Saturday, 6 June 2026
TheStatesTimes

‘เทพไชยา’ คว้าแชมป์!! ปราบ 'รอนนี่' 10-7 เฟรม โชว์แมกซิมั่มเบรก 147 แต้ม คว้าแชมป์เวิลด์โอเพ่นครั้งแรก รับเงินรางวัลกว่า 7.6 ล้านบาท

'เทพไชยา อุ่นหนู' นักสนุกเกอร์ชาวไทย ทำผลงานสุดยอดชนะ รอนนี่ โอ'ซุลลิแวน นักสอยคิวมือชั้นนำของอังกฤษ ด้วยสกอร์ 10-7 เฟรม ในรอบชิงชนะเลิศศึกเวิลด์ โอเพ่น 2026 ที่เมืองอวี้ซาน ประเทศจีน เมื่อวันที่ 22 มีนาคม

แมตช์นี้มีความสำคัญต่อ 'เทพไชยา' เป็นอย่างมาก เพราะถ้าคว้าชัยได้ จะมีคะแนนสะสมในฤดูกาลนี้เพียงพอให้ติด 12 อันดับแรก และได้รับสิทธิ์เข้าร่วมแข่งขัน ทัวร์ แชมเปี้ยนชิพ ที่เมืองแมนเชสเตอร์ ประเทศอังกฤษ ในวันที่ 30 มีนาคม - 5 เมษายน 2569

เซคชั่นแรกของการแข่งขัน 'เทพไชยา' พลิกกลับมานำ 5-4 จากที่ตามหลังถึง 0-4 เฟรม ก่อนในเซคชั่นที่สองจะเปิดเกมร่างทอง พร้อมกับกดแมกซิมั่มเบรก 147 แต้มในเฟรมที่ 16 จนเอาชนะไปได้ในที่สุด ผู้ชนะรับเงินรางวัล 175,000 ปอนด์ หรือราว 7.6 ล้านบาท

ผลงานครั้งนี้เป็นการคว้าแชมป์สมัยแรกของ 'เทพไชยา' ในรายการนี้ ซึ่งนับเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในอาชีพและสร้างชื่อเสียงให้กับวงการสนุกเกอร์ไทยอย่างมาก

ที่มา : https://www.facebook.com/photo/?fbid=1372838071542717&set=a.625575576268974

#THESTATESTIMES

#NEWS

#NewsFeed

#สนุกเกอร์

#เทพไชยา

#เวิลด์โอเพ่น

‘อนุทิน’ ควงภรรยา นำสตรีโคราช ซ้อมใหญ่รำบวงสรวงท้าวสุรนารี ยิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรี พร้อมเพรียงงดงาม เพื่อเตรียมงานฉลองชัยยุทธ ในวันที่ 23 มี.ค. 2569

เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 เวลา 17.00 น. ที่ลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา นางธนนนท์ นิรามิษ ภริยา 'นายอนุทิน ชาญวีรกูล' นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยสตรีชาวโคราชจำนวน 7,410 คน ร่วมซ้อมใหญ่การรำบวงสรวงท้าวสุรนารี หรือที่รู้จักกันในชื่อ "คุณย่าโม" ก่อนจะเข้าสู่พิธีรำจริงในวันงานอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 มีนาคม 2569 เวลา 18.30 น.

การซ้อมใหญ่ครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารีประจำปี 2569 ซึ่งถือเป็นประเพณีสำคัญของจังหวัดนครราชสีมาและแสดงถึงความเคารพต่อวีรสตรีท้องถิ่น

"นี่คือการรวมพลังของชาวโคราชที่แสดงถึงความสามัคคีและความภาคภูมิใจในประวัติศาสตร์ของจังหวัดเรา" ตัวแทนสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกล่าวในรายงาน

พิธีรำบวงสรวงท้าวสุรนารีหรือคุณย่าโม ถือเป็นกิจกรรมที่ย้ำให้เห็นการร่วมรักษาขนบประเพณีและความศรัทธาของชาวโคราช ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีเพื่อสดุดีวีรกรรมของท้าวสุรนารีที่มีบทบาทสำคัญในการปกป้องเมืองนครราชสีมา

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1409782641184069&id=100064570394286&rdid=ySCCh9UXEN9i6wWJ#

นายกฯ สั่งใช้น้ำมันสำรอง รับมือขาดแคลนน้ำมันจากตะวันออกกลาง ให้ผู้ค้าน้ำมันนำออกบริการทันที กำหนดมาตรการแก้ไขอย่างเข้มข้น มีผลบังคับใช้แล้วตามราชกิจจานุเบกษา

นายกฯ ออกคำสั่งให้ผู้ค้าน้ำมัน นำน้ำมันสำรองออกมาให้บริการประชาชน มีผลบังคับใช้ทันที

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรี ให้ผู้ค้าน้ำมันนำ “น้ำมันสำรอง” ออกให้บริการแก่ประชาชนและผู้ประกอบการ เพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงจากสงครามตะวันออกกลาง มีผลบังคับใช้แล้ว

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 143 ตอนพิเศษ 76 ง. ลงวันที่ 21 มีนาคม 2569 เผยแพร่คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 4/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง อันเนื่องมาจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นผู้ลงนาม

ระบุว่า โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 2/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ 6 มีนาคม 2569 เพื่อให้ผู้ค้าน้ำมันสามารถนำน้ำมันสำรองออกมาให้บริการแก่ประชาชนและผู้ประกอบการได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็ว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 3 แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.2516 นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งไว้ ดังต่อไปนี้

ข้อ 1 คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ข้อ 2 ให้ยกเลิกความในข้อ 4 และข้อ 5 ของคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 2/2569 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ 6 มีนาคม 2569

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1409385837890416&id=100064570394286&rdid=23bp9enFt8rMKZga#

แพทย์จีนผ่าตัดสำเร็จ ทีมแพทย์จีนในเซียร์ราลีโอน ช่วยรักษาข้อเท้าผู้ป่วยบาดเจ็บ ถ่ายทอดความรู้เสริมทักษะแพทย์ท้องถิ่น สานความร่วมมือเพื่อยกระดับสุขภาพ

ทีมแพทย์ชาวจีนชุดที่ 27 ปฏิบัติภารกิจในประเทศเซียร์ราลีโอนประสบความสำเร็จในการผ่าตัดรักษาไมก์ โฟเดย์ บาร์โยห์ ผู้ป่วยอุบัติเหตุรถสามล้อ ที่บาดเจ็บข้อเท้าซ้ายจนเกือบต้องตัดขา

หวงเสียนเจ๋อ รองหัวหน้าแพทย์แผนกศัลยกรรมกระดูก จากโรงพยาบาลเซียงหย่าแห่งที่ 2 มหาวิทยาลัยจงหนาน ให้การประเมินและวางแผนผ่าตัดฉุกเฉิน หลังพบการติดเชื้อรุนแรงในข้อเท้าผู้ป่วย

การผ่าตัดเน้นกำจัดเนื้อตายและใช้โครงยึดตรึงกระดูกจากภายนอกเพื่อจัดข้อให้เข้าที่ พร้อมควบคุมการติดเชื้อ โดยทีมแพทย์จีนร่วมกับอับดุลไลห์ บาห์ ศัลยแพทย์เซียร์ราลีโอน ดำเนินการภายใต้การควบคุมการติดเชื้ออย่างเข้มงวด

หวงเสียนเจ๋อเผยว่า "การผ่าตัดใช้เวลาราว 1 ชั่วโมงครึ่ง และมีการสาธิตขั้นตอนวางยาสลบแก่แพทย์ท้องถิ่น เพื่อถ่ายทอดความรู้และเสริมทักษะ" ผู้ป่วยคาดว่าจะฟื้นตัวดีในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ด้านบาร์โยห์ ขอบคุณทีมแพทย์จีนที่ช่วยชีวิตเท้าเขาไว้ ขณะที่อับดุลไลห์ บาห์ ชมเชยทีมแพทย์จีนว่าช่วยเสริมสร้างระบบสาธารณสุขท้องถิ่นผ่านการแบ่งปันความรู้และเทคนิคมาตรฐาน การผ่าตัดครั้งนี้สะท้อนความร่วมมือด้านการแพทย์ระหว่างจีนกับเซียร์ราลีโอน และเป็นสัญญาณบวกสำหรับการพัฒนาระบบสุขภาพในอนาคต

ที่มา : Xinhua

Her in Frame เธอในภาพนั้น ‘กระทรวงพลังงาน’ จับมือ ‘กฟผ.’ เปิดกล้องภาพยนตร์ใหม่ ‘พี่หน่อง’ อำนวยการผลิต ถ่ายทอดรักเหนือกาลเวลา

กระทรวงพลังงานและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับบริษัท บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น จำกัด จัดพิธีบวงสรวงเปิดกล้องภาพยนตร์เรื่อง “Her in Frame เธอในภาพนั้น” ภาพยนตร์โรแมนติกดราม่าที่ถ่ายทอดเรื่องราวความรัก ความทรงจำ และพรหมลิขิตผ่านภาพถ่ายที่เชื่อมอดีตและปัจจุบันเข้าด้วยกัน

ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากความรักของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ และรัชกาลที่ 9 สะท้อนความหมายของความรักมั่นคง ผูกพัน และสืบสานคุณค่าทางศิลปวัฒนธรรมสู่รัชสมัยรัชกาลที่ 10

เรื่องราวเล่าถึง “มินตรา” ภัณฑารักษ์สาว และ “ตะวัน” ช่างภาพหนุ่มที่เริ่มต้นความสัมพันธ์จากภาพถ่ายในกล้องฟิล์มเก่า นำพาไปสู่การตามหาความจริงระหว่างกรุงเทพฯ ถึงเขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ โดยมีนักแสดงนำอย่าง ‘ต่อ ธนภพ’ และ ‘ลีน่า ลลินา’

งานนี้อำนวยการผลิตโดย ‘พี่หน่อง อรุโณชา’ และกำกับภาพยนตร์ครั้งแรกโดย ‘พี่กู่ เอกสิทธิ์’ โดยมีพิธีบวงสรวงวันที่ 23 มีนาคม 2569 เตรียมฉายในเดือนสิงหาคมนี้

“เพราะบางภาพไม่ได้เพียงบันทึกด้วยกล้อง แต่บันทึกด้วยหัวใจ……” คำโปรยที่ช่วยสะท้อนความพิเศษของภาพยนตร์เรื่องนี้

 

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_10181615

https://x.com/Theupclose/status/2035940333255881127/photo/1

24 มีนาคม 2493 ในหลวง ร.9 พร้อมด้วย สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯ จากสมาพันธรัฐสวิสนิวัติถึงราชอาณาจักรไทย จุดเริ่มปีพระราชพิธีใหญ่ต่อเนื่อง ภาพความปีติปริ่มใจของประชาชนในพระนคร

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เสด็จนิวัติกลับประเทศไทยจากสมาพันธรัฐสวิส เปิดฉากปีแห่งพระราชพิธีสำคัญที่ต่อเนื่องกันในปีเดียวกัน และเป็นการกลับบ้านครั้งแรกหลังจากทรงศึกษาและประทับอยู่ต่างประเทศตั้งแต่ปี 2489

การเสด็จนิวัติครั้งนี้ได้รับการจัดอย่างเป็นทางการด้วยกระบวนรับเสด็จ และการนำเรือเดินสมุทร Selandia และเรือรบหลวงศรีอยุธยาเป็นพาหนะในการเสด็จขึ้นสู่พระนคร เสมือนการเชื่อมโยงความต่อเนื่องของสถาบันกษัตริย์กับประชาชนในช่วงเวลาสำคัญของประเทศ

บันทึกเหตุการณ์ในไทม์ไลน์ “Thailand Journey” ของ Bangkok Post ระบุว่า การประทับในประเทศไทยครั้งนี้กินเวลาราว 73 วัน พร้อมกับพระราชพิธีใหญ่หลายงาน ได้แก่ ถวายพระเพลิงพระบรมศพ รัชกาลที่ 8, พระราชพิธีราชาภิเษกสมรส และพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งล้วนมีความหมายเชิงสัญลักษณ์และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่บ้านเมือง

สังคมไทยในเวลานั้นรู้สึกปลาบปลื้มและตื่นตาตื่นใจกับการเสด็จนิวัติที่สะท้อนความหวังของชาติและความต่อเนื่องของสถาบัน พระนครเต็มไปด้วยประชาชนที่มารอต้อนรับด้วยความปีติ ความทรงจำในวันนั้นมีความหมายทั้งในแง่พิธีการและความร่วมใจของประชาชน

24 มีนาคม พ.ศ. 2493 จึงเป็นวันหมุดหมายสำคัญ ตั้งต้นปียุคใหม่ของพระราชพิธีและเป็นภาพความทรงจำร่วมที่สะท้อนความมั่นคงและความหวังของบ้านเมืองในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของประวัติศาสตร์ไทยยุคหลังสงคราม

ที่มา : https://thailandjourney.bangkokpost.com/timeline/1950/the-return-of-the-king

ฟิลิปปินส์อ่วม!! ปิดปั๊มน้ำมัน 403 แห่ง เกิดจากราคาน้ำมันพุ่งสูงทั่วประเทศ รัฐเร่งสอบโยงกักตุน-ปั่นราคา คาดน้ำมันพอใช้ถึงกลางเดือนเม.ย.

สำนักงานตำรวจแห่งชาติฟิลิปปินส์เปิดเผยว่าในวันจันทร์ที่ 23 มี.ค. 69 มีสถานีบริการน้ำมันกว่า 400 แห่งทั่วประเทศต้องหยุดให้บริการ เนื่องจากราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

โฆษกสำนักงานตำรวจ 'แรนดูล์ฟ ตูอาโน' เผยว่า จำนวนสถานีบริการน้ำมันที่ปิดตัวเพิ่มเป็น 403 แห่ง จาก 273 แห่งเมื่อวันที่ 18 มี.ค. โดยสถานีบริการน้ำมันทั้งหมดที่ได้รับการติดตามมีจำนวน 14,313 แห่งทั่วประเทศ และคาดว่าปริมาณน้ำมันยังพอใช้ได้จนถึงกลางเดือนเมษายนนี้

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ดำเนินคดีเกี่ยวกับการจำหน่ายเชื้อเพลิงผิดกฎหมาย การกักตุน และการหากำไรเกินควรในหลายพื้นที่ นอกจากนี้ยังประสานงานกับกระทรวงพลังงานเพื่อสอบสวนและเฝ้าระวังสถานีบริการน้ำมันที่ปิดทำการ เนื่องจากมีข้อสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับการปั่นราคาน้ำมันในบางราย

สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความตึงเครียดในตลาดพลังงานฟิลิปปินส์ที่ต้องเผชิญกับราคาน้ำมันที่ผันผวน ส่งผลกระทบต่อประชาชนและการบริหารจัดการพลังงานของรัฐบาลอย่างเร่งด่วน

ที่มา : Xinhua

วิเคราะห์ศึกอิหร่าน ชำแหละแผนสหรัฐฯ บุกอิหร่าน นักวิเคราะห์ชี้เสี่ยงพังทั้งยุทธศาสตร์ ภาพลักษณ์มหาอำนาจ สหรัฐฯ พลาดข่าวกรอง แผนรบ เสี่ยงเขย่าเศรษฐกิจ ความมั่นคงโลก

อดีตนายทหารสวีเดนชี้ ปฏิบัติการสหรัฐฯ ต่ออิหร่าน “เร่งรีบ-ขาดการวางแผน” เสี่ยงเขย่าเศรษฐกิจและความมั่นคงโลก

มิคาเอล วัลเตอร์สสัน อดีตนายทหารกองทัพสวีเดนและผู้เชี่ยวชาญด้านป้องกันภัยทางอากาศ ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว Sputnik โดยประเมินว่า ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ที่มุ่งเป้าไปยังอิหร่าน เป็นการดำเนินการที่ “สมัครเล่นและวางแผนมาไม่ดี” พร้อมเตือนว่า ความเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจส่งผลกระทบในวงกว้างต่อทั้งเศรษฐกิจโลกและเสถียรภาพด้านความมั่นคงระหว่างประเทศ

วัลเตอร์สสันมองว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสะท้อนถึง “ความล้มเหลวครั้งใหญ่ของสหรัฐฯ ทั้งในด้านข่าวกรองและการวางแผน” โดยเฉพาะหากมีการพิจารณาเปิดปฏิบัติการโจมตีเกาะคาร์ก (Kharg Island) ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญ เขาระบุว่า แนวคิดดังกล่าวดูเหมือนจะเป็นความพยายามอย่างเร่งด่วนเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้กลับมาใช้งานได้อีกครั้ง ท่ามกลางแรงกดดันด้านพลังงานและความมั่นคงทางทะเล

ในมุมของผู้เชี่ยวชาญรายนี้ อิหร่านยังคงมีขีดความสามารถเพียงพอที่จะสร้างความเสียหายอย่างหนักแก่ฝ่ายที่เปิดฉากโจมตี โดยเฉพาะในช่วงสุดท้ายของปฏิบัติการยกพลขึ้นบก ซึ่งถือเป็นช่วงที่มีความเปราะบางมากที่สุดสำหรับกองกำลังรุก

เขาอธิบายว่า หากสหรัฐฯ ต้องการเปิดฉากโจมตีในลักษณะดังกล่าว ขั้นตอนแรกจำเป็นต้องกวาดทุ่นระเบิดออกจากเส้นทางเดินเรือก่อน แต่เรือเฉพาะทางที่ปฏิบัติภารกิจเก็บกู้ทุ่นระเบิดเหล่านี้ จะกลายเป็นเป้าหมายสำคัญของฝ่ายอิหร่านทันที เนื่องจากมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จของปฏิบัติการ

นอกจากนี้ จำนวนกำลังพลของอิหร่านที่ประจำอยู่บนเกาะยังไม่มีการเปิดเผยอย่างชัดเจน แต่วัลเตอร์สสันคาดว่าอาจมีมากกว่ากำลังรบขนาดหน่วยนาวิกโยธินเฉพาะกิจ หรือ Marine Expeditionary Unit (MEU) เพียง 1 หน่วย ซึ่งหมายความว่า หากสหรัฐฯ ต้องการยกพลขึ้นบกให้สำเร็จ อาจต้องใช้กำลังสนับสนุนจาก MEU หลายหน่วย พร้อมยอมรับความเสี่ยงต่อการสูญเสียอย่างหนักในช่วงเปิดฉาก

อีกหนึ่งปัจจัยที่เขาเห็นว่าเป็นจุดอ่อนสำคัญ คือ เรือสะเทินน้ำสะเทินบกของสหรัฐฯ จำเป็นต้องเข้าใกล้ชายฝั่งเพื่อสนับสนุนภารกิจยกพลขึ้นบก ซึ่งทำให้เรือเหล่านี้กลายเป็นเป้าหมายมูลค่าสูงของฝ่ายป้องกันทันที โดยเฉพาะหากอิหร่านยังคงมีระบบอาวุธต่อต้านเรือพร้อมใช้งาน

วัลเตอร์สสันยังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า หากสหรัฐฯ สูญเสียเรือบรรทุกเฮลิคอปเตอร์ หรือ LPH แม้เพียงลำเดียว ก็อาจกลายเป็นความเสียหายเชิงสัญลักษณ์ครั้งใหญ่ ไม่ใช่แค่ในทางยุทธวิธีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงภาพลักษณ์ของสหรัฐฯ ในฐานะมหาอำนาจทางทหารที่ถูกมองว่าแทบไร้เทียมทาน

ในด้านการสนับสนุนทางอากาศ วัลเตอร์สสันประเมินว่า แม้กองทัพสหรัฐฯ จะมีศักยภาพสูงในการโจมตีเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ขนาดใหญ่ แต่กลับเผชิญข้อจำกัดอย่างมากเมื่อต้องรับมือกับหน่วยรบขนาดเล็กของอิหร่านที่มีความคล่องตัวสูง และติดอาวุธด้วยขีปนาวุธต่อต้านเรือ รวมถึงขีปนาวุธพื้นสู่อากาศ

เขาระบุว่า การใช้เฮลิคอปเตอร์เพื่อสนับสนุนการรบระยะใกล้ในพื้นที่เช่นนี้มีความเสี่ยงสูงเกินไป ขณะที่การใช้โดรน แม้จะช่วยทดแทนได้บางส่วน แต่ก็ยังมีข้อจำกัดด้านพิสัยและความต่อเนื่องของปฏิบัติการ โดยเฉพาะหากยังไม่สามารถยึดพื้นที่ตั้งหลักที่มั่นคงได้

โดยสรุป วัลเตอร์สสันมองว่า หากสหรัฐฯ เดินหน้าปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านโดยปราศจากการประเมินสถานการณ์อย่างรอบด้าน ก็อาจต้องเผชิญทั้งความสูญเสียทางทหาร ความเสียหายเชิงยุทธศาสตร์ และผลกระทบในระดับโลก ทั้งต่อเส้นทางพลังงาน เศรษฐกิจระหว่างประเทศ และเสถียรภาพด้านความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ที่มา : Sputnik

เตือนทั่วโลก!! สหรัฐฯ แจ้งเตือนพลเมืองทั่วโลก โดยเฉพาะตะวันออกกลาง รับมือความเสี่ยงด้านความปลอดภัย เฝ้าระวังเหตุคุกคาม เช็กประกาศจากสถานทูตใกล้บ้าน

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ แนะนำให้พลเมืองอเมริกันทั่วโลก โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ ชาวอเมริกันที่อยู่ต่างประเทศควรปฏิบัติตามคำแนะนำในประกาศเตือนด้านความปลอดภัยที่ออกโดยสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลสหรัฐฯ ที่อยู่ใกล้ที่สุด ทั้งนี้ การปิดน่านฟ้าเป็นระยะอาจส่งผลให้การเดินทางเกิดความติดขัดหรือหยุดชะงักได้

สถานที่ทำการทางการทูตของสหรัฐฯ รวมถึงพื้นที่นอกตะวันออกกลาง ตกเป็นเป้าหมายมาแล้ว ขณะที่กลุ่มที่สนับสนุนอิหร่านอาจพุ่งเป้าไปยังผลประโยชน์อื่น ๆ ของสหรัฐฯ ในต่างประเทศ หรือสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับสหรัฐอเมริกาและ/หรือชาวอเมริกันทั่วโลก

ขอให้ลงทะเบียนที่ step.state.gov เพื่อรับประกาศเตือนด้านความปลอดภัยล่าสุด และติดตามช่อง “U.S. Department of State - Security Updates for U.S. Citizens” บน WhatsApp หรือบัญชี @TravelGov บน X

เมื่อวางแผนการเดินทาง ควรอ่านคำแนะนำการเดินทาง (Travel Advisory) และข้อมูลรายละเอียดของจุดหมายปลายทางอย่างรอบคอบ รวมถึงประกาศเตือนล่าสุดที่ travel.state.gov/destination

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1370980751734634&id=100064681657178&post_id=100064681657178_1370980751734634&rdid=tWkBMgj2WRmmyIby#

สมาคมน้ำไทยจับมือมธ. ลงนาม MOU พัฒนาการกีฬากระโดดน้ำ ใช้ มธ.รังสิต เป็นแคมป์เยาวชน สระมาตรฐานรองรับทีมชาติอย่างเต็มที่ เสริมแกร่งนักกีฬาผลิตทีมชาติไทย

สมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย ร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เพื่อพัฒนากีฬากระโดดน้ำระดับเยาวชนและต่อยอดสู่ทีมชาติไทย โดยจะใช้สถานที่ของมหาวิทยาลัยเป็นศูนย์ฝึกซ้อมหลักสำหรับนักกีฬาเยาวชน

โดย พล.ต.ดร. ธนนท์ แสงนาค อุปนายกสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทย และ “โค้ชตึก” นายธนาวิชญ์ โถสกุล เลขาธิการสมาคม เป็นผู้แทนลงนามในครั้งนี้ ที่ยิมเนเซียม 7 ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต เมื่อวันที่ 24 มี.ค. โดยมีตัวแทนจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ร่วมด้วย

ยรรยง อัครจินดานนท์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารทรัพย์สินและกีฬา ม.ธรรมศาสตร์ กล่าวว่า "ศูนย์กีฬาทางน้ำ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต ได้มาตรฐานระดับเอเชียนเกมส์ ใช้สำหรับฝึกกีฬากระโดดน้ำอย่างต่อเนื่อง และมีความพร้อมเป็นแคมป์อบรมเยาวชนแบบครบวงจร" พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่รองรับนักกีฬา

ส่วน  โค้ชตึก  นายธนาวิชญ์ เลขาธิการสมาคมกีฬาทางน้ำแห่งประเทศไทยพูดถึงความสำคัญของศูนย์ฝึกในไทยว่า "มี 2 แห่งคือสัตหีบ และ ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต ซึ่งที่นี่สำคัญมากเพราะใกล้กรุงเทพ และมีนักเยาวชนกว่า 40 คน ที่นี่ผลิตนักกีฬาทีมชาติชุดใหญ่จำนวนมาก"

หลังพิธีลงนาม พล.ต.ดร. ธนนท์, "โค้ชตึก" และผู้ช่วยศาสตราจารย์ มานะ ภู่หลำ ผู้อำนวยการสมาคม เดินทางเยี่ยมนักกีฬาเยาวชน ตรวจเช็คอุปกรณ์และสถานที่ฝึกซ้อมเพื่อให้ได้มาตรฐานอย่างต่อเนื่อง

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/sports/news_10182698


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top