Thursday, 11 June 2026
TheStatesTimes

อิสราเอลระดมโจมตี ฐานขีปนาวุธ-คลังเชื้อเพลิงเยเมน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ราย และบาดเจ็บ 86 คน

(25 ส.ค. 68) อิสราเอลเปิดฉากโจมตีกรุงซานา เมืองหลวงเยเมน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เพื่อตอบโต้ที่กลุ่มฮูตีปล่อยขีปนาวุธและโดรนเข้าสู่อิสราเอล โดยกองทัพอิสราเอลยืนยันว่าเป้าหมายคือสถานที่ทางยุทธศาสตร์หลายแห่ง รวมถึงทำเนียบประธานาธิบดี โรงงานไฟฟ้า ฐานยิงขีปนาวุธ และคลังเก็บน้ำมัน

กระทรวงสาธารณสุขของฮูตีรายงานว่า การโจมตีดังกล่าวทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 6 ราย และบาดเจ็บ 86 คน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในการโจมตีที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายเดือน ขณะที่กองทัพอิสราเอลระบุว่า ปฏิบัติการครั้งนี้มีขึ้นเพื่อปกป้องพลเรือนและตอบโต้การยิงขีปนาวุธจากเยเมน

ก่อนหน้านี้เพียงสองวัน กลุ่มฮูตีประกาศว่าพวกเขาได้ยิงขีปนาวุธพิสัยไกลรูปแบบใหม่ไปยังอิสราเอล โดยอ้างว่าเป็นการสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา แม้ส่วนใหญ่จะถูกสกัดกั้นกลางทาง แต่อิสราเอลมองว่านี่เป็นภัยคุกคามที่ไม่อาจปล่อยผ่านได้

ตั้งแต่สงครามกาซาปะทุเมื่อเดือนตุลาคม 2023 กลุ่มฮูตีที่มีอิหร่านหนุนหลังได้เพิ่มการโจมตีทางอากาศและโจมตีเรือในทะเลแดงอย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่าจะยืนหยัดเคียงข้างชาวปาเลสไตน์ ขณะที่อิสราเอลก็ตอบโต้ด้วยการโจมตีพื้นที่ยุทธศาสตร์ในเยเมนเป็นระยะ ทำให้สถานการณ์ในภูมิภาคตึงเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ

สื่อนอกแฉ!! ‘ฮุน เซน’ รายได้เดือนละ 4 หมื่น แต่รวยทะลุ 1.4 แสนล้าน ชี้มาจากครอบครัวคุม ‘ธุรกิจ-สื่อ-กองทัพ’ ครองอาณาจักรกัมพูชาเบ็ดเสร็จ

(25 ส.ค. 68) นิตยสาร Property & Development ของอังกฤษ เปิดโปงว่า ‘ฮุน เซน’ อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และครอบครัวมีทรัพย์สินมูลค่าไม่น้อยกว่า 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือกว่า 1.4 แสนล้านบาท แม้รายได้ทางการจากตำแหน่งผู้นำประเทศจะเพียงเดือนละ 40,000 บาทเท่านั้น แต่กลับสะสมความมั่งคั่งผ่านเครือข่ายธุรกิจและอำนาจการเมืองตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา

นอกจากนี้ รายงานจากองค์กร Global Witness เมื่อปี 2016 ระบุว่า ครอบครัวฮุน เซน เป็นเจ้าของกิจการในกัมพูชามากกว่า 100 บริษัท มูลค่ารวมกว่า 7,000 ล้านบาท และยังมีที่ดินและทรัพย์สินในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์ ออสเตรเลีย หรือสหราชอาณาจักร เครือข่ายอิทธิพลนี้ทำให้ราชวงศ์ฮุนยังคงกุมทั้งอำนาจการเมือง เศรษฐกิจ กองทัพ และสื่อภายในประเทศ

แม้จะถูกวิจารณ์หนักเรื่องความหรูหราส่วนตัวท่ามกลางความยากจนของชาวกัมพูชา เช่น การสวมใส่นาฬิกามูลค่าหลายสิบล้านบาทต่อเรือน แต่ครอบครัวฮุน เซน ก็ยังคงรักษาฐานอำนาจได้แน่น ผ่านการแต่งตั้งลูกหลานเข้าคุมตำแหน่งสำคัญ ทั้งกองทัพ รัฐบาล และธุรกิจสื่อ โดยในปี 2023 ฮุน เซน ส่งต่อเก้าอี้นายกรัฐมนตรีให้บุตรชาย ‘ฮุน มาเนต’ ขณะที่ตนเองขึ้นเป็นประธานวุฒิสภา

นักวิเคราะห์ชี้ว่า การสะสมทรัพย์สินและอำนาจของราชวงศ์ฮุน คล้ายกับตระกูลการเมืองทรงอิทธิพลในภูมิภาคอื่น ขณะเดียวกันก็สะท้อนปัญหาความเหลื่อมล้ำในกัมพูชาอย่างชัดเจน แม้จะมีเสียงเรียกร้องความโปร่งใสเพิ่มขึ้นจากทั้งภายในและต่างประเทศ แต่ด้วยโครงสร้างอำนาจที่ฝังรากลึก จึงยากที่ครอบครัวฮุนจะสูญเสียอิทธิพลในเร็ววัน

‘กองทัพอากาศ’ เปิดตัวโลโก้ “ฝูงบินรบกริพเพน” ล็อตใหม่ ภายใต้ชื่อ “บูรพาสันติ” ทุกสัญลักษณ์ล้วนเปี่ยมความหมาย

(25 ส.ค. 68) วาสนา นาน่วม นักข่าวสายทหารชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก Wassana Nanuam ระบุว่า ทอ. เปิดตัว Peace Burapha “บูรพาสันติ” วันนี้ 25 ส.ค. 2568วันเซ็นสัญญา G to G ซื้อGripen E/F กับ FMV – SAAB สวีเดนในนามฝูงบิน Stars กองบิน1 เพื่อรักษาความมั่นคง พื้นที่ชายแดนตะวันออก -ตะวันออกเฉียงเหนือ จาก Peace Naraesuan สู่ Peace Suvannabhumi. จนมาถึง Peace Burapha “ผบ.ทอ.” ร่วมออกแบบ โลโก้ สุดคูล!! เปี่ยมความหมาย เผย ฝูง 102 จะปรับภารกิจเป็นฝูงบินขับไล่ยุทธวิธี รองรับภารกิจ Air to Air และ Air to Ground “เราจะหยุดไพรีที่ห้าวหาญ”

กองทัพอากาศ ตั้งชื่อโครงการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่ฝูงใหม่ JAS 39 Gripen E/F ว่า โครงการ “PEACE BURAPHA” โดยตัวในวันนี้ 25 สค.2568 ในวันเซ็นสัญญา ซื้อGripen E/F กับ FMV และ SAAB สวีเดน พร้อม Offset Package ชดเชยให้ไทย กว่า แสนล้าน ตามนโยบาย Offset Policy ของรัฐบาล อย่างเต็มรูปแบบโครงการแรก

ตราสัญลักษณ์ โครงการ “PEACE BURAPHA” เปี่ยมด้วยความหมาย ซึ่งร่วมกัน ออกแบบโดย พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผบ.ทอ. พล.อ.ท.อนุรักษ์ รมณารักษ์ รอง เสธ.ทอ. และ พ.อ.อ.บดินทร์ จำปา เจ้าหน้าที่ แผนกแผน สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักบริหารยุทโธปกรณ์ กรมยุทธการทหารอากาศ

1.PEACE BURAPHA หรือ “บูรพาสันติ” เป็นชื่อโครงการจากดำริของ พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผบ.ทอ. ที่ต้องการสื่อถึงโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์ ซึ่งจะประจำการที่ ฝูงบิน 102 กองบิน 1 จ.นครราชสีมา ในอนาคต จะเป็นเขี้ยวเล็บหนึ่งในกำลังสำคัญในการรักษาความมั่นคงให้พื้นที่ด้านตะวันออก และตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยที่ติดกับประเทศเพื่อนบ้านและจะส่งผลให้เกิดเสถียรภาพในภูมิภาคอย่างยั่งยืนสืบไป

2.ตราสัญลักษณ์ ทอ.เป็นรูปปีก ทอ.ที่ใช้ในยุคที่ ทอ.เริ่มใช้วิสัยทัศน์ Unbeatable Air Force ซึ่งเริ่มโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทน ในปี 2568

3. ธงชาติไทยรูปวงกลมเป็นสัญลักษณ์ของชาติไทยที่ติดไว้บนอากาศยานทุกแบบของกองทัพอากาศ

4. ดาวคู่จำนวน 2 ดวง หรือ “STARS” เป็นนามเรียกขานและเป็นสัญลักษณ์ประจำฝูงบิน 102 ยุคใหม่ที่เริ่มใช้สัญลักษณ์ดังกล่าว เมื่อ เครื่องบิน F-16 ADF เข้าประจำการ ในปี 2545 ซึ่งขณะนั้นยังกำหนดภารกิจเป็นฝูงบินขับไล่สกัดกั้น

สำหรับตราสัญลักษณ์ใหม่นั้นใช้คำว่า 102 TACTICAL FIGHTER SQUADRON หมายถึงในอนาคตฝูงบิน 102 จะปรับภารกิจเป็นฝูงบินขับไล่ยุทธวิธีซึ่งรองรับภารกิจอเนกประสงค์ทั้ง Air to Air และ Air to Ground ฝูงบิน 102 มีคำขวัญประจำฝูงบินว่า “เราจะหยุดไพรีที่ห้าวหาญ”

5. ดาวสีทองข้างละ 6 ดวง รวม 12 ดวงในขอบวงกลมเป็นการให้เกียรติแก่ ฝูงบิน 12 ซึ่งเดิมมีที่ตั้ง ณ กองบิน 1 ดอนเมือง ที่มีเกียรติประวัติในการรบที่สำคัญในอดีต ก่อนจะย้ายที่ตั้งมาที่กองบิน 1 จ.นครราชสีมา ตั้งแต่ 24 ต.ค.2519 จวบจนปัจจุบัน

6.ข้อความ JAS 39 GRIPEN E/F-RTAF หมายถึง รุ่นของ เครื่องบิน Gripen E/F ที่จะเข้าประจำการในกองทัพอากาศ

โดยในภาพเครื่องบินที่บินด้วยความเร็วสูงตรงกลางของภาพจะติดอาวุธ แบบ Meteor, AIM-120 AMRAAM และ IRIS-T ซึ่งเป็นอาวุธนำวิถีแบบอากาศสู่อากาศที่ทันสมัย

‘ฮุน มาเนต’ ยืนยันถึงความภักดีของกัมพูชาต่อจีน ขอยึดนโยบาย ‘จีนเดียว’ ผลักดันเศรษฐกิจและการค้าที่แข็งแกร่ง

(25 ส.ค. 68) สำนักข่าว China Daily รายงานว่า ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ยืนยันความสัมพันธ์กับจีนที่มีความใกล้ชิดมายาวนานหลายทศวรรษ โดยพัฒนามาจนเป็น “มิตรภาพแน่นแฟ้น” ที่ยืนอยู่บนรากฐานของความเชื่อมั่นทางการเมือง การเคารพซึ่งกันและกันในเรื่องอธิปไตยและไม่แทรกแซงกิจการภายใน ความสัมพันธ์ดังกล่าวถูกยกระดับสู่ความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์รอบด้าน ภายใต้กรอบ Diamond Hexagon Cooperation ซึ่งมุ่งสร้าง “ชุมชนร่วมอนาคต” ที่มั่นคงสำหรับทั้งสองประเทศ

จีนสนับสนุนเส้นทางการพัฒนาของกัมพูชาที่เหมาะสมกับบริบทในประเทศ ขณะเดียวกัน กัมพูชายืนหยัดนโยบาย “จีนเดียว” โดยถือว่าไต้หวัน ฮ่องกง ซินเจียง และทิเบต เป็นกิจการภายในของจีน ความสัมพันธ์ระดับผู้นำและการติดต่อสื่อสารในทุกระดับยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความร่วมมือด้านการเมือง เศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การศึกษา พลังงาน การท่องเที่ยว และความมั่นคง ก้าวหน้าอย่างชัดเจน

โครงการภายใต้ Belt and Road Initiative (BRI) ได้กลายเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานกัมพูชา เช่น สนามบินนานาชาติเสียมราฐ-อังกอร์ ทางด่วนพนมเปญ–สีหนุวิลล์ และเขตเศรษฐกิจพิเศษพระสีหนุ ขณะเดียวกันยังมีแผนสนับสนุนโครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำฟูนันเตโช ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของกัมพูชา

ความร่วมมือด้านเศรษฐกิจและการค้าก็ขยายตัวต่อเนื่อง หลังการลงนาม ข้อตกลงการค้าเสรีกัมพูชา–จีน (CCFTA) ในปี 2020 ปริมาณการค้าสองทางเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทั้งสองประเทศยังพัฒนา “ระเบียงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยี” และ “ระเบียงปลาและข้าว” เพื่อยกระดับภาคเกษตรและอุตสาหกรรม พร้อมทั้งผลักดันการลงทุนในเศรษฐกิจดิจิทัล พลังงานสะอาด และนวัตกรรมที่ยั่งยืน

นอกเหนือจากมิติทางเศรษฐกิจแล้ว กัมพูชาและจีนยังเน้นการเชื่อมโยงด้านวัฒนธรรมและประชาชน เช่น การกำหนดปี 2025 ให้เป็น “ปีแห่งการท่องเที่ยว” ต่อเนื่องจาก “ปีแห่งการแลกเปลี่ยนประชาชน” ในปี 2024 ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจที่จะเสริมสร้างความเข้าใจร่วมกัน ขณะเดียวกัน กัมพูชายังมุ่งขยายบทบาทในกรอบความร่วมมือพหุภาคีอย่าง SCO เพื่อสร้างสันติภาพ ความมั่นคง และการพัฒนาร่วมกันในภูมิภาค

รวบหนุ่มหัวหมอจัดฉากขับรถตกคลอง 4 คันในเดือนเดียว ทำเนียนหวังเคลมประกัน พบมูลค่าเสียหายเกือบล้าน

กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ บก.ปอศ. แฉพฤติกรรมหนุ่มวัย 26 หัวหมอจัดฉากขับรถตกน้ำ 4 คันในเดือนเดียว หวังหลอกเคลมประกัน เสียหายเกือบ 1 ล้านบาท

(25 ส.ค. 68) เพจ "กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ บก.ปอศ." โพสต์แฉวีรกรรมหนุ่มหัวใสจัดฉากเคลมประกัน เดือนเดียวขับรถตกน้ำ 4 คันรวด โดยทางเพจรายงานว่า "ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.4 บก.ปอศ. รวบหนุ่มวัย 26 จัดฉากขับรถตกน้ำ 4 คันรวด หวังเคลมประกัน เสียหายเกือบ 1 ล้านบาท!

เบื้องต้นพบว่ากลุ่มนี้มีการทำเป็นขบวนการสุดแนบเนียน โดยนายอนุชา ฯ เช่าซื้อรถ 4 คันในเดือนเดียว แล้วสร้างสถานการณ์ให้รถตกคลองใน 3 จังหวัด ทั้ง นครปฐม ราชบุรี และกาญจนบุรี เรียกเงินประกันจากหลายบริษัท บางรายหลงเชื่อโอนให้แล้วกว่า 9 แสน!

จากการสืบสวนพบเส้นทางเงินโอนเข้าญาติ – บางส่วนถอนเป็นเงินสด ส่วนรถที่อ้างว่าตกน้ำ กลับไม่ยอมให้นำมาตรวจพิสูจน์ นอกจากนี้ยังพบผู้ขับบางคนขับตกน้ำถึง 2 ครั้งในช่วงไม่กี่สัปดาห์ สุดท้ายถูกรวบตัวได้ที่บ้านพักใน อ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ผู้ต้องหาภาคเสธอ้างแค่ขายรถแล้วไม่รู้ว่าถูกนำไปใช้ตกน้ำ"

รัสเซียปัดตก!! ไม่รับลายเซ็นลงนามสันติภาพยูเครน เพราะสถานะผู้นำ ‘เซเลนสกี’ ไม่ถูกยอมรับทางกฎหมาย

(25 ส.ค. 68) รัสเซียออกมาโจมตีสถานะของประธานาธิบดีโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ผู้นำยูเครน โดย เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ (Sergey Lavrov) รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว NBC ว่าเครมลินจะไม่ยอมรับการลงนามในเอกสารสันติภาพใดๆ หากมีลายเซ็นของเซเลนสกี เนื่องจากเขา “ไม่มีสถานะทางกฎหมายที่ชอบธรรม”

ลาฟรอฟระบุว่า แม้เซเลนสกีจะเป็น “หัวหน้าระบอบการปกครองโดยพฤตินัย” แต่ไม่ถือว่าเป็นผู้นำที่ชอบธรรมตามกฎหมาย พร้อมวิจารณ์ว่าเขาเพียง “แสร้งทำตัวเป็นผู้นำ” และย้ำว่าการประชุมระหว่างเซเลนสกีกับวลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ยังไม่พร้อมเกิดขึ้นจริง

ประเด็นดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางความพยายามของโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่พยายามจัดประชุมสองฝ่ายระหว่างเซเลนสกีและปูตินเพื่อหาข้อยุติสงคราม แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาณความคืบหน้า เนื่องจากรัสเซียยังคงยืนยันข้อเรียกร้องสูงสุด รวมถึงการยึดดินแดนจากยูเครน

ทั้งนี้ ยูเครนได้เลื่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีที่ควรจะมีขึ้นในเดือนมีนาคม 2024 ออกไป เนื่องจากประเทศอยู่ภายใต้กฎอัยการศึกตั้งแต่รัสเซียบุกเต็มรูปแบบเมื่อกุมภาพันธ์ 2022 ทำให้ตำแหน่งของเซเลนสกีถูกยืดอายุไปโดยอัตโนมัติ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเสริมทักษะงานประชาสัมพันธ์ทีมโฆษกหน่วยตำรวจทั่วประเทศ สื่อสารตรงจุด สร้างคอนเทนต์ตรงใจ บริหารจัดการภาวะวิกฤตอย่างมีประสิทธิภาพ

(24 ส.ค. 68) พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (โฆษก ตร.) เปิดเผยว่า มนโยบาย 15 ข้อของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่เน้นย้ำเกี่ยวข้องกับการประชาสัมพันธ์ ได้แก่ ข้อที่ 2 เปลี่ยนแนวคิด ค่านิยม และกรอบความคิด (MINDSET) ให้ตำรวจเป็นที่พึ่งของประชาชน, ข้อที่ 9 นโยบายเชิงรุกด้านการข่าว และข้อที่ 14 ฝึกอบรม ทบทวน พัฒนาทักษะ เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการทำงานของตำรวจ โดยให้ทุกหน่วยมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นในทุกด้านภายในองค์กรตำรวจ ให้ตำรวจทุกนายปฏิบัติหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพ เข้าถึงประชาชน สร้างความเชื่อมั่นและศรัทธา โดยหนึ่งในแนวทางการปฏิบัติเพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ คือการให้ทุกหน่วยโดยเฉพาะผู้ทำหน้าที่โฆษกหน่วย ประชาสัมพันธ์ ชี้แจงข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง เข้าถึงพี่น้องประชาชน เพื่อสร้างความเข้าอันดีระหว่างกัน 

ทีมโฆษก ตร.ร่วมกับกองสารนิเทศ นำโดย โฆษก ตร., พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผู้บังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1/รองโฆษก ตร. และ พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผู้บังคับการกองสารนิเทศ/รองโฆษก ตร. พร้อมทีมโฆษก ตร. และทีมงานกองสารนิเทศ ขับเคลื่อนนโยบายและข้อเน้นย้ำของ ผบ.ตร. จัดโครงการสัมมนาเชิงปฏิบัติการด้านการประชาสัมพันธ์ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ “RTP Trust Beyond สื่อสารตรงจุด สร้างคอนเทนต์ตรงใจ บริหารจัดการภาวะวิกฤตอย่างมีประสิทธิภาพ” ระหว่างวันที่ 21 – 23 สิงหาคม 2568 ณ ห้องประชุมชั้น 12 และห้องแจ้งยอดสุข อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมีโฆษกหน่วยและทีมประชาสัมพันธ์หน่วยต่างๆ ทั่วประเทศ เข้าร่วมโครงการจำนวน 74 นาย 

ทั้งนี้ ในการสัมมนามีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ มีความรู้ความสามารถและมากประสบการณ์ร่วมบรรยาย แลกเปลี่ยนแนวคิดและแนวทางการทำงานด้านการประชาสัมพันธ์ในมิติใหม่ร่วมกัน ได้แก่ ทีมโฆษก ตร. หัวข้อ “การสื่อสาร การประชาสัมพันธ์ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ” , พ.ต.อ.ศิริพล กุศลศิลป์วุฒิ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หัวข้อ “กฎหมาย PDPA สำหรับตำรวจและงานประชาสัมพันธ์”, พ.ต.อ.หญิง ศศิญา ธรรมกถิกานนท์ อาจารย์ (สบ4) กลุ่มงานอาจารย์ กองบัญชาการศึกษา หัวข้อ “การใช้ AI สร้างสรรค์สื่อประชาสัมพันธ์”, พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ รองผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หัวข้อ “ถอดสูตร CIB สร้างแบรนด์ สร้างศรัทธา”, คุณปวีณมัย บ่ายคล้อย และ คุณจันทรพร กุลโชติ หัวข้อ “เทคนิคการให้สัมภาษณ์ การสื่อสารในภาวะวิกฤต และ Media Landscape”, คุณเปอร์ สุวิกรม อัมระนันทน์ หัวข้อ “สื่อสารอย่างสร้างสรรค์ Think Outside The Box”, คุณธนกร วงษ์ปัญญา บรรณาธิการข่าวไทย สำนักงาน Yhe Standard และ คุณธัญญธร สารสิทธิ์ บรรณาธิการข่าวอาชญากรรม และรายงานพิเศษ สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 33 ร่วมเสวนา “สื่อสาร ตรงใจ ตรงโจทย์”

โฆษก ตร. กล่าวว่า การจัดโครงการเชิงปฏิบัติการด้านการประชาสัมพันธ์ในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ “RTP Trust Beyond” นับว่ามีประโยชน์อย่างยิ่งในด้านการประชาสัมพันธ์ของหน่วยต่างๆ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากเป็นเวทีในการพัฒนาและเสริมสร้างทักษะการสื่อสารของทีมโฆษกหน่วยให้มีความชัดเจน ถูกต้อง และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยเสริมสร้างความเข้าใจในบทบาทหน้าที่และแนวทางการประชาสัมพันธ์ขององค์กรให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน อันจะส่งผลให้การเผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร และภาพลักษณ์ของหน่วยงานเป็นไปอย่างน่าเชื่อถือ สร้างความเข้าใจที่ดีแก่ประชาชนและกลุ่มเป้าหมาย

กองทัพเรือ พร้อมญาตินำอัฐิ  5 ครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา ลอยอังคารส่งดวงวิญญาณ กลางอ่าวสัตหีบ

(24 ส.ค. 68) เวลา 08.45 น. กองทัพเรือ นำโดย พล.ร.ต. บรรณวิตร์ เฉลิมทอง ผู้แทนผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ ได้อำนวยความสะดวกจัดงานพิธีลอยอังคารของครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ ความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา จำนวน 5 ครอบครัว ณ กองเรือยุทธการ  อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยกองทัพเรือได้สนับสนุนเรือ กร.702 ในการประกอบพิธี

โดยครอบครัวผู้เสียชีวิตได้เดินทางจากจังหวัดศรีสะเกษมายังสัตหีบ โดยได้รับการสนับสนุนที่พักและการอำนวยความสะดวกจากหน่วยต่าง ๆ ของกองทัพเรือ รวมทั้งการจัดเรือสำหรับให้ญาติลงประกอบพิธีลอยอังคาร โดยเป็นเรือขนาดใหญ่ รองรับได้ 45 คน

การจัดพิธีครั้งนี้ เป็นการแสดงความห่วงใยและช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ กัมพูชายิงจรวดข้ามแดนที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งมีทั้งผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ประกอบด้วย ครอบครัวประชัน ซึ่งสูญเสีย นางสาวรุ่งรัศ เด็กหญิงทักษพร และเด็กชายพงศภัค ประชัน ครอบครัวเด็กชายกิตติศักดิ์ คำวัง ครอบครัวนางสาวอรุณรัตน์ วันศรี ครอบครัว นายสมศรี ลาภบุญ และครอบครัว นางสาวสาวิตรี อ่อนทรวง โดยกองทัพเรือ ได้ดำเนินการประสานงานและอำนวยความสะดวกอย่างรอบด้าน ทำให้พิธีเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมเกียรติ

นาย นันทวัตร ทราธรณ์ และ น.ส.เนาวรัตน์ ทราธรณ์ น้องชาย-น้องสาว ผู้เสียชีวิตครอบครัวประชัน กล่าวว่า หลังจากพิธีลอยอังคารแล้วทางครอบครัวจะกลับไปประกอบพิธีทางศาสานา ที่บ้านต่อไป หลังครบ 1 เดือน ของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสภาพจิตใจของทุกคนในครอบครัวยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสียที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่มีใครได้ตั้งตัว ทางครอบครัว อาทิ พ่อและแม่ยังอาศัยอยู่ที่ศรีสะเกษ ส่วนพี่เขยที่สูญเสียภรรยาและลูก ยังทำใจไม่ได้ยังคงพักอาศัยอยู่ที่จังหวัดระยอง อย่างไรก็ตาม ส่วนตัวอยากให้รัฐบาล รีบจบปัญหาโดยสันติวิธีและไม่อยากให้มีการปะทะกันอีก ด้วยไม่อยากให้เกิดการสูญเสียเพิ่มกับใครอีกแล้ว บางทีหากไม่โดนกับครอบครัวเราก็จะไม่ทราบถึงการสูญเสียที่เกิดขึ้น

ส่วนการเยียวยา ณ ขณะนี้รัฐบาล ได้มีการเยียวยามาบางส่วนแล้ว อีกส่วนอยู่ระหว่างดำเนินการทั้งเรื่องยื่นเอกสาร หลักฐานต่าง ๆ 

สำหรับ การนำอัฐิของครอบครัวประชัน มาลอยอังคารที่สัตหีบ เนื่องจาก พี่สาวและลูก ๆ ชอบเดินทางมาเที่ยวทะเลสัตหีบ ซึ่งจะเดินทางมาท่องเที่ยวช่วงปิดเทอมทุกปี ทั้งนี้ขอขอบคุณทุกหน่วยงาน ที่อำนวยความสะดวกให้กับทุกครอบครัวในการเดินทางมาทำพิธีลอยอังคาร ส่งดวงวิญญาณ ในครั้งนี้

นิราช ทิพย์ศรี /นันทพล  ทิพย์ศรี  อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี 0909535645,0945565622/086-3684323 

เวทีเอฟเคไอไอ.ฟอรั่ม“ฟันธงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์คือคานงัดศักยภาพใหม่ประเทศไทยสู่ "เศรษฐกิจเอไอ.”(AI Economy)และรัฐบาลเอไอ.(AI Government)

(24 ส.ค. 68) สถาบันเอฟเคไอไอไทยแลนด์ (Field for Knowledge Integration and Innovation:FKI Thailand) โดย นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบัน FKII Thailand และ นายชยดิฐ หุตานุวัชร์ประธานสถาบันทิวา และผู้อำนวยการสถาบัน FKII Thailand จัดงานสัมมนาFKII National Forum ในหัวข้อ "AI Thailand: อัปเกรดศักยภาพประเทศไทย" โดยเน้นย้ำถึงบทบาทของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวข้ามความท้าทายทางเศรษฐกิจ สังคม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันบนเวทีโลก จากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้ประกอบการหลากหลายภาคส่วน

นายอลงกรณ์ พลบุตร ประธานสถาบัน FKI Thailand และรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์ได้เน้นย้ำว่า เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์( AI Technology )คือคานงัดสร้างจุดหักเห(Turning Point)สู่การเป็นเอไอ. ไทยแลนด์ (AI Thailand) ซึ่งจะสร้างศักยภาพใหม่และระบบเศรษฐกิจใหม่ที่เรียกว่าระบบเศรษฐกิจเอไอ.(AI Economy)ให้ประเทศไทยสามารถแก้ปัญหาหลักๆเช่น ปัญหาขีดความสามารถในการแข่งขันประสิทธิภาพภาครัฐ-ภาคเอกชน ความเหลื่อมล้ำ การคอรัปชัน เศรษฐกิจโตต่ำโตช้า หนี้สาธารณะ หนี้ครัวเรือนและการขาดดุลงบประมาณเรื้อรังพร้อมกับก้าวพ้นกับดักประเทศรายได้ปานกลางสู่ประเทศรายได้สูง

“เอไอ. เทคโนโลยีดิจิตอลและระบบอัตโนมัติ(Automation)เป็นเครื่องมือสร้างศักยภาพใหม่ในทุกภาคส่วนเช่น รัฐบาลเอไอ. (AI Government) เอไอ.การศึกษา (AI Education) เอไอ.พาณิชย์(AI Commerce) เอไอ.การคลัง (AI Finance) เอไอ.อุตสาหกรรม (AI Industry) เอไอ.เกษตรกรรม (AI Agriculture) เอไอ.การท่องเที่ยว (AI Tourism) ฯลฯ ไปจนถึงการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และการพัฒนานโยบายสาธารณะ“
นายอลงกรณ์ยังได้ยกตัวอย่างหลายประเทศที่ปรับเปลี่ยน(Transformation)ศักยภาพประเทศใหม่โดยใช้AIและเทคโนโลยีดิจิตอล เช่นประเทศเดนมาร์ก 
จัดตั้งAgency for Digital Government จนประสบความสำเร็จได้รับการจัดอันดับ1ของโลกในด้านรัฐบาลดิจิตอล
ประเทศเกาหลีใต้สร้างโครงสร้างเครือข่ายGovernment Superhighway Network (GSN)บริการภาครัฐอย่างทั่ว
ถึง ประเทศเอสโตเนีย
เปิดบริการภาครัฐออนไลน์ 99%
ตลอด 24 ชั่วโมง ประเทศสิงคโปร์อัพเกรด70% ระบบราชการบนคลาวด์ 
และทุกกระทรวงใช้เทคโนโลยี AI จนได้ฉายาว่า” Smart Nation”
สหราชอาณาจักรจัดตั้งความร่วมมือภาครัฐภาคเอกชนภายใต้โครงการ
”Digital Skills Partnership“
สำหรับประเทศไทยต้องปรับตัวเร่งมือให้ทันต่อการพัฒนาAIและเทคโนโลยีดิจิตอลที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดดจากAI สู่Generative AI , Agentic AIและปีนี้AGI (Artificial General Intelligence)มาแล้วหากเราตื่นรู้ตื่นตัวทันสามารถใช้เทคโนโลยีนี้เพิ่มเศรษฐกิจดิจิตอลให้มีสัดส่วน 30% ของ GDP ภายในปี 2570ขณะเดียวกันก็ต้องเร่งออกกฎหมายส่งเสริมและกำกับเอไอ.ให้ทันภายในปีนี้ด้วย
    ในขณะที่นายชยดิฐ หุตานุวัชร์ ผู้อำนวยการสถาบันเอฟเคไอไอ.และประธานสถาบันทิวาได้ฉายภาพความผันผวนของโลก (Global Storm) ทั้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ สังคมสูงวัย ปัญหาโลกร้อน และการแข่งขันด้านเทคโนโลยีที่รุนแรง โดยเฉพาะการเร่งพัฒนา AI ของจีนและสหรัฐอเมริกา ดังนั้น FKI Thailand ซึ่งย่อมาจาก “Field for Knowledge Integration and Innovation” ที่ดำเนินงานแบบไม่แสวงหาผลกำไร มุ่งเน้นการยกระดับประเทศผ่านองค์ความรู้และนวัตกรรม ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น National Dialogue, National Forum และ Study Tripเป็นต้น ซึ่ง FKII Thailand เน้นย้ำที่ 5 จุดแข็งและนวัตกรรมที่ประเทศไทยควรโฟกัส ได้แก่ 1) Forest & Farm 2) Food Safety & Security 3)Longevity 4) AI Innovation และ 5) Soft Powerโดยระบุว่า "AI ไม่ใช่ยาวิเศษ แต่เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ทรงพลังมาก" ในการแก้ปัญหาและพัฒนาประเทศ
    “AI พัฒนามาอย่างยาวนานเพื่อเป็นเครื่องมือในการเปลี่ยนโลก เครื่องมืออัพเกรดศักยภาพประเทศและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน
ในทุกมิติทั้งด้านภาคธุรกิจ ภาคประชาสังคม และภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จนี้ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาครัฐเป็นผู้อำนวยความสะดวก การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน การจัดการข้อมูล และการออกกฎหมายที่ส่งเสริมและกำกับดูแลอย่างสมดุล รวมถึงภาคเอกชนในการปรับตัวและลงทุนใน AI โดยเฉพาะกลุ่ม SME และการพัฒนาบุคลากร AI ของไทยให้พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่นี้ทั้งนี้ FKII Thailand จะเป็นจุดเริ่มต้นในการเป็นคลังความคิดภาคประชาสังคมที่สะท้อนปัญหาและระบุแนวทางการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ รวมทั้งอุปสรรคในการประกอบธุรกิจของผู้ประกอบการไทยไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไป”
ด้าน รศ.ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ประธานคณะกรรมการ Robotics และ AI หอการค้าไทย เปิดเผยว่า “ขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยที่ลดลงอย่างน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะในกลุ่ม SME และ Micro Enterprise ซึ่งเป็นฐานรากสำคัญของเศรษฐกิจ โดยชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการยกระดับจากการ "Being Digital" ไปสู่ "Being Digital-Driven" โดยต้องคำนึงถึง "Human Loop" ในระบบ AI เพื่อป้องกันปัญหา AI คุยกันเอง และเตือนถึงความเสี่ยงด้าน Cyber Security โดยเฉพาะ Ransomware ที่อาจมาพร้อมกับการนำ AI มาใช้ ดังนั้น จึงเรียกร้องให้ภาครัฐทำหน้าที่เป็น Enabler หรือ Facilitator มากกว่าเป็นController และเสนอมาตรการสนับสนุนด้านภาษีและการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐเพื่อสร้างโอกาสให้บริษัท AI ของไทย นอกจากนี้ได้เสนอผลการศึกษาที่ระบุว่าโรงงานที่ลงทุนใน AI สามารถเพิ่ม Productivity ได้ถึง 32-40%”
 ทางด้านดร.ชาญวิทย์ บุญช่วย นายกสมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIEAT) ได้เปิดเผยว่า “ปัจจุบันขนาดของตลาด AI ในไทยที่อยู่ประมาณ 40,000-50,000 ล้านบาท และคาดว่าจะเติบโตขึ้น 3 เท่าในอีก 5 ปีข้างหน้า อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยยังมีบริษัทที่พัฒนา AI จริง ๆ ไม่ถึง 100 แห่ง ซึ่งน้อยกว่าเวียดนามและสิงคโปร์เป็นอย่างมาก แม้ว่าประเทศไทยไม่ได้เป็นผู้นำในการสร้าง AI โมเดลพื้นฐาน (Base Model) แต่มีศักยภาพในการพัฒนา Domain-Specific AI เช่น AI ด้านการเกษตร, การแพทย์, หรือภาษาไทย. โดยเน้นย้ำว่า AI จะเข้ามาแทนที่งานบางประเภท แต่จะสร้าง "อุตสาหกรรมใหม่ ๆ" และงานใหม่ ๆ ขึ้นมา นอกจากนี้ ขอเตือนถึงความเสี่ยงจากการใช้ LLM ของต่างประเทศ โดยเฉพาะประเด็น "อธิปไตยข้อมูล" (Data Sovereignty) และเสนอให้ภาครัฐจัดการข้อมูลอย่างเหมาะสม ไม่เปิดเผยทั้งหมด และให้โอกาสคนไทยเป็นหุ้นส่วนในการพัฒนา”
 ส่วนนายอาศิสกานต์ ศรีลาธมาตย์ Chief Executive Officer บริษัท ซอร์สโค้ด จำกัด และ บริษัท แคส ค็อกไนเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ นายคเชนทร์ สิทธิโชค Chief Technology Officer (CTO) ได้นำเสนอตัวอย่างการประยุกต์ใช้ AI ในภาคอุตสาหกรรม (Industry 4.0) เพื่อเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุน โดยครอบคลุม 4 ด้านหลัก ได้แก่
1) Smart Design: AI ช่วยในการออกแบบลดระยะเวลาจาก 3 เดือนเหลือ 1 เดือน (เพิ่มประสิทธิภาพ 200%) เช่น ในอุตสาหกรรมต่อเรือ
2) Digital Manufacturing: การนำ IoT มาใช้เพื่อดึงข้อมูลจากเครื่องจักรแบบ Real-time และใช้ AI ตรวจสอบกระบวนการผลิต ลดความสูญเสีย
3) Intelligent Equipment: การใช้หุ่นยนต์ (Robotics) ในการผลิต เช่น การเชื่อมโลหะ และใช้ AI ตรวจสอบคุณภาพงาน ทำให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพสม่ำเสมอ
4) Safety & Security: ใช้ AI ในการเฝ้าระวังกิจกรรมต่าง ๆ ในโรงงาน เช่น การวางสินค้าในพื้นที่อันตราย การสูบบุหรี่ หรือการไม่สวมเครื่องแบบ ช่วยป้องกันเหตุการณ์ร้ายก่อนที่จะเกิดขึ้น.
สำหรับนายพุทธิพงษ์ สิริโชดก Chief AI Innovate Committee จาก Max Up AI Innovate Co., Ltd.นำเสนอแนวคิด AI Commerce ที่จะก้าวข้ามยุค E-commerce โดยเปิดเผยว่า “ปัจจุบันมีการค้นหาข้อมูลใน AI Search Engine สูงถึง 30 ล้านครั้งต่อวัน และ 10% ของการค้นหานั้นเกี่ยวข้องกับสินค้าและบริการ ซึ่ง AI จะเข้ามาเป็น ผู้ช่วยส่วนตัว (Assistant) ในการช้อปปิ้ง ค้นหาสินค้าจากหลากหลายแหล่ง และยังผลักดัน AI Affiliate ซึ่ง AI จะช่วยแนะนำสินค้าและคำนวณคะแนน Affiliate ให้กับผู้แนะนำโดยอัตโนมัติ นี่คือโอกาสสำหรับผู้ประกอบการไทยในการสร้างอธิปไตยทางเศรษฐกิจและข้อมูลกลับมาสู่ประเทศไทย
 ทางด้านนายสุทัศน์ สุระกุล Chief Technology Officerบริษัท วีทูเอส มาร์เก็ตติ้ง จำกัด สรุปถึงประโยชน์ของการนำ AI มาใช้ในธุรกิจจริง โดยมุ่งเน้น 3 ข้อหลัก ดังนี้
1) ลดต้นทุน: โดยเฉพาะต้นทุนด้านพนักงานและงานซ้ำซ้อน ลดได้ 30-90%
2) ทำงานได้เร็วขึ้น: AI Chatbot สามารถตอบลูกค้าได้เร็วขึ้น 20 เท่า (จาก 15 นาทีเหลือ 20วินาที) และเพิ่มยอดขายได้ถึง 50%
3) เพิ่มยอดขาย: การขยายธุรกิจทำได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มต้นทุนคน. ท่านยังได้แสดงตัวอย่างการทำงานของ AI Personal Assistant ที่สามารถจัดการอีเมล, สรุปเอกสาร, สรุปวิดีโอ YouTube และจัดการนัดหมายต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว.


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top