Saturday, 6 June 2026
TheStatesTimes

‘พลังงาน’ ผนึก DSI ปราบคลังเถื่อน รัฐบาลลุยเต็มกำลัง ควบคู่เร่งส่งน้ำมันช่วยประชาชน เร่งสำรอง-กระจายทั่วประเทศ รับสงกรานต์อย่างมั่นใจ ย้ำรัฐไม่ปล่อยวิกฤตลุกลาม

“พลังงาน” เร่งกระจายน้ำมัน พร้อมรับมือสงกรานต์ จับมือ DSI ทลายคลังเถื่อน ย้ำนายกฯ สั่งลุยแก้ปัญหาวิกฤต

วันนี้ (26 มีนาคม 2569) นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยผลการประชุมศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เมื่อวานนี้ ที่มีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธาน ว่า จากปัญหาสถานการณ์การขนส่งน้ำมันที่เกิดขึ้น ขณะนี้มีน้ำมันออกมาเพิ่มขึ้นจากนโยบายลดสัดส่วนการสำรองน้ำมัน​ เพื่อเพิ่มปริมาณการขนส่งน้ำมันให้ครอบคลุมมากขึ้น ควบคู่กับการขยายระยะเวลาขนส่งเพื่อให้กระจายไปทั่วประเทศได้รวดเร็วขึ้น แม้บางสถานีบริการอาจยังมีปัญหาอยู่บ้าง แต่ได้เร่งปรับการขนส่งอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ ยังได้กระจายน้ำมันให้กลุ่มผู้ค้าส่ง (Jobber) ไปแล้วกว่า 7 ล้านลิตร เพื่อจัดสรรให้กลุ่มผู้ใช้น้ำมันและช่วยลดความแออัดในสถานีบริการ สำหรับมาตรการรองรับช่วงเทศกาลสงกรานต์ ได้สั่งการให้ผู้ค้าน้ำมันเตรียมสำรองน้ำมันเพิ่มขึ้นและจัดเตรียมคลังน้ำมันเคลื่อนที่เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในช่วงที่มีการเดินทางสูง ทั้งนี้ ข้อมูลเมื่อวันที่ 23 มีนาคม ที่ผ่านมา มีการผลิตน้ำมันดีเซล (B7) อยู่ที่ 90.7 ล้านลิตร และมีสำรองอีก 43 ล้านลิตร พร้อมกันนี้ กรมธุรกิจพลังงานได้จัดทำระบบแดชบอร์ด (Dashboard) เพื่อติดตามการขนส่งจากโรงกลั่นถึงสถานีบริการ ให้ประชาชนสามารถติดตามตรวจสอบได้ แต่เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขอเวลาในการพัฒนาอีกระยะเพื่อให้ระบบมีความสมบูรณ์และแม่นยำที่สุด

ในด้านการปราบปรามการกระทำผิด กรมธุรกิจพลังงานได้บูรณาการความร่วมมือกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ลงพื้นที่ตรวจสอบคลังกักเก็บน้ำมันผิดกฎหมาย ซึ่งเมื่อวานนี้ ได้ลงพื้นที่ ตำบลสวนดอกไม้ อำเภอเสาไห้ จังหวัดสระบุรี โดยตรวจพบการกักตุนน้ำมันปริมาณรวมประมาณ 31,000 ลิตร ซึ่งเป็นการกักเก็บโดยที่ไม่มีใบอนุญาต ทางกรมธุรกิจพลังงานจะพิจารณาดำเนินคดีทางกฎหมายกับผู้กระทำผิดให้ถึงที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง และสร้างความปลอดภัยให้ประชาชน

"ขอย้ำว่า ท่านนายกรัฐมนตรี และ กรมธุรกิจพลังงาน ไม่ได้นิ่งนอนใจต่อปัญหาที่เกิดขึ้น ได้มีการเรียกทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมเพื่อแก้ไขวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อแก้ไขปัญหาสถานการณ์ทั้งในด้านการขนส่งให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ด้านราคา ที่ต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน การลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อป้องกันการลักลอบและกักตุน เพื่อให้ทุกมาตรการช่วยบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด นอกจากนั้น ได้ประสานผู้ค้าน้ำมันเตรียมความพร้อมรับมือกับเทศกาลสงกรานต์ เพื่อให้ประชาชนคลายความกังวล มั่นใจว่ามีน้ำมันเพียงพอต่อความต้องการ สามารถเดินทางท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนาได้อย่างมีความสุข" นายสราวุธ กล่าว

บางจากฯ ชูดีเซล B20 ตอบโจทย์ขนส่ง ประมง และอุตสาหกรรม เสริมทางเลือกผู้ประกอบการ ลดต้นทุนพลังงาน อีกทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการขนส่ง สนับสนุนพลังงานในประเทศ ลดพึ่งพานำเข้า

บางจากฯ จำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 

อีกทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการขนส่ง ภาคประมง และอุตสาหกรรม

บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) แจ้งว่า บริษัทฯ ได้เริ่มจำหน่ายน้ำมันดีเซล B20 เพื่อเป็น

อีกทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการขนส่ง ภาคประมงและอุตสาหกรรม รองรับการใช้งานที่ต้องการทั้งประสิทธิภาพและการบริหารต้นทุนพลังงานให้เหมาะสมกับลักษณะงาน

น้ำมันดีเซล B20 เป็นเชื้อเพลิงที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซลในสัดส่วนร้อยละ 20 ผลิตจากวัตถุดิบทางการ เกษตรภายในประเทศคือน้ำมันปาล์ม ผ่านกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน ทำให้ได้เชื้อเพลิงที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับเครื่องยนต์ดีเซลขนาดใหญ่ อาทิ รถบรรทุก รถโดยสาร และเครื่องจักรในภาคอุตสาหกรรม และเป็นการสนับสนุนการใช้พลังงานจากแหล่งในประเทศ ลดการพึ่งพาการนำเข้า ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคการเกษตรของไทย 

สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาพลังงานที่คำนึงถึงความมั่นคงด้านพลังงาน เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม 

บริษัทฯ มุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์พลังงานที่หลากหลายและเหมาะสมกับความต้องการของผู้ใช้งานในแต่ละกลุ่ม พร้อมทั้งให้ความสำคัญกับคุณภาพ มาตรฐาน และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

Bangchak Offers B20 Diesel

A Practical Energy Option for Transport, Fisheries, and Industrial Operators

Bangchak Corporation Public Company Limited offers B20 diesel as an alternative fuel option for operators in the transport, fisheries, and industrial sectors, supporting applications that require both performance and cost-efficient energy management aligned with operational needs.

B20 diesel contains 20% biodiesel, produced from domestically sourced agricultural feedstock, primarily palm oil, through a standardized production process. The fuel is suitable for heavy-duty diesel engines, including trucks, buses, and industrial machinery. Its use supports greater reliance on domestic energy sources, reduces dependence on imports, and helps create added value for Thailand’s agricultural sector, in line with energy development approaches that balance energy security, economic considerations, and environmental responsibility.

Luxury ยุคใหม่!! ไม่ได้วัดที่แพงแค่ไหน แต่วัดที่ต่อยอดได้เท่าไหร่ ซื้อแพงอย่างฉลาด เมื่อของหรูวันนี้อาจเป็นสินทรัพย์วันหน้า

เมื่อของแพงไม่ได้วัดที่ราคา แต่คือคุณค่าในระยะยาว

บางครั้งการตัดสินใจซื้อของราคาแพงไม่ได้เริ่มจากคำถามว่าคุ้มไหม แต่เริ่มจากคำถามว่าสิ่งนี้กำลังสะท้อนตัวตนของเราออกไปแบบไหน เคทีซีได้รวบรวมข้อมูลที่สอดคล้องกับแนวคิดนี้ ได้แก่ ทฤษฎีการบริโภคเพื่อแสดงสถานะ (Conspicuous Consumption) ของธอร์สไตน์ เวเบลน (Thorstein Veblen) และงานวิจัยจาก Harvard Business School ซึ่งชี้ว่า การใช้จ่ายไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยเหตุผลเพียงอย่างเดียว แต่เชื่อมโยงกับการแสดงสถานะทางสังคม (Status Signaling) และการให้รางวัลทางอารมณ์แก่ตัวเอง (Emotional Reward) อย่างไรก็ตาม พฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ เพราะของแพงในวันนี้ ไม่ได้ถูกวัดแค่จากราคา แต่กำลังถูกตั้งคำถามใหม่ว่า สามารถสร้างมูลค่าอะไรกลับมาได้บ้าง

จากของใช้สู่สินทรัพย์ที่เลือกได้

พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่สะท้อนการเปลี่ยนแนวคิดจาก “ซื้อแล้วจบ” สู่ “ซื้อแล้วต่อยอดได้” ข้อมูลจาก McKinsey & Company (2026) ระบุว่า ตลาดสินค้าแฟชั่นและสินค้าหรูมือสองมีแนวโน้มเติบโตเร็วกว่าตลาดหลัก ขณะที่ Boston Consulting Group (2025) ชี้ว่า สินค้าบางประเภทเริ่มถูกมองในฐานะสินทรัพย์มากกว่าสินค้าใช้สอย ทำให้การใช้จ่ายกับสินค้าราคาแพงกำลังกลายเป็นการลงทุนในรูปแบบหนึ่ง

ถ้าต้องซื้อแพงควรได้ผลตอบแทนมากกว่าแค่รู้สึกดี

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือนาฬิกาแบรนด์หรูอย่าง โรเล็กซ์ หรือปาเต็ก ฟิลิปส์ ที่ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องบอกเวลาแต่ยังสามารถเพิ่มมูลค่าในตลาดมือสองได้ รวมถึงกระเป๋าบางรุ่น ของสะสม หรือสินค้าที่มีจำนวนจำกัด ก็ยังสามารถขายต่อได้ในราคาที่ใกล้เคียงหรือสูงกว่าราคาซื้อได้เช่นกัน สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่าของแพงบางประเภทไม่ได้จบที่การใช้งาน แต่มีมูลค่าในตลาดรองรับอยู่

Luxury ใหม่ ไม่ใช่แค่แพง แต่ต้องฉลาด

ความหรูหราในปัจจุบันจึงไม่ได้หมายถึงการจ่ายในจำนวนเงินที่มากแต่หมายถึงการเลือกใช้จ่ายให้เป็น เพราะในโลกที่เงินไหลออกง่ายกว่าที่เคย ของแพงที่ไม่สร้างคุณค่าเพิ่มกำลังถูกตั้งคำถามมากขึ้นเรื่อย ๆ การใช้จ่ายในวันนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของความพึงพอใจระยะสั้นแต่คือการออกแบบอนาคตทางการเงินของตัวเองในระยะยาว

เคทีซีแนะนำว่า ก่อนตัดสินใจซื้อของราคาแพง ควรถามตัวเองให้ชัดเพียง 3 เรื่องว่าของที่จะซื้อ สะท้อนตัวตนเราหรือแค่ตามกระแส มีโอกาสสร้างมูลค่าเพิ่มหรือแค่หมดไป และอยู่ในแผนการเงินของเราหรือแค่เป็นอารมณ์ชั่วคราว เพราะสุดท้ายแล้วของแพงที่คุ้มค่าที่สุด คือของที่ทำให้มูลค่าสินทรัพย์ในชีวิตเราเพิ่มขึ้นจริง

ออกข่าวในนาม :   สื่อสารและประชาสัมพันธ์องค์กร บมจ.บัตรกรุงไทย

'คิม จองอึน' ต้อนรับ 'ลูกาเชนโก' ประธานาธิบดีเบลารุสเยือนเกาหลีเหนือ พิธีต้อนรับจัดเต็มยิงสลุต 21 นัด แสดงความอบอุ่นอย่างเป็นทางการ 'ลูกาเชนโก' ขอบคุณผ่าน KCNA

'คิม จองอึน' ผู้นำเกาหลีเหนือ เป็นประธานในพิธีต้อนรับ 'อเล็กซานเดอร์ ลูกาเชนโก' ประธานาธิบดีแห่งเบลารุส ที่จัตุรัสคิม อิลซุง เมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา การต้อนรับครั้งนี้เป็นไปอย่างเป็นทางการและมีพิธีกรรมครบครัน

พิธีประกอบด้วยการยิงสลุต 21 นัด การตรวจแถวกองทหารเกียรติยศ และการบรรเลงเพลงชาติ นอกจากนี้ 'คิม จองอึน' ยังได้ต้อนรับ 'ลูกาเชนโก' พร้อมคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเบลารุสอย่างอบอุ่น ตามรายงานของสำนักข่าว KCNA

ด้าน 'ลูกาเชนโก' แสดงความขอบคุณโดยกล่าวว่า "ความขอบคุณจากใจจริง" ต่อผู้นำและประชาชนของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี สำหรับ "การต้อนรับอย่างจริงใจ" ตามรายงานของ KCNA

เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีเหนือและเบลารุสที่แน่นแฟ้นมากขึ้น ท่ามกลางความท้าทายทางภูมิรัฐศาสตร์ในภูมิภาคและโลก โดยการเยือนครั้งนี้อาจเปิดทางสำหรับความร่วมมือในระดับสูงกว่าเดิมในอนาคต

ที่มา : Sputnik

พร้อมคุมหงส์!! ‘ชาบี อลอนโซ่’ เปิดทางรับงานลิเวอร์พูล หากมีข้อเสนอจริงจังซัมเมอร์นี้ สถานการณ์ อาร์เนอ สล็อต น่าเป็นห่วง หลังแพ้ 10 นัดในพรีเมียร์ลีก

สื่อเยอรมันวารสาร "บิลด์" รายงานว่า 'ชาบี อลอนโซ' อดีตกุนซือ เรอัล มาดริด พร้อมรับงานผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล หากได้รับข้อเสนอชัดเจนในช่วงซัมเมอร์นี้

สถานการณ์ของ 'หงส์แดง' ภายใต้การคุมทีมของ 'อาร์เนอ สล็อต' กำลังถูกตั้งคำถามหนัก หลังล่าสุดบุกแพ้ ไบรท์ตัน 1-2 เป็นการแพ้นัดที่ 10 ในศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ ส่งผลให้เก้าอี้กุนซือดัตช์สั่นคลอน

มีการคาดว่า 'อาร์เนอ สล็อต' อาจต้องออกจากตำแหน่งหลังจบซีซั่น แต่ยังอยู่ต่อได้จากผลงานคู่แข่งที่ผิดพลาดเช่นกัน 'อลอนโซ' ถูกมองว่าคือบุคคลเหมาะสมยกระดับทีม พร้อมพัฒนานักเตะ หลัง ลิเวอร์พูล ใช้งบร่วม 500 ล้านปอนด์เสริมทัพช่วงซัมเมอร์

รายงานเผยว่า 'อลอนโซ' พร้อมพิจารณารับงานทันที หากมีข้อเสนอชัดเจนและเขาจะมีบทบาทกำหนดทิศทางเสริมทัพและโครงสร้างทีมอย่างเต็มที่

หลังแยกทางกับ เรอัล มาดริด ตั้งแต่เดือนมกราคม ลิเวอร์พูลเดินหน้าเจรจาอย่างจริงจัง เชื่อว่าการดึงอดีตตำนานกองกลางกลับมาอาจเป็นกุญแจพาทีมกลับสู่ความยิ่งใหญ่ระดับยุโรปอีกครั้ง

ที่มา : https://www.sanook.com/sport/1634432/

ดิเอโก การ์เซีย สะท้อนอดีต ฐานทัพสหรัฐฯ บนเกาะชากอส ถูกยิงขีปนาวุธอิหร่าน ความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ และคราบน้ำตาชาวชากอสเซียน

ดิเอโก การ์เซีย ฐานทัพสหรัฐฯ บนดินแดนอังกฤษ

เกิดขึ้นด้วยคราบน้ำตาของชาวพื้นเมืองกว่าสองพันชีวิต

จากข่าวที่กลายเป็นประเด็นที่ฮื้อฮาไปทั่วโลก เมื่อวันศุกร์ที่ 21 มีนาคม 2026 อิหร่านได้ยิงขีปนาวุธพิสัยกลาง/ไกล (IRBM) 2 ลูก โจมตีฐานทัพอากาศสหรัฐฯ บนเกาะดิเอโก การ์เซีย ในหมู่เกาะชาโกส กลางมหาสมุทรอินเดีย (ระยะทางประมาณ 3,800–4,000 กิโลเมตรจากอิหร่าน) ซึ่งเป็นดินแดนของสหราชอาณาจักร

แม้ว่า อิหร่านจะไม่ได้ระบุรุ่นขีปนาวุธที่แน่ชัดต่อสาธารณะ แต่รายงานที่น่าเชื่อถือหลายฉบับเห็นพ้องต้องกันเกี่ยวกับชนิดของขีปนาวุธที่ใช้ว่าเป็น ขีปนาวุธพิสัยกลาง IRBM รุ่นใหม่ (ซึ่งยังไม่เปิดเผย) เป็นรุ่นพัฒนาใหม่ (extended-range IRBM) ซึ่งอาจต่อยอดจาก Khorramshahr-4 สาเหตุที่น่าจะเป็น “รุ่นใหม่” เพราะ 1) ระยะ 4,000 กม. = ระดับ IRBM เต็มตัว ต้องออกแบบเฉพาะ ไม่ใช่แค่ “อัปเกรดเล็กน้อย” และ 2) รูปแบบการยิง ยิงไกลมาก แต่ไม่ได้เน้นความแม่นสูง ลักษณะเป็นการ “ทดสอบศักยภาพ” มากกว่าการใช้ขีปนาวุธรุ่นเก่า โดยขีปนาวุธพิสัยกลาง 2 ลูกถูกปล่อยออกไป แต่ไม่ถูกเป้าหมาย เพราะลูกหนึ่งประสบอุบัติเหตุระหว่างทาง และอีกลูกถูกสกัดกั้นโดยเรือรบของสหรัฐฯ

สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับเกาะดิเอโก การ์เซีย (Diego Garcia) พอสังเขปมีดังนี้: ศูนย์กลางการบริหารดินแดนของ ‘บริติชอินเดียนโอเชียนเทร์ริทอรี’ (British Indian Ocean Territory) ดินแดนโพ้นทะเลของสหราชอาณาจักร มีพื้นที่เป็นเกาะปะการังวงแหวน เกาะตั้งอยู่ที่ประมาณ 1,970 ไมล์ทะเล (3,650 กิโลเมตร) ทางตะวันออกของชายฝั่งของแอฟริกา (ที่แทนซาเนีย ),ห่างออกไป 967 ไมล์ทะเล (1,790 กิโลเมตร) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอินเดีย (ที่ Kanyakumari ) และ 2,550 ไมล์ทะเล (4,720 กิโลเมตร) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของออสเตรเลีย (ที่รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย) ดิเอโกการ์เซียอยู่ในเกาะชากอส

เกาะแห่งนี้แม้จะเป็นดินแดนของสหราชอาณาจักร แต่สหรัฐอเมริกาได้เข้ามาตั้งหน่วยสนับสนุนกองทัพเรือ (Naval Support Facility) ในช่วงสงครามเย็น เพื่อตอบโต้โซเวียต โดยเกาะดิเอโกการ์เซียแห่งนี้เป็นสถานีขนส่งกำลังสนับสนุนเรือลำเลียงของกองทัพ เรือดำน้ำ ทั้งยังมีฐานทัพอากาศสมัยสงครามอัฟกานิสถาน เคยมีเครื่องบินทิ้งระเบิด B-1, B-2 และ B-52 ฐานแกะรอยสื่อสารและดาวเทียม ท่าจอดเรือแบบทอดสมอสำหรับการส่งกำลังบำรุงอาวุธยุทโธปกรณ์เพื่อปฏิบัติการในภูมิภาคนี้อีกด้วย

นอกจากนี้ยังมีสถานีควบคุมดาวเทียมสื่อสารที่เรียกว่า REEF และมีสถานีวิทยุสื่อสารความถี่สูง GeoDSS  (สถานี HF ทั่วโลก : High Frequency Global Communications System) กองทัพอากาศสหรัฐฯมีเครื่องรับส่งสัญญาณระบบสื่อสารความถี่สูงทั่วโลก ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของเกาะปะการังใกล้กับสถานี GEODSS เครื่องรับส่งสัญญาณทำงานจากระยะไกลจากฐานทัพอากาศแอนดรูว์สและฐานทัพอากาศแกรนด์ฟอร์กส์ และได้รับการดูแลโดยบุคลากรของ NCTS และยังเป็นที่ตั้งของสถานี จีพีเอส 1 ใน 5 แห่งที่ควบคุมโดยกองทัพสหรัฐ

สนามบินบนเกาะแห่งนี้เป็นสถานที่ลงจอดฉุกเฉินสำหรับเครื่องบินพาณิชย์สองเครื่องยนต์ ที่มีมาตรฐาน ETOPS (คือเครื่องบินที่สามารถบินด้วยเครื่องยนต์เดียวหากเกิดเหตุฉุกเฉินได้ภายในเวลาที่กำหนด ก่อนลงจอดฉุกเฉิน) เช่น แอร์บัส เอ330 โบอิ้ง 767 หรือ โบอิ้ง 777 เพื่อให้สามารถบินได้โดยไม่ต้องหยุดพักระหว่างการเดินทางข้ามมหาสมุทร

นอกจากนี้ ดิเอโก การ์เซีย ยังเป็นหนึ่งในสถานที่ลงจอดฉุกเฉินสำหรับกระสวยอวกาศ NASA หนึ่งใน 33 แห่งทั่วโลกซึ่งยังไม่เคยใช้สิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ตลอดโปรแกรมรับส่งกระสวยอวกาศเลย แต่เคยถูกใช้ในระหว่างโครงการอพอลโล

ทำไมดิเอโก การ์เซียจึงยังคงมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ในปัจจุบัน ดิเอโก การ์เซียยังคงมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์อย่างมากในปัจจุบันเนื่องจากที่ตั้ง การสนับสนุนขีดความสามารถทางทหาร และบทบาททางภูมิรัฐศาสตร์ 

1. ทำเลที่ตั้งอันสมบูรณ์แบบในมหาสมุทรอินเดีย ตั้งอยู่เกือบใจกลางมหาสมุทรอินเดีย ระหว่าง: ตะวันออกกลาง แอฟริกาตะวันออก เอเชียใต้ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จีงเป็นทำเลที่เหมาะสมในการเข้าถึงจุดยุทธศาสตร์สำคัญๆ ทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว

2. ฐานทัพทหารหลักของสหรัฐฯ ดำเนินการโดยกองทัพสหรัฐฯ สำหรับภารกิจต่างๆ ได้แก่:

- การปฏิบัติการสำหรับเครื่องบินทิ้งระเบิดระยะไกล

- การสนับสนุนทางทะเลสำหรับเรือและเรือดำน้ำ

- คลังสำหรับจัดเก็บอาวุธยุทโธปกรณ์และเสบียงทางทหาร เปรียบเสมือนศูนย์กลางลอยน้ำบนบก

3. บทบาทสำคัญในความขัดแย้งและปฏิบัติการต่างๆ ดิเอโก การ์เซียถูกใช้ในปฏิบัติการสำคัญๆ ได้แก่:

สงครามอ่าวเปอร์เซีย สงครามในอัฟกานิสถาน สงครามอิรัก เป็นฐานทัพของเครื่องบินทิ้งระเบิดและเครื่องบินสนับสนุน เพราะปลอดภัยจากการโจมตีโดยตรง แต่ก็อยู่ใกล้กับเขตความขัดแย้งมากพอ

4. ศูนย์กลางข่าวกรองและการเฝ้าระวัง มีระบบปฏิบัติการขั้นสูง:

- การติดตามดาวเทียม

- ข่าวกรองสัญญาณ

- ระบบสื่อสาร

ทำหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางเดินเรือและกิจกรรมทางทหารในมหาสมุทรอินเดีย

5. การควบคุมเส้นทางเดินเรือสำคัญ อยู่ใกล้เส้นทางเดินเรือสำคัญระดับโลกที่ขนส่ง: น้ำมันจากตะวันออกกลาง การค้าขายระหว่างเอเชีย แอฟริกา และยุโรป จากที่นี่สามารถมีอิทธิพลต่อการค้าโลกได้

6. ความสำคัญที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากการแข่งขันระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา การแข่งขันกับจีนในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกเพิ่มมากขึ้น ดิเอโก การ์เซีย ทำให้สหรัฐอเมริกามีฐานที่มั่นคงโดยไม่ต้องพึ่งพาประเทศอื่น เป็นหนึ่งในไม่กี่แห่งที่สหรัฐอเมริกามีอิสระในการปฏิบัติการอย่างเต็มที่

7. ปลอดภัยและอยู่ห่างไกลจากภัยคุกคามบนแผ่นดินใหญ่ me.shยากต่อการโจมตี ไม่มีประชากรพลเรือน (หลังจากชาวชากอสเซียนถูกขับไล่ออกไป) จึงเป็นสินทรัพย์ทางทหารที่มีความเสี่ยงต่ำและมีมูลค่าสูง

จุดเด่นทั้ง 7 ข้อร่วมกันเช่นนี้ นับว่าหาได้ยาก ดังนั้นแม้ในปัจจุบันก็ยังคงเป็นหนึ่งในฐานทัพเชิงยุทธศาสตร์ที่มีค่าที่สุดในโลกของกองทัพสหรัฐฯ

เรื่องราวของคราบน้ำตาของชาวชากอสเซียน ชนพื้นเมืองของเกาะแห่งนี้เกิดจากการที่สหราชอาณาจักรได้ทำการอพยพชาวพื้นเมืองออกจากเกาะดิเอโก การ์เซีย โดยเกิดขึ้นในช่วงปลายทศวรรษ 1960 และต้นทศวรรษ 1970 สหราชอาณาจักรได้แยกหมู่เกาะชากอสออกจากมอริเชียสเพื่อจัดตั้งดินแดนมหาสมุทรอินเดียของอังกฤษ เกาะที่ใหญ่ที่สุดคือดิเอโก การ์เซีย ถูกให้เช่าแก่สหรัฐอเมริกาเพื่อใช้เป็นฐานทัพ อันเนื่องมาจากรัฐบาลของประเทศต่าง ๆ ในภูมิภาคตะวันออกเฉียงใต้ (เวียดนาว ลาว และเขมร) มีแนวโน้มสูงมากที่จะพ่ายแพ้แก่ฝ่ายต่อต้านซึ่งเป็นคอมมิวนิสต์ ประเทศไทยซึ่งมีฐานทัพอากาศหลายแห่งมีเครื่องบินรบในขณะนั้นรวมกันรองจากที่ประจำการในประเทศสหรัฐฯ เท่านั้น ก็อาจล่มสลาย ล้มตามประเทศเพื่อนบ้านกลายเป็นคอมมิวนิสต์ตามทฤษฎีโดมิโน

การอพยพโดยบังคับ ระหว่างปี 1967 ถึง 1973 รัฐบาลสหราชอาณาจักรได้อพยพชาวพื้นเมืองประมาณ 1,500-2,000 คน (ชาวชากอสเซียน หรือที่เรียกว่าชาวอิโลอิส) โดยบังคับผู้คนส่วนใหญ่ถูกส่งไปยังมอริเชียสและเซเชลส์ หลายคนไม่ได้รับอนุญาตให้กลับมา และรายงานต่างๆ บรรยายถึงสภาพความเป็นอยู่ที่ยากลำบาก ความยากจน และการขาดค่าชดเชยหลังจากการย้ายถิ่นฐาน

เหตุผลที่เกิดขึ้น การอพยพดังกล่าวทำขึ้นเพื่อเปิดทางให้ฐานทัพสหรัฐฯ บนเกาะดิเอโก การ์เซีย ซึ่งถือว่ามีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ในช่วงสงครามเย็น ข้อพิพาทที่ดำเนินอยู่ ชาวชากอสเซียนและลูกหลานของพวกเขาต่อสู้มานานหลายทศวรรษเพื่อ: สิทธิในการกลับคืนสู่ถิ่นฐาน ค่าชดเชย คดีนี้เกี่ยวข้องกับ:

ศาลในสหราชอาณาจักร คำตัดสินระหว่างประเทศ รวมถึงความเห็นเชิงแนะนำจากศาลยุติธรรมระหว่างประเทศในปี 2019 ซึ่งระบุว่าการควบคุมเกาะของสหราชอาณาจักรควรยุติลง และสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติยังเรียกร้องให้สหราชอาณาจักรคืนดินแดนให้กับมอริเชียส โดยสหราชอาณาจักรยอมรับว่าการปฏิบัติต่อชาวชากอสเซียนนั้นผิด แต่ยังไม่อนุญาตให้ชาวพื้นเมืองกลับมามีการตั้งถิ่นฐานใหม่บนเกาะดิเอโก การ์เซียอย่างเต็มที่แต่อย่างใด การเจรจาระหว่างสหราชอาณาจักรและมอริเชียสเกี่ยวกับอธิปไตยยังคงดำเนินอยู่จนทุกวันนี้

เรื่อง : ดร.ปุณกฤษ ลลิตธนมงคล

 

ไฟสงครามยังลาม!! สมรภูมิอิหร่านกดดันสหรัฐฯ หนัก เผยทหารเจ็บ 290 นาย กลับเข้าประจำการไม่ได้ 35 นาย จากปฏิบัติการโจมตีอิหร่าน

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ รายงานว่า ทหารสหรัฐฯ มีผู้บาดเจ็บรวมกว่า 290 รายนับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

ทิม ฮอว์กินส์ โฆษกกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ เผยผ่านแถลงการณ์ว่า "ในจำนวนผู้บาดเจ็บ มีทหาร 10 คนยังคงรักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยอาการสาหัส" โดยทหารส่วนใหญ่ได้รับการรักษาและกลับไปปฏิบัติหน้าที่แล้ว ขณะที่อีก 35 คนยังไม่สามารถกลับเข้าประจำการได้

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าทหารสหรัฐฯ เสียชีวิตแล้ว 13 ราย จากความขัดแย้งทางทหารกับอิหร่านที่ยังดำเนินอย่างต่อเนื่อง

เหตุการณ์ครั้งนี้เน้นย้ำถึงความรุนแรงและความเสี่ยงที่ทหารสหรัฐฯ ต้องเผชิญในปฏิบัติการกับอิหร่าน ซึ่งมีผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคอย่างกว้างขวาง

ที่มา : Xinhua

จากวันนั้นถึงวันนี้ ซาบซึ้งใจ ‘น้องมะลิ’ พร้อมกล่าวขอบคุณผู้มอบโอกาส "แม่โบว์" โพสต์ข้อความซึ้ง ระลึกถึงความเมตตาตลอดมา

น้องมะลิ-พาขวัญ สหวงษ์ ลูกสาวของพระเอกผู้ล่วงลับ 'ปอ-ทฤษฎี สหวงษ์' เข้าแสดงความขอบคุณต่อ 'คุณศุภชัย เจียรวนนท์' ผู้ที่ให้โอกาสด้านการศึกษาแก่เธออย่างต่อเนื่องที่โรงเรียนแห่งหนึ่งในประเทศไทย

'แม่โบว์-แวนดา สหวงษ์' โพสต์ภาพและข้อความผ่านโซเชียลมีเดียเล่าถึงความประทับใจที่น้องมะลิได้พบกับคุณศุภชัยและคุณบุษดี เจียรวนนท์ โดยเธอกล่าวว่า "วันนี้มะลิได้มีโอกาสได้พบกับคุณศุภชัยและคุณบุษดี เจียรวนนท์ หลังจากถามแม่ว่าเมื่อไหร่หนูจะได้เจอ หนูอยากขอบคุณคุณศุภชัยและคุณบุษดี ที่มอบโอกาสทางการศึกษาและเอ็นดูหนูมาตลอดนะคะ วันนี้ตื่นเต้นทั้งแม่ทั้งลูกเลยค่ะ"

หลังจากสูญเสีย 'ปอ-ทฤษฎี' เมื่อสมัยน้องมะลิยังอายุเพียง 3 ขวบ 'คุณศุภชัย เจียรวนนท์' ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์และประธานกรรมการ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น ได้ยื่นมือช่วยมอบทุนการศึกษาให้แก่เธอเพื่ออนาคตที่สดใส

ปัจจุบันน้องมะลิกำลังศึกษาอยู่ที่โรงเรียนนานาชาติ Prep International Kindergarten โรงเรียนที่พ่อปอตั้งใจเลือกไว้เพื่อให้ได้รับการศึกษาที่ดีที่สุด ซึ่งแม่โบว์ก็ได้สานเจตนารมณ์นี้อย่างเต็มที่จนเห็นความสามารถของลูกสาวในหลายด้านอย่างโดดเด่น

ที่มา : https://www.sanook.com/news/9880362/

“น้ำปลาร้าแม่บุญล้ำ” ตอกย้ำเบอร์ 1 ปล่อยแคมเปญใหม่ มุ่งสู่ Flavor Enhancer ระดับโลก หลังครองแบรนด์ยอดนิยม 3 ปีซ้อน เร่งขยายตลาด ปั้นปลาร้าสู่รสชาติระดับโลก

“น้ำปลาร้าแม่บุญล้ำ” ตอกย้ำผู้นำตลาด เปิดแคมเปญ “มือ 1 ทุกครัว อร่อยชัวร์แม่บุญล้ำ” หลังคว้าอันดับ 1 The Most Admired Brand 3 ปีซ้อน พร้อมเดินหน้าสู่ Flavor Enhancer ระดับโลก

สร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภคด้วยมาตรฐานคุณภาพระดับโลก พร้อมยกระดับ “น้ำปลาร้า” สู่บทบาท “Flavor Enhancer” ที่ช่วยเพิ่มมิติความอร่อยในทุกเมนู

กรุงเทพฯ – “แม่บุญล้ำ” แบรนด์น้ำปลาร้าชั้นนำของไทย เดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในตลาดเครื่องปรุง เปิดตัวแคมเปญใหม่ “มือ 1 ทุกครัว อร่อยชัวร์แม่บุญล้ำ” เพื่อตอกย้ำบทบาทของแบรนด์ในฐานะเครื่องปรุงที่ช่วยยกระดับรสชาติอาหารไทยให้ “อร่อยล้ำ” ได้ในทุกเมนู

ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากแบรนด์ได้รับรางวัล Thailand’s Most Admired Brand ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จากนิตยสาร BrandAge ซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์อย่างต่อเนื่อง

คุณอ้อม พิไรรัตน์ ผู้บริหารแบรนด์แม่บุญล้ำ กล่าวถึงทิศทางของแบรนด์ว่า

“การที่แม่บุญล้ำได้รับรางวัล Thailand’s Most Admired Brand ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ไม่ใช่เพียงเครื่องยืนยันความสำเร็จ แต่เป็นความรับผิดชอบที่ทำให้เราต้องพัฒนาแบรนด์อย่างต่อเนื่อง ทั้งในมิติของคุณภาพ นวัตกรรม และการเข้าใจผู้บริโภคในยุคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แต่ยังคงรสชาติที่อร่อยล้ำที่เป็นจุดแข็งของแม่บุญล้ำ”

แม่บุญล้ำวางกลยุทธ์แบรนด์บน 3 แกนหลัก ที่ขับเคลื่อนความเป็น มือ 1 ได้แก่

-Quality Leadership: ยกระดับภูมิปัญญาปลาร้าไทยสู่มาตรฐานโลก สร้างความมั่นใจด้านความสะอาดและความปลอดภัย

-Flavor Innovation: พัฒนาโปรดักต์ที่ช่วย “ยกระดับรสชาติ” อาหารให้มีมิติที่ล้ำขึ้น

-Consumer Insight Driven: เข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ต้องการความสะดวก คุณภาพ และความหลากหลายในการทำอาหาร

แม่บุญล้ำวางวิสัยทัศน์ในการเป็นมากกว่าเครื่องปรุงพื้นบ้าน โดยมุ่งสู่การเป็น “Flavor Enhancer” ที่สามารถยกระดับอาหารในทุกวัฒนธรรม

“เรามองว่าปลาร้าไม่ใช่แค่ส่วนผสมของอาหารไทย แต่เป็น Flavor Enhancer ที่สามารถเข้าไปอยู่ในเมนูระดับโลกได้ เราจึงพัฒนาสินค้าและทำงานร่วมกับเชฟในแต่ละประเทศ เพื่อสร้างเมนู fusion ที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการกินของแต่ละตลาด ช่วยให้แบรนด์สามารถขยายตลาดสู่ต่างประเทศ และสร้าง positioning ใหม่ให้ปลาร้าไทยในระดับสากล” คุณพิไรรัตน์ บริหาร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เพชรดำฟู้ดส์ จำกัด ภายใต้แบรนด์น้ำปลาร้าแม่บุญล้ำ กล่าว

แคมเปญ “มือ 1 ทุกครัว อร่อยชัวร์แม่บุญล้ำ” ไม่ได้เป็นเพียงแคมเปญการตลาด แต่เป็นการสื่อสาร positioning ใหม่ของแบรนด์ คือ น้ำปลาร้าแม่บุญล้ำต้องการเป็นตัวช่วยอันดับ 1 ของทุกครัว ไม่ว่าจะเป็นเชฟ แม่บ้าน หรือผู้ประกอบการ ให้สามารถสร้างสรรค์เมนูได้หลากหลาย และยกระดับรสชาติให้อร่อยล้ำกว่าที่เคย

สำหรับทิศทางในอนาคต แบรนด์มุ่งเน้น 3 กลยุทธ์หลัก

-Retain & Grow Core Users: รักษาความเชื่อมั่นด้านคุณภาพและรสชาติ

-Expand New Market: ขยายสู่ตลาดต่างประเทศ ผ่านเมนู fusion และพันธมิตรเชฟ

- Category Expansion: ขยายบทบาทปลาร้าให้มากกว่าเมนูดั้งเดิม สู่ everyday cooking ingredient

“จากวันนี้ไป น้ำปลาร้าแม่บุญล้ำไม่ได้เป็นแค่น้ำปลาร้า แต่คือ Flavor Enhancer

ที่ช่วยให้ทุกจาน ‘อร่อยล้ำ’

และเรามุ่งสู่การเป็น ‘มือ 1 ของทุกครัว’ ทั้งในไทยและระดับโลก”

ล่อซื้อปุ๋ยตามร้องเรียน พื้นที่บางบาล จ.อยุธยา พบขายราคาสูงผิดปกติ เร่งตรวจสอบต้นทุน–ขยายผลถึงต้นทาง

ค้าภายใน สนธิกำลังตำรวจสอบสวนกลาง บก.ปคบ. ล่อซื้อปุ๋ยตามร้องเรียน พบขายราคาสูง เร่งตรวจต้นทุน–ขยายผลถึงต้นทาง ป้องกันฉวยโอกาสซ้ำเติมเกษตรกร - เพิ่มช่องทางร้องเรียนผ่าน Line @Mr.DIT 

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า จากกรณีกรมการค้าภายในได้รับเรื่องร้องเรียนจากเกษตรกรเกี่ยวกับการจำหน่ายปุ๋ยเคมีในราคาสูงผิดปกติในพื้นที่อำเภอบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กรมการค้าภายในได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สายตรวจเฉพาะกิจลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยทันที เพื่อป้องกันการเอาเปรียบเกษตรกรซึ่งกำลังเผชิญภาระต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น

การลงพื้นที่ครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สายตรวจกรมการค้าภายใน สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ตำรวจสอบสวนกลาง ดำเนินการล่อซื้อปุ๋ยเคมีตามข้อร้องเรียนเพื่อเก็บพยานหลักฐาน โดยผลการตรวจสอบพบการจำหน่ายปุ๋ยยูเรีย สูตร 46-0-0 ในราคากระสอบละ 1,190 บาท ซึ่งมีราคาสูง เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าตรวจสอบเอกสารการจำหน่ายและข้อมูลทางการค้าที่เกี่ยวข้องทันที

นายวิทยากรกล่าวว่า พนักงานเจ้าหน้าที่จะเรียกเอกสารหลักฐานการจัดซื้อปุ๋ยมาจำหน่ายย้อนหลัง อาทิ ใบกำกับภาษี หลักฐานการรับสินค้า และข้อมูลต้นทุนทั้งหมด เพื่อนำมาตรวจสอบโครงสร้างราคาว่ามีความสอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริงหรือไม่ หากพบว่าต้นทุนไม่มีการปรับเพิ่มขึ้น แต่ผู้ประกอบการมีการปรับราคาจำหน่ายสูงขึ้นโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร ถือเป็นการฉวยโอกาสทางการค้า และเป็นการซ้ำเติมพี่น้องเกษตรกรที่ต้องพึ่งพาปุ๋ยเป็นปัจจัยการผลิตหลัก 

การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ซึ่งกำหนดห้ามมิให้ผู้ประกอบธุรกิจดำเนินการใด ๆ โดยจงใจทำให้ราคาสินค้าต่ำเกินสมควร หรือสูงเกินสมควร หรือก่อให้เกิดความปั่นป่วนซึ่งราคาสินค้าหรือบริการ โดยหากตรวจพบความผิดจะดำเนินคดีตามกฎหมายจนถึงที่สุด

พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลการตรวจสอบไปยังร้านค้าส่ง รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องในห่วงโซ่การกระจายสินค้า เพื่อตรวจสอบที่มาของราคาและป้องกันการกำหนดราคาที่ไม่สอดคล้องกับต้นทุนตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง หากพบว่ามีการร่วมกันกำหนดราคาหรือมีพฤติการณ์เอาเปรียบผู้ซื้อ จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดทุกราย

อธิบดีกรมการค้าภายในย้ำว่า กรมการค้าภายในจะไม่ปล่อยให้มีการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าปัจจัยการผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะในช่วงฤดูกาลเพาะปลูกที่เกษตรกรมีความจำเป็นต้องใช้ปุ๋ยในปริมาณมาก การจำหน่ายสินค้าในราคาที่ไม่เป็นธรรมย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้และต้นทุนของเกษตรกร รวมถึงอาจกระทบต่อเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตรในภาพรวมของประเทศ กรมฯ จะเดินหน้าติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าอย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเป็นธรรมทางการค้าและลดภาระต้นทุนให้แก่พี่น้องเกษตรกร โดยขอความร่วมมือประชาชนร่วมเป็นเครือข่ายเฝ้าระวัง หากพบการจำหน่ายสินค้าในราคาสูงผิดปกติหรือมีพฤติการณ์ฉวยโอกาส สามารถแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 หรือผ่านแอปพลิเคชัน Mr.DIT เมนู “รับเรื่องร้องเรียน” ซึ่งประชาชนสามารถรายงานข้อมูล แนบภาพถ่าย และคลิปวิดีโอประกอบการร้องเรียน เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top