Wednesday, 24 June 2026
TheStatesTimes

7 ยุทธศาสตร์พรรคเล็ก!! พรรคเล็กไม่ต้องรวยที่สุด แต่ต้องชัดที่สุด เปิดสูตรแจ้งเกิดในสนามการเมืองยุคทุนครองเมือง เป้าหมายไม่เกิน 10 ที่นั่ง ชูยุทธศาสตร์ศรัทธาชนทุนใหญ่

7 ยุทธศาสตร์พรรคเล็ก สูตรความอยู่รอดในยุคประชาธิปไตยเงินสด

การเลือกตั้ง 3 ครั้งที่ผ่านมา น่าสนใจว่า พรรคเล็กหลายพรรคแจ้งเกิด 1 ที่นั่งบ้าง 2 ที่นั่งบ้าง 3 ที่นั่งบ้าง และที่สำคัญได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาลด้วย ด้วยระบบการเลือกตั้งมี 2 ระบบ คือระบบเขต และบัญชีรายชื่อ

เช่น พรรคครูไทย พรรคท้องถิ่นไทย พรรคท้องที่ไทย พรรคไทยศรีวิไลย์ หรืออย่างการเลือกตั้งล่าสุดปี 69 มีพรรคทางเลือกใหม่ พรรคไทยภักดี หรือแม้แต่พรรคเศรษฐกิจ ก็แจ้งเกิดทางการเมือง แต่ก็มีบางพรรคที่ไม่สำเร็จก็มี เช่น พรรคพร้อม

พรรคที่สำเร็จ ส่วนใหญ่ก็จะมีนักการเมืองตัวจี๊ด แสดงนำ เช่น เต้-มงคลกิตติ์ หมอวรงค์ ราเชน และ/หรือ พล.อ.รังษี ซึ่งตัวจี๊ดเหล่านี้จะใช้คำพูดแรงๆ นโยบายแปลกๆ อาจจะเป็นที่ถูกใจของสายฮาร์ดคอ

ล่าสุดมาร์ค พิตบูล กำลังจะเดินสายนี้ ด้วยการกำหนดยุทธศาสตร์พรรคเล็ก เป้าหมายไม่เกิน 10 ที่นั่ง แต่เลือกตั้งจริงอาจจะได้ 2-3 ที่นั่ง

มาร์ค พิตบูล กำลังจะเข้าไปนั่งบริหาร เป็นหัวหน้าพรรคศรัทธา ที่จะใช้พรรคพร้อม เปลี่ยนชื่อเป็นพรรคศรัทธา ช่วงนี้เป็นช่วงระดมพรรคพวกร่วมกันก่อตั้งพรรค

พรรคเล็กควรมียุทธศาสตร์ ยุทธวิธีอย่างไร เพื่อให้ถูกใจประชาชนในสถานการณ์ที่การภูมิทัศน์ทางการเมืองเปลี่ยนไป เงินสด (money politic) เป็นตัวกำหนดชัยชนะ

มีผู้นำพรรคที่โดดเด่นในการนำเสนอประเด็นปัญหาสังคม

แค่ในอนาคต พรรคเล็กที่อยู่รอดอาจไม่ใช่พรรคที่มีเงินมากที่สุด แต่เป็นพรรคที่มี “เรื่องเล่า” มีจุดยืน และมีบุคลิกทางการเมืองที่ชัดเจนที่สุด เพราะในยุคที่ประชาชนรับข้อมูลผ่านหน้าจอโทรศัพท์มือถือทุกวัน การเมืองไม่ใช่เพียงการแข่งขันเรื่องทุนอีกต่อไป แต่เป็นการแข่งขันเรื่องความสนใจของประชาชน และสำหรับพรรคเล็ก การทำให้ประชาชนหันมาฟัง อาจเป็นชัยชนะก้าวแรกที่สำคัญกว่าการมีงบประมาณมหาศาลเสียด้วยซ้ำ

7 ยุทธศาสตร์พรรคเล็ก : สูตรอยู่รอดในสมรภูมิการเมืองยุคทุนครองเมือง

การเมืองไทยในปัจจุบันเป็นการเมืองยุคทุนนิยมทางการเมืองมีบทบาทสูงขึ้น การเลือกตั้งหลายพื้นที่ถูกกำหนดด้วยเครือข่ายอำนาจท้องถิ่น ฐานคะแนนเดิม และเม็ดเงินมหาศาล ทำให้พรรคการเมืองขนาดเล็กยากที่จะต่อสู้กับพรรคใหญ่ในสนามเดียวกัน

แต่ประสบการณ์จากการเลือกตั้งหลายครั้งที่ผ่านมา ก็พิสูจน์ให้เห็นว่า พรรคเล็กไม่จำเป็นต้องมีเงินมากที่สุด ขอเพียงมียุทธศาสตร์ที่ถูกต้อง ก็สามารถแจ้งเกิดและส่งตัวแทนเข้าสภาได้เช่นกัน ด้วยการเลือกตั้งสองระบบ คือระบบเขต และบัญชีรายชื่อ การคำนวณคะแบบไม่ตกหล่น

ยุทธศาสตร์พรรคเล็ก

1. หา “จุดยืน” ให้เจอ อย่าเป็นพรรคสารพัดนึกความผิดพลาดของพรรคเล็กจำนวนมาก คือ พยายามพูดทุกเรื่องเหมือนพรรคใหญ่
ในความเป็นจริง พรรคเล็กต้องมีอัตลักษณ์ที่ชัดเจน จนประชาชนจดจำได้ทันทีว่า พรรคนี้เกิดมาเพื่ออะไร
บางพรรคยืนเรื่องชาตินิยม บางพรรคยืนเรื่องท้องถิ่น บางพรรคยืนเรื่องเกษตรกร หรือผู้ประกอบการรายย่อย
ยิ่งชัด ยิ่งมีโอกาสสร้างฐานเสียงเฉพาะกลุ่มได้

2. ต้องมี “ตัวจี๊ด” เป็นหัวหอกนำ การเมืองยุคสื่อออนไลน์คือการแข่งขันด้านความสนใจ พรรคเล็กไม่มีงบประมาณซื้อสื่อจำนวนมาก จึงต้องใช้บุคคลเป็นสื่อ ผู้นำพรรคต้องมีบุคลิกโดดเด่น กล้าพูด กล้าแสดงจุดยืน สร้างประเด็นได้ด้วยตัวเอง และต่อเนื่อง (ทฤษฎีของอัลโตนิโอ กรัมชี่)
บางคนอาจไม่ชอบก็ได้ แต่ต้องไม่มองข้ามคนชอบก็มี แต่ทำอย่างไรให้แปลเป็นคะแนน สำหรับพรรคเล็ก การถูกพูดถึงสำคัญกว่าการถูกลืม

3. เปลี่ยนโซเชียลมีเดียให้เป็น “สถานีโทรทัศน์ของพรรค”อดีตพรรคเล็กเสียเปรียบเพราะไม่มีสื่อ
แต่ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือหนึ่งเครื่อง สามารถเข้าถึงประชาชนได้ทั้งประเทศ
ไลฟ์สดทุกวัน ทำคลิปสั้นทุกวัน สื่อสารทุกวันในประเด็นทางสังคม นำเสนอทางออกด้วยมธุรสวาจา ไม่กระโชกโฮกฮาก จนกลายเป็นไร้สาระ
เมื่อทำต่อเนื่องนานพอ พรรคจะมีฐานผู้ติดตามที่กลายเป็นฐานคะแนนเสียงในอนาคต

4. เลือกสนามรบ อย่าส่งคนทั่วประเทศ เลือกส่งผู้สมัครในเขตเป้าหมาย ไม่หว่านไปทั่ว พรรคเล็กจำนวนมากพ่ายแพ้ เพราะอยากเป็นพรรคใหญ่เร็วเกินไป
ทุ่มทรัพยากรทั้งหมดลงใน 5-10 เขตเลือกตั้งที่มีศักยภาพ และเป็นพื้นที่เป้าหมาย ชนะ 2 ที่นั่ง ดีกว่าแพ้ 400 เขต

5. สร้างเครือข่ายผู้นำท้องถิ่น ท้องที่ นายกฯอบต.ส่ง.อบต.กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อดีตสมาชิกสภาท้องถิ่น กลุ่มอาชีพ และผู้นำชุมชน คือกำลังสำคัญของพรรคเล็ก
แม้จะไม่มีเงินมหาศาล แต่หากมีเครือข่ายคนทำงานในพื้นที่ ก็สามารถสร้างคะแนนเสียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การเมืองไทยยังคงเป็นการเมืองที่ต้องใช้ “คนรู้จัก” ควบคู่กับ “คนรู้ใจ”

6. สร้างประเด็นก่อนเลือกตั้ง อย่ารอหาเสียง
หลายพรรคเริ่มทำงานการเมืองก่อนเลือกตั้งเพียงไม่กี่เดือน แต่พรรคที่ประสบความสำเร็จ มักสร้างประเด็นต่อเนื่องตลอด 4 ปี ยิ่งมีเวลาทำงานมากยิ่งดี ออกมาแสดงความคิดเห็นทุกเรื่องที่ประชาชนสนใจ แต่เน้นประเด็นที่เป็นจุดยืนของพรรคให้มาก ทำให้ชื่อพรรคติดอยู่ในความทรงจำของสังคม เมื่อถึงวันเลือกตั้ง ประชาชนจึงรู้จักพรรคอยู่แล้ว

7. ตั้งเป้าหมายให้เหมาะกับขนาดพรรค พรรคเล็กไม่จำเป็นต้องฝันเป็นรัฐบาลตั้งแต่วันแรก
เป้าหมายที่เหมาะสมอาจเป็น 1 ที่นั่ง 3 ที่นั่ง หรือ 5 ที่นั่ง

เพราะการมี ส.ส.แม้เพียงคนเดียว ก็สามารถสร้างพื้นที่สื่อ สร้างการยอมรับ และต่อยอดสู่การเติบโตในอนาคตได้

การเมืองไม่ใช่การแข่งขันระยะสั้น แต่เป็นการวิ่งมาราธอน
หลายพรรคใหญ่ในวันนี้ ก็เคยเริ่มต้นจากพรรคเล็กเมื่อวานนี้

สรุปว่า ในยุคที่เงินยังมีอิทธิพลต่อการเลือกตั้ง พรรคเล็กอาจไม่มีทางเอาชนะพรรคใหญ่ด้วยงบประมาณ
แต่สามารถเอาชนะด้วยความชัดเจน ความแตกต่าง และความสามารถในการดึงความสนใจของประชาชน
เพราะในโลกการเมืองปัจจุบัน พรรคที่ประชาชนมองเห็น ย่อมมีโอกาสมากกว่าพรรคที่มีเงิน แต่ไม่มีตัวตน

บางครั้ง เสียงที่ดังที่สุดในสภา ก็อาจไม่ได้มาจากพรรคที่มี ส.ส.มากที่สุดเสมอไป ตัวอย่างมีให้เห็น ทำไม “หมอวรงค์”จึงเสียงดัง เป็น ส.ส.หนึ่งเดียวของพรรคไทยภักดี

“บ้านปู” ผสานก๊าซธรรมชาติ–ไฟฟ้าครบวงจร!! ชูบทบาท Energy Architect ออกแบบพลังงาน มั่นคง ยั่งยืน รับยุค AI และดิจิทัล เชื่อมสินทรัพย์คุณภาพในหลายประเทศ เสริมแกร่งรับโลกพลังงานแห่งอนาคต

บ้านปูผสานความครบวงจรของธุรกิจก๊าซธรรมชาติและไฟฟ้า เสริมแกร่งตอบโจทย์โลกพลังงานแห่งอนาคต

เมื่อโลกเผชิญความท้าทายจากความต้องการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นและการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน นิยามของ “ความมั่นคงทางพลังงาน” จึงกำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ จากเดิมที่มุ่งเน้นการจัดหาเชื้อเพลิงและไฟฟ้าให้เพียงพอต่อความต้องการของประเทศ สู่การสร้างระบบพลังงานที่สามารถส่งมอบพลังงานได้อย่างต่อเนื่อง มีเสถียรภาพ และมีความน่าเชื่อถือ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการใช้พลังงานที่ซับซ้อนและเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ความพร้อมด้านพลังงานจึงไม่ได้เป็นเพียงปัจจัยสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจอีกต่อไป แต่กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ที่กำหนดขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและภาคธุรกิจทั่วโลก ขณะเดียวกันความท้าทายด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังผลักดันให้ระบบพลังงานแห่งอนาคตต้องสามารถสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงานและการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมคาร์บอนต่ำไปพร้อมกัน

ด้วยประสบการณ์ในธุรกิจพลังงานมากกว่า 4 ทศวรรษ บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านพลังงานที่หลากหลาย ได้พัฒนาพอร์ตธุรกิจที่ครอบคลุมตลอดห่วงโซ่คุณค่าด้านพลังงาน ตั้งแต่แหล่งพลังงานต้นน้ำ การผลิตไฟฟ้า ระบบกักเก็บพลังงาน ไปจนถึงการนำเสนอเทคโนโลยีและโซลูชันด้านพลังงานในหลายประเทศทั่วโลก พร้อมขับเคลื่อนการลดการปล่อยคาร์บอน ทำให้บริษัทฯ สามารถเชื่อมโยงศักยภาพของธุรกิจต่าง ๆ เข้าด้วยกัน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานที่ตอบโจทย์ความต้องการของโลกยุคใหม่

นายสินนท์ ว่องกุศลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เรามองตัวเองทำหน้าที่เหมือนผู้ออกแบบพลังงานหรือ Energy Architect ที่พร้อมขยายขีดความสามารถด้านพลังงานของโลกอย่างมีความรับผิดชอบ ด้วยความเชี่ยวชาญที่ครอบคลุมห่วงโซ่คุณค่าด้านพลังงาน ทำให้เราสามารถมองเห็นความเชื่อมโยงขององค์ประกอบต่าง ๆ ในระบบ และออกแบบโซลูชันพลังงานที่ตอบโจทย์ทั้งความมั่นคง ประสิทธิภาพ และความยั่งยืนไปพร้อมกัน เราเชื่อว่าความสามารถในการผสานจุดแข็งจากธุรกิจที่หลากหลาย เทคโนโลยี และองค์ความรู้จากหลายภูมิภาค จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างคุณค่าและโอกาสการเติบโตในโลกยุค AI”

หนึ่งในจุดแข็งสำคัญของบ้านปูคือการมีธุรกิจที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยเฉพาะธุรกิจก๊าซธรรมชาติครบวงจร ซึ่งก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงสำคัญในการสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงให้กับระบบไฟฟ้าในช่วงเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน ที่สหรัฐอเมริกา เราได้นำเทคโนโลยีมาต่อยอดการสร้างคุณค่าผ่านการดักจับและกักเก็บคาร์บอน (Carbon Capture, Utilization, and Sequestration: CCUS) ที่พัฒนาสู่การจำหน่ายก๊าซธรรมชาติที่มีคาร์บอนเป็นกลาง (Carbon-Sequestered Gas: CSG) ก๊าซที่ได้มาจะถูกนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในโรงไฟฟ้า จึงถือเป็นการเชื่อมต่อสู่ธุรกิจไฟฟ้าเต็มรูปแบบ โดยผสานการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน (Renewables) เข้ามาเสริม ทำให้สามารถส่งมอบพลังงานที่ตอบโจทย์ทั้งด้านความมั่นคงและการลดการปล่อยคาร์บอน สอดคล้องกับความต้องการพลังงานสะอาดที่เพิ่มขึ้นในภาคธุรกิจ ขณะที่เรานำเอาระบบกักเก็บพลังงานด้วยแบตเตอรี่ (Battery Energy Storage System: BESS) เข้ามาช่วยรักษาสมดุลของระบบ รองรับความผันผวนของพลังงานหมุนเวียน และเพิ่มความยืดหยุ่นของโครงข่ายไฟฟ้า เพื่อให้การซื้อขายพลังงาน (Energy Trading) มีความต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งเสริมความสามารถทางการแข่งขันของกลุ่มบ้านปูในตลาดไฟฟ้าเสรี (Merchant Market) การมีห่วงโซ่คุณค่าด้านพลังงานที่ครบวงจรดังกล่าว ทำให้บ้านปูมีความพร้อมในการรองรับคลื่นการเติบโตใหม่ของโลก โดยเฉพาะอุตสาหกรรม Data Center และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ซึ่งต้องการพลังงานที่สามารถตอบโจทย์ได้พร้อมกันทั้งด้านความคุ้มค่าของต้นทุน ความต่อเนื่องและความน่าเชื่อถือในการจ่ายพลังงาน ตลอดจนการลดการปล่อยคาร์บอนอย่างมีประสิทธิภาพ

ความสามารถในการสร้างมูลค่าของธุรกิจก๊าซธรรมชาติและธุรกิจไฟฟ้า มาจากการผสานจุดแข็งของธุรกิจที่เชื่อมโยงกันตลอดห่วงโซ่คุณค่าพลังงาน โครงสร้างธุรกิจที่ครบวงจรดังกล่าวไม่เพียงเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและเสริมความสามารถในการแข่งขัน แต่ยังช่วยสร้างกระแสเงินสดจากสินทรัพย์ที่มีคุณภาพในตลาดสำคัญ อาทิ สหรัฐอเมริกา จีน ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น และอินโดนีเซีย ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารจัดการสินทรัพย์ การวิเคราะห์ข้อมูล และการตัดสินใจทางธุรกิจ ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของตลาดและต่อยอดองค์ความรู้จากการดำเนินธุรกิจในหลากหลายภูมิภาค เพื่อสร้างคุณค่าจากโอกาสการเติบโตใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรมพลังงานโลก และเพิ่มความพร้อมของระบบพลังงานสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต

บ้านปูยังคงยึดมั่นในการสร้างการเติบโตอย่างมีความรับผิดชอบ โดยมุ่งสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงาน การพัฒนาเศรษฐกิจ และการขับเคลื่อนสู่อนาคตพลังงานที่ยั่งยืน ผ่านการลงทุนในธุรกิจที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานการยกระดับประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด และการพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพด้านพลังงานและสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระยะยาว ในวันที่โลกต้องการพลังงานมากกว่าที่เคย และในขณะเดียวกันก็ต้องการพลังงานที่สะอาด ยืดหยุ่น และเชื่อถือได้มากขึ้น บ้านปูยังคงเดินหน้าต่อยอดความเชี่ยวชาญด้านพลังงาน เทคโนโลยี และความเข้าใจในตลาดพลังงานระดับโลก เพื่อร่วมสร้างระบบพลังงานแห่งอนาคตที่สามารถรองรับการเติบโตของเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้กับทุกภาคส่วนในระยะยาว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top