Friday, 26 June 2026
TheStatesTimes

'หมอยง' แจงชัด 3 ข้อ ที่ 'หมอธีระ' ควรต้องรู้ ติง ไม่ควรสร้างความสับสนให้คนไทย

ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว 'Yong Poovorawan' ระบุว่า... 

หนึ่งในหน้าที่ของอาจารย์มหาวิทยาลัย นอกจากการเรียนการสอน งานบริการแล้ว จะต้องทำงานวิจัยให้เกิดองค์ความรู้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ประเทศชาติ 

การศึกษาวิจัยเรื่อง Covid-19 จึงเป็นหน้าที่สำคัญอย่างหนึ่ง ในภาวะวิกฤต

การติดเชื้อแล้วกระตุ้นภูมิต้านทาน เป็นวิทยาศาสตร์พื้นฐานที่ต้องเรียนรู้ และต่อยอดงานวิจัยเพื่อนำมาใช้เป็นประโยชน์ ในการดูแลประชาชน 

ตอบคำถาม “วาทกรรม” หมอธีระ วรธนารัตน์ 

1.) ตกลงฉีด 2 เข็มนั้นไปทำไม? 

>> วัคซีนทุกชนิดลดการป่วยตาย และความรุนแรงของโรคได้ การให้วัคซีน 2 เข็มในประเทศไทย ลดความรุนแรง การป่วยตาย โปรดศึกษาการติดเชื้อของทั่วโลก เช่น อเมริกา อิสราเอล ฉีดวัคซีนครอบคลุม ก็ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้แบบสมบูรณ์ 

2.) หาตัวที่ฉีด 1-2 เข็ม แล้วลดโอกาสติดเชื้อได้ ลดป่วยลดตายได้ จะดีกว่าไหม? 

>> วัคซีนทุกตัวที่ใช้อยู่ในประเทศไทยขณะนี้ สามารถลดการติดเชื้อ ลดป่วย ลดตาย ภูมิต้านทานจะลดลงตามกาลเวลา ไม่ว่าวัคซีนตัวไหน ลดความรุนแรงของโรคได้ ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้สมบูรณ์ 

โรค Covid-19 ระยะฟักตัวสั้น ดังนั้นการลดโอกาสติดเชื้อ จึงเป็นไปได้ยาก แต่สามารถลดการตาย และอาการหนักได้ 

3.) ถ้าฉีดแล้วติดเชื้อ คนติดเชื้อคงไม่หวังอยากได้ภูมิสูงปรี๊ดหรอก แต่คนติดเชื้อคงอยากรู้ว่าเขาป่วยแค่ไหน จะตายหรือไม่ตายต่างหาก และหากเลือกได้เขาคงไม่อยากติดเชื้ออย่างแน่นอน? 

>> แน่นอนคงไม่มีใครอยากติดเชื้อ ทุกคนจึงมีความต้องการวัคซีน การฉีดวัคซีนแล้ว จะต้องปฏิบัติตนในการป้องกันการติดเชื้อ มากกว่าที่จะหวังผลจากวัคซีนไม่ให้ติดเชื้อ 

การศึกษาผลของภูมิต้านทานหลังการติดเชื้อ เพื่อประโยชน์ในการวางแผนป้องกันการติดเชื้อซ้ำ และความจำเป็นในการให้วัคซีนหลังการติดเชื้อ   

การตอบสนองภูมิต้านทานและการคงอยู่ของภูมิต้านทาน จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการศึกษา เพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ  

โรคอุบัติใหม่จำเป็นต้องมีการศึกษาอย่างละเอียดด้วยงานวิจัย 

>> การสร้างองค์ความรู้ใหม่ด้วยการวิจัย จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง แต่สิ่งที่ไม่ควรทำ คือ การสร้างความสับสนให้กับประชาชน ควรบอกสิ่งที่มีประโยชน์และแนวปฏิบัติตามองค์ความรู้ทางการแพทย์ที่มีอย่างถูกต้อง ทันกับเหตุการณ์

#หมอยง


ที่มา: https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=6292175444158353&id=100000978797641

‘บูชาเทพเจ้า’ ความเชื่อแบบนี้ให้อะไรกับสังคมไทย | Click on Clear THE TOPIC EP.44

????‘บูชาเทพเจ้า’ ความเชื่อแบบนี้ให้อะไรกับสังคมไทย!! 
????คุยเรื่องเทพๆ! ชวนคิดเรื่องความเชื่อ สะท้อนภาพสังคมเมืองไทย!

ในรายการ Click on Clear THE TOPIC จับประเด็น เน้นความรู้ ที่จะพาไปร่วมเจาะลึกกับ... 

หยก THE STATES TIMES

ใน Topic : ‘บูชาเทพเจ้า’ ความเชื่อแบบนี้ให้อะไรกับสังคมไทย!! 

ดำเนินรายการโดย ปริม กุญชนิตา กุญชร ณ อยุธยา PROGRAM DIRECTOR THE STATES TIMES

.

.


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก???? https://lin.ee/vfTXud9

มหาวิทยาลัยนางาซากิร่วมกับมหาวิทยาลัยเสฉวน ทำการทดลองวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 โดยเป็นความร่วมมือระหว่างญี่ปุ่น-จีนครั้งแรกในการทดลองวัคซีนโควิด

กระทรวงสาธารณสุข แรงงาน และสวัสดิการของญี่ปุ่น เปิดเผยว่า วัคซีนที่คิดค้นโดยมหาวิทยาลัยเสฉวนเป็นวัคซีนที่ผลิตจากการตัดต่อโปรตีน (recombinant protein vaccine) ซึ่งเป็นการตัดต่อส่วนหนึ่งของยีนไวรัส เข้าให้กับสิ่งมีชีวิต เช่น แบคทีเรีย ยีสต์เพื่อสร้างโปรตีนขึ้นมา เมื่อฉีดเข้าสู่ร่างกาย โปรตีนนี้จะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานขึ้น

มหาวิทยาลัยนางาซากิและศูนย์วิจัยเวชศาสตร์ปริวรรต (translational medicine) ที่ตั้งอยู่ที่เมืองโกเบ ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเสฉวนทำการทดลองทางคลินิกวัคซีนของประเทศจีน และได้รับการอนุมัติจากกระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นเมื่อเดือนสิงหาคม

การทดลองจะฉีดวัคซีนให้กับอาสาสมัคร 240 คน เพื่อวิจัยประสิทธิผลและความปลอดภัยของวัคซีน
.
วัคซีนจากการตัดต่อโปรตีนเป็นเทคโนโลยีที่กำลังได้รับความนิยมอย่างสูง เพราะวัคซีนประเภทนี้มีผลข้างเคียงน้อย มีความปลอดภัยมาก เหมาะกับการใช้ในเด็ก

วัคซีนประเภทนี้กำลังทดลองในหลายประเทศ เช่น Novavax ของสหรัฐ, วัคซีนที่บริษัท Sanofi ของฝรั่งเศสพัฒนาร่วมกับ GlaxoSmithKline บริษัทยาสัญชาติอังกฤษ-อเมริกัน และ ซิโนฟาร์ม ของจีนก็กำลังทดลองวัคซีนประเภทนี้เป็นวัคซีนตัวที่ 2 เช่นกัน นอกจากนี้ วัคซีนเกาตวน (Medigen) ของไต้หวันที่มีการใช้งานแล้ว ก็ผลิตด้วยเทคโนโลยีการตัดต่อโปรตีน


ที่มา : https://mgronline.com/japan/detail/9640000091381

สระชุบราชแสงศาตรา 'พระนเรศฯ' น้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งพระเศียร | MEET THE STATES TIMES EP.22

???? ล้วงลับ 'วัดตูม' !! ย้อนตำนาน สระชุบราชแสงศาตรา แห่งพระนเรศฯ 
???? น้ำศักดิ์สิทธิแห่งพระเศียร “หลวงพ่อสุขสัมฤทธิ์” อำนาจอภินิหาร รักษาโรค – บรรเทาทุกข์ เมื่อดื่มอาบ!!

???? ในรายการ MEET THE STATES TIMES ข่าวคุยเพลิน

???? ดำเนินรายการโดย หยก THE STATES TIMES

“บิ๊กตู่” เคาะประกันรายได้สวนยางหมื่นล้าน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เปิดเผยภายหลังการเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายยางธรรมชาติ (กนย.) ว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาและเห็นชอบหลักการโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 3 เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกรชาวสวนยาง ในกรณี ที่ราคายางตกต่ำในช่วงโควิด-19  รวมทั้งเพื่อเพิ่มรายได้และสร้างความเข้มแข็งให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง วงเงินรวมทั้งสิ้น 10,065 ล้านบาท โดยมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยการยางแห่งประเทศไทย แต่งตั้งคณะกรรมการ/คณะทำงาน ดำเนินโครงการชุดต่าง ๆ ตามที่การยางแห่งประเทศไทยเสนอ และดำเนินการจัดทำรายละเอียดโครงการเพื่อนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาต่อไป

สำหรับโครงการประกันรายได้เกษตรกรชาวสวนยาง ระยะที่ 3 ราคายางที่ประกันรายได้ ได้แก่  (1) ประกันรายได้ราคายางแผ่นดิบคุณภาพดี 60.00 บาท/กิโลกรัม  (2) ประกันรายได้ราคาน้ำยางสด (DRC 100%) 57.00 บาท/กิโลกรัม (3) ประกันรายได้ราคายางก้อนถ้วย (DRC 50%) 23.00 บาท/กิโลกรัม

“ได้กำชับการรับรองการเป็นเกษตรกรชาวสวนยางของเกษตรกรที่แจ้งข้อมูลการปลูกยางกับการยางแห่งประเทศไทย ต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังรอบคอบ โดยรัฐบาลจริงจังกับการปลูกยางในพื้นที่บุกรุกและย้ำไม่ให้ปลูกยางในพื้นที่ที่ไม่ถูกต้อง รวมถึงโครงการประกันราคายาง ต้องมีมาตรการที่เข้มงวดและให้เงินถึงมือเกษตรกรโดยตรงอย่าให้มีการทุจริตเด็ดขาด รวมทั้ง ให้พิจารณามาตรการอื่นๆ ในการยกระดับราคายางเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของรัฐบาลในการประกันราคาและแก้ไขปัญหาราคายางที่ตกต่ำอย่างถาวร” 

วิทยาลัยสารพัดช่างบรรหาร-แจ่มใส จังหวัดสุพรรณบุรี จัดโครงการอาชีวศึกษาเพื่อ "คนพิการ" และพัฒนาทักษะวิชาชีพ

วันที่ 15 กันยายน 2564 ณ.วิทยาลัยสารพัดช่างบรรหาร- แจ่มใส จังหวัดสุพรรณบุรี "นายไพบูลย์ คำภาพักตร์ " ผู้อำนวยการฯ ร่วมกับศูนย์ส่งเสริมประสานงานกิจการนักศึกษา และกิจการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา  ได้จากโครงการอาชีวศึกษาเพื่อคนพิการและพัฒนาทักษะวิชาชีพสำหรับผู้เรียนคนพิการทางสติปัญญาระหว่างวันที่ 13-17 กันยายน 2564 ได้รับเกียรติ จาก "นายวีระ ทวีสุข" ศึกษาธิการจังหวัดสุพรรณบุรี เป็นประธานในพิธีเปิดงานซึ่งโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนที่มีความบกพร่องทางร่างกาย และสติปัญญา มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับทักษะอาชีพ มีอาชีพ มีฝีมือและส่งผลการสร้างอาชีพการมีรายได้ และมีงานทำโดยจัดอบรมเชิงปฏิบัติการหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น วิชาการทำขนมและอาหารว่าง / วิชากาแฟเพื่ออาชีพและวิชาตัดผมชาย

ในการนี้ "นายชัยพร ภูผารัตน์" ผู้อำนวยการสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย ได้ให้เกียรติลงพื้นที่ให้กำลังใจ ครูผู้สอนวิชาชีพ และนักศึกษาคนพิการที่เข้าร่วมรับการฝึกอบรม อีกทั้งยังได้มีการพูดคุยกับ "นายสนธยา รอสูงเนิน" รองผู้อำนวยการฝ่ายแผน และ "นางวัชราภรณ์ มาหนู" รองผู้อำนวยการฝ่ายยริการทรัพยากรเพื่อ ให้ความรู้ความเข้าใจการออกแบบสิ่งอำนวยความสะดวกคนพิการ และ Universal Design

"นายชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล" นายกสมาคมสหพันธ์แรงงานคนพิการไทย และตำแหน่ง คณะอนุกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการด้านแรงงาน ได้ให้กำลังใจกับครูผู้สอนและนักศึกษาคนพิการที่เข้ารับการฝึกอบรม อีกทั้งยังมีการพูดคุยหารือในการส่งเสริมให้คนพิการมีอาชีพที่สามารถทำงานได้จากที่บ้าน ภายในชุมชน ในเขตพื้นที่ที่คนพิการอยู่อาศัย จะเป็นการสร้างรายได้อีกช่องทางหนึ่ง และยังมีการหารือ การส่งเสริมและเพิ่มทักษะ การพัฒนาฝีมืออาชีพด้านแรงงานต่าง ๆ ที่คนพิการอาจจะมีความถนัดและเหมาะสมกับทางกายภาพของคนพิการเพื่อเข้าสู่ระบบสังคมการมีงานทำได้ในวันข้างหน้า และใช้นี้ยังได้กล่าวขอบคุณวิทยากรสารพัดช่างบรรหาร- แจ่มใสสุพรรณบุรี และ นายลงไปวันเสาร์นายกสมาคมคนพิการภาคตะวันออก ที่เป็นหัวเรี่ยว หัวแรง ในการผลักดันให้คนพิการมีโอกาส การเข้าถึงอาชีพของคนพิการต่อไป

ศบค. จ่อเปิด ท่องเที่ยวภูเขา ทะเล นายกฯ สั่ง สธ.-ทท.-มท. เล็ง พื้นที่นำร่อง ย้ำ เงื่อนไข มาตรการรองรับ

ที่ศบค.ทำเนียบรัฐบาล นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) แถลงข่าวตอนหนึ่ง ว่า ในศปก.ศบค. หาลือกันว่าตอนนี้ใกล้ถึงฤดูกาลท่องเที่ยวแล้ว และได้รับรายงานเรื่องการทำงานของภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ พบว่า ยอดการจองที่พัก ช่วง 1 ก.ค. - 14 ก.ย.นี้ สะสม 76 วัน ประมาณ 524,221 คืน จำนวนคน 32,005 คน และพบว่าจากการตรวจหาเชื้อในครั้งที่หนึ่งและครั้งที่สอง พบผู้ติดเชื้อเพียง 91 คน ส่วนใหญ่พบเชื้อเดลต้า ส่วนการติดเชื้อใหม่ในพื้นที่ มีรายงานว่า 229 ราย มีทั้งคนไทยและแรงงานต่างด้าวที่อยู่ในพื้นที่ภูเก็ต แต่ชาวต่างประเทศนั้นเป็นศูนย์ โดยทางนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดภูเก็ต ที่ได้คอนเฟอร์เร้นท์มาร่วมประชุม ได้รายงานว่ารับมือไหว มีสมรรถนะในการรักษาที่รองรับได้ ถึงแม้จำนวนของคนป่วยและเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ซึ่ง 90% แข็งแรงดี มีอาการไม่มาก อยู่ในกลุ่มสีเขียว ส่วนกลุ่มสีเหลืองสีส้มนั้นมีประมาณ 4% สีแดงประมาณ 6% สำหรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่เดินทางมาประเทศไทย ที่ภูเก็ตอันดับสูงสุดได้แก่ สหรัฐอเมริกา อิสราเอล ยูเออี ยูเค เยอรมันนี อื่นๆ 

ส่วนโครงการ 7+7 ใน 3 จังหวัด เช่น สุราษฎร์ธานี ที่เกาะสมุย เกาะพงัน เกาะเต่า นั้น รายงานว่า มีการเข้าพักประมาณ 3,900 กว่าคืน พังงาน ที่ เกาะยาวน้อย เกาะยาวใหญ่ เขาหลัก ประมาณ 1,900 กว่าคืน กระบี่ ที่ เกาะพีพี ไร่เลย์ เกาะไหง อีก 1,263 คืน รวม 3 จว. 7, 135 คืน นี่คือช่องทาง ของการทำให้เศรษฐกิจของคนที่พึ่งพาทางด้านการท่องเที่ยวพอจะหายใจหายคอออกบ้าง

ผู้สื่อข่าวถามว่า ศบค. มีแผนการรับการท่องเที่ยวที่จะเปิดประเทศในวันที่ 1 ตุลาคมนี้อย่างไรบ้าง นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีในฐานะผอ.ศบค. สั่งการ ว่า ให้มองไปถึง ในช่วงที่เรามีฤดูกาลท่องเที่ยวในภาคปกติคือไตรมาส 4 ของทุกปี หรือ ไฮซีซั่น เพื่อที่จะดูว่าเราจะต้องเตรียมตัวอะไรกันอย่างไร  ในขณะที่จะต้องอยู่กับ โควิด-19 ไปเรื่อยๆอย่างนี้ ก็จำเป็นที่ต้องปรับตัว จึงได้ให้นโยบายมา เป็นข้อสั่งการว่าขอให้เตรียมความพร้อม ให้กับนักท่องเที่ยวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติเพื่อที่จะได้ท่องเที่ยวกันในช่วงไฮซีซั่นนี้ โดยให้ไปดูในพื้นที่ เพื่อที่จะประกาศพื้นที่นำร่อง คือ 1.พื้นที่นำร่องท่องเที่ยวปลอดภัยจาก โควิด-19 หรือโควิดฟรี ทัวริสต์แอเรีย แซนด์บ็อกซ์ ที่มีภูเก็ตแซนบ็อกซ์ทำเป็นตัวอย่างมาแล้ว จึงได้มอบให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย ไปร่วมกันพิจารณา เช่น พื้นที่เกาะ พื้นที่ที่มีสนามบิน

และ2.ต้องมีมาตรการป้องกันและควบคุม โควิด-19 ในพื้นที่นั้นๆ และต้องได้รับความเห็นชอบในการดำเนินการ โดยดูความพร้อมของประชาชนในพื้นที่ด้วยว่าพร้อมหรือไม่ ตัวเลขผู้ติดเชื้อมีไม่มาก สามารถควบคุมได้ จำนวนการฉีดวัคซีนเหมาะสม 3. มีขีดความสามารถในการรักษา มีเตียงมีทรัพยากรทางการแพทย์และพยาบาลเพียงพอหรือไม่ หากเกิดการระบาดขึ้นมาจะสามารถควบคุมโรค สามารถให้ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลนั้นๆได้อย่างเพียงพอ ทั้งนี้ ให้พิจารณา ระยะแรกเป็น พื้นที่นำร่อง ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป หากมีความพร้อมให้เปิด ทดลองดำเนินการ

ส่วนระยะที่สอง ก็อาจจะเป็นพื้นที่อื่นๆ ซึ่งอาจจะเป็นในช่วงระยะเวลา 15 ตุลาคม หรือ 1 พฤศจิกายน ไปแล้ว ที่อาจจะเปิดพื้นที่ที่มีความพร้อมอื่นๆ เช่น ทะเลในภาคตะวันออก ภูเขาในภาคเหนือ หากพร้อมก็ให้ทดลองดำเนินการ

กอ.รมน.จังหวัดฉะเชิงเทรา มอบอุปกรณ์การแพทย์ป้องกัน โควิด-19 ให้หน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทราและกู้ภัยบางคล้า สนับสนุนบุคคลากรด่านหน้าที่มีความเสี่ยงสัมผัสเชื้อ

วันนี้ (15 ก.ย.64) ที่สมาคมสงเคราะห์การกุศลฉะเชิงเทรา อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา พันเอกเฉลิม เนียมช่วย รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดฉะเชิงเทรา มอบอุปกรณ์การแพทย์ป้องกัน โควิด-19 ให้แก่หน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา และหน่วยกู้ภัยบางคล้า โดยมีนายปัญญา หลำประเสริฐ นายกสมาคมสงเคราะห์การกุศลหน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทรา เป็นผู้แทนรับมอบ ประกอบด้วย ชุดกาวน์ CPE จำนวน 300 ชุด / หมวกตัวหนอน จำนวน 300 ชิ้น / Face Shield จำนวน 300 ชิ้น / แอลกอฮอล์ ขนาด 5 ลิตร จำนวน 10 แกลลอน / ถุงครอบรองเท้า จำนวน 300 คู่ / แมส KN 95 จำนวน 180 แพ็ค รวมมูลค่ากว่า30,000 บาท

ทั้งนี้ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ได้กระจายแพร่ไปวงกว้างและรุนแรง  หน่วยกู้ภัยฉะเชิงเทราและกู้ภัยบางคล้า เป็นองค์กรที่เป็นจิตอาสา อาสาสมัคร ผู้เสียสละ ทุ่มเท และมุ่งมั่น เพื่อช่วยเหลือเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปโรงพยาบาล และเคลื่อนย้ายผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 ไปบำเพ็ญกุศล แต่ยังขาดแคลนวัสดุอุปกรณ์เป็นจำนวนมาก  วันนี้ ทางกอ.รมน.จังหวัดฉะเชิงเทรา จึงได้รวบรวบอุปกรณ์ทางการแพทย์ป้องกัน โควิด-19 สิ่งที่หน่วยกู้ภัยฯ บุคคลากรด่านหน้าที่ต้องการนำมามอบให้ เพื่อป้องกันการติดเชื้อและปฏิบัติหน้าที่ให้มีความปลอดภัย

'หมอของขวัญ' โต้ปมหมิ่น 'ทมยันตี' ไม่ชอบใจให้ 'อันฟอล' ด้านโซเชียล จี้ แพทยสภาสอบจรรยาบรรณ

กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์อย่างมาก กับการออกมาโพสต์ข้อความของหมอของขวัญผ่านทวิตเตอร์ ปมการเสียชีวิตของทมยันตี ระบุว่า #ทมยันตี #ทมยันโครม #ทมยันตีน #มีใครให้มากกว่านี้มั้ยRIH #ทมยันตี

ต่อมาทางเพจ ศูนย์ช่วยเหลือด้านกฎหมายผู้ถูกล่วงละเมิด bully ทางสังคมออนไลน์ ศชอ.ระบุว่า คุณหมอเป็นบุคคลสาธารณะ ควรให้เกียรติผู้วายชนม์ ไม่ควรไป bully ผู้เสียชีวิต

ทันทีที่ถูกทักท้วง หมอของขวัญ ก็ได้ออกมาโพสต์ผ่านทวิตเตอร์อีกครั้ง ระบุว่า... 

ขอลบโพสที่อาจจะมีคำหยาบคายเช่น “เท้า” ออกนะคะ มีผู้ปกครองส่งข้อความมาบอกว่าลูกเค้าติดตามและเชื่อถือมาก โอเคต่อไปหมอจะพูด “สุภาพแบบหยาบคายแล้วกัน” #เมืองดัดจริต #ทุ่งลาเวนเดอร์ #ทมยันตี #ก็ยังไม่เคยเห็นคนตายแต่มีคนสรรเสริญเฟร่อขนาดนี้ #อิสลิ่มลาเวนเดอร์ อิ=อิอิ #ไม่หยาบ

เล่นโซเชียลต้องรู้นะคะว่าปุ่ม “Unfollow” อยู่ตรงไหน ใครโลกสวย เชิญป้ายหน้าค่ะ ดัดจริตคิดว่ารับไม่ได้ก็อันฟอล ปล่อยผ่าน ทำเป็นมั้ย หรือยากเกินสมองคะ #สลิ่มวินเทจ #บัวใต้คอนกรีต #ไม่หยาบ


ที่มา: https://www.facebook.com/109785437521042/posts/365198558646394/
https://www.topnews.co.th/news/99231

สกพอ. เสริมแกร่งนักเรียนในพื้นที่ อีอีซี 30 โรงเรียน จัดกิจกรรม EEC Dream Destination “ฝันของน้องในวันนี้ คือโลกแห่งความสำเร็จของ EEC ในวันหน้า”

นางสาวทัศนีย์ เกียรติภัทราภรณ์ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) ให้เกียรติเป็นประธานเปิด และกล่าวให้โอวาทแก่ คณะครู และนักเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม EEC Dream Destination “ฝันของน้องในวันนี้ คือโลกแห่งความสำเร็จของ EEC ในวันหน้า”​ ภายใต้โครงการสร้างการรับรู้เพื่อเชื่อมโยงแนวทางการพัฒนา EEC โดย สกพอ. จัดขึ้นในรูปแบบ New Normal ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ทางระบบ Zoom Application 

การจัดกิจกรรมในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อการสร้างการรับรู้ และเชื่อมโยงแนวทางการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อประชาสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจแก่ ประชาชนในพื้นที่โครงการอีอีซี รวมทั้งสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน ซึ่งเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนา สร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับอนาคต โครงการ “EEC Dream Destination” จึงเป็นกิจกรรมที่มุ่งเน้นให้เยาวชนที่เข้าร่วมได้แสดงความสามารถและตั้งเป้าหมายตามความฝันของตนเอง โดยนำความรู้ และประสบการณ์ที่ได้รับไปพัฒนาชุมชนท้องถิ่นของตัวเอง และร่วมเป็นเครือข่ายในการสร้างการรับรู้เกี่ยวกับโครงการอีอีซี ต่อไป


สำหรับกิจกรรม EEC Dream Destination กำหนดจัดขึ้นเป็นเวลา 2 วัน ระหว่างวันที่ 14 และ 15 กันยายน 2564  มีโรงเรียนในพื้นที่ อีอีซี ทั้ง 3 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง เข้าร่วมกว่า 30 โรงเรียน จำนวนครูและนักเรียน 210 คน โดยแบ่งกลุ่มเข้าร่วมกิจกรรมวันละ 15 โรงเรียน เพื่อร่วมกิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่ การบรรยายให้ความรู้ในหัวข้อ “การสร้างการรับรู้เกี่ยวกับ EEC และความคืบหน้าการดําเนินงานโครงการต่าง ๆ” โดยวิทยากรจาก สกพอ. และ การคิดเชิงออกแบบ “Design Thinking” โดย ดร.ณัฐนรินทร์ เนียมประดิษฐ์ ผู้ก่อตั้งสมาคมการค้าส่งเสริมพัฒนาธุรกิจ SMEs  โดยมี Workshop ในหัวข้อ EEC Dream Destination “ฝันของน้องในวันนี้คือโลกแห่งความสําเร็จของ EEC ในวันหน้า” เป็นการแบ่งกลุ่มผลิตคอนเทนต์ VDO ที่สอดแทรกเนื้อหาเกี่ยวกับประโยชน์ของ EEC ลงในแอพพลิเคชั่น Tiktok  ใน 2 โจทย์ ได้แก่ 1. EEC New Gen New Normal วิถีใหม่ ห่างไกลโควิด และ 2. To The EEC Genius อาชีพที่ใฝ่ฝัน เพื่อพัฒนาชุมชนพร้อมทั้งนำเสนอผลงานของแต่ละกลุ่มที่เน้นแสดงถึงความคิดที่สร้างสรรค์และท้าทายความสามารถ ที่ได้แรงบันดาลใจจากการเข้าร่วมกิจกรรม EEC Dream Destination ในครั้งนี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top