Sunday, 7 June 2026
TheStatesTimes

HDD โตแรง หนุนเศรษฐกิจ AI หนุนความต้องการฮาร์ดดิสก์ บีโอไอผลักดันไทยเป็นฐานผลิต เวสเทิร์น ดิจิทัล ขยายกำลังผลิต เทคโนโลยี HAMR ยกระดับนวัตกรรมไทย

AI หนุนฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์โตแรง บีโอไอผลักดันไทยฐานผลิตระดับโลก

ในยุคที่โลกกำลังก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลเต็มรูปแบบ ผู้คนอาจมองว่าเทคโนโลยีจัดเก็บข้อมูลแบบใหม่ เช่น “โซลิดสเตตไดรฟ์ (SSD)” (อุปกรณ์เก็บข้อมูลแบบอิเล็กทรอนิกส์) จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเติบโตแบบก้าวกระโดดของดาต้าเซ็นเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลับทำให้ HDD (หน่วยวัดความจุข้อมูลดิจิทัลขนาดใหญ่) ยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลโลก โดยเฉพาะในระบบจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ที่ต้องการความคุ้มค่าด้านต้นทุน

รายงานจากสื่อเทคโนโลยี TechRadar และข้อมูลวิเคราะห์จาก TrendForce ระบุว่า ความต้องการใช้งานระบบจัดเก็บข้อมูลสำหรับศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ที่รองรับ AI มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในช่วงปีที่ผ่านมา เพื่อรองรับปริมาณข้อมูลทั่วโลกที่ขยายตัวอย่างรวดเร็วจากการใช้งาน AI, Generative AI, Large Language Model (LLM) รวมถึงบริการคลาวด์ของทั้งภาคธุรกิจและภาครัฐ ส่งผลให้ดาต้าเซ็นเตอร์ต้องการโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดเก็บข้อมูลที่สามารถรองรับข้อมูลปริมาณมหาศาลในต้นทุนที่คุ้มค่า ซึ่งยังคงเป็นจุดแข็งสำคัญของเทคโนโลยี HDD

HDD จาก “เทคโนโลยีเก่า” สู่โครงสร้างพื้นฐาน AI

แม้ SSD จะโดดเด่นด้านความเร็ว แต่ HDD ยังคงได้เปรียบในเชิงต้นทุนต่อเทราไบต์อย่างชัดเจน โดยเฉพาะการจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ระยะยาวในดาต้าเซ็นเตอร์ ซึ่งผู้ให้บริการระดับโลกยังคงพึ่งพา HDD เป็นสัดส่วนหลัก และมีความต้องการฮาร์ดดิสก์ความจุสูงระดับ 20–30 เทราไบต์ต่อไดรฟ์อย่างต่อเนื่อง

แนวโน้มดังกล่าวทำให้ตลาด HDD ที่เคยชะลอตัวกลับมาฟื้นตัว และเริ่มเผชิญภาวะตึงตัวด้านอุปทาน โดยเฉพาะในกลุ่มฮาร์ดดิสก์สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์และ AI ซึ่งต้องใช้เทคโนโลยีขั้นสูงและมาตรฐานความเสถียรสูง

สถานการณ์นี้จึงเป็น “โอกาสสำคัญ” สำหรับประเทศไทย จากเดิมที่เคยถูกมองว่าเป็นฐานการผลิตเทคโนโลยีเดิม โดยไทยยังเป็นหนึ่งในฐานการผลิต HDD ที่สำคัญที่สุดของโลก ซึ่งมีผู้ผลิตระดับโลกอย่าง เวสเทิร์น ดิจิทัล สตอเรจ เทคโนโลยีส์ (ประเทศไทย) และ ซีเกท เทคโนโลยี (ประเทศไทย) เป็นกำลังหลัก สะท้อนความเชื่อมั่นของอุตสาหกรรมต่อศักยภาพของไทยในการก้าวสู่ศูนย์กลางการผลิต HDD ของโลก

เวสเทิร์น ดิจิทัล กับการยกระดับฐานผลิตในไทย

หนึ่งในผู้เล่นสำคัญของอุตสาหกรรมนี้คือ เวสเทิร์น ดิจิทัล (Western Digital) ผู้ผลิตอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลรายใหญ่ระดับโลกจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีฐานการผลิตในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน และได้รับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน เวสเทิร์น ดิจิทัล ครองส่วนแบ่งตลาดฮาร์ดดิสก์ประมาณหนึ่งในสามของตลาดโลก โดยประเทศไทยถือเป็นฐานการผลิตหลักเพื่อการส่งออก และสามารถผลิตฮาร์ดดิสก์ความจุสูงสุด 32 เทราไบต์ด้วยเทคโนโลยี PMR (Perpendicular Magnetic Recording) พร้อมเดินหน้าวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด บริษัท เวสเทิร์น ดิจิทัล สตอเรจ เทคโนโลยีส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับการส่งเสริมการลงทุนสำหรับโครงการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี Heat-Assisted Magnetic Recording (HAMR) เพื่อยกระดับศักยภาพการผลิตฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDD) รองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรม Data Center และ AI การลงทุนครั้งนี้สะท้อนทิศทางการพัฒนาอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทยจากฐานการผลิตสู่ฐานเทคโนโลยีขั้นสูง โดยการจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาในประเทศไม่เพียงเพิ่มขีดความสามารถด้านนวัตกรรม แต่ยังช่วยยกระดับทักษะแรงงานไทยและเชื่อมโยงซัพพลายเชนภายในประเทศให้มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น พร้อมกันนี้ โครงการดังกล่าวจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ภาคอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงของไทยเติบโตอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการแข่งขันของห่วงโซ่อุปทานโลกที่เข้มข้น และช่วยเสริมบทบาทของประเทศไทยให้เป็นหนึ่งในศูนย์กลางการผลิตและนวัตกรรมด้าน HDD และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของภูมิภาค.

ในภาพรวม อุตสาหกรรม Data Center และ AI กำลังยกระดับบทบาทของอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลจากเพียงส่วนประกอบทางเทคนิค สู่โครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ของเศรษฐกิจดิจิทัล เพราะความสามารถในการจัดเก็บ และประมวลผลข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ คือปัจจัยชี้ขาดความสามารถในการแข่งขันในยุค AI การที่บริษัทเทคโนโลยีระดับโลกเลือกลงทุนด้านการวิจัยและพัฒนาในประเทศไทย สะท้อนถึงความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของระบบนิเวศอุตสาหกรรมไทย ทั้งด้านบุคลากร วิศวกรรมการผลิต และเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วนที่มีความพร้อมรองรับเทคโนโลยีรุ่นใหม่

ขณะเดียวกัน ภาพรวมการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงของไทยยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2568 กลุ่มอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์มีผู้ขอรับการส่งเสริมการลงทุน 303 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 249,000 ล้านบาท สะท้อนบทบาทของไทยในห่วงโซ่อุปทานอิเล็กทรอนิกส์โลกที่กำลังขยับจาก “ฐานการผลิต” สู่ “ฐานเทคโนโลยีขั้นสูง”อย่างชัดเจน

การกลับมาของ HDD ในครั้งนี้สะท้อนการปรับตัวของเทคโนโลยีให้สอดรับกับโลกที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและ AI ในวันที่ข้อมูลกลายเป็นทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ HDD จึงไม่ได้เป็นเพียงอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลอีกต่อไป หากแต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลโลก และไทยกำลังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในฐานการผลิตหลักของเทคโนโลยีนี้ ด้วยแรงหนุนจาก AI การลงทุนของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก พร้อมกับนโยบายเชิงรุกของบีโอไอที่มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่ฐานเทคโนโลยีแห่งอนาคต

รู้เท่าไม่ถึงการณ์ แจงปมโพสต์ภาพสอบเข้า ขอโทษทีมจัดสอบ-โรงเรียนเตรียมอุดมฯ ชี้โพสต์ภาพเพราะเป็นห่วงเด็กนักเรียน ย้ำไร้เจตนาทำเสียหาย

กราบขออภัยทุกฝ่าย แจงโพสต์ภาพสอบเข้าเกิดจากความห่วงใยนักเรียน

นายจิรัฐชัย ปวีร์วรานนท์ ออกมาชี้แจงพร้อมกล่าวคำขออภัยต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จากกรณีที่ได้โพสต์ภาพเกี่ยวกับการสอบเข้าของนักเรียน ซึ่งเป็นภาพที่มีการวางเงินและของมีค่าลงบนพื้นและบริเวณถังขยะ จนเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์และอาจส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย

ในถ้อยแถลง นายจิรัฐชัยระบุว่า ภาพดังกล่าวได้มาจากคุณแม่ของหลาน ซึ่งเดินทางไปเฝ้าลูกสอบตลอดทั้งวัน ก่อนจะส่งต่อภาพมาให้ตน โดยยืนยันว่าการนำภาพมาเผยแพร่และแสดงความคิดเห็นนั้น มีจุดเริ่มต้นจากความเป็นห่วงในฐานะผู้ปกครอง ไม่ได้มีเจตนาสร้างความเสียหายต่อบุคคลหรือสถาบันใด

เขาอธิบายว่า สิ่งที่ทำให้เกิดความกังวลคือกรณีของนักเรียนบางคนที่อาจต้องเดินทางกลับที่พักด้วยตนเอง หลังเสร็จสิ้นการสอบ โดยไม่มีผู้ปกครองมารอรับ อีกทั้งยังอาจมีนักเรียนบางส่วนที่ไม่มีโทรศัพท์มือถือไว้ใช้ติดต่อสื่อสารกับครอบครัว ซึ่งอาจทำให้เกิดความไม่สะดวกหรือความไม่ปลอดภัยได้ในบางสถานการณ์

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายจิรัฐชัยได้กล่าวขออภัยไปยังคณะทีมงานจัดสอบ ท่านผู้อำนวยการ คณะครูอาจารย์ ทีมบริหาร ตลอดจนนักเรียนปัจจุบันและศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา หากการโพสต์และการแสดงความคิดเห็นของตนได้กระทบต่อชื่อเสียงของโรงเรียน หรือกระทบต่อความรู้สึกของผู้ที่เกี่ยวข้อง

สาระสำคัญของคำชี้แจงครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่า แม้เจตนาของผู้โพสต์จะมาจากความห่วงใยต่อสวัสดิภาพของนักเรียน แต่เมื่อประเด็นดังกล่าวส่งผลต่อภาพลักษณ์และความรู้สึกของส่วนรวม การออกมาแสดงความรับผิดชอบและกล่าวคำขออภัยอย่างตรงไปตรงมา จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการคลี่คลายสถานการณ์

กรณีนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนของการสื่อสารในสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะเมื่อเนื้อหาเกี่ยวข้องกับสถานศึกษา เด็กนักเรียน และความปลอดภัยของผู้เข้าสอบ ซึ่งเป็นประเด็นที่สาธารณชนให้ความสนใจอย่างมาก การแสดงความคิดเห็นด้วยความห่วงใยอาจเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่ก็จำเป็นต้องคำนึงถึงผลกระทบในวงกว้างควบคู่กันไป

ไฟเขียวแรงงาน!! ครม.เห็นชอบยืดต่อใบอนุญาตแรงงาน 3 สัญชาติ “ลาว-เมียนมา-เวียดนาม” มากกว่า 3.7 แสนคนได้รับผล สกัดแรงงานผิดกฎหมาย-ลดผลกระทบเศรษฐกิจ

ครม.ไฟเขียวขยายเวลาแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ “ลาว -เมียนมา- เวียดนาม” กว่า 3.7 แสนคน ออกไปถึง 31 มี.ค.69 หวั่นกระทบระบบเศรษฐกิจประเทศ

วันที่ 10 มีนาคม 2569 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เผยว่า ที่ประชุมครม.มีมติเห็นชอบ ให้ขยายระยะเวลาดำเนินการต่อใบอนุญาตทำงานให้กับแรงงานต่างด้าวสัญชาติ ลาว เมียนมา และเวียดนาม กว่า 3.7 แสนคน ออกไปถึงวันที่ 31 มี.ค.2569จากเดิมที่สิ้นสุดในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อไม่ให้แรงงานกลุ่มนี้ หลุดออกจากระบบ กลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย รวมทั้งไม่ให้ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจและแรงงานของประเทศ โดยเฉพาะการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ

รมว.แรงงาน ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่า นอกจากนี้ มติครม.ยังได้ให้มีการขยายระยะเวลาในส่วนของการจัดทำหนังสือเดินทางหรือเอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางและตรวจลงตรา (วีซ่า) จากที่จะสิ้นสุดในวันที่ 24 มิถุนายน 2569 เป็นสิ้นสุดในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ซึ่งจะส่งผลให้แรงงานกลุ่มดังกล่าวจะได้รับการผ่อนผัน เมื่อประกาศกระทรวงมหาดไทยและประกาศกระทรวงแรงงานมีผลบังคับใช้

ทั้งนี้ ในระหว่างนี้นายจ้างที่มีแรงงานทั้ง 3 สัญชาติในสังกัดและผู้ประกอบการสามารถติดตามข่าวสาร ได้ทางเว็บไซต์กระทรวงแรงงาน www.mol.go.th เว็บไซต์กรมการจัดหางาน www.doe.go.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร.1506 กด 2 กรมการจัดหางาน

ทรัมป์เปิดเกมใหม่!! งัดแผนผ่อนคว่ำบาตรน้ำมัน หวังสกัดราคาพลังงานพุ่งจากไฟสงคราม พร้อมส่งสัญญาณสันติภาพ หลังความตึงเครียดอิหร่าน-อิสราเอล

(10 มี.ค. 69) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ประกาศแผนยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันบางส่วนให้กับบางประเทศ เพื่อบรรเทาราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้

ทรัมป์กล่าวในการแถลงข่าวว่า "เรากำลังจะยกเว้นมาตรการคว่ำบาตรบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน เพื่อให้ราคาลดลง ดังนั้น ในบางประเทศที่เรามีมาตรการคว่ำบาตรอยู่ เราจะยกเลิกมาตรการเหล่านั้นออกไป จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย" พร้อมเสริมว่าอาจไม่กลับมาใช้มาตรการเหล่านั้นอีก หากสันติภาพฟื้นคืน

ความตึงเครียดในตะวันออกกลางเพิ่มขึ้นอย่างมาก หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อ 28 ก.พ. ส่งผลให้เกิดความเสียหายและมีผู้เสียชีวิต พลเรือน ซึ่งอิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ และอิสราเอล

ผู้นำสูงสุดอิหร่าน 'อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี' ถูกลอบสังหารในวันเดียวกับเหตุการณ์ ขณะที่รัสเซียประณามการกระทำดังกล่าวว่าเป็น "การละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศ" และเรียกร้องให้ลดความตึงเครียดโดยทันที

สถานการณ์ล่าสุดสะท้อนความซับซ้อนด้านการเมืองระหว่างประเทศ ที่ยังมีเดิมพันสูงในพื้นที่ตะวันออกกลางและส่งผลต่อราคาพลังงานโลกอย่างต่อเนื่อง

ที่มา : Sputnik

กรุงเทพครองแชมป์ เมืองที่ดีที่สุดในเอเชีย 2026 เฉือนชนะ โตเกียว สิงคโปร์ ครบเครื่องกินเที่ยวพัก มัดใจนักท่องเที่ยวทั่วโลก

(10 มี.ค. 69) กรุงเทพมหานครได้รับการยกย่องให้เป็น "เมืองที่ดีที่สุดในเอเชีย 2026" โดยนิตยสาร DestinAsian ในการประกาศผลรางวัล Readers’ Choice Awards ซึ่งเฉือนเอาชนะคู่แข่งสำคัญอย่างโตเกียว และสิงคโปร์ไปอย่างภาคภูมิใจ

นาย'เอกวรัญญู อัมระปาล' โฆษกของกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า "กรุงเทพฯ คว้ารางวัลครั้งนี้เพราะเมืองมีเสน่ห์ที่ลงตัว ผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมดั้งเดิมกับความทันสมัยได้อย่างน่าทึ่ง และยังเป็นสวรรค์ของนักกิน ตั้งแต่สตรีทฟู้ดระดับโลก ไปจนถึงร้านอาหารไฮเอนด์ที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์"

นอกจากนี้ กรุงเทพฯ ยังเสนอประสบการณ์หลากหลายเพื่อตอบโจทย์นักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม ทั้งโรงแรมหรูระดับ Ultra-luxury ย่านศิลปะและสถานบันเทิงสุดฮิต พร้อมทั้งรับรองด้วย "จิตวิญญาณแห่งรอยยิ้ม" การต้อนรับที่ประทับใจ ตั้งแต่พี่วิน พี่ตุ๊กตุ๊ก ไปจนถึงพนักงานโรงแรม 5 ดาว

"กล่าวได้ว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่เที่ยวสนุก กินอร่อย พักสบาย และมีเสน่ห์ไม่เหมือนใครในทุกหัวมุมถนน" โฆษก กทม. กล่าวทิ้งท้ายว่านี่คือแรงผลักดันสำคัญในการพัฒนาให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่น่าเที่ยวและน่าอยู่ยั่งยืนต่อไป

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1398733328955667&id=100064570394286&rdid=yr1KeGmAkNSr73tE#

‘พีช’ คว้าปริญญาโท นักแสดงหนุ่ม 'พีช-พชร จิราธิวัฒน์' ชื่นชมความสำเร็จ คว้าปริญญาโทสองใบจากอ็อกซ์ฟอร์ด ครอบครัวพร้อมใจร่วมแสดงความยินดี แฟนคลับชื่นชมฝีมือและความตั้งใจ

(10 มี.ค. 69) นักแสดงหนุ่ม 'พีช-พชร จิราธิวัฒน์' สามารถทำตามความฝันสำเร็จด้วยการคว้าปริญญาโทสาขา Major Programme Management จาก Keble College, University of Oxford ประเทศอังกฤษ ในวัย 31 ปี หลังจากปีที่แล้วเพิ่งรับปริญญาโทจาก Saïd Business School, University of Oxford

ขณะที่คุณแม่ 'ส้ม ชนัดดา' ได้เผยภาพอบอุ่นของครอบครัวที่มาร่วมแสดงความยินดีกับ 'พีช' อย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ทั้งสามี 'ธีรยุทธ์ จิราธิวัฒน์' และบุตรสาว 'แพร พิมพิศา' กับบุตรชาย 'พาย เขมณัฏฐ์'

แฟนๆ ต่างร่วมแสดงความยินดีกับความสำเร็จของ 'พีช' และชื่นชมให้เขาเป็นนักแสดงที่มากความสามารถและมีความตั้งใจในทุกบทบาท "ฝีมือโดดเด่นทั้งในจอและนอกจอ" เป็นคำพูดที่ผู้ติดตามหลายคนมอบให้

ความสำเร็จนี้สะท้อนถึงความขยันและตั้งใจของ 'พีช' ที่ไม่หยุดพัฒนาตัวเอง แม้จะเป็นที่รู้จักในวงการบันเทิงแต่ก็พร้อมเรียนรู้และต่อยอดการศึกษาอย่างเต็มที่

ที่มา : https://www.sanook.com/news/9877346/

แพทย์ไทย–ต่างชาติ แลกเปลี่ยนความรู้ โชว์เทคนิค Modern Facelift Plus ตอกย้ำมาตรฐานศัลยกรรมไทย มุ่งสู่ศูนย์กลางความงามเอเชีย

บางมดเอสเธติค ตอกย้ำบทบาทผู้นำศัลยกรรมความงามระดับนานาชาติ จัดประชุมวิชาการ “Global Advancements in Facelift & Breast Surgery 2026” เปิดเวทีองค์ความรู้ระดับสากล ยกระดับศักยภาพศัลยแพทย์ตกแต่งไทยสู่เวทีโลก

โรงพยาบาลบางมดเอสเธติค (Bangmod Aesthetic Hospital: BAH) ตอกย้ำจุดยืนในฐานะผู้นำด้านศัลยกรรมความงามระดับนานาชาติ จัดงานประชุมวิชาการ “Global Advancements in Facelift & Breast Surgery 2026” รวมศัลยแพทย์ตกแต่งจากประเทศไทยและต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางวิชาการ ยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ และต่อยอดศักยภาพศัลยแพทย์ไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับสากล สะท้อนความเชื่อมั่นของวงการศัลยกรรมความงามที่มีต่อฝีมือและมาตรฐานการรักษาของประเทศไทย

การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านศัลยกรรมการดึงหน้าและศัลยกรรมตกแต่งทรวงอก โดยมี นพ. ธนัญชัย อัศดามงคล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง และ CEO ของโรงพยาบาลบางมดเอสเธติค พร้อมด้วยพญ. ภาวิณี อรรณพพรชัย และ นพ. รัชภูมิ เกตุแก้ว ทีมแพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่งของโรงพยาบาล ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และเทคนิคในการดึงหน้าขั้นสูง “Modern Facelift Plus” ซึ่งเป็นการดึงหน้าในชั้นลึกที่เป็นเทคนิคเฉพาะของบางมด ด้วยการเย็บใบหน้าชั้น SMAS ถึง 3 ขั้นตอน (Triple SMAS) ผสานการดึงหน้าร่วมกับการเติมไขมันบนใบหน้า (Fat Grafting) เพื่อให้ผลลัพธ์อยู่ได้อย่างยาวนานขึ้น ตลอดจนมีการวิเคราะห์โครงสร้างใบหน้าในแต่ละเคสที่เหมาะสมเฉพาะตัวบุคคล และการออกแบบผลลัพธ์ก่อนผ่าตัด ภายใต้แนวคิด “แผลเล็ก เจ็บน้อย หายเร็ว ดูเป็นธรรมชาติ” โดยมุ่งเน้นความปลอดภัย ความสมดุล และมาตรฐานการรักษาในระดับโรงพยาบาลชั้นนำ

นอกจากนี้ โรงพยาบาลยังได้รับเกียรติจากแพทย์ด้านศัลยกรรมตกแต่งทั้งในและต่างประเทศเข้าร่วมบรรยาย แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ ทั้งในหัวข้อของ Facial Palsy โดย Dr.Tsz Yin Voravitvet และ Concept of 3D Printing Breast Volume โดย Dr.Jo Chun Hsiao เป็นต้น โดยภายหลังการบรรยาย หนึ่งในไฮไลต์สำคัญของงาน ทางโรงพยาบาลได้เปิดโอกาสให้แพทย์ทั้งหมดที่เข้าร่วมประชุมได้เข้าร่วมสังเกตการณ์เทคนิคในการผ่าตัด Modern Facelift Plus ที่ได้รับการยอมรับและความสนใจจากแพทย์ศัลยกรรมตกแต่งจากต่างประเทศที่เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก และถือเป็นเวทีสำคัญที่สะท้อนศักยภาพของทีมศัลยแพทย์ตกแต่งไทย ตลอดจนความพร้อมของระบบห้องผ่าตัด การดูแลคนไข้ระหว่างพักฟื้น และภายหลังจากการผ่าตัดที่ได้มาตรฐานระดับสากล
นพ. ธนัญชัย อัศดามงคล แพทย์เฉพาะทางด้านศัลยกรรมตกแต่ง และ CEO โรงพยาบาลบางมดเอสเธติค กล่าวว่า “การจัดประชุมวิชาการระดับนานาชาติครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ แต่คืออีกก้าวสำคัญในการเตรียมความพร้อมที่จะเปิดศูนย์เฉพาะทางด้านการดึงหน้าอย่างยิ่งใหญ่ และเป็นการตอกย้ำว่าศัลยแพทย์ตกแต่งของไทยมีศักยภาพและมาตรฐานในการผ่าตัดไม่แพ้ชาติใดในโลก เราเชื่อว่าการเปิดบ้านให้แพทย์จากต่างประเทศเข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และศึกษาดูงานในครั้งนี้ คือการสะท้อนความเชื่อมั่นในคุณภาพของทีมแพทย์เรา ตลอดจนระบบการดูแลรักษา และมาตรฐานความปลอดภัยของโรงพยาบาล บางมดเอสเธติคที่มุ่งมั่นพัฒนาองค์ความรู้ วิจัยพัฒนา และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อต่อยอดผลลัพธ์การรักษา และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านศัลยกรรมความงามด้านการดึงหน้าของภูมิภาคเอเชียอย่างยั่งยืน”
การประชุมครั้งนี้จึงไม่เพียงตอกย้ำบทบาทของโรงพยาบาลบางมดเอสเธติคในฐานะผู้นำด้านศัลยกรรมดึงหน้าและศัลยกรรมตกแต่งทรวงอกของประเทศไทย แต่ยังสะท้อนภาพประเทศไทยในฐานะหนึ่งในจุดหมายปลายทางสำคัญของวงการศัลยกรรมความงามระดับนานาชาติ และด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง โรงพยาบาลบางมดเอสเธติคจึงไม่ได้เป็นเพียงสถานพยาบาลด้านศัลยกรรมความงาม หากแต่เป็นศูนย์กลางแห่งความก้าวหน้าทางวิชาการ ที่พร้อมขับเคลื่อนวงการศัลยกรรมความงามไทยสู่ระดับสากลอย่างมั่นคงและยั่งยืน

11 มีนาคม 2554 ญี่ปุ่นเผชิญมหันตภัย สึนามิกวาดล้างชายฝั่ง จุดชนวนวิกฤตนิวเคลียร์ฟุกุชิมะ ภัยซ้อนภัยเปลี่ยนโลก

เมื่อในวันที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2554 ญี่ปุ่นต้องเผชิญกับมหันตภัยสามชั้นที่เรียกว่า "มหาแผ่นดินไหวและสึนามิญี่ปุ่น" การเกิดแผ่นดินไหวขนาดแมกนิจูด 9.0 นอกชายฝั่งโทโฮคุ ทำให้พื้นทะเลยกตัวและเกิดคลื่นสึนามิสูงกว่า 10 เมตรพัดถล่มชายฝั่งอย่างรุนแรง สร้างความเสียหายใหญ่หลวงต่อเมืองและชีวิตผู้คน

แผ่นดินไหวครั้งนี้ไม่ใช่แค่แรงสั่นสะเทือนธรรมดา แต่ทำให้เกิดคลื่นยักษ์และมีความเร็วสูงที่ทำลายล้างหลายจังหวัดตามชายฝั่ง โดยมีผู้เสียชีวิตและสูญหายประมาณสองหมื่นคน นอกจากนี้เหตุการณ์ยังลุกลามเป็นวิกฤตนิวเคลียร์เมื่อระบบไฟฟ้าและระบบหล่อเย็นของโรงไฟฟ้า Fukushima Daiichi ล้มเหลว ทำให้แกนปฏิกรณ์บางส่วนเกิดการหลอมละลาย

องค์การระหว่างประเทศอธิบายว่าภัยธรรมชาติครั้งนี้กลายเป็นภาพของ "ภัยพิบัติซ้อนภัยพิบัติ" หรือ cascading disasters ซึ่งเรียกร้องให้โลกตระหนักถึงความสำคัญของการวางแผนรับมือภัยพิบัติอย่างเข้มงวด และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานและระบบเทคโนโลยี

"ความเสี่ยงยุคใหม่ไม่ใช่แค่ภัยธรรมชาติแต่คือความเสี่ยงเชิงลูกโซ่ที่ต้องออกแบบให้ตัดตอนความเสียหายได้" เป็นบทเรียนจากเหตุการณ์นี้ที่โลกยังใช้จนถึงวันนี้

วันที่ 11 มีนาคม 2554 จึงไม่ใช่เพียงวันแห่งความสูญเสีย แต่เป็นวันแห่งบทเรียนสำคัญด้านความพร้อมและการบริหารความเสี่ยงในศตวรรษนี้

ที่มา : https://themomentum.co/otd-tsunami-jpn/

ครม.ลุยลดพลังงาน!! สั่ง WFH เต็มรูปแบบเร่งลดใช้ไฟ ถอดสูทประชุมปรับแอร์ 26 องศาฯ ระงับเดินทางต่างประเทศ ยกเว้นภารกิจจำเป็น เป้าประหยัดพลังงาน ลดใช้พลังงานลง 5%

(10 มี.ค. 69) คณะรัฐมนตรี เห็นชอบมาตรการรับมือวิกฤตพลังงานด้วยการดำเนินงาน Work from Home (WFH) เต็มรูปแบบสำหรับข้าราชการทั่วประเทศ พร้อมระงับการเดินทางไปต่างประเทศของเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วน เพื่อสกัดผลกระทบราคาพลังงานโลกผันผวน จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุในแถลงการณ์ว่า "ทุกหน่วยงานราชการต้องปรับรูปแบบการทำงานเป็น WFH ทันทีจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ขณะที่หน่วยงานที่บริการประชาชนโดยตรงจึงยังต้องดำเนินการตามปกติ" พร้อมมาตรการประหยัดพลังงาน เช่น การถอดสูทในที่ประชุม การปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศที่ 26 องศาเซลเซียส เพื่อลดการใช้ไฟฟ้า

รัฐบาลสั่งระงับการเดินทางไปต่างประเทศของเจ้าหน้าที่รัฐ ยกเว้นภารกิจสำคัญและจำเป็นเท่านั้น เพื่อคุมค่าใช้จ่ายและลดการใช้พลังงานในช่วงวิกฤต โดยเน้นการประหยัดพลังงานในหน่วยงาน และส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีออนไลน์ในที่ประชุม

สำหรับสถานการณ์พลังงานไทย น้ำมันสำเร็จรูปใช้งานเฉลี่ย 3.13 ล้านบาร์เรลต่อวัน ต้องพึ่งพานำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ โดยมีปริมาณสำรองน้ำมันรวม 8,055 ล้านลิตร ซึ่งสามารถรองรับความต้องการใช้ได้ระดับหนึ่ง ขณะเดียวกัน มีการวางมาตรการลดการใช้พลังงานในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง

เป้าหมายลดการใช้พลังงานทั้งน้ำมันและไฟฟ้าลงประมาณ 5% ซึ่งจะลดการใช้น้ำมันลงประมาณ 330,000 ลิตรต่อเดือน คิดเป็นมูลค่าประมาณ 10.45 ล้านบาท และประหยัดไฟฟ้าได้ 31 ล้านหน่วยต่อเดือน รัฐบาลตั้งเป้าสร้างความมั่นคงพลังงานและต้นแบบการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

ที่มา : https://tna.mcot.net/tna/th/news/list/147926

อิหร่านทำให้น้ำมันแพง!! ถล่มอิหร่านคือภารกิจเร่งด่วน เพื่อหยุดภัยคุกคามนิวเคลียร์ “อโลนา” แจงชัด อิสราเอลไม่มีทางเลือก แนะคนไทยโมโหราคาน้ำมันที่สูงขึ้น

(11 มี.ค. 69) นางอโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ ทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย เปิดเผยผ่านแถลงข่าวถึงปฏิบัติการทางทหารที่อิสราเอลร่วมกับสหรัฐอเมริกา โจมตีอิหร่านเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ว่าเป็น "ความจำเป็นเร่งด่วน" เพื่อกำจัดภัยคุกคามนิวเคลียร์ ขีปนาวุธ และภัยก่อการร้ายจากอิหร่านที่คุกคามความมั่นคงของอิสราเอล

นางอโลนา ให้ข้อมูลว่า อิหร่านพยายามซ่อนโครงการนิวเคลียร์ไว้ใต้ดินเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบและทำลาย พร้อมชี้ว่าการอ่อนแอลงของกลุ่มฮามาสและฮิสบอลเลาะห์เป็นโอกาสของอิสราเอลในการโจมตีขีดความสามารถทางทหารของอิหร่าน

ทูตอิสราเอลกล่าวว่าอิหร่านเป็นภัยคุกคามระดับโลก โดยศักยภาพจรวดวิสัยไกลของอิหร่านสามารถเข้าถึงยุโรปได้ และการโจมตีเป้าหมายทางเศรษฐกิจในภูมิภาคกว่า 12 ประเทศเป็นหลักฐานความไม่เสถียรของระบอบการปกครองนี้

นางอโลนายังกล่าวกับชาวไทยว่า "คนไทยควรจะไม่พอใจอิหร่าน อิหร่านได้โจมตีแหล่งน้ำมันในซาอุดีอาระเบียโดยไม่มีการยั่วยุใด ๆ" พร้อมเสริมว่า "อิหร่านกำลังใช้ทุกเครื่องมือหรือทุกไพ่ที่มี พวกเขาไม่ได้สนใจเสถียรภาพของโลกจริง ๆ พวกเขาไม่สนใจแม้แต่ประชาชนของตนเอง แล้วจะมาสนใจประเทศไทยทำไม"

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงระยะเวลาสงคราม นางอโลนาตอบว่า "มันจะดำเนินต่อไปตราบเท่าที่จำเป็น เพื่อกำจัดภัยคุกคามที่เป็นภัยต่อการดำรงอยู่และเป็นภัยถาวรจากอิหร่าน"

ที่มา : https://www.facebook.com/photo/?fbid=2296957614145331&set=gm.1243403561281335&idorvanity=849053944049634


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top