Tuesday, 9 June 2026
TheStatesTimes

รู้จัก “อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์” “ปลัดกระทรวงมหาดไทย” คนปัจจุบัน กับผลงานยกระดับ-พัฒนาชุมชนให้ทันโลก สร้างรากฐานสังคมไทยให้แข็งแกร่ง-ยั่งยืน

หากเปรียบ “ประเทศ” เป็นต้นไม้ใหญ่ “ชุมชน” คือรากแก้ว ที่ยิ่งหยั่งรากลึก และได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ก็จะยิ่งแข็งแรง ดังนั้น หากอยากให้ประเทศแข็งแรงในทุกส่วน ก็จำเป็นต้องลงทุน ลงแรง กับชุมชนให้มาก เพื่อจะได้ “เข้มแข็งและยั่งยืน” และกลายเป็นส่วนเล็ก ๆ ที่สำคัญของสังคมต่อไป

การดูแล “ชุมชน” ให้แข็งแรง ก็ถือเป็นหลักคิดสำคัญของ “อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์” ที่แม้ว่าวันนี้จะขึ้นไปนั่งตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย มีหน่วยงานใต้บัญชามากมายให้ดูแล แต่ผลงานก่อนหน้านี้ ก็สะท้อนชัดว่า ในหัวใจของ “อรรษิษฐ์” ให้ความสำคัญในเรื่องพัฒนาชุมชนเป็นที่สุด

ก่อนที่จะได้รับตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย เดิม “อรรษิษฐ์” เคยได้รับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน อยู่ 2 ปี (เริ่มปี 2560) ก่อนจะย้ายไปเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดตาก (เริ่มปี 2562) และได้ขยับไปเป็นรองปลัดกระทรวงมหาดไทยในปี 2563

แม้ในปี 2565 ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) ซึ่ง “อรรษิษฐ์” ก็ตั้งใจทำหน้าที่เป็นอย่างดี โดยในระหว่างดำรงตำแหน่งนี้ ได้กำหนดวิสัยทัศน์ “เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนเข้มแข็งอย่างยั่งยืน ด้วยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ในการดำเนินงาน โดยมีเป้าหมายให้ชุมชนบริหารจัดการตนเองตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีมีความสุขเพิ่มขึ้น เพื่อทำให้เศรษฐกิจฐานรากมั่นคง ชุมชนเข้มแข็ง และสามารถตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ SDGs Goal ที่องค์การสหประชาชาติกำหนดไว้ได้

เพื่อเดินสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ ก็ได้กำหนดเป้าหมายหลัก คือ “ตำบลเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” จำนวน 878 ตำบล โดยมีกิจกรรมขับเคลื่อนงานทั้งการพัฒนาผู้นำกลุ่มองค์กรและเครือข่าย ส่งเสริมการออมและพัฒนาทักษะการบริหารจัดการทางการเงิน ส่งเสริมเครือข่ายศูนย์ผู้นำจิตอาสาพัฒนาชุมชน และส่งเสริมกิจกรรมเครือข่ายพื้นที่ต้นแบบโคก หนอง นา โมเดล 

ไม่เพียงเท่านั้น ยังพัฒนาองค์กรให้ทันสมัย มีสมรรถนะและมีธรรมาภิบาล มุ่งเน้นการทำงานแบบบูรณาการร่วมกับภาคีการพัฒนาทั้ง 7 ได้แก่ ภาครัฐ ภาคประชาชน ภาควิชาการ ภาคศาสนา ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคสื่อสารมวลชน โดยมี “พัฒนากร” ลงพื้นที่ทำงานเคียงข้างประชาชนครอบคลุมทุกจังหวัด 

นับเป็นการต่อยอดจุดแข็งของกรมการพัฒนาชุมชน ที่มีมาตลอดกว่า 60 ปี ได้เป็นอย่างดี ตามนิยามที่กล่าวได้ว่า “เป็นหนึ่งในงานหน่วยงานภาครัฐที่ทำงานใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนในชุมชนมากที่สุด”

ภารกิจของ “อรรษิษฐ์” ที่มีต่อ “ชุมชน” ในประเทศไทยไม่ได้มีเพียงเท่านี้ ภารกิจที่เน้นหนักและให้ความสำคัญมากอีกหนึ่งเรื่องคือการส่งเสริมครัวเรือนปลูกผักสวนครัวอย่างน้อยครัวเรือนละ 10 ชนิด เพื่อปลูกฝังพฤติกรรมพึ่งพาตัวเองให้คนไทย เสริมความมั่นคงทางอาหาร และลดค่าใช้จ่ายในครัวเรือน

อีกภารกิจสำคัญคือการสานต่อการดำเนินงานประชารัฐรักสามัคคี หรือ SE ที่ดำเนินการในรูปแบบบริษัทประชารัฐฯ จังหวัด มุ่งเน้น 3 เรื่องหลัก คือ เกษตร แปรรูป ท่องเที่ยว ตามบริบทของชุมชนที่แตกต่างกัน ซึ่งมีชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัติวิถีอยู่แล้วทั่วประเทศ ขณะที่การสนับสนุน OTOP ก็ยังคงดำเนินการต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาผู้ผลิต/ผู้ประกอบการ พัฒนาผลิตภัณฑ์ และพัฒนาช่องทางการตลาด เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างรายได้ และกระจายสินค้าออกสู่ตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ สะท้อนให้เห็นความมุ่งมั่นตั้งใจพัฒนาชุมชน ดังที่เคยกล่าวไว้ว่า “หัวใจหลักของงานพัฒนาชุมชน คือมุ่งให้ประชาชนเป็นศูนย์กลางและส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาทุกขั้นตอน เพราะการพัฒนาที่ยั่งยืนจะต้องเกิดจากพื้นฐานความต้องการของประชาชน ริเริ่มและขับเคลื่อนโดยประชาชนเป็นสำคัญ” 

และแม้วันนี้ “อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์” จะก้าวสู่ตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทยแล้ว แต่ “หลักการ” ที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ยังคงเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง

>>สำหรับประวัติของ “อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์” 

เกิด: 16 กรกฎาคม 2514 
อายุ: 53 ปี 
ชื่อเล่น: ป๊อบ 
สำเร็จการศึกษา: ปริญญาตรี รัฐศาสตรบัณฑิต (การปกครอง) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือ สิงห์ดำรุ่นที่ 42 , พัฒนบริหารศาสตรมหาบัณฑิต (รัฐประศาสนศาสตร์) สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ผ่านอบรมหลักสูตร นักบริหารงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รุ่นที่ 2, นักปกครองระดับสูง รุ่นที่ 54 และ ผู้บริหารระดับสูงด้านการค้าและการพาณิชย์ (TEPCoT) รุ่นที่ 10

>>ประวัติการทำงาน
-ตำแหน่งเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน 3 สำนักงานจังหวัดฉะเชิงเทรา 
-หัวหน้ากลุ่มงานสรรหาและบรรจุแต่งตั้ง สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย 
-เลขานุการอธิบดี กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
-ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
-หัวหน้าสำนักงานคณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น 
-ผู้อำนวยการสถาบันดำรงราชานุภาพ 
-รองผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี 
-รองผู้ว่าฯ อุดรธานี 
-รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน
-ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน 
-ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก 
-รองปลัดกระทรวง 
-อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน 
-อธิบดีกรมการปกครอง
-ปัจจุบัน ปลัดกระทรวงมหาดไทย

>>เครื่องราชอิสริยาภรณ์
-มหาวชิรมงกุฎ
-ประถมาภรณ์ช้างเผือก
-เหรียญพิทักษ์เสรีชน ชั้น 2
-เหรียญราชการชายแดน
-เหรียญจักรพรรดิมาลา
-เหรียญลูกเสือสดุดี ชั้น 1
-เหรียญกาชาดสดุดี ชั้น 1

‘สี จิ้นผิง’ นำเปิดพิธี!! ส่งเรือ “ฟูเจี้ยน” เข้าประจำการ เรือบรรทุกเครื่องบินรุ่นใหม่สุดล้ำ มาพร้อมระบบแม่เหล็กไฟฟ้า ช่วยการขึ้น-ลง ลำแรกอย่างเป็นทางการของจีน

(8 พ.ย. 68) จีนประกาศนำเรือบรรทุกเครื่องบิน “ฟูเจี้ยน” เข้าประจำการกับกองทัพเรืออย่างเป็นทางการ ที่จังหวัดไห่หนาน โดยมีประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เป็นประธานในพิธี นับเป็นครั้งแรกที่จีนมีเรือบรรทุกเครื่องบินติดตั้งระบบ “แคทาพัลต์แม่เหล็กไฟฟ้า” (EMALS) ซึ่งช่วยให้เครื่องบินสามารถขึ้นบินได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เรือ “ฟูเจี้ยน” สามารถรองรับการขึ้นลงของเครื่องบินขับไล่รุ่นใหม่ เช่น J-15T, J-35 และเครื่องบินเตือนภัยล่วงหน้า KJ-600 โดยระบบแคทาพัลต์ช่วยให้เครื่องบินขึ้นบินจากระยะสั้นได้แม้บรรทุกอาวุธและเชื้อเพลิงจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ากว่าเรือรุ่นก่อนหน้าที่ใช้ดาดฟ้าแบบ “สกีจัมพ์”

สำหรับฟูเจี้ยนเป็นเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่สามของจีน ต่อจาก “เหลียวหนิง” และ “ซานตง” เปิดตัวครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายน 2022 และเริ่มทดลองเดินเรือเมื่อเดือนพฤษภาคม 2024 โดยการเข้าประจำการในครั้งนี้ทำให้จีนกลายเป็นประเทศที่ 2 ของโลกต่อจากสหรัฐฯ ที่มีเรือบรรทุกเครื่องบินระบบแม่เหล็กไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ

เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธ หลัง รมว.กลาโหมสหรัฐฯ เยือนโซลไม่กี่วัน จรวดพุ่งไกล 700 กิโลเมตร ตกในทะเลญี่ปุ่น ‘คิม จองอึน’ ยังปฏิเสธเจรจา แต่จับมือรัสเซียแน่น พร้อมส่งทหารอีก 5,000 นาย ช่วยเครมลิน

(8 พ.ย. 68) เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธพิสัยใกล้เข้าสู่ทะเลตะวันออก หรือทะเลญี่ปุ่น เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังการเยือนของรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ พีต เฮกเซธ (Pete Hegseth) ที่เดินทางมาเกาหลีใต้เพื่อหารือความมั่นคงประจำปี โดยกองทัพเกาหลีใต้ระบุว่าขีปนาวุธลูกดังกล่าวบินได้ราว 700 กิโลเมตร ก่อนตกลงในน่านน้ำสากล ขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นยืนยันว่าจรวดตกนอกเขตเศรษฐกิจจำเพาะของตน และไม่พบความเสียหาย

การทดสอบดังกล่าวเกิดขึ้นหลังเกาหลีเหนือยิงปืนใหญ่กว่า 10 นัดลงน่านน้ำตะวันตกเมื่อไม่กี่วันก่อน พร้อมกันนั้นยังเกิดขึ้นหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อนุญาตให้เกาหลีใต้สร้างเรือดำน้ำนิวเคลียร์ ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขีดความสามารถด้านกลาโหมของเกาหลีใต้ในระดับภูมิภาค โดยเกาหลีใต้มีแผนจะขอรับยูเรเนียมเสริมสมรรถนะจากสหรัฐฯ เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงในโครงการดังกล่าว

ด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ผู้นำเกาหลีเหนือ คิม จองอึน ยังคงปฏิเสธการเจรจากับสหรัฐฯ และเกาหลีใต้ หลังการพูดคุยในปี 2019 ล้มเหลว โดยคิมย้ำว่าเกาหลีเหนือเป็น “รัฐนิวเคลียร์ที่ไม่อาจหวนกลับ” พร้อมเปิดทางหารือก็ต่อเมื่อวอชิงตันยอมถอยจากข้อเรียกร้องให้ยุติโครงการนิวเคลียร์ของตน ขณะเดียวกัน ความร่วมมือระหว่างเปียงยางและมอสโกกลับแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเจ้าหน้าที่ทหารระดับสูงของทั้งสองประเทศเพิ่งพบกันในกรุงเปียงยางในสัปดาห์นี้

ทั้งนี้ หน่วยข่าวกรองเกาหลีใต้รายงานว่าเกาหลีเหนืออาจกำลังสรรหาทหารเพิ่มเติมเพื่อส่งไปช่วยรัสเซียในสงครามยูเครน โดยคาดว่ามีทหารราว 15,000 นาย ถูกส่งไปร่วมรบแล้ว และอีกราว 5,000 นาย ถูกส่งไปปฏิบัติงานด้านก่อสร้างและฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่พันธมิตร ซึ่งสะท้อนถึงการขยายบทบาทของเกาหลีเหนือในความร่วมมือทางทหารกับรัสเซียที่ลึกซึ้งมากขึ้น

อาจารย์สกลเปิดใจ พา “หมอนทองวิทยา” เข้าชิง จากโรงเรียนประจำหมู่บ้านหัวใจแกร่ง ปลื้มสองข้างทางบีบแตร-ตะโกนให้กำลังใจ ภูมิใจในเด็กทุกคน ตอนนี้มาเกินฝันของทีม

(8 พ.ย. 68) เวลา 12.00 น. ที่หน้าสนามศุภชลาศัย ทีมหมอนทองวิทยา อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ม้ามืดจากโรงเรียนเล็ก เดินทางด้วย “รถสองแถวขนฝัน” ท่ามกลางแฟนบอลมารอต้อนรับแน่นหน้าสนาม ต่างขอถ่ายรูปให้กำลังใจ ก่อนชิงฟุตบอล 7 คนกับโรงเรียนอบจ.ชัยนาท ในช่วงเวลา 16.15 น. โดยตลอดทางมีตำรวจทางหลวงนำขบวนเข้ากรุงเทพฯ

อาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ โค้ชทีมหมอนทองฯ เผยขับรถคู่ชีพพาเด็กๆ มาถึงสนาม แม้รถเก่าแต่ “ไม่เคยทิ้งความฝัน” ย้ำเด็กทุกคน “สู้ด้วยชีวิต” ทั้งที่เป็นแค่โรงเรียนประจำหมู่บ้าน งบทำทีมจำกัด ต่างช่วยกันออกค่าที่พักค่าน้ำไฟ “มาถึงตรงนี้เกินเป้าหมายแล้ว” พร้อมเล่าวินาทีซึ้ง ระหว่างขับรถเข้ากรุง ถนนสองฝั่งมีประชาชนบีบแตรและตะโกนให้กำลังใจต่อเนื่อง

นอกจากนี้ โค้ชสกลเล่าประสบการณ์จากโรงเรียนใหญ่ ก่อนเลือกมาทำทีมหมอนทองวิทยาและปรับตัวอยู่ร่วมกับชุมชนมุสลิมได้อย่างกลมกลืน ตั้งเป้าแรกแค่เข้ารอบ 32 เพื่อเป็นมือวาง แต่ทีมไล่ล้มเต็ง รวมถึงทีมระดับมีแข้งทีมชาติ จนทะลุชิงวันนี้ “ผมภูมิใจเด็กทุกคน เงินอัดฉีดมองเป็นเรื่องสมมติ สิ่งสำคัญคือพาเด็กๆ มาถึงสนามอย่างปลอดภัย และให้พวกเขาเชื่อว่าความฝันไปต่อได้”

‘แบงค์ วงแคลช’ รำลึก วันรองแชมป์กรมพละ 2538 ขอบคุณ ‘อ.สกล’ ครูผู้ให้โอกาส จากเด็กตัวสำรอง สู่นักสู้ชีวิตไม่ยอมแพ้ ส่งแรงใจถึงน้องๆ ฟุตบอล 7 สี วันนี้!!

เมื่อวานนี้ (7 พ.ย. 68) 'แบงค์ ปรีติ' โพสต์ย้อนเล่าความทรงจำสุดประทับใจถึง 'อาจารย์สกล เกลี้ยงประเสริฐ' ผู้ปลุกปั้นทีมฟุตบอลโรงเรียนราชวินิตบางแก้วในยุค 90 ระบุว่า..

ผมไม่แปลกใจเลยที่เห็นรูป อ.สกล เกลี้ยงประเสริฐ ที่ผมคุ้นชินอยู่เต็มหน้าเพจไปหมด...มาครับผมจะเล่าให้ฟัง

ตอนผมอายุ 12 ปี ผมมีความมุ่งมั่นเป็นอย่างมากที่จะสอบเข้า รร.ราชวินิตบางแก้วให้ได้ในโควต้านักฟุตบอล ซึ่งผมเข้าร่วมทดสอบทั้งฝีเท้า ร่างกาย และรวมถึงเข้าสอบวิชาการแบบคนอื่นๆ ผมยังจำวันประกาศผลสอบได้ว่าคุณแม่ผมดีใจมากที่สอบวิชาการติด แต่ผมไม่ได้ยินดีอะไรมากนัก เพราะผมสอบโควต้านักฟุตบอล “ไม่ติด”

แต่ผมยังไม่หมดหวัง ตอนมัธยมหนึ่งระหว่างที่เรียนไปในปีนั้นผมพยามคุยกับอาจารย์หลายๆ ท่านเพื่อขอเข้าร่วมทีมเผื่อจะมีโควต้าเหลือ เอาตรงๆ คือขอให้ผมเป็นตัวแถมก็ได้ สรุปผมก็ได้เข้าทีมฟุตบอลของโรงเรียนจนได้

ด้วยอายุ...จริงๆ ผมควรจะต้องอยู่ในทีมรุ่นอายุ 12 ปี แต่ด้วยส่วนสูง 172 cm ของผมในตอนนั้น ทำให้ผมต้องขึ้นไปอยู่ในรุ่นอายุ 14 ปีแทน และนั่นทำให้ผมรู้สึกได้เลยว่าแทบจะไม่มีโอกาสเล่นตัวจริงได้เลย แม้จะดูเก่งอยู่บ้างในฟุตบอลพลาสติกสนามเล็ก แต่มันคนละเรื่องกับฟุตบอลสนามใหญ่ที่มีรุ่นพี่มากประสบการณ์ ร่างกายแข็งแรง กล้ามขากล้ามเนื้อน่องเต่งๆ เป็นมัด รุ่นพี่หลายคนผ่านแชมป์กทม. และเเชมป์กรมพละมาแล้วทั้งสิ้น

ผมยังจำวันที่ได้รองแชมป์กรมพละปี 2538 (ตามภาพ) ที่ทีมราชวินิตบางแก้วพ่ายเทพศิรินทร์ไป 0-2 ภาพจำเต็มไปหมด เราเห็นรถบัสของนักฟุตบอลโรงเรียนต่างๆ เช่นอัสสัมศรีราชาที่เป็นรถโค้ชคันใหญ่ติดแอร์ รถของเทพศิรินทร์ก็สวยงาม เราได้แต่คิดในใจว่า “รร.เหล่านี้รวยจัง เท่ว่ะ”

ตัดภาพมาเรามีรถกระบะ 1 คัน และพวกเราอยู่ในรถตู้ Isuzu Buddy คันเก่าๆที่ถูกดัดแปลงโดยการถอดเบาะทั้งหมดออกและใส่เบาะยาว 2 ข้างเหมือนรถสองแถว ผมนั่งบนพื้นตรงกลางกับกระติกน้ำ ในฐานะตัวสำรองและน้องคนเล็กเลยโดนแกล้งตลอดทางทั้งขาไปและขากลับเป็นเรื่องธรรมดาเฮฮากันไป....ไม่ต้องเดาครับ อาจารย์สกลนี่เเหละที่เป็นคนขับพาเด็กๆ ไปแข่งด้วยตัวเอง

สรุปในวันนั้นผมได้ลงเล่นใน 10 นาทีสุดท้าย ในตำแหน่งกองกลางตัวรับ(ถ้าผมจำไม่ผิด) คำว่า “แบงค์..มึงไปวอร์ม” ยังติดหูผมอยู่จนถึงวันนี้ เพราะเป็นครั้งแรกในนามจริงและเป็นในรอบชิงถ้วยใหญ่ที่สุดของฟุตบอลนักเรียนอีกต่างหาก ขอบพระคุณอาจารย์ที่ให้โอกาสครับ 🙏🏼

ผมอยู่ในทีมโรงเรียนจนถึงมัธยมสาม หลังจากนั้น อิทธิพลของดนตรีก็เข้าสิงร่างผมอย่างเต็มตัวเลยต้องขอออกจากทีมไป...ทิ้งไว้ด้วยความทรงจำดีๆ ที่โหด มัน ฮา ในทีมฟุตบอลราชวินิตบางแก้ว ที่บอกว่าผมไม่แปลกใจเลยที่เห็นอาจารย์สกลตามหน้าเพจมากมายในวันนี้ก็เพราะว่าอาจารย์สกลผ่านร้อนผ่านหนาวมามาก ทำทีมคว้าถ้วยรางวัลมานักต่อนัก หลายต่อหลายโรงเรียน แม้ผมจะไม่ใช่นักฟุตบอลที่เก่งกาจของอาจารย์ในวันนั้น แต่ผมมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนอาจารย์สกลคือผมไม่ยอมแพ้และไม่หยุดทำในสิ่งที่รัก ล้ม 8 ครั้ง ลุก 9 ครั้งแล้วจะมีวันของเราสักวัน....ขอบคุณอาจารย์สกลครับ 🙏🏼

ขอให้น้องๆ ทั้ง 2 ทีมโชคดีในนัดชิงฟุตบอล 7 สีในวันที่ 8 พ.ย.นี้ครับ
“จารย์ครับ...ผมอยากเห็นอาจารย์คุมสโมสร”

ผบ.ตร.ประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำชับเข้ม 8 ข้อ ดูแลประชาชนเข้าถวายความอาลัยฯ รุกปราบสแกมเมอร์ ต่างด้าวผิดกฎหมาย ย้ำแนวทางแต่งตั้งวาระ 68 ยึดกฎหมายและข้อวินิจฉัย ก.พ.ค.ตร. พัฒนางานสอบสวนเร่งด่วน

เมื่อวานนี้ (7 พ.ย. 68) พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กำชับในที่ประชุมบริหารสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ครั้งที่ 4/2568 ซึ่งมี รอง ผบ.ตร., จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.), ผู้ช่วย ผบ.ตร., รอง จตช., ผู้บัญชาการหน่วยต่าง ๆ ร่วมประชุม ณ ห้องศรียานนท์ ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย ผบ.ตร.ย้ำนโยบายเร่งด่วนและนโยบายสำคัญของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กำชับให้ทุกหน่วยป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอย่างเด็ดขาด เนื่องจากรัฐบาลประกาศเป็นวาระแห่งชาติ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจในการปฏิบัติร่วมกันหน่วยงานอื่น เพื่อการปราบปรามอาชญากรออนไลน์ หรือสแกมเมอร์ ให้ประสบผลสำเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ
 
ผบ.ตร.มีข้อสั่งการและกำชับ 8 ข้อ ในการขับเคลื่อนภารกิจการดูแลความสงบเรียบร้อย บริการประชาชนที่เข้าถวายถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง, การปราบปรามอาชญากรรมเชิงรุก, การพัฒนางานสอบสวน, การแต่งตั้งตำรวจ วาระปี 2568 รวมถึงการดูแลสวัสดิการตำรวจและครอบครัว ฯลฯ ดังนี้

1 .ให้ข้าราชการตำรวจทุกนายที่ร่วมปฏิบัติภารกิจในการดูแลความสงบเรียบร้อย และรักษาความปลอดภัยในกรณีที่ประชาชนจะเดินทางเข้าถวายสักการะพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตั้งแต่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป ให้ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย และให้ความช่วยเหลือ ดูแลประชาชนด้วยความเป็นมิตร

2. ให้คณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายการบริหารราชการ ผบ.ตร. ประจำปีงบประมาณ 2569 กำหนดกรอบการติดตาม และขับเคลื่อน นโยบาย "6 เร่งรัด" อาทิ ขับเคลื่อนส่งเสริมโครงการพระราชดำริ พัฒนางานสอบสวน กวดขันเสริมสร้างวินัยจราจร ปรับปรุงสวัสดิการตำรวจและครอบครัว ฯลฯ ให้เห็นความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรม แล้วรายงานทุก 3 เดือน

3. ให้ศูนย์พัฒนางานสอบสวน ตามคำสั่ง ตร.ที่ 458/2568 รวบรวมติดตามประเด็นจากคณะกรรมการ คณะทำงานที่เกี่ยวข้องกับการปรับปรุง พัฒนางานสอบสวน ที่มีอยู่หลายคณะ เพื่อนำข้อสังเกตมาปรับปรุง เสนอสำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการ กำหนดไทม์ไลน์ เป็นระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว
 
4. ให้ศูนย์อำนวยการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปอส.ตร.) เป็นกลไกหลักของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการขับเคลื่อนงาน โดยกำหนดแผน มาตรการ ให้ทุกหน่วยปฏิบัติ ในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ที่รัฐบาลกำหนดเป็น "วาระแห่งชาติ"  โดยรายงานให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติและรัฐบาล ทุก 7 วัน และ 1 เดือน อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกภาคส่วนทราบว่า “ตำรวจไทย แก้ไขปัญหา สแกมเมอร์และคอลเซ็นเตอร์ อย่างจริงจัง ต่อเนื่อง"

5. ให้ศูนย์อาชญากรรมพิเศษ จัดทีมรวบรวมผลการปฏิบัติงานของแต่ละศูนย์ฯ ที่สามารถนำไปใช้ในการกำหนด ทิศทางการทำงานของศูนย์และรายงานผลการปฏิบัติงาน ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทราบ ทุก 7 วัน 
 
6. ให้ศูนย์อำนวยการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) เป็นเจ้าภาพหลักในการขับเคลื่อนงานแก้ไขปัญหาบุคคลต่างด้าวทำผิดกฎหมาย กำหนดแผนให้ทุกหน่วยบูรณาการกำลังในการปฏิบัติร่วมกัน พร้อมรายงานผลการปฏิบัติทุก 7 วัน และ 1 เดือน 
 
7. การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจในวาระประจำปี 2568 ให้หัวหน้าหน่วยซึ่งเป็นผู้มีอำนาจสั่งแต่งตั้ง ดำเนินการให้เป็นไปตามแนวทางที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้สั่งการไว้ รวมถึงให้ปฏิบัติตามขั้นตอนในการพิจารณาให้ถูกต้อง ตามกฎหมาย และแนวทางที่คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) ได้เคยวินิจฉัยในประเด็นต่าง ๆ ไว้ อย่างเคร่งครัด
 
8. ให้เร่งรัดการพิจารณาให้ความช่วยเหลือข้าราชการตำรวจและหน่วยงานตำรวจที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม และสาธารณภัยอื่น ๆ โดยเร็ว

ทัพเรือภาคที่ 1 ร่วมรักษ์ทะเลไทย เปิดกิจกรรมเก็บขยะชายหาด 10 แห่ง สู่วันทะเลโลก 8 มิถุนายน 2569 สานต่อความงามแห่งท้องทะเลไทย

เมื่อวานนี้ (7 พ.ย. 68) พลเรือตรี ไพฑูรย์ เส็งเจริญ รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นประธานเปิดกิจกรรม “เก็บขยะชายหาด” เนื่องในวันทะเลโลก ประจำปี 2569 ณ ชายหาดอุทยานใต้ทะเลเกาะขาม ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อร่วมกันฟื้นฟูความสะอาดและความงดงามของชายฝั่งทะเล พร้อมสร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเลให้คงอยู่คู่ผืนแผ่นดินไทยอย่างยั่งยืน โดยมีผู้เข้าร่วมกว่า 60 คน ประกอบด้วยกำลังพลจากกองพันรักษาฝั่งที่ 12 กรมรักษาฝั่งที่ 1 หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง บุคลากรจากองค์การบริหารส่วนตำบลแสมสาร และข้าราชการจากทัพเรือภาคที่ 1

ทั้งนี้ ทัพเรือภาคที่ 1 มีเป้าหมายจัดกิจกรรมเก็บขยะต่อเนื่องจำนวน 10 ครั้ง ใน 10 ชายหาด ตั้งแต่จังหวัดตราดถึงจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายใต้โครงการ “มุ่งสู่วันทะเลโลก 8 มิถุนายน 2568” เพื่อร่วมกันลดขยะทะเล ฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล และสร้างจิตสำนึกในการรักษ์ทะเลให้เกิดขึ้นในทุกภาคส่วนของสังคม

ทัพเรือภาคที่ 1 ยังคงเดินหน้าปฏิบัติภารกิจเพื่อปกป้องอธิปไตยทางทะเล ควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล เพื่อให้ “กองทัพเรือเป็นกองทัพที่ประชาชนเชื่อมั่นและภาคภูมิใจ” อย่างแท้จริง

แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 เยือน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ประสานความร่วมมือกับกองทัพประชาชนลาว เพื่อสร้างความมั่นคง และการรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนไทย - ลาว

พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 พร้อมด้วย พลตรี มงคล หอทอง ผู้บัญชาการกองกำลังสุรศักดิ์มนตรี/หัวหน้าชุดประสานงานประจำพื้นที่ชายแดนไทย - ลาว และหน่วยความมั่นคง (ฝ่ายไทย) เดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ณ กระทรวงป้องกันประเทศ นครหลวงเวียงจันทน์ โดยได้เข้าเยี่ยมคำนับ/พบปะพัฒนาสัมพันธ์ (แบบเป็นทางการ) กับ พลตรี วันทอง  บุดตะวง รองหัวหน้ากรมใหญ่เสนาธิการ กองทัพประชาชนลาว, หัวหน้าฝ่ายความมั่นคงของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และได้ถือโอกาสหารือแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารการแก้ไขปัญหาความมั่นคงชายแดน, ปัญหาภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ระหว่างสองประเทศ โดยเฉพาะปัญหาด้านยาเสพติด, การลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย, สินค้าหนีภาษี และการกระทำผิดกฎหมายอื่น ๆ ตามแนวชายแดน รวมถึงมิจฉาชีพหรือสแกมเมอร์ (Scammer) เพื่อความมั่นคง ความสงบเรียบร้อยของทั้งสองประเทศ

โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะสานต่อการส่งเสริมความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาชายแดน และขยายความร่วมมือในทุกมิติ โดยจะมีการแลกเปลี่ยนการเยือน การหารืออย่างสม่ำเสมอ ยกระดับความร่วมมือในประเด็นสำคัญ เพื่อนำไปสู่มิตรภาพอันดี และการพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทั้งสองประเทศให้ มั่นคง ยั่งยืน สืบไป

ผบช.ภ.7 ฝ่า 399 โค้ง ถึง "สภ.ปิล็อก"ชี้ต้องให้ความสำคัญของโรงพักชายแดน มอบถุงยังชีพเป็นขวัญกำลังใจ

เมื่อวันที่ (5 พ.ย.68) เวลา 08.30 น. พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 พร้อมด้วย พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ รอง ผบช.ภ.7,​ พล.ต.ต.พศวีร์ เรืองภู่ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พร้อมคณะ ได้มาตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจ ข้าราชการตำรวจ สภ.ปิล็อก อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี โดยมี พ.ต.ท.ชัยภัฎ พัวพงษ์พันธ์ สว.สภ.ปิล็อก พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัดอยู่ปฏิบัติหน้าที่ เหตุการณ์โดยทั่วไปปกติ 

ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ ผบช.ภ.7 ได้มอบถุงยังชีพ  พูดคุยและให้กำลังใจกับข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่บนสถานีตำรวจ เดินตรวจความเรียบร้อยทั้งภายในและภายนอกอาคาร พร้อมมอบนโยบายการปฏิบัติหน้าที่แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเน้นย้ำในเรื่องของการสกัดกั้นการลักลอบเข้า-ออกประเทศทั้งในส่วนของคนไทยและคนต่างด้าว รวมไปถึงสิ่งของผิดกฎหมาย และได้กำชับมาตรการการสกัดกั้นการใช้เสาสายสัญญาณอินเตอร์เน็ตและเสาสายสัญญาณแนวชายแดนตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ครอบครัวเหยื่อกล่าวหา ChatGPT ชี้นำสู่การปลิดชีพตัวเองและหลอนทางจิต หลังเร่งปล่อย GPT-4o ทั้งที่รู้ว่าเสี่ยง องค์กรเตือน “อย่ามองยอดใช้เหนือความปลอดภัย”

(8 พ.ย. 68) บริษัท OpenAI กำลังเผชิญคดีความ 7 คดีในศาลรัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐฯ หลังครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบกล่าวหาว่า ChatGPT ทำให้ผู้ใช้บางรายเกิดอาการหลอน ติดการสนทนา จนถึงขั้นฆ่าตัวตาย ทั้งที่ก่อนหน้าไม่มีปัญหาทางจิต คดีทั้งหมดถูกยื่นโดย Social Media Victims Law Center และ Tech Justice Law Project ในนามของผู้ใหญ่ 6 ราย และเยาวชน 1 ราย โดยอ้างว่า OpenAI ปล่อยโมเดล GPT-4o ออกมาเร็วเกินไป ทั้งที่มีคำเตือนภายในเรื่องความเสี่ยงทางจิตใจของผู้ใช้

หนึ่งในคดีคือกรณีของ อะมอรี เลซี เด็กชายวัย 17 ปี ที่เริ่มใช้ ChatGPT เพื่อขอคำแนะนำ แต่กลับถูกชี้นำให้เกิดภาวะซึมเศร้า และถึงขั้นได้รับ “คำแนะนำในการทำอันตรายตนเอง” ขณะที่อีกคดีคือ อลัน บรูกส์ ชาวแคนาดา วัย 48 ปี ที่อ้างว่า ChatGPT ทำให้ตนเริ่มเชื่อสิ่งหลอนและเกิดความสับสนทางจิตใจจนชีวิตพังพินาศ โดยด้าน OpenAI ยังไม่ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อข้อกล่าวหาเหล่านี้

แมตธิว พี. เบอร์กแมน (Matthew P. Bergman) ทนายความผู้ยื่นฟ้องระบุว่า “ChatGPT ถูกออกแบบให้สร้างความผูกพันทางอารมณ์กับผู้ใช้ เพื่อให้คนคุยต่อไปเรื่อยๆ มากกว่าจะคำนึงถึงความปลอดภัย” พร้อมชี้ว่า OpenAI เร่งเปิดตัว GPT-4o เพื่อชิงส่วนแบ่งตลาด โดยละเลยการทดสอบด้านจริยธรรมและผลกระทบทางจิตใจ “นี่ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่เป็นระบบที่เข้าไปแตะอารมณ์มนุษย์โดยตรง” ทนายความ กล่าว

และในอีกคดีหนึ่งเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา พ่อแม่ของเด็กชายวัย 16 ปีชื่อ อดัม เรน ก็ยื่นฟ้อง OpenAI เช่นกัน โดยอ้างว่า ChatGPT มีส่วนช่วย “วางแผน” ให้ลูกชายฆ่าตัวตาย เหตุการณ์นี้ทำให้หลายฝ่ายเรียกร้องให้รัฐบาลและบริษัทเทคโนโลยีเข้มงวดขึ้นในการควบคุม AI ที่เปิดให้เยาวชนเข้าถึงได้ง่าย

ขณะที่ องค์กร Common Sense Media เตือนว่า คดีเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงอันตรายจากเทคโนโลยีที่ถูกออกแบบเพื่อ “ดึงดูดมากกว่าปกป้อง” พร้อมเรียกร้องให้บริษัทเทคโนโลยีทั่วโลกให้ความสำคัญกับ “ความปลอดภัยของผู้ใช้” มากกว่าการแข่งขันด้านยอดผู้ใช้งาน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top