Tuesday, 4 August 2026
TheStatesTimes

‘ชูวิทย์’ แซะแรง!! คนดูดบ้องกัญชาหลอน กลางถนนข้าวสาร เหน็บ!! เปลี่ยนชื่อ ‘ถนนกัญชา’ แทน ถาม!! “มาถึงจุดนี้เพราะใคร”

(22 เม.ย.66) นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมืองชื่อดัง โพสต์คลิปพร้อมข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ระบุว่า...

ดูดบ้องกัญชาหลอนกลางถนนข้าวสาร

เข้าไส้สายเขียว กัญชาเสรีกลางถนนข้าวสาร โชว์ให้ฝรั่งมั่งค่าเห็นกันไปทั่วว่า

“ไทยแลนด์เป็นแดนกัญชาเสรี”

ถือบ้องกัญชาดูดสด เต้นท่าเพี้ยน เพราะกัญชากินสมอง

‘บิ๊กป้อม’ นำทีม ‘พปชร.’ บวงสรวงรับพลังดาวพฤหัส ก่อนขึ้นรถไฟ มุ่งหน้าเปิดปราศรัยหาเสียง ‘เมืองย่าโม’

‘บิ๊กป้อม’ นําบวงสรวงรับพลังดาวพฤหัส ก่อนยกทัพหลวงขึ้นขบวนรถไฟ มุ่งหาเสียงเมืองย่าโม บอก “ไม่ร้อนเลย”

(22 เม.ย.66) ที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) พร้อมด้วยแกนนำพรรค นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะเลขาธิการพรรค นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรค นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะรองหัวหน้าพรรค นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะกรรมการบริหารพรรค ขึ้นรถไฟ ขบวนรถเร็ว 135 กรุงเทพมหานคร-อุบลราชธานี  ซึ่งเป็นขบวนรถไฟที่มีประชาชนทั่วไปร่วมโดยสารด้วย เดินทางไปปราศรัยหาเสียงจ.นครราชสีมา 

โดยพล.อ.ประวิตร สวมใส่เสื้อโปโลสีขาวทับด้วยเสื้อแจ็คเก็ตสีน้ำเงิน และใส่กางเกงยีนส์ มีสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส อารมณ์ดี ซึ่งก่อนพล.อ.ประวิตร จะขึ้นรถไฟ ได้แวะทักทายประชาชนที่มาใช้บริการที่สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ รวมถึงมีแฟนคลับตะโกนให้กำลังใจว่า “ลุงป้อมสู้ๆ” และเมื่อพล.อ.ประวิตร ขึ้นมาถึงบริเวณชานชลา ได้เยี่ยมชมรางรถไฟ ก่อนจะเดินขึ้นขบวนรถไฟ และเดินสำรวจภายในขบวน พร้อมพูดคุยกับสื่อมวลชน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ร้อนหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ร้อนเลย ขณะที่นายสันติ กล่าวว่า “สบายดีครับ”

‘บิ๊กตู่’ ปลื้ม!! ‘สื่อญี่ปุ่น’ ยกไทยเป็นแหล่งน่าลุงทุนระดับภูมิภาค ด้านฐานการลงทุนในการผลิตชิ้นส่วน-รถยนต์ไฟฟ้า

(22 เม.ย.66) เฟซบุ๊ก ‘ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี - PMOC’ ได้โพสต์ถึง ‘บิ๊กตู่’ ปลื้มใจ สื่อญี่ปุ่นยกให้ไทยเป็นจุดหมายที่น่าลงทุนด้านฐานการลงทุนในการผลิตชิ้นส่วน และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยระบุว่า

สื่อญี่ปุ่นยกให้ไทยเป็นจุดหมายสำคัญที่นักลงทุนสนใจ ด้านฐานการลงทุนในการผลิตชิ้นส่วน และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) เป็นห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญในภูมิภาค

พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยินดีที่สำนักข่าว Nikkei ของญี่ปุ่น มองว่าไทยกำลังกลายเป็นจุดหมายที่สำคัญของนักลงทุนญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้ สำหรับฐานการผลิตชิ้นส่วน และรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยมีบริษัทหลายแห่งกำลังพิจารณาการลงทุน และเพิ่มกำลังการผลิตในไทยเพิ่มเติม

สำนักข่าว Nikkei ได้เปิดเผยว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้กลายเป็นฐานสำคัญสำหรับการผลิต EV ที่สำคัญ โดยผู้ผลิต EV หลายรายจากญี่ปุ่น จีน และเกาหลีใต้ กำลังแข่งขันกันเพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาค ซึ่งได้เริ่มสร้างโรงงาน หรือกำลังมีแผนสำหรับผลิตชิ้นส่วน และประกอบรถยนต์ EV ในไทย ทั้งบริษัท Kuraray ผู้ผลิตพลาสติก และบริษัท Murata Manufacturing ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของญี่ปุ่น ที่ได้สร้างโรงงานในประเทศไทย รวมถึงวางแผนเพิ่มกำลังการผลิตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไทย หลังจากได้แรงจูงใจจากนโยบายการส่งเสริมการผลิต EV เพื่อผลิตให้กับบริษัท EV ในประเทศไทย 

นิพนธ์ มั่นใจ กวาด ส.ส.ใต้ ไม่ต่ำกว่า 40 ที่นั่ง ชี้ ภาคใต้ชายแดน คะแนนดีขึ้นตามลำดับ พร้อม ฝากเขตสาม โกถึก สมยศ พลายด้วง หมายเลข 4 ไว้รับใช้พี่น้องประชาชน 

นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นเวทีปราศรัยขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เขต 3 ช่วยผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ นายสมยศ พลายด้วง เบอร์ 4 พร้อมกับขอคะแนนเสียงสนับสนุนเลือกพรรคประชาธิปัตย์เบอร์ 26 โดยมีแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ สลับกันขึ้นเวทีปราศรัย เพื่อขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชน  ท่ามกลางพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลคอหงส์ ที่มาร่วมฟังการปราศรัยกว่า 5,000 คน ณ บริเวณคลอง ร.5, ตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

นายนิพนธ์ได้กล่าวถึง ทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ ได้มาบรรยายที่หาดใหญ่เมื่อวันที่ผ่านมาว่า เป็นความตั้งใจของพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีเป้าหมายให้ทีมเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์มาพูดเกี่ยวกับเมกกะโปรเจ็คในภาคใต้ และพูดถึงโครงสร้างที่จะพัฒนาหาดใหญ่ โดยเฉะาะอย่างยิ่งท่านอาจารย์สามารถ ราชพลสิทธิ์ ผู้เชี่ยวชาญเมกกะโปรเจ็คได้มาพูดชัดเจนถึงเรื่องของรถไฟรางคู่ ที่จะต่อจากปาดังเบซาร์มาหาดใหญ่ เชื่อมกับมาเลเซีย นี่จะเป็นการเปิดศักราขการท่องเที่ยวระหว่างไทยกับมาเลเซียใหม่ จะทำให้หาดใหญ่มีนักท่องเที่ยวมากขึ้น การเดินทางสะดวกขึ้น ประการต่อมาก็คือความเร่งรัดในการผลักดันมอเตอร์เวย์ จากหาดใหญ่ไปสะเดา ไปด่านนอก นั่นคือสองโปรเจ็คใหญ่ ตามด้วยโมโนเรลที่ครั้งหนึ่งผมเคยศึกษาไว้สมัยเป็นนายก อบจ. สงขลา และบัดนี้ได้มีการศึกษาสิ่งแวดล้อม และออกแบบเสร็จหมดแล้ว

ฉะนั้นเหลือแต่ว่าจะทำอย่างไรที่จะร่วมมือกับภาคเอกชนที่จะทำโครงการนี้ให้เดินหน้าให้ได้ สิ่งสำคัญนั่นคือสิ่งที่ ท่านพิสิษฐ์ ลี้อาธรรมได้ประกาศว่า พร้อมที่จะผลักดันให้หาดใหญ่เป็นศูนย์กลางการเงินของภูมิภาคเอเซีย ซึ่งเราจะไปดูต้นแบบฮ่องกงก็ดี สิงคโปร์ก็ดีหรือลาบวนก็ดี สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ท่านพิสิษฐ์  ลี้อาธรรมบอกว่าหาดใหญ่มีความพร้อมทุกอย่างที่จะทำให้หาดใหญ่เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคใต้ และของเอเซียให้ได้ ฉะนั้นประชาธิปัตย์จึงกล้าประกาศว่าถ้าเราเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล เราจะผลักดันหาดใหญ่ให้เป็นเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจ ให้เป็นเมืองศูนย์กลางการเงิน เพราะหาดใหญ่มีพร้อมทั้งโครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคมทางอากาศ และสงขลาเราจะปรับให้มีท่าเรือน้ำลึกให้เกิดขึ้นจริงให้ได้ นี่คือศักยภาพของจังหวัดสงขลา จึงเป็นที่มาของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ส่งทีมเศรษฐกิจมาพูดที่หาดใหญ่ และประกาศที่หาดใหญ่ว่า นี่คือสิ่งที่ประชาธิปัตย์จะทำ

ตำรวจไซเบอร์ แจ้งข้อหาสองพี่น้องแสบ เปิดเพจหลอกขายเกมส์ “Moshi Game : Gift Cards” พบมีความเชื่อมโยงมากกว่า 80 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 1.7ล้านบาท

เมื่อวันที่ (20 เม.ย. 2566) ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้สั่งการให้มีการจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการหลอกลวงขายสินค้าออนไลน์ ลักษณะอันเป็นการฉ้อโกงประชาชน

พล.ต.ต.อำนาจ ไตรพจน์ รอง ผบช.สอท. กล่าวอีกว่า จากการสืบสวนสอบสวนของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พบว่ามี ขบวนการเครือข่ายเพจ Facebook “Moshi Game : Gift Cards” โดยกลุ่มผู้ต้องหาจะโพสต์ขายเครื่องเล่นเกมส์ และอุปกรณ์เกี่ยวกับเกมส์คอมพิวเตอร์ จนมีประชาชนหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อ จำนวนมากกว่า ๘๐ ราย มีมูลค่าความเสียหายกว่า ๑.๗ ล้านบาท

ภายหลังเกิดเหตุ พล.ต.ต.ณัฐกร ประภายนต์ ผบก.สอท.2 จึงได้สั่งการให้ พ.ต.อ.จักรกฤช ศรีโรจนากูร ผกก.2 สอท.2 เร่งรัดสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานในคดีนี้พบว่า 
กลุ่มผู้ต้องหามีพฤติการณ์หลอกลวงผ่าน แอปพลิเคชั่นเฟซบุ๊ก ชื่อว่า “Moshi Game : Gift Cards” ซึ่งเป็นบัญชีที่เปิดสาธารณะ พบมีการเปลี่ยนแปลงชื่อเพจรวม ๓ ครั้ง แล้วได้โพสต์ขายเครื่องเล่นเกมส์ ราคาถูกกว่าท้องตลาดให้กับประชาชนทั่วไป โดยจะหลอกให้เหยื่อโอนเงินให้ก่อน ซึ่งแจ้งว่าจะส่งสินค้าให้ภายหลังประมาณ 1 เดือน เนื่องจากต้องรอสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ แต่เมื่อถึงกำหนดก็ไม่มีสินค้าส่งให้ผู้ซื้อ มีผู้ตกเป็นเหยื่อหลงเชื่อ จำนวนมากกว่า ๘๐ ราย มีมูลค่าความเสียหายกว่า ๑.๗ ล้านบาท

‘บิ๊กป้อม’ เมิน ‘เศรษฐา’ ปิดประตูจับมือ ชี้!! ‘พปชร.’ ยังไม่จับมือใคร ย้ำ!! ก้าวข้ามความขัดแย้ง ขอทำให้คนไทยทุกคนอยู่ร่วมกันได้

‘บิ๊กป้อม’ เมิน ‘เศรษฐา’ ปิดประตูจับมือ ย้อน พปชร. ยังไม่แย้มจับใคร ลั่น อยากปักธงที่ 1 ของโคราช ย้ำ ก้าวข้ามขัดแย้ง ต้องทำให้ทุกฝ่ายร่วมกันได้ 

(22 เม.ย.66) ที่สถานีรังสิต พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงการนำคณะกรรมการบริหารพรรค ปราศรัยหาเสียงจ.นครราชสีมา ว่า การนั่งรถไฟในวันนี้ เพื่อดูวิถีของประชาชน ตามที่ตนได้บอกเรื่องการพัฒนาภาคอีสาน ทั้งอุตสาหกรรมยานยนต์ และอุตสาหกรรมอื่น เพื่อช่วยทำงานในภาคอีสาน และให้เด็กอาชีวะมีงานทำในพื้นที่อุตสาหกรรม การมานั่งรถไฟครั้งนี้เพื่อดูระบบตามนโยบายโครงการอีสานประชารัฐ ของพรรคให้ได้ก่อน เพื่อทำให้หลายจังหวัดในภาคอีสานมีความเจริญ คนมีงานทำเป็นการสร้างงาน และถ้าทำได้จริงเชื่อมจะเชื่อมต่อไปที่ภาคตะวันออกและไปที่จังหวัดกาญจนบุรี ได้ 

ผู้สื่อข่าวถามว่าตั้งเป้าส.ส.นครราชสีมาไว้ อย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องถามนายวิรัช รัตนเศรษฐ เป็นหัวหน้าทีมภาคอีสาน ตนไม่ได้เป็นหัวหน้าทีม เพราะหัวหน้าพรรคคงไม่ต้องมาดูในระดับพื้นที่ ขณะที่นายสันติ กล่าว แทรกว่า อยากได้ส.ส.ทั้ง 16 เขตเลือกตั้ง

เมื่อถามว่าพรรคพลังประชารัฐอยากปักธงเป็นอันดับหนึ่งในภาคอีสาน ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “อยากสิครับ ไม่น่าถาม อยากได้ แต่ไม่รู้ว่าจะได้หรือเปล่า อยากให้พี่น้องชาวอีสานเลือกผม  เพื่อให้ได้ที่หนึ่ง เมื่อถามย้ำว่าหากได้ที่หนึ่งแล้วจะเป็นนายกฯ ใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรื่องการเป็นนายกฯต้องไปเลือกกันในสภาฯ ไม่ใช่มาเลือกกันตรงนี้

สืบนครบาลรวบเสี่ยกำมะลอสุดแสบคาม่านรูดโจรลวงลักสินสอด ภัยร้ายของผู้หญิง

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ให้ปราบปรามกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดทุกรูปแบบซึ่งสร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชนผู้สุจริต โดยสืบนครบาลได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือจากคู่สามีภรรยาผู้เสียหายว่าถูกเสี่ยแป๋ม ต้อม หรือหนึ่ง และอีกหลายชื่อ ลักทรัพย์สินเงินทองเป็นค่าสินสอดไว้ โดยคนร้ายมาตีสนิทกับพี่สาวของผู้เสียหาย มีการหลอกลวงให้เชื่อว่าเป็นเจ้าของอพาร์ทเมนท์แห่งหนึ่ง มีฐานะดี และ หวังอยู่กินแบบสามี-ภรรยา กับพี่สาวผู้เสียหาย โดยก่อนวันแต่งงานเหตุ 1 วัน ได้ลักทรัพย์สินที่เตรียมไว้เป็นสินสอด ซึ่งเก็บอยู่ในห้องดังกล่าว เป็นทองคำหนัก 14 บาท พร้อมพระเลี่ยมทอง 2 องค์ และ มีเงินสดอีกจำนวนหนึ่ง สร้างความเดือดร้อนให้คู่บ่าวสาว  และเป็นที่ต้องการตัวมากเพราะสร้างความเดือนร้อนไปทั่วพล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส. บช.น. จัดทีมสืบสวน บก สส บช น แกะรอย ไล่ล่าคนร้ายให้ได้โดยเร็ว

เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2566 เวลาประมาณ 22.00 น. พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส. บช.น. , พ.ต.อ.ไกรวิทย์ อุณหก้องไตรภพ รอง ผบก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.ธัญญพัทธ์ บุญสุข ผกก.สส.2 บก.สส.บช.น. , พ.ต.ท ณัฐวุฒิ สีเสมอ , พ.ต.ท.นิติกรณ์ ระวัง รองผกก.สส.2 บก.สส.บช.น. ได้สั่งการให้ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ต.กิติพัฒน์ ใจอารีรอบ , พ.ต.ต.สมพร คำเกตุ สว.กก.สส.๒ บก.สส.บช.น . พร้อมกำลัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.๒ บก.สส.บช.น. ทำการจับกุมตัวนายปิยะศักดิ์  เรืองฤทธิ์ อายุ 45 ปี อยู่ที่ บ้านเลขที่ 74 ซ.เอกชัย 81 ต.คลองบางบอน อ.บางบอน จ.กรุงเทพฯ

โดยกล่าวหาว่า ลักทรัพย์ในเคหสถานโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคล หรือทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใดๆ ตามหมายจับศาลอาญา ที่ จ.1400/2563 ลงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2563 จับกุมได้ที่บริเวณ ห้องพักเลขที่ 317 โรงแรม 39 อินน์ 26/5 ม.4 ซอยสุขสวัสดิ์ 39 ถนนสุขสวัสดิ์ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ

จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหารายนี้มีหมายจับอีกจำนวน 2 หมายจับ(รวมจับกุม 3 หมายจับ) ดังนี้
 - หมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่90/2566 ลงวันที่20มีนาคม2566 ข้อหาลักทรัพย์ในเคหสถาน
 - หมายจับศาลแขวงชลบุรี ที่41/2563 ลงวันที่16 มีนาคม 2563 ข้อหายักยอก

‘จุรินทร์-ชวน’ นำ ‘ปชป.’ ปราศรัยใหญ่ 23 เม.ย. นำไทยสู่ความสำเร็จ ‘องอาจ’ ลั่น!! ขอทุ่มเทเพื่อคนส่วนใหญ่ ไม่เอื้อตระกูลตัวเอง-พวกพ้อง

‘จุรินทร์-ชวน’ นำทัพปราศรัยใหญ่ ลานอนุสาวรีย์พระเจ้าตาก 23 เม.ย.นี้ ‘องอาจ’ ลั่นเวลาที่เหลือ ปชป. นำเสนอวิสัยทัศน์พาประเทศไปสู่ความสำเร็จ

(22 เม.ย.66) นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ดูแลกทม. เปิดเผยว่าในวันอาทิตย์ที่ 23 เม.ย. นี้ ตั้งแต่เวลา 16.30 น. เป็นต้นไป พรรคประชาธิปัตย์จะเปิดปราศรัยใหญ่ที่วงเวียนใหญ่ ลานอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช นำโดย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคฯ นายชวน หลีกภัย อดีตประธานรัฐสภา และอดีตหัวหน้าพรรคฯ พร้อมขุนพลพรรคประชาธิปัตย์อีกคับคั่ง

นายองอาจ กล่าวต่อว่า ในช่วงเวลาอีก 20 กว่าวันจะถึงวันเลือกตั้ง พรรคประชาธิปัตย์ จะได้นำเสนอวิสัยทัศน์การนำประเทศไทยให้เดินหน้าพัฒนาไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืนด้วยการสร้างรายได้ให้ประชาชน สร้างรายได้ให้ประเทศ รวมถึงการพัฒนาคนเพื่อรองรับความก้าวหน้าของประเทศ และการทำให้ประเทศชาติเข้มแข็งด้วยประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามยุทธศาสตร์ “สร้างเงิน สร้างคน สร้างชาติ” 

กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ชวนร่วมคุ้มครองโลก เพื่อให้โลกคุ้มครองเรา

กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) โดยกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม (สส.) เชิญชวน ทุกคนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการคุ้มครองโลก เพื่อให้โลกคุ้มครองเรา กระตุ้นเตือนให้ทุกภาคส่วนร่วมกันตระหนักถึงปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมรวมถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพราะโลกมีเพียงใบเดียว

นายสมศักดิ์ สรรพโกศลกุล อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า วันที่ 22 เมษายน ของทุกปี โครงการสิ่งแวดล้อมแห่งองค์การสหประชาชาติ (United Nations Environment Program : UNEP) กำหนดให้เป็นวันคุ้มครองโลก หรือ Earth Day โดยจัดขึ้นครั้งแรกในสหรัฐอเมริกา เมื่อปี ค.ศ. 1970 (พ.ศ. 2513) เป็นการระดมพลังประชาสังคม สร้างการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ระดับรากหญ้าไปจนถึงนโยบายระดับประเทศ นับเป็นจุดกำเนิดของการเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อม กระตุ้นให้ผู้คนและหน่วยงานต่าง ๆ อนุรักษ์ ปรับปรุง และฟื้นฟูสภาพแวดล้อม ถือเป็นวันสำคัญที่ได้รับการยอมรับมากกว่า 190 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่ได้จัดกิจกรรมวันคุ้มครองโลกขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2533 จนถึงปัจจุบัน

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมามนุษย์ได้ใช้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจนเกินขีดความสามารถในการฟื้นตัว ทำให้เกิดปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมถึงภาวะโลกร้อนหรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เช่น อุณหภูมิโลกสูงขึ้น น้ำแข็งขั้วโลกละลาย เกิดอุทกภัย วาตภัย ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่และสุขภาพของมนุษย์ กลายเป็นวาระระดับโลกที่นานาประเทศให้ความสำคัญ และไทยตระหนักในความรับผิดชอบร่วมกันของทุกฝ่าย จึงได้ประกาศเจตนารมณ์ในการบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี 2050 รวมถึงลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2065

ตำรวจไซเบอร์ เตือนภัยรายวัน ล่าสุดปลอม SMS บริษัท ทิพยประกันภัย อ้างให้เงินปันผล และบัตรเติมน้ำมันฟรี

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ โฆษก บช.สอท. ขอประชาสัมพันธ์เตือนภัยมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นพนักงาน บริษัททิพยประกันภัย ส่งข้อความสั้น (SMS) และโทรศัพท์ไปยังประชาชนแจ้งว่าได้รับสิทธิ์เงินปันผล หรือได้รับบัตรเติมน้ำมันฟรี โดยให้แอดไลน์ปลอมของบริษัท แล้วหลอกลวงกดลิงก์ติดตั้งแอปพลิเคชันควบคุมโทรศัพท์มือถือ ดังนี้

ตามที่ บช.สอท. ได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์เตือนภัยกรณี การเปิดเผยรายชื่อ 29 หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ที่มิจฉาชีพมักนำมาแอบอ้างหลอกลวงประชาชน ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา นับตั้งแต่เดือน ต.ค.65 - เดือน มี.ค.66 ปรากฏว่ายังคงมีผู้เสียหายตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดได้รับรายงานจากกองบังคับการตรวจสอบและวิเคราะห์อาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ตอท.) ว่า พบผู้เสียหายหลายรายได้รับข้อความสั้น (SMS) จากมิจฉาชีพซึ่งแอบอ้างเป็นพนักงาน บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด แจ้งว่า ผู้เสียหายได้รับสิทธิ์เงินปันผล จำนวน 2,000 บาท หรือได้รับบัตรน้ำมันฟรี มูลค่า 3,000 บาท เมื่อผู้เสียหายกดลิงก์ที่แนบมากับข้อความดังกล่าว จะเป็นการเพิ่มเพื่อนทางแอปพลิเคชันไลน์ของ บริษัท ทิพยประกันภัย ที่มิจฉาชีพปลอมขึ้นมา

จากนั้นผู้เสียหายจะถูกสอบถามรายละเอียดต่างๆ มักเริ่มจากสอบถามว่าได้รับการแจ้งมาจากช่องทางใด ขอทราบชื่อนามสกุล พร้อมทั้งขอหมายเลขโทรศัพท์ไว้เพื่อติดต่อกลับ เมื่อตอบคำถามเสร็จสิ้น จะมีหมายเลขโทรศัพท์ที่ไม่คุ้นเคยโทรมายังผู้เสียหาย อ้างเป็นพนักงานบริษัทฯ สอบถามว่าอยู่บุคคลเดียวหรือไม่ หากอยู่บุคคลเดียวให้เปิดลำโพงโทรศัพท์มือถือเพื่อทำตามขั้นตอน จากนั้นมิจฉาชีพจะส่งลิงก์ทางไลน์ซึ่งได้เพิ่มเพื่อนไว้ก่อนหน้านี้ ให้ติดตั้งแอปพลิเคชันของบริษัทปลอม อ้างว่าจะต้องขอสิทธิ์ผ่านช่องทางนี้เท่านั้น เมื่อผู้เสียหายกดลิงก์จะมีการขอสิทธิ์ติดตั้งแอปพลิเคชันที่ไม่รู้จัก แจ้งว่าเป็นไฟล์ที่อาจเป็นอันตราย หรือไฟล์นามสกุล .apk หรือแจ้งว่าเป็นซอฟต์แวร์ที่เป็นอันตราย มีการหลอกให้ตั้งรหัสผ่าน 6 หลัก จำนวนหลายๆครั้ง เพื่อหวังให้ผู้เสียหายกรอกรหัสชุดเดียวกับรหัสการเข้าถึง หรือการทำธุรกรรมการเงินของแอปพลิเคชันธนาคารต่างๆ ในโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหาย รวมไปถึงขอสิทธิ์ในการควบคุมอุปกรณ์ หรือโทรศัพท์มือถือของเหยื่อ เช่น ดูและควบคุมหน้าจอ ดูและดำเนินการ เป็นต้น โดยในขั้นตอนนี้มิจฉาชีพจะคอยสอนผู้เสียหายว่าต้องทำอย่างไร

กระทั่งเมื่อมิจฉาชีพได้สิทธิ์ควบคุมอุปกรณ์หรือโทรศัพท์มือถือแล้ว จะทำการล็อกหน้าจอโทรศัพท์ ทำให้เสมือนโทรศัพท์ค้าง โดยมักจะแสดงข้อความว่า อยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบ ห้ามใช้งานโทรศัพท์มือถือ หรือมิจฉาชีพอาจจะให้ทำการคว่ำโทรศัพท์มือถือไว้ จากนั้นมิจฉาชีพจะสามารถนำรหัสที่ผู้เสียหายเคยกรอกเอาไว้ก่อนหน้านี้ทำการโอนเงินออกจากบัญชีของผู้เสียหาย

ทั้งนี้นับตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.65 – 16 เม.ย.66 พบว่าการหลอกลวงให้ติดตั้งโปรแกรมควบคุมโทรศัพท์มือถือ มีผู้เสียหายดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ผ่านระบบการรับแจ้งความออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กว่า 3,346 เรื่อง มีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งจัดอยู่ในลำดับที่ 9 จาก 14 ประเภท ของการหลอกลวงออนไลน์ทั้งหมด

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ให้ความสำคัญ และมีความห่วงใยต่อภัยการหลอกลวงผ่านช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแอบอ้างเป็นหน่วยงานต่างๆ หลอกลวงให้ประชาชนติดตั้งแอปพลิเคชันปลอมเอาทรัพย์สินของประชาชน สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล รอง ผบ.ตร. ซึ่งรับผิดชอบงานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม ได้กำชับสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดเร่งดำเนินการปราบปรามจับกุมผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง และต่อเนื่อง รวมถึงวางมาตรการป้องกันสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชน

ที่ผ่านมา บช.สอท. โดย พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้ขับเคลื่อนตามนโยบายของรัฐบาล และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการป้องกันปราบปรามการกระทำความผิดในโลกออนไลน์ทุกรูปแบบมาโดยตลอด มุ่งเน้นการสร้างการรับรู้ให้แก่ประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ

โฆษก บช.สอท. กล่าวอีกว่า การหลอกลวงในรูปแบบดังกล่าวยังคงเป็นการหลอกลวงในรูปแบบเดิมๆ เพียงแต่มิจฉาชีพจะเปลี่ยนชื่อหน่วยงาน และเปลี่ยนเนื้อหา หรือสิทธิประโยชน์ไปตามวันเวลา และสถานการณ์ในช่วงนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งว่าได้รับสิทธิต่างๆ หรือได้รับเงินคืน หรือให้อัปเดตข้อมูล โดยในขั้นตอนสุดท้ายจะหลอกลวงให้เหยื่อกดลิงก์ติดตั้งแอปพลิเคชันปลอมของหน่วยงานที่นำมาแอบอ้าง ที่ผ่านมาก็ปรากฏในหลายๆ หน่วยงาน มิจฉาชีพจะอาศัยความไม่รู้ และความโลภ ของประชาชนเป็นเครื่องมือ ใช้ความสมัครใจของเหยื่อให้ติดตั้งแอปพลิเคชันปลอม และมีการใช้สัญลักษณ์ของหน่วยงาน เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top