Sunday, 28 June 2026
TheStatesTimes

เพื่อไทยเตรียมขน ส.ส.ลงพื้นที่ช่วยน้ำท่วมอยุธยา จี้!! รัฐบาลเร่งตรวจสอบระบบเตือนภัย ลดขั้นตอนราชการ เร่งช่วยประชาชน

(5 ต.ค. 64) น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า สถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนเป็นวงกว้าง ส.ส.และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ทั่วทุกพื้นที่ 

สำหรับในวันที่ 6 ต.ค.นี้ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย ส.ส.พรรคเพื่อไทย คนรุ่นใหม่ และว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.จะลงพื้นที่น้ำท่วมใน จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อมอบถุงยังชีพและของใช้จำเป็นให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ อ.ผักไห่ บางบาล และท่าเรือ ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำในสถานการณ์น้ำเหนือเพิ่มสูงขึ้น โดยในปีนี้มีประชาชนกว่า 20,000 ครัวเรือนกำลังรอความช่วยเหลือ

ครม.เห็นชอบจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มเติม 6 แห่ง ในพื้นที่ EEC ตั้งเป้าลงทุน 10 ปี กว่า 3 แสนล้านบาท รองรับอุตสาหกรรมเป้าหมายในอนาคต

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2564 ว่า ครม.เห็นชอบจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มเติม จำนวน 6 แห่ง และเปลี่ยนแปลงเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ จำนวน 1 แห่ง ตามมติคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เพื่อเพิ่มจุดแข็งดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายและรองรับการลงทุนในอนาคต เนื่องจากเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) มีพื้นที่รับรองการประกอบกิจการอุตสาหกรรมและการค้า (ข้อมูล ณ เดือนธันวาคม 2563) จำนวน 15,836 ไร่ ซึ่งคาดว่าจะรองรับการลงทุนได้เพียง 5 ปี จึงต้องจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มขึ้น 6 แห่ง ดังนี้...

1.) การจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อกิจการอุตสาหกรรมรูปแบบนิคมอุตสาหกรรม จำนวน 5 แห่ง โดยมีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 6,884 ไร่ สามารถรองรับการประกอบกิจการได้ประมาณ 5,098 ไร่ ตั้งเป้าหมายการลงทุน 280,772 ล้านบาท ภายใน 10 ปี (พ.ศ.2564 - 2573) ประกอบด้วย...

>> นิคมอุตสาหกรรมโรจนะแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี พื้นที่ 698 ไร่ รองรับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การบินและโลจิสติกส์
>> นิคมอุตสาหกรรมโรจนะหนองใหญ่ จังหวัดชลบุรี พื้นที่ 1,501 ไร่ รองรับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ การบินและโลจิสติกส์
>> นิคมอุตสาหกรรมเอเชียคลีน จังหวัดชลบุรี พื้นที่ 978 ไร่ รองรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ยานยนต์สมัยใหม่ การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ
>> นิคมอุตสาหกรรมเอ็กโกระยอง จังหวัดระยอง พื้นที่ 421 ไร่ รองรับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ หุ่นยนต์ การบินและโลจิสติกส์ และดิจิทัล
>> นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล เอสเตท ระยอง จังหวัดระยอง พื้นที่ 1,498 ไร่ รองรับอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ หุ่นยนต์ การบินและโลจิสติกส์ 

ครม.ไฟเขียวเงิน 1,320 ล้านบาท แจกเงินเยียวยาเด็กเล็กในศูนย์พัฒนาเด็ก อปท.

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. อนุมัติกรอบวงเงิน 1,320 ล้านบาท ภายใต้พระราชกำหนดเงินกู้ฯ เพิ่มเติม พ.ศ.2564 ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อใช้ในโครงการให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาในช่วงการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 สำหรับการช่วยเหลือเด็กเล็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก จำนวน 660,318 คน ในสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวม 18,540 แห่ง โดยจ่ายเป็นเงินเยียวยาลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาของผู้ปกครองในสถานการณ์โควิด-19 รายละ 2,000 บาทต่อคน 

ทั้งนี้ทำให้กลุ่มเป้าหมายของโครงการที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเพิ่มขึ้นเป็น 1,389,722 คน จากเดิมที่ไม่ครอบคลุมเด็กเล็ก และกรอบวงเงินโครงการเพิ่มขึ้นเป็น 2,779 ล้านบาท โดย ให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น จัดส่งรายชื่อให้กระทรวงศึกษาธิการตรวจความซ้ำซ้อนกับกลุ่มเป้าหมายโครงการ และจัดทำฐานข้อมูลรายชื่อและจำนวนนักเรียนในแต่ละระดับให้เป็นปัจจุบัน

ครม.ต่ออายุทำคู่มืออาหารมิชลินไกด์ อีก 5 ปี วงเงิน 135 ล้านบาท

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม.เห็นชอบให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ต่ออายุโครงการมิชลินไกด์ ไทยแลนด์ อีก 5 ปี โดยอนุมัติการก่อหนี้ผูกพันปี 65-69 วงเงิน 8.2 แสนดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 135.30 ล้านบาท โดยแบ่งจ่ายเป็นรายปี ปีละประมาณ 27 ล้านบาท เพื่อจัดทำคู่มือแนะนำร้านอาหาร ซึ่งในระยะต่อไปนี้กำหนดพื้นที่ดำเนินการคือกรุงเทพฯ จังหวัดเชียงใหม่ ภูเก็ต พังงา พระนครศรีอยุธยา รวมทั้งต้องมีการสำรวจร้านอาหารเพิ่มอย่างน้อย 3 จังหวัด โดยเป็นจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออย่างน้อย 1 จังหวัดด้วย

สำหรับกระบวนการดำเนินโครงการนั้น จะเริ่มจากการคัดเลือกและรวบรวมรายชื่อร้านอาหารที่อยู่ในระดับมาตรฐานของมิชลิน มีขั้นตอนตั้งแต่การลงพื้นที่สำรวจร้านอาหาร การตรวจสอบคุณภาพและรสชาติอาหารโดยผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลกที่ผ่านการอบรมตามเกณฑ์ของมิชลิน โดยมิชลินเป็นผู้รับผิดชอบในการคัดเลือกทีมงาน และแต่งตั้งคณะผู้ตรวจสอบเพื่อดำเนินการคัดเลือกร้านอาหารและจัดอันดับร้านอาหารอย่างยุติธรรมตามระเบียบวิธีการของมิชลิน จากนั้นจะมีการพิมพ์หนังสือ มิชลินไกด์ ไทยแลนด์ ทุกปี เพื่อแนะนำร้านอาหารที่ผ่านกระบวนการประเมินผล

ทั้งนี้จะมีการแถลงข่าวสร้างการรับรู้การจัดทำโครงการมิชลินไกด์ ไทยแลนด์ ประจำปี 2565-2569 รวมถึงจัดงานมอบรางวัลให้แก่ร้านอาหารที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจากมิชลิน พร้อมดำเนินการตรวจสอบคุณภาพร้านอาหารในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี นอกจากนี้ยังมอบสิทธิรางวัล Michelin Thailand Service Award By TAT ให้แก่ ททท. ซึ่งเป็นรางวัลใหม่ ที่เพิ่มขึ้นจากสิทธิประโยชน์เดิม โดยเป็นรางวัลสำหรับบุคลากรผู้ให้บริการยอดเยี่ยม

‘ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ’ เป็นประธานปล่อยเรือตรวจการณ์ 1301 เสริมศักยภาพดูแลความมั่นคง ตามแนวชายฝั่งทะเล

พล.ต.ต. ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า วันอังคาร ที่ 5 ต.ค. 64 เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานในพิธีปล่อยเรือตรวจการณ์ขนาด 130 ฟุต (เรือตรวจการณ์ 1301) ลงน้ำ ณ บริษัท ซีเครสท์ มารีน จำกัด ต.ท้ายบ้าน อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดยมี คุณรัตนาภรณ์ สีวลีพันธ์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ในฐานะภริยาผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเป็นสตรี

ผู้ประกอบพิธีปล่อยเรือลงน้ำ พร้อมกล่าวเชิญมิ่งขวัญและมงคลสู่เรือ โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และคณะสมาคมแม่บ้านตำรวจเข้าร่วมพิธีฯ

สำหรับ เรือตรวจการณ์ 1301 เป็นเรือที่มีขนาดความยาวตลอดลำ 42 เมตร (137.76 ฟุต) ความกว้างกลางลำ 7.9 เมตร (25.91 ฟุต) กินน้ำลึก 1.5 เมตร (4.92 ฟุต) ความเร็วสูงสุดไม่ต่ำกว่า 30 นอต กำลังพลประจำเรือ 23 นาย มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในภารกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพิ่มศักยภาพและประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลรักษาความมั่นคงตามแนวชายฝั่งทะเล การป้องกันและปราบปรามแก้ไขปัญหาอาชญากรรมต่าง ๆ รวมถึงการให้ความช่วยเหลืออำนวยความสะดวกแก่พี่น้องประชาชนและนักท่องเที่ยวที่สัญจรทางน้ำ เป็นต้น

สศค. เปิดยอด 'คนละครึ่ง' สั่งอาหารผ่านฟู้ดเดลิเวอรี่วันแรกเฉียด 12 ล้านบาท

5 ต.ค. 64 นายพรชัย ฐีระเวช ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า จากข้อมูล ณ วันที่ 3 ตุลาคม 2564 โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 มีผู้ใช้สิทธิสะสมจำนวน 24.52 ล้านราย จากผู้เข้าร่วมโครงการรวม 27.31 ล้านราย โดยมียอดการใช้จ่ายสะสมรวม 72,726 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่ายสะสม 37,004.3 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่ายสะสม 35,721.7 ล้านบาท และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ มีประชาชนผู้ใช้สิทธิจำนวน 78,451 คน จากจำนวนผู้เข้าร่วมโครงการ 496,336 ราย โดยมียอดใช้จ่ายสะสมรวมทั้งหมด 2,444 ล้านบาท โดยมีมูลค่าการใช้จ่ายสะสมที่นำมาคำนวณสิทธิ e-Voucher 1,911 ล้านบาท และคิดเป็นมูลค่าสะสม e-Voucher ทั้งสิ้นกว่า 208 ล้านบาท และมูลค่าการใช้จ่ายส่วน e-Voucher 102 ล้านบาท 

นอกจากนี้ โฆษกกระทรวงการคลังได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ในวันนี้ (4 ตุลาคม 2564) ประชาชนผู้ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ (โครงการฯ) สามารถใช้สิทธิซื้ออาหาร และเครื่องดื่มจากร้านอาหารและเครื่องดื่มที่เข้าร่วมโครงการฯ ผ่านผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มได้เป็นวันแรก ซึ่งขณะนี้มีผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการฯ แล้ว 2 ราย ได้แก่ Grab และ LINEMAN และมีผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่มในโครงการฯ สามารถขายอาหารและเครื่องดื่ม ผ่านผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มแล้วกว่า 47,000 ราย จากผู้ลงทะเบียน 57,000 ราย โดยประชาชนสามารถใช้บริการ เวลา 06.00 - 20.00 น. ของทุกวัน ตามขั้นตอนดังนี้

1.) เข้าแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” กดแถบแบนเนอร์ (Banner) ฟู้ดเดลิเวอรี่ในหน้าแรก หรือสามารถเข้าผ่าน g-Wallet กด Banner โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 หรือโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ แล้วจึงกด Banner ฟู้ดเดลิเวอรี่

2.) กด “สั่งผ่านฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์ม” บนแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” แล้วจึงเลือกผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มที่ต้องการใช้งาน หรือสามารถกด “ค้นหาเมนูหรือร้านอาหาร” เพื่อเลือกซื้ออาหาร/เครื่องดื่มได้ 

3.) หลังจากเลือกตามข้อ 2 ระบบจะเชื่อมไปที่แอปพลิเคชันฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มเพื่อสั่งอาหาร/เครื่องดื่มจากร้านอาหาร/เครื่องดื่มที่เข้าร่วมโครงการฯ โดยประชาชนจะต้องชำระค่าส่งที่แอปพลิเคชันฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์มก่อน 

4.) ประชาชนจะได้รับการแจ้งเตือนให้ชำระค่าอาหาร/เครื่องดื่มบน g-Wallet และกดปุ่มชำระค่าอาหาร/เครื่องดื่มพร้อมใช้สิทธิผ่าน g-Wallet โดยต้องชำระเงินภายใน 5 นาที

กบง.อุ้มดีเซล ตรึงราคาไม่ถึง 30 บ./ลิตร ลดจัดเก็บเงิน B7 เข้ากองทุนน้ำมันฯ เหลือ 1 สตางค์

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน เปิดเผยภายหลังเป็นประธานคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงานหรือกบง. เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2564 ว่า จากความกังวลของประชาชนในส่วนของราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นต่อเนื่องซึ่งเกิดจากดีมานด์ที่มีเพิ่มขึ้นจากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว รวมทั้งสภาพภูมิอากาศที่ทำให้กำลังการผลิตหายไปบางส่วน บวกกับค่าเงินบาทที่อ่อนค่าจึงทำให้ราคาน้ำมันปรับขึ้นซึ่งรัฐบาลได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยที่ประชุมกบง. ได้มีการประชุมหารือ เพื่อลดภาระประชาชนจากสถานการณ์ราคาพลังงานแพงตามภาวะตลาดโลก และมีมติเข้ามาดูแลในระยะสั้นจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2564

โดยที่ประชุม กบง. มีมติดูแลราคาน้ำมันที่มีผลต่อระบบเศรษฐกิจทั้งน้ำมันพื้นฐานบี 10 และน้ำมันบี 7 ที่มีรถยนต์ที่ใช้อยู่ประมาณ 10 ล้านคัน โดยจะดำเนินการ 3 ส่วน คือ 

1.) ปรับลดการจัดเก็บเงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่จัดเก็บจากบี 7 อัตรา 1 บาทต่อลิตร เหลือ 1 สตางค์ต่อลิตร เพื่อให้ราคาน้ำมันดีเซล บี 7 ลดเหลือต่ำกว่า 30 บาทต่อลิตร จากปัจจุบันขึ้นไปอยู่ที่ 31.29 บาทต่อลิตร

2.) ลดค่าการตลาดกลุ่มดีเซล จาก 1.80 บาทเหลือ 1.40 บาทต่อลิตร ลดลง 40 สตางค์ต่อลิตร จะทำให้ ราคาบี 6 จะอยู่ที่ประมาณ 28.29 บาท/ลิตร โดยมีผลวันที่ 5 ตุลาคม - 31 ตุลาคม 2564 หากราคาน้ำมันปรับสูงขึ้นกว่าปัจจุบันที่อยู่ที่ 76 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล กองทุนน้ำมันก็จะเข้ามาช่วยตรึงราคาน้ำมันดีเซลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตรเพื่อให้ประชาชนที่ใช้งานอยู่ประมาณ 10 ล้านคัน ไม่ได้รับผลกระทบดังกล่าว

3.) ปรับลดสัดส่วนการผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลหมุนเร็วลงจากเดิมที่ผสมอยู่ในสัดส่วน 10% หรือบี 10 และ 7% หรือ บี 7 ให้เหลือ 6% หรือบี 6 เป็นการชั่วคราว ส่งผลให้ราคาน้ำมันบี 6 อยู่ที่ 28.29 บาทต่อลิตร โดยเป็นมาตรการระยะสั้นให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม - 31 ตุลาคม 2564 ซึ่งจากมติดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2564 จะเหลือน้ำมันดีเซลชนิดเดียว คือ บี 6 โดยใช้เงินอุดหนุนส่วนนี้เดือนละประมาณ 3,000 ล้านบาท ทั้งนี้หากราคาตลาดโลกปรับเพิ่มขึ้นจะมีเงินกองทุนน้ำมันฯ ในส่วนบัญชีน้ำมันดูแลได้อยู่ ประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท

'บิ๊กตู่' เซ็นคืน 4 กรมในกระทรวงเกษตรฯ ให้ 'จุรินทร์' ดูแลเหมือนเดิม

(5 ต.ค. 64) หลังจากที่มีกระแสข่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม มอบหมายให้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแล 4 กรมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เคยอยู่ในการดูแลของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีตรมช.เกษตรฯ และทาง นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี, รมว.พาณิชย์ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ปัดไม่ขอพูดอะไรถึงเรื่องนี้เพิ่มเติมนั้น

ล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ ได้ลงนามในคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ 267/2564 เรื่อง ยกเลิกคำสั่งมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี ตามที่ได้มีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 254/2564 เรื่องแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งมอบหมายและมอบอำนาจให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติราชการแทนนายกรัฐมนตรี (ฉบับที่ 2) ลงวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2564 นั้น เพื่อให้การกำกับการบริหารราชการแผ่นดินของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นไปอย่างบูรณาการสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน 

‘ไช่ อิงเหวิน’ เตือน!! สันติภาพในเอเชียจะถูกทำลาย หาก ‘จีน’ ยึดไต้หวันได้สำเร็จ

ประธานาธิบดี ‘ไช่ อิงเหวิน’ แห่งไต้หวัน ชี้!! หากจีนสามารถยึดเกาะไต้หวันได้สำเร็จจะกลายเป็น ‘หายนะ’ ต่อสันติภาพในเอเชีย พร้อมย้ำว่ารัฐบาลไทเปพร้อมทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องบ้านเมืองจากภัยคุกคาม

บทความซึ่งเผยแพร่ทางนิตยสาร Foreign Affairs มีการระบุข้อความของ ไช่ ว่า ในขณะที่ประเทศต่างๆ เริ่มตระหนักถึงภัยคุกคามจากพรรคคอมมิวนิสต์จีนมากขึ้น พวกเขาก็ควรเข้าใจด้วยว่าการทำงานร่วมกับไต้หวันนั้นจำเป็นมากเพียงใด

“และพวกเขาควรจำไว้ด้วยว่า หากไต้หวันตกเป็นของจีน นั่นหมายถึงหายนะของสันติภาพในภูมิภาคและระบบพันธมิตรประชาธิปไตย และเท่ากับว่าในการแข่งขันระหว่างค่านิยมต่างๆ ของโลก ระบอบเผด็จการยังคงมีอำนาจเหนือกว่าระบอบประชาธิปไตย” ไช่ ระบุ

"เชียงราย"พ่อเมืองเชียงรายคนใหม่  พบสื่อ แถลงข่าวนโยบายพัฒนาจังหวัด เร่งแก้ปัญหาโควิด ภัยหนาว ท่องเที่ยว" 

ที่ห้องประชุมจอมกิตติ ศาลากลางจังหวัดเชียงราย นายภาสกร บุญญลักษม์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้จัดการแถลงข่าวพบสื่อมวลชน ภายหลังได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้มาดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย โดยเบื้องต้นได้แนะนำประวัติส่วนตัว เป็นนายอำเภอครั้งแรกที่บางกรวย นนทบุรี ต่อมาก็ย้ายไปมาในระแวกปริมณฑล จนกระทั่งมารับราชการทางภาคเหนือ ที่ จ.พิษณุโลก กำแพงเพชร และมาดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย 

นโยบายเร่งด่วนหลัก 4 เรื่องคือ เร่งฉีดวัคซีนให้รวดเร็ว เร่งทำให้เร็วที่สุดเพื่อพร้อมการเปิดจังหวัดท่องเที่ยวโดยคำนึงความพร้อม ความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก ตนมาอยู่เชียงราย ก็ได้นำเรือมาด้วย เพื่อทุกคนจะได้ร่วมลงเรือลำเดียวกัน ไม่ได้มาเป็นผู้ว่าฯ อย่างเดียว แต่มาเป็นญาติมิตรของทุกคน ร่วมกันพัฒนาเมืองไปด้วยกัน 

พร้อมจะจัดการบริหารเรื่องวัคซีนให้จบ หากพบการติดเชื้อในโรงงาน ตลาด โรงเรียน สถานประกอบการ จะจัดการเร่งแก้ไขปัญหา ก่อนทำการเปิดจังหวัดท่องเที่ยวฟื้นฟูเศรษฐกิจอย่างเร่งด่วน ส่วนเรื่องภัยหนาวที่จะมาถึงในเร็ววันนี้ จะทำการกระจายทรัพยากรป้องกันอากาศหนาว เช่นผ้าห่ม เครื่องกันหนาวอย่างทั่วถึง

ส่วนเรื่องที่ 3 เป็นเรื่องอุบัติภัย การเกิดภัยทางท้องถนน หรือภัยสาธารณะ จะทำการถอดบทเรียนร่วมกับกรมบรรเทาสาธารณภัย เร่งปรับปรุงแก้ไขให้บรรเทาเบาบางลงไป จัดทำชุดป้องกันในระดับหมู่บ้าน เช่นกรณีมีการจัดงานบุญต่างๆ มีการจัดงานเลี้ยง ชุดปฏิบัติการในหมู่บ้านที่กระจายอยู่ จะเร่งเข้าไปช่วยเหลือ ทำการส่งคนที่ควบคุมสติไม่ได้กลับบ้าน หรือให้การป้องกัน ต่างๆ เป็นต้น


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top