Sunday, 7 June 2026
TheStatesTimes

อ.เจษฏ์ เดือด!! ตอกกลับ ‘วิโรจน์’ อย่าเเขวะเรื่องรำดาบสักการะพระเจ้าตาก ย้ำชัด ทำเพื่อถวายความจงรักภักดี 

รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ เตือน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อย่าล้ำเส้นเรื่องรำดาบ ระวังจะโดน

ชาวบางระจัน ติง ‘วิโรจน์’ อย่าล้ำเส้น ยัน ‘ดร.เจษฎ์’ รำดาบถวายพระเจ้าตากด้วยทักษะที่ต้องฝึกฝน ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ ที่ใครก็ทำได้

จากกรณีที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ได้ล้ำเส้นแซะ รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรครักชาติ ที่ได้ทำการรำดาบถวายสมเด็จพระเจ้าตากสิน เพื่อแสดงถึงความจงรักภักดี ในเวทีดีเบตเมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา

ล่าสุด หนึ่งในชาวบ้านบางระจัน จ.สิงห์บุรี ได้ออกมาให้ข้อมูลเรื่องดังกล่าวว่า ในอดีตบรรพบุรุษของเราที่ได้ใช้อาวุธเหล่านี้ หมายถึงว่า ดาบ พลอง ง้าว จอบ มีด เสียม เคียว ในการต่อสู้กับข้าศึกศัตรูที่มารุกรานผืนแผ่นดินไทยของเรา และขอชื่นชมอาจารย์เจษฎ์ ที่ได้นำวิชากระบี่กระบองซึ่งเป็นวิชาการต่อสู้ที่สืบทอดมา ไปรำถวายมือให้กับบูรพมหากษัตริย์ได้ชม ซึ่งต้องยอมรับว่าท่านมีความรู้ความสามารถทางด้านวิชากระบี่กระบองในระดับหนึ่ง เป็นคนที่มีภูมิความรู้ในการรำดาบ ซึ่งต้องขอชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง เพราะในการจับดาบ ถือดาบ และการกวัดแกว่งดาบ ไม่ใช่ว่าใครๆ จะมาจับแล้วมาทำเล่นได้ จะต้องมีทักษะในด้านนี้เป็นอย่างดี

“ต้องขอชื่นชมอาจารย์เจษฎ์ ที่ท่านมีความรู้ มีความตั้งใจ ในการสืบสานศิลปวัฒนธรรมของไทยอันนี้เอาไว้ให้ลูกหลานได้เห็น อันนี้ต้องขอชื่นชมครับ”

15,000 ล้าน...เพื่อใคร

เอย่าละเลยไม่ได้ติดตามข่าวมานาน  จนล่าสุดใกล้เลือกตั้งก็เพิ่งมารู้ว่าตัวเองจะต้องลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย เอาเป็นว่าวันนี้เอย่ามาเล่าความเห็นของคนบ้านๆอย่างเอย่ามาอ่านกันนะคะ

มาลองฟื้นความจำกันนะคะ ล่าสุดเราทำประชามติเรื่องรัฐธรรมนูญกันเมื่อปี 2559 และก็คลอดรัฐธรรมนูญปี 2560 ขึ้นมา โดย ณ วันนี้ ประเด็นก็เพราะว่า รัฐธรรมนูญ 2560 บังคับให้ต้องถามประชาชนก่อน จึงสามารถแก้ได้

แล้วทำไมถึงต้องมาแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปี 2560 ด้วยล่ะ คำตอบก็คือ ที่มาและความชอบธรรมของรัฐธรรมนูญ 2560 ที่อ้างว่ามาจากรัฐบาลทหาร และ โครงสร้างทางการเมือง ที่ สว.  ทำงานร่วมกับ สส. เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีได้ อีกทั้งระบบเลือกตั้งที่ให้อำนาจพรรคขนาดกลางและเล็กมีอำนาจต่อรองสูง รวมถึงองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจมาก ไม่ถูกตรวจสอบ ข้อสุดท้ายที่เอย่าเข้าใจน่าจะหมายถึง สส. ไม่สามารถซื้อองค์กรอิสระและศาลรัฐธรรมนูญได้นั่นเอง

มาถึงจุดนี้เอย่าก็มองไปยังประเทศที่ประชาธิปไตยเบ่งบานอย่างอเมริกา ก็พบว่า สหรัฐอเมริกา ไม่เคยแก้หรือร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับใหม่แบบที่ไทยทำ และระบบของอเมริกา ไม่เปิดช่องให้ทำง่ายๆด้วย เพราะขั้นตอนจะต้องได้เสียง 2 ใน 3 ของสภาคองเกรส  จากนั้นต้องให้อย่างน้อย 3 ใน 4 ของมลรัฐ หรือ 38 จาก 50 รัฐในอเมริกา ให้สัตยาบันรับรอง จึงแก้ไขได้นั่นเอง

‘ฮาร์ท’ ได้ที!! แชร์คลิปชาวเน็ตถามกลับจะไปสู้ทำไม ชี้ศัตรูที่แท้จริงคือ ‘คอร์รัปชัน’ ไม่ใช่สงคราม สวน ‘ดร.เจษฎ์’ ปมปลุกใจสู้แบบ ‘ชาวบางระจัน’

กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ เมื่อสุทธิพงศ์ ทัดพิทักษ์กุล หรือ ฮาร์ท อดีตพิธีกรและนักร้องชื่อดัง ได้โพสต์คลิปของชาวเน็ตรายหนึ่งได้ออกมาโพสต์คลิปวิดีโอตอบโต้แนวคิดของ รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก จากเวทีดีเบตเมื่อวันที่ 21 มกราคม ที่ผ่านมา โดยเฉพาะประเด็นการปลุกใจให้ต่อสู้กับมหาอำนาจแบบยอมตายถวายชีวิตเหมือนชาวบ้านบางระจัน

โดยหนุ่มเจ้าของคลิปวิดีโอแสดงความคิดเห็นโต้แย้งในประเด็นดังกล่าว ด้วยการตั้งคำถามกลับแรงๆ ว่า “จะสู้ไปทำไม สู้อะไร และอย่าลากใครไปตาย”

เจ้าของคลิปได้ระบุว่า ในความเป็นจริงมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ไม่จำเป็นต้องใช้อาวุธยิงถล่มไทย เขามีวิธีอื่นมากมายที่จะทำให้เราศิโรราบโดยไม่ต้องใช้กำลัง พร้อมทั้งงัดข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์เรื่อง ‘บางระจัน’ มาแย้งว่า สาเหตุที่ค่ายแตกไม่ใช่เพราะขาดใจสู้ แต่เพราะขาดอาวุธ ปืนใหญ่แตกเพราะเพิ่งหล่อ ทางกรุงศรีอยุธยาก็ไม่ให้ยืมปืน แล้วจะเอาอะไรไปสู้เขา

หนุ่มรายนี้ยังชี้ให้เห็นถึงปัญหาที่แท้จริงของประเทศว่า ไม่ใช่ศัตรูจากภายนอก แต่คือ “การคอร์รัปชัน” ที่กัดกินประเทศไทยมานานหลายร้อยปี พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่มักหยิบยกประเด็น “สงคราม” และความ “ชาตินิยม” มาใช้เรียกคะแนนเสียง โดยไม่คำนึงถึงความสูญเสียที่เกิดขึ้นจริง ดังเช่นกรณีข้อพิพาทชายแดนที่ผ่านๆ มา ซึ่งสุดท้ายมีแต่ความสูญเสีย

“ไม่ต้องไปตั้งหน้าตั้งตาที่จะรบกับใครหรอก แค่เอาคอร์รัปชัน ออกจากบ้านเมืองเราให้ได้มากที่สุดก่อนก็พอ พอมันไม่มีคอร์รัปชัน บ้านเมืองก็จะเริ่มดีขึ้น ปากท้องประชาชนก็จะดีขึ้น” เจ้าของคลิปกล่าว

นอกจากนี้ ในช่วงท้ายคลิปยังได้ฝากข้อคิดถึงคนไทยทุกคนสำหรับการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึง โดยระบุว่านี่คือหนทางแก้ไขที่ไวที่สุด เพราะการเลือกตั้งครั้งนี้ สว. ไม่สามารถโหวตเลือกนายกฯ ได้แล้ว เสียงของประชาชนจะส่งผลโดยตรง

เจ้าของคลิปทิ้งท้ายด้วยการเตือนสติว่า ขอให้เลือกคนที่ตั้งใจเข้ามาทำงานเพื่อประชาชนจริงๆ ไม่ใช่พวกที่ดีแต่พูดแล้วหายเงียบ เพื่อให้ภาษีถูกนำมาใช้พัฒนาสวัสดิการและปากท้องของคนจน ไม่ใช่กระจุกตัวอยู่กับกลุ่มทุนหรือผู้มีอำนาจ พร้อมคำแนะนำสั้นๆ ว่า “ใครที่ซื้อเสียง อย่าไปเลือก เพราะมันเลวร้ายตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว”

โดยช่วงท้ายคลิป นายสุทธิพงศ์ ยังได้กล่าวย้ำว่า “ยกลูกสาวให้เลย  แชร์กันให้เยอะๆ นะครับเพื่อน"

เปลี่ยนสินค้าชุมชน ให้ปังระดับพรีเมียม! DIPROM เปิดติวเข้ม ‘นวัตกรรม & ดีไซน์’ พลิกโฉมธุรกิจเกษตรแปรรูป-อาหาร ให้ขายดีแบบยั่งยืน

กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) ขอเชิญชวนผู้ประกอบการเข้าร่วมกิจกรรม "ต่อยอดผู้ประกอบการด้วยนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ (สาขาอาหารและเครื่องดื่ม)" ภายใต้โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าชุมชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

สิ่งที่คุณจะได้รับเมื่อเข้าร่วมโครงการ:
-    การอบรมพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการเข้มข้น 3 วัน
-    โอกาสรับคำปรึกษาเชิงลึกจากผู้เชี่ยวชาญ (20 กิจการ)
-    การออกแบบบรรจุภัณฑ์และจัดทำผลิตภัณฑ์ต้นแบบ (Prototype)
-    สิทธิ์ในการนำสินค้าต้นแบบไปทดสอบตลาดจริง

เลือกตั้ง’69 EP#5 นโยบายขายฝัน “พูดได้ แต่ทำไม่ได้”

ตลอดเวลานับแต่ พ.ศ. 2475 ที่มีระบอบประชาธิปไตยและการเลือกตั้งในบ้านเรา มีการเลือกตั้งมาแล้ว  27 ครั้ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลยคือ นโยบายขายฝัน “พูดได้ แต่ทำไม่ได้” ของนักการเมืองและพรรคการเมืองส่วนใหญ่มาก ๆ ของไทย ซึ่งเป็นปมประเด็นปัญหาที่สำคัญจนทำให้ประเทศชาติบ้านเมืองไม่เจริญก้าวหน้าเท่าที่ควรจะเป็น    

นโยบายที่พรรคการเมืองต่าง ๆ ได้ปราศรัยหาเสียงไว้ก่อนการเลือกตั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นโยบายด้านเศรษฐกิจและสังคมจะพบว่า ส่วนใหญ่ของนโยบายเหล่านั้นเป็นไปได้ยากที่จะนำมาปฏิบัติได้จริงเพื่อให้เกิดผลสำเร็จตามที่ได้เสนอ จึงเป็นการขายฝันให้พี่น้องประชาชนคนไทยเพื่อให้เกิดความหวัง และยินยอมเลือกลงคะแนนให้ 

นโยบายขายฝันมักถูกสร้างให้มีความน่าเชื่อถือ น่าสนใจ และทำให้เชื่อว่า มีความเป็นไปได้ที่จะประสบความสำเร็จ โดยเริ่มจากปัญหาของชาติที่สร้างความเจ็บปวดร่วมกัน โดยการเสนอผลลัพธ์ในฝันที่ไม่มีรายละเอียดของนโยบาย พูดถึงแต่ชีวิตความเป็นอยู่หลังจากนโยบายประสบความสำเร็จ มุ่งเน้นไปที่ศักดิ์ศรี เสรีภาพ ความปลอดภัย และโอกาส แต่ไม่มีการพูดถึงว่า นโยบายขายฝันเหล่านั้นทำทำได้อย่างไร งบประมาณจำนวนมหาศาลที่จะใช้ในการทำโครงการเล่านั้นได้มาอย่างไร จากแหล่งทุนไหน หรือจากการกู้ยืมและกลายเป็นหนี้สาธารณะไปในที่สุด

แรงจัดชัดเจน! อ.อานนท์ ฟาดเปรี้ยงกลางรายการ เปรียบการทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญเป็น 'ไอ้โง่หมู่มาก จูงไอ้บอด' 

เจ้าตัวเผยเคยถามกลางหอประชุมที่มีแต่ระดับ ป.โท-ป.เอก ยังไม่มีใครกล้ายืนยันว่าเข้าใจรัฐธรรมนูญทุกมาตรา แล้วประชาชนทั่วไปจะเหลืออะไร?

โลกเปลี่ยนเร็ว…ผู้นำต้อง “ล้ำกว่าเดิม”

เปิดรับสมัครแล้ว Development Administrator in Digital Era (DAD NIDA) รุ่นที่ 11
หลักสูตรที่จะพัฒนาผู้นำให้ก้าวทันโลกดิจิทัลและสร้างผลลัพธ์ให้กับองค์กรอย่างเป็นระบบ

 ไฮไลท์หลักสูตร
-    เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญตัวจริง
-    ต่อยอดบทบาทผู้นำในองค์กรและสังคม
-    มิตรภาพจากDaหลากหลายวงการ

สมัครได้ตั้งแต่วันนี้ – 20 มีนาคม 2569
เรียน 7 พ.ค. - 22 ส.ค. 69 ทุกวันเสาร์ช่วงบ่าย
โรงแรม Grande Centre Point (Lumphini)
ค่าธรรมเนียม 79,500 บาท

เมื่อ...จักรวรรดินิยมอเมริกันคืนชีพ!!!!!

ในยุคสงครามเย็นฟากฝ่ายคอมมิวนิสต์มีการใช้คำว่า จักรวรรดินิยมอเมริกัน (American imperialism) ในการประณาม-ต่อต้านการทำสงครามของสหรัฐอเมริกาอย่างแพร่หลาย โดยฝ่ายสหรัฐอเมริกาซึ่งทำตัวเป็นผู้นำโลกเสรีได้ยืนยันว่า ปฏิบัติการทางทหารที่สหรัฐฯ เข้าไปเกี่ยวข้องนั้นเป็นไปเพื่อต่อต้านการขยายตัวของลัทธิคอมมิวนิสต์ซึ่งนำโดยอดีตสหภาพโซเวียต โดยมีสาธารณรัฐประชาชนจีนเป็นพันธมิตรที่สำคัญ ตลอดการเผชิญหน้ากันในยุคสงครามเย็นมีสงครามเกิดขึ้นระหว่างสองขั้วค่ายมากมายหลายครั้ง นับตั้งแต่สงครามเกาหลี สงครามอินโดจีน (เวียตนาม ลาว และเขมร) และสงครามที่เกิดขึ้นจากความขัดแย้งในภูมิภาคต่าง ๆ อีกมากมายหลายครั้ง โดยที่ยังไม่ลุกลามจนกลายเป็นสงครามใหญ่เช่นสงครามโลกทั้งสองครั้งในอดีต

อันที่จริงแล้ว จักรวรรดินิยมอเมริกันไม่ได้พึ่งเกิดขึ้นภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ในยุคสงครามเย็นแต่อย่างใดแต่ได้เกิดขึ้นมานานแล้วจากนโยบายการทหาร เศรษฐกิจ และ วัฒนธรรม จักรวรรดินิยมอเมริกันเป็นการใช้อำนาจ หรือการควบคุมโดยสหรัฐอเมริกาภายนอกพรมแดนของตน สหรัฐอเมริกาขยายดินแดนในตอนแรกผ่านการชนะสงคราม ต่อมาเปลี่ยนไปเป็นการควบคุม/มีอิทธิพลต่อประเทศอื่นโดยไม่ต้องชนะสงครามด้วยการใช้วิธีการต่าง ๆ เช่น สร้างพันธมิตร ความช่วยเหลือการทูตทางเรือ การทำสนธิสัญญาการค้า การสนับสนุนฝ่ายการเมืองที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง อิทธิพลทางเศรษฐกิจผ่านบริษัทเอกชน และอิทธิพลทางวัฒนธรรม ซึ่งสหรัฐได้แผ่ขยายอำนาจ ก่อตั้งและ ควบคุมรัฐบริวาร คำว่า จักรวรรดินิยมอเมริกันถูกใช้ครั้งแรกในสมัย James Knox Polk อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนที่ 11 เมื่อสหรัฐเข้าสู่สงครามเม็กซิโก–อเมริกา ในปี 1846 มีการผนวกแคลิฟอร์เนียและดินแดนตะวันตกตาม สนธิสัญญา Guadalupe Hidalgo และ Gadsden purchase

ต่อมาในปี 1898 เกิดสงครามระหว่างสหรัฐฯกับสเปนขึ้น หลังจากที่มีชัยชนะเหนือสปนจึงส่งผลให้สหรัฐอเมริกาได้อำนาจอธิปไตยเหนือ เปอร์โตริโก กวม และฟิลิปปินส์ และตั้งคิวบาเป็นรัฐในอารักขาโดยเข้าไปแทรกแซงในสงครามประกาศอิสรภาพของคิวบาและการปฏิวัติฟิลิปปินส์ ซึ่งต่อมานำไปสู่สงครามฟิลิปปินส์-อเมริกา สงครามสหรัฐฯ-สปนทำให้อำนาจการปกครองเกือบสี่ศตวรรษของสเปนในทวีปอเมริกา เอเชีย และแปซิฟิกสิ้นสุดลง ในขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ได้เข้าแทรกแซงราชอาณาจักรฮาวายจนล่มสลายจนกลายเป็นดินแดนของสหรัฐฯ และต่อมาได้กลายเป็นรัฐที่ 50 ของสหรัฐฯ ในปี 1959 ซึ่งทำให้สหรัฐอเมริกาไม่เพียงแต่กลายเป็นมหาอำนาจโลกเท่านั้น แต่ยังได้ครอบครองเกาะต่าง ๆ ทั่วโลกอีกด้วย  และสหรัฐฯ ได้กลายเป็นจักรวรรดิโดยสมบูรณ์ แม้ว่าสหรัฐฯ จะไม่ระบุตนเองและดินแดนที่ตนครอบครองว่าเป็นจักรวรรดิก็ตาม

การแทรกแซงทางการทหารของสหรัฐฯ แม้จะมีความไม่สอดคล้องกับค่านิยมของชาวอเมริกันในด้านประชาธิปไตย เสรีภาพ และความเป็นอิสระ แต่ในทางกลับกัน ประธานาธิบดีอเมริกันหลายคนที่ดำเนินการเข้าแทรกแซงทางการทหารต่อประเทศหรือดินแดนอื่น ๆ อาทิ William McKinley, Woodrow Wilson, Theodore Roosevelt และ William Howard Taft โดยอ้างถึงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของอเมริกา เช่น การค้าและการจัดการหนี้สิน การป้องกันการแทรกแซงของยุโรป (ไม่ว่าจะเป็นอาณานิคมหรืออย่างอื่น) ในซีกโลกตะวันตก และเพื่อประโยชน์ในการรักษา "ความสงบเรียบร้อย" ในระหว่างปี 1912-1920 Woodrow Wilson ประธานาธิบดีคนที่ 28 ได้ปฏิบัติการแทรกแซงทางทหารในต่างประเทศถึง 7 ครั้ง ได้แก่ นิการากัว โดมินิกัน เฮติ คิวบา ปานามา เม็กซิโก และฮอนดูรัส ซึ่งมากกว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนอื่น ๆ 

สงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งมีสหรัฐฯ เป็นผู้นำฝ่ายสัมพันธมิตร สหรัฐอเมริกาเริ่มวางแผนสำหรับโลกหลังสงครามตั้งแต่เริ่มสงคราม วิสัยทัศน์นี้มีต้นกำเนิดมาจากสภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (CFR) องค์กรทางเศรษฐกิจที่ทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้นำรัฐบาลสหรัฐฯ ในขณะนั้น กลุ่มศึกษาเรื่องสงครามและสันติภาพของ CFR มีข้อเสนอให้แก่กระทรวงการต่างประเทศในปี 1939 โดยมองว่า สงครามโลกครั้งที่ 2 เป็น "โอกาสอันยิ่งใหญ่" สำหรับสหรัฐฯ ที่จะก้าวขึ้นมาเป็น "มหาอำนาจอันดับหนึ่งของโลก" จึงเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้สหรัฐฯ มีบทบาทนำในฐานะ “ผู้นำโลกเสรี” และ “ตำรวจโลก” ในช่วงสมัยสงครามเย็น การล่มสลายของอดีตสหภาพโซเวียตทำให้สหรัฐฯ ผงาดขึ้นเป็นมหาอำนาจหมายเลขหนึ่งของโลกโดยไม่มีคู่แข่งมายาวนานหลายสิบปี จนกระทั่งยุค 2000 เมื่อสาธารณรัฐประชาชนจีนซึ่งพัฒนาปรับปรุงเปลี่ยนแปลงประเทศจนเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจชั้นนำของโลกทัดเทียมสหรัฐฯ และหลายประเทศในยุโรป

คาซัคสถานสะอาด: การดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมและการปฏิรูปดิจิทัลกำลังหล่อหลอมวัฒนธรรมแห่งชาติใหม่ในคาซัคสถาน

คาซัคสถานกำลังอยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ผสมผสานความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม การปรับปรุงให้ทันสมัยทางดิจิทัล และการมีส่วนร่วมของพลเมือง หัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงนี้คือโครงการระดับชาติ “ทาซา คาซัคสถาน” (คาซัคสถานสะอาด) ซึ่งริเริ่มโดยประธานาธิบดีคัสซิม-โจมาร์ท โทคาเยฟ และได้พัฒนาไปสู่หนึ่งในขบวนการทางสังคมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ

นับตั้งแต่เปิดตัว มีประชาชนมากกว่า 10 ล้านคน ซึ่งเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรคาซัคสถาน ได้เข้าร่วมในการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การรณรงค์ทำความสะอาดครั้งใหญ่ ไปจนถึงการปลูกต้นไม้ โครงการรีไซเคิล และโครงการอาสาสมัครด้านสิ่งแวดล้อม สิ่งที่เริ่มต้นจากการรณรงค์ด้านสิ่งแวดล้อมได้เติบโตขึ้นเป็นความพยายามที่กว้างขึ้นในการปรับเปลี่ยนค่านิยมสาธารณะ ส่งเสริมความรับผิดชอบทางสังคม และปรับปรุงวัฒนธรรมการปกครองของประเทศให้ทันสมัย

จากถนนสะอาดสู่ความคิดสะอาด
ในการกล่าวสุนทรพจน์ในงานเทศกาลสิ่งแวดล้อมทาซา คาซัคสถาน เมื่อเดือนเมษายน 2025 ประธานาธิบดีโทคาเยฟเน้นย้ำว่าความสะอาดไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของทัศนคติและค่านิยมด้วย “ความสะอาดควรเริ่มต้นจากทุกคน ทุกบ้าน ทุกถนน และทุกเมือง มันต้องกลายเป็นวิถีชีวิตของเรา” เขากล่าว พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่คนรุ่นใหม่

ปรัชญานี้เป็นพื้นฐานของแนวคิดทาซา คาซัคสถาน สำหรับ 2024–2029 ซึ่งรัฐบาลได้นำมาใช้ในเดือนตุลาคม 2024 กลยุทธ์นี้มุ่งเน้นไปที่การศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม วิถีชีวิตที่ยั่งยืน การทำงานอาสาสมัคร และการมีส่วนร่วมของประชาชน ทั่วประเทศมีการจัดแคมเปญระดับภูมิภาคหลายร้อยแคมเปญ โดยรวมพลเมือง ธุรกิจ นักเรียน และเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าด้วยกัน

ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่วัดผลได้
- ผลลัพธ์ที่ได้นั้นเป็นรูปธรรม นับตั้งแต่เริ่มโครงการ:
- มีการเก็บขยะได้มากกว่า 1.6 ล้านตัน
- มีการทำความสะอาดพื้นที่ 859,000 เฮกตาร์
มีการปลูกต้นไม้และต้นกล้ากว่า 1.3 พันล้านต้นทั่วประเทศรวมถึงการฟื้นฟูป่าขนาดใหญ่บนพื้นทะเลสาบอารัลที่แห้งแล้ง

คาซัคสถานยังกำลังแก้ไขปัญหาความท้าทายระยะยาว เช่น การจัดการขยะประเทศนี้ผลิตขยะเทศบาลกว่า 4.5 ล้านตันต่อปี โดยมีอัตราการรีไซเคิลอยู่ที่ 25.8% เพื่อปรับปรุงเรื่องนี้ จึงมีการนำกล่องรักษ์โลกและเครื่องรับคืนอัตโนมัติสำหรับพลาสติกและอะลูมิเนียมมาใช้ในเมืองใหญ่ๆ ขณะที่โรงเรียนกำลังกลายเป็นแพลตฟอร์มสำคัญสำหรับการให้ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมผ่านโครงการแยกเก็บขยะ

เครื่องมือดิจิทัลเพื่อการมีส่วนร่วมของพลเมือง
คุณลักษณะที่โดดเด่นของ Taza Kazakhstan คือการบูรณาการกับเครื่องมือการปกครองแบบดิจิทัล ประชาชนสามารถรายงานปัญหาสิ่งแวดล้อม เช่น การทิ้งขยะผิดกฎหมายหรือขยะที่ไม่ได้เก็บรวบรวม ผ่านทางบอท Telegram @TazaQazBot ตั้งแต่ปี 2024 มีการส่งคำขอมากกว่า 16,000 รายการ โดยส่วนใหญ่ได้รับการแก้ไขแล้ว กลไกการให้ข้อเสนอแนะแบบดิจิทัลนี้ได้เสริมสร้างความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และความไว้วางใจระหว่างประชาชนและหน่วยงานท้องถิ่น

การเชื่อมโยงนิเวศวิทยากับการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล
การปฏิรูปสิ่งแวดล้อมกำลังเกิดขึ้นควบคู่ไปกับการเปลี่ยนแปลงระดับชาติในวงกว้างในเดือนมกราคม 2026 ประธานาธิบดีโทคาเยฟได้ประกาศว่าปี 2026 ได้รับการประกาศให้เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์คาดว่าจะเปลี่ยนแปลงการบริหารราชการ การศึกษา การดูแลสุขภาพ และเศรษฐกิจ เสริมสร้างประสิทธิภาพและการปกครองที่มุ่งเน้นประชาชน

ประธานาธิบดียังเน้นย้ำว่าการปรับปรุงให้ทันสมัยจะต้องไม่สามารถย้อนกลับได้และได้รับการสนับสนุนจากการมีส่วนร่วมของพลเมืองอย่างแข็งขัน ซึ่งเป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับขบวนการ Taza Kazakhstan อย่างใกล้ชิด ที่น่าสังเกตคือ คาซัคสถานได้เชื่อมโยงวาระด้านสิ่งแวดล้อมเข้ากับค่านิยมระดับโลก: ตามความคิดริเริ่มของคาซัคสถาน สหประชาชาติได้ประกาศให้ปี 2026 เป็นปีอาสาสมัครสากล ซึ่งสะท้อนถึงจิตวิญญาณของอาสาสมัครด้านสิ่งแวดล้อมทั่วประเทศ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top