Friday, 12 June 2026
TheStatesTimes

“อุตสาหกรรมแฟร์ 2568 – รถไฟอุตสาหกรรม นำความสุขสู่คนไทย” ตลอด 4 วันของการจัดงาน (31 ก.ค. – 3 ส.ค.) ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์

“อุตสาหกรรมแฟร์ 2568 – รถไฟอุตสาหกรรม นำความสุขสู่คนไทย” ตลอด 4 วันของการจัดงาน (31 ก.ค. – 3 ส.ค.) ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ งานมหกรรมสินค้าและนวัตกรรมภาคอุตสาหกรรมครั้งใหญ่ได้รับความสนใจจากประชาชนอย่างล้นหลาม ทั้งจากกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด

ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง กระทรวงอุตสาหกรรม และ กระทรวงคมนาคม งานนี้ไม่เพียงเป็นพื้นที่ส่งเสริมเศรษฐกิจไทย แต่ยังเชื่อมโยงภาคการผลิต การคมนาคม และผู้บริโภคเข้าไว้ด้วยกันอย่างแท้จริง

📌 ไฮไลต์สำคัญของงาน ได้แก่
– โซน Good Price ที่นำสินค้าในเครือสหพัฒน์กว่า 500 รายการมาลดราคาสูงสุดถึง 70%
– โซน Best Choice ที่รวมโปรเด็ดจากค่ายรถยนต์และมอเตอร์ไซค์กว่า 19 แบรนด์ พร้อมสิทธิ์ลุ้นทองคำทุกวัน
– โซน Thai Showcase รวมสินค้าจาก SME และวิสาหกิจชุมชนทั่วประเทศที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรมคัดสรรกว่า 200 ร้าน
– โซน High Quality ที่รวมเครื่องใช้ไฟฟ้าคุณภาพแบรนด์ชั้นนำ ลดสูงสุด 60% พร้อมรับรอง มอก. ทุกชิ้น

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมความบันเทิงมากมาย อาทิ มินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง (ไอซ์ ศรัณยู, อะตอม ชนกันต์, ป๊อป ปองกูล และอ๊อฟ ปองศักดิ์), เวิร์กช็อปเสริมอาชีพ และโซนนวัตกรรมอย่าง “MIND Inno-Verse” ที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เข้าชมทุกช่วงวัย

🚆 ด้วยสถานที่จัดงานที่เชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนหลากหลายรูปแบบ ทั้ง MRT รถไฟฟ้าสายสีแดง รถไฟทางไกล และบริการจอดรถใต้สถานี งานครั้งนี้จึงเป็นตัวอย่างของการจัดงานที่เข้าถึงง่าย สะดวก และครอบคลุม

งานอุตสาหกรรมแฟร์ 2568 ไม่เพียงมอบความสุขให้กับผู้เข้าร่วมงาน แต่ยังเป็นหนึ่งในกลไกส่งเสริมเศรษฐกิจฐานราก และสนับสนุนผู้ประกอบการไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

📍แล้วพบกันใหม่ในโอกาสหน้า กับงานดีๆ ที่ตอบโจทย์คนไทยทั้งประเทศ

‘ฮุน เซน’ จิบสตาร์บัคส์ โพสต์กลางดึก!! ร่วมประชุม ‘เตีย บัญ’ หวังพึ่ง ‘กาชาดสากล’ เจรจาไทยปล่อย 18 ทหารเขมร

(4 ส.ค. 68) นายฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา โพสต์เฟซบุ๊กกลางดึก ระบุว่ายังไม่นอน เพราะกำลังประชุมร่วมกับสมเด็จเตีย บัญ และผู้บัญชาการทหารบก เมา โสพัน ผ่านระบบวิดีโอ เพื่อประสานกับผู้นำทหารกัมพูชา หลังผู้บัญชาการทหารสูงสุดเดินทางไปมาเลเซียล่วงหน้า เพื่อเตรียมประชุมคณะกรรมการชายแดนร่วมไทย-กัมพูชา (GBC)

ฮุน เซน ระบุว่า ขณะนี้ นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต และทีมงาน กำลังทำงานแข่งกับเวลา หวังพึ่งพาคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ (ICRC) เพื่อขอให้ไทยปล่อยตัวทหารกัมพูชา 18 นายที่ถูกจับกุมหลังการหยุดยิง แต่ยังไม่ได้รับการส่งตัวกลับ ขณะเดียวกันย้ำว่ากัมพูชาเคารพข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด

เจ้าตัวยังเผยว่าในคืนนั้นได้ติดต่อผู้บังคับบัญชาแนวหน้าหลายคนด้วยตนเอง และยืนยันว่ากำลังเฝ้าระวังความเคลื่อนไหวจากฝั่งไทยอย่างใกล้ชิด หากมีการละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ก็พร้อมจะรับมืออย่างรอบคอบ

ช่วงท้ายของโพสต์ ฮุน เซน เปรียบเทียบสถานการณ์ว่า “เมื่อวาน Starbucks น้ำตาล 100% วันนี้เหลือ 30% และกำลังจะไปสู่ 0% เพื่อป้องกันโรคเบาหวาน” โดยไม่ได้อธิบายชัดเจนว่าเกี่ยวโยงกับสถานการณ์ชายแดนหรือไม่ ทำให้หลายฝ่ายตีความว่าเป็นการเปรียบเชิงสัญลักษณ์เรื่องลดความตึงเครียดลงจากเดิม

โฆษก ทบ. ปัดข่าวลืออพยพชาวสุรินทร์ ยืนยันไม่มีแผนบุกกัมพูชา แนะประชาชนอย่าหลงเชื่อข้อมูลเท็จจากโซเชียล โดยเฉพาะฝั่งเขมร!!

(4 ส.ค. 68) กองทัพบกออกโรงชี้แจง หลังมีข่าวลือในโซเชียลมีเดียว่าไทยเตรียมอพยพชาวจังหวัดสุรินทร์เพื่อเปิดฉากโจมตีกัมพูชา โดยอ้างว่าเป็นข้อมูลจากโฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ซึ่งสมเด็จฮุน เซน อดีตนายกฯ กัมพูชา แชร์ต่อผ่านเฟซบุ๊ก ก่อนการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC)

พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ยืนยันว่า ข้อมูลดังกล่าวไม่เป็นความจริง และขณะนี้ในพื้นที่ไม่มีการอพยพประชาชนตามที่ถูกกล่าวอ้าง พร้อมระบุว่าการสื่อสารจากฝ่ายกัมพูชาบางรายไม่อาจเชื่อถือได้ จึงขอให้ประชาชนติดตามข่าวจากช่องทางราชการเท่านั้น

กองทัพบกยังคงยืนยันเจตนารมณ์ในการเคารพข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีความจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมต่อสถานการณ์ไม่คาดคิด เนื่องจากฝั่งกัมพูชามีแนวโน้มเคลื่อนไหวทางทหารในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง

ขณะที่ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา (ศบ.ทก.) เผย จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากฝ่ายความมั่นคงและเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองในพื้นที่  ยืนยันตรงกันว่า “ไม่มีคำสั่งอพยบประชาชนไทยที่ยังหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ชายแดนจังหวัดสุรินทร์ อพยพออกจากพื้นที่ภายในคืนนี้” รัฐบาลและกองทัพกัมพูชา จงใจปล่อยข่าวลวง สร้างข่าวเท็จรายวัน

ย้อนบทสัมภาษณ์ ‘พล.อ.ประยุทธ์’ เมื่อครั้งเป็น 'ผบ.ทบ.' ลั่นทหารไทยไม่กลัวรบกับเขมร แต่หวั่นกระทบปชช.

(4 ส.ค. 68) ย้อนอดีตเมื่อครั้ง ‘พล.อ.ประยุทธ์’ เป็น 'ผบ.ทบ.' ลั่นทหารไม่เคยกลัวรบเขมร แต่หวั่นกระทบปชช.เจ็บ-ตาย เกรงลามเป็นสงคราม เผยเตรียมพร้อมวางแผนอพยพหากฉุกเฉิน

ย้อนกลับไปเมื่อปี 256 เมื่อครั้งที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้กล่าวถึงสถานการณ์ความขัดแย้งตามแนวชายแดนไทย - กัมพูชา ในขณะนั้น โดยได้กล่าวถึงกรณีที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศ เดินทางไปพูดคุยกับนายฮอร์ นัม ฮง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ต่างประเทศของประเทศกัมพูชา เพื่อหารือถึงแนวทางปฏิบัติของทั้ง 2 ประเทศ เพื่อรองรับคำตัดสินของศาลโลกว่า กองทัพบกได้จัดผู้แทนร่วมไป ซึ่งจะต้องพูดคุยหลายด้าน ที่ผ่านมา เราไม่ได้หารือเฉพาะข้อขัดแย้งตามแนวชายแดน แต่ยังพูดคุยถึงความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศ เพราะการแก้ปัญหาต้องอาศัยความสัมพันธ์อันดี จากการประชุมผบ.ทบ.แปซิฟิก ผมได้เล่าให้ ผบ.ทบ.29 ประเทศฟังว่า เรามีข้อขัดแย้ง และปัญหาต่างๆที่ต้องแก้ไข ทุกคนก็เอาใจช่วย และอยากให้แก้ปัญหาด้วยสันติวิธีด้วยการพูดคุยแบบทวิภาคี เพราะเมื่อมีปัญหาต้องพูดคุยเพื่อหาทางออกให้ได้

"คิดว่า ไม่มีใครอยากจะรบกัน วันนี้คนไทยหลายกลุ่มแสดงความเป็นห่วง ผมเข้าใจและร้อนใจเหมือนกัน แต่จะหาหนทางปฏิบัติเพื่อให้เกิดสันติสุขมากที่สุด อยากให้ทุกคนตั้งสติ ก่อนหน้านี้เราเคยปะทะกับกัมพูชามาแล้ว ทุกคนเห็นว่า รุนแรง อย่ามาบอกว่า ทหารกลัว ไม่มีทหารประเทศไหนกลัวการรบ แต่กลัวความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น เพราะส่งผลกระทบกับประชาชน ในประเทศอื่นๆก็มีความขัดแย้งแต่ไม่มีการรบกัน เพราะใช้การพูดคุยกัน แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องรบ ทหารพร้อมรบเสมอ แต่ถ้ารบกันจะลามไปตลอดแนวชายแดนจนกลายเป็นการรบกันระหว่างประเทศ ทหารคงไม่เป็นไร แต่ประชาชนจะอยู่อย่างไร ผมมุ่งหวังไม่อยากให้รบกัน อยากให้สงบสติอารมณ์บ้าง และปล่อยให้เป็นหน้าที่ของผู้เกี่ยวข้องแก้ปัญหา"ผบ.ทบ. กล่าว
.
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า อย่าเอาเรื่องพรมแดนมาเป็นความขัดแย้งจนอยู่กันไม่ได้ เราควรมาสร้างประโยชน์ร่วมกัน ถ้ารบกันก็มีแต่สูญเสีย ถ้าร่วมมือกันจะได้ทั้ง 2 ประเทศ ตนได้เสนอกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมว่า ควรกำหนดพื้นที่ชายแดน บริเวณช่องทางถาวรเป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งท่านรับในหลักการ ตนมองว่า หากกำหนดเป็นพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษได้จะเป็นการแก้ปัญหาการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรได้ และจะเป็นการลดปัญหาเขตแดน ทั้ง 2 ประเทศต้องพูดคุยกันว่า จะใช้ประโยชน์จากพื้นที่เหล่านั้นอย่างไร โดยไม่มีใครเป็นเจ้าของ ตนไม่อยากให้ใช้อาวุธกัน เพราะการรบกันวันนี้ อาวุธมันรุนแรง ทหารไม่ได้กลัว แต่ห่วงว่าจะหยุดไม่อยู่ ระหว่างนี้อยากให้ทุกคนรอว่า หลังการพูดคุยจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

"สายตาทั่วโลกมองว่า ประเทศไทยใหญ่กว่า ทันสมัย กองทัพมียุทโธปกรณ์เข้มแข็ง ถ้าเราทำอะไรเกินเลยมากไปจะเสียเปรียบ ส่วนที่เราติดลำโพงตามแนวชายแดนก็มีบางสื่อบอกว่า เราไปกลัวเขา อันนี้เรียกว่า ไม่เข้าใจ และทำลายพวกเดียวกันอีก สิ่งที่ผมต้องการ คือ การสร้างความเข้าใจ เพราะบางครั้งเวลาเกิดเหตุติดต่อกันไม่ได้ ไม่ใช่ว่า ติดลำโพงเพราะเรากลัวเขา อยากให้ทุกคนเข้าใจผม ขนาดคิดละเอียดอ่อนขนาดนี้ ยังมีคนโจมตีว่ากลัวกัมพูชา อยากบอกว่า ไม่มีใครกลัวใคร สื่อเป็นส่วนหนึ่งทำให้บ้านเมืองไปได้ วันนี้ยังแก้ไขปัญหาอะไรไม่ได้สักเรื่อง เพียงก้าวแรกจะรบกันเสียแล้ว ทุกอย่างต้องเริ่มทีละขั้นจนพูดคุยกันไม่ได้แล้วถึงจะรบกัน คิดว่า ทุกปัญหามีวิธีแก้ไข อยากให้คนไทยแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี ทั้งการพูดคุย หรือ กระบวนการกฎหมาย ถ้าไม่ใช้วิธีนี้ก่อนแล้วรบกัน ประเทศชาติก็อยู่ไม่ได้ ล้มเหลวกันหมดแล้วเราจะไม่มีใครเขาคบ" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

DIT จับมือ เดอะมอลล์ ดันสินค้าชุมชนผ่าน “Farm Outlet” ชวนช้อปของดีช่วยสร้างรายได้เกษตรกร – กระตุ้นศก. ฐานราก

DIT ดันสินค้าชุมชนผ่าน “Farm Outlet” จับมือเดอะมอลล์ จัดกิจกรรม “Gourmet Market x DIT Farm Outlet” รับวันแม่

(4 ส.ค. 68) กรมการค้าภายใน DIT ส่งเสริมจัดตั้งศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรชุมชน “Farm Outlet” เพื่อเป็นช่องทางการตลาดให้เกษตรกร สถาบันเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน นำสินค้าคุณภาพดี ทั้งผลผลิตสดและผลิตภัณฑ์แปรรูปมาจำหน่ายโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง โดยดำเนินการต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2552 จนถึงปัจจุบัน รวม 57 แห่ง ใน 35 จังหวัด ควบคู่ไปกับการสนับสนุนการเรียนรู้เพิ่มศักยภาพให้ยกระดับสู่การเป็นผู้ประกอบการทั้งทักษะด้านการผลิตและการตลาด ชี้ให้เห็นความสำคัญของ “ตลาดนำการผลิต” สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค มุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มของสินค้าเกษตรชุมชนด้วยสตอรี่ที่ถ่ายทอดเรื่องราว เกิดเป็นความโดดเด่นและแตกต่างแต่ละชุมชน ทั้งหมดนี้เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ที่ไม่เพียงเกิดขึ้นกับเกษตรกรเท่านั้น แต่ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

นางสาวญาณี ศรีมณี รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมการค้าภายในได้ผลักดันสินค้าชุมชนของศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรชุมชน “Farm Outlet” ให้เข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มใหม่ๆ ทั้งคนเมืองและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ด้วยการเข้าสู่ห้างค้าปลีกชั้นนำ เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดให้กับเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการ พร้อมขานรับนโยบาย “ไทยทำ ไทยใช้ ไทยช่วยไทย” ในวันนี้จึงได้จับมือ “เดอะมอลล์ กรุ๊ป” จัดกิจกรรม “Gourmet Market x DIT Farm Outlet” ระหว่างวันที่ 15 กรกฎาคม – 15 สิงหาคม 2568  ณ กูร์เมต์ มาร์เก็ต สาขาพารากอน ขนทัพสินค้าเกษตรแปรรูปคุณภาพดี สดใหม่ ปลอดภัย ราคาย่อมเยาจากศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรชุมชน “Farm Outlet” ทั่วประเทศ กว่า 100 รายการ มาจำหน่ายให้ผู้บริโภคได้เลือกอุดหนุนสินค้าของชุมชน โดยไม่ต้องเดินทางไปถึงแหล่งจำหน่าย สินค้าเด่นต้องโดน อาทิ กระยาสารทแม่สวิง เผือกหอม จมูกข้าวชงพร้อมดื่ม ข้าวหอมมะลิแดงอินทรีย์ ข้าวฮางงอก GI ปลาเสียดเค็มหยอง ปลาเค็มคั่วโบราณ ผงโรยข้าว พริกหอม น้ำมันงาดำ กระดูกปลาฉลามแห้ง หรืองานหัตถกรรม อาทิ ผ้าคลุมไหล่บาติกมัดย้อม หมวก ตะกร้าสานผักตบชวา นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นพิเศษ อาทิ “ซื้อ 1 แถม 1” เพื่อให้ชาวกรุงได้ลองชิม และอุดหนุนสินค้าจากชุมชน 

“ขอเชิญชวนประชาชนร่วมอุดหนุนสินค้าคุณภาพจาก ศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรชุมชน (Farm Outlet) เพื่อร่วมส่งต่อรอยยิ้มและเป็นกำลังใจให้เกษตรกรและชุมชนร่วมกันพัฒนาสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นออกมาจำหน่ายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในโอกาส วันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม นี้ สินค้า “Farm Outlet” ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับการเลือกซื้อของขวัญแทนใจให้คุณแม่ อาทิ ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ผลิตภัณฑ์แปรรูป สมุนไพร เครื่องหอม งานหัตถกรรม และของใช้คุณภาพดีจากชุมชน หากผู้บริโภคที่กำลังเดินทางท่องเที่ยวก็สามารถแวะเลือกซื้อสินค้าได้ตามจุดจำหน่ายที่ตั้งอยู่ทั่วประเทศ ปัจจุบันกรมการค้าภายในได้สนับสนุนการจัดตั้งศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตรชุมชน (Farm Outlet) แล้ว 57 แห่ง ใน 35 จังหวัดทั่วประเทศ” รองอธิบดีกล่าว 

การจัดกิจกรรม “Gourmet Market x DIT Farm Outlet” ครั้งนี้ เกิดเป็นความร่วมมือต่อเนื่องในการเพิ่มช่องทางจำหน่ายสินค้าของศูนย์จำหน่ายสินค้าเกษตร “Farm Outlet” ถาวร กับ “เดอะมอลล์ กรุ๊ป” ต่อไปในอนาคต นอกจากนี้  ยังมีแผนเชื่อมโยงผลผลิตกุ้งจากเกษตรกรมาจำหน่ายด้วย ภายใต้แนวคิด “You Hunt We Cook เลือกเอง ให้เชฟทำ" เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคในเมือง ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จในการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายให้สินค้าเกษตรและสินค้าชุมชนที่ช่วยให้เกษตรกรมีรายได้ ครอบครัวมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และชุมชนขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากให้เดินไปอย่างมั่นคงและแข็งแรง

‘จีน-รัสเซีย’ เปิดฉากซ้อมรบในทะเลญี่ปุ่น 3 วัน เพื่อเสริมความร่วมมือทางทหาร ไว้ต่อกรสหรัฐอเมริกา

(4 ส.ค. 68) จีนและรัสเซียเริ่มการฝึกซ้อมรบทางทะเล (Joint Sea-2025) บริเวณทะเลญี่ปุ่นใกล้เมืองวลาดิวอสต็อก ประเทศรัสเซีย โดยจะดำเนินต่อเนื่องเป็นเวลา 3 วัน เพื่อเสริมความร่วมมือทางทหารและตอบโต้ระเบียบโลกที่นำโดยสหรัฐฯ ตามคำแถลงของกระทรวงกลาโหมจีนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

การฝึกครั้งนี้เน้นภารกิจช่วยเหลือเรือดำน้ำ ต่อต้านเรือดำน้ำ การป้องกันทางอากาศและขีปนาวุธ ตลอดจนการรบในทะเล โดยจีนส่งเรือรบ 4 ลำ รวมถึงเรือพิฆาตติดขีปนาวุธ “เซ่าซิง” และ “อุรุมชี” เข้าร่วมกับกองเรือแปซิฟิกของรัสเซีย

หลังเสร็จสิ้นภารกิจ ฝ่ายจีนและรัสเซียจะออกลาดตระเวนในน่านน้ำบางส่วนของมหาสมุทรแปซิฟิก โดยการฝึก “Joint Sea” เป็นประจำทุกปีตั้งแต่ปี 2012 และครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่จัดขึ้นในทะเลญี่ปุ่น ซึ่งปีที่แล้วจัดขึ้นใกล้ชายฝั่งตอนใต้ของจีน

แม้รัสเซียยืนยันว่าการฝึกครั้งนี้เป็นไปในเชิงป้องกัน ไม่มุ่งเป้าโจมตีประเทศใด แต่กระทรวงกลาโหมญี่ปุ่นระบุในรายงานว่า ความร่วมมือทางทหารระหว่างจีน-รัสเซียที่เพิ่มขึ้น ถือเป็นความเสี่ยงด้านความมั่นคงที่น่ากังวล ขณะที่จีนยังไม่เคยประณามสงครามยูเครน และยังไม่ส่งสัญญาณกดดันให้รัสเซียยุติความขัดแย้งตามที่ชาติยุโรปร้องขอ

‘บิ๊กเล็ก’ วอนกัมพูชามาเก็บศพทหาร หวั่นโรคระบาด!! อย่าปฏิเสธว่าไม่ใช่ ถ้าวิญญาณทหารเขมรรู้คงเสียใจ

(4 ส.ค. 68) พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เข้าร่วมประชุมศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดน โดยระบุว่า กัมพูชายังไม่มาเก็บศพทหารของตนที่เสียชีวิตหน้าแนวไทย จึงขอให้รีบดำเนินการ เพราะหากทิ้งไว้นานอาจเกิดโรคระบาด และขัดต่อศักดิ์ศรีความเป็นทหาร

“ทหารกัมพูชาเสียชีวิตในพื้นที่กัมพูชาบริเวณหน้าแนวเราเป็นจำนวนมาก แต่ถ้าอยู่ในพื้นที่เรา เราได้ส่งกลับอย่างสมเกียรติ แต่ก็เสียใจแทนทหารกัมพูชาที่เสียชีวิต เพราะรัฐบาลเขาปฏิเสธว่าไม่ใช่ ถ้าวิญญาณทหารเขารับรู้ได้คงจะเสียใจ ถึงแม้จะเป็นคู่กรณีกันก็ตาม แต่มองว่าเมื่อเสียชีวิตแล้วก็ควรให้เกียรติ” พล.อ.ณัฐพล กล่าว

พล.อ.ณัฐพล ยืนยันว่าไทยดูแลเชลยศึกกัมพูชา 18 นายตามอนุสัญญาเจนีวา และเปิดให้ ICRC เข้าตรวจสอบ พร้อมตั้งเป้าการประชุม GBC รอบนี้ให้ได้ข้อยุติที่ชัดเจน โดยคณะไทยประกอบด้วยตัวแทนเหล่าทัพ, กระทรวงต่างประเทศ และมหาดไทย ซึ่งจะหารือต่อเนื่องถึงวันที่ 6 ส.ค. ก่อนสรุปผลและนำกลับเข้าพิจารณาในที่ประชุมความมั่นคงฯ

ส่วนข่าวปลอมเรื่องทหารไทยเตรียมบุกกัมพูชานั้น พล.อ.ณัฐพลระบุว่าไม่เป็นความจริง และทำให้สถานการณ์ชายแดนตึงเครียดโดยไม่จำเป็น พร้อมขอให้ทุกฝ่ายติดตามข้อมูลจาก ศบ.ทก. เท่านั้น เพราะเป็นแหล่งข่าวที่ผ่านการตรวจสอบ ไม่ทำให้ไทยเสียเครดิตในเวทีระหว่างประเทศ

สำหรับกรณีโดรน พล.อ.ณัฐพลระบุว่า ส่วนใหญ่ที่ล้ำแดนมาจากฝั่งกัมพูชา และฝ่ายไทยมีข้อมูลพร้อมตอบโต้ในที่ประชุม ขณะเดียวกันยอมรับว่า คู่เจรจากัมพูชารับมือยาก มักพูดอย่างทำอีกอย่าง ทำให้ไทยต้องประเมินความจริงใจต่อการคืนสู่สันติภาพแบบก้าวต่อก้าว พร้อมย้ำว่าไม่ได้โยนภาระให้กองทัพ แต่ทุกฝ่ายต้องร่วมมือและเคารพผลของ GBC อย่างแท้จริง

กระทรวงอุตฯ บุกจับโรงงานกระดาษไร้ใบอนุญาต หลัง ปชช. ร้องเรียนปล่อยน้ำเสียผ่านไลน์ “แจ้งอุต”

(4 ส.ค. 68) นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและโฆษกกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ ได้มีประชาชนแจ้งเบาะแสผ่านแพลตฟอร์ม “แจ้งอุต“ ที่ทาง นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม จัดตั้งขึ้นเพื่อให้ประชาชนทั่วไปร้องเรียนเรื่องปัญหาอุตสาหกรรม ว่าพบมีการปล่อยน้ำเสียลงในลำน้ำสาธารณะ ที่ อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ 

หลังได้รับเรื่องร้องเรียน ทางสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรปราการ ร่วมกับเจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนตำบลบางเสาธง ซึ่งเป็นผู้ดูแลพื้นที่ดังกล่าวเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเร่งด่วน พบว่าแหล่งปล่อยน้ำเสียมาจาก โรงงาน บริษัท หัวผู่ เปเปอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ตั้งอยู่ที่ ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ มีกรรมการบริษัท ชื่อ นายฉวน หลี่ ประกอบกิจการผลิตกระดาษลูกฟูก โดยไม่ได้ขออนุญาต ซึ่งมีความผิดตาม พ.ร.บ.โรงงาน พ.ศ. 2535 จากการตรวจสอบพบของเสียในพื้นที่จริง จึงได้เก็บตัวอย่างของเสียที่เกิดจากการประกอบกิจการ ส่งไปตรวจวิเคราะห์ เพื่อประกอบการพิจารณาตามกฎหมาย และได้ลงบันทึกประจำวันไว้ที่สถานีตำรวจภูธรบางเสาธง เพื่อดำเนินคดีกับบริษัทแล้ว จำนวนรวม 2 ข้อหา ดังนี้

1) ตั้งโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษจำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2) ประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษจำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

"โรงงานแห่งนี้มีการลักลอบดำเนินการกิจการ เดินเครื่องจักรโดยไม่ได้ขออนุญาต เป็นเวลากว่า 2 ปี และไม่มีระบบบำบัดใด ๆ แอบปล่อยน้ำเสียที่อาจจะเจือปนโลหะหนักลงลำรางสาธารณะ ซึ่งจะส่งผลเสียกับสุขภาพของประชาชน จึงให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีทั้งจำและปรับตามที่กฎหมายกำหนดโดยเด็ดขาด ทั้งนี้ ต้องขอบคุณประชาชนที่ช่วยแจ้งเบาะแสสำคัญผ่านทางแจ้งอุต อีกครั้ง ในกรณีนี้ใช้กระบวนการเพียงแค่ 5 วันเท่านั้น ตั้งแต่ขั้นตอนเข้าตรวจสอบ การแจ้งจับ และปิดโรงงาน ทำให้ผู้เดือดร้อนได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็ว" นายพงศ์พล กล่าว

ทั้งนี้ หากประชาชนมีเบาะแสเกี่ยวกับโรงงานเถื่อน โรงงานปล่อยมลพิษ หรือได้รับความเดือดร้อนจากการประกอบกิจการ สามารถแจ้งเหตุมาได้ที่ไลน์ ”แจ้งอุต“ ผ่านระบบTraffy Fondue ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเป็นช่องทางที่รวดเร็วที่สุดเชื่อมโยงกับชุดปฏิบัติการสุดซอย ที่ผ่านมามีผู้ร้องเรียนผ่านแจ้งอุต ที่พึ่งเปิดตัวช่วงเดือน ก.พ. 2568 จำนวนทั้งสิ้น 1,341 เรื่อง มากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วเกือบ 5 เท่า แสดงถึงความตื่นตัวของประชาชนในการมีส่วนร่วมแก้ปัญหาเรื่องทุนเทา อุตสาหกรรมศูนย์เหรียญ ที่ไม่มีความรับผิดชอบร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นอย่างดี

สโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ ขึ้นแบนเนอร์ #TruthFromThailand พร้อมธงชาติไทย ประกาศให้ทั่วโลกรับรู้ความจริงจากไทย ในนัดอุ่นเกือกฟิออเรนติน่า

(4 ส.ค. 68) ทีมฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ สโมสรชื่อดังในอังกฤษ ซึ่งบริหารโดยกลุ่มทุนไทย “คิง เพาเวอร์” แสดงจุดยืนช่วยเผยความจริงให้ชาวโลกรับรู้สถานการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ด้วยการขึ้นแบนเนอร์คำว่า #TruthFromThailand พร้อมธงชาติไทย บนข้างสนามและสกอร์บอร์ด ระหว่างเกมอุ่นเครื่องที่เอาชนะ ฟิออเรนตินา ทีมแกร่งจากอิตาลี 2-0 เมื่อวันที่ 3 สิงหาคมที่ผ่านมา

การแสดงออกครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางความพยายามของกัมพูชาในการบิดเบือนข้อเท็จจริง โดยกล่าวหาว่าไทยเป็นฝ่ายเริ่มความรุนแรง ทั้งที่มีหลักฐานชัดเจนว่ากัมพูชาใช้จรวด BM-21 โจมตีใส่พื้นที่พลเรือนฝั่งไทยก่อน ซึ่งถือเป็นการกระทำที่รุนแรงและละเมิดหลักมนุษยธรรมอย่างยิ่ง

สถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชายังคงตึงเครียดต่อเนื่อง แม้จะมีความพยายามเจรจาหยุดยิงแล้วก็ตาม แต่ยังไม่มีสัญญาณที่แน่ชัดว่าจะยุติความรุนแรงได้ในเร็ววัน ขณะที่ฝ่ายไทยยังยืนยันจุดยืนในการปกป้องอธิปไตยและความปลอดภัยของประชาชนอย่างเข้มแข็ง

สำหรับเลสเตอร์ ซิตี้ เตรียมเปิดฤดูกาลใหม่ในศึกแชมเปียนชิพ อังกฤษ วันที่ 10 สิงหาคม 2568 โดยจะพบกับทีมเชฟฟีลด์ เวนส์เดย์ เวลา 22.30 น. ตามเวลาไทย ซึ่งเป็นอีกเวทีสำคัญที่สายตาชาวโลกรอจับตา ทั้งในเรื่องกีฬาและท่าทีของสโมสรต่อเหตุการณ์ระหว่างประเทศครั้งนี้

ทัพเรือภาคที่ 1 จัดกิจกรรม “ผู้นำเยาวชนพัฒนาสัมพันธ์ กองทัพเรือ” ประจำปี 2568 ณ โรงเรียนมาบตาพุดพันพิทยาคาร จังหวัดระยอง

(4 ส.ค. 68) ระหว่างวันที่ 2–3 สิงหาคม 2568 กองทัพเรือ โดย ทัพเรือภาคที่ 1 ได้จัดกิจกรรม “ผู้นำเยาวชนพัฒนาสัมพันธ์ กองทัพเรือ” ประจำปี 2568 ณ โรงเรียนมาบตาพุดพันพิทยาคาร อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง โดยมี พลเรือโท อาภา ชพานนท์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรม พร้อมด้วย นายทัศกร โนชัย รองผู้อำนวยการโรงเรียน และคณะครูอาจารย์ให้การต้อนรับ

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้เป็นนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.1) และตอนปลาย (ม.4) จำนวนกว่า 1,400 คน วัตถุประสงค์ของกิจกรรมเพื่อส่งเสริมเยาวชนให้เกิดความรัก ความสามัคคี ความสมานฉันท์ และเรียนรู้การอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสันติ พร้อมสร้างแรงบันดาลใจในการนำสิ่งที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงการเผยแพร่แนวคิดแห่งความสมานฉันท์ในชุมชนอย่างยั่งยืน

ในการนี้ ทัพเรือภาคที่ 1 ได้นำกำลังพลจิตอาสา ร่วมกับนักจิตวิทยาจาก โรงพยาบาลอาภากรเกียรติวงศ์ และ ชุดปฏิบัติการจิตวิทยา ฐานทัพเรือสัตหีบ จัดกิจกรรมอบรม ความรู้ และนันทนาการ อาทิ การเล่นเกม การฝึกทักษะ และการทำงานเป็นทีม เพื่อเสริมสร้างความสามัคคีและจิตสำนึกความเป็นไทย แ และนอกจากนี้กลุ่มอาสาสมัคร “ใจถึงใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน” นำโดย นายฝันเด่น จรรยาธนากร (พี่เล็ก) ได้จัดทำอาหารกลางวันให้กับนักเรียน ครู และผู้เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมด ซึ่งบรรยากาศเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ และความประทับใจจากน้อง ๆ เยาวชน ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่กองทัพเรือมุ่งมั่นในการพัฒนาและส่งเสริมเยาวชนไทยให้เติบโตเป็นพลังสำคัญของชาติอย่างแท้จริง

สมนึก เชื้อสนุก/รายงาน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top