Sunday, 28 June 2026
TheStatesTimes

‘สำนักงานตำรวจแห่งชาติ’ ย้ำ! พร้อมดูแล - ปราบปรามอาชญากรรม จัดตำรวจลงพื้นที่ ป้องกันผู้ก่อเหตุซ้ำเติมความเดือดร้อนของประชาชน จากสถานการณ์น้ำท่วม

จากสถานการณ์น้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งคงยังส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ตามที่ปรากฏข่าวผ่านสื่อมวลชน

วันที่ 5 ต.ค. 64 พ.ต.อ.หญิง ศิริกุล  กฤตพิทยบูรณ์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ  ได้ตระหนักถึงความเดือดร้อน และห่วงใยพี่น้องประชาชน จึงกำชับสั่งให้ทุกหน่วยที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะกองบังคับการตำรวจน้ำ ที่เร่งจัดกำลังพล พร้อมเรือยาง และอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อรองรับภารกิจในการช่วยเหลือ และส่งมอบสิ่งของเครื่องอุปโภคและบริโภคที่จำเป็น อีกทั้งยังได้บูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน

สำหรับกรณีการก่อเหตุซ้ำเติมความเดือนร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมขัง ที่อาจจะมีผู้ที่ฉวยโอกาสก่อเหตุโจรกรรมสิ่งของภายในบ้านเรือนที่ไม่มีผู้พักอาศัย หรือที่รู้จักกันนี้ว่า “ขบวนการโจรแมวน้ำ” รวมถึงการก่อเหตุใช้กลอุบายในการหลอกลวงต่าง ๆ จนสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน

 

‘พระพยอม’ ยัน พระเล่นหนังไม่ผิดธรรมวินัย หลัง ‘พระมหาไพรวัลย์’ โผล่เล่นหนังหอแต๋วแตกฯ

ดรามาวงการผ้าเหลือง! เหตุเพราะ “พระมหาไพรวัลย์” เล่นหนังหอแต๋วแตกฯ ด้าน “พระพยอม” เผย พระธรรมวินัยไม่มีบัญญัติห้าม แค่สอนธรรมะสั้นๆ ไม่น่ามีปัญหา แต่หากแสดงตามบทสมมติ ไม่ได้แน่นอน!!

กลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นดรามาที่สังคมกำลังให้ความสนใจอยู่อยู่ขณะนี้ กับภาพยนตร์ “หอแต๋วแตกแหกโควิดปังปุริเย่” ของผู้กำกับดัง พชร์ อานนท์ ที่นอกจากจะมีนักแสดงชุดเดิมอย่าง จาตุรงค์ มกจ๊ก, ติ๊ก กลิ่นสี และ โก๊ะตี๋ อารามบอย มาสร้างเสียงหัวเราะแล้ว

ยังได้นักแสดงชุดใหม่ที่เป็นคนในกระแส ทั้ง แม่หญิงลี พระมหาเทวีเจ้าแห่งเมืองทิพย์ และ เจ้าทิพย์, สิตางศุ์ บัวทอง ตลอดจนนิมนต์ “พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ” พระนักเทศน์ชื่อดังแห่งวัดสร้อยทอง มาร่วมแสดงอีกด้วย

ทันทีที่เรื่องราวนี้ถูกเผยแพร่ออกไป ก็นำมาซึ่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึง ความไม่เหมาะสม ที่เอาผู้ครองผ้าเหลือง อย่างพระมหาไพรวัลย์ มาแสดงหนัง

โดยทางด้านของผู้กำกับของเรื่องนั้น กล่าวถึงกระแสที่เกิดขึ้นว่า ไม่ได้เอาพระมาแต่งกะเทย อยู่ที่เจตนา อย่าเพิ่งดรามา รอดูหนังก่อน

“พส.ถ่ายเสร็จไปแล้ว มันก็ดรามาทุกเรื่องแหละ เราก็เฉยๆ พระท่านมาให้พรโรงแรมเจ๊แต๋ว ก็ให้น้ำมนต์ คือ ไม่ได้มาเล่นแบบวี้ดว้าย เขาเล่นเป็นพระ ทุกคนก็กราบพระ แล้วพระก็ให้พรทุกคน

เจตนาเราให้พระสงฆ์สอนธรรมะ แต่คนส่วนใหญ่วัยรุ่นหรือใครที่ไม่ได้เข้าวัด ก็มาดูหนังได้ธรรมะกลับบ้านไป เราไม่ได้เอาพระสงฆ์มาแต่งเป็นกะเทย ไม่ได้เอาพระสงฆ์มาเล่นเป็นเจ๊แต๋ว พระสงฆ์ก็เล่นเป็นพระทุกคนก็กราบ พระก็สอนว่าเราต้องทำดี คือเรารู้เพราะเราศาสนาพุทธเหมือนกัน”

ขณะที่ความคิดเห็นของโลกโซเชียลฯ ก็แตกออกเป็นหลายแง่มุม บ้างก็มองว่า พระไม่ควรเล่นหนัง ส่วนอีกด้านก็มองว่า คนไทยดรามาได้กับทุกเรื่อง รวมไปถึงมองว่าผู้กำกับผู้นี้ ใครมีกระแสเป็นต้องจับมาเล่นหนังของตนเสียหมด

พระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ซึ่งเป็นพระนักคิดนักเทศน์ชื่อดังอีกรูป โดยท่านให้ความเห็นว่า หากเป็นแค่ออกมาเพียงฉากสั้นๆ เป็นการให้ศีลให้พร และไม่ได้สวมบทบาทเป็นตัวละคร ก็ไม่น่าจะผิดอะไร

“จะต้องคิดธรรมะในขณะนั้น ต้องไม่มีเล่นบทบาทอะไร ไม่เกิน 3 นาที 5 นาที จบ ประโยคสั้นๆ แค่ให้ศีล ให้พร ให้ธรรมะ ให้ข้อคิดเตือนใจ อาจจะเป็นตัวละครนางเอก พระเอก เตือนใจผู้ร้าย อะไรต่างๆ ถ้าลักษณะอย่างนี้ มันเป็นประโยชน์ด้วยซ้ำไป

อย่างคนมันจะกินเหล้า พระอาจจะเดินผ่าน แต่มีคำทิ้งไว้ กินเหล้า เสียทั้งสติ เสียทั้งสตางค์ แล้วก็ผ่านไป แค่นี้มันไม่มีอะไร เหลือทิ้งไว้แต่การเตือนสติ มันฝากในหนัง ในละครได้ทั้งนั้น อย่างนี้ไม่มีปัญหา 100 เปอร์เซ็นต์

เพราะว่าเขาใช้ล้อต๊อกแสดง ใช้เท่งแสดง บางทีมันก็ไม่ค่อยแนบเนียน เขาไม่ได้มีสมณสัญญา แต่ถ้าให้พระ พระมีสมณสัญญา รู้ว่าตัวเองเป็นพระ แล้วก็ให้หลักธรรมที่ถูกต้อง ชัดเจน แหลมคม ลึกซึ้ง น่าจะได้ ก็จะเกิดประโยชน์

ไม่ใช่เขาคิดเขียนบทให้ทำ ไปตีบทให้พระ แสดงตามบท ต้องออกอาการอย่างนั้นอย่างนี้ เหมือนกับเล่นตามบทประพันธ์ อันนี้ก็จะไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่ ถ้าเปิดฉากแรกยันจบ มันไม่ได้หรอก อันนั้นมันเกินไป ไม่ได้แน่นอน ไม่ดีแน่นอน”

“ห้ามพระเล่นหนัง” พระธรรมวินัยไม่มีบัญญัติ

“คุณสมบัติ” ประธานกลุ่ม INTERLINK จัดสัมมนา “Solar Cable Solution” ผ่านระบบ Zoom โดยให้กลุ่มลูกค้าได้นำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ซึ่งได้การตอบรับอย่างดีจากลูกค้ากว่าทั่วประเทศ!!

"คุณสมบัติ อนันตรัมพร" ประธานกลุ่ม อินเตอร์ลิ้งค์ฯ จัดงานสัมมนา “Solar Cable Solution” ในรูปแบบ Fully Online ผ่านระบบ Zoom

พร้อมนำทีมวิทยากรชั้นนำ มาอัปเดตเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับสายโซล่าที่กำลังมีบทบาทสำคัญในปัจจุบันนี้ และจะเข้ามาช่วยต่อยอดธุรกิจ เพื่อให้กลุ่มลูกค้าเห็นภาพจริงและไปประยุกต์ใช้ได้ โดยได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้าทั่วประเทศกว่า 300 คน


???? LIVE จากสนง.ใหญ่ อินเตอร์ลิ้งค์ กรุงเทพฯ

อบจ.ชลบุรี จัดสรรวัคซีน "ซิโนฟาร์ม" เข็ม 2 และ "แอสตร้าเซนเนก้า" เข็ม 3 ให้คนพิการ เร่งสร้างภูมิคุ้มกันและฟื้นฟูพัฒนาคุณภาพชีวิต กลุ่มเปราะบางในจังหวัดชลบุรี

(5 ต.ค.64)​ ณ มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาองค์การ (พัทยา) "นายนคร ผลลูกอินทร์" รองประธานสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี / นายสกน ผลลูกอินทร์  สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี  / นางสาวเพ็ญแข ไพรอนันต์ ผอ.กองสวัสดิการสังคม และเจ้าหน้าที่อบจ.ชลบุรี พร้อมด้วย "นายสุรินทร์ ยิ้มใบ" คณะทำงานนายกเมืองพัทยา ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยและร่วมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ รวมทั้งบุคลากร กลุ่มคนพิการ คนทำงาน และผู้อยู่อาศัยในหน่วยงาน "คณะพระมหาไถ่บ้านพัทยา" โดยเป็นการเข้าถึงวัคซีนป้องกัน COVID-19 ครบ 100% 

ทั้งนี้วัคซีน "ซิโนฟาร์ม" ที่ อบจ.ชลบุรี โดยรับการจัดสรรจากราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เป็นจำนวน 164 โดส และ “แอสตร้าเซนเนก้า” เป็นจำนวน 125 โดส ซึ่งเป็นเข็ม 3 (Booster Dose) โดยมี "นายสัมฤทธิ์ ชาภิรมย์ " ผู้จัดการมูลนิธิฯ และเจ้าหน้าที่บุคลากร ให้การต้อนรับ  ณ อาคารวัฒนาทร วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

นครพนม - Army Delivery ร.3 พัน.3 ส่งมอบอาหารปรุงสุกถึงบ้าน ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนจากไวรัสโควิด-19

วันที่ 4 ตุลาคม 2564 ที่ค่ายพระยอดเมืองขวาง ตำบลกุรุคุ อำเภอเมือง จังหวัดนครพนม พันโท ศรณณัฐ นวลมณี ผู้บังคับกองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 3 (ผบ.ร.3 พัน.3) จัดโครงการ “Army Delivery” ส่งมอบอาหารปรุงสุกฟรีถึงบ้าน เพื่อช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ และให้กำลังใจประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

 

ตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารบก ที่ให้หน่วยทหารดูแลช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 อย่างต่อเนื่อง ตามศักยภาพของหน่วยในการช่วยเหลือประชาชน ในรูปแบบโครงการ “Army Delivery” โดยการจัดรถจักรยานยนต์ส่งอาหารให้พี่น้องประชาชนถึงที่พักอาศัย ซึ่งได้ทำการแจกจ่ายจำนวน 100 ชุด ในพื้นที่บริเวณชุมชนรอบค่ายพระยอดเมืองขวาง และพื้นที่ใกล้เคียง

  

 

จันทบุรี - ธารน้ำใจสู้ภัยโควิด-19 ‘EastWater’ มอบเงินบริจาคให้แก่สำนักงานเหล่ากาชาด เพื่อนำไปช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบโควิด-19

วันที่ ( 5 ต.ค.64 ) ที่ห้องรับรอง ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดจันทบุรีนายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วย นางสุนิชฌาน์ ทองแย้ม นายกเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรี นำ ผู้แทนคณะกรรมการเหล่ากาชาดจังหวัดจันทบุรี หัวหน้าสำนักงานจังหวัดจันทบุรี เสมียนตราจังหวัดจันทบุรีร่วมเป็นสักขีพยานในการรับมอบเงินสด

 

 

นครนายก - องค์การบริหารส่วน จ.นครนายก จัดโครงการมอบเครื่องอุปโภค - บริโภคช่วยเหลือประชาชน ที่ลงทะเบียนจำนวน 20,575 ครัวเรือน จากผลกระทบโควิด-19

ที่อาคารอเนกประสงค์ วัดรังษีโสภณ ตำบลนครนายก อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก นายจักรพันธ์ จินตนาพากานนท์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครนายก พร้อมคณะ เจ้าหน้าที่และพนักงาน จัดโครงการมอบเครื่องอุปโภคบริโภคช่วยเหลือประชาชนจังหวัดนครนายก

และในวันนี้ได้ลงพื้นที่วัดรังสีโสภณ ตำบลนครนายก โดยมีประชาชนที่ผ่านการลงทะเบียนรับเครื่องอุปโภคบริโภคจำนวน 197 ชุดโดยมอบให้ครัวเรือนละ 1ชุดเข้ารับมอบเครื่องอุปโภคบริโภค เพื่อเป็นการแบ่งเบาช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

 

สระบุรี - แม่ทัพภาค 1 ลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำและเยี่ยมประชาชน ที่ได้รับผลกระทบอุทกภัยน้ำท่วมในจังหวัดสระบุรี

วันที่ 5 ตุลาคม 2564 เวลา14.00 น พล.ท.สุขสรรค์ หนองบัวล่าง แม่ทัพภาคที่ 1 และคณะกำหนดเดินทางมาตรวจสถานการณ์น้ำ และตรวจเยี่ยมประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย ในพื้นที่ อำเภอบ้านหมออำเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี

มีนายสมภพ สมิตะสิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีพลตรีคณธัช มากท้วม ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 18 พลตรีจิรวัฒน์ นาคะรัตน์ ผู้บัญชาการศูนย์การทหารม้าค่ายอดิศรสระบุรี พลตำรวจตรีชยานนท์ มีสติ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรีนายพุทธพงษ์ สุริยะสิงห์ นายอำเภอบ้านหมอบรรยายสรุปเจ้าหน้าที่ หัวหน้าข้าราชการอำเภอบ้านหมอ ให้การต้อนรับ

 จากนั้นได้ดูคันกั้นน้ำของ 23 R ที่ชำรุดแตกที่เป็นสาเหตุให้น้ำท่วม 3 อำเภอได้แก่อำเภอบ้านหมอ  อำเภอหนองโดนและอำเภอดอนพุด จึงได้ตรวจดูการทำงานของเจ้าหน้าที่กรมชลประทาน ได้ดำเนินการเอาหินมัดรวมใส่ตาข่าย เพื่อปิดทางน้ำตรงประตูน้ำเริงราง 

 

เชียงใหม่ - สดร. คว้ารางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ด้านองค์กรนวัตกรรมดีเด่น ประจำปี 2564

วันที่ 5 ตุลาคม 2564 - สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ (องค์การมหาชน) (สดร.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) คว้ารางวัลอันทรงเกียรติ “รางวัลนวัตกรรมแห่งชาติ ด้านองค์กรนวัตกรรมดีเด่น ประเภทองค์กรภาครัฐ ราชการ และประชาสังคม ประจำปี 2564” บทพิสูจน์ความมุ่งมั่นตั้งใจ ใช้ดาราศาสตร์เป็นโจทย์ท้าทายการพัฒนาเทคโนโลยี พัฒนาคน ผลักดันนวัตกรรมล้ำหน้าสู่สังคม สร้างการรับรู้ และมีส่วนร่วมของเยาวชนและประชาชนไทยให้เข้าถึงดาราศาสตร์และเทคโนโลยี ควบคู่กับการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ดีเพื่อขับเคลื่อนองค์กรด้วยนวัตกรรมอย่างเข็มแข็งและยั่งยืน


ดร. ศรัณย์ โปษยะจินดา ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา
กว่า 12 ปีที่ผ่านมา สดร. มุ่งใช้โจทย์ที่ท้าทายที่สุดทางดาราศาสตร์ เป็นยุทธศาสตร์ผลักดันนวัตกรรมล้ำหน้า ผลักดันเทคโนโลยีที่ต้องคิดค้นขึ้นเพื่อตอบโจทย์วิจัยดาราศาสตร์ การได้รับรางวัลนวัตกรรมแห่งชาติครั้งนี้ นับเป็นความภาคภูมิใจของบุคลากรทุกคนในสถาบัน และถือเป็นบทพิสูจน์ความตั้งใจของคนทั่วทั้งองค์กร
ที่ต่างมีส่วนร่วมในการสร้างนวัตกรรมในทุกด้าน เราใช้ดาราศาสตร์ซึ่งเป็นโจทย์วิทยาศาสตร์ขั้นแนวหน้าในการพัฒนาคนและเทคโนโลยี จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีที่เปลี่ยนโลกจำนวนมาก มีต้นกำเนิดมาจากการพัฒนาในวงการวิทยาศาสตร์ขั้นแนวหน้า นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราลงมือทำ โดยเฉพาะนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ไทยอาจจะยังไม่เคยทำมาก่อน เราขับเคลื่อนองค์กรด้วยความมุ่งมั่นและแรงบันดาลใจของบุคลากร เรามีพื้นที่ให้ทุกคนได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์และลงมือปฏิบัติจริง และไม่ปฏิเสธการร้องขอจากบุคคลหรือหน่วยงานอื่นในเรื่ององค์ความรู้และเทคนิค ส่งผลให้ในช่วงระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา งานนวัตกรรมของ NARIT  มีหลากหลายทั้งในระดับโลก ระดับชาติ และระดับองค์กร 


บางชิ้นเป็นต้นแบบเครื่องแรกในโลก เช่น  ระบบถ่ายภาพความละเอียดสูงพร้อมระบบทัศนูปกรณ์แบบปรับได้ เป็นต้น นวัตกรรมดาราศาสตร์ที่เกิดขึ้นในสถาบันยังต่อยอดไปสู่นวัตกรรมในวงการอื่น ๆ ด้วย ได้แก่ อุปกรณ์เครื่องมือแพทย์ เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ และดาวเทียม ฯลฯ นอกจากนี้ การเข้าร่วมโครงการวิทยาศาสตร์ระดับโลกหลายโครงการ ยังนำมาซึ่งการพัฒนาขีดความสามารถสูงสุดของนักวิจัย วิศวกร ช่างเทคนิค โปรแกรมเมอร์ บุคลากรที่เกี่ยวข้อง นอกจากจะทำให้เกิดคนเก่งแล้ว ยังจะนำไปสู่การพึ่งพาตัวเองได้ในอนาคต นำประเทศไทยให้หลุดพ้นจากประเทศกับดักรายได้ปานกลางอีกด้วย 
 

ลำปาง - "พิทักษ์คน ร่วมกันพัฒนาค่ายฯ" ผบ.มทบ.32 มอบของที่ระลึกแก่กำลังพล เนื่องในวันสถาปนาหน่วย

วันที่ 5 ตุลาคม 2564 เวลา 09.00 น. พลตรี อโณทัย ชัยมงคล ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 เป็นประธานในพิธี มอบของที่ระลึกเป็นสวัสดิการแก่กำลังพลของมณฑลทหารบกที่ 32 และหน่วยขึ้นตรงกองบัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 เนื่องในวันสถาปนาของหน่วย เพื่อให้หน่วยได้ใช้งบประมาณของหน่วยในการดูแล สวัสดิการกำลังพลให้เกิดประโยชน์ เป็นการแสดงออกถึงความปรารถนาดีของผู้บังคับบัญชา และเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพล ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจ ทุ่มเทเสียสละช่วยเหลือในการทำงาน ตามภารกิจของหน่วยอย่างเต็มขีดความสามารถ ในห้วงที่ผ่านมา ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์จอมพล มหาอำมาตย์เอก เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี ค่ายสุรศักดิ์มนตรี ตำบลพิชัย อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง

  ในการนี้ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 ได้กล่าวขอบคุณ และให้กำลังใจกำลังพลทุกนาย ที่ได้ร่วมกันพัฒนาค่ายฯ โดยได้เน้นกำชับในเรื่องมาตรการพิทักษ์คน ในสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคไว้รัสโคโรนา 2009 หรือโควิด-19 ให้กำลังพลทุกนายไม่ประมาท พร้อมเดินหน้าร่วมมือการทำงานเป็นทีม

ในการพัฒนาค่ายสุรศักดิ์มนตรีอย่างเต็มที่ เพื่อประโยชน์ต่อกองทัพบก และประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ 
พลตรี อโณทัย ชัยมงคล ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 32 กล่าวว่า "วันนี้ผมเป็นตัวแทนในนามหน่วย มอบของเป็นสวัสดิการเนื่องในวันสถาปนาหน่วย เป็นกระติกน้ำให้กับพวกเรา ถือว่าเป็นการขอบคุณแทนหน่วย สำหรับในปี 65 นี้อยากบอกพวกเราว่าสิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดเนื่องจากว่าขณะนี้เราได้ และกลับมาปฏิบัติงานเต็มรูปแบบ


 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top