Tuesday, 4 August 2026
TheStatesTimes

‘สาว’ แชร์อุทาหรณ์ อากาศร้อนจัด จนทำที่นอนไหม้ เหตุ แสงแดดสะท้อนใส่เก้าอี้สแตนเลส งานนี้ชาวเน็ตแห่เตือน

(22 เม.ย.66) สภาพอากาศร้อนจัดในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยล่าสุดมีผู้ใช้ติ๊กต๊อก บัญชี ‘rainny..f’ เผยคลิปผลพวงจากความร้อน หลังนำที่นอนไปตากไว้กลางแดด และมีควันพุ่งออกมาเป็นวงกลม ซึ่งพบว่าที่นอนไหม้นั่นเอง โดยเจ้าตัวบอกว่า "ร้อนจนไหม้ สะท้อนกับเก้าอี้ เดินไปไฟไหม้เฉย" ซึ่งแน่นอนว่าชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นว่าเคยมีประสบการณ์แบบนี้เช่นเดียวกัน 

"เก้าอี้สเเตนเลส เวลาโดนเเสงเเล้วมันเป็นจุดรวมเเสงเหมือนเเว่นขยายเลย โต๊ะไม้สักไหม้มาเเล้ว เศร้า", "เก้าอี้สแตนเลสสะท้อนแสงอาทิตย์ ทำให้ไฟไหม้สิ่งของที่ติดไฟได้ค่ะ มีให้เห็นในข่าวทุกปีค่ะ ", "เป็นไปได้ค่ะโลกร้อนเราอยู่ในบ้านไม่โดนแดดยังแสบหน้าสงสารคนทำงานกลางแดดมาก ดูแลตัวเองด้วยค่ะ", "ตรงที่มันโค้งๆ มันก็เหมือนเลนส์นูน รวมแสงอยู่จุดเดียว ก็เลยไหม้ โชคดีมากที่เห็น"


ที่มา : https://www.naewna.com/likesara/726086

‘ก้าวไกล’ ขอเข้ามาทำนโยบายให้เป็นจริง ชวนหัวคะแนนหาเสียงร่วมกัน ลั่น!! เลือกตั้งครั้งนี้ต้องเป็น รบ. เท่านั้น เพื่อเปลี่ยนอนาคตคนไทยทุกคน

(22 เม.ย.66) ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ เขต 27 (เขตบางบอน และเขตบางขุนเทียน) เบอร์ 1 ร่วมปราศรัย “ทัพใหญ่ก้าวไกล ปราศรัยโค้งสุดท้าย” ที่สามย่านมิตรทาวน์ กล่าวว่า ย้อนกลับไปเมื่อปี 2562 ตอนนั้นอายุเพียง 27 ปี จบ ปวส. ทำอาชีพรับเหมา ไม่เคยคิดฝันว่าต้องเข้าสู่การเมือง แม้ชอบการเมืองตั้งแต่เด็ก แต่ในชีวิตไม่มีใครอยู่ในวงการการเมืองเลย และมองการเมืองเป็นเรื่องไกลตัวมาโดยตลอด

แม้มีพรรคอนาคตใหม่ ตนก็ไม่ได้หวังจะมาเป็น ส.ส. ตอนนั้นได้สมัครสมาชิกพรรคจ่าย 2,000 บาท เพื่อเป็นการขอบคุณการปราศรัยของธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ในเวลานั้น เนื่องจากธนาธรปราศรัยว่า สังคมไทยและคนไทยไม่จำเป็นต้องประจานความจนของตัวเองเพื่อรับสวัสดิการ อยู่มาวันหนึ่งก็ได้รับข้อความจากพรรคอนาคตใหม่ว่า พรรคของคุณกำลังเปิดรับ ส.ส. จนกลายเป็น ส.ส.กาย ณัฐชาในทุกวันนี้

"ผมก้าวข้ามเส้นความกลัวและพลิกชีวิตตัวเองตอนอายุ 27 ชนะเลือกตั้งตอนอายุ 28 ปี ได้รับคะแนนความไว้วางใจจากพี่น้องบางขุนเทียน 38,340 คะแนน" ณัฐชากล่าว

ณัฐชากล่าวต่อว่า ตอนที่เข้าสภาฯ ชั่วคราวในช่วงแรกที่เป็น ส.ส. ตนไม่กล้าลุกขึ้นพูดหรืออภิปราย เนื่องจากหันซ้ายหันขวาก็เจอนักการเมืองที่เห็นในทีวีเห็นในข่าวมาตั้งแต่เด็ก จนวันหนึ่ง ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ในขณะนั้น กล่าวกับตนว่า สภาฯ เป็นที่ของทุกคน เพราะสภาฯ ไม่สามารถสร้างให้คน 66 ล้านคนเข้ามาเถียงกันได้ จึงสร้างระบบตัวแทน และตนก็เป็นตัวแทนของประชาชน เพราะฉะนั้นไม่ว่าอย่างไร แค่เอาความรู้สึกนึกคิดตอนเป็นประชาชนมาสะท้อนให้ได้มากที่สุด จึงทำให้ณัฐชากลายเป็นณัฐชาอย่างทุกวันนี้

พลเอกไพโรจน์ นาคฉัตรีย์ เป็นนายกสมาคมชาวจังหวัดชุมพร ต่ออีกหนึ่งสมัย

วันนี้ 22 เมษายน 2566 เวลา 10.00 น. ที่ร้านอาหารครัวชวนชม ถนนงามวงศ์วาน กรุงเทพมหานคร มีการประชุมใหญ่สามัญ สมาคมชาวจังหวัดชุมพร ประจำปี 2565 โดยมีนายอาทิตย์ สินธพานนท์ เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วย นายลือชัย มณีศรี เป็นเลขานุการ ก่อนเข้าระเบียบวาระ นายลือชัย มณีศรี แจ้งว่า นายวิชิต ดิลกวิลาศ อุปนายก ได้ประสานงาน  รศ.ดร.บุญยิน จินาจิ้น ภูมิลำเนาเดิมเป็นคนอำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพรผู้มีความรู้ความสามารถ มาเป็นสมาชิกใหม่ของสมาคม และได้แนะนำให้ที่ประชุมรู้จักและรับทราบ ต่อมานายกสมาคมชาวจังหวัดชุมพรพร้อมคณะมอบช่อดอกไม้

โดยในวันนี้มีการประชุมตามระเบียบวาระ นายลือชัย รายงานผลการดำเนินงานต่อที่ประชุมในการดำเนินกิจกรรมของสมาคมที่ผ่านมา เป็นวาระเพื่อทราบ โดยในปี 2563 มีการประชุมกรรมการรวม 4 ครั้ง เป็นการประชุมใหญ่ 2 ครั้ง และประชุมวาระปกติ 2 ครั้ง มีกิจกรรมจากเดือนกรกฎาถึงสิ้นปีรวม 8 รายการ ในปี 2564 ไม่มีการประชุม มีกิจกรรมต่างๆรวม 14 รายการ ส่วนปี 2565 มีการประชุมกรรมการสมาคมรวม 3 ครั้ง ดำเนินกิจกรรมรวม 21 รายการ  และมีกิจกรรมสำคัญอีกกิจกรรมหนึ่งคือโครงการหนองใหญ่มินิมาราธอน เดินวิ่งการกุศล ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  มีผู้มาร่วมเดิน-วิ่ง ประมาณ 1,500 คนเศษ มีเงินรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว จำนวน 130,436 บาท

ต่อมาเป็นวาระเพื่อพิจารณา มีการเลือกนายกสมาคมชาวจังหวัดชุมพร คนใหม่ เนื่องจากนายกสมาคมหมดวาระ ที่ประชุมใหญ่ได้เลือกพลเอกไพโรจน์ นาคฉัตรีย์ เป็นนายกสมาคมชาวจังหวัดชุมพร ต่ออีกสมัยหนึ่ง และนายกสมาคมเลือกนายลือชัย มณีศรี เป็นกรรมการและเลขาธิการ

‘มาดามเดียร์’ แนะรัฐต้องสร้างพื้นที่ปลอดภัยโอบรับคนรุ่นใหม่ พร้อมดันนโยบายกองทุนไอเดียหมื่นล้านเติมทุนตามฝันคนทุกวัย

(22 เม.ย.66) น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง กทม. พรรคประชาธิปัตย์ ร่วมเวทีเสวนา 'Lost & Found: ตามหาความฝันที่หล่นหายของคน Gen Z' กล่าวว่า เด็ก Gen Z หลายคนถูกบังคับให้เลือกบนทางเลือกที่จำกัดหรือแทบจะไม่มีทางเลือกเลย เด็กจบใหม่ไม่เป็นพนักงานประจำ ก็เป็นฟรีแลนซ์ แต่ก็มีไม่กี่คนมีทุนและได้เป็นเจ้าของกิจการ สำหรับคนที่ไม่มีทุนต้องแลกที่จะแยกออกมาอยู่คนเดียวในเมืองอยู่ในพื้นที่แคบเพื่อง่ายต่อการทำงาน ทำให้เกิดปัญหา Mental Health สังคมเริ่มป่วย ความรุนแรงเริ่มเกิดขึ้นกับคนที่อายุน้อยลงเรื่อยๆ ทั้งที่ไม่ควรเกิดขึ้น 

ทั้งหมดนี้เกิดจากความเลื่อมล้ำ พรรคประชาธิปัตย์ต้องการสร้างโอกาสที่เท่าเทียมกัน เพื่อให้เด็ก Gen Z สร้างฝันของตัวเองให้เป็นจริง โดยนโยบายทางการศึกษา ให้เรียนฟรีจนจบปริญญาตรีโดยเริ่มจากสาขาที่ขาดแคลนในตลาดก่อนและค่อยขยายไปสาขาอื่นๆ นโยบายธนาคารชุมชน-หมู่บ้าน กองทุนไอเดียหมื่นล้าน และกองทุนเอสเอ็มอี-สตาร์ตอัป เพื่อสานฝันให้คน Gen Z มีเงินทุนเพื่อประกอบธุรกิจทำตามความฝัน เติมต้นทุนในชีวิต และสุดท้ายคือนโยบายกระจายความเจริญออกไปสู่ภูมิภาค

น.ส.วทันยา ตั้งคำถามว่า คนทุกวัยมีเป้าหมายในชีวิต แต่บริบทสังคมอะไรที่จะทำให้เขาเข้าถึงเป้าหมาย และครอบครัว สังคม หรือรัฐบาลมีความเข้าใจที่จะส่งเสริมให้ถึงเป้าหมายหรือไม่? น.ส.วทันยา กล่าวว่า เราต้องสร้างตาข่ายที่รองรับให้คนรุ่นใหม่รู้สึกว่าถ้าเขาล้มเขายังอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย ตั้งแต่รัฐสวัสดิการ ที่อยู่อาศัย หรือการดูแลของรัฐในช่วงเกษียณ นอกจากนี้รัฐต้องส่งเสริมให้ทุกคนมีโอกาสที่เท่าเทียมให้ยืนบนลำแข้งของตัวเองให้ได้ และสร้างพื้นที่ปลอดภัยที่โอบรับทุกคน สิทธิ เสรีภาพ ความรักความอบอุ่น ให้เขามีความเชื่อมั่นในตัวเองเพียงพอที่จะออกไปต่อสู้กับโลกภายนอก โดยเฉพาะความผันผวนของโลก ไม่ว่าจะเป็นสงคราม โลกร้อน โรคระบาด ฯลฯ 

‘สุดารัตน์’ ลั่นกลางลานคนเมือง!! ขอพาปชช.ไปสู่ชัยชนะ ขอใช้ประสบการณ์ 30 ปี แก้ทุกข์คนไทย ทำได้ทำจริง!! เลือกเบอร์ 32

(22 เม.ย.66) คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคไทยสร้างไทย นายสุพันธุ์ มงคลสุธี รองหัวหน้าพรรค ไทยสร้างไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี น.อ.อุดิษฐ์ นาครทรรพ รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย นายนพดล มังกรชัย รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย พร้อมผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคไทยสร้างไทย ร่วมปราศรัยใหญ่พรรคไทยสร้างไทย พร้อมประชันวิสัยทัศน์ ของผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคไทยสร้างไทย สะท้อนการทำงานและความมุ่งมั่นตั้งใจในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชน หลังลงพื้นที่ทำงานรับใช้ชาวกรุงเทพมหานครมาอย่างยาวนานซึ่งได้รับความสนใจ จากชาวกรุงเทพในแต่ละเขตร่วมรับฟังจนแน่นขนัดลานคนเมือง 

คุณหญิงสุดารัตน์ ขึ้นเวทีกล่าวถึงจดหมายเปิดผนึกซึ่งสะท้อนความในใจ ในฐานะแม่ของลูก 3 คน ว่า คิดเหมือนพ่อแม่หลายคน ที่ตอบลูกไม่ได้ว่า พวกเขาจะมีอนาคตในประเทศนี้อย่างไร 
และในฐานะหัวหน้าพรรคการเมือง ดิฉันได้เดินทางไปทั่วประเทศได้สัมผัสความทุกข์ของพี่น้องทั่วประเทศ ที่วิ่งเข้ามากอด ร้องไห้ และฝากความหวังไว้กับดิฉัน ดิฉันได้แบกรับความทุกข์ของพี่น้องไว้เต็มหัวใจ ด้วย 2 เหตุผลนี้ ดิฉันจึงตั้งใจใช้ประสบการณ์ 30 ปี มาแก้ทุกข์ให้พี่น้องหายจน หมดหนี้ มีรายได้อย่างยั่งยืนให้สำเร็จ พร้อมนำทีมคนรุ่นใหม่ของพรรคไทยสร้างไทย ขอทำภารกิจครั้งสุดท้ายเพื่อ “สร้างประเทศไทยที่ดีที่สุด ให้คนรุ่นต่อไป”

“พอหรือยัง! กับ 17 ปีที่ประเทศต้องติดหล่มความขัดแย้งการเมือง 2 ขั้วเกิดรัฐประหาร 2 ครั้ง ทำประชาชนทุกข์ยากอย่างแสนสาหัส ประเทศถดถอยทุกด้านการเลือกตั้งครั้งนี้ ถ้าพี่น้องเลือกแบบเดิมๆ เลือกพรรคเดิมๆ เสี่ยงเกิดความขัดแย้งรอบใหม่ การรัฐประหารก็อาจจะเกิดขึ้นมาอีก ประเทศเดินต่อไม่ได้แก้ปัญหาการเมืองไม่ได้ ก็แก้เศรษฐกิจไม่ได้ ดิฉันขอยืนยันว่า พรรคใหม่ แต่มากประสบการณ์อย่างไทยสร้างไทยจะเป็นทางรอดของประเทศ เรายึดมั่นในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ไม่สนับสนุนเผด็จการ ไม่เอานักการเมืองฉ้อฉล และไม่เป็นนอมินีของใคร ไม่พาประเทศไปสู่วิกฤติ เพราะไทยสร้างไทยนายใหญ่คือประชาชน  “ดิฉันขออาสาพาประชาชนไปสู่ชัยชนะ เร่งดูแลปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง ดูแลคนไทยตั้งแต่เกิดจนแก่ให้อยู่อย่างมั่นคงและมีศักดิ์ศรี มั่นใจสุดารัตน์ ทำได้ทำจริง โปรดเลือกพรรคไทยสร้างไทย พรรค “ส” หมายเลข 32”

‘ธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา’ ผู้สมัครส.ส.สุรินทร์ รทสช. เสียชีวิตลงแล้ว สาเหตุคาดมาจากโรคมะเร็ง

(22 เม.ย.66) ผู้สื่อข่าว ‘มติชน’ ประจำจังหวัดสุรินทร์ รายงานว่า อดีต ส.ส.สุรินทร์ 3 สมัยผู้สมัคร ส.ส.สุรินทร์เขต 6 พรรครวมไทยสร้างชาติ นายธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา หรือเกิ๊ด ได้เสียชีวิตลงเมื่อเวลา 18.10 น ของวันที่ 22 เมษายน 2566 ที่โรงพยาบาลสุรินทร์ สาเหตุน่าจะมาจากการเป็นโรคมะเร็ง ที่นายธีระทัศน์ต้องรักษาตัวมาหลายเดือนแล้ว

นายธีระทัศน์ เป็นอดีต ส.ส.สุรินทร์ 3 สมัยล่าสุดสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ และก่อนนี้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติงานที่กระทรวงมหาดไทยในสมัย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี


ที่มา : https://www.matichon.co.th/politics/news_3938760

‘บิ๊กป้อม’ นำทัพปราศรัยใหญ่โคราช ช่วยผู้สมัคร ส.ส. 16 เขต หาเสียง ชู นโยบาย ‘อีสานประชารัฐ’ พัฒนาความเจริญ สร้างรถไฟทางคู่

(22 เม.ย.66) ที่ลานจอดรถตลาดเซฟวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นำคณะกรรมการบริหารพรรคพปชร. นายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรค นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.พะเยา ประธานยุทธศาสตร์ภาคเหนือ ปราศรัยนำเสนอนโยบายพรรค ช่วยผู้สมัคร ส.ส.นครราชสีมา 16 เขต หาเสียง 
.
ประกอบด้วย ผู้สมัคร ส.ส. ทั้ง 16 เขต ประกอบด้วย นายเกษม ศุภรานนท์ เขต 1 เบอร์ 7, นายประพิศ นวมโคกสูง เขต 2 เบอร์ 11, นายวีระวัฒน์ มิตรสูงเนิน เขต 3 เบอร์ 2, นายสุธรรม พรสันเทียะ เขต 4 เบอร์ 9, นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ เขต 5 เบอร์ 3 ,นางอรทัย พลวิเศษ เขต 6 เบอร์ 7 ,นางทัศนียา รัตนเศรษฐ เขต 7 เบอร์ 3 ,น.ส.อรัชมน รัตนเศรษฐ เขต 8 เบอร์ 5, นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ เขต 9 เบอร์ 3 ,นายณัฐพล ชวนกระโทก เขต 10 เบอร์ 8, พ.ต.อ.ปริวัฒน นาคํา เขต 11 เบอร์ 5, น.ส.กาญจนา เปรมภิรักษา เขต 12 เบอร์ 6, นายสุกฤษณ วัชรมาลีกุล เขต 13 เบอร์ 7, นายวิรัตน วาริชอลังการ เขต 14 เบอร์ 4, นายพจน เจริญสันเทียะ เขต 15 เบอร์ 6, นายตติรัฐ รัตนเศรษฐ เขต 16 เบอร์ 3 โดยมีประชาชนร่วมฟังปราศรัยอย่างคึกคัก เต็มพื้นที่ลานจอดรถตลาดเซฟวัน ที่เตรียมเก้าอี้ไว้ประมาณ 2 หมื่นคน 

ร.อ.ธรรมนัส ปราศรัยตอนหนึ่งว่า เวลาเราจะปลูกบ้านให้ไปดูที่ประตูและรั้วบ้านถ้าแข็งแรงดีบ้านหลังนั้นจะต้องดี ซึ่งโคราชเป็นประตูสู่ภาคอีสาน เป็นตัวชี้วัดว่าอีสานจะเจริญหรือไม่ ให้ดูที่โคราช เพราะ จ.นครราชสีมา เหมือนร่างกายมนุษย์ ที่มี 32 อำเภอ โดยพปชร.จะเปิดประตู่สู่อีสาน เนื่องจาก ผู้สมัคร ส.ส.หลายคนของพรรคพูดถึงนโยบายพปชร.คำว่า ประชา ที่ประกอบจากหลายส่วน เราจึงต้องการความมั่นคงเพื่อให้เกิดความมั่งคั่งทั้ง 77 จังหวัด เมื่อเรารักกันจะเกิดความสามัคคี ที่จะนำไปสู่ความสำเร็จ สำหรับนโยบายของพรรคโดยเฉพาะเรื่องออกโฉนดที่ดินสปก.เราจะทำทันทีหลังตั้งรัฐบาล โดยเตรียมที่ดินกว่า 40 ล้านไร่ ให้ประชาชนเข้าอยู่อาศัยได้ถูกต้องตามกฎหมาย ขณะที่ที่ดินราชพัสดุ เราได้แก้กฎหมายเพื่อเปิดให้ประชาชน ที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าอยู่มาก่อนปีพ.ศ. 2484 สามารถออกเอกสารสิทธิ์ให้ทันที

'พิธา' ยกทัพใหญ่บุกสามย่าน ประกาศ '9 เปลี่ยน' คนไทยไว้ใจได้ ย้ำ!! จุดยืนชัด “มีลุงไม่มีเรา-มีเราไม่มีลุง”

(22 เม.ย.66) 'พิธา' ปิดเวทีทัพใหญ่ก้าวไกลบุกสามย่าน ตื้นตันกระแสพุ่งทะยานอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนตั้งแต่มีพรรค ชวนทุกคนที่ยังไม่ตัดสินใจ ร่วม “9 เปลี่ยน” ย้ำ ก้าวไกลคือความเปลี่ยนแปลงที่ไว้ใจได้ ตรงไปตรงมา “มีลุงไม่มีเรา-มีเราไม่มีลุง”

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ปราศรัยปิดท้ายเวทีปราศรัย “ทัพใหญ่ก้าวไกล ปราศรัยโค้งสุดท้าย” ที่สามย่านมิตรทาวน์ ท่ามกลางผู้เข้าร่วมฟังการปราศรัยที่ล้นหลาม

โดยพิธาระบุว่าปัจจุบันการหาเสียงของพรรคก้าวไกลเข้าฝักเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นความชัดเจนตรงไปตรงมา และความพร้อมในการเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปของตน นี่เป็นเวลาที่อันดับในโพลล์ของพรรคก้าวไกลขึ้นมากที่สุดตั้งแต่มีพรรคก้าวไกลมาและสูงกว่าสมัยอนาคตใหม่ด้วยซ้ำ การค้นหาในกูเกิลเทรนด์สูงสุดตั้งแต่มีพรรคก้าวไกลมา คนที่โทรเข้าฮอทไลน์ของพรรคก้าวไกลเพิ่มขึ้นกว่า 5 เท่า คนซื้อสินค้าพรรคก้าวไกลเพิ่มขึ้น 15-20 เท่า และยอดบริจาคผ้าป่าก้าวไกลตอนนี้ ได้มาเกิน 10 ล้านบาทแล้ว ทุกพื้นที่ในประเทศไทยที่ตนไป ได้รับการต้อนรับจากประชาชนเป็นอย่างดีมาจนถึงตอนนี้

ในโอกาสนี้ ตนอยากสื่อสารถึงประชาชนคนไทยทุกคนสามกลุ่ม คือ กลุ่มแรก คนที่ยังคิดไม่ออกว่าวันที่ 14 พ.ค. นี้จะออกมาเลือกตั้งหรือไม่ ซึ่งตนเข้าใจว่าหลายคนอาจจะมีความจำเป็น ทั้งเรื่องของการเดินทางที่ยากลำบาก มีลูกหลานที่ต้องดูแล มีพ่อแม่ที่ป่วยติดเตียง หรือต้องเปิดร้านออกมาไม่ได้ แต่ตนอยากเชื้อเชิญให้ทุกคนเชื่อมั่น ว่าหากเราคือ...ความเปลี่ยนแปลงที่ท่านถวิลหา, ความเปลี่ยนแปลงที่ท่านเชื่อถือได้, ความเปลี่ยนแปลงที่มีประสิทธิภาพ และความเปลี่ยนแปลงที่คุ้มค่า 14 พฤษภาคม เข้าคูหากาก้าวไกล ให้ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม

สำหรับกลุ่มคนที่สอง คือทุกท่านที่ยังไม่ตัดสินใจว่าจะเลือกพรรคไหน ตนยืนยันได้ว่าพรรคก้าวไกลคือการเปลี่ยนแปลงที่เชื่อถือได้ ตรงปก เลือกแบบไหนได้แบบนั้นแน่นอน คือมี "ลุงไม่มีเรา-มีเราไม่มีลุง" และสุดท้าย คนที่ในการเลือกตั้งครั้งที่แล้วเลือกพรรคอื่นแล้วผิดหวัง ไม่เป็นไปตามสัญญา ตนขอยืนยันว่ากว่า 300 นโยบายที่พรรคก้าวไกลทำไว้ มีเงินจ่ายและทำได้จริงแน่นอน โดยเฉพาะรัฐสวัสดิการที่ต้องเกิดขึ้นในประเทศไทย

พิธากล่าวต่อไป ว่าเพราะการกาให้พรรคก้าวไกล จะทำให้เกิด “9 เปลี่ยน” ครั้งประวัติศาสตร์อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาในประเทศไทยก่อน ตามยุทธ์ศาสตร์ “การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต” ของพรรคก้าวไกล เป็นการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง 3, ปากท้อง 4 และอนาคต 2 กล่าวคือ...

1) เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่เราจะมีรัฐธรรมนูญของประชาชน โดยประชาชน เพื่อประชาชน เปลี่ยนจากเผด็จการจำแลงให้เป็นประชาธิปไตยเต็มใบ 

2) เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่จะเปลี่ยนประเทศที่ทุกอย่างถูกรวมศูนย์อยู่ที่กรุงเทพให้เป็นประเทศไทย ด้วยการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ 

3) เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทย ที่จะมีระบบการแก้ปัญหาทุตริต โดยพลิกโฉมเปลี่ยนจากรัฐปกปิดให้เป็นรัฐโปร่งใส

4) เปลี่ยนจากที่ดินนายทุน ขุนศึก ศักดินา ให้กลายเป็นที่ดินของประชาชน 

5) สำหรับแรงงานทั่วประเทศ เปลี่ยนจากการขึ้นค่าแรงตามใจผู้มีอำนาจ เป็นการขึ้นค่าแรงที่แปรผันตามค่าครองชีพ โดยจะขึ้นทันที 450 บาท ก่อนขึ้นอัตโนมัติตามค่าครองชีพ 

‘สมช.-ศอ.บต.-หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง’ ประชุมเตรียมดูแลคนไทย-นศ.ไทยในซูดาน หลังเหตุปะทะยังรุนแรง วางแผนเตรียมอพยพ-ช่วยเหลือด้านเทียบโอนหน่วยกิต

(22 เม.ย.66) นายชนธัญ แสงพุ่ม รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) พร้อมด้วยนายสมชาย เกียรติ์ภราดร ผู้อำนวยการกองบริหารยุทธศาสตร์การพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมบูรณาการและประสานการปฏิบัติระหว่างหน่วยงาน ในการเตรียมความพร้อมการดูแลคนไทยและนักศึกษาไทยมุสลิมที่ศึกษาในสาธารณรัฐซูดาน ณ ห้องประชุมเจริญจิตต์ ณ สงขลา ศอ.บต. โดยมีพลเอก สุพจน์ มาลานิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ เป็นประธานการประชุมฯ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมผ่านระบบ (Video Conference System) 

โดยในที่ประชุมกระทรวงต่างประเทศ ได้รายงาน สถานการณ์ที่ประเทศซูดานว่า ขณะนี้ยังไม่มีความแน่นอน เนื่องจากการปะทะกันยังกระจัดกระจายและยังมีความเสี่ยงทั้งการอยู่ภายในที่พักอาศัยและการออกมาภายนอก อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงการต่างประเทศ ได้เสนอ Option เส้นทางการอพยพสู่พื้นที่ปลอดภัย ณ สนามบินประเทศเพื่อนบ้านซูดานเช่น ไคโร ซาอุ และ ฐานทัพสหรัฐที่ Djibouti โดยทางกระทรวงการต่างประเทศ จะหารือเรื่องการอำนวยความสะดวกต่างๆ กับประเทศที่เกี่ยวข้อง ร่วมทั้งพันธมิตรประเทศที่มีความพร้อมในการอพยพด้วย นอกจากนี้ทางกองทัพได้เตรียมความพร้อมของอากาศยานโดยการจัดเตรียมเครื่องบินไว้แล้วและรอการพิจารณาเส้นทางที่แน่ชัดจากทางภาครัฐ ซึ่งจะร่วมกับกระทรวงต่างประเทศ ในการสนับสนุนการอพยพคนไทย การรับรองดูแลคนไทยเมื่อกลับถึงประเทศไทย โดยเฉพาะนักเรียนไทยมุสลิมในพื้นที่ จชต. ซึ่งทาง ศอ.บต. จะเป็นหน่วยงานหลักในการจัดหารถโดยสารรวมถึงการดูแลนักเรียนไทยให้สามารถเทียบโอนหน่วยกิตการศึกษามายังสถานศึกษาในไทย การสื่อสารประชาสัมพันธ์ ทั้งในส่วนของเยาวชนที่อยู่ในพื้นที่ซูดาน ผู้ปกครอง และสังคมไทยโดยรวม

‘นักดนตรี’ ถึงกับคิดหนัก!! เมื่อลูกค้าขอเพลงใบ้เป็นรหัส ก่อนจะอ๋อ ที่แท้คือเพลงดัง ‘ธาตุทองซาวด์’

(22 เม.ย.66) โลกออนไลน์ถึงกับสตั้นท์ก่อนช่วยกันประมวลผล หลังมีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ภาพ โพยขอเพลงจากลูกค้าในร้านอาหาร ซึ่งไม่เขียนเป็นชื่อเพลง แต่เล่นเกมปริศนา วาดเป็นรูปภาพมาให้นักร้องทายพร้อมทิป 20 บาท ก่อนถึงบางอ้อว่าที่แท้คือเพลงดัง “ธาตุทองซาวด์”

แต่แว็บแรกหลายๆ คนไม่คิดว่าเป็น “พระธาตุ” แต่คิดเป็นอย่างอื่นอย่างเอกฉันท์ ดังเช่นในคอมเมนต์เหล่านี้

“บุญบาป…..เห็นพระธาตุเป็นขี้ #สาธุโยเรแอมโซซอรี่”
“ทำไมฉันมองธาตุเป็นอย่างอื่น”
“พระธาตุ ทอง ซาว(บาท)”
“ธาตุทองซาวด์ ???”
“มองบ่คือธาตุ”
“ขอโทษแว็บแรกคือขี้”
“ซาว” โอ้ยย เจ้าคนบ้านได๋


ที่มา : https://www.matichon.co.th/social/news_3938843


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top