Tuesday, 4 August 2026
TheStatesTimes

‘ประวิตร’ เผย ไม่มีปัญหา ยินดีให้ ป.ป.ช. เปิดข้อมูลไต่สวน กรณีนาฬิกายืมเพื่อน จะได้รู้ความจริง ยันไม่ได้ไปเอาของใครมา

(22 เม.ย.66) ที่สถานีรังสิต พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่ศาลปกครอง มีคำพิพากษาให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยข้อมูลการไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีกล่าวหา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริง ว่า “ผมอยากให้เปิดจะได้รู้ความจริง จะได้รู้ว่าเป็นอย่างไร อยากให้เปิดนานแล้ว ไม่มีปัญหาเลย ผมไม่ได้ไปเอาของใครมา ผมยืมเขามาก็คืนเขาแล้ว”

3 คู่หยุดโลก!! รับฝีปากประชันศึกดีเบต

วันที่ 22 เม.ย.66 นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน เฟซบุ๊กไลฟ์ประเทศไทยต้องมาก่อน ตอน "ต้องทันกัน" โดยเสนอให้สื่อสำนักใหญ่จัดดีเบตการเมืองสามคู่หยุดโลก เริ่มด้วยคู่ “ประวิตรปะทะประยุทธ์” มันส์แน่นอน จากนั้นเป็นคู่ “สุดารัตน์ประลองกึ๋นอุ๊งอิ๊ง” แล้วตบท้ายด้วยคู่ “เศรษฐาโชว์มุมมองเศรษฐกิจกับพิธา” เชื่อว่าสื่อไหนทำได้รับรองถนนโล่ง ผู้ชมหน้าจอถล่มทลาย

นายจตุพร กล่าวถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ออกจดหมายฉบับที่ 10 ที่มีเนื้อหาสำคัญทิ่มแทง กระชวก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ชนิดตีความเนื้อหาในจดหมายสะท้อนถึงตัดขาดความเป็นพี่น้องชายชาติทหารอย่างสิ้นเยื่อใยต่อกัน

เนื้อหาส่วนสำคัญของจดหมายฉบับที่ 10 นั้น พล.อ.ประวิตร เปิดเผยถึงการก้าวข้ามความขัดแย้ง โดยสนับสนุนให้แก้ รธน.และกฎหมายเลือกตั้งมาเป็นระบบบัตรสองใบ และ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ใช้ 100 หาร แต่ พล.อ.ประยุทธ์ คัดค้าน เชื่อตามความเห็น ส.ว. เพราะเกรงจะสู้พรรคเพื่อไทยไม่ได้ จึงยืนกรานให้ใช้แบบเดิมคือ บัตรเลือกตั้งใบเดียวและ ส.ส.บัญชีรายชื่อใช้ 500 หารจำนวนคะแนนเสียง พร้อมทั้งตอนท้ายของจดหมาย พล.อ.ประวิตร ยังให้ติดตามฉบับที่ 11 “ผมจะพูดถึงเรื่อง เป็นนายกต้องให้เกียรติสภาอย่างไร”

นายจตุพร กล่าวว่า ขอเสนอให้สื่อใหญ่ๆ จัดคู่ดีเบตระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์กับพล.อ.ประวิตร เพราะจดหมายของ พล.อ.ประวิตร ฉบับที่ 10 นั้นพุ่งเป้าโดยตรงใส่ พล.อ.ประยุทธ์ถึงกับกล่าวหาต่อต้านการแก้กฎหมายเลือกตั้งและ รธน.ที่เปลี่ยนจากบัตรใบเดียวมาเป็นบัตรสองใบและระบบปาตี้ลิสต์หาร 100 อีกทั้งจะมีจดหมายในฉบับที่ 11 เรื่องการเป็นนายกฯให้เกียรติสภาก็พุ่งชน พล.อ.ประยุทธ์ โดยตรงเพราะถูกข้อกล่าวหาว่า ไม่ให้เกียรติสภา

"ดังนั้น คู่นี้จะเป็นคู่มวยหยุดโลก ดีเบตระหว่าง พล.อ.ประวิตรกับ พล.อ.ประยุทธ์ มันต้องเกิดขึ้น พล.อ.ประวิตร จะเขียนจดหมายฝ่ายเดียวได้อย่างไร และ พล.อ.ประยุทธ์ จะตอบเป็นจดหมายทำไม มาดีเบตกันเลย พูดแบบไม่มีเวลาจำกัด เมื่อ พล.อ.ประวิตร แทงเข้าขั้วหัวใจ พล.อ.ประยุทธ์ แล้วยังสำทับอีกว่า จะแทงอีกครั้งหนึ่งในจดหมายที่ 11 ดังนั้น ไม่มีทางอื่นแล้ว คู่มวยหยุดโลกนี้ต้องเกิดขึ้นในเวทีดีเบต”

นายจตุพร ประเมินว่า การเขียนจดหมายพุ่งชนแบบกามิกาเซ่นั้นเป็นเพราะฐานคะแนนของ พปชร.และ รทสช. มาจากที่เดียวกัน อีกอย่างฝ่ายอนุรักษ์มีความเชื่อว่ามีเพียง พล.อ.ประยุทธ์ เท่านั้นที่จะหยุดทักษิณ ชินวัตร ได้ ยิ่งจะทำให้ พล.ประวิตร-พปชร. คะแนนเสียงหายไปจากจอเรดาร์

ดังนั้น ในการแข่งขันรอบแรกระหว่าง รทสช.กับ พปชร.ต้องชิงดำกันก่อน ว่าใครจะเป็นที่หนึ่งของสายอนุรักษ์ โดยไม่เกี่ยวกับพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กับพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แต่เป็นเรื่องของสองพลเอกชื่อ “ประวิตรปะทะประยุทธ์” เท่านั้น เพราะจดหมายฉบับที่ 10 พุ่งใส่ พล.อ.ประยุทธ์ เต็มๆ โดยไม่ต้องมีใครมาเสี้ยมหรือยุกันให้บาดหมางใดๆ

อีกอย่าง เห็นว่า เสียง ส.ว. 250 คน ย่อมอยู่กับ พล.อ.ประวิตรหรือ พล.อ.ประยุทธ์ เท่านั้น จึงต้องวัดดวลกันให้รู้ไปเลยใครจะได้ ส.ว.เสียงข้างมากมาครอง แล้วยังต้องช่วงชิงเสียงในตลาดฝ่ายอนุรักษ์ด้วยกันเพื่อแข่งกันตั้งรัฐบาล โดยวงประเมินทั่วไปในขณะนี้ เชื่อกันว่า พล.อ.ประวิตรจะชนะ พล.อ.ประยุทธ์ แต่ถ้ากระแสเป็นตามปกติแล้วเสียงจะมาเทให้พล.อ.ประยุทธ์ ดังนั้น พล.อ.ประวิตร จะปล่อยให้ พล.อ.ประยุทธ์ เดินหาเสียงแบบสบายตัวอีกไม่ได้ จึงต้องจ้วงแทง นับเป็นการเขียนจดหมายที่อ่านการเมืองได้ขาดและพุ่งเป้าได้ตรง
ส่วนการจับมือพรรคข้ามฟากกับพรรคเพื่อไทยร่วมตั้งรัฐบาลนั้น นายจตุพร กล่าวว่า พล.อ.ประวิตร จะเผยโฉมอีกไม่นาน เพียงจดหมายฉบับที่ 10 ก็เริ่มบอกเค้าลางให้เห็นบ้างแล้ว แต่จำเป็นต้องประกาศศึกกับพล.อ.ประยุทธ์ เพื่อก้าวข้ามความขัดแย้งกันก่อน

อีกทั้ง เห็นว่า การเมืองมันอำมหิตมาก ไม่มีพี่ ไม่มีน้อง เหมือนตามที่เพื่อไทยประกาศไม่มีพรรคพี่พรรคน้อง อีกสายอนุรักษ์นิยมก็เริ่มไม่มีพี่ไม่น้องแล้ว ดังนั้น การข้ามมาเอาคะแนนเสียงอีกฝั่งที่มีเพื่อไทย ก้าวไกล ครองเสียงอยู่ย่อมเป็นไปไม่ได้ จึงต้องเปิดศึกแย่งเสียงในฝั่งเดียวกันก่อน คือ ดีงคะแนนจาก รทสช.

“ศึกดวลดีเบตระหว่าง พล.อ.ประวิตรกับ พล.อ.ประยุทธ์ จะเป็นศึกที่น่าสนใจ และเป็นประโยชน์กับคนไทย เมื่อ พล.อ.ประวิตร ลงมือกระชวกขนาดนี้ แสดงถึงไร้ความเป็นพี่เป็นน้องกัน ไม่มีความเกรงใจหลงเหลืออยู่ เพราะจดมายฉบับ 10 มันคิดเป็นอื่นไปไม่ได้เลย นอกจากเปิดศึกชนกัน แล้วมีจดหมายฉบับ 11 มาตอกย้ำให้ชัดยิ่งขึ้น”

นายจตุพร ค่าดว่า ทางฝ่าย รทสช. ต้องรู้ตัวเช่นกันว่า กระบอกปืนจากมือ พล.อ.ประวิตร คนฝ่ายเดียวกันได้หันมายิงใส่ พล.อ.ประยุทธ์ จึงเป็นการชี้ชะตานายกฯ ภายใต้กติกา ส.ว. 250 คน เมื่อเป็นเดิมพันสูงชนิดทุ่มสุดตัว ก็ยอมกันไม่ได้ หลีกทางให้กันก็ไม่พ้น ดังนั้น จึงต้องให้คู่นี้มาดีเบตกันแล้ว

ส่วนการดีเบตคู่ที่สอง นายจตุพร เสนอจัดประลองกึ๋นระหว่างคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย กับอุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย เพราะคุหญิงสุดารัตน์ เคยเป็นแคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทยมาก่อน ปัจจุบันอุ๊งอิ๊งก็เป็นแคนดิเดตนายกฯเพื่อไทยอยู่ ตนเชื่อว่า ดีเบตคู่นี้คนอยากฟังมาก

ยังมีอีกคู่คือ ระหว่างนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกฯ เพื่อไทย กับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคก้าวไกล ซึ่งน่าสนใจ เพราะแนวคิดทางเศรษฐกิจในมุมต่างๆนั้นเป็นอย่างไร ส่วนนอกนั้น คงไม่ต้องดีเบตกันแล้ว เพราะแต่ละพรรคสร้างรังแต่พอตัวของตัวเองไปแล้ว คงไม่ได้ไปแข่งขันกับใคร แค่รักษาฐานเสียงให้ตัวเองรอดก็หนักหนาสาหัสแล้ว

"ผมว่า การดีเบตของสามคู่นี้ จะต้องมีคนดู เอาคู่ประวิตรกับประยุทธ์ มาเป็นแมตซ์หยุดโลก ตามด้วยคุณหญิงสุดารัตน์กับอุ๊งอิ๊ง จะเห็นมุมใหม่ แล้วเศรษฐากับพิธา จะเห็นหลักคิดวิธีคิดทางเศรษฐกิจเป็นอย่างไร ผมว่าเอาสามคู่นี้มันส์แน่”

ในสถานการณ์ทุกพรรคเร่งโหมหาเสียงนั้น นายจตุพร เล่าถึงศิลปะโกงเสียงของของนักการเมืองว่า ทุกยุคของการเลือกตั้ง ล้วนมีลูกเล่นแกมโกงเพื่อชิงคะแนนเสียงกันทั้งนั้น บางยุคกล่าวหาผู้สมัครซื้อเสียง เมื่อเขาไปแล้ว ตัวเองก็เจรจาซื้อเสียงเสียเอง บางครั้งนักการเมืองก็เขี้ยวลากดินคิดกระทั่งกล่าวหาบางพรรคใช้แบงก์ปลอมซื้อเสียง ถ้าไม่อยากติดคุกต้องนำมาแลกกับตัวเองในครึ่งราคา ดังนั้น จึงได้กำไรฟรีๆ ไปเท่าตัว อีกฝ่ายก็เจ๊งทันที แถมทุกชาวบ้านรุมด่าเอาอีก สิ่งเหล่านี้เป็นศิลปะทำลายทางการเมืองของพวกเขี้ยวลากดินที่เคยปฏิบัติชิงคะแนนเสียงกันมาแล้วทั้งสิ้น

ส่วน นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.จะไม่ให้คนทุจริตเลือกตั้งไปเป็น ส.ส. พร้อมขู่ไม่ยอมให้ผีหลุดไปหนุนจัดตั้งรัฐบาลนั้น นายจตุพร กล่าวว่า คนไทยคงไม่เชื่อตามที่พูดแน่ ซึ่งการพูดดังกล่าวแสดงถึงจะไม่รับรองให้เป็น ส.ส. ก่อน

อีกอย่างนโยบายของพรรคเพื่อไทย เฉพาะที่มารายได้ทำโครงการเงินดิจิทัลก็ไปไม่ถูกแล้ว แต่อาจมีเจตนาการซ่อนเร้นอะไรไว้ ซึ่งหวังว่า การวินิจฉัยของ กกต.จะมีความตรงไปตรงมา เรื่องที่ไม่รู้ ก็ไม่ควรใช้ความรู้สึกของ กกต.วินิจฉัย แต่ต้องฟังผู้ชำนาญการพิจารณา และควรให้ประชาชนได้รับรู้ก่อนจะมีการหย่อนบัตรเลือกตั้ง อีกทั้งต้องปฏิบัติกับทุกพรรคตรงไปตรงมาเหมือนกับปฏิบัติกับพรรคเพื่อไทยด้วย "เรื่องซื้อเสียง ผมว่า กกต.ไม่มีปัญญาจัดการอยู่แล้ว งบประมาณอนุญาตให้ใช้จ่ายเป็นเรื่องจอมปลอม เป็นการแต่งบัญชีหลอกกันทั้งนั้น มีแต่ กกต.เท่านั้นที่เชื่อเป็นจริง แต่นักการเมืองไม่มีใครเชื่อเลย จึงขอให้ กกต.ได้ทำหน้าที่อย่างสุจริต ให้การเลือกตั้งบริสุทธิ์ยุติธรรมสักครั้ง อย่างน้อยคนจะได้จำว่า ได้ทำหน้าที่อย่างสุจริต โปร่งใสจริงๆ ตามที่กฎหมายกำหนด หรือที่ได้กล่าวไว้กับประชาชน"

‘อนุทิน’ แจง!! ปมมีคนพาดพิงสมาชิกพรรคซื้อเสียง ลั่น!! พฤติกรรมน่ารังเกียจ คนในพรรคไม่ทำเรื่องเลวๆ 

‘อนุทิน’ ลั่น ไม่มีผู้สมัครพรรคซื้อเสียง ซัด เป็นสิ่งเลวมั่นใจลูกพรรคไม่ทำ      

(22 เม.ย.66) ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.สาธารณสุขในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์กรณีคลิปซื้อเสียงที่ จ.หนองคาย ว่าคนในคลิปไม่ใช่ตัวแทนพรรค ซึ่งพรรคมีจดหมายของพรรคแจ้งไปยังผู้สมัครทุกคน ว่าพรรครังเกียจ และไม่สนับสนุนการเลือกตั้งที่ผิดกฎหมายทุกรูปแบบ ใครทำแบบนั้นถือว่าไม่หวังดีกับพรรค เชื่อไม่มีใครทำเลวๆ แบบนั้น คลิปทำขึ้นมาเองก็ได้ ช่วงที่พรรคถูกรังแกด้อยค่า แต่เราก็มีความหนักแน่น ผู้สมัครล้วนได้รับการปลูกฝังที่ที่ดีจากพรรคให้ปฏิบัติตามกฎหมาย จะไม่มีสิ่งนั้นเกิดขึ้นแน่นอน ทั้งนี้ นางจิดาภา สุนทรธนากุล ผู้สมัคร ส.ส.หนองคาย เขต 2 ของพรรค ท่านได้ปฏิเสธกับพรรค และแจ้งความดำเนินคดีแล้ว ซึ่งคนที่ทำอาจเป็นคู่แข่ง

‘จุรินทร์’ ช่วย ‘หมอโนเกีย’ เบอร์ 3 บุกตลาดคลองลัดมะยม  ปลื้ม!! ผลโพลดีขึ้น ฝากปชช. เลือก’ปชป.’ ทั้งประเทศ

(22 เม.ย.66) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย ดร.รัชดา ธนาดิเรก นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรค ร่วมกันลงพื้นที่ ตลาดน้ำคลองลัดมะยม ขอคะแนนเสียงให้กับ น.พ.พลวิทย์ เจริญพงศ์ ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขตตลิ่งชัน-ทวีวัฒนา หมายเลข 3 

ซึ่งบรรยากาศการลงพื้นที่ในวันนี้เป็นไปอย่างคึกคัก บรรดาพ่อค้าแม่ค้ามอบดอกไม้ พี่น้องประชาชนเข้ามาพูดคุยให้กำลังใจ และขอเซลฟี่ร่วมกันเพื่อเป็นที่ระลึกพร้อมกับบอกว่าตัวจริงหล่อกว่าในภาพ นอกจากนี้มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเมื่อทราบว่านายจุรินทร์ เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ก็เข้ามาขอถ่ายรูปด้วยเช่นกัน 

นายจุรินทร์ ให้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เสียงตอบรับหลังจากการลงพื้นที่วันนี้ถือว่าดีมาก เขตตลิ่งชัน–ทวีวัฒนา พรรคส่งนักการเมืองรุ่นใหม่ ที่มีคุณสมบัติพร้อมเป็นผู้แทนราษฎรได้ หากได้รับการสนับสนุนจากพี่น้องในเขตนี้ โดยเลือกเบอร์ 3 นพ.พลวิทย์ หรือ หมอโนเกีย เพื่อให้เป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ที่จะไปประดับสภา และเป็นหน้าตาให้กับพี่น้องเขตตลิ่งชัน – ทวีวัฒนาได้อีกคนหนึ่ง นอกจากการที่ได้ ดร.รัชดา ธนาดิเรก และนายชนินทร์ รุ่งแสง ที่ปัจจุบันไปลงในเขตบางพลัด - บางกอกน้อย 

“ตอนนี้เราเดินรณรงค์หาเสียงในเขตกรุงเทพมหานคร ได้เสียงตอบรับดี พี่น้องชาว กทม. ต้อนรับประชาธิปัตย์ดีขึ้นมากเป็นลำดับ เราเชื่อว่าเที่ยวนี้พี่น้องชาว กทม. จะช่วยสนับสนุนให้ประชาธิปัตย์ ทั้งในเขตฝั่งธนและเขตพระนคร” นายจุรินทร์กล่าว พร้อมกับแสดงความมั่นใจว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้ พี่น้องชาว กทม. จะไม่ทิ้งพวกเราและจะสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ เพราะมีหลายคนเดินเข้ามาพบและมาขอโทษที่เลือกตั้งคราวที่แล้วไม่ได้ลงคะแนนให้ แต่เที่ยวนี้จะลงคะแนนให้ประชาธิปัตย์แน่นอน 

นอกจากนี้นายจุรินทร์ ได้กล่าวอีกว่า เราสู้ทุกเขต ทั้ง 33 เขต ซึ่งผู้สมัครของพรรคมีศักยภาพทุกคน เรามีนโยบายที่ชัดเจนสำหรับพี่น้องชาว กทม. และอยู่บนพื้นฐานของความรับผิดชอบในฐานะที่เราเป็นสถาบันทางการเมืองที่อยู่คู่กับชาว กทม. มายาวนาน จึงไม่มีนโยบายลด แลก แจก แถม ไม่ว่าจะเป็นนโยบายอินเทอร์เน็ตฟรี 1 แสนจุดทั่ว กทม. นโยบายเรียนฟรีถึงปริญญาตรี ในสาขาที่ตลาดต้องการ นโยบายธนาคารหมู่บ้าน/ชุมชน 2 ล้านบาท นโยบายรักษาฟรี และตรวจสุขภาพฟรีด้วยบัตรประชาชนใบเดียว เป็นต้น 

สำหรับที่ผู้สื่อข่าวถามถึงผลโพลที่พรรคประชาธิปัตย์มีคะแนนนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นายจุรินทร์ กล่าวว่า เราได้ติดตามผลสำรวจทั้งหมด ซึ่งเป็นเรื่องปกติที่จะมีผลสำรวจที่แตกต่างกันออกไป แต่ถ้าดูโดยรวมตนไม่อยากให้ดูภาพลวงตา เพราะการเลือกตั้งเที่ยวนี้เป็นการเลือกตั้งโดยการใช้บัตร 2 ใบ ซึ่งบัตรสีม่วงเป็นการลงคะแนนเลือก ส.ส. เขต ที่แต่ละเขตก็มีเบอร์แตกต่างกัน ส่วนบัตรสีเขียว เป็นการลงคะแนนให้พรรค ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ เบอร์ 26 และก็จะเป็นการเลือก ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อด้วย ดังนั้นถ้าไปดูคะแนนนิยมของพรรคประชาธิปัตย์ก็ถือว่าอยู่ในระดับดี ถึงดีมาก ทำให้มีความมั่นใจว่าสอดคล้องกับสิ่งที่เราได้ลงพื้นที่มาทั่วประเทศ และเสียงขานรับประชาธิปัตย์ก็ดีขึ้นเป็นลำดับด้วย ซึ่งยังมีเวลาอีกประมาณ 3 อาทิตย์ ที่ยังสามารถเพิ่มเติมความนิยมขึ้นมาได้อีกจากนโยบายที่อยู่บนพื้นฐานความรับผิดชอบ ไม่สร้างภาระหนี้หรือภาษีให้ตกอยู่กับคนไทย 

สวนนงนุชพัทยา ต้อนรับเอกอัครราชทูตเบลเยียม ชมสวนนงนุชพัทยา พร้อมปลูกต้นไม้บริเวณ “สวนรุกขชาติ” เชิงเขาบันไดกฤษ

สวนนงนุชพัทยา ให้การต้อนรับ นางซีบีย์ เดอ การ์ทีเย ดีฟว์ (H.E.Ms.Sibille de Cartier d,Yves) เอกอัครราชทูตเบลเยียม ประจำประเทศไทย ให้เกียรติปลูกต้นไม้ บริเวณ“สวนรุกขชาติ” เชิงเขาบันไดกฤษ ตามโครงการ“ปลูกสวนพฤกษศาสตร์เพื่อการอนุรักษ์” โดยทำการปลูกต้นลำไยเครือจำนวน1ต้น พร้อมถ่ายรูปร่วมกันเป็นที่ระลึก   

สำหรับ “สวนรุกขชาติ”ทางสวนนงนุชพัทยาดำเนินการให้แก่ประเทศไทย โดยขออนุญาตเช่าพื้นที่จากกรมป่าไม้จำนวน43ไร่ และดำเนินการไปแล้ว14 ไร่ โดยค่าใช้จ่ายและค่าดำเนินการต่างๆทางสวนนงนุชพัทยาเป็นผู้ดูแลทั้งหมด โดมีคณะฑูตและหน่วยงานภาครัฐ,บุคคลทั่วไปมาปลูกต้นไม้อย่างต่อเนื่อง

'ธรรมนัส' เหน็บ 'เศรษฐา' มีอำนาจตัดสินใจจับมือใครหรือ?  เตือน!! ไมค์จ่อปากอย่าพูดเอามันส์ ออกตัวแรงระวังจะเสียคน

(22 เม.ย.66) ที่ จ.นครราชสีมา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้สมัคร ส.ส.พะเยา ในฐานะประธานยุทธศาสตร์เลือกตั้งภาคเหนือ พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการเลือกตั้งในภาคเหนือ ว่า เรามียุทธศาสตร์ และอยากปักหมุดทุกจังหวัด อย่างน้อยขอให้ได้ทุกจังหวัด 1-2 เขตส่วน จ.พะเยา มั่นใจอยู่แล้วว่าจะยกจังหวัด และน่าจะได้ที่ จ.แม่ฮ่องสอน ในเดือน พ.ค.นี้จะลงพื้นที่หาเสียงที่ จ.แม่ฮ่องสอน ส่วนที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรค พปชร. กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ลงพื้นที่หาเสียงที่ภาคใต้ในปลายเดือน เม.ย.นี้ พร้อมกับพรรคพปชร.มีแผนปราศรัยใหญ่ที่ จ.สงขลาในวันที่ 28 เม.ย. จากนั้นวันที่ 29 เม.ย.จะไปปราศรัยใหญ่ที่ จ.นครศรีธรรมราช 

ผู้สื่อข่าวถามว่า การลงพื้นที่ภาคใต้พร้อมกันจะเป็นอะไรหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เป็นเรื่องการเมือง อย่าไปมองเป็นประเด็นอื่น ซึ่งเราทำแผนไว้นานแล้ว เมื่อถามว่าหนักใจหรือไม่ที่จะต้องแข่งกับคนของพรรค พปชร.ที่ออกไป ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า น้ำเก่าออกไป เรามีน้ำใหม่ที่มีคุณภาพกว่า มีความมั่นใจว่าเราจะชนะ และจะได้เพิ่มอีกหลายจังหวัด เช่น จ.พังงา ที่ไม่เคยมีส.ส. มั่นใจว่าจะปักหมุดได้ ส่วนจ.นครศรีธรรมราช หลับตามองเห็นแล้ว เขต 1 ของนายรงค์ บุญสวยขวัญ กรรมการบริหารพรรคและผู้สมัคร ส.ส. พล.อ.ประวิตร สั่งระดมสรรพกำลังเข้าไปช่วย และตนเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนให้อีกทาง เชื่อว่าผ่านแน่นอน ส่วนเขต 2 ของนางสุภาพ ขุนศรี ผู้สมัคร ส.ส.ก็ผ่าน ส่วนเขต 5 นายสุธรรม จริตงาม ผู้สมัคร ส.ส. ถือว่าเป็นเต็งหนึ่ง รวมถึงเขต 3 ของนายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ผู้สมัคร ส.ส. ดังนั้นเราไม่แพ้ใครแน่นอน หลังจากหาเสียงที่ภาคใต้แล้ว วันที่ 30 เม.ย.จะไปปราศรัยใหญ่ที่ จ.ขอนแก่น จากนั้นวันที่ 1 พ.ค.จะไปปราศรัยที่ จ.ร้อยเอ็ด 

เมื่อถามว่า มีโพลออกมาว่า พปชร.จะได้ 70 ที่นั่ง ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เกรดเอบวก รวมกันได้เกือบ 100 ที่นั่งแล้ว ดังนั้น ถามว่าพปชร.ในเรื่องของ ส.ส.แบบแบ่งเขตนั้นเรามีความมั่นใจ ส่วนใหญ่พื้นที่เลือกตั้งที่ได้ตอนปี 62 เกือบจะทุกจังหวัด เราสามารถรักษาพื้นที่ได้ ถึงแม้คนที่เป็น ส.ส.เก่าจะย้ายไปพรรคอื่น แต่เราก็หาคนใหม่มาลง เรามั่นใจว่าจะยึดพื้นที่ได้ 

เมื่อถามว่าแสดงว่าโพลที่ออกมาไม่ใช่ตัวเลขที่ พรรค พปชร.คาดการณ์ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า หลายสำนักที่คาดการณ์ตัวเลข พปชร.กับพรรคที่เคยร่วมรัฐบาลกันมา จะได้สูสี ถ้าเราจะเป็นรองคงเป็นรองพรรคเพื่อไทย อละพรรคภูมิใจไทย หรือจะอาจจะสูสีกับพรรคภูมิใจไทย ส่วนกับพรรคอื่นเราอาจจะได้มากกว่า 

‘บิ๊กป้อม’ โชว์ผลงาน ‘แก้น้ำแล้ง’ ชี้ ทำมา 3-4 ปี ไม่เคยมีประกาศภัยแล้ง ปชช.เชียร์ให้เป็นนายกฯ บอกอย่างอารมณ์ดี “ต้องเลือก พูดเฉยๆ ไม่ได้เป็น”

(22 เม.ย.66) ที่สถานีรถไฟปากช่อง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ระหว่างโดยสารรถไฟไป จ.นครราชสีมา ถึงการบริหารจัดการน้ำ มีเราไม่มีแล้งว่า วันนี้มีพื้นที่แห้งแล้งหรือไม่ วันนี้ไม่มีแล้ง อย่างเขื่อนลำตะคลองวันนี้ปริมาณน้ำ 70% ตนทำมา 3-4 ปี ไม่มีแล้งสักวัน ไม่มีการประกาศภัยแล้งในประเทศเลย

"อันนี้เป็นผลงานของผม ผมเป็นคนทำในนามรัฐบาล ที่ทำงานร่วมกับหน่วยงานต่างๆ " พล.อ.ประวิตร กล่าว

เมื่อถามว่า ตลอดเส้นทางมีประชาชนมาให้กำลังใจจำนวนมากรู้สึกอย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ก็รู้สึกดี”

เมื่อถามว่า มีคนเชียร์ให้เป็นนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร กล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า "คุณก็เลือกสิ ถ้าเลือกก็ได้ ถ้าไม่เลือกก็ไม่ได้ พูดเฉยๆ ไม่ได้เป็นหรอก จะไปเป็นได้อย่างไร"

‘พุทธิพงษ์’ ชูนโยบายติด ‘โซล่ารูฟ’ ฟรี ช่วยลดภาระปชช. มั่นใจ!! ตอบโจทย์ แก้ปัญหาค่าไฟแพงในระยะยาว

‘พุทธิพงษ์’ ย้ำ ภูมิใจไทย เน้นลดรายจ่ายให้ประชาชน ชู นโยบายติด โซล่ารูฟ ฟรี ยัน ประชาชนต้องไม่จ่ายค่าไฟเกินจริง พร้อมผลักดันทำได้ทันที ลดค่าไฟถึง 450 บาทต่อหลัง มั่นใจ ตอบโจทย์แก้ปัญหาค่าไฟระยะยาว 

(22 เม.ย.66) นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผอ.การเลือกตั้งกทม. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวว่า จากสภาพอากาศที่ร้อนมาก พี่น้องประชาชนต้องหาตัวช่วยโดยการเปิดพัดลม เปิดแอร์ ช่วยลดอุณหภูมิ สิ่งทีตามมาคือค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น จึงเป็นเรื่องนี้ต้องเร่งแก้ไข เพื่อคนไทยไม่เจอกับปัญหาค่าไฟฟ้าแพงเกินจริง มีแต่ขึ้น ไม่มีลง ซึ่งการนำพลังงานทดแทนมาช่วยเป็นเรื่องจำเป็น และทำได้ทันที โดยโซล่าเซลล์ หรือ โซล่ารูฟ ใช้แสงอาทิตย์ให้เป็นประโยชน์ นำมาติดตั้งให้ทุกครัวเรือน สามารถลดค่าไฟฟ้าให้ประชาชนได้ถึงเดือนละ 450 บาท โดยภาครัฐลงมือติดตั้งให้ฟรี  ลดภาระให้ประชาชน สิ่งที่ภาครัฐจะได้ คือ การลดกำลังผลิตไฟฟ้าจากโรงงานถ่านหิน ประหยัดการซื้อไฟฟ้า และเมื่อประชาชนใช้โซล่ามากขึ้น นำพลังงานสะอาดมาทดแทน ทำให้รัฐบาลสามารถนำปริมาณคาร์บอนเครดิตของทั้งประเทศ ไปทำเป็นรายได้กลับเข้าประเทศได้อีกด้วย 

‘เซินเจิ้น’ เปิดใช้ ‘โรงจอดรถเมล์อัจฉริยะ’ ชี้ มี 11 ชั้น พื้นที่ 752 ตร.ม. แบ่งเป็นโถงจอด-ส่งรถ 2 ห้อง ประหยัดพื้นที่กว่าเดิม 10 เท่า!!

(22 เม.ย.66) สำนักงานข่าวซินหัวรายงานว่า โรงจอดรถโดยสารประจำทางโครงสร้างเหล็ก 3 มิติเซี่ยซา เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในนครเซินเจิ้น มณฑลกว่างตง (กวางตุ้ง) ทางตอนใต้ของจีน

โรงจอดรถอัจฉริยะนี้ตั้งอยู่ทางตะวันตกของสี่แยกถนนฝูหรง และถนนปินไห่ในเขตฝูเถียน ก่อสร้างโดยบริษัท ซีไอเอ็มซี ไอโอที (CIMC IoT) ในเครือบริษัท ไชน่า อินเตอร์เนชันแนล มารีน คอนเทนเนอร์ จำกัด

โรงจอดรถมีความสูง 11 ชั้น แบ่งออกเป็นโถงจอดและส่งรถ 2 ห้อง โดยครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 752 ตารางเมตร และใช้อุปกรณ์ยกแนวตั้งจำนวน 2 ชุด

รายงานระบุว่า พื้นที่จอดรถโดยสารประจำทางแต่ละจุดครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 9 ตารางเมตร ขณะพื้นที่จอดรถแนวนอนแบบเดิมใช้พื้นที่ถึงประมาณ 100 ตารางเมตร อัตราการใช้ประโยชน์ที่ดินจึงเพิ่มมากกว่า 10 เท่า


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top