Sunday, 7 June 2026
World

ดร.เลอพงษ์ ชี้!! ทรัมป์หวังโนเบลสันติภาพ แต่หนุนอาวุธให้อิสราเอลถล่มกาซา

(9 ส.ค. 68) ดร.เลอพงษ์ ซาร์ยีด นายกสมาคมนักเรียนเก่าไทย-อิหร่าน ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ ‘โดนัลด์ ทรัมป์’ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา โดยมีใจความว่า ...

ทรัมป์พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ได้รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพยกเว้น #ปาเลสไตน์

นายกรัฐมนตรีอาร์เมเนีย นิโคล ปาชินยัน และประธานาธิบดีอาเซอร์ไบจาน อิลฮัม อาลิเยฟ ร่วมลงนามสันติภาพอย่างเป็นทางการ ณ ทำเนียบขาวเมื่อคืนที่ผ่านมา 8 สิงหาคม 

การนำสองชาติที่เป็นคู่อริหลายทศวรรษมาเพื่อประชุมสันติภาพถือเป็นความพยายามทางการทูตของทรัมป์ และเป็นการลดบทบาทรัสเซียทางอ้อมเพื่อหวังผลประโยชน์ทางภูมิรัฐศาสตร์

โดยนายกฯอาร์เมเนียกล่าวว่า "ความพยายามไกล่เกลี่ยของทรัมป์สมควรได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ เหมือนที่ฮุนมาเนตจากเขมรได้กล่าวไปก่อนหน้า

#แต่ทรัมป์คนนี้กับส่งอาวุธให้อิสราเอลฆ่าผู้บริสุทธิ์ทุกวันในฉนวนกาซา

เปิดศึกคู่ใหม่ในอาเซียน ‘อินโดนีเซีย – มาเลเซีย’ พิพาท!! แหล่งน้ำมันอัมบาลัต ในทะเลสุลาเวสี

(10 ส.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

เปิดศึกคู่ใหม่ใน #อาเซียน 
ระหว่าง #อินโดนีเซีย กับ #มาเลเซีย 

มีข้อพิพาทเรื่องแหล่งน้ำมันอัมบาลัตในทะเลสุลาเวสี ทั้งมาเลเซียและอินโดนีเซียต่างอ้างกรรมสิทธิ์ในพื้นที่อันอุดมไปด้วยทรัพยากร

ด้านประธานาธิบดีอินโดนีเซีย พลเอก ปราโบโว ซูเบียนโต ให้ความมั่นใจว่าข้อพิพาทระหว่างเกาะสุลาเวสีและทะเลอัมบาลัตจะได้รับการแก้ไขด้วยการทูตและวิธีการที่สันติที่สุด

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากเกิดการทะเลาะวิวาทครั้งใหญ่บนโซเชียลมีเดียระหว่างชาวมาเลเซียและชาวอินโดนีเซีย หลังจากที่วิสมาปูตราประกาศเมื่อเร็วๆ นี้ว่าจะเปลี่ยนชื่อเมืองอัมบาลัตเป็นทะเลสุลาเวสี

ชาวอินโดนีเซียบางคนตะโกนคำขวัญต้องการทำสงครามกับมาเลเซีย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของอินโดนีเซียประกาศว่าการหารือทางการทูตขั้นสูงสุดยังคงดำเนินต่อไปเพื่อกำหนดการจัดการน้ำมันและก๊าซในพื้นที่ทะเลสุลาเวสี

Geely ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติจีน ปล่อยดาวเทียม 11 ดวง

(10 ส.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘Jaroensook Limbanchongkit Pone’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า …

ผู้ผลิตรถยนต์จีนก็ผลิตดาวเทียมเช่นกัน เมื่อคืนที่ผ่านมา มีการปล่อยดาวเทียม 11 ดวงจากทะเลในเกาะรื่อจ้าวของจีนอีกครั้ง

ดาวเทียมเหล่านี้มาจากบริษัทเอกชนจีนในเครือของ Geely และจะทำหน้าที่ระบุตำแหน่ง สื่อสาร และสนับสนุนการขับเคลื่อนอัตโนมัติสำหรับ EV ของ Geely

ด้วยการเปิดตัวครั้งนี้ Geely ได้ปล่อยดาวเทียมไปแล้ว 41 ดวง และจำนวนดาวเทียมทั้งหมดจะเพิ่มขึ้นเป็น 64 ดวงภายใน 2 เดือนข้างหน้า

หมดยุคลุง ‘ลีกาชิง’ ปิดฉาก!! ยุคทุนผูกขาดฮ่องกง วันนี้… ลมแห่งโอกาส ไม่พัดมาทางนี้ อีกแล้ว

(10 ส.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘สะใภ้จีนbyฮูหยินปักกิ่ง’ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ ‘ฮ่องกง’ โดยมีใจความว่า ...

ลุงลีกาชิง จากชายขายดอกไม้พลาสติก → เจ้าพ่ออสังหาฯ และสาธารณูปโภค → สัญลักษณ์ทุนผูกขาดฮ่องกง วันนี้… ลมแห่งโอกาส ไม่พัดมาทางนี้อีกแล้ว

ในอดีตฮ่องกง มีคำพูดหนึ่งที่คนท้องถิ่นเข้าใจกันดีว่า“คนฮ่องกง ตั้งแต่เกิดจนตาย ไม่มีวันหนีพ้นตระกูลลี” 

(คุ้นๆกับอาณาจักรSamsungในเกาหลีใต้ไหม) เพราะทุกสิ่งในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่บ้านที่อยู่ น้ำที่ดื่ม ไฟที่ใช้ โทรศัพท์ที่ต่อ จนถึงผ้าอ้อมเด็กที่คุณซื้อจากซูเปอร์มาร์เก็ต — เบื้องหลังอาจมีชื่อของ “ลี กา-ชิง” และเครือธุรกิจของเขาอยู่ทั้งนั้น

แต่วันนี้…ผู้ชายที่เคยเป็นเสมือนเข็มทิศเศรษฐกิจของฮ่องกงกำลังถอยออกจากเวทีอย่างเงียบๆจ้า โดยส่งสัญญาผ่าน“ตำแหน่ง” และ “กองสมบัติ”ที่ตระกูลนี้เคยถืออยู่ เมื่อปีนี้รัฐบาลฮ่องกงประกาศรายชื่อ คณะที่ปรึกษาพิเศษ — กลุ่มสมองและอิทธิพลสูงสุดที่ช่วยออกแบบนโยบายให้ผู้ว่าฯฮ่องกง
โดยปกติจะมีรายชื่อของ34 คนดังที่มีอิทธิพลสูงสุดในฮ่องกง ซึ่งในปีนี้นอกจากตำแหน่งของผู้ที่เสียชีวิตและเกษียณ ทุกคนได้ต่อวาระหมดยกเว้น… “ลี เจ๋อ-กี” ลูกชายคนโตทายาทของลุงLeeที่ถูกตัดออกแบบเฉพาะเจาะจง

ต่อมาไม่นานฮูหยินก็เริ่มเห็นข่าวตระกูลลีเทขายสมบัติรัว ๆ เช่น
• ช่วงพ.ค. ลดราคาคอนโดหรูในปักกิ่ง 30% หลังถือไว้นาน 23 ปี
• ช่วงก.ค. ปล่อยบ้านใน Greater Bay Area 400 ยูนิต ลดเหลือ 60% ของราคาเดิม ต่ำสุดราว 40 ล้านบาท หรือ
• กระทั่ง “บ้านแต่งงาน” ของลุงLee ที่เคยลั่นว่า “ไม่มีวันขาย” ก็มีข่าวลือว่ากำลังปล่อย 50,000 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง (แม้ลูกชายจะออกมาปฏิเสธ แต่กระแสสงสัยก็แรงเกินห้าม)

จากจุดเริ่มต้นของลุงLee คือการขาย “ดอกไม้พลาสติก”จนปี 1967 เกิดวิกฤติอสังหาฯ ราคาที่ดินร่วงแรง คนเทขายกัน แต่เขากลับสวนกระแสกว้านซื้อไว้ไม่กี่ปีให้หลังที่ดินเหล่านั้นราคาพุ่ง 20 เท่า — ทำให้เขาเห็นชัดว่า“ทำโรงงานสู้เก็งที่ไม่ไหว”จากนั้น ลุงLeeก็ใช้สูตรเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีก — ซื้อถูก+เก็บยาว+ปล่อยเช่าหรือขายกำไรทีหลัง เมื่อฮ่องกงเริ่มไม่มีช่องเก็งกำไร เขาก็ยกโมเดลนี้ไปเล่นในจีนแผ่นดินใหญ่ด้วยจ้า โดยเลือกเล่นงานเมืองใหญ่ทีละเมือง
แต่รู้ไหมว่า กิจการของลุงLeeไม่ได้แค่ผูกขาดชีวิตประจำวันจ้า เขาไม่ได้หยุดที่อสังหาฯหรอกนะ แต่เขาเล็งไปที่สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานเลย — น้ำ ไฟ โทรคมนาคม ท่าเรือ เพราะรู้ว่า ถ้าผูกขาดได้ก็เท่ากับ “นอนรอเงิน” 

(โดยในยุคนั้นฮ่องกงยังอยู่ใต้การปกครองอังกฤษ ทรัพยากรเหล่านี้ถูกทุนอังกฤษครองจนปี 1979 อังกฤษเริ่มมองหาคนท้องถิ่นที่คิดแบบทุนตะวันตกมารับช่วงและลี กา-ชิง ที่เติบโตภายใต้ระบบอังกฤษก็ลงล็อกพอดีด้วย+มีแรงหนุนจากกลุ่มธนาคาร HSBCเป็นหลัก) 
ผลลัพธ์คือ ฮ่องกงกลายเป็นเมืองที่ถูกทุนอสังหาฯ จับตัวประกัน 

ทั้งบ้านแพงติดอันดับโลก 

ของกินของใช้ก็ราคาโหด 

ประชาชนทำงานทั้งชีวิตยังซื้อบ้านไม่ได้

ซึ่งจริงๆปัญหานี้ รัฐบาลฮ่องกงมีแผนที่จะต้องแก้ และมีนโยบายที่จะเปลี่ยนให้เกาะฮ่องกงเป็นเมืองเทคโนโลยี

แต่…ในช่วงที่ฮ่องกงตั้งใจจะเปลี่ยนตัวเองเป็น “เมืองเทคโนโลยี” ผ่านโครงการCyberportที่รัฐบาลต้องการให้เป็นศูนย์บ่มเพาะสตาร์ทอัพแบบ Silicon Valley ดีลนี้กลับกลายเป็นโอกาสที่ลูกชายคนเล็กของลุงLeeใช้โอกาสในการฮุบที่ดิน แล้วแปลงเป็นอสังหาฯ หรูพื้นที่เพื่อเทคโนโลยีจริงๆเหลือเพียงเศษเสี้ยว และในหลายสิบปีที่ลุงLeeทำเงินมหาศาลจากฮ่องกง ซึ่งพอรัฐบาลจีนเข้ามาควบคุมฮ่องกงอย่างหนัก สุดท้ายทุนหลักๆกลับย้ายหนีกลับไปอังกฤษ และก็ทำให้พบว่า ตลอดระยะเวลาที่กลุ่มทุนใหญ่ครอบงำฮ่องกง … ที่ผ่านฮ่องกงไม่ได้รับการลงทุนในด้านเทคโนโลยีหรือสาธารณูปโภคอย่างที่ควร 

(ในมุมนี้ สื่อตะวันตกอาจจะเสนออีกมุม ต้องคิดกันเองจ้า)

ส่วนเรื่องการหยุดขายท่าเรือในคลองปานามาของลุงLeeที่เป็นกระแสโด่งดังก่อนหน้านี้ ที่ต้องหยุดฉะงักลง เพราะเป็นการสั่งเหยียบเบรคอย่างแรงจากแผ่นดินใหญ่ ท่าเรือในคลองปานามาและอีกกว่า 23 ประเทศเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญของโลก ซึ่งจีนไม่อยากโดนล้อมโดยสหรัฐฯแน่ คนในแผ่นดินใหญ่มองว่าเขาเป็นคนขายชาติ เป็นคนฝั่งอังกฤษไปแล้ว แน่นอนผลกระทบจากเรื่องนี้ ก็ทำให้การขยับเขยื้อนของลุงLeeถูกทางการจีนเพ่งเล็งแบบขีดสุด ต่อแต่นี้ไป เขาจะทำอะไร ขยับไปทางไหนก็คงยากขึ้น

ครั้งหนึ่ง คนฮ่องกงเคยเชื่อว่า “ตามลุงLeeไป ก็เจอโอกาส”แต่วันนี้ ลมแห่งโอกาส ไม่พัดไปทางนั้นแล้ว บางคนคิดว่านี่ไม่ใช่แค่การปิดฉากของมหาเศรษฐีคนหนึ่งแต่เป็นการสิ้นสุดของยุค “ทุนผูกขาด – เก็งกำไร – เก็บค่าเช่า” ที่เคยครอบงำเกาะฮ่องกงมาตลอด

‘มุฮัมหมัด ซาลาฮ์’ ตั้งคำถาม เหตุใด เปลเล่ห์ ปาเลสไตน์ ถึงถูกฆ่า!!

(10 ส.ค. 68) นักฟุตบอลชื่อดังที่ถูกเรียกว่า “เปลเล่ห์ ปาเลสไตน์” ได้เสียชีวิตในฉนวนกาซา เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2025

สุไลมาน โอเบด วัย 41 ปี ซึ่งเคยรับหน้าที่เป็นกัปตันทีมชาติปาเลสไตน์ ถูกทหารอิสราเอลยิงเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือด้านมนุยธรรมในพื้นที่ฉนวนกาซา

เขาเป็นหนึ่งในนักกีฬาและเยาวชนหลายร้อยคนที่เสียชีวิตจากการโจมตีครั้งนี้

โอเบด เคยมีบทบาทสำคัญในทีมชาติ และเป็นที่รู้จักในวงการฟุตบอลของปาเลสไตน์

‘จีน – รัสเซีย – เมียนมา’ กับความเป็นจริง ที่สื่อกล่าวหาว่า ‘เลือกข้างเขมร’ ‘คิด – วิเคราะห์ – แยกแยะ’ ทฤษฎีสมคบคิด รู้ไว้ใช่ว่า เผื่อจะตาสว่างขึ้น

(11 ส.ค. 68) ช่วงที่ผ่านมาหลายคนน่าจะได้ยินข่าวเรื่องที่จีนเอย รัสเซียเอย หรือแม้กระทั่งเมียนมา เลือกข้างฝั่งกัมพูชา แรกๆเอย่าก็เชื่อไปตามข่าวนั้นนะแต่พออเมริกาเข้ามาห้ามศึกในสงครามระหว่างไทย_กัมพูชา พร้อมกับการประกาศภาษีทรัมป์บ้าของไทยกับกัมพูชาในอัตราเท่ากัน มันก็ออกจะดูแปลกๆไปหน่อยไหม...

เอาเป็นว่าวันนี้เอย่าจะมาเล่าเรื่องที่ได้ยินมาอีกมุมแล้วให้ผู้อ่านได้คิด วิเคราะห์ แยกแยะ กันดู  มันอาจจะเป็นทฤษฎีสมคบคิดก็เป็นได้ แต่รู้ไว้ใช่ว่าเผื่อจะตาสว่างขึ้น

เรื่องมีอยู่ว่าตั้งแต่วันแรกของสงครามไทย-กัมพูชา มีเครื่องบินลำหนึ่งออกจากพนมเปญเพื่อจะไปลงที่ปักกิ่ง  แต่ทางจีนไม่อนุญาตให้เครื่องนี้ลง  เครื่องบินลำดังกล่าวจึงเบนหัวไปลงที่เกาหลีใต้  จากนั้นเครื่องเทคออฟต่อจากเกาหลีใต้ไปลงที่ฟิลิปปินส์ก่อนจะกลับมายังพนมเปญ

คำถามคือ
1. ทำไมทางการจีนไม่ต้อนรับเครื่องบินลำนี้
2. การที่บินมาลงที่เกาหลีใต้อาจจะพอเข้าใจได้ว่าเลือกประเทศภาคพื้นเพื่อเติมน้ำมัน  แต่การที่บินจากเกาหลีใต้ไปต่อยังฟิลิปปินส์ที่เป็นขี้ข้าอเมริกา นั่นเป็นการสื่อสารว่ามีการคุยกันหลังจากนั้นหรือเปล่า

มีนักทฤษฎีสมคบคิดวิเคราะห์เหตุการณ์นี้ว่า  ถ้าคิดแบบเรียบๆง่ายๆคือจีนเลือกไทยดังนั้นจีนจึงเลือกตัดไมตรีกับกัมพูชา ส่งผลให้กัมพูชาเลือกอเมริกามาเป็นพวก

แต่ในขณะเดียวกันหากคิดแบบนักทฤษฎีสมคบคิดแล้วละก็ เขาจะบอกว่าทั้งหมดนี้เป็นแผนของ CIA ให้เปิดประเด็นกับไทยโดยอ้างเรื่องเขตแดนตรงปราสาทตาเมือนธมและปราสาทตาควาย ซึ่งฝั่งรัฐบาลไทยก็พร้อมให้

สนับสนุนแผนนี้อยู่แล้ว เพื่อให้สถานการณ์ลุกลามจนมีการปักปันเขตแดนใหม่รวมถึงชายแดยบริเวณเกาะกูด-เกาะกงด้วย ซึ่งหนึ่งในผู้รับประโยชน์ตรงนี้คงไม่พ้นต้องมีบริษัทสัญชาติอเมริกันเข้าไปกินโต๊ะด้วยอย่างแน่นอน  อย่างไรก็ตามทางอเมริกาน่าจะมีแผนลับในใจไว้แล้วคือหากการเจรจาบนโต๊ะไม่เป็นผลอเมริกาก็จะใช้แผนกดดันทางเศรษฐกิจอย่างที่เราทราบมาห้ามทัพ  เพื่อเชิดหน้าว่าฉันคือฮีโร่ตำรวจโลกพร้อมกับเสนอส่งกองทัพมาประจำในกัมพูชาเพื่อคานอำนาจจีน

คาดว่าแผนนี้ทางจีนน่าจะล่วงรู้ก่อนและน่าจะเป็นฝ่ายเลือกจะตัดความสัมพันธ์กับทางกัมพูชาโดยสมบูรณ์นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทางกัมพูชาเลือกจะบินไปลงเกาหลีใต้และฟิลิปปินส์ตามที่เล่าไปข้างต้น

ส่วนทางรัสเซียที่สื่อพยายามจะโยงกัน เอาตรงๆจนถึงวันนี้ก็ยังไม่เห็นรัฐบาลรัสเซียออกมาถือหางอะไรทางกัมพูชาเลยมีแต่ข่าวที่สำนักข่าว TASS ของรัสเซียรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 กรกฎาคมว่ามาเรีย ซาคาโรวา โฆษกกระทรวงต่างประเทศรัสเซีย เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายหลีกเลี่ยงการยกระดับสถานการณ์และเข้าสู่การเจรจาเพื่อแก้ไขความขัดแย้งเท่านั้น

ส่วนฝั่งเมียนมานั้นยิ่งกว่า โดยไม่มีการประกาศอะไรออกมาเลยจากรัฐบาลกองทัพเมียนมาว่ายืนหยัดข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพราะสถานการณ์ในประเทศตนก็ไม่ใช่ว่าจะสงบ  ส่วนทางคนเมียนมาในไทยนี่ถึงขั้นด่าส่วนชาวโซเชียลขแมร์ว่าอย่าดึงคนพม่าไปเกี่ยวข้องด้วย เมียนมาไม่ได้มีความขัดแย้งกับไทย

จากทั้งหมดนี้เอย่าว่าเราควรจะฟังหูไว้หูนะการรับรู้ข่าวจากสื่ออาจจะต้องพิจารณาด้วยว่าสื่อที่นำมาเสนอนั้นเป็นของฝ่ายใดเพราะปัจจุบันนี้สื่อคือเครื่องมือชนิดหนึ่งที่สร้างความเข้าใจผิดในสังคม

ว่าไปแล้วเอย่าว่าเราควรมาจับจ้องสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ (9 สิงหาคม) ดีกว่า มีข่าวว่ากองร้อย KTLA ของนายพลเนอดา ยึดท่อแก๊สไทย-เมียนมาฝั่งตรงข้ามจังหวัดกาญจนบุรีพร้อมกับขู่ว่าจะระเบิดทิ้ง  มีข่าวมาว่างานนี้กองทัพเมียนมาไฟเขียวให้ฝั่งไทยจัดการเอง เพราะตอนนี้นายพลเนอดาก็อยู่ในประเทศไทย เพียงแต่ว่ากองทัพไทยจะกล้าพอที่จะจัดการจบปัญหานี้ไหมมากกว่า ได้ข่าวว่านายพลเนอดาสนิทกับคนใหญ่คนโตในกองทัพไทยและ CIA หลายคนรวมถึง เดวิด อูแบงก์ผู้นำของ Free Burma Ranger ด้วยนี่ ถ้าทางการไทยจับได้คงมีข่าวให้นำเสนอกันอีกยาวละคราวนี้

จีนกดดันสหรัฐฯ ลดข้อจำกัดส่งออกชิป AI แลกข้อตกลงการค้า ก่อนการประชุมสุดยอดผู้นำ

(11 ส.ค. 68) สำนักข่าวไฟแนนเชียลไทมส์รายงานว่า จีนต้องการให้สหรัฐฯ ผ่อนคลายมาตรการควบคุมการส่งออกชิปที่สำคัญต่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงทางการค้า เส้นตายในวันที่ 12 ส.ค. นี้ ก่อนการประชุมสุดยอดที่อาจเกิดขึ้นระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง

แหล่งข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่จีนได้แจ้งผู้เชี่ยวชาญในกรุงวอชิงตันว่า ปักกิ่งต้องการให้รัฐบาลสหรัฐฯ ลดข้อจำกัดในการส่งออกชิปหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (High-Bandwidth Memory: HBM) ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการประมวลผลด้าน AI โดยเฉพาะเมื่อใช้ร่วมกับหน่วยประมวลผลกราฟิกของบริษัท Nvidia

จีนกังวลว่ามาตรการควบคุมชิปหน่วยความจำแบนด์วิดท์สูงของสหรัฐฯ จะกระทบต่อความสามารถของบริษัทจีน เช่น หัวเว่ย ในการพัฒนาชิป AI ของตนเอง ขณะที่รัฐบาลสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าจำกัดการส่งออกชิประดับสูงเพื่อสกัดความก้าวหน้าในด้าน AI และการพัฒนาทางทหารของจีน

อย่างไรก็ตาม แม้มาตรการดังกล่าวจะกระทบต่อโอกาสทางการตลาดของบริษัทชิปสหรัฐฯ ในจีน ซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดเซมิคอนดักเตอร์ใหญ่ที่สุดของโลก แต่จีนก็ยังคงเป็นแหล่งรายได้สำคัญของผู้ผลิตชิปอเมริกัน

ผู้ประท้วงนับหมื่น!!...ลุกฮือในอิสราเอล ค้านแผน ‘เนทันยาฮู’ สั่งควบคุมฉนวนกาซา

(11 ส.ค. 68) Times of Israel รายงานว่า มีผู้ชุมนุมหลายพันคนในกรุงเทลอาวีฟและเมืองอื่น ๆ ของอิสราเอล รวมตัวประท้วงแผนการของนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ที่ต้องการควบคุมแถบฉนวนกาซาอย่างเต็มรูปแบบ 

ก่อนหน้านี้ เนทันยาฮูประกาศว่า อิสราเอลตั้งใจจะสร้างเขตความมั่นคงในกาซาและส่งต่อการควบคุมให้กับรัฐบาลพลเรือนชุดใหม่ พร้อมยืนยันว่าอิสราเอลไม่มีแผนที่จะควบคุมพื้นที่นี้ระยะยาว ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียเตือนว่าแผนขยายปฏิบัติการทางทหารของอิสราเอลจะทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคแย่ลง

ทั้งนี้ ผู้ประท้วงในหลายเมืองเรียกร้องให้มีการเจรจาต่อรองเรื่องตัวประกันและหยุดยิง ก่อนที่อิสราเอลจะเริ่มปฏิบัติการควบคุมกาซา โดยครอบครัวของตัวประกันเรียกร้องให้มีการหยุดงานทั่วประเทศ เนื่องจากหวั่นว่าแผนดังกล่าวอาจนำไปสู่ความสูญเสียของคนที่รัก

ตั้งแต่เหตุการณ์โจมตีจรวดครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ทำให้อิสราเอลเปิดปฏิบัติการ “Iron Swords” พร้อมปิดล้อมฉนวนกาซาอย่างสมบูรณ์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตทั้งสองฝ่ายหลายหมื่นคน และสถานการณ์ลุกลามขยายตัวจนกระทั่งเกิดการยิงขีปนาวุธไปมาระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน

คณะกรรมการมวยญี่ปุ่น (JBC) เรียกประชุมฉุกเฉิน หลังนักมวยเสียชีวิต 2 ราย จากอาการบาดเจ็บรุนแรงที่สมอง

(11 ส.ค. 68) คณะกรรมการมวยสากลญี่ปุ่น (JBC) เตรียมประชุมฉุกเฉินในวันอังคารนี้ (12 ส.ค.) หลังเกิดเหตุเศร้า นักมวย 2 คนเสียชีวิตจากการชกในรายการเดียวกันเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม ที่โถงโคระคุเอ็น ฮอลล์ กรุงโตเกียว ผู้เสียชีวิตคือ ชิเงโตชิ โคทาริ (Shigetoshi Kotari) รุ่นซูเปอร์เฟเธอร์เวต และ ฮิโรมาสะ อุราคาวะ (Hiromasa Urakawa) รุ่นไลต์เวต ซึ่งทั้งคู่มีอายุ 28 ปี และเสียชีวิตภายหลังผ่าตัดสมอง

สื่อท้องถิ่นรายงานว่า JBC พร้อมด้วยเจ้าของค่ายมวยและผู้เกี่ยวข้อง จะหารือมาตรการเพิ่มความปลอดภัยในวงการมวย รวมถึงปัญหาการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วที่อาจทำให้สมองเสี่ยงต่อการเลือดออก ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ต้องเร่งหาทางป้องกัน

หนึ่งในมาตรการเร่งด่วนที่ประกาศแล้ว คือการลดจำนวนยกในศึกชิงแชมป์ของสหพันธ์มวยตะวันออกและแปซิฟิก (OPBF) จาก 12 ยก เหลือ 10 ยก โดยเลขาธิการ JBC ระบุว่า ปัจจุบันนักชกญี่ปุ่นมีพลังการชกสูงขึ้นและสามารถออกหมัดหนักตั้งแต่ยกแรก การชกครบ 12 ยกอาจเป็นความเสี่ยงต่อความปลอดภัย

JBC ยังเตรียมเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากครูฝึกและผู้ดูแลนักมวย เพื่อหารือเรื่องวิธีลดน้ำหนักและการเตรียมร่างกายก่อนขึ้นชก โดยจะจัดการประชุมเชิงลึกด้านความปลอดภัยอีกครั้งในเดือนหน้า เพื่อหามาตรการระยะยาวลดความเสี่ยงการบาดเจ็บร้ายแรงในอนาคต

‘เบทาโกร เวนเจอร์ส’ ผนึกกำลัง BiomEdit จากสหรัฐฯ พัฒนาโซลูชันใหม่!! ลดการสูญเสีย-ยับยั้งสารพิษในอุตสาหกรรมไก่

(12 ส.ค. 68) เบทาโกร เวนเจอร์ส ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมด้วยการลงทุนร่วมกับพันธมิตรระดับโลกในรอบ Series B ของ BiomEdit บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพสหรัฐฯ เพื่อพัฒนาโซลูชันใหม่ลดการสูญเสียในอุตสาหกรรมไก่เป็นครั้งแรก ด้วยผลิตภัณฑ์ BE-101 แบคทีเรียปรับแต่งพันธุกรรมที่ช่วยป้องกันโรคลำไส้เน่าในไก่เนื้อ

ผลิตภัณฑ์ BE-101 หรือ “Optavant™” เป็นแอนติบอดีชนิดเวกเตอร์โปรไบโอติกตัวแรกของโลกที่ไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ ช่วยยับยั้งสารพิษที่ก่อโรคลำไส้เน่า สาเหตุหลักของความเสียหายทางเศรษฐกิจในอุตสาหกรรมปศุสัตว์ทั่วโลก ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนสุดท้ายของการขอใบอนุญาตจากกระทรวงเกษตรสหรัฐฯ และเตรียมวางจำหน่ายในปี 2569

นายชยธร แต้ไพสิฐพงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและธุรกิจใหม่ของเบทาโกร เผยว่าการลงทุนครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นในการพัฒนาโซลูชันสุขภาพสัตว์ที่ล้ำสมัย ตอบโจทย์ตลาดและยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมปศุสัตว์สู่ความยั่งยืน พร้อมเปิดโอกาสเรียนรู้และสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ร่วมกัน

BiomEdit ประกาศความสำเร็จในการระดมทุนรอบ Series B โดยมีนักลงทุนชั้นนำอย่าง Anterra Capital, Nutreco, Betagro Ventures, AgriZeroNZ และ Indiana’s Elevate Ventures ร่วมสนับสนุนมูลค่าราว 18.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนการพัฒนาและนำผลิตภัณฑ์สู่ตลาดได้อย่างมั่นคง นายอารอน ชัคท์ ซีอีโอของ BiomEdit กล่าวว่าเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นในการพลิกโฉมอุตสาหกรรมไก่เนื้อและเสริมสร้างความยั่งยืนในภาคปศุสัตว์สหรัฐฯ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top