Monday, 8 June 2026
TheStatesTimes

การบ้านในยุค AI ใช้ยังไงให้ไม่กลายเป็นโกง?? เส้นบางๆ ระหว่างช่วยกับลอก ในการศึกษายุคใหม่ที่ห้ามใช้ก็ไม่ได้ แต่ปล่อยฟรีสไตล์ก็คงไม่ไหว

กระแส ChatGPT และโลกแห่ง AI ได้สร้างข้อความกำลังเปลี่ยนวิธีเรียนของเด็กทั่วโลก นักเรียนจำนวนมากหันไปถามเอไอเวลาทำการบ้านหรือเตรียมสอบ แต่ความสามารถของเทคโนโลยีกลับทำให้หลายคนเริ่มสับสนว่า “ตรงไหนคือใช้เป็นเครื่องมือ” และ “ตรงไหนคือโกง” โดยเฉพาะเมื่อในชีวิตประจำวัน เราใช้เอไอแทบทุกอย่าง ตั้งแต่หาข้อมูล ยันสรุปอีเมล

มหาวิทยาลัยอย่างชิคาโกเตือนชัดว่า AI ควรใช้เพื่อ “ช่วยทำความเข้าใจ” หรือ “ช่วยจุดไอเดีย” ไม่ใช่เอาคำตอบไปส่งแทนตัวเอง เพราะการคัดลอกคำตอบจากแชตบอตไปทั้งดุ้น ก็ไม่ต่างอะไรจากก๊อบงานคนอื่นมาใส่ชื่อเรา ส่วนมหาวิทยาลัยเยลก็ย้ำว่า ถ้าใช้เอไอเขียนคำอธิบาย สรุป หรือวางโครงร่างให้หมด เราจะเรียนรู้น้อยลง และทำผลงานได้แย่ลงเวลาเจอข้อสอบจริง

ขณะที่วิธีที่ผู้เชี่ยวชาญมองว่า เอไอเหมือนติวเตอร์หรือเพื่อนช่วยอ่านหนังสือ เช่น ให้ช่วยอธิบายแนวคิดยาก ๆ ช่วยคิดหัวข้อเรียงความ หรือทำแบบฝึกหัดทดสอบตัวเอง ครูมัธยมในแคลิฟอร์เนียคนหนึ่ง แนะนำให้นักเรียนอัปโหลดโน้ตและสไลด์ แล้วสั่งให้บอต “ช่วยออกข้อสอบทีละข้อ แล้วสอนเพิ่มในส่วนที่เราตอบผิด”

หลายมหาวิทยาลัยและโรงเรียนเริ่มออกกติกาเอไอของตัวเอง บางแห่ง เช่น ม.โตรอนโต กำหนดเลยว่าห้ามใช้เอไอหากอาจารย์ไม่อนุญาตในรายวิชานั้น ๆ ขณะที่บางมหาวิทยาลัยในสหรัฐฯ ปล่อยให้เป็นสิทธิของอาจารย์แต่ละคนว่าจะให้ใช้มากน้อยแค่ไหน นักเรียนจึงต้องเช็กให้ชัดว่ารายวิชาที่เรียน “ได้ใช้เอไอแค่ไหน” เพื่อไม่ให้เผลอข้ามเส้นโดยไม่รู้ตัว

อีกประเด็นใหญ่คือ “ความโปร่งใส” หลายสถาบัน เช่น ม.ชิคาโก แนะนำให้นักศึกษาระบุในงานเขียน หากใช้เอไอช่วยคิดไอเดีย สรุปบทความ หรือช่วยร่างข้อความบางส่วน เพื่อให้เหมือนการอ้างอิงหนังสือหรือเว็บไซต์ เป็นการยอมรับว่าเราใช้เครื่องมือ แต่ยังรับผิดชอบต่อเนื้อหาหลักที่เป็นงานคิดของตัวเอง

ไม่ใช่แค่ในห้องเรียน พ่อแม่เองก็ต้องคุยกับลูกเรื่องเอไอด้วย ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ควรตั้งหลักให้ชัดตั้งแต่แรกว่า “เป้าหมายคือการเรียนรู้ ไม่ใช่แค่ทำงานให้เสร็จ” เอไอใช้ได้ในฐานะติวเตอร์ ช่วยอธิบายหรือแตกโจทย์ให้เข้าใจง่ายขึ้น ช่วยระดมไอเดีย แต่การคิดและเขียนสุดท้ายต้องเป็นของเด็กเอง และควรช่วยกันเช็กด้วยว่า คำตอบของเอไอถูกต้องจริงหรือไม่ เพราะเอไอมีหลุด “มโน” ข้อมูลผิดอยู่เสมอ

เรื่องสำคัญอีกอย่างคือ ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว เด็กหลายคนมองแชตบอตเหมือนเพื่อนคุย จนอาจเผลอเล่าปัญหาส่วนตัวหรือส่งรูปบ้าน รูปตัวเองขึ้นระบบ ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ไม่ควรใช้เอไอเป็นที่ปรึกษาชีวิตหรือด้านความสัมพันธ์ และไม่ควรแชร์ข้อมูลส่วนตัวเด็ดขาด เพราะเราไม่รู้แน่ชัดว่าข้อมูลเหล่านั้นจะถูกนำไปใช้ต่ออย่างไร

ครอบครัวจึงควรมีกติกาใช้งานเอไอร่วมกัน เช่น ให้ใช้ในพื้นที่ส่วนรวมของบ้าน ไม่ใช้ลับ ๆ ในห้องนอน กำหนดช่วงเวลา “พักจากหน้าจอ” เช่น ระหว่างกินข้าวหรือก่อนนอน และนั่งลองใช้เอไอไปพร้อมกับลูกบ้าง เพื่อให้เด็กเห็นตัวอย่างการถาม–การเช็กข้อมูลอย่างมีวิจารณญาณ

ในมุมของนักเรียนเอง เสียงสะท้อนก็แตกเป็นสองฝั่ง บางคนมองว่าเอไอเป็นเครื่องมือที่ดี ถ้าใช้ช่วยทำโน้ต ทำแฟลชการ์ด หรือวิจารณ์งานเขียนของตัวเอง แต่หลายคนกังวลว่า ถ้าใช้แทบทุกอย่าง สมองจะ “ขี้เกียจคิด” จนกลายเป็นพึ่งเอไอทุกเรื่อง ครูบางคนถึงขั้นกังวลเรื่องพัฒนาการสมองวัยรุ่นในยุคที่ทั้งโซเชียลและเอไอแย่งพื้นที่การคิดไปหมด สุดท้ายแล้ว คำตอบอาจไม่ใช่การปิดประตูใส่เอไอ แต่คือการสอนให้เด็กรู้จักใช้มันอย่างซื่อสัตย์ ฉลาด และไม่ทิ้งทักษะการคิดของตัวเองไปพร้อมกัน

ทรรศนะ ‘อาจารย์อุ๋ย’ ชี้น้ำท่วมหาดใหญ่ หนักสุดในรอบ 25 ปี เกิดเพราะรัฐไม่ใช้กฎหมาย ถึงเวลาปฏิรูปอำนาจจัดการน้ำทันที

(27 พ.ย. 68) นายประพฤติ ฉัตรประภาชัย หรืออาจารย์อุ๋ย นักวิชาการด้านกฎหมายและอดีตผู้สมัคร สส. กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์เฟสบุ๊กแสดงความเห็นว่า “ในฐานะนักกฎหมายและผู้ที่ติดตามปัญหาน้ำท่วมมาเป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีสภาพทางภูมิศาสตร์หลายส่วนคล้ายคลึงกับเมืองหาดใหญ่ ผมขอยืนยันได้ประการหนึ่งว่า น้ำท่วมหาดใหญ่ไม่ใช่ภัยธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่เป็นปัญหาเชิงกฎหมายและโครงสร้างอำนาจรัฐ ที่ถูกปล่อยปละละเลย จนเรื้อรังซ้ำซากมานานกว่าสามทศวรรษ 

สาเหตุสำคัญประการหนึ่งคือ ไม่ได้มีการบังคับใช้ พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 อย่างครบวงจร กล่าวคือ แม้กฎหมายให้อำนาจรัฐจัดทำ ‘แผนจัดการน้ำลุ่มน้ำภาคใต้’ อย่างเป็นระบบ แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่มีการกำหนดเขตห้ามรุกล้ำทางน้ำ และเขตซับน้ำตามธรรมชาติ อย่างชัดเจน ทำให้พื้นที่รับน้ำรอบคลองอู่ตะเภาถูกรุกล้ำเพื่อสร้างสิ่งปลูกสร้างจำนวนมาก จนระบบระบายน้ำที่ควรทำงานได้ กลับถูกบีบให้แคบลง  เรื่อย ๆ 

สาเหตุถัดมาคือ กลไกการบริหารน้ำข้ามหน่วยงานที่ไร้เอกภาพ ระหว่าง อบจ. สงขลา เทศบาลนครหาดใหญ่ ชลประทาน และป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ทั้งที่กฎหมายให้อำนาจตั้ง ‘คณะกรรมการลุ่มน้ำ’ เพื่อทำหน้าที่บังคับบัญชาแบบศูนย์เดียว (single command) แต่กลับกลายเป็นเพียงเวทีหารือ ไม่ใช่เวทีสั่งการ

'อิ๊งค์' โพสต์ภาพถ่ายร่วม 'ทักษิณ' ใส่ชุดนักโทษ-ผมเกรียน หลังเรือนจำจัดให้เป็นวันเยี่ยมใกล้ชิดถึงตัว พร้อมฝากความเป็นห่วงถึงทุกคน

(27 แพ.ย. 68) หลังจาก  น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายพานทองแท้ ชินวัตร น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ พร้อมครอบครัว เข้าเยี่ยมนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ภายในเรือนจำกลางคลองเปรม โดยเป็นการเข้าเยี่ยมครั้งที่ 20 นับตั้งแต่ถูกคุมขังภายในเรือนจำ โดยในวันนี้ทางเรือนจำทุกจังหวัดจัดให้เป็นวันให้เยี่ยมแบบใกล้ชิดถึงตัว เนื่องในช่วงของเทศกาลปีใหม่ นั่งกินข้าวโต๊ะเดียวกันได้

ล่าสุด น.ส.แพทองธาร และครอบครัวจะออกมา ได้โพสต์ภาพที่ถ่ายร่วมกับนายทักษิณ ที่อยู่ในชุดผู้ต้องขังและตัดผมเกรียน ผ่านอินสตาแกรม @ingshin21 โดยระบุข้อความว่า เกือบ 2 ชั่วโมงที่เหมือนได้กลับมาอยู่ด้วยกันจริงๆ 

วันนี้ทางเรือนจำ จัดกิจกรรม เยี่ยมญาติใกล้ชิด ให้ญาติๆ ได้เข้ามาเจอกัน กอดกัน ทานข้าวด้วยกัน แบบไม่ต้องคุยโทรศัพท์ผ่านกระจก ได้เดินตลาดย่อมๆ ที่พี่ๆ น้องๆ ในเรือนจำทำอาหาร ทำศิลปะมาขาย ได้มีโอกาสอุดหนุนหลายร้านอยู่ค่ะ 

แว๊บนึง รู้สึกเหมือนกลับไปเป็น ด.ญ. แพทองธาร เดินจับมือคุณพ่อ และพี่ๆ เดินตลาดกันแบบตอนเด็กๆ  (จริงๆพ่อจะชอบตลาดสดมาก เพราะได้เลือกเอง ตามเมนูที่จะทำให้ที่บ้านทานตอนวันอาทิตย์)

ถึงคนที่เป็นห่วงคุณพ่อ ท่านสบายดี รับรู้ถึงความรักความห่วงใย และฝากความเป็นห่วงถึงทุกๆ คนค่ะ

CAAT ชี้แจงบินโดรนในพื้นที่อุทกภัยภาคใต้ ทั้งกลางวันและกลางคืน เพื่อสนับสนุนภารกิจ ช่วยเหลือประชาชนอย่างปลอดภัย

(27 พ.ย. 68) สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ออกประกาศอนุญาตให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถปฏิบัติการบินโดรนในพื้นที่ประสบอุทกภัยได้ทั้งกลางวันและกลางคืน โดยเฉพาะการบินหลังเวลา 18.00 น. ซึ่งเป็นกรณี “อนุญาตเป็นพิเศษ” สำหรับภารกิจบรรเทาสาธารณภัยเท่านั้น

เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ผู้ปฏิบัติการบินต้อง
- ติดตั้งไฟระบุตำแหน่งให้มองเห็นชัดเจน
- ประสานกับหน่วยงานในพื้นที่ก่อนบินทุกครั้ง
- ไม่ทำการบินที่อาจเป็นการรบกวนเส้นทางบินของอากาศยานของรัฐและอากาศยานฉุกเฉิน

CAAT ขอความร่วมมือทุกหน่วยงานปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง รวดเร็ว และปลอดภัย

ประกาศสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย เรื่อง อนุญาตให้บังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอกเพื่อการดำเนินงานด้านการบรรเทาสาธารณภัยในพื้นที่ประสบอุทกภัยภาคใต้ พ.ศ. 2568 > https://www.caat.or.th/laws-regulations/191646/

ย้อนมองประเทศไทย!! น้ำท่วมหาดใหญ่สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้าง เมื่อประเทศอื่นมองคลองเป็น 'สวนที่ยอมท่วมได้' แต่ไทยยังวนอยู่กับปัญหาส้วม-ขยะ-ท่อตัน ชี้รัฐไทยถนัดแก้จุดเล็กมากกว่าโปรเจ็กต์ยาว

ทำไมญี่ปุ่น-เกาหลี-ไต้หวันมอง “คลอง = สวนสาธารณะ” แต่น้ำท่วมไทยยังติดอยู่กับ “ท่อระบายน้ำตัน”

เวลาคนไทยเห็นภาพคลอง Cheonggyecheon กลางกรุงโซล-เป็นขั้นบันไดลงไปริมน้ำ มีคนเดินเล่น ปั่นจักรยาน นัดเดต ถ่ายรูป แล้วพออ่านต่อถึงรู้ว่า มันคือโครงสร้างกันน้ำท่วม ด้วย หลายคนอดถามไม่ได้ว่า

“แล้วทำไมบ้านเรา คลอง = ที่ทิ้งขยะ + ท่อระบายน้ำตัน?”

คำถามเดียวกันนี้ยิ่งดังขึ้นทุกครั้งที่น้ำท่วมใหญ่ในหาดใหญ่ กรุงเทพ ภาคใต้ ภาคกลาง บทความนี้เลยชวนดู 4 ประเทศที่อยู่ในเขตพายุ–ฝนหนักเหมือนไทย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน จีน (สปอนจ์ซิตี้) ว่าเขาออกแบบ “คลอง-แม่น้ำในเมือง” ให้เป็นทั้ง เกราะกันน้ำ + สวนสาธารณะ ได้ยังไง และทำไมไทยยังวนอยู่กับแนวคิด “ขยายท่อ-สูบน้ำ” เป็นหลัก

คลองของเขา = “สวนที่ยอมท่วมได้”

1. เกาหลีใต้: Cheonggyecheon-ทางระบายน้ำที่กลายเป็นแลนด์มาร์กเมือง

Cheonggyecheon เดิมคือคลองธรรมชาติกลางโซล ที่เคยถูกถม-ครอบด้วยทางด่วนลอยฟ้า ก่อนเมืองจะตัดสินใจ รื้อทางด่วนทิ้ง แล้ว “เปิดคลอง” กลับมาอีกครั้งในช่วงปี 2003-2005

วันนี้ Cheonggyecheon ยาวเกือบ 11 กม. เป็นทั้ง - ทางระบายน้ำที่รองรับน้ำท่วมระดับ 200 ปี - ทางเดิน-สวนสาธารณะขั้นบันไดต่ำกว่าระดับถนน 1-2 ชั้น - พื้นที่พักผ่อน–ท่องเที่ยว ที่ช่วยลดอุณหภูมิเมืองและมลพิษได้จริง

ไอเดียสำคัญคือ ชั้นล่างสุด = พื้นที่ที่ “ยอมให้ท่วม”, ชั้นบน = เมือง-ถนน-ออฟฟิศ ที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำปลอดภัย

2. ญี่ปุ่น: “Super Levee” - คันกั้นน้ำยักษ์ที่เป็นทั้งสวน-ถนน-ย่านที่อยู่อาศัย
ริมแม่น้ำในโตเกียวหลายสาย เช่น Arakawa มีสิ่งที่เรียกว่า “Super Levee” คือคันกั้นน้ำที่ไม่ได้เป็นแค่กำแพงแคบ ๆ แต่ถูกทำให้กว้างมากและลาดชัน บางช่วงกว้างเป็นร้อยเมตร ใช้เวลาเป็นสิบปีในการสร้าง

บน Super Levee เหล่านี้ ชั้นล่างติดแม่น้ำเป็นสนามกีฬา ลานวิ่ง ปิกนิก (ท่วมได้) ส่วนชั้นบนเป็นถนน–อาคาร–สวน ที่อยู่สูงระดับคันกั้นน้ำ

ข้อดีคือ ถ้าน้ำสูงมาก ๆ น้ำจะไหลกระจายบนคันกั้นน้ำกว้าง ๆ ไม่ซัดกำแพงจนพัง และโครงสร้างกว้างยังทนแผ่นดินไหวได้ดีกว่าคันแคบ ๆ

3. ไต้หวัน: Floodway + Riverside Parks - ทำที่โล่งกลางเมืองให้ท่วมแทนตึก
ในไทเป-นิวไทเป เมืองถูกล้อมด้วยแม่น้ำหลายสาย และเคยท่วมหนักจากไต้ฝุ่นหลายครั้ง รัฐบาลจึงทำทั้ง Erchong Floodway ซึ่งวันนี้กลายเป็น New Taipei Metropolitan Park สวนยักษ์ที่ออกแบบให้ท่วมได้ และ Riverside Parks ตลอดแนว Tamsui-Keelung

ปกติพื้นที่เหล่านี้คือสวน-ทางจักรยาน-ลานกีฬา แต่ระดับต่ำกว่าตัวเมือง และถูกออกแบบให้รับน้ำท่วมตามแผนควบคุม คล้ายกับการบอกว่า “ยอมให้สวนจมน้ำ แต่ไม่ยอมให้ย่านเศรษฐกิจทั้งเมืองจมตาม”.

4. จีน: “Sponge City” - เมืองที่ออกแบบให้ดูด–ซับน้ำแทนแค่ไล่น้ำ

จีนเริ่มโครงการ Sponge City Program แนวคิดคือ เมืองต้องซับน้ำ-กักน้ำ-ปล่อยน้ำช้า ๆ ให้มากที่สุด ผ่านสวน-สแควร์-ริเวอร์ไซด์พาร์กที่ท่วมเป็นชั้น ๆ พื้นซึมน้ำได้ บ่อพักน้ำ และพื้นที่ชุ่มน้ำในเมือง

เป้าหมายไม่ใช่แค่ “กันน้ำไม่ให้ท่วม” แต่ทำให้เมืองเหมือนฟองน้ำ เวลาฝนมาเยอะก็ซับไว้ก่อน แล้วค่อยปล่อยคืนสู่แม่น้ำหรือชั้นใต้ดิน.

ทำไมของเขา = คลอง+สวน แต่ของเรา = คลอง+ท่อตัน?
คำถามถัดไปที่เลี่ยงไม่ได้คือ “แล้วทำไมประเทศไทยไม่ค่อยมีอะไรแบบนี้?”

1) เราเริ่มจาก “เมืองกินคลอง” แทนที่จะกันพื้นที่ให้คลองตั้งแต่แรก: บ้าน-ตึก-ชุมชนเกาะริมคลองและแม่น้ำมาหลายสิบปี จะทำคันกั้นน้ำแบบกว้างสองสามชั้นต้องรื้อย้ายคนจำนวนมาก.

2) การเมือง-งบประมาณไทยถนัดแก้จุดเล็ก มากกว่าลงทุนยาว 20-30 ปี: โปรเจ็กต์ระดับ Super Levee, Floodway, Sponge City ต้องใช้งบมหาศาลและความต่อเนื่องหลายรัฐบาล ขณะที่ไทยมักเลือกโครงการขยายท่อ-ขุดลอก-ทำแก้มลิงเล็ก

3) ผังเมืองไทยไม่เคยมอง “น้ำ = โครงสร้างหลักของเมือง”: คลอง-แม่น้ำถูกปฏิบัติเป็นเส้นแบ่งเขต/ที่ทิ้งน้ำเสีย มากกว่าจะเป็นแกนกลางของระบบเมืองแบบ blue-green infrastructure

แล้วไทยควรไปทางไหนต่อ?

คำตอบไม่ใช่แค่ “ก็ทำแบบญี่ปุ่นสิ” เพราะบริบทต่างกันมาก แต่มีอย่างน้อย 3 อย่างที่เริ่มได้ทันที:
1) เลือกลำน้ำหลักบางเส้นทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง – ไม่ต้องทำทั้งประเทศ แต่เลือกคลอง/แม่น้ำสายสำคัญ 1–2 เส้น แล้วออกแบบใหม่ให้เป็น Cheonggyecheon หรือ Super Levee เวอร์ชันไทยจริง ๆ

2) ใช้แนวคิดสปอนจ์ซิตี้ในเมืองใหม่-โครงการใหม่-เมืองใหม่/นิคมฯ ควรมีสวนซึมน้ำได้ พื้นที่ท่วมได้ บ่อพักน้ำ เพื่อช่วยรับภาระจากโครงสร้างเก่า

3) เปลี่ยน mindset จาก “ไล่น้ำ” เป็น “อยู่กับน้ำอย่างฉลาด” - เป้าหมายไม่ใช่ไม่ให้น้ำท่วมเลย แต่ทำให้น้ำท่วมในพื้นที่ที่เราเลือกเอง ระดับและเวลาที่ควบคุมได้

จากท่อระบายน้ำตัน…ไปสู่คลองที่คนอยากเดินเล่น

ภาพคลองในญี่ปุ่น-เกาหลี-ไต้หวัน-จีน (รุ่นใหม่) ไม่ได้เกิดจากการที่ประเทศนั้น “รวยกว่า” อย่างเดียว แต่เกิดจากการตัดสินใจมองคลองเป็นพระเอกของเมือง ไม่ใช่ตัวประกอบที่มีหน้าที่แค่รับขยะและซ่อนน้ำท่วมไว้ใต้ฝาท่อ

คิงส์เกตยุติข้อพิพาท ปิดฉากคดีเหมืองทองอัครา ถอนฟ้องรัฐบาลไทยแล้ว โดยไม่มีคำชี้ขาดตัดสินแพ้–ชนะ หลังยืดเยื้อมานานกว่า 8 ปี

(27 พ.ย. 68) บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด ลิมิเต็ด บริษัทแม่ของเหมืองทองอัครา ออกแถลงการณ์ผ่านเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ ว่าได้ “ยุติข้อพิพาท” กับรัฐบาลไทยแล้ว หลังจากรัฐบาลไทยเคยใช้อำนาจมาตรา 44 สั่งปิดเหมืองเมื่อปี 2560 และคิงส์เกตยื่นฟ้องต่อศาลอนุญาโตตุลาการภายใต้ข้อตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย (TAFTA) ยืดเยื้อมานานกว่า 8 ปี

คิงส์เกตระบุว่า บริษัทและรัฐบาลไทยตกลงร่วมกันยุติกระบวนการอนุญาโตตุลาการที่เริ่มมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2560 โดยจะไม่มีคำชี้ขาดตัดสินแพ้-ชนะ คณะอนุญาโตตุลาการได้รับทราบข้อตกลงแล้ว และจะออกคำสั่งยุติคดีอย่างเป็นทางการในเวลาที่เหมาะสม ข้อตกลงนี้ถูกระบุว่าเป็น “การระงับข้อพิพาทโดยฉันมิตร” ระหว่างทั้งสองฝ่าย

แถลงการณ์ย้ำว่า ความตกลงครั้งนี้สะท้อน “ความสัมพันธ์ที่สดใหม่” ระหว่างคิงส์เกตกับประเทศไทย และคาดว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อคนไทย ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย จากการเดินหน้าดำเนินงานเหมืองทองและเงินที่เหมืองชาตรีอย่างต่อเนื่อง คิงส์เกตยืนยันว่าพร้อมทำงานร่วมกับรัฐบาลไทยอย่างสร้างสรรค์และสุจริตใจ เพื่อสร้างความเจริญรุ่งเรืองระยะยาวให้ทุกฝ่าย

ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทระบุด้วยว่า การยอมยุติคดีไม่ได้เป็นการตัดสินใจที่ง่าย แต่เห็นว่าเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดในการสร้างมูลค่าระยะยาวให้ผู้ถือหุ้น ชุมชนรอบเหมืองชาตรี และพนักงานของบริษัท ขณะที่ เจมี่ กิบสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของคิงส์เกต เรียกพัฒนาการครั้งนี้ว่าเป็น “ช่วงเวลาประวัติศาสตร์” ของการลงทุนในเหมืองชาตรี และมองว่าเป็นสัญญาณบวกว่าประเทศไทย “เปิดกว้างสำหรับธุรกิจ” อีกครั้ง

‘ดร.อานนท์’ ยันการใช้ ม.8 พรบ. อัยการศึก อพยพคนปลายน้ำ จ่ายชดเชย - ขนด้วย GMC หากต้องระเบิดถนนลพบุรีราเมศวร์ ฟันธง! พื้นที่เขต 8 หาดใหญ่ 'ไม่ปกติ'

(26 พ.ย. 68) ผศ.ดร.อานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ อาจารย์ประจำคณะสถิติประยุกต์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า เช้านี้ก่อนขึ้นบรรยาย Generative AI สำหรับวิชาชีพพยาบาล ให้สมาคมพยาบาลมะเร็งแห่งประเทศไทย ที่ Centara life ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ 

นักข่าวช่องสามมารอสัมภาษณ์
คำถามแรก อาจารย์ยังยืนยันว่าต้องใช้กฎอัยการศึก แล้วต้องระเบิดถนนลพบุรีราเมศวร์หรือไม่

คำตอบ ของอานนท์ 
น้องน้ำ ทำหน้าที่แทนกฎอัยการศึกไปแล้ว ผมให้ใช้ มาตรา 8 พรบ. อัยการศึก เพื่อให้ทหาร มีอำนาจทำลายเปลี่ยนแปลงสถานที่และขับไล่ผู้คนได้ 

ขับไล่ผู้คนคือ คนปลายน้ำ ที่น้ำจะผ่าน จ่ายเงินชดเชยให้สด ๆ อพยพทันที เอา GMC มาขน 

ทำลายเปลี่ยนแปลงสถานที่คือระเบิด ถนนลพบุรีราเมศวร์ ทางรถไฟ และคันคลอง ร. 1
ไม่ต้องใช้กฎอัยการศึกครับ น้องน้ำ ระเบิดทางรถไฟที่ขวางน้ำออกให้เรียบร้อยแล้ว น้องน้ำทำหน้าที่แทนอัยการศึกแล้ว ลพบุรีราเมศวร์ น้องน้ำแรงไม่ถึง ขอบคันคลอง ร.1 ก็ได้ยินว่าน้องน้ำระเบิดให้

น้ำจะลงอย่างรวดเร็วแล้วครับ โดยไม่ต้องระเบิด โดยไม่ต้องใช้อัยการศึก 
ณ เวลานี้ ไม่จำเป็น เพราะน้องน้ำได้ตัดสินใจประกาศใช้กฎอัยการศึกแทนไปเรียบร้อย แล้ว
ธรรมชาติยิ่งใหญ่กว่ากฎอัยการศึกครับ

คำถามสอง ตรงเขตแปด หาดใหญ่อาจารย์ว่ามีอะไรผิดปกติไหมครับ 

ไม่ปกติ ต้องมีผู้ก่อการร้าย หรือสิ่งผิดกฎหมาย เช่น ยาเสพติด อย่างแน่นอน 
ไม่เช่นนั้นจะไม่ยิงปืนไล่คนเข้าพื้นที่รัว ๆ ทั้งวันทั้งคืน ที่ล่าสุด ยิงใส่กู้ภัยไป 20 นัด มีการปาข้าวของใส่ด้วย
นี่คือไม่ปกติ

หน่วยเสือภูเขา หน่วยรบเก่งกาจมากของกองทัพภาคที่ 4 รู้จักโจรก่อการร้ายเป็นอย่างดี
นาวิกโยธิน นักรบแห่งกองทัพเรือ 
RECON หน่วยลาดตระเวน นักรบสามมิติแห่งราชนาวีไทย
EDD เก็บกู้ระเบิดแห่งกองทัพเรือ 
SEAL นักรบพิเศษจู่โจมใต้น้ำ 
ที่เมื่อคืน สนธิกำลังแบบนี้เข้าไปช่วยชาวบ้านที่น้ำท่วม เขต 8 
นี่คือสถานการณ์ไม่ปกติครับ

น้ำท่วมสามเมตร ฝนตกกระหน่ำทั้งวัน ไฟฟ้าดับหมดเมือง 
จู่ ๆ เมล็ดฝนหล่นโดนน้ำท่วมลุกเป็นไฟ ไหม้ตึกที่น้ำท่วมในหาดใหญ่ได้เองครับ
เหตุการณ์ไม่ปกติจริง ๆ ครับ มีคนวางเพลิงสร้างสถานการณ์แน่นอน 
ไม่มีอะไรปกติเลย

ตอบคำถาม THE STATES TIMES
หลักฐานทางประวัติศาสตร์ (Historical evidence) คือการสอบถามผู้รับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท ในหลวงรัชกาลที่ 9 เคยทรงสั่งให้เจาะทางรถไฟและถนนลพบุรีราเมศวร์ จริง ๆ เหตุการณ์ในอดีตคือ พ.ศ. 2543 ยังมีผู้เห็นเหตุการณ์ รับรู้และมีชีวิตอยู่
แต่ผมพิจารณาจากแผนที่ และชี้จุดโดย GIS โดยมีผู้เชี่ยวชาญช่วยพิจารณา 

ตอบคำถามดราม่าเรื่องคนปลายน้ำ
ก็ไม่ได้จะปล่อยน้ำไปฆ่า แต่จะเร่งอพยพออก มาตรา 8 อัยการศึก ขับไล่คนได้ จับกุมออกไปก็ได้ จ่ายเงินชดเชยให้เต็มที่ ขนด้วย GMC ออกไป ไม่เกินสองชั่วโมง ก็ระเบิด ถนนลพบุรีราเมศวร์ และทางรถไฟได้ แล้ว

อย่ามาเล่นเกมส์ ชีวิตฉันน่าสงสารกันเลยครับ คนปลายน้ำ ไม่ได้มีใครจะมาฆ่าพวกคุณหรอกครับ 

จบคำตอบที่ THE STATES TIMES ไม่ได้ถามอานนท์

ผู้นำจีนส่งสารถึงกาซา ร่วมแสดงความยินดีเนื่องใน วันสามัคคีสากลกับชาวปาเลสไตน์ ย้ำปัญหาปาเลสไตน์คือหัวใจตะวันออกกลาง จีนพร้อมหนุนทางออก–แก้วิกฤตมนุษยธรรม

(29 พ.ย. 68) ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ส่งสารแสดงความยินดีถึงที่ประชุมสหประชาชาติ เนื่องใน “วันแห่งความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับประชาชนปาเลสไตน์” ย้ำว่าปัญหาปาเลสไตน์คือ “หัวใจของความขัดแย้งตะวันออกกลาง” และเกี่ยวพันโดยตรงกับความเป็นธรรม ความยุติธรรมระหว่างประเทศ รวมถึงเสถียรภาพของภูมิภาคโดยรวม

สี จิ้นผิงระบุว่า ในสถานการณ์ปัจจุบัน สิ่งที่ประชาคมโลกต้องทำคือสร้างฉันทามติให้กว้างขึ้น และลงมืออย่างเชิงรุกมากขึ้น เพื่อให้เกิดการหยุดยิงในฉนวนกาซ่าอย่างครบถ้วนและยั่งยืน พร้อมป้องกันไม่ให้ความขัดแย้งปะทุซ้ำ ชี้ว่าการฟื้นฟูบริหารจัดการและการบูรณะหลังความขัดแย้งในกาซ่า ต้องยึดหลัก “ชาวปาเลสไตน์ปกครองปาเลสไตน์” เคารพเจตจำนงของประชาชนในพื้นที่ และรับฟังความกังวลที่ชอบธรรมของประเทศรอบข้าง

ผู้นำจีนเน้นว่า สิ่งเร่งด่วนในตอนนี้คือการปรับปรุงสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในกาซ่าโดยเร็วที่สุด ลดความทุกข์ทรมานของชาวปาเลสไตน์ที่ต้องเผชิญสงครามมาอย่างยืดเยื้อ แต่เหนือสิ่งอื่นใด ทุกความพยายามควรผูกโยงอยู่กับเป้าหมายใหญ่คือ “ทางออกสองรัฐ” เพื่อผลักดันให้เกิดการจัดการปัญหาปาเลสไตน์ทางการเมืองโดยเร็ว

นอกจากนี้ สี จิ้นผิง กล่าวอีกว่า ปัญหาปาเลสไตน์ยังเป็น “บททดสอบ” ต่อประสิทธิภาพของระบบธรรมาภิบาลโลกในปัจจุบัน เขาเรียกร้องให้ประชาคมนานาชาติมองย้อนกลับไปยังต้นตอรากเหง้าของความขัดแย้ง กล้าที่จะรับผิดชอบ ลงมืออย่างจริงจัง แก้ไขความไม่เป็นธรรมทางประวัติศาสตร์ และยืนหยัดเคียงข้างหลักความเป็นธรรมและความยุติธรรมระหว่างประเทศ

ในฐานะสมาชิกถาวรคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ สี จิ้นผิงย้ำว่าจีนสนับสนุน “ภารกิจอันชอบธรรม” ของชาวปาเลสไตน์ในการทวงคืนสิทธิแห่งชาติอันชอบด้วยกฎหมาย และจะร่วมมือกับประชาคมโลกอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้เกิดการยุติข้อพิพาทปาเลสไตน์อย่างครบถ้วน ยุติธรรม และยั่งยืน โดยหวังเห็นความคืบหน้าในทางการเมืองโดยเร็วที่สุด

'บิ๊กอรรถ' รอง จเร ตร. ลงพื้นที่สงขลา ติดตามการยืนยันอัตลักษณ์เหยื่อน้ำท่วม ระดมแพทย์นิติเวช - ตู้คอนเทนเนอร์เก็บศพเพิ่ม คาด 2 วัน ทยอยคืนร่างสู่ญาติโดยเร็ว

รองจเรตำรวจแห่งชาติเผยมีร่างผู้เสียชีวิตเหตุน้ำท่วมส่งมารอพิสูจน์อัตลักษณ์แล้ว 104 ร่าง จากหลายโรงพยาบาลในพื้นที่ ทั้งในสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง ตั้งศูนย์นิติเวช ม.อ.เป็นจุดรวบรวม เตรียมคอนเทนเนอร์เก็บรักษาศพ 6 ตู้ ตำรวจ-แพทย์ระดมกำลังเพิ่ม เร่งพิสูจน์เพื่อคืนร่างให้ญาติโดยเร็วที่สุด 

เมื่อวันที่ (27 พ.ย. 68) ที่ศูนย์นิติเวช โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ (ม.อ.) พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการพิสูจน์อัตลักษณ์ร่างผู้เสียชีวิตจากสถานการณ์น้ำท่วมใหญ่ในจังหวัดสงขลา โดยศูนย์แห่งนี้ถูกกำหนดให้เป็นจุดรวบรวมร่างผู้เสียชีวิตเพียงแห่งเดียวของจังหวัด เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีระบบ

พล.ต.ท.ไตรรงค์ เปิดเผยว่า ณ เวลา 20.30 น. มีร่างผู้เสียชีวิตถูกส่งเข้ามารวบรวมและรอตรวจพิสูจน์แล้ว 104 ราย มาจากหลายโรงพยาบาลและหลายพื้นที่ ทั้งในจังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง โดยในจำนวนนี้ แบ่งเป็นร่างที่ส่งมาจากโรงพยาบาลต่างๆ และร่าง 47 ราย ที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยพบในพื้นที่ประสบภัย ซึ่งกลุ่มหลังจำเป็นต้องตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างละเอียด เพื่อยืนยันว่าสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจากโรคประจำตัว หรือเป็นผลโดยตรงจากเหตุอุทกภัย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ส่งกำลังสนับสนุนจากส่วนกลาง ตั้งศูนย์ช่วยเหลือร่วมกับตำรวจภูธรภาค 9 เพื่อเร่งกระบวนการพิสูจน์เอกลักษณ์และดูแลการจัดเก็บร่างผู้เสียชีวิต

ด้าน พล.ต.ต.วรา เวชชาภินันท์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เปิดเผยว่า ขณะนี้มีตู้คอนเทนเนอร์เก็บรักษาร่างผู้เสียชีวิตจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จำนวน 6 ตู้ ติดตั้งเรียบร้อยแล้ว เพื่อรองรับจำนวนร่างที่ถูกส่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง พร้อมระบุว่า หากญาตินำใบรับรองการเสียชีวิตและเอกสารยืนยันตัวตนมาแสดง ก็สามารถรับร่างกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาได้ทันที

ขณะที่ พล.ต.ต.นรินทร์ บูสะมัญ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ระบุว่า ปัจจุบันมีแพทย์นิติเวชประจำที่ศูนย์ฯ จำนวน 3 คน และได้ระดมพนักงานสอบสวนจากทั่วจังหวัดมาร่วมปฏิบัติงาน โดยภายใน 2 วัน จะมีแพทย์นิติเวชจากหน่วยงานอื่นเดินทางมาสมทบเพิ่มอีก 5 คน รวมเป็น 8 คน เพื่อเร่งกระบวนการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลให้รวดเร็วที่สุด

เจ้าหน้าที่จะเริ่มดำเนินการชันสูตรและพิสูจน์บุคคลโดยให้ความสำคัญกับร่างที่มีญาติยืนยันตัวตนได้ก่อน เนื่องจากมีข้อมูลประกอบชัดเจน สามารถคืนร่างให้ครอบครัวได้อย่างรวดเร็ว ลดภาระด้านจิตใจของผู้สูญเสียท่ามกลางวิกฤตน้ำท่วมครั้งนี้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top