Sunday, 28 June 2026
TheStatesTimes

กกต.ยันเตรียมพร้อมเลือกตั้งอบต. 100% แล้ว จัดคูหาพิเศษให้คนอุณหภูมิสูงเลือกตั้ง กำชับการแจกบัตรลต.ไม่ให้มีปัญหา พร้อมลุยพื้นที่ตรวจรับสมัคร 11 ต.ค. นี้ 


การเมือง/กกต./6 ต.ค.ที่สำนักงานคณะกรรมการการ เลือกตั้ง (กกต.) นายฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ กกต. กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมการเลือกตั้งนายก และสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) ภายใต้สถานการณ์ การแพร่ระบาดของโค วิด -19 ว่า การจัดการเลือกตั้งครั้งนี้ เนื่องจากเรามีประสบการณ์ จากการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.) องค์การ บริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) และเทศบาล เราจึงได้นำข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา มาปรับปรุงและมาใช้ในการเลือกตั้งอบต.ในครั้งนี้  จะเห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีมาตรการ พิเศษคือมีฉากกั้น เฟซชิลด์ ด้วยมาตรการของศบค. ที่ได้แนะนำเราว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ได้จัดในสถานการณ์ การแพร่ระบาดโควิด -19 กกต.ก็ต้องเตรียมการเลือกตั้งอย่างระมัดระวัง

นายฐิติเชฏฐ์ กล่าวว่า ตนได้เน้นย้ำเรื่องการแจกบัตรเลือกตั้ง ซึ่งมีข้อแนะนำคนที่มีสิทธิเลือกทั้งนายก และสมาชิกอบต. ซึ่งส่วนใหญ่ทุกคนจะมีสิทธิเลือกตั้งนายกอบต. และบางคนไม่สามารถเลือกตั้งสมาชิกได้ก็ได้เน้นย้ำว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิเลือกเฉพาะนายกอบต. การแจกบัตรให้พึงระมัดระวัง อย่าให้เกิดปัญหา ซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่ของเรามีความพร้อม และการเลือกตั้งที่จะถึงนี้กกต.มีความพร้อมที่จะจัดการเลือกตั้งไม่ให้เกิดปัญหา โดยวันที่ 11 ต.ค.นี้ กกต.ทั้ง 7 คนจะลงพื้นที่ไปตรวจการรับสมัคร จากนั้นก็จะนำผลการตรวจพื้นที่มาหารือกัน โดยครั้งนี้เรามีความมั่นใจอย่างเต็มที่ ทั้งนี้เราได้มีการให้ผู้ตรวจการ เลือกตั้ง ไปปฏิบัติหน้าที่ ทั่วประเทศในการเลือกตั้งอบต. ซึ่งจะเป็นหัวใจหลักที่ทำให้การเลือกตั้งครั้งนี้บริสุทธิ์ ยุติธรรม

"เราเตรียมการแล้ว 100 % และกกต.ท้องถิ่นเขาก็มีความพร้อม เรื่องการจัดอุปกรณ์ เพราะเราได้มีหนังสือสั่งการไปแล้ว และตอนนี้เขาก็ดำเนินการตามหนังสือสั่งการเสร็จสิ้นเป็นไปที่เรียบร้อยแล้ว" นายฐิติเชฏฐ์ กล่าว

ประธาน กกต.จับสลากผู้ตรวจการเลือกตั้ง 76 จังหวัด  เริ่มปฏิบัติหน้าที่ 18 ต.ค.นี้

ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นายอิทธิพร บุญประคอง  ประธานกกต.เป็นประธานจับสลากผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด  สำหรับสำหรับปฏิบัติในการเลือกตั้งสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลและนายกการบริหารส่วนตำบลจำนวน 5,300 แห่ง   โดยจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 18 ต.ค. ถึง  1 ธ.ค. 2564  รวม 405 คน ในพื้นที่ 76 จังหวัด   โดยมี  พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.ร่วมสังเกตการณ์การจับสลากในครั้งนี้ด้วย  

สำหรับการแต่งตั้งผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด  จะแต่งตั้งจังหวัดละไม่น้อยกว่า 5 คน  แต่ไม่เกิน 8 คน  โดยใช้เขตเลือกตั้งของแต่ละจังหวัดเป็นเกณฑ์ในการกำหนดจำนวนผู้ตรวจการเลือกตั้ง   คือ  1.จังหวัดที่มีเขตเลือกตั้งไม่เกิน 5 เขต จะต้องมีผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด 5 คน  2.จังหวัดที่มีเขตเลือกตั้ง 6 - 8 เขตเลือกตั้ง   มีผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด 6 คน     3.จังหวัดที่มีเขตเลือกตั้ง 9 -11 เขตจะมีผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด 7  คน และ 4.จังหวัดที่มีเขตเลือกตั้ง ตั้งแต่ 12 เขตขึ้นไปจะมีผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด 8 คน   ทั้งนี้ในแต่ละจังหวัด  จะต้องมีผู้ตรวจการเลือกตั้ง ที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดนั้น จังหวัดละ 2 คน และแต่งตั้งจากผู้ตรวจการเลือกตั้งที่มีภูมิลำเนาจากจังหวัดอื่นให้ครบตามที่กำหนด 

นายกรัฐมนตรีประชุมบอร์ด สสว. ตั้งเป้าเร่งช่วยเหลือ SME ให้เข้มแข็งเพื่อพลิกโฉมประเทศ SME ขอบคุณนายกฯ ช่วยส่งเสริมให้เข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ มูลค่ารวมกว่า 5 แสนล้านบาท

ณ ห้อง PMOC ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (บอร์ด สสว.) ครั้งที่ 4/2564 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ร่วมกับนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และผู้ที่เกี่ยวข้อง นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญ ดังนี้  

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลเร่งแก้ปัญหาเพื่อส่งเสริมให้ SME มีความเข้มแข็ง เดินหน้าสู่ปี 2565 ให้ได้ จะหาแนวทางช่วย SME ที่มีศักยภาพ ให้เข้าถึงเทคโนโลยี นวัตกรรม การวิจัย ซึ่งทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องจะต้องร่วมมือกัน เพื่อพลิกโฉมประเทศตามเป้าหมายระยะเวลาที่วางไว้ ทั้งนี้ รัฐบาลดูแลเรื่องงบประมาณในภาพรวมให้เพียงพออยู่แล้ว โดยมีการจัดกลุ่มคัดกรองและมาตรการที่เหมาะสม ได้แก่ 1. กลุ่ม SME เดิมที่มีความเข้มแข็ง หาก SME มีผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ นวัตกรรมใหม่ที่จะสร้างรายได้ ก็จะมีมาตรการเชิงภาษีให้ความช่วยเหลือกับ SME ในกลุ่มนี้ เพื่อช่วยเร่งรัดเรื่องการวิจัยและพัฒนาที่นำมาสู่การผลิตให้มีมากขึ้น 2. กลุ่ม SME ที่มีการดำรงสภาพการจ้างงาน มีรายได้พอเพียง แต่กำไรไม่มากนัก ต้องหาแนวทางให้ดำรงสภาพการจ้างงานต่อไปได้ 3. SME ที่มีผลประกอบการขาดทุนอย่างต่อเนื่อง ที่ต้องหาแนวทางช่วยเหลือส่งเสริม โดยรัฐบาลจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง โดยในช่วงปลายปีนี้ รัฐบาลกำลังเร่งแก้ไขปัญหาเรื่องโควิด การท่องเที่ยวและบริการ และจะพยายามผ่อนคลายให้มากที่สุด 

ในที่ประชุม ผู้ทรงคุณวุฒิภาคเอกชน ได้ขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่ให้ความสำคัญกับการจัดทำโครงการนำร่อง ONE ID และช่วยส่งเสริม SME ให้เข้าถึงการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ รวมกว่า 5 แสนล้านบาท

'ปิยบุตร' ถามหากองหนุน วอนอย่าให้เด็กสู้ลำพัง หวั่นซ้ำรอย 45 ปีก่อน ที่นักศึกษาถูกบดขยี้จนหายวับ

6 ต.ค. 64 - นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊ก Piyabutr Saengkanokkul - ปิยบุตร แสงกนกกุล ถึงการร่วมเสวนาหัวข้อ “45 ปี มาตรา 112” ส่วนหนึ่งของกิจกรรมครบรอบ 45 ปี 6 ตุลาฯ ทาง Clubhouse เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2564 ที่กล่าวตอนหนึ่งว่ามาตรา 112 ไม่ใช่กฎหมายหมิ่นประมาทธรรมดา แต่คือภาพแทนของสถาบันกษัตริย์ ฝ่ายอนุรักษ์นิยมหลายคนที่เที่ยวไปแจ้งความคนอื่นทั้งที่ตนเองไม่ได้โดนดูหมิ่น ไม่ได้เสียหายเอง นั่นเพราะสำหรับพวกเขามองว่าคือการลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ดูหมิ่นความเชื่อถือ (Blasphemy)

ปิยบุตรตั้งข้อสังเกตว่าการใช้ การแก้ และการเพิ่มโทษที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 112 เป็นเครื่องมือทางการเมือง คือปฏิกิริยาสืบเนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองในช่วงเวลานั้นๆ เสมอ ยกตังอย่างเช่น การแก้ไขเพิ่มโทษมาตรา 112 ให้เพิ่มขึ้นจนมากกว่าสมัยการปกครองในระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ หลังการรัฐประหารของ พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ ช่วงต่อมาคือการใช้มาตรา 112 หลังเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 มาถึงหลังการรัฐประหาร 2549 และล่าสุดถูกนำมาใช้ใหม่อย่างกว้างขวางอีกครั้งหลังการชุมนุมปี 2563 

ดังนั้นมาตรา 112 จึงไม่ใช่เรื่องของกฎหมายอย่างเดียว แต่มีความสัมพันธ์กับสถานการณ์ทางการเมืองและกลุ่มคนที่ตั้งคำถามกับสถาบันกษัตริย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“ย้อนไปถึงการรณรงค์ของคณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 (ครก.112) ในตอนนั้น เคยมีคนเป็นรอยัลลิสต์มาเสนอว่าหากต้องการเสนอแก้ไขมาตรา 112 ให้มานั่งคุยกันปิดลับ โดยไม่ต้องเข้าชื่อเสนอกฎหมายในทางสาธารณะ ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องไม่อยากให้มีการเข้าชื่อ เมื่อมาวิเคราะห์ดูก็พบว่านี่คือวิธีคิดของรอยัลลิสต์และพวกอนุรักษ์นิยม คือคิดว่าถ้ายอมโอนอ่อนให้ข้อนึง ความต้องการจะยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปถึงเรื่องอื่นเรื่อยๆ จนไปถึงสุดทางเลย เขาไม่คิดว่าถ้ายอมปฏิรูปข้อนึง แล้วคนจะหยุด วิธีคิดของรัฐไทยขีดเส้นชัดเจน ไม่ขยับถอยเลย ต้องรอให้เกิดความสูญเสีย ถึงจะมายอมถอยเหมือนคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 66/2523 ในอดีต” 

'หมอมนูญ' ชี้ยา 'โมลนูพิราเวียร์' ตัวเปลี่ยนเกม ช่วยโควิดในไทย 'ลดป่วยหนัก-เสียชีวิต'

นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC ว่า

เปรียบเทียบประสิทธิภาพยาเม็ดฟาวิพิราเวียร์กับยาโมลนูพิราเวียร์

ยาฟาวิพิราเวียร์มีประสิทธิภาพช่วยให้อาการดีขึ้น ลดความรุนแรงของโรค ลดจำนวนไวรัสในร่างกาย ลดการใช้ออกซิเจนได้ แต่ช่วยได้น้อยไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ และยาฟาวิพิราเวียร์ไม่ช่วยลดการเสียชีวิตในคนไข้โรคโควิด-19

ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่คิดค้นยาฟาวิพิราเวียร์ รวมทั้งหลายประเทศไม่รับรองให้ใช้ยาตัวนี้ในการรักษาโรคโควิด ด้วยเหตุผลให้ยากับไม่ให้ยา ผลการรักษาต่างกันน้อยมาก และยังได้ผลข้างเคียงจากยา

โลกพร้อมคว่ำบาตรโตโยต้า!! หลังฝืนค้าน 'รถยนต์ไฟฟ้า' อ้าง!! สร้างมลพิษยิ่งกว่าน้ำมัน - ตกงานกว่า 5 ล้านคน | Knowledge Times EP.25

???? รอบรู้แบบรู้ลึก ในรายการ ‘Knowledge Times’
???? โลกพร้อมคว่ำบาตรโตโยต้า!! หลังฝืนค้าน 'รถยนต์ไฟฟ้า' อ้าง!! สร้างมลพิษยิ่งกว่าน้ำมัน - ตกงานกว่า 5 ล้านคน

“โมเดลทางธุรกิจของอุตสาหกรรมรถยนต์กำลังจะพังลง” ประโยคนี้ ถูกกล่าวโดย “Akio Toyoda” ประธานบริษัท “TOYOTA” หลังได้รับทราบ นโยบายของรัฐบาลญี่ปุ่นที่สั่งห้ามขายรถยนต์ที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงตั้งแต่ปี 2035 เป็นต้นไป

Toyoda ไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ เพราะเขามองว่าความเป็นจริง รถยนต์ไฟฟ้าล้วนสร้างมลพิษมากกว่ารถยนต์ที่ใช้น้ำมันเชื้อเพลิง และมองว่ารถยนต์ Hybrid ตอบโจทย์มากกว่าในตอนนี้ 

เขาได้พยายามพูดถึงข้อเสียต่าง ๆ จากการผลักดันให้เกิดรถยนต์ไฟฟ้า โดยมีวาทะเด็ดเรียกแขกคนทั่วโลกว่า "ศัตรูของเรา คือคาร์บอนไม่ใช่เครื่องยนต์ ฉะนั้นควรหันไปพัฒนาเครื่องยนต์ให้ลดการปล่อยคาร์บอนจะดีกว่าการที่จะยกเลิกผลิตเครื่องยนต์น้ำมัน ในขณะเดียวกัน ประเทศญี่ปุ่นจะขาดแคลนไฟฟ้าในช่วงหน้าร้อนทั้งประเทศหากรถทุกคันต้องใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อน” 

นอกจากนี้ Toyoda ยังเผยอีกว่า หลังจากรัฐบาลญี่ปุ่นประกาศนโยบายมุ่งสู่การเป็น ประเทศปลอดคาร์บอน (Carbon Neutral) และรถพลังงานไฟฟ้า (EV) อาจจะกระทบการผลิตรถเครื่องยนต์สันดาปภายใน และแรงงานกว่า 5.5 ล้านคน

เพราะประเทศญี่ปุ่นผลิตรถยนต์ปีละ 10 ล้านคัน ในจำนวนนี้ 5 ล้านคัน เป็นการผลิตเพื่อส่งออก หากตามเป้าหมายภายในปี 2030 ที่อุตสาหกรรมยานยนต์ญี่ปุ่นมุ่งสู่รถพลังงานไฟฟ้า ซึ่งเราคาดการณ์ว่าจะผลิต EV ถึง 2 ล้านคัน (BEV และ FCEV) นั่นเท่ากับว่ารถเครื่องยนต์สันดาปภายใน 8 ล้านคัน จะหายไปเลย และส่งผลกระทบต่อการจ้างงานในระบบกว่า 5.5 ล้านคน 

ฉะนั้นการที่นักการเมืองบางคนบอกว่า เราจำเป็นต้องเปลี่ยนรถยนต์ทุกคันให้กลายเป็น EV เพราะตอนนี้อุตสาหกรรมการผลิตของเราล้าสมัยนั้น ในมุมของ Toyoda จึงมองว่าไม่ถูกต้องทั้งหมด และวันนี้โตโยต้า ยังมีหน้าที่ปกป้องการจ้างงาน และชีวิตของคนญี่ปุ่น จึงมองแนวทางใหม่ที่จะแก้ปัญหานี้แทน

ซึ่งใครหลายคนที่ได้ฟัง ต่างก็งงไปตาม ๆ กัน เนื่องจากเหตุผลนั้นค่อนข้างย้อนแย้ง เพราะว่าแม้โตโยต้า จะพัฒนาเครื่องยนต์ Hybrid ได้ดีแค่ไหน มันก็ยังคงปล่อยคาร์บอนอยู่ดี ซึ่งต่างจากรถยนต์ไฟฟ้าล้วน

อย่างไรก็ตาม แม้การยืนหยัดของโตโยต้าจะดุเดือดเพียงใด แต่ก็ไม่ได้ทำให้ค่ายผู้ผลิตรถยนต์รายอื่นๆ สั่นคลอนกับมุมมองนี้ และพร้อมเดินหน้าประกาศหยุดผลิตรถยนต์สันดาปในเวลาอันใกล้ หันไปมุ่งพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าแบบ 100% ไม่ว่าจะเป็น Mercedes-Benz หรือแม้แต่ Nissan

ความคิดอันสุดโต่งของประธานโตโยต้าครั้งล่าสุด ดูจะไปกระทบใจนักสิ่งแวดล้อม ที่ตอนนี้เริ่มออกมาเรียกร้องให้โลกคว่ำบาตรโตโยต้า เนื่องจากผู้ผลิตรถยนต์ยังคงใช้เงิน และอิทธิพลในการชะลอความก้าวหน้าของรถยนต์ไฟฟ้า

เพราะในขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์รายอื่น ๆ เริ่มตระหนักว่าอนาคตของโลก คือ รถยนต์ไฟฟ้า แต่โตโยต้า กลับดันทุรังสู้ต่อในตลาด Hybrid และเซลล์เชื้อเพลิง ส่อเจตนาชะลอความก้าวหน้าของรถยนต์ไฟฟ้า แม้ Toyoda จะเคยบอกว่าเขาจะสนใจรถยนต์ไฟฟ้า แต่ต้องไม่ใช่เร็ว ๆ นี้

สำหรับการประกาศคว่ำบาตรโตโยต้า มีแกนนำอย่าง “Paul Scott” ผู้ก่อตั้งกลุ่มผู้สนับสนุน EV Plug In America และอีก 15 กลุ่ม ที่ลงนามสนับสนุนการจัดการประท้วงเพื่อประกาศคว่ำบาตรผู้ผลิตรถยนต์ ยังสถานที่ตั้งของโตโยต้าในเมือง Santa Monica โดย “Paul Scott” กล่าวว่า “นาฬิกาสภาพอากาศกำลังเดินไปข้างหน้า และเราต้องเริ่มโจมตีผู้ก่อมลพิษ แม้ว่าจะไม่ใช่โตยาต้าก็ตาม” 

ซึ่งเขามองว่านี่คือโอกาสที่ดีที่สุด สำหรับการเปลี่ยนแปลงควบคู่ไปกับกฎหมายของรัฐบาลกลาง นอกจากนั้นพวกเขายังได้เขียนจดหมายถึงประธานเจ้าหน้าที่บริหารของโตโยต้า มอเตอร์ อเมริกาเหนือ โดยในจดหมายสรุปใจความได้ว่า... 

“เราขอให้โตโยต้าหยุดพยายามขัดขวางนโยบายผลักดันรถยนต์ไฟฟ้า ตามวิสัยทัศน์ของประธานาธิบดี และแนะนำให้โตโยต้าหันมาสนับสนุน - ลงทุนด้านยานยนต์ไฟฟ้า 100% อย่างเต็มรูปแบบ รวมไปถึงเรื่องของสถานีชาร์จซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้วย

สุดท้ายแล้ว การคว่ำบาตรครั้งนี้จะส่งผลต่อโตโยต้ามากแค่ไหน ก็ยังบอกยาก ขนาดผู้ผลิตยานยนต์ในญี่ปุ่นนั้น ก็ยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่าจะดันเครื่องยนต์ Hybrid ให้ไปต่อหรือไม่อย่างไรในอนาคต

แต่ในส่วนของประเทศไทยที่อุตสาหกรรมยานยนต์ส่วนใหญ่ล้วนขับเคลื่อนด้วยแบรนด์รถยนต์จากญี่ปุ่น คงพอเห็นภาพอนาคตยานยนต์ไฟฟ้าที่อาจจะยังก้าวช้ากว่าเทรนด์โลกอย่างแน่นอน

‘ณัฐวุฒิ’ ปล่อยคนหนุ่มสาวแสดงฝีมือเคลื่อนไหวขับไล่รัฐบาล แต่เล็งจัดคาร์ม็อบทิ้งทวนเดือนต.ค.อีกรอบ พร้อมประกาศจัดชุมนุมใหญ่ก่อนสิ้นปี รอแค่วันโควิดซาเท่านั้น

6 ต.ค. 64 -  นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ กล่าวระหว่างไปร่วมกิจกรรมรำลึก 6 ตุลา 2519 เนื่องในโอกาสครบรอบ 45 ปี ที่ลานประติมากรรมประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ว่า การต่อสู้ของนักศึกษาประชาชนในการเรียกร้องประชาธิปไตย แม้จะต่างยุคต่างสมัย แต่ก็ยังเป็นเรื่องเดียวกัน แต่เมื่อเวลาผ่านไปอำนาจนอกเครือข่ายยังคงมีอิทธิพลเหนือระบบการเมือง และพัฒนาการของระบอบประชาธิปไตย จึงมีการต่อสู้เกิดขึ้น การสูญเสียในช่วงที่ผ่านมาและการรำลึก 45 ปี จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่คนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่หมายถึงสังคมไทยที่จะต้องหาข้อยุติร่วมกันให้ได้ ซึ่งหากยังไม่ได้ข้อยุติในเรื่องนี้การต่อสู้ก็ยังคงอยู่ และเมื่อเวลาผ่านมาจนถึงวันนี้พลังของคนหนุ่มสาวและคนในอดีต จะเป็นพลังที่อำนาจรัฐเอาชนะไม่ได้ จึงอยากให้ฝ่ายรัฐยอมรับความเปลี่ยนแปลง เพราะถือเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นในสังคม และหากการเปลี่ยนแปลงอยู่ในส่วนที่ถูกต้อง ก็จะนำไปสู่อนาคตและสังคมที่ดีกว่า แล้วก็จะทำให้คนที่มีความเห็นต่างอยู่ร่วมกันอย่างสันติ

นายณัฐวุฒิ เปิดเผยถึงการนัดชุมนุมในเดือนตุลาคม ด้วยว่า ในเดือนนี้จะมีกิจกรรมของคนหนุ่มสาวหลายวัน ดังนั้นกลุ่มตนเองต้องชะลอกิจกรรม เพื่อให้การเคลื่อนไหวของคนหนุ่มสาวเป็นจุดศูนย์รวมของการขับเคลื่อน และมองว่าข้อจำกัดเรื่องของ Covid-19 คงเป็นอุปสรรคในการนัดชุมนุมทางการเมือง คาร์ม็อบจึงเป็นรูปแบบที่ตอบโจทย์ที่สุดในความคิดของตนตอนนี้ ซึ่งภายในเดือนตุลาคมก็น่าจะมีการจัดคาร์ม็อบอีกครั้งช่วงปลายเดือน มั่นใจว่าหากสถานการณ์ Covid-19 คลี่คลายลง จะเห็นการชุมนุมขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะนัดโดยใครหรือจัดขึ้นโดยฝ่ายไหนก็ตาม และเมื่อถึงวันนั้นก็จะเข้าร่วม ไม่ว่าจะในฐานะเป็นแกนนำหรือผู้เข้าร่วม และเมื่อประเมินจากบรรยากาศทางการเมืองแล้ว คาดว่าการชุมนุมใหญ่จะเกิดขึ้นในปีนี้แน่นอน ส่วนที่ขณะนี้แกนนำหลายคนถูกจับกุมและยังไม่ได้รับการประกันตัว แต่ก็ไม่ได้ส่งผลต่อการต่อสู้ เพราะคนที่ยังอยู่ก็ยังคงยืนยันอุดมการณ์เดิม และจะเป็นการสร้างพลังการต่อสู้ให้มากขึ้น

รัฐบาลสั่งเตรียมพร้อมฟื้นท่องเที่ยว เร่งจัดกิจกรรมหนุนคนเดินทาง

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล ได้มอบหมายกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เร่งเตรียมความพร้อมรองรับการฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยว ทั้งรับนักท่องเที่ยวในประเทศและจากต่างประเทศ โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศในช่วงไฮซีซั่น ในไตรมาสสุดท้ายของปี 64 และไตรมาสแรกของปี 65 โดยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดกิจกรรมเพื่อสร้างความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่อง 

ล่าสุด กระทรวงการท่องเที่ยวฯ และททท. ได้จัดโครงการเที่ยวบินพิเศษ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการเดินทางภายในประเทศ โดยร่วมกับสายการบินไทยแอร์เอเชีย นำคณะภาครัฐและเอกชน เดินทางไปที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการ และขยายไปยังพื้นที่อื่นๆที่เปิดรับนักท่องเที่ยวในระยะที่ 2 ซึ่งนอกจากเชียงใหม่แล้วยังมี กรุงเทพฯ ประจวบคีรีขันธ์ (หัวหิน) เพชรบุรี (ชะอำ) และชลบุรี (พัทยา บางละมุง สัตหีบ) ต่อไป และตั้งแต่กลางเดือนต.ค.64 เป็นต้นไปสายการบินแอร์เอเชียจะเพิ่มเที่ยวบินไปยังพื้นที่ท่องเที่ยวทั้งเชียงใหม่ ภูเก็ต และหัวหิน เพื่อรองรับความต้องการของนักท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้น หลังโครงการเราเที่ยวด้วยกัน และทัวร์เที่ยวไทยเริ่มแล้ว

ราเมศ เผย “จุรินทร์ ออนทัวร์” จันทบุรี ตราด ขับเคลื่อนเชิงรุก “ผลไม้” เปิดด่าน

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้เปิดเผยถึง กำหนดการ “จุรินทร์ออนทัวร์” ว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค มีกำหนดการลงพื้นที่ภายใต้ โครงการ “จุรินทร์ออนทัวร์” พื้นที่จังหวัดจันทบุรี และ จังหวัดตราด ระหว่างวันพฤหัสบดีที่ 7 ถึง วันศุกร์ที่ 8 ตุลาคม 2564 

ในวันที่ 7 จุรินทร์ออนทัวร์ พื้นที่จังหวัดจันทบุรี เดินทางไปศูนย์บริหารจัดการมหานครผลไม้ ตำบลวังตะโหนด อำเภอนายายอาม ติดตามสถานการณ์ราคาผลไม้พื้นที่ภาคตะวันออกและหารือร่วมกับทีมเซลล์แมนจังหวัด เพื่อขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาผลไม้เชิงรุก และในวันที่ 8 จะมีการประชุมร่วมภาครัฐและเอกชนภาคตะวันออกเพื่อพัฒนาและแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเชิงรุก พร้อมกันนี้จะมีการพบปะสมาขิกสหกรณ์จังหวัดตราด 

หลังจากนั้นจะมีการติดตามความคืบหน้าในการยกระดับช่องทางการค้าทางธรรมชาติบ้านท่าเส้นสู่จุดผ่านแดนถาวร ด่านบ้านท่าเส้น อำเภอเมือง จังหวัดตราด ต่อจากนั้นก็จะพบปะเยี่ยมเยียนประชาชน  โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าเส้น

'อัษฎางค์' โพสต์แสดงความยินดี 'ราชมงคล' หลังชื่อวิทยาเขตเดิมทั้ง 5 ยังคงอยู่ต่อไป

อัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า... 

ขอร่วมแสดงความยินดีที่ชื่อ "ราชมงคล" 
และชื่อวิทยาเขตเดิมทั้ง 5 ยังคงอยู่ต่อไป   

ภาคีเครือข่ายศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร 5 วิทยาเขต และสมาคมศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร อันประกอบด้วย... 

- นายกสมาคมนักเรียนเก่าช่างกลพระนครเหนือ
- นายกสมาคมศิษย์เก่าพณิชยการพระนคร 
- นายกสมาคมศิษย์เก่าโชติเวช
- กรรมการสมาคมศิษย์เก่า มทร.พระนคร
- ที่ปรึกษาสมาคมศิษย์เก่าพณิชยการพระนคร และ 
- กรรมการสมาคมนักเรียนเก่าช่างกลพระนครเหนือ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top