Tuesday, 4 August 2026
TheStatesTimes

‘อิทธิเดช’ เผย!! ‘อนุทิน’ มุ่งสร้างแลนด์บริดจ์ชุมพร–ระนอง เชื่อมการค้า 2 ฝั่งทะเล พลิกโฉมเศรษฐกิจของประเทศ

‘อนุทิน’ ชู นโยบายแลนด์บริดจ์ชุมพร - ระนอง เชื่อมโยงการค้า 2 ฝั่งทะเล พลิกโฉม ศก.ไทย ลั่นทำได้ทันทีหาก ภท. ได้เป็นรัฐบาล

(23 เม.ย.66) นายอิทธิเดช สุพงษ์ ผู้สมัคร ส.ส.กทม. เขต 15 ในฐานะโฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า หากพรรคภูมิใจไทยได้เป็นรัฐบาล สิ่งที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ตั้งใจจะดำเนินการเพื่อพลิกโฉมเศรษฐกิจของประเทศ คือโครงการแลนด์บริดจ์ชุมพร - ระนอง เชื่อมโยงทะเลอ่าวไทยและอันดามัน ผลักดันให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ Southern Economic Corridor แทนช่องแคบมะละกาที่ปัจจุบันเป็นเส้นทางเดินเรือหลักของการค้าระหว่างมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิก ซึ่งมีแนวโน้มแออัดมากขึ้น

นายอิทธิเดช กล่าวว่า โครงการนี้เรียกว่าเป็น One Deep Sea Port Two Site ซึ่งจะมีทั้งการสร้างท่าเรือชุมพรให้เป็นท่าเรือขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ พัฒนาท่าเรือระนองให้เป็นท่าเรือสินค้าคอนเทนเนอร์ พัฒนาถนนมอเตอร์เวย์และรถไฟทางคู่เชื่อมโยงท่าเรือ 2 ฝั่งทะเล มีระบบ Pipe Lines ขนส่งน้ำมันและก๊าซ และสร้างนิคมอุตสาหกรรม Warehouse ในพื้นที่รอบโครงการ ยกเว้นบริเวณที่ติดชายฝั่งทะเล เพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและแหล่งท่องเที่ยวเอาไว้

‘ธีรวิทย์’ หัวร้อน!! ป้ายหาเสียงถูกทำลาย จี้!! ‘กกต.’ จัดการ แง้ม!! รู้ตัวคนทำ-มีหลักฐานครบ วอนทุกพรรคหาเสียงสร้างสรรค์

‘ธีรวิทย์’ ผู้สมัคร เขตบางเขน ปชป. โวย ป้ายหาเสียงถูกทำลาย จี้กกต.จัดการ ยันมีหลักฐานแล้วใครทำ ลั่นหากไม่หยุดแต้งความเอาผิดแน่

(23 เม.ย.66) นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) เปิดเผยว่าขณะนี้พบว่าป้ายหาเสียงของพรรคปชป. ในเขตกรุงเทพฯ บางพื้นที่โดนเก็บ หรือมีการทำลายป้ายให้เสียหาย โดยล่าสุดได้รับแจ้งจากนายธีรวิทย์ ภูมิดิษฐ์ ผู้สมัคร ส.ส.เขตบางเขน (เฉพาะแขวงอนุสาวรีย์) เขตจตุจักร (เฉพาะแขวงจันทรเกษม และแขวงเสนานิคม)-เขตหลักสี่ (เฉพาะแขวงตลาดบางเขน) เบอร์ 5 ว่าป้ายของตนถูกเก็บและทำลายหลายป้าย จึงอยากให้ทุกพรรคการเมืองแข่งขันกันในกติกาบนแนวทางที่สร้างสรรค์และให้ประชาชนเป็นผู้ตัดสิน โดยนายธีรวิทย์ ระบุว่าป้ายที่ถูกทำลายอยู่บริเวณซอยรัชดา 36 แยก 11 มีการนำปากกามาขีดเขียนเพื่อทำลายป้ายและระบุว่าจะเลือกพรรคการเมืองอื่น ซึ่งตนเองไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ทำแต่ไม่ว่าใครจะเป็นคนทำก็อยากให้หยุดพฤติกรรมดังกล่าว 

นางดรุณวรรณ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้นายธีรวิทย์ ยังพบว่ามีการเก็บป้ายของตนลงในหลายพื้นที่โดยเฉพาะในซอยพหลโยธิน 57 ตั้งแต่ปากซอย ซึ่งก็ได้มีการตรวจสอบแล้วว่าป้ายดังกล่าวไม่ได้มีการบดบังทัศนียภาพหรือบดบังการจราจรแต่เพียงอย่างใด จึงอยากร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ช่วยตรวจตรา ซึ่งขณะนี้ทราบแล้วว่าเกิดจากฝีมือของใคร ซึ่งนายธีรวิทย์มีหลักฐานทั้งหมด หากยังไม่หยุดการกระทำดังกล่าวจะนำหลักฐานไปยื่นร้องเรียนต่อ กกต. ด้วย จึงขอวิงวอนให้ทุกพรรคการเมืองรณรงค์หาเสียงในการเลือกตั้งอย่างสร้างสรรค์ ภายใต้กฎกติกา มารยาท และตามกฎหมาย เพราะถ้าผู้ที่อาสามาเป็นตัวแทนของประชาชนยังรณรงค์หาเสียงอย่างไม่สุจริต และถ้าได้ไปทำหน้าที่ ส.ส.แล้ว ก็ไม่สามารถเชื่อได้ว่าผู้นั้นจะทำงานได้อย่างซื่อสัตย์สุจริตเช่นเดียวกัน

'เยอรมนี' ปิดฉาก 3 โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์สุดท้าย ลดนำเข้าพลังงานฟอสซิล มุ่งสู่ยุคพลังงานสะอาด

(23 เม.ย.66) German Embassy Bangkok โดย สถานเอกอัครราชทูตเยอรมนี กรุงเทพฯ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

ปิดฉากยุคโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ โดยโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์สามแห่งสุดท้ายที่เหลืออยู่ในประเทศเยอรมนี ได้ปิดตัวลงแล้วเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2566 ที่ผ่านมา

ถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการดำเนินการตามเป้าหมายการลดการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังงานนิวเคลียร์ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งอันที่จริงแล้ว สัดส่วนการใช้พลังงานนิวเคลียร์ในเยอรมนีในช่วงยี่สิบปีที่ผ่านมาก็ลดลงมาโดยตลอดจาก 22% เหลือต่ำกว่า 5% 

‘วิรัช’ ปัด!! นโยบายแจกเงินเกษตร 3 หมื่นบาท ไม่ได้ปาดหน้า ‘พท.’  เมินโพล ‘พปชร. อีสาน’  ได้แค่ 2 เก้าอี้ โว!! แค่โคราชก็ 12 คนแล้ว

‘วิรัช’ ลั่น ไม่ได้ปาดหน้า ‘เพื่อไทย’ จ่อออกนโยบายแจกเงินเกษตรกร 30,000 บาท แจง เมินโพล ชี้ พปชร. อีสาน เหลือ 2 ที่นั่งโว โคราช 12 ที่แล้ว

(23 เม.ย.66) ที่จ.นครราชสีมา นายวิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงนโยบายแจก 3 หมื่นบาทให้เกษตรกร 8 ล้านราย ว่า ไม่ใช่นโยบายใหม่แต่เป็นเพียงการเพิ่มวงเงินให้กับเกษตรกร เป็นทุนในการทำนา ทำไร่ ยืนยันการออกมาในช่วงนี้ไม่ได้ต้องการมาตัดหน้านโยบาย 10,000 บาทของพรรคเพื่อไทย เพราะการจะออกก่อนหรือออกหลัง ไม่สำคัญ แต่ถ้าไม่มีตัวเลขที่ชัดเจน ไม่มีรายละเอียด มันก็ใช้ไม่ได้พร้อมตั้งคำถามถึงธนาคารแห่งประเทศไทยว่าทำอะไรอยู่ เพราะนโยบายเงินดิจิทัล 10,000 บาทออกมา 3 สัปดาห์แล้ว แต่ก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวว่าเรื่องนี้สามารถทำได้หรือไม่ ขอให้ออกมาตอบให้สังคมว่า สามารถใช้ได้หรือไม่ได้ เพราะหากไปถามเพื่อไทย เดี๋ยวก็จะมีเงินสกุลใหม่ออกมาอีก แต่ขอไม่ประเมินว่านโยบายนี้จะไปรอดหรือไม่รอด 

รทสช. ดึง 6 แกนนำ ชู!! นโยบาย 'ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ' ผ่านคลิปสั้น  ส่งไม้ต่อ 'ผู้สมัคร ส.ส.' ช่วยบอกต่อ ปชช. เน้นเข้าใจง่าย เห็นภาพ  

(23 เม.ย.66) นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) และในฐานะหัวหน้าคณะกรรมการจัดกำหนดการหาเสียงและการปราศรัย เปิดเผยว่า รทสช.เตรียมเผยแพร่คลิปนโยบาย เพื่อให้ผู้สมัคร ส.ส.นำไปเผยแพร่บอกต่อประชาชนทั้งประเทศว่า 'ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ' ตามสโลแกน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะแคนดิเดตพรรค ผ่านแล้วนำ 6 คน โดยมีนายสุพัฒนพงษ์ พันธุ์มีเชาว์ ที่ปรึกษาทีมเศรษฐกิจพรรค, ม.ล.ชโยทิต กฤดากร หัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรค, พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ประธานคณะกรรมการด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต, นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และตน  

นายธนกร กล่าวว่า ตนชี้แจงเรื่องโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่จะต่อยอดเป็นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐพลัสให้ประชาชนคนละ 1,000 บาท สามารถใช้บัตรนี้ไปกู้เงินฉุกเฉินได้อีก 10,000 บาท / โครงการคนละครึ่งที่ทำมา 5 เฟส พรรครวมไทยสร้างชาติจะมาทำต่อโครงการคนละครึ่งภาคสอง โครงการ 'เราเที่ยวด้วยกัน' ปี 2565 มีนักท่องเที่ยวเข้ามาถึง 11ล้านคน และปี 2566 เราตั้งเป้า 27.5 ล้านคน ซึ่งจะมีเงินเข้าประเทศถึง 2.3 ล้านล้านบาท โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) มีการลงทุนถึง 2.2 ล้านล้านบาท และมีการจ้างงานถึง 100,000 อัตรา เป็นการหาเงินของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ทุกนโยบาย 'ทำแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ' ทำสำเร็จมาแล้ว เหล่านี้ทำให้เราแตกต่างจากพรรคการเมือง

ส่วน นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงนโยบายโคเงินล้าน โคล้านครอบครัว 'ทำมาแล้ว ทำอยู่ ทำต่อ' ซึ่งเป็นนโยบายที่ทำให้คนไทยหลุดพ้นจากความยากจนและสามารถจะเป็นคนรวยได้โดยวิธีง่ายๆ จากการเลี้ยงโค โดยให้กู้เงินจากกองทุนหมู่บ้านวงเงิน 50,000 บาท นำมาซื้อโคไปเลี้ยง จะมีเงินล้านในระยะเวลาเพียง 6 ปีเท่านั้น โดยโครงการนี้ รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ ได้อนุมัติ วงเงิน 5,000 ล้านบาท โดยรัฐอุดหนุนดอกเบี้ยทั้งหมด 4 ปี เป็นเงิน 600 ล้านบาท ให้กองทุนหมู่บ้านนำร่องโครงการนี้ 100,000 ครอบครัว โครงการนี้ ทำแล้ว ลองแล้ว สำเร็จแล้ว พรรครวมไทยสร้างชาติจะทำต่อจะทำให้พี่น้องพบกับความร่ำรวยไม่ขายฝัน

ขณะที่ พล.ต.นพ.เหรียญทอง แน่นหนา ประธานคณะกรรมการด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิต พรรครวมไทยสร้างชาติ จะพูดถึงนโยบายพรรครวมไทยสร้างชาติ ด้านสาธารณสุข จะมีการยกระดับในเมืองใหญ่ ประชากรหนาแน่น ในโครงการ หนึ่งเขต หนึ่งอำเภอ หนึ่งโรงพยาบาลเอกชนที่เป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม โดยไม่สิ้นเปลืองงบประมาณแผ่นดินในการลงทุน โครงการนี้ผู้ป่วยทุกสิทธิ์ที่รักษาพยาบาลได้ประโยชน์ โดยเฉพาะผู้ป่วยบัตรทอง สำหรับการแก้ปัญหาด้านบริการสาธารณสุข ในพื้นที่เขตชนบทอำเภอต่างๆ ในจังหวัดที่มีประชากรไม่หนาแน่น มักประสบปัญหาเรื่องขีดความสามารถทางการแพทย์ ดังนั้นการใช้วิสาหกิจเพื่อสังคมไปเติมขีดความสามารถทางการแพทย์เฉพาะสาขา แต่ละโรงพยาบาลที่ขาดแคนตามสิ่งที่เกิดขึ้นจริง จะลด อุบัติการการเสียชีวิตของผู้ป่วยในพื้นที่ชนบทได้ กรณีสถานการณ์สังคมผู้สูงอายุซึ่งเกิดขึ้นแล้ว ดังนั้นการจัดตั้งเครือข่ายศูนย์ผู้สูงอายุคนพิการและกลุ่มเปราะบางทางสังคมประจำตำบลอำเภอจังหวัดยังเป็นเครือข่ายเป็นระบบสามารถปฏิบัติได้จริงอันนี้เป็นสิ่งแรกเดือนที่รวมไทยสร้างชาติจะทำ

ด้าน นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ชี้แจงนโยบายการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การให้ทุนการศึกษาเด็กยากจน ตั้งแต่ปี 2563 - 2566 วงเงิน 28,000 ล้านบาท ดูแลกลุ่มผู้สูงอายุ คนพิการ ที่มีที่พักอาศัยไม่เหมาะสม โดยเข้าไปซ่อมแซมให้ 180,000 ครัวเรือน หาที่อยู่อาศัยให้กับผู้มีรายได้น้อย ทั้งในเมืองและต่างจังหวัดเดือนละ 999 บาท มี 13,000 ครอบครัว ตั้งเป้าทำให้ครบ 100,000 หลัง ดูแลกลุ่มเด็กแรกเกิดได้รับเงินเดือนละ 600 บาทช่วยเหลือค่านม เรามีศูนย์ช่วยเหลือสังคมประจำตำบล และชุมชนทั่วประเทศ 7092 ศูนย์ บูรณาการกันทุกกระทรวงเป็นแอพแจ้งเหตุปักหมุดหยุดเหตุเริ่มดำเนินการ 1 เมษายนและจะขยายไปทั่วประเทศที่โรงพักทั้งหมด 1,483 โรง ร่วมกับศูนย์ชุมชนอีก 7,000 แห่งประชาชนดูแลบริหารเองไม่ได้ใช้งบประมาณแม้แต่บาทเดียว ซึ่งสามารถลดความรุนแรงในครอบครัวแก้ปัญหายาเสพติดรัฐบาล
 

‘กรณ์’ ซัด!! ลดค่าไฟแค่ 2 สตางค์ น้อยจนน่าเกลียด ชี้!! ต้องยกเลิกค่าเอฟที 3 เดือนสุดร้อนเพื่อประชาชน

หัวหน้า ชพก. จวก ลดค่าไฟแค่ 2 สตางค์ อย่าอ้างว่าช่วย ยันต้องยกเลิกค่าเอฟที 3 เดือนสุดร้อน เพื่อประชาชน อีกแก้ปัญหาแบบขอไปที ลั่นต้องเลือกพรรคชนกับทุนผูกขาด

(23 เม.ย.66) จากกรณีมีข่าวว่า คณะอนุกรรมการค่าไฟฟ้าอัตโนมัติ (เอฟที) มีมติเห็นชอบตามที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เสนอขอรับภาระยืดหนี้การชำระค่าไฟฟ้าวงเงิน 130,000 ล้านบาท แทนประชาชนจาก 5 งวด ที่มีการเรียกเก็บค่าเอฟทีทุก 4 เดือน หรือ 20 เดือน จากงวดละ 27,000 ล้านบาท เป็น 6 งวด หรือ 24 เดือน เป็นเหลือเพียงงวดละ 22,000 ล้านบาท จึงทำให้ค่าไฟฟ้าเฉลี่ยงวดที่ 2 ของปีนี้ (พ.ค.- ส.ค.) ลดลง 7 สตางค์ ต่อหน่วย จากเดิมที่ประกาศจัดเก็บ 4.77 บาท เหลือเพียง 4.70 บาทต่อหน่วย

นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวว่า จากกระแสค่าไฟแพงที่ตนออกมาเรียกร้องเมื่อเดือนมีนาคม จนตอนนี้ปัญหาค่าไฟแพง กลายเป็นประเด็นรุนแรงทั่วโซเชียล จนคณะนุกรรมการเอฟทีชงบอร์ด กกพ. ให้ลดค่าไฟ แต่ตัวเลขที่ลดมันน้อยจนน่าเกลียด

วันเบียร์เยอรมัน

เมื่อไหร่เราถึงจะเรียกเบียร์ว่าเบียร์ ตามกฎว่าด้วยความบริสุทธิ์ของเบียร์ของเยอรมัน ค.ศ.1516 หรือ Reinheitsgebots นั้น ส่วนผสมหลักที่สำคัญในเบียร์ที่จะขาดไม่ได้ คือ ดอกฮอปส์ ข้าวมอลต์ ยีสต์ และน้ำ

ด้วยจำนวนเบียร์กว่า 6,000 ยี่ห้อจากโรงงานเบียร์กว่า 1,500 แห่ง ทำให้ประเทศเยอรมนีมีเบียร์ให้เลือกสรรค์มากมาย ธุรกิจการผลิตเบียร์เพียงอย่างเดียวมีการจ้างงานถึง 27,000 ตำแหน่ง

วัฒนธรรมเบียร์ยังฝังรากลึกอยู่ในภาษาเยอรมันอีกด้วย เช่นสำนวนที่ว่า “ทำให้ถังเบียร์ล้น” (ฟางเส้นสุดท้าย ในภาษาไทย) หรือ "สุนัขในกระทะเป็นบ้าไปแล้ว" (ใช้เมื่อผู้พูดเจอเรื่องประหลาดใจมาก ๆ มาจากนิทานพื้นบ้านเยอรมัน ที่ตัวเอก Till Eulenspiegel ซึ่งมีนิสัยคล้ายศรีธนญชัย โยนสุนัขชื่อฮอปลงในหม้อต้มเบียร์ ตามคำสั่งของนายจ้างที่บอกให้ต้มดอกฮอปส์ลงไปในเบียร์ด้วย) 
สุดท้ายนี้ เราขอดื่มให้กับวันเบียร์เยอรมันในวันนี้ พร้อมกล่าวดัง ๆ ว่า Prost! 

สืบเมืองกรุงรวบตำรวจเก๊ ทหารปลอมกรรโชก 3 ล้านกว่าบาท

สืบเนื่องเมื่อวันที่ 11 เม.ย. 66  ได้มีชายจำนวน 4 คน แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ กอ.รมน. กับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามเข้าขอทำการตรวจค้นบ้านที่เกิดเหตุ และได้แจ้งผู้เสียหายว่าได้กระทำความผิดฐาน ยักยอกพร้อมแสดงหมายทิพย์  และกลุ่มคนร้ายได้ร่วมกันกรรโชกเงินจากผู้เสียหายเป็นจำนวนเงิน 3,100,000 บาท (สามล้านหนึ่งแสนบาทถ้วน)  โดยภายในบ้านมีผู้หญิง เด็กอายุ9 ปี 6 ปี  ผู้เสียหายจึงยินยอมมอบเงินจำนวนดังกล่าวไป  และได้มาแจ้งความต่อ สน.หัวหมาก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล  รอง ผบ.ตร.สส. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. , พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พล.ต.ต.สุระพรรณ นาทวรทัต ผบก.น.4 ร่วมกันเร่งรัดสืบสวนจับกุมกลุ่มคนร้ายให้ได้โดยเร็ว

เมื่อวันที่ 21-22 เมษายน 2566  พล.ต.ท.ธิติ  แสงสว่าง ผบช.น. , พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น.,พล.ต.ต.สุระพรรณ นาทวรทัต ผบก.น.4

พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระรองออย รอง ผบก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.สุพล  ค้ำชู รอง ผบก.น.4 พ.ต.อ.วิชิต ถิรขจรวงศ์ ผกก.สส.1 บก.สส.บช.น. ,พ.ต.อ.สิทธิศักดิ์ นาคามาตย์ ผกก.สส.บก.น.4 ,พ.ต.ท.จักรพงษ์ กิ่งแก้วรอง สส.บก.น.4 ,พ.ต.ท.พีรบูรณ์ แก้วดู รอง ผกก.สส.1 บช.น. , พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ฐากรณ์ รอง ผกก.สส.1 บช.น. , พ.ต.ต.คณิตนนท์ ถนอมศรี สว.กก.สส.1 บก.สส.บช.น. , พ.ต.ต.กฤตวัฒน์ ขุนอินทร์ สว.กก.สส.1 บก.สส.บช.น. ,เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนนครบาล (บก.สส.บช.น.) เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน บก.น.4  เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.หัวหมาก  และ  ร.ท.เอกชาติ อ่อนทา

หัวหน้าชุดพัฒนาสัมพันธ์มวลชน ที่ 4110 จว.สงขลานำกำลังสืบสวนติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหา 3 คน คือ

1.นายยะฝาด ชุมประมาณ อายุ 59 ปี ที่อยู่ 98 ม.4 ต.ทุ่งหมอ อ.สะเดา จ.สงขลา 
2.นายธนพัฒน์ เล็กมณี อายุ 26 ปี ที่อยู่ บ้านเลขที่ 175/8 แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กทม.
3.นายธนมงคล ชาวสมุทร อายุ 38 ปี 175/8 ตรอกวัดพระยาทำ แขวงบ้านช่างหล่อ เขตบางกอกน้อย กทม. 

โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันกรรโชกทรัพย์และร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สินของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นเองหรือของผู้อื่น ฯ”  พร้อมด้วยของกลาง รวม 25 รายการ คือ
1.หมวกแก๊ปสีดำ มีตราสัญลักษณ์กองทัพบก มีตัวอักษร ROYAL THAI ARMY
2.เสื้อคลุมแจ๊กเก็ต มีตราสัญลักษณ์ กอ.รมน.
3.กางเกงแทคติคอลสีดำ
4.เสื้อโปโลสีดำ
5.กระเป๋าหนัง มีตราสัญลักษณ์ กอ.รมน.
6.รองเท้าหนังสีน้ำตาล (ของกลางลำดับที่ 1-6 ยึดจากผู้ต้องหาที่ 1)
7. รถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่น เอ็นแมกซ์  หมายเลขทะเบียน 1ขท 2103 กรุงเทพมหานคร
8. เสื้อกันลมสีดำ มีอักษรปักด้านหลังว่า “เอกสยาม” 1 ตัว
9. รองเท้าบู้ทสีน้ำตาลจำนวน 1 คู่

10. หมวกกันน็อคยี่ห้อ LUCKY สีดำ จำนวน 1 ใบ
11. หมวกแก็ปสีดำยี่ห้อ SPORTS จำนวน 1 ใบ
12. แว่นตากันแดดสีดำจำนวน 1 อัน
13. ทองคำรูปพรรณ ห้างขายทอง ทองใบเยาวราช หนัก 2 บาท  จำนวน 1 เส้น

14. สร้อยข้อมือทองคำ ห้างขายทอง ทองใบเยาวราช หนัก 2 บาท จำนวน 1 เส้น
15. แหวนทองคำห้างขายทองทองใบเยาวราช หนัก 2 สลึง จำนวน 1 วง
16.เงินสดจำนวน 200,000 บาท (สองแสนบาทถ้วน) (ของกลางลำดับที่ 7-16 ยึดจากผู้ต้องหาที่ 2)
17. เสื้อแขนยาวสีดำ 1 ตัว
18. กางเกงยีนส์สียีนส์ 1 ตัว
19. รองเท้าบู้ทสีน้ำตาลจำนวน 1 คู่
20. หมวกกันน็อคยี่ห้อ INDEX สีดำแดง จำนวน 1 ใบ
21. กระเป๋าสะพายข้างสีน้ำตาล 1 ใบ
22. ทองคำรูปพรรณ ห้างขายทอง ทองใบเยาวราช น้ำหนัก 2 บาท  จำนวน 1 เส้น
23. สร้อยข้อมือทองคำ ห้างขายทอง ทองใบเยาวราช น้ำหนัก 2 บาท จำนวน 1 เส้น
24. แหวนทองคำห้างขายทองทองใบเยาวราช น้ำหนัก 2 สลึง จำนวน 1 วง
25. เงินสดจำนวน 50,000 บาท (ห้าหมื่นบาทบาทถ้วน) (ของกลางลำดับที่ 17-25 ยึดจากผู้ต้องหาที่ 3)

‘หนุ่ม อนุวัต’ สุดทน!! ยืนประท้วง เรียกร้องคณะกรรมการท้องถิ่น จ.ปทุมฯ ปมขยายถนน ไม่ลงนา แต่ผ่าตลาด ทำชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 300 คน

หนุ่ม อนุวัต สุดทน ยืนถอดเสื้อประท้วงกลางสี่แยกตลาดลำไทร เรียกร้องคณะกรรมการผังเมืองจังหวัดปทุมธานี ทบทวนการขยายถนน 30 เมตร ผ่านกลางตลาด ต้องทุบตลาด ทั้งที่สามารถเบี่ยงถนนลงทุ่งนาข้างๆ ได้  ชุมชนชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 300 คน 

(23 เม.ย.66) อนุวัต เฟื่องทองแดง ผู้ประกาศข่าวชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'อนุวัต จัดให้' โดยระบุว่า...

ผม หนุ่ม อนุวัต เฟื่องทองแดง ผู้ประกาศข่าว ลูกหลานชาวตำบลลำไทร อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เกิดและเติบโตที่นี่และหวังว่าจะกลับมาใช้ชีวิตบั่นปลายที่บ้านเกิด

ไขข้อสงสัย!! เหตุ ‘ลุงตู่’ อนุมัติให้ซื้อไฟฟ้าเพิ่ม ร่ายเหตุผล ปทท.มีแผน 'เพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด' ผลักดัน Net-Zero

(23 เม.ย.66) ผู้ใช้บัญชี ‘Supote Laocharoen’ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า…

ลุงตู่อนุมัติให้ซื้อไฟฟ้าเพิ่มอีกทำไม?

... ถ้าคนมันจะพูดให้เป็นเรื่อง ก็จะพูดแค่ "ลุงตู่อนุมัติให้ซื้อไฟฟ้าเพิ่ม ทั้งที่มีปริมาณไฟฟ้าสำรองมากมาย จนทำให้ค่าไฟฟ้าแพงอยู่ตอนนี้" พูดเพียงเท่านี้ ลุงตู่ก็ตกเป็นผู้ต้องสงสัยขึ้นมาทันทีว่า เพราะอะไร มีผลประโยชน์กับเอกชนหรือไม่ บลาๆๆๆๆๆๆ

... แต่ถ้าหาข่าวหาข้อเท็จจริง ก็จะเข้าใจได้ว่า คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานได้อนุมัติให้รับซื้อไฟฟ้าพลังงานสะอาดมาตั้งแต่ 2562 ตามโครงการเพิ่มการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด ภายใต้แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2561-2580 ไม่ได้เพิ่มการรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานฟอสซิล

... ประเทศไทยมีแผนเพิ่มการผลิตไฟฟ้า ด้วยพลังงานสะอาด เพื่อเดินหน้าไปสู่เป้าหมาย Net-Zero Carbon Emission ของประเทศไทยให้ได้ 40% ภายในปี พ.ศ. 2573 ที่ได้ประกาศเจตนารมณ์ไว้ในการประชุม COP26 โดยรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก ที่ใช้พลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานน้ำ พลังงานลม พลังงานแสงแดด หรือใช้ขยะเป็นเชื้อเพลิง เพื่อจัดหาไฟฟ้าให้กับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ที่ระบบไฟฟ้าฐานเข้าไม่ถึง จะได้มีไฟฟ้าใช้ในการดำเนินชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ให้ประชาชนทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงสาธารณูปโภคพื้นฐานอย่างเท่าเทียมและทั่วถึง รวมถึงเริ่มนำโมเดลเศรษฐกิจเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน 3 ด้าน คือ ชีวภาพ (Bio) หมุนเวียน (circular) และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green) หรือ BCG 

... นี่คือเหตุผลที่ กพช. มีมติให้รับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน ซึ่งมันคนละเรื่องกับไฟฟ้าที่ได้มีการทำสัญญารับซื้อไว้สมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ปัญหาเดิม มันแก้ไขอะไรไม่ได้ แต่อนาคตของประเทศไทยก็ต้องเดินต่อไป ถ้าเราเดินช้าก็จะล้าหลัง


ที่มา : https://www.facebook.com/100000780943116/posts/pfbid0FEmT6eHCs4tN9KpzKf64QmJAv2ynS3zFWvmZw1XusxXvy9vFyhsh3YGQGGkSk1dhl/?mibextid=unz460


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top