Friday, 26 June 2026
TheStatesTimes

นราธิวาส - ผบ.ฉก.นราธิวาส ตรวจเยี่ยม ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ประจำด่านตรวจ-จุดตรวจร่วม 3 ฝ่าย เน้นย้ำการดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่

พลตรีไพศาล หนูสังข์ ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 15 / ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ลงพื้นที่ ตรวจเยี่ยม ให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจ /จุดตรวจร่วม 3 ฝ่าย ในพื้นที่ อำเภอ สุไหงโกลก จังหวัดนราธิวาส จำนวน 2 ด่าน ได้แก่  1.ด่านตรวจโคกสยา และ 2. ด่านโคกมะเฟือง เพื่อพบปะเยี่ยมเยียน มอบนโยบายในการปฏิบัติงานแก่เจ้าหน้าที่ โดยกำชับ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ให้ช่วยกันดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยเน้นการปฎิบัติงานแบบการบูรณาการร่วมกัน 3 ฝ่าย ทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง รวมถึงได้กำชับกำลังพลเรื่องการตั้งด่าน โดยเฉพาะด่านเข้า-ออกเมือง หรือตามป้อมจุดตรวจ ให้มีความเข้มข้น จะมีการตั้งด่านแบบไม่เป็นเวลา เพื่อไม่ให้เป็นเป้าต่อการโจมตีหรือก่อกวนของผู้ไม่หวังดี นอกจากนี้ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ได้เน้นย้ำให้กำลังพลดูแลตนเอง ปฏิบัติตนตามมาตราการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส Covid – 19 อย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาสได้มอบเครื่องดื่ม อาหารว่างและอุปกรณ์ป้องกันตนเอง ให้กับกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ประจำด่านตรวจ / จุดตรวจร่วม 3 ฝ่าย เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงานต่อไป


ภาพ/ข่าว  แวดาโอ๊ะ หะไร จ.นราธิวาส

สตูล - หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว.ฉีดวัคซีนพระราชทานซิโนฟาร์ม ให้แก่กลุ่มผู้นำศาสนาอิสลาม พระภิกษุสงฆ์ และประชาชนกลุ่มเปราะบาง ผู้ด้อยโอกาส รวมถึงผู้อยู่ในพื้นที่ห่างไกล หลังได้รับวัคซีนมาจำนวน 5,000 โดส

ที่ศูนย์ฉีดวัคซีน อาคาร 100 ปี สธ. โรงพยาบาลสตูล นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล เป็นประธานในพิธีเปิดและตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนพระราชทาน ซิโนฟาร์ม ของราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และมูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) โดยมีผู้รับบริการเป็นกลุ่มผู้นำศาสนาจากทั้ง 7 อำเภอ รวมทั้งสิ้น 1,166 ราย มารับบริการที่ศูนย์ฉีดวัคซีนโรงพยาบาลสตูล โดยมีอาสาสมัครหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ พอ.สว. จังหวัดสตูล และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลสตูล ให้บริการฉีดวัคซีนตั้งแต่เวลา 08.30 น. จนถึง 16.00 น.  

สำหรับวัคซีนพระราชทาน ซิโนฟาร์ม เป็นวัคซีนทางเลือกที่ได้รับพระราชทานจาก จาก ศาตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน์ วรขัตติยราชนารี  โดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับ มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) ที่จะฉีดให้แก่ประชาชนกลุ่มเปราะบาง ที่ยังไม่ได้เคยรับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ชนิดใดมาก่อน

ทั้งนี้ สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ภายในพื้นที่จังหวัดสตูล การฉีดวัคซีนพระราชทานได้ช่วยให้ประชาชนในพื้นที่ได้เข้าถึงวัคซีนตัวเลือกซิโนฟาร์ม และได้รับวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันได้เร็วที่สุด ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการป้องกันและลดการแพร่ระบาดของโรคให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ร่วมกับ มูลนิธิ พอ.สว. ได้จัดสรรวัคซีนพระราชทาน ซิโนฟาร์ม จำนวน 5,000 โดส เพื่อฉีดให้กับชาวจังหวัดสตูล จำนวน 2,500 ราย (รายละ 2 โดส) ใน 7 อำเภอของจังหวัดสตูลโดยมีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นผู้สูงอายุตั้งแต่ 70 ปีขึ้นไป ผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส ผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบนัดของวัคซีน ผู้นำศาสนา และประชาชนผู้อยู่ในพื้นที่ห่างไกล


ภาพ/ข่าง  นิตยา แสงมณี / ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดสตูล

กาฬสินธุ์ – มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ส่งมอบหน้ากากอนามัย 144,000 ชิ้น ให้กับประชาชนจังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อใช้ในการป้องกันโรคติดเชื้อโควิด-19

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 13 กันยายน 2564  ที่ห้องเจ้าเมือง ศาลากลาง จ.กาฬสินธุ์ ชั้น 2 นายทรงพล ใจกริ่ม ผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ประจำ จ.กาฬสินธุ์ เป็นประธานในพิธีมอบสิ่งของพระราชทานหน้ากากอนามัยให้กับนายอำเภอทั้ง 18 อำเภอของ จ.กาฬสินธุ์ เพื่อนำไปส่งมอบต่อให้กับประชาชนในพื้นที่ใช้ในการป้องกันโรคติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดส่งสิ่งของพระราชทานหน้ากากอนามัย เพื่อให้ประชาชนที่มีฐานะยากจนและขาดแคลนในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์  จำนวน 2,880 กล่อง  กล่องละ 50 ชิ้น รวมเป็นจำนวน 144,000 ชิ้น โดยมีนายเลิศบุศย์ กองทอง รองผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ นายสนั่น พงษ์อักษร รองผู้ว่าราชการ จ.กาฬสินธุ์ นายธนทร ศรีนาค หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.กาฬสินธุ์ นพ.อภิชัย ลิมานนท์ นายแพทย์สาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการเข้าร่วมพิธี     

ทั้งนี้ กรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ประจำจังหวัด นายอำเภอทุกอำเภอ  หัวหน้าส่วนราชการ รวมถึงประชาชนชาว จ.กาฬสินธุ์ ต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว "พระบรมราชูปถัมภก" แห่งมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ อย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ทรงห่วงใยทุกข์ยากของประชาชนชาว จ.กาฬสินธุ์ และเป็นขวัญกำลังใจให้ประชาชน สามารถผ่านความทุกข์ยากเดือดร้อนในเบื้องต้นไปได้

ขณะที่สถานการณ์โรคโควิด-19 ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ล่าสุดวันนี้ 13 กันยายน 2564 พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่ 41 ราย เป็นผู้ติดเชื้อขอกลับมารักษาในภูมิลำเนา 5 ราย เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง 22 ราย ติดเชื้อภายในจังหวัด 14 ราย และหายป่วย 21 ราย โดยมียอดผู้ป่วยสะสมรวม 7,278 ราย รักษาหายแล้ว 6,516 ราย กำลังรักษาอยู่ 715 ราย และมีผู้เสียชีวิตสะสม 47 ราย


ภาพ/ข่าว  ณัฐพงษ์ ประชากูล จ.กาฬสินธุ์

จันทบุรี - ชาวประมงไม่ทน! รัฐบาล 7 ปี ไม่มีอะไรดีขึ้น ขอทวงคืนอาชีพประมงให้ชาวไทย ยื่นฎีกาถวายในหลวงรัชกาลที่ 10 เพื่อขอความช่วยเหลือชาวประมง

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยัง  ท่าเทียบเรือแบบเบ็ดเสร็จ ต.ปากน้ำแหลมสิงห์ อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี  หลังชาวประมงมีการโพสข้อความลงสื่อโซเชียล และ มีการติดป้ายไวนิล ตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ โดยระบุข้อความว่า “ 21 กันยายน 64 วันประมงแห่งชาติ วันทวงคืน อาชีพประมงไทย 7 ปี ฉิบหายหมดแล้ว ประมงไทย และประมงไทย Call Out ”

เรื่องนี้ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับ นายภูมินทร์ ภาณะรมย์  นายกสมาคมประมงแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี  เปิดเผยว่า  สืบเนื่องจากสมาคมการประมงแห่งประเทศไทยมีการประชุมคณะกรรมการบริหารและที่ปรึกษา ครั้งที่ 1 ผ่านระบบ ZOOM เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.2564 ผลสรุปในการประชุม ก็ได้มีการพูดถึงจะมีการจัดกิจกรรม เนื่องในวันประมงแห่งชาติ วันที่ 21 กันยายน 2564

โดยคณะกรรมการมีมติให้สมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ขึ้นป้ายเพื่อแสดงออกทางสัญลักษณ์ ไว้ ณ ที่ทำการ สปท. และใช้ประโยค “ประมงไทย Call out โดยเปิดโอกาสให้สมาชิกสมาคมฯ จัดทำป้าย และขึ้นป้ายเพื่อแสดงออกทางสัญลักษณ์ โดยให้สมาชิกทุกองค์กร ขึ้นป้ายตามอัธยาศัย ทั้ง 22 จังหวัด ทั่วประเทศ 

นอกจากนี้ นายกสมาคมประมงแหลมสิงห์ ยังได้บอกอีกว่า ในที่ประชุมได้มีผู้เสนอขอให้มีการยื่นฎีกาถวายในหลวงรัชกาลที่ 10 เพื่อขอความช่วยเหลือชาวประมงในช่วงสถานการณ์โควิด-19  

1.เรื่องขอผ่อนผันการควบคุมวันทำการประมงออกไปก่อนอย่างน้อย 3 ปี ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 

2.เรื่องขอความช่วยเหลือเร่งรัดการเยียวยาเรือประมง (ขาวแดง) ที่ไม่สามารถออกทำการประมงได้ โดยที่ได้รับผลกระทบจากการแก้ไขปัญหา IUU ของรัฐบาล คสช. ตั้งแต่ปี 2558 –ปัจจุบัน 

3.เรื่องขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ นำเสนอการตั้งงบประมาณในการจัดซื้อเรือประมงที่มีใบอนุญาตออกนอกระบบ

ทั้งนี้ ทางสมาคมสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ได้จัดทำฎีกาขอความช่วยเหลือ ถวายแด่ในหลวงรัชกาลที่ 10 เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2564 แล้ว ตามกระบวนการ ซึ่งก็เป็นความหวังของชาวประมงกว่าร้อยลำในจังหวัดจันทบุรี และอีกทั้ง 22 จังหวัดทั้วประเทศไทย นายกสมาคมประมงแหลมสิงห์กล่าว


ภาพ/ข่าว สุปราณี แก้วหุง จ.จันทบุรี

พรเทพ เขม้นเขตวิทย์ รายงานจากศูนย์ข่าวภาคตะวันออก

สระบุรี – จัดพิธีมอบธงสัญลักษณ์หมู่บ้านสีฟ้า ปลอดโควิค! และประกาศเจตนารมณ์หมู่บ้านนี้ไม่มีโควิด-19

วันที่ 13 กันยายน 2564 เวลา 10:00 น. ณ ที่ว่าการอำเภอดอนพุด นายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี เป็นประธาน ในพิธีมอบธงสัญลักษณ์ หมู่บ้านสีฟ้าปลอดโควิคและประกาศเจตนารมณ์หมู่บ้านนี้ไม่มี covid-19 โดยมีนางสาว​ญาณิพัชญ์ ศรี​โคตร นายอำ​เภอ​ดอนพุดได้กล่าวรายงานให้การต้อนรับในการมอบธงสัญลักษณ์หมู่บ้านสีฟ้าปอด covid ให้แก่ตัวแทนหมู่บ้านจำนวน 28 หมู่บ้าน และตัวแทนหมู่บ้าน 28 หมู่บ้านร่วมประกาศเจตนารมณ์บ้านนี้ไม่มีโควิด-19

จากนั้นนายแมนรัตน์ รัตนสุคนธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรีได้มอบนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พร้อมกับคณะได้เข้าเยี่ยมชมนิทรรศการการขับเคลื่อนหมู่บ้านสีฟ้าปลอดโควิด-19 ของอำเภอดอนพุดในการขับเคลื่อนหมู่บ้านของจังหวัดสระบุรี โดยมีดร.บุญมา อิ่มวิเศษ และคณะลงพื้นที่หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านหลวง อำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี เพื่อถ่ายทำ วีดีทัศน์ประชาสัมพันธ์ในการขับเคลื่อนของหมู่บ้านสีฟ้า อีกด้วย


ภาพ/ข่าว  ดำรงค์ ชื่นจินดา รายงาน

สระบุรี - พิธีมหาพุทธาภิเษก หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ รุ่น “ประวัติศาสตร์ตำรวจ”

ณ วิหารหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ ตำบลคชสิทธิ์ อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี ได้รับความเมตตาจาก ท่านประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช มาเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ในพิธีนั่งปรกอธิษฐานจิตภาวนาฯ โดยมี พลตำรวจเอก สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธี มหาพุทธาภิเษก หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ รุ่น “ประวัติศาสตร์ตำรวจ”

มี พลตำรวจตรี ชยานนท์ มีสติ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสระบุรี / พันตำรวจเอก สถิตย์ สังข์ประไพ ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรหนองแค พร้อมด้วย นาย สุนทร เข็มนาค นายกเทศมนตรีตำบลหนองแค / ดร.มงคล ศิริพัฒนกุล ที่ปรึกษาผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 / คุณแววตา หัฏฐะพงศ์ ที่ปรึกษา กต.ตร. สภ.หนองแค พร้อมคณะกต.ตร.สภ. หนองแค ให้การต้อนรับ และเข้าร่วมในพิธี

โดยรายได้ในการบูชาหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ รุ่น ประวัติศาสตร์ตำรวจ โดยที่มีคนสั่งจองไว้หมดแล้ว รวมประมาณ 15,000,000, บาท โดยได้นำเงินไปซื้อที่ดินจำนวน 2 ไร่ 2งาน 71 ตารางวา โดยทำการโอนที่ดินเรียบร้อยแล้มีนาย สุนทร เข็มนาค นายกเทศมนตรีตำบลหนองแค พร้อมด้วย พ.ต.อ.สถิตย์ สังข์ประไพ ผกก.สภ.หนองแค จ.สระบุรี ในฐานะประธานจัดสร้าง พิธีพุทธาภิเษก หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ รุ่น ประวัติศาสตร์กรมตำรวจ โดยมี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ตำรวจ เป็นประธานในพิธีพุทธาภิเษก หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ รุ่นประวัติศาสตร์กรมตำรวจ เพื่อหารายได้ซื้อที่ดินให้กับ สภ.หนองแค จ.สระบุรี เพื่อเพิ่มขยายโรงพักให้กับประชาชนไว้ใช้บริการอย่างสะดวกสบาย

ส่วนวัตถุมงคลของหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ รุ่น ประวัติศาสตร์กรมตำรวจ ได้มีประชาชนสั่งจองไว้หมดแล้ว ได้เงินเป็นจำนวน 15 ล้าน 5 แสนบาท ตามเจตนารมณ์ที่ต้องการซื้อที่ดินสองแปลง พื้นที่ 2 ไร่ 3 งาน ติดกับโรงพักหนองแค เพื่อเพิ่มขยายโรงพัก ให้ประชาชนได้เข้ามาใช้บริการอย่างสะดวกสบาย โดยมอบให้กับกระทรวงการคลัง โดยมีธนารักษ์พื้นที่ จังหวัดสระบุรี เป็นผู้รับมอบ เป็นของทางราชการ แล้วได้มอบให้กับ สภ.หนองแค เป็นที่เรียบร้อยแล้ว


ภาพ/ข่าว  ดำรงค์ ชื่นจินดา รายงาน

“กฤษดา” ทายาทตระกูลดัง ประกาศข่มขู่อาฆาต “ตระกูลโกสิยพงษ์” เพียงเพราะ รักและเชิดชูสถาบันฯ!

เรียกได้ว่ากำลังเป็นประเด็นที่พูดถึงกันเป็นอย่างมากในโลกโซเชียล หลังจากที่ “นายกฤษดา อัคคะประชา” ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ในทำนองข่มขู่ “ตระกูลโกสิยพงษ์” ซึ่งที่หลายคนรู้จักเป็นอย่างดี เพราะเป็นนามสกุลของ “นายชีวิน โกสิยพงษ์” หรือ “บอย โกสิยพงษ์” นักแต่งเพลง นักร้อง และโปรดิวเซอร์ชื่อดัง เพียงเพราะแค่ ตระกูลโกสิยพงษ์ รักสถาบันฯ

โดยทางด้านของ นายกฤษดา ได้โพสต์ข้อความดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “โกสิยพงษ์ นี่คือ ตระกูลหนึ่งที่ต้องขึ้นบัญชีหนังหมาไว้ ประชาชนมีอำนาจเมื่อไหร่ต้องจับทำนารวมทั้งโคตร…ล่าสุดญาติไอ้บอย โก ที่อยู่แวนคูเวอร์ แชร์ fake news จาก ดร.อานนท์ ลูกบิด แถเรื่องโอนสำนักงานทรัพย์สิน เข้ามาใน FB group ของ condo strata

แล้วในกลุ่มนี้ เขาโพสต์แต่เรื่องปัญหาธุระเกี่ยวกับคอนโดที่อยู่อาศัยแล้วคือ members มีแต่คนที่อยู่ในคอนโด และเป็นคนต่างชาติทั้งหมด ยกเว้นมีพี่คนไทยอีกคน ที่เป็นฝั่งสามกีบ…สะเหล่อมาก เกลียดมากพวกชะเลียระบอบเผด็จการ แต่ไม่ยอมกลับไปอยู่เป็นฝุ่นใต้ตีน ใต้ร่มพระบารมีเนี่ย”

ต่อมาในวันที่ 12 ก.ย. 64 ทางด้านของ “ปราชญ์ สามสี” ก็ได้ออกมาเคลื่อนไหว เนื่องจาก นายกฤษดา ค่อนข้างมีแนวคิดที่แปลกผิดปกติ เกินจะรับได้ โดยมีรายละเอียดว่า (“กฤษดา” ปัจจุบันอยู่ที่แคนาดา ) ลูกหลานตระกูล อัคคะประชา (ยาขมตราใบห่อ) จะไปไล่ล่า ตระกูลโกสิยพงษ์…เพียงเพราะเขารักในหลวง และแชร์ข้อมูลอธิบายเรื่องสำนักทรัพย์สินพระมหากษัตริย์น่ะรึครับ

เอาความจริงมาสู้สิครับหากไม่เชื่อเรื่องข้อมูลของ ดร.อานนท์…หรือว่าจริงๆ ไม่มีความรู้สู้ ดร.อานนท์ ครับ

อย่าไปเที่ยวกล่าวหาใคร ด้วยความเกลียดชังแบบนั้นแบบนี้เลยครับ มีปัญหาอะไรส่วนตัวที่แวนคูเวอร์ขอให้เป็นเรื่องส่วนตัวไม่ควรเอาความเกลียดชังส่วนตัวไปลงที่สถาบันหลักของชาติ

มนุษย์มีศักดิ์ศรี ไม่ใช่ทาส….อย่าไปเที่ยวบังคับใครใช้แรงงานทาสด้วยการทำนารวมเลยครับ
บรรพบุรุษก็ดี…มาเสียรุ่นลูกหลานนี่แหละครับ
ป.สามสี

ถึงอย่างไรก็ตามทางด้านของ ปราชญ์ สามสี ยังได้ทิ้งท้ายไว้อีกด้วยว่า “อยากให้ความเป็นธรรมกับตระกูลอัคคะประชา เพราะบางคนก็ดี แต่บางคนก็ร้าย….แต่ เราก็ควรให้ความเป็นธรรมกับตระกูลอื่นๆ ที่ นายกฤษดา อัคคะประชาไปคุกคามเขาแบบเหมารวมนะครับ…เพราะพวกเขาไม่ได้ไปทำร้ายใครเลย….”


ที่มา : https://truthforyou.co/65918/

"แรมโบ้" อัด "เต้น" ก่อนเรียกร้องให้นายกฯประยุทธ์ลาออก ย้อนมองดูนายใหญ่ตัวเองมีคดีทุจริตมากมายประชาชนนับล้านออกมาไล่ เหตุใดถึงไม่ลาออก ย้ำนายกฯประยุทธ์ไม่ได้ทำผิด ไม่มีประวัติด่างพร้อย อยู่ต่อครบเทอม

นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเครือข่ายไล่ประยุทธ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กหากนายกฯออกไปทุกอย่างจบ แต่เมื่อไม่ออกก็ไม่ควรใช้กำลังกับเด็กจนเรื่องบานปลายว่า นายณัฐวุฒิควรมองให้รอบด้านกว่านี้ อย่าพูดเอาแต่ได้ฝ่ายเดียว เพราะหากกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ทำผิดกฎหมาย สร้างความเดือดร้อนและความรุนแรงให้เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ต้องปฏิบัติตามขั้นตอน ต้องทำตามกฎหมายที่มีอยู่

ขณะที่การเรียกร้องให้นายกฯลาออกนั้น นายเสกสกลยืนยันว่านายกฯอยู่ครบเทอมเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับบ้านเมือง และที่ผ่านมานายกฯไม่ได้ทำอะไรผิด โดยเฉพาะการบริหารสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทั้งนี้การแก้ไขปัญหากำลังดำเนินการไปได้ด้วยดี ซึ่งแม้จะมีตัวเลขผู้ป่วยสูง แต่จำนวนผู้ป่วยหนักลดลง และหายป่วยกลับบ้านเป็นจำนวนมากเช่นกัน  

และสิ่งสำคัญนายกฯประยุทธ์ยังไม่เคยมีประวัติด่างพร้อยในเรื่องของการทุจริตคอรัปชั่น เหมือนกับอดีตนายกฯที่เป็นนายใหญ่ของนายณัฐวุฒิไม่ว่าจะเป็นนายทักษิณ หรือนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ มีคดีทุจริตมากมาย แต่ยังไม่ลาออก โดนประชาชนออกมาขับไล่เป็นแสนเป็นล้าน มีการสลายการชุมนุม เกิดการนองเลือด บาดเจ็บ ล้มตายไปเป็นจำนวนมาก 

"นายณัฐวุฒิอย่ามากล่าวหาและอย่ามาขับไล่นายกฯประยุทธ์ ขอให้ย้อนกลับไปดูตัวเองในอดีตย้อนกลับไปดูเจ้านายตัวเองในอดีตจะดีกว่า และการที่นายณัฐวุฒิและแกนนำออกมาปลุกระดมม็อบ 3 นิ้วจนไปถึงคาร์ม็อบ ก็เกิดปัญหาความวุ่นวาย สร้างความเดือดร้อน โดยนายณัฐวุฒิและแกนนำไม่เคยออกมารับผิดชอบเลย 

นอกจากนี้ม็อบทะลุแก๊ส ที่ได้รับคำสั่งจากแกนนำบางคนยังได้ออกมา สร้างความวุ่นวายให้บ้านเมืองตลอดจนทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บสาหัสจากการใช้ระเบิดปิงปอง ระเบิดประทัดยักษ์และไปป์บอมบ์ เผาพระบรมฉายาลักษณ์ต่างๆมากมายซึ่งถือว่าเป็นการดูหมิ่นจาบจ้วงก้าวล่วงสถาบัน สิ่งต่างๆเหล่านี้นายณัฐวุฒินายสมบัติและแกนนำต้องออกมารับผิดชอบ อย่าดีแต่แอบไปอยู่หลังกระโปรงเด็ก ไม่เคยรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นเหมือนการสั่งเผาบ้านเผาเมืองในปี53  ชอบป้ายสีกล่าวหาคนอื่นไม่ดี แต่ไม่เคยหันมามองความชั่วช้าสารเลวของตนเอง  พูดอะไรโดยไม่เคยใช้สมองคิด พูดเอาแต่ได้ อย่างนี้เรียกว่าหัวทุบดิน มีหัวก็ไร้ประโยชน์ สมองคงกลวง คนประเภทนี้วันๆคิดแต่ทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย ไร้ความสงบสุข ควรรีบเข้าไปอยู่ในคุกได้แล้ว อย่าได้ทำให้ชาวบ้านชาวช่องเดือดร้อนเลย "

เปิดวาระครม. เตรียมเคาะแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ-การลงทุน

การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) จะเสนอมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนโดยการดึงดูดชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูงสู่ประเทศไทย หลังจากทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลได้ตั้งคณะทำงานเพื่อผลักดันเรื่องนี้ โดยมีทั้งเป้าหมายในการชักจูงการลงทุน รวมถึงการแก้ไขปัญหาและอุปสรรค เช่น การให้สิทธิประโยชน์ทางลดภาษี การอำนวยความสะดวก และการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ

ทั้งนี้ ยังมีวาระอื่น ๆ กระทรวงการคลัง เตรียมเสนอการพิจารณาเรื่องการลดหย่อนภาษีผู้ประกอบการที่ซื้อชุดตรวจเอทีเค (ATK) และนำมาให้บุคลากรในองค์กรได้ตรวจ สามารถนำใบเสร็จค่าใช้จ่ายไปลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า ส่วนกระทรวงอุตสาหกรรม  เสนอ เสนอขอทบทวนการปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2530 เรื่องมติคณะกรรมการพัฒนาพื้นที่ บริเวณชายฝั่งทะเลฝั่งตะวันออก ครั้งที่ กพอ. 2/2530 และมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2531 ด้านกระทรวงคมนาคมเสนอพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการให้ได้ที่ดินเพิ่มเติมและการจ่ายเงินค่าทดแทนเพื่อ ชดเชยให้แก่ผู้ถูกเวนคืน พ.ศ...

ด้านสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เสนอร่างกฎกระทรวงกำหนดข้อความโฆษณาสินค้าหรือบริการที่เป็นการไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคหรือที่อาจก่อให้เกิด ผลเสียต่อสังคมเป็นส่วนร่วม พ.ศ... และร่างกฎกระทรวงยกเลิกกระทรวงว่าด้วยการโฆษณาเครื่องดื่มที่มีส่วนผสม ของแอลกฮอล์และเครื่องดื่มที่ผสมกาเฟอีนในโรงภาพยนตร์และทางป้ายโฆษณา พ.ศ. 2547 พ.ศ... รวม 2 ฉบับ และ สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เสนอร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยคณะกรรมการอำนวยการ หนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ แห่งชาติ (ฉบับที่ ..)

นอกจากนี้กอ.รมน.ขอขยายเวลาประกาศพื้นที่ปรากฎเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กระทรวงแรงงานเสนอ การเข้าเป็นสมาชิกขององค์การการแข่งขันฝีมือแรงงานเอเชีย (WorldSkills Asia) และการจัดส่งเยาวชนเข้าร่วมการแข่งขันฝีมือแรงงานเอเชีย (WorldSkills Asia Competition) กรมชลประทาน ขออนุมัติขยายระยะเวลาดำเนินโครงการชลประทานใหญ่ จำนวน 3 โครงการ และกระทรวงสาธารณสุข เสนอร่างกฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพ ติดให้โทษในประเภท 5 เฉพาะกัญชา พ.ศ...

ตร. แจง ไร้สัญญาณบ่งชี้การก่อการร้าย แม้ญี่ปุ่นเตือนเหตุ ‘ก่อการร้ายในอาเซียนและไทย'

รัฐบาลญี่ปุ่นส่งเอกสารให้กับพลเมืองของตนเอง เฝ้าระวังการก่อการร้ายในอาเซียน รวมถึงไทย ด้านตำรวจ - สันติบาล ชี้แจง ไม่มีอะไรน่ากังวล แจ้งเตือนตามวงรอบ ขณะที่กต.ระบุ เป็นคำสั่งจากกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ยังไม่สามารถให้รายละเอียดเพิ่มเติมได้ และในเอกสารไม่เจาะจงเฉพาะไทย 

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนะเจริญ รองโฆษกตร. กล่าวถึงกรณีที่สถานทูตญี่ปุ่นแจ้งเตือนเหตุก่อการร้ายนั้น ว่า จากข้อมูลจากกองบัญชาการตำรวจสันติบาล (บช.ส.) พบว่ามีการแจ้งเตือนจากสถานทูตญี่ปุ่น ทั้งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไม่ใช่แค่ประเทศไทย ซึ่งเป็นการแจ้งเตือนตามวงรอบ ไม่มีสิ่งบอกเหตุว่าจะมีการก่อการร้าย ขณะนี้ยังไม่มีการเฝ้าระวังสิ่งใดเป็นพิเศษ และทางเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามสถานการณ์พร้อมการประสานงานกับหน่วยที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนอย่าได้วิตกกังวลและใช้ชีวิตตามปกติ

รองโฆษก ตร.ย้ำว่าทางไทยมีการเฝ้าระวังอยู่แล้ว โดยเฉพาะการประสานงานด้านการข่าวฝ่ายความมั่นคงทั้งในและต่างประเทศอยู่แล้ว ทั้งด้านข่าวกรองและการต่อต้านข่าวกรอง ในส่วนของการรักษาความปลอดภัยสถานที่ตั้งของสถานทูตรวมถึงสถานที่พำนักของเอกอัครราชทูตหรือเจ้าหน้าที่ทางการทูตในประเทศไทยมีการประสานงานกับตำรวจท้องที่ โดยเฉพาะตำรวจ 191 อยู่แล้วก็ดำเนินการควบคู่กันไป 

รวมถึงมีการแลกเปลี่ยนด้านข่าวกรองตลอดเวลา และขณะนี้ไม่ได้ห่วงที่ใดเป็นพิเศษ เนื่องจากการรักษาสถานที่สำคัญและบุคคลสำคัญในประเทศก็เป็นหน้าที่ของตำรวจสันติบาลร่วมกับตำรวจนครบาลหรือหากมีสถานกงสุล หรือสถานทูตตั้งอยู่ต่างจังหวัดก็มีการประสานกับตำรวจท้องที่อยู่แล้วเช่นกันตรงนี้ไม่เป็นห่วง และพร้อมให้การสนับสนุนทันทีหากมีการร้องขอขึ้นมา

ด้านนายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่น ส่งหนังสือเตือนถึงพลเมืองชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในอาเซียนรวมถึงไทย ให้ระมัดระวังการก่อการร้าย โดยระบุว่า

จากการตรวจสอบและสอบถามไปยังสถานทูตญี่ปุ่น ระบุว่า อีเมลนี้กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นเป็นผู้ส่งให้ชาวญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยไม่ได้ระบุเฉพาะเจาะจงว่าเป็นประเทศไทย และไม่ได้ระบุที่มาของข้อมูลดังกล่าว ทำให้ยังไม่สามารถให้ข้อมูลหรือรายละเอียดเพิ่มเติมได้

อย่างไรก็ตาม เนื้อหาใจความสำคัญของอีเมลฉบับดังกล่าวระบุว่า ขอให้ชาวญี่ปุ่นระมัดระวังการโจมตีหรือการก่อการร้าย โดยเฉพาะการระเบิดพลีชีพตนเองในสถานที่ที่มีคนรวมตัวจำนวนมาก จึงขอให้ดำเนินการตามมาตรการ ดังนี้ 

1.) ติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิด

2.) ปฏิบัติตามคำแนะนำและมาตรการของทางการท้องถิ่น หากเกิดเหตุขึ้น

3.) เมื่อต้องไปอยู่ในสถานที่ที่มีคนจำนวนมาก ให้สังเกตสถานการณ์รอบ ๆ ตัว หรือใช้เวลาอยู่สถานที่เหล่านั้นให้สั้นที่สุด หากพบว่ามีความน่าสงสัยให้รีบออกจากสถานที่ดังกล่าวโดยสถานที่ที่ควรระมัดระวัง เช่น วัด โบสถ์ มัสยิด เป็นต้น 

อย่างไรก็ตาม สามารถติดต่อหรือแจ้งข้อมูลได้ที่ สถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย โทรศัพท์: (66-2) 207-8500, 696-3000 โทรสาร: (66-2) 207-8511


https://www.pptvhd36.com/news/ต่างประเทศ/156231


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top