Tuesday, 16 June 2026
TheStatesTimes

จีนลุยพัฒนารถไฟ!! ขนส่งสินค้าพุ่ง3.1% ผู้โดยสารเพิ่ม5.7% ลงทุนรถไฟ 2.48 แสนล้านหยวน ส่งเสริมเศรษฐกิจพื้นที่ภูมิภาค

ปักกิ่ง, 15 มิ.ย. (ซินหัว) -- วันจันทร์ (15 มิ.ย.) สำนักบริหารการรถไฟแห่งชาติจีนรายงานว่าภาคการรถไฟของจีนเติบโตแกร่งทั้งในด้านการรองรับสินค้าและผู้โดยสารในช่วง 5 เดือนแรก (มกราคม-พฤษภาคม) ของปี 2026 ขณะที่การลงทุนสินทรัพย์ถาวรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน

การขนส่งสินค้าทางรถไฟสูงถึง 2.19 พันล้านตันในช่วง 5 เดือนแรก เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.1 เมื่อเทียบปีต่อปี ขณะที่ปริมาณหมุนเวียนสินค้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.2 เป็น 1.56 ล้านล้านตัน-กิโลเมตร ส่วนปริมาณการขนส่งผู้โดยสารอยู่ที่ 1.97 พันล้านครั้ง เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 5.7

ทั้งนี้ การลงทุนสินทรัพย์ถาวรในภาคการรถไฟสูงถึง 2.485 แสนล้านหยวน (ราว 1.2 ล้านล้านบาท) ในช่วงเวลาดังกล่าว เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.6 เมื่อเทียบปีต่อปี โดยปริมาณการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าที่อยู่ในระดับสูง กอปรกับการก่อสร้างเครือข่ายทางรถไฟที่เดินหน้าต่อเนื่องกำลังมีส่วนช่วยส่งเสริมการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสังคมระดับภูมิภาค

ที่มา : Xinhua

ดราม่า ! สตาร์บัคส์เกาหลีใต้ สั่งหยุดอบรมประวัติศาสตร์ชาติ!! หลังดราม่าแคมเปญโยงสังหารหมู่ควังจู สตาร์บัคส์เกาหลีเปลี่ยนวิกฤตเป็นบทเรียน ตั้งกองทุนสังคม–หนุนโบราณสถานประวัติศาสตร์ยุคใหม่ รื้อระบบตรวจสอบแคมเปญเข้มงวด

สตาร์บัคส์เกาหลี จ่อจัดอบรมประวัติศาสตร์ หลังดราม่าการตลาดโยงเหตุสังหารหมู่ควังจู

กลุ่มชินเซเกและสตาร์บัคส์ เกาหลีใต้ เตรียมจัดอบรมความตระหนักรู้ทางประวัติศาสตร์และประเด็นทางสังคมให้แก่พนักงานทุกระดับ ตั้งแต่ประธานกลุ่มบริษัทไปจนถึงบาริสต้าหน้าร้าน พร้อมประกาศปิดสตาร์บัคส์ทุกสาขาทั่วประเทศเร็วกว่ากำหนดเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เพื่อให้พนักงานเข้ารับการอบรม หลังเกิดกรณีอื้อฉาวจากการแคมเปญการตลาด "Tank Day" ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าล้อเลียนและดูหมิ่นเหตุสังหารหมู่เมืองควังจู

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งตรงกับวันครบรอบเหตุการณ์เผด็จการทหารปราบปราบขบวนการเรียกร้องประชาธิปไตยที่เมืองควังจู สตาร์บัคส์ เกาหลี ได้ปล่อยแคมเปญโปรโมทแก้วที่ใช้ชื่อว่า "Tank Day"

ทั้งนี้ คำว่า "Tank" (รถถัง) เป็นคำแสลงที่กลุ่มชุมชนออนไลน์ฝ่ายขวาจัดในเกาหลีใต้ใช้เรียกอดีตประธานาธิบดี "ชอน ดูฮวาน" เผด็จการทหารผู้สั่งปราบปราบประชาชนจนมีผู้เสียชีวิตหลายร้อยศพ ยิ่งไปกว่านั้น ในสื่อประชาสัมพันธ์ยังมีการใช้ประโยคว่า "ตัก! บนโต๊ะ!" (Tak! on the desk!) ซึ่งคำว่า "ตัก" (เสียงดัง ปัง!) เป็นวลีอื้อฉาวที่ตำรวจยุคเผด็จการเคยใช้แถลงแก้ตัวหลังเกิดเหตุการณ์ทรมานนักศึกษา "พัค จงชอล" จนเสียชีวิตในปี 1987 โดยตำรวจอ้างว่า แค่มือตบโต๊ะดัง 'ตัก' เด็กก็หัวใจวายตายไปเอง

เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความไม่พอใจแก่สาธารณชนอย่างรุนแรง จนทำให้ นายจอง ยงจิน ประธานกลุ่มชินเซเก ต้องแถลงขอโทษอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 19 พ.ค. โดยยอมรับว่าเป็น "ความผิดพลาดที่ไม่อาจให้อภัยได้ และเป็นการลบลู่ความเจ็บปวดและการเสียสละของผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย" พร้อมให้คำมั่นว่าจะรื้อระบบการตรวจสอบเนื้อหาทั้งหมด

เพื่อแสดงความรับผิดชอบและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย ทางกลุ่มชินเซเกได้ประกาศมาตรการที่ระบุว่าเป็น "ก้าวประวัติศาสตร์" โดยในวันที่ 17 มิ.ย. นายจอง ยงจิน ประธานกลุ่ม พร้อมด้วยผู้บริหารและพนักงานส่วนสำนักงานใหญ่ของอีมาร์ต (E-MART) และสตาร์บัคส์ เกาหลี จะเข้ารับการอบรมด้านประวัติศาสตร์และความไวต่อประเด็นทางสังคม

ส่วนวันที่ 22 มิ.ย. สตาร์บัคส์ เกาหลี จะปิดให้บริการทุกสาขาทั่วประเทศพร้อมกันในเวลา 15.00 น. เพื่อให้บาริสต้าและพนักงานหน้าร้านทุกคนรับชมวิดีโอการอบรมพร้อมกัน ซึ่งถือเป็นการปิดร้านก่อนเวลาทั่วประเทศเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สตาร์บัคส์เข้ามาทำธุรกิจในเกาหลีใต้เมื่อปี 1999 ต่อมาในวันที่ 24 มิ.ย ประธานจอง ยงจิน และบรรดาซีอีโอของบริษัทในเครืออีมาร์ตทั้งหมด จะแยกเข้ารับการอบรมพิเศษร่วมกันก่อนการประชุมผู้บริหารประจำเดือน เพื่อย้ำจุดยืนในการรับผิดชอบร่วมกันของฝ่ายบริหาร และวันที่ 1 ก.ค พนักงานในส่วนค้าปลีกอื่น ๆ ของอีมาร์ต จะเริ่มเข้าคอร์สอบรมในรูปแบบออนไลน์ เป็นเวลา 2 สัปดาห์

การอบรมด้านประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์โอ เจยอน จากภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยซองกยุนกวาน ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์เกาหลีร่วมสมัย มาเป็นผู้บรรยายเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญตั้งแต่ทศวรรษ 1950 เป็นต้นมา ส่วนการอบรมความไวต่อประเด็นทางสังคม จะบรรยายโดย ศาสตราจารย์คู จองอู จากภาควิชาสังคมวิทยา มหาวิทยาลัยซองกยุนกวาน ซึ่งจะเน้นย้ำถึงสิ่งที่ภาคธุรกิจต้องคำนึงถึง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องประวัติศาสตร์, แรงงาน, เพศภาพ และสิทธิมนุษยชน

นอกเหนือจากการอบรมแล้ว สตาร์บัคส์ เกาหลี ยังได้ปฏิรูประบบการอนุมัติแคมเปญการตลาดทั้งออนไลน์และออฟไลน์ใหม่ทั้งหมด โดยได้รับการแต่งตั้งที่ปรึกษาจากหน่วยงานภายนอกเพื่อสร้าง "แบบประเมินความไวต่อสังคม"

ระบบใหม่นี้จะกำหนดให้ทีมงานต้องประเมินความเสี่ยงตั้งแต่ขั้นวางแผน จากเดิมที่ตรวจเฉพาะเรื่องข้อกฎหมายและความเข้ากันได้ของแบรนด์ เปลี่ยนมาเป็นการกลั่นกรองประเด็นที่อ่อนไหวทางสังคมอย่างเข้มงวด ได้แก่ "ประวัติศาสตร์, วันสำคัญ, การเมือง, ภัยพิบัติ, การทหาร, เพศสภาพ, ความรุนแรง และคำพูดที่แสดงความเกลียดชัง" เพื่อไม่ให้เนื้อหาไปกระทบกระเทือนความหมายของวันสำคัญ หรือดูหมิ่นกลุ่มบุคคลใด ๆ

นอกจากนี้ จะมีการขยายเวลาในการตรวจสอบให้ยาวนานขึ้นเพื่อป้องกันความผิดพลาดจากการเร่งรีบ ปรับปรุงรูปแบบการรายงานให้เข้าใจง่าย และกำหนดให้แคมเปญทุกชิ้นต้องได้รับการอนุมัติขั้นสุดท้ายร่วมกันจากหลายฝ่าย รวมถึงฝ่ายกฎหมายและฝ่ายควบคุมคุณภาพก่อนเผยแพร่สู่สาธารณะ

ขณะเดียวกัน สตาร์บัคส์ยังมีแผนที่จะจัดตั้งกองทุนช่วยเหลือสังคม เพื่อสนับสนุนการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานของโบราณสถานทางประวัติศาสตร์ยุคใหม่ และสนับสนุนโครงการที่เกี่ยวข้องกับวันสำคัญทางประวัติศาสตร์ของชาติต่อไป โดยกลุ่มชินเซเกทิ้งท้ายว่า จะใช้โอกาสนี้เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาสในการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมและเติบโตไปพร้อมกับชาวเกาหลีใต้อย่างแท้จริง.
 

ที่มา CHOSUNBIZ / JoongAng Ilbo

https://www.thairath.co.th/news/foreign/293958

วินด์เซิร์ฟฯ จัดแข่ง!! ไทยแลนด์อินเตอร์เนชั่นแนลชิงชัย ที่พัทยา 17-21 มิ.ย. 69 นักกีฬาจาก 6 ชาติร่วมประชัน เตรียมพร้อมเอเชียนเกมส์ ยูธโอลิมปิก

วินด์เซิร์ฟฯ เตรียมจัด ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล วินด์เซิร์ฟฟิ่ง แชมเปียนชิพส์ 2026

สมาคมกีฬาวินด์เซิร์ฟฯ เตรียมจัดศึก “ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล วินด์เซิร์ฟฟิ่ง แชมเปียนชิพส์ 2026“ อีเว้นท์ 2 ที่ชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ระหว่างวันที่ 17-21 มิถุนายน 2569 โดยมีนักกีฬาจาก 6 ชาติร่วมชิงชัย หวังใช้เป็นเวทีเตรียมความพร้อมให้ชุดสู้ศึกเอเชียนเกมส์และยูธโอลิมปิกเกมส์

นายพัฒนา บุญสวัสดิ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาวินด์เซิร์ฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สมาคมกีฬาวินด์เซิร์ฟฯ เตรียมจัดการแข่งขันรายการ “ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล วินด์เซิร์ฟฟิ่ง แชมเปียนชิพส์ 2026“ อีเว้นท์ 2 ที่ชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ระหว่างวันที่ 17-21 มิถุนายน พ.ศ.2569 โดยมีนักกีฬาจาก 6 ชาติ ร่วมชิงชัย ได้แก่ ไทย, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย, สิงคโปร์, เกาหลีใต้ และออสเตรเลีย

สำหรับรายการนี้ทีมไทยส่งนักกีฬาส่งนักกีฬาลงชิงชัยเต็มพิกัด นำโดย ชุดเอเชียนเกมส์ 2026 ได้แก่ ประเภทไอคิว ฟอยล์ รุ่นทั่วไปชาย จ.อ.นิติพัฒน์ ไชยวุฒิเวทย์, ประเภทไอคิว ฟอยล์ รุ่นทั่วไปหญิง จ.ต.ศิริพร แก้วดวงงาม, ประเภทไอคิว ฟอยล์ รุ่นเยาวชนชาย อายุไม่เกิน 19 ปี นายวชิรวิทย์ ทนอุป, ประเภทไอคิว ฟอยล์ รุ่นเยาวชนหญิง อายุไม่เกิน 19 ปี น.ส.ชนัฐกานต์ เจริญสุข

ขณะที่ วิลเลียม แมคมิลลัน นักกีฬาลูกครึ่งไทย-ออสเตรเลีย จะร่วมแข่งขันงานนี้ด้วย ในประเภทไอคิว ฟอยล์ รุ่นทั่วไปชาย เพื่อเตรียมความพร้อมทำศึกชิงแชมป์โลก ที่ประเทศอังกฤษ ระหว่างวันที่ 4-11 กันยายน พ.ศ.2569 รวมทั้งนักกีฬาดาวรุ่งชุด “ยูธโอลิมปิกเกมส์ 2026“ วรรณิดา วินทะชัย จะลงชิงชัยประเภทเทคโน 293 รุ่นเยาวชนหญิงอายุไม่เกิน 17 ปี

“สมาคมกีฬาวินด์เซิร์ฟฯ ส่งนักกีฬาลงชิงชัยทั้งรุ่นใหญ่และรุ่นเยาวชน เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขัยเอเชียนเกมส์ 2026 และยูธโอลิมปิกเกมส์ 2026 รวมทั้งยังให้นักกีฬาดาวรุ่งรุ่นใหม่ๆ ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์เสริมสร้างความแข็งแกร่งด้วย” พ่อบ้านทัพโต้คลื่นไทย กล่าว

ทั้งนี้ มหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ 2026 จัดที่เมืองนาโกย่า ประเทศญี่ปุ่น ระหว่างวันที่ 19 กันยายน-4 ตุลาคม 2569 และมหกรรมกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ 2026 จัดที่กรุงดาการ์ ประเทศเซเนกัล ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม-13 พฤศจิกายน 2569

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10285284

รัสเซียยิงสกัดโดรน!! โดรน 60 ลำถูกยิงตกข้ามคืน โจมตีเป้าหมายท้ายน้ำมันมอสโก ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ UAV 25 ลำถูกทำลายใกล้กรุงมอสโก

มอสโก (Sputnik) — เซอร์เกย์ โซเบียนิน นายกเทศมนตรีกรุงมอสโก เปิดเผยว่า ระบบป้องกันภัยทางอากาศของรัสเซียได้ยิงสกัดโดรนอย่างน้อย 60 ลำ ที่กำลังมุ่งหน้าไปยังกรุงมอสโกในช่วงข้ามคืน

โซเบียนินเขียนบนแพลตฟอร์ม Max ว่า “การโจมตีกรุงมอสโกด้วยโดรนของฝ่ายศัตรูดำเนินต่อเนื่องมาตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยหนึ่งในโดรนได้สร้างความเสียหายต่อ施設โรงกลั่นน้ำมันมอสโก ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่ฉุกเฉินกำลังปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่เกิดเหตุ”

โซเบียนินยังระบุด้วยว่า ในช่วงข้ามคืน มีอากาศยานไร้คนขับ หรือ UAV จำนวน 25 ลำ ถูกทำลายใกล้กรุงมอสโกด้วยเช่นกัน

ที่มา : Sputnik


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top