั้งนี้ การแข่งขันดังกล่าวสะท้อนถึงการลงทุนมหาศาลของจีนในเทคโนโลยีหุ่นยนต์และ AI เพื่อรับมือสังคมสูงวัยและการชิงความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมกับสหรัฐฯ โดยก่อนหน้านี้จีนเพิ่งจัด “มาราธอนหุ่นยนต์” และเปิดงานประชุมหุ่นยนต์ระดับโลก รวมถึงมีร้านค้าขายหุ่นยนต์โดยเฉพาะ นักวิเคราะห์ชี้ว่านี่คือสัญญาณว่าไม่เพียงแต่รัฐบาล แต่สังคมจีนในวงกว้างก็กำลังตื่นตัวและยอมรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในชีวิตประจำวัน

ไขความลับ!! ทำไม ‘ปูติน’ ที่พูดอังกฤษ–เยอรมันคล่อง แต่ยังเลือกใช้ล่าม..ช่วยในการประชุมการทูตระดับสูงเสมอ

(18 ส.ค. 68) ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน แห่งรัสเซีย แม้จะพูดได้ทั้งรัสเซีย อังกฤษ และเยอรมันอย่างคล่องแคล่ว แต่กลับยังคงเลือกใช้ล่ามในการประชุมการทูตระดับสูงเสมอ ล่าสุดในการประชุมกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ปูตินปิดท้ายด้วยคำภาษาอังกฤษว่า “Thank you so much” และ “And next time in Moscow” สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก

ทักษะภาษาอังกฤษของปูตินไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เนื่องจากเขาเคยเป็นเจ้าหน้าที่ KGB ที่ต้องทำงานในต่างประเทศ โดยเฉพาะช่วงที่ประจำการในเมืองเดรสเดิน เยอรมนีตะวันออก ซึ่งทำให้เขาพูดเยอรมันได้คล่อง และต่อมาได้พัฒนาภาษาอังกฤษจนถึงขั้นเข้าใจแทบทั้งหมด ถึงขนาดเคยแก้ไขคำแปลของล่ามได้เอง

โฆษกเครมลิน ดมิทรี เพสคอฟ (Dmitry Peskov) อธิบายว่า เหตุผลที่ปูตินเลือกใช้ล่าม ไม่ได้มาจากข้อจำกัดด้านภาษา แต่เพื่อความเป็นทางการและความรอบคอบในการเจรจา อีกทั้งยังช่วยให้มี “พื้นที่เล่นเชิงการทูต” เช่น การหลีกเลี่ยงคำถามอ่อนไหวจากนักข่าวด้วยการทำทีเหมือนไม่เข้าใจ

อย่างไรก็ตาม ปูตินเคยใช้ภาษาอังกฤษและเยอรมันด้วยตนเองในหลายโอกาสสำคัญ เช่น การให้สัมภาษณ์ CNN เรื่องสงครามจอร์เจียปี 2008 การประกาศเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ World Expo 2020 ในปี 2013 และการประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับชาวเยอรมันเมื่อต้นปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นชัดว่า การใช้ล่ามเป็นยุทธศาสตร์การเมือง มากกว่าปัญหาด้านทักษะภาษา

เศรษฐกิจ ‘จีน’ ดึงดูดบริษัทต่างชาติหน้าใหม่เข้าลงทุน ดันศูนย์เทคโนโลยีอาหาร และอุตสาหกรรมยานยนต์เติบโต

(18 ส.ค. 68) บริษัทข้ามชาติหลายแห่งกำลังเพิ่มการลงทุนในจีน ท่ามกลางความเชื่อมั่นในตลาดที่เติบโตต่อเนื่อง ที่โรงงาน Taiho Kogyo ในเมืองหยานไถ มณฑลซานตง แขนกลและแรงงานมืออาชีพผลิตแบริ่งเครื่องยนต์ และคอมเพรสเซอร์ส่งให้ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่เช่นโตโยต้า (Toyota) กับฟ็อลคส์วาเกิน (Volkswagen) รวมถึงตลาดมอเตอร์ไซค์หรูในจีน

บริษัท Taiho Kogyo สาขาจีนได้รับอิสระเต็มที่จากสำนักงานใหญ่ญี่ปุ่นในการพัฒนาและผลิตสำหรับตลาดจีนโดยเฉพาะ ทำให้สามารถตอบสนองความต้องการของตลาดได้รวดเร็วและใช้ประโยชน์จากศักยภาพการเติบโตของจีน ขณะเดียวกัน Louis Dreyfus Company ของยุโรปลงทุนสร้างศูนย์อุตสาหกรรมเทคโนโลยีอาหารมูลค่า 7 พันล้านหยวนในชิงเต่า คาดแล้วเสร็จปี 2027 จะผลิตโปรตีนอาหารสัตว์ น้ำมันและฟอสโฟไลปิดตามเป้า พร้อมสร้างงานราว 200 ตำแหน่ง

CJ Group จากเกาหลีใต้ก็ขยายการลงทุนในจีนเช่นกัน โดยเพิ่มกำลังการผลิตกรดอะมิโนและวัตถุเจือปนอาหารในเมืองเลียวเฉิง มณฑลซานตง แสดงถึงความมั่นใจในโอกาสและตลาดจีน นายซน คยองชิก (Sohn Kyung-shik) ประธานบริษัทระบุว่า กลุ่มบริษัทมุ่งสร้างความร่วมมือเชิงลึกและโอกาสใหม่ ๆ ในจีน พร้อมรับมือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก

ทั้งนี้ ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า ในปีที่ผ่านมา จีนมีบริษัทลงทุนต่างชาติใหม่ 59,000 แห่ง เพิ่มขึ้น 9.9% และครึ่งปีแรก 2025 มีอีก 30,014 แห่ง เพื่อตอบสนองแนวทางเปิดตลาดจีนระดับสูง จีนยังออกแผนปฏิบัติการปี 2025 เพื่อสร้างเสถียรภาพการลงทุนต่างชาติ และปรับปรุงรายชื่ออุตสาหกรรมที่สนับสนุนการลงทุน ชี้ให้เห็นว่าเศรษฐกิจจีนยังคงเป็นจุดหมายสำคัญของนักลงทุนข้ามชาติ

FSB รัสเซียยืนยัน สกัดแผนบึ้มสะพานไครเมียสำเร็จ แฉ!! ‘ยูเครน’ วางแผนใช้คนขับรถระเบิดพลีชีพ…แบบไม่รู้ตัว

(18 ส.ค. 68) หน่วยงานความมั่นคงของรัสเซีย (FSB) แถลงยืนยันสามารถขัดขวางแผนก่อการร้ายของหน่วยข่าวกรองยูเครน ที่พยายามลอบวางระเบิดสะพานไครเมีย โดยซุกซ่อนวัตถุระเบิดแรงสูงไว้ในรถยนต์ พร้อมผู้ขับขี่ที่ไม่รู้ตัวว่าจะกลายเป็นมือระเบิดพลีชีพ

FSB ระบุว่า รถต้องสงสัยคันดังกล่าวเป็นเชฟโรเลต โวลต์ (Chevrolet Volt) เดินทางเข้ารัสเซียจากยูเครน ผ่านหลายประเทศ ก่อนเข้าสู่พรมแดนรัสเซีย-จอร์เจีย ที่จุดตรวจสากลเวอร์คห์นีย์ ลาร์ส (Verkhniy Lars) และถูกส่งต่อโดยรถบรรทุกรถยนต์เพื่อไปยังแคว้นคราสโนดาร์

อย่างไรก็ดี เจ้าหน้าที่รัสเซียสามารถตรวจพบและเก็บกู้วัตถุระเบิดได้ทัน ก่อนที่รถจะถูกส่งต่อให้คนขับรายใหม่ซึ่งไม่รู้แผนการดังกล่าว พร้อมจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับการลำเลียงวัตถุระเบิดทั้งหมดไว้ได้เรียบร้อยแล้ว

‘เจนเซน หวง’ ซีอีโอ Nvidia เผย ถ้าย้อนกลับไปเป็นวัยรุ่นอีกครั้ง ขอเลือกเรียน ‘วิทยาศาสตร์กายภาพ’ แทนสาย ‘ซอฟต์แวร์’

(18 ส.ค. 68) เจนเซน หวง (Jensen Huang) ซีอีโอและผู้ก่อตั้ง Nvidia กล่าวระหว่างการเดินทางที่ปักกิ่งว่า หากเขาอายุ 20 ปี และเพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัยในยุคนี้ จะเลือกศึกษาสาขาวิทยาศาสตร์กายภาพมากกว่าวิทยาศาสตร์ซอฟต์แวร์ โดยชี้ว่าสาขานี้ครอบคลุมการเรียนรู้เกี่ยวกับระบบที่ไม่มีชีวิต เช่น ฟิสิกส์ เคมี ดาราศาสตร์ และวิทยาศาสตร์โลก

ซีอีโอ Nvidia เล่าย้อนว่า ตนเองจบวิศวกรรมไฟฟ้าจากมหาวิทยาลัยรัฐโอเรกอน และต่อปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ก่อนจะก่อตั้ง Nvidia ในปี 1993 ที่ร้านอาหารเดนนี่ส์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ปัจจุบัน Nvidia กลายเป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงสุดในโลก และเพิ่งทำสถิติแตะมูลค่าตลาดกว่า 4 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

ซีอีโอ Nvidia ยังอธิบายพัฒนาการของ AI ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา โดยเริ่มจากยุค “Perception AI” ที่เน้นการรับรู้ภาพ ต่อมาเข้าสู่ยุค “Generative AI” ที่ AI สามารถสร้างภาษา ภาพ และโค้ดได้เอง และปัจจุบันคือยุค “Reasoning AI” ที่ AI สามารถเข้าใจ แก้ปัญหา และใช้เหตุผลได้ใกล้เคียงมนุษย์

สำหรับคลื่นลูกใหม่ หวงเรียกว่า “Physical AI” หรือ AI ที่เข้าใจกฎฟิสิกส์ แรงเสียดทาน ความเฉื่อย และเหตุ-ผล เช่น คาดการณ์การกลิ้งของลูกบอล หรือคำนวณแรงที่ใช้หยิบวัตถุไม่ให้เสียหาย ซึ่งเมื่อนำมารวมกับหุ่นยนต์ จะเป็นเทคโนโลยีสำคัญต่อโรงงานอัตโนมัติในอนาคต

หวงทิ้งท้ายว่า ภายใน 10 ปีข้างหน้า โรงงานและสายการผลิตทั่วโลกจะพึ่งพาหุ่นยนต์และ Physical AI มากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงาน และเป็นก้าวสำคัญของเศรษฐกิจอุตสาหกรรมยุคใหม่

จีนเผย 'บ็อกซ์ออฟฟิศ' ฤดูร้อน ทะลุ 1 หมื่นล้านหยวน ขณะที่หนังจีนพาเหรดยึดหัวหาด 3 อันดับแรก

ปักกิ่ง, 18 ส.ค. (ซินหัว) -- เมาเหยี่ยนและเบคอน สองแพลตฟอร์มจำหน่ายบัตรชมภาพยนตร์ของจีน รายงานว่ารายได้จากการจำหน่ายบัตรชมภาพยนตร์ (box office) ของจีน ช่วงฤดูร้อน ปี 2025 สูงเกิน 1 หมื่นล้านหยวน (ราว 4.52 หมื่นล้านบาท) เมื่อนับถึงวันจันทร์ (18 ส.ค.) โดยภาพยนตร์ที่ผลิตภายในประเทศครอง 3 อันดับแรก

รายงานระบุว่า 'เดด ทู ไรท์ส' (Dead To Rights) ภาพยนตร์เกี่ยวกับเหตุการณ์สังหารหมู่หนานจิงในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ครองอันดับหนึ่งด้วยรายได้จากการจำหน่ายบัตรชมภาพยนตร์ 2.6 พันล้านหยวน (ราว 1.17 หมื่นล้านบาท) เมื่อนับตั้งแต่เข้าฉายวันที่ 25 ก.ค. ที่ผ่านมา

อันดับสองคือ 'โนบอดี' (Nobody) ภาพยนตร์ภาคแยกจากซีรีส์แอนิเมชันชื่อดัง "นิทานพื้นบ้านจีน-เยา" (Yao-Chinese Folktales) ทำรายได้มากกว่า 1 พันล้านหยวน (ราว 4.52 พันล้านบาท) เมื่อนับตั้งแต่เข้าฉายวันที่ 2 ส.ค. ทำให้เป็นภาพยนตร์แอนิเมชันสองมิติที่ทำรายได้สูงสุดของจีน

'เดอะ ลิชี โรด' (The Lychee Road) ภาพยนตร์ย้อนยุคหวานปนขม ซึ่งดัดแปลงมาจากนวนิยายขายดีที่มีฉากหลังอยู่ในยุคราชวงศ์ถัง (ปี 618-907) ครองอันดับสามด้วยรายได้กว่า 670 ล้านหยวน (ราว 3.02 พันล้านบาท) เมื่อนับตั้งแต่เข้าฉายวันที่ 18 ก.ค. ที่ผ่านมา

อนึ่ง มหกรรมชมภาพยนตร์ช่วงฤดูร้อนของจีนตรงกับวันที่ 1 มิ.ย.-31 ส.ค. ถือเป็นหนึ่งในช่วงเก็บรายได้จากการจำหน่ายบัตรชมภาพยนตร์ที่มีความโดดเด่นมากที่สุดของจีน

(แฟ้มภาพซินหัว : คนเดินผ่านโปสเตอร์ภาพยนตร์ที่โรงภาพยนตร์แห่งหนึ่งในเมืองหนานจิง มณฑลเจียงซูทางตะวันออกของจีน วันที่ 17 ส.ค. 2025)

‘ทรัมป์’ เปิดทำเนียบขาวต้อนรับ ‘เซเลนสกี’ พร้อมผู้นำยุโรปร่วมถก ยุติสงคราม ‘รัสเซีย–ยูเครน’

(19 ส.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ เปิดทำเนียบขาวต้อนรับโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน เมื่อคืนวันที่ 18 ส.ค. ตามเวลาประเทศไทย เพื่อหารือแนวทางยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน โดยมีผู้นำยุโรป 7 ประเทศเข้าร่วม ขณะเดียวกันทรัมป์ยังได้โทรศัพท์หารือกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ระหว่างการประชุม

เซเลนสกีกล่าวว่าการเจรจาครั้งนี้เป็นไปในทิศทางที่ดี และยินดีที่สหรัฐฯ พร้อมให้หลักประกันด้านความมั่นคงแก่ยูเครน ส่วนทรัมป์ระบุว่ายุโรปคือแนวป้องกันด่านหน้า แต่สหรัฐฯ จะมีบทบาทช่วยเหลือ และไม่ปฏิเสธความเป็นไปได้ที่จะส่งกองกำลังรักษาสันติภาพไปยูเครน

ด้าน ผู้นำยุโรปอย่างฝรั่งเศสและเยอรมนียังคงยืนยันจุดยืนว่า ควรมีการหยุดยิงก่อนจะทำข้อตกลงสันติภาพ แต่ทรัมป์ชี้ว่าการหยุดยิงไม่จำเป็นต้องเป็นเงื่อนไข ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับท่าทีของรัสเซียมากกว่า นอกจากนี้ผู้นำเยอรมนีเผยว่า จะมีการตกลงจัดการประชุมผู้นำรัสเซีย-ยูเครนภายในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า

ทั้งนี้ หลังการหารือ ทรัมป์ยืนยันผ่าน Truth Social ว่า ได้พูดคุยกับปูตินเพื่อปูทางไปสู่การประชุมระหว่างผู้นำรัสเซียและยูเครน โดยสหรัฐฯ จะเป็นผู้ประสานให้ประเทศในยุโรปหลายชาติร่วมมอบหลักประกันด้านความมั่นคงแก่ยูเครน เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการสันติภาพต่อไป

‘เซเลนสกี’ ยิ้มร่า!! หลักประกันความมั่นคงใกล้เป็นจริง มาพร้อมแพ็กเกจอาวุธจากสหรัฐฯ มูลค่า 90,000 ล้าน

(19 ส.ค. 68) ประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ของยูเครน เปิดเผยหลังการหารือกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และผู้นำยุโรปว่า ข้อตกลงด้านหลักประกันความมั่นคงของยูเครนน่าจะได้ข้อสรุปภายใน 7–10 วัน โดยขณะนี้ประเทศพันธมิตรกำลังจัดทำเอกสารอย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้

เซเลนสกีกล่าวว่า สิ่งสำคัญคือสหรัฐฯ ส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะเข้ามามีส่วนร่วมในการประสานและเป็นผู้ร่วมรับรองหลักประกันความมั่นคงให้กับยูเครน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญ แม้การเจรจาสันติภาพกับรัสเซียยังไม่ใกล้ความจริง แต่เขายืนยันว่าการพบกับทรัมป์ในครั้งนี้เป็นการเจรจาที่ “ดีที่สุด” เท่าที่เคยมีมา

ผู้นำยูเครนยังระบุว่า ยูเครนพร้อมเจรจากับรัสเซียใน “ทุกรูปแบบ” และจะหารือเรื่องดินแดนกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินโดยตรง แม้ยังไม่มีการกำหนดวันพูดคุยอย่างเป็นทางการ ขณะเดียวกัน เซเลนสกีย้ำว่าประเด็นดินแดนจะเป็นเรื่องที่เขาและปูตินต้องเจรจาโดยตรงเท่านั้น

อีกด้านหนึ่ง ส่วนหนึ่งของหลักประกันความมั่นคงจะมาพร้อมกับแพ็กเกจอาวุธจากสหรัฐฯ มูลค่า 90,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งรวมถึงเครื่องบินและระบบป้องกันทางอากาศ พร้อมทั้งข้อตกลงใหม่ที่สหรัฐฯ จะซื้อโดรนจากยูเครนเมื่อการส่งออกเปิดทาง ถือเป็นผลลัพธ์สำคัญที่ช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศควบคู่กันไป

‘ทรัมป์’ เคลมบอกเป็นผู้สร้างสันติภาพบนโลก จากการยุติสงครามได้แล้ว 6 ครั้ง ใน 6 เดือน

(20 ส.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงพยายามวางภาพลักษณ์ตนเองในฐานะ 'ผู้สร้างสันติภาพ' โดยอ้างว่าตั้งแต่กลับเข้าทำเนียบขาวเมื่อต้นปี ได้ยุติสงครามแล้วถึง 6 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญมองว่าผลงานที่ทรัมป์กล่าวอ้างนั้น “ไม่ได้ชัดเจน” ว่าเป็นการยุติสงครามจริงตามที่ระบุ

หนึ่งในกรณีที่ถูกพูดถึงคือความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล–อิหร่าน หลังอิสราเอลโจมตีโครงการนิวเคลียร์ ทรัมป์สั่งโจมตีตอบโต้และกดดันสองฝ่ายจนยอมตกลงหยุดยิง แม้จะได้รับเครดิตว่าเป็นการยุติสงคราม แต่ผู้เชี่ยวชาญระบุว่านั่นเป็นเพียง “การหยุดชั่วคราว” ของสงครามเย็นระหว่างสองประเทศที่ยังคงดำเนินอยู่

อีกกรณีคือความตึงเครียดอียิปต์–เอธิโอเปีย จากโครงการสร้างเขื่อนกั้นแม่น้ำไนล์ แม้ทรัมป์เคยพยายามไกล่เกลี่ยแต่ไม่ประสบผลสำเร็จ กระนั้นเขายังโพสต์อ้างว่า “ช่วยยุติข้อพิพาท” ทั้งที่ความขัดแย้งยังดำเนินต่อ เช่นเดียวกับกรณีอินเดีย–ปากีสถาน ที่ทรัมป์บอกว่าสหรัฐฯ ช่วยกดดันจนเกิดการหยุดยิง แต่ทางอินเดียกลับปฏิเสธว่าไม่มีการเจรจากับสหรัฐฯ เกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าว

ในส่วนของเซอร์เบีย–โคโซโว และรวันดา–คองโก แม้ทรัมป์เคยมีบทบาทไกล่เกลี่ย แต่สถานการณ์ยังไม่สงบถาวร ขณะที่กรณีอาร์เมเนีย–อาเซอร์ไบจาน มีการลงนามข้อตกลงภายใต้การดูแลของสหรัฐฯ แต่ยังไม่ถึงขั้นเป็นสนธิสัญญาสันติภาพถาวร ทำให้หลายฝ่ายเห็นว่ายังเร็วเกินไปที่จะบอกว่า “สงครามสิ้นสุดแล้ว”

สำหรับไทย–กัมพูชา ความขัดแย้งชายแดนจบลงด้วยการหยุดยิง โดยทรัมป์อ้างว่ามีบทบาทสำคัญหลังขู่ระงับข้อตกลงการค้าหากทั้งสองฝ่ายหากยังสู้ต่อ นักวิเคราะห์บางส่วนยอมรับว่าการกดดันของสหรัฐฯ มีผลจริง แต่บทบาทของประเทศอื่น โดยเฉพาะมาเลเซีย ก็เป็นส่วนสำคัญในกระบวนการเจรจาเช่นกัน สะท้อนว่าภาพที่ทรัมป์ชูว่า “ยุติสงคราม 6 ครั้ง ใน 6 เดือน” อาจไม่ได้ชัดเจนตรงตามความเป็นจริงนัก

Sun Group ‘เวียดนาม’ ทุ่ม 2 พันล้านดอลลาร์ ปั้นศูนย์กลางเศรษฐกิจสร้าง Entertainment Complex ครบวงจร

(20 ส.ค. 68) ซันกรุ๊ป (Sun Group) หนึ่งในผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของเวียดนาม เปิดโครงการก่อสร้างคอมเพล็กซ์การค้าและความบันเทิง (Entertainment Complex) มูลค่า 2,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 79.8 ล้านล้านดอง (ราว 68,000 ล้านบาท) ในเมืองดานัง เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โครงการนี้ใช้ชื่อว่า “ดานัง ดาวน์ทาวน์” (Danang Downtown) ตั้งอยู่ริมแม่น้ำฮั่น เขตหวากวง 

สำหรับโครงการดังกล่าวจะประกอบด้วยสวนวัฒนธรรมและความบันเทิง โรงละคร ถนนช้อปปิ้งริมน้ำ พื้นที่สีเขียว และตึกระฟ้า 69 ชั้น สูง 408 เมตร ที่จะกลายเป็นอาคารสูงอันดับสองของเวียดนาม รองจาก Landmark 81 ในโฮจิมินห์ซิตี้

ขณะที่ ตึกหลักของโครงการจะรวมกับโรงแรมห้าดาว ออฟฟิศเกรด A คอนโดหรู ศูนย์การค้า ร้านอาหาร บาร์ ศูนย์ประชุม และจุดชมวิว โดยตั้งเป้าเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของเมืองและยกระดับดานังสู่ศูนย์กลางเศรษฐกิจ–การท่องเที่ยวระดับภูมิภาค

ทั้งนี้ เมืองดานังมีแผนผลักดันเป็นมหานครสำคัญของเวียดนาม หลังการควบรวมพื้นที่กับจังหวัดกว๋างนามจนกลายเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศ ปัจจุบันยังมี 2 มรดกโลกจากยูเนสโก สนามบิน 2 แห่ง และเตรียมตั้งเขตการค้าเสรีแห่งแรกของเวียดนาม โดยช่วงครึ่งแรกปี 2025 โดยเมืองนี้จะต้อนรับนักท่องเที่ยวต่อคืน จำนวน 5.8 ล้านคน เพิ่มขึ้นเกือบ 19% จากปีก่อน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top