Monday, 3 August 2026
TheStatesTimes

‘สุวัจน์–กรณ์’ โดดลงสปีดโบ๊ทลุยเกาะโหลนช่วย ‘เทมส์–อรทัย’ ชูนโยบายพัฒนา ‘ภูเก็ต’ ให้ถูกใจนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

ชพก.คิกออฟภูเก็ต! ‘สุวัจน์ – กรณ์’ ลงสปีดโบ๊ท เยี่ยมชุมชน เกาะไร้ไฟฟ้า ช่วย ‘เทมส์–อรทัย’ ลั่น มั่นใจ 2 ผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ต ปักธงได้ นโยบายปัง พัฒนาภูเก็ตสู่ท่องเที่ยว World Class 

(5 เม.ย.66) นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า พร้อมด้วยนายกรณ์ จาติกวณิช หัวพน้าพรรค เดินทางมา จ.ภูเก็ต ทำกิจกรรมร่วมกับ 2 ผู้สมัคร ส.ส. คือ นายเทมส์ ไกรทัศน์ เขต 2 เบอร์ 7 และ นางสาวอรทัย เกิดทรัพย์ เขต 3 เบอร์ 1 โดยช่วงบ่ายพบปะพี่น้องประชาชน ที่ ต.ฉลอง และได้นั่งเรือสปีดโบ๊ทไปยัง ชุมชนท่องเที่ยวบ้านเกาะโหลน  ต.ราไวย์ อ.เมือง  ซึ่งเป็นเขตเลือกตั้ง ของนายเทมส์ โดยพื้นที่ดังกล่าวอยู่ห่างจากแผ่นดินใหญ่ไม่มากนัก แต่กลับไม่มีไฟฟ้าใช้ และในฤดูแล้งยังประสบภาวะขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ ประชากรลดลงอย่างต่อเนื่องจนเหลือเพียง 20 กว่าหลังคาเรือน ซึ่งชาวบ้านได้ขอให้ทางนายสุวัจน์ นายกรณ์ และนายเทมส์ ซึ่งเป็นผู้สมัครในพื้นที่ช่วยผลักดันให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวให้เจริญกว่าที่เป็นอยู่ 

และช่วงเย็นได้ร่วมประเพณีสวดกลางบ้านและพบปะพี่น้องประชาชนที่ ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง ซึ่งเป็นเขตเลือกตั้งของนางสาวอรทัย

นายสุวัจน์ กล่าวว่า นโยบายของพรรคชาติพัฒนากล้า มีความพร้อมที่จะพัฒนาการท่องเที่ยว จ.ภูเก็ตสู่ระดับ World Class โดยต้องเร่งรัดโครงสร้างพื้นฐานเพื่อกระจายและเชื่อมโยงการท่องเที่ยวให้เข้าถึงกันและสะดวกปลอดภัย เช่น มอเตอร์เวย์ทุกทิศทั่วไทย เชื่อมโยงกันอย่างทั่วถึงมารีน่า และการจราจรภูเก็ต ให้สะดวกมากยิ่งขึ้น เพื่อดึงนักท่องเที่ยวระดับสูงให้เพิ่มขึ้น  

“พื้นที่เกาะโหลน ผมมองว่ามีศักยภาพในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศและเริ่มศักยภาพท่องเที่ยวภูเก็ตได้ แต่ขณะนี้บนเกาะโหลนไม่มีไฟฟ้าใช้ ทำให้ชาวชุมชนต้องอพยพข้ามไปอยู่ในเมือง พื้นที่ยิ่งทรุดโทรม ขาดแคลนโครงสร้างพื้นฐานในการดำรงชีวิต เปรียบเสมือนเกาะร้างซึ่งน่าเสียดาย เมื่อพรรคชาติพัฒนากล้าได้รับข้อมูลจากผู้นำท้องถิ่นทราบว่าเคยมีโครงการจะนำไฟฟ้าผ่านสายเคเบิ้ลใต้ทะเลมาที่เกาะแต่ไม่มีการทำโครงการดังกล่าวอย่างจริงจัง เราจึงอยากให้รื้อฟื้นเพื่อทำให้เกาะโหลนมีไฟฟ้าใช้ เพื่อเกิดการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน หากพัฒนาได้ชาวบ้านจะกลับมาอยู่ในพื้นที่ดังเดิม” นายสุวัจน์ กล่าว

เมื่อถามว่านโยบายที่นำเสนอจะทำได้เมื่อเป็นรัฐบาลเท่านั้นหรือไม่ นายสุวัจน์ กล่าวว่า ถ้าเป็นรัฐบาล โดยตรงก็จะดี ถ้าเป็นฝ่ายค้านต้องยกมือถามว่า เมื่อไรจะทำ หมายถึงหากเป็นรัฐบาลก็ทำเอง แต่ถ้าเป็นเจ้ากระทรวง ท่องเที่ยวและกีฬาทำได้เลย เป็นเรื่องปกติ ใครเป็นรัฐบาลได้ทำในสิ่งที่บอกกับประชาชนไว้ ทุกพรรคจึงอยากเป็นรัฐบาล เพราะได้ลงมือทำ แต่หากเป็นฝ่ายค้านมีแต่จะยกมือถามว่าเมื่อไรจะทำ ทำไมทำช้า อย่างไรก็ดีเราไม่สามารถกำหนดได้ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล ขณะที่ผู้สมัครของพรรค ที่พรรคส่ง 2 เขต จาก 3 เขต ตนมั่นใจเพราะพรรคชาติพัฒนากล้าได้ทำโพลของพรรค  พบว่าพอใจ มีนโยบายส่งเสริมมท่องเที่ยวเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ของพรรคตอบโจทย์ได้ จึงมั่นใจว่าจะได้แจ้งเกิด และพัฒนาภูเก็ตเป็นเกาะระดับโลกของการท่องเที่ยว ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจให้ประเทศ ดังนั้นเมื่อได้เบอร์แล้ว จึงรีบลงพื้นที่เห็นแห่งแรก 

‘ศุภชัย’ เผยศาลสั่งห้าม ‘ชูวิทย์’ ยุ่งเรื่องกัญชาพรรค ‘ภท.’ ชี้!! มีเจตนาบิดเบือนความเข้าใจของประชาชน

‘ศุภชัย’ เผยศาลสั่งห้าม ‘ชูวิทย์’ จ้อ-แสดงการกระทำด้วยวิธีใด ๆ เกี่ยวกับปม ‘กัญชา’ ที่เกี่ยวข้อง ‘พรรคภูมิใจไทย’ อีก

(5 เม.ย.66) นายศุภชัย ใจสมุทร นายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า วานนี้ (4 เม.ย.66) พรรคภูมิใจไทย มอบอำนาจให้ตนยื่นคำฟ้องต่อศาลแพ่ง กรณีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ กระทำละเมิดต่อ พรรคภูมิใจไทย ในการแพร่ข่าว ไขข่าว ฝ่าฝืนต่อความเป็นจริงทำให้พรรคเสียหาย เป็นการฟ้องละเมิดและเรียกค่าเสียหาย และยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว และไต่สวนฉุกเฉิน ห้ามมิให้นายชูวิทย์ ดำเนินการตามที่ถูกฟ้อง คือ การกล่าวหาบิดเบือน กับพรรคภูมิใจไทย 

ทั้งนี้ เมื่อวาน (4 เม.ย.66) หลังจากคณะตุลาการพิจารณาแล้วเห็นว่าคำร้องเป็นการร้อง ห้ามมิให้พูด อาจจะเป็นการฟ้อง ซึ่งอาจจะเป็นผลกระทบต่อเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งคำร้องไม่เป็นการเฉพาะเจาะจง เป็นการยื่นคำร้องทั่วไป จึงยกคำร้อง แต่วันนี้พรรคภูมิใจไทย ได้ไปยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราว ขอไต่สวนฉุกเฉิน อีก และมีการไต่สวนจนเสร็จสิ้นเมื่อช่วงบ่าย ออกมา

นายศุภชัย กล่าวต่อว่า โดยเนื้อหามีดังนี้ วิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์แล้วข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า จำเลยให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน หลายสาขา ทั้งทางวิทยุ โทรทัศน์ และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งใช้เครื่องกระจายเสียงประกาศข้อเท็จจริงต่างๆ ตามคำฟ้องในที่สาธารณะ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจว่า โจทก์มีนโยบายที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และสมาชิกของโจทก์ไม่เหมาะสมที่จะได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งข้อเท็จจริง ตามที่จําเลยกล่าวหรือไขข่าวแพร่หลายต่อบุคคลทั่วไปนั้น ยังมิได้มีการพิสูจน์ว่าเป็นความจริงตามที่จําเลยกล่าวอ้างหรือไม่ จึงเป็นการกระทําซ้ำ และกระทําต่อไป ซึ่งการที่โจทก์ฟ้องกล่าวอ้างว่าจําเลยกระทําละเมิด

นักชก 'สปป.ลาว' โร่แฉ ‘กัมพูชา’ โกงโบกาตอร์ ชิงแชมป์อาเซียน พร้อมโพสต์ระบาย!! “แพ้แบบไม่น่าเชื่อ ได้แต้มแต่ไม่ชนะ”

หลังจากที่มีข่าวว่า กัมพูชา ได้ จัดการแข่งขันกีฬา โบกาตอร์ ชิงแชมป์อาเซียน ครั้งที่ 1 เพื่อเป็นการทดสอบ และเตรียมความพร้อมก่อนที่จะจัดการแข่งขันในศึกซีเกมส์ 2023 ในครั้งนี้ 

โดยชิงชัยทั้งหมด 21 เหรียญทอง และมีชาติที่เข้าร่วมแข่งขันทั้งหมด 4 ประเทศ คือ กัมพูชา,  สปป.ลาว, เวียดนาม และ ฟิลิปปินส์

กัมพูชา กวาดเหรียญไปเกินครึ่งโดยมีผลงาน 11 เหรียญทอง 10 เหรียญเงิน 12 เหรียญทองแดงขณะที่อันดับ 2 ลาว คว้าไปได้ 5 เหรียญทอง 7 เหรียญเงิน 12 เหรียญทองแดง ตามด้วยอันดับ 3 เวียดนาม คว้าได้ 3 เหรียญทอง 3 เหรียญเงิน 3 เหรียญทองแดง และอันดับ 4 ฟิลิปปินส์ คว้าได้ 2 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 3 เหรียญทองแดง

‘ชาวเน็ต’ แฉ!! กลโกงพ่อค้า แผงปาเป้าตุ๊กตางานวัด เฉลย!! ปาโดนเป้าแต่เด้งออก เพราะมีแผ่นสังกะสีแปะอยู่

ถึงว่าได้ยาก เปิดเบื้องหลัง ปาเป้าตุ๊กตางานวัด ทำไมเข้าจุดแล้วเด้งออก เฉลยให้เห็น มีเพียงเป้าเดียวที่ได้ ชาวเน็ตชี้จุด เป้าเดียวคือที่พ่อค้าปาโชว์

เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมยอดนิยมในงานวัด และเทศกาลต่าง ๆ ที่ต้องมี เกมปาเป้า ชิงตุ๊กตาให้ผู้ที่มาร่วมงานได้ลองความแม่นยำ ทว่า ผู้ใช้ TikTok @phayawanon ได้โพสต์คลิปแฉความลับถึงสาเหตุที่ทำให้ผู้เล่นเกมปาเป้าปาไม่ติด ทั้งที่ปาตรงเป้าหมายที่ร้านกำหนดไว้ แต่ลูกดอกดันเด้งออกมา

โดยผู้โพสต์ เผยว่า ไปงานวัดแล้วเจอป้ายเกมปาตุ๊กตา 1 ดอก 20 บาท 3 ดอก 50 บาท ที่พ่อค้าทิ้งไว้ จึงเก็บมาก่อนจะเปิดดูพบว่า ด้านหน้าที่เป็นรูปตุ๊กตาเรียงเป็นช่องสี่เหลี่ยมมากมายนั้น ต้องมีโชคขนาดไหนถึงจะได้รางวัล

‘กกต.’ แจง ใช้ ‘รถแห่หาเสียง-เปิดเพลงพรรค’ ได้ แต่ห้ามห้ามรื่นเริง ชี้!! ผู้ช่วยหาเสียงทำทุกอย่างได้เหมือนผู้สมัคร ย้ำห้ามทำผิดกฎหมาย

‘เลขากกต.’ แจง ‘ศรีสุวรรณ’ ร้องนักการเมืองใช้รถกระบะ-ปิกอัพแห่หาเสียงได้-เปิดเพลงพรรคได้ แต่ห้ามรื่นเริง สำหรับผู้ช่วยหาเสียงทำได้ทุกอย่างเหมือนผู้สมัคร แต่อย่าทำผิดกฎหมาย ขณะคู่สมรสนักร้อง/นักแสดง ของผู้สมัครช่วยหาเสียงได้ไม่คิดเป็นค่าใช้จ่าย

(5 เม.ย.66) นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงการใช้รถแห่หาเสียงของผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ว่า สามารถใช้หาเสียงได้เมื่อมีผู้สมัคร หรือสมาชิกพรรค ตลอดจนแคนดิเดตนายกฯของพรรคอยู่บนรถ และสามารถเปิดเพลงหรือร้องเพลงของพรรคได้เท่านั้น แต่รถแห่ที่มีการแสดงรื่นเริงบนรถทำไม่ได้ ดังนั้นหากมีการร้องเรียนมาที่ กกต.จะต้องพิจารณาเป็นกรณี

ส่วนผู้ช่วยหาเสียงของพรรคการเมืองสามารถทำได้ทุกอย่างเหมือนกับผู้สมัคร แต่อย่าทำอะไรที่ผิดกฎหมาย และสามารถขึ้นเวทีดีเบตได้ หากพรรคส่งเป็นตัวแทน และอยากให้สื่อให้โอกาสกับทุกพรรคการเมืองได้ประชันนโยบายเวทีดีเบต ซึ่งการทำกิจกรรมของผู้ช่วยหาเสียงจะต้องคิดเป็นค่าใช้จ่ายของพรรคทั้งหมด ยกเว้นกรณีที่เป็นสามีหรือภรรยาของผู้สมัครจะถือเป็นคนเดียวกันตามกฎหมาย จึงไม่ต้องคิดรวมเป็นค่าใช้จ่ายหาเสียง ดังนั้นแม้คู่สมรสจะเป็นดารานักร้องหรือนักแสดงก็สามารถช่วยหาเสียงได้โดยไม่คิดเป็นค่าใช้จ่าย


ที่มา : https://www.naewna.com/politic/722415

‘ชัชชาติ’ สวนกลับ ‘พ่อเจ เจตริน’ หลังวิจารณืไม่มีผลงาน แนะ!! เปิดเน็ตเช็กความก้าวหน้า แก้ไปแล้วกว่า 2 แสนเรื่อง

‘ชัชชาติ’ ขอบคุณที่นึกถึง ‘พ่อเจ เจตริน’ ทวีตถามหาผลงาน แนะเปิดเน็ตเช็กดูได้ ขนาดแม่ยังโทรถามเมื่อเช้า ‘ทำไมไม่มีผลงาน’

(5 เม.ย.66) ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดง นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยถึงกรณี ศ.(พิเศษ) เจริญ วรรธนะสิน รองประธานคณะกรรมการ คณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือบิดาของ เจ เจตริน นักร้องชื่อดัง ทวีตภาพนายชัชชาติพร้อมข้อความผ่านทวิตเตอร์ โดยตั้งคำถามถึงผลงานและการทำงานของนายชัชชาติ ว่า ตั้งแต่ได้รับเลือกเป็นผู้ว่าฯ กทม. เคยทำอะไรที่เป็นเรื่องเป็นราวให้เห็นบ้าง?

นายชัชชาติกล่าวว่า ทุกคนมีสิทธิแสดงความเห็นได้ ถ้าอยากให้ปรับปรุงตรงไหนก็พร้อมทำ ที่ผ่านมาดำเนินการตามนโยบาย 217 ข้อ ก็ทำมาตลอด เราน้อมรับทุกคำพูด ส่วนตัวยังไม่ได้อ่านรายละเอียดที่ท่านอยากจะให้ทำอะไรเพิ่ม ส่วนผลงานมีอยู่แล้ว แต่ต้องเข้าไปดู

วธ.จัดงานรดน้ำขอพรศิลปินแห่งชาติ เนื่องในประเพณีสงกรานต์ ๒๕๖๖ เชิญชวนประชาชนร่วม “สืบสานสงกรานต์วิถีไทย ร่วมสานใจสู่สากล” เผยแพร่ความงามอัตลักษณ์ความเป็นไทย รองรับการขึ้นมรดกวัฒนธรรมของมนุษยชาติ

วันที่ ๕ เมษายน ๒๕๖๖ เวลา ๐๙.๓๐ น. นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม  นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ผู้บริหารวธ. พร้อมเครือข่าย เข้าร่วมแสดงมุทิตาจิตในกิจกรรม “รดน้ำขอพรศิลปินแห่งชาติ ผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม ผู้บริหารงานวัฒนธรรม เนื่องในประเพณีสงกรานต์ พุทธศักราช ๒๕๖๖” เพื่อสืบสานอัตลักษณ์ความงดงามของประเพณีวัฒนธรรมไทย ณ หอประชุมเล็ก ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย 

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้กล่าวแสดงมุทิตาจิตในกิจกรรม “รดน้ำขอพรศิลปินแห่งชาติ ผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมและผู้บริหารงานวัฒนธรรม เนื่องในประเพณีสงกรานต์ พุทธศักราช ๒๕๖๖” ด้วยกระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมส่งเสริมวัฒนธรรม ได้ดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการสืบสานขนบธรรมเนียมประเพณี เสริมสร้างค่านิยมและความเป็นไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเพณีสงกรานต์ ซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่ที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โบราณ ถือเป็นประเพณีขึ้นปีใหม่ของไทย โดยในประเพณีนี้มีพิธีสำคัญอย่างหนึ่ง คือ การรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ เพื่อแสดงออกถึงความรัก ความผูกพัน ความกตัญญูกตเวทิตาต่อผู้ใหญ่ และบุคคลที่เคารพรัก เป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความสมานฉันท์ปรองดองให้เกิดขึ้นในสังคม ทั้งยังถือเป็นการสร้างขวัญกำลังใจแด่ศิลปินแห่งชาติ รวมถึงเป็นแบบอย่างของการจัดกิจกรรมรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ให้แก่องค์กรและประชาชนทั่วไป อีกด้วย 

“ปี ๒๕๖๖ นี้ ถือเป็นนิมิตหมายอันดีที่องค์การยูเนสโก ได้รับรายการตัวแทนมรดกวัฒนธรรมของไทย "สงกรานต์ในประเทศไทย" (Songkran in Thailand, traditional Thai New Year festival) เข้าวาระการพิจารณาการขึ้นทะเบียนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ในเดือนธันวาคม ๒๕๖๖ นี้  ถือเป็นมรดกวัฒนธรรมฯ รายการที่ ๔ ของประเทศ ต่อจาก โขน นวดไทย และโนรา จึงเป็นโอกาสอันดีในการเผยแพร่คุณค่าสาระ อัตลักษณ์ความงามของสงกรานต์ ประเพณีที่นักท่องเที่ยวทั่วโลกให้ความนิยม ได้เกิดการรับรู้และเข้าใจอย่างถูกต้องในคุณค่าที่แท้จริงของประเพณีวัฒนธรรมของไทย” นายอิทธิพล กล่าว
 
นายคเณศ เค้ามูลคดี ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ภาพยนตร์และละครโทรทัศน์) พุทธศักราช ๒๕๖๐ ผู้แทนศิลปินแห่งชาติ ได้กล่าวอวยพรเนื่องในประเพณีสงกรานต์ ว่า ในนามของศิลปินแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรม ผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม และผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม ที่ได้มีโอกาสมาร่วมให้พรในครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ระลึกถึงและมาร่วมกันแสดงมุทิตาจิตในวันนี้ รู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งที่คนรุ่นหลังให้ความสำคัญ และระลึกถึงผู้อาวุโส โดยการจัดกิจกรรมรดน้ำขอพรศิลปินฯ นี้ เป็นการแสดงออกถึงความรัก ความกตัญญูกตเวทีที่มีต่อผู้ใหญ่ และครูอาจารย์ ทำให้เกิดความรู้สึกปลาบปลื้มและมีความสุขเป็นอย่างยิ่ง “ในวาระสงกรานต์ปีใหม่ไทย จึงขออาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก และขออำนาจคุณพระศรี-รัตนตรัย จงดลบันดาลให้ทุกท่าน จงประสบแต่ความสุข ความเจริญ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ มีความรักความสามัคคีให้แก่กัน และร่วมกันสืบสานศิลปวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่ สืบไป” นายคเณศ กล่าว
 
ทั้งนี้ ภายในงานมีศิลปินแห่งชาติ ทั้ง ๓ สาขา ร่วมพิธี อาทิ นายคเณศ เค้ามูลคดี  นางรัตติยะ วิกสิตพงศ์  นายสมศักดิ์ เชาวน์ธาดาพงศ์  นายเสวต เทศน์ธรรม  นายสมเศียร พานทอง  นายบุญเลิศ นาจพินิจ  นายชัยชนะ บุญนะโชติ  นางสาววนิดา พึ่งสุนทร  นายเผ่า สุวรรณศักดิ์ศรี  นายสุประวัติ ปัทมสูต  นางพิสมัย วิไลศักดิ์  นางรัจนา พวงประยงค์  นายนคร ถนอมทรัพย์  ศ.พิเศษ อารี สุทธิพันธุ์  นางสาวทัศนีย์ ขุนทอง  นายปัญญา วิจินธนสาร นางชมัยภร บางคมบาง  ศ.เกียรติคุณ วิชัย สิทธิรัตน์  นายธนิสร์ ศรีกลิ่นดี  นายวินัย พันธุรักษ์  นายปี๊บ คงลายทอง  นางสุดา ชื่นบาน  ศ.ณรงค์ฤทธิ์ ธรรมบุตร  นายนพพล โกมารชุน  นายวิโรจน์ วีระวัฒนานนท์  นางผ่องศรี วรนุช  นายสิงห์คม บริสุทธิ์  นายวิรัช อยู่ถาวร  นางรุ่งฤดี เพ็งเจริญ  นายไพฑูรย์ เข้มแข็ง  นายธงชัย รักปทุม และ พันโทวิชิต โห้ไทย  โดยมีผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม  ทายาทศิลปินแห่งชาติ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมวัฒนธรรม เครือข่ายศิลปวัฒนธรรม เข้าร่วมสรงน้ำพระพุทธรูป และรดน้ำขอพรศิลปินแห่งชาติ รวมถึงผู้มีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรม  เพื่อร่วมสืบสานประเพณีวัฒนธรรมอันงดงาม เสริมสร้างค่านิยมและความเป็นไทย  ซึ่งการรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ เป็นพิธีกรรมที่แสดงออกถึงความรัก ความผูกพัน ความกตัญญูกตเวทิตาต่อผู้ใหญ่ และบุคคลที่เคารพรัก อันจะช่วยสร้างความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในสังคม ทั้งยังเป็นการสร้างขวัญกำลังใจแด่ศิลปินแห่งชาติ รวมถึงเป็นแบบอย่างของการจัดกิจกรรมรดน้ำขอพรผู้อาวุโสให้แก่องค์กรและประชาชนทั่วไป  และ บริเวณหน้างานยังมีนิทรรศการให้ความรู้ คุณค่า สาระ แนวทางปฏิบัติเนื่องในประเพณีสงกรานต์ อีกด้วย 

‘พท.’ เปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ ตามคาด ‘อิ๊งค์-เศรษฐา-ชัยเกษม’ ชี้!! ทั้ง 3 คนแตกต่างกัน แต่ก็สามารถทำงานเพื่อประชาชนได้

(5 เม.ย.66) ที่ธันเดอร์โดม สเตเดียม อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย จัดงานปราศรัยใหญ่ ภายใต้แนวคิด “คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน ตอน One Team for all Thais : หนึ่งทีมเพื่อไทยทุกคน” เพื่อเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ ทั้ง 3 คนของพรรคเพื่อไทย ตามที่นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค ได้นำชื่อ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายชัยเกษม นิติสิริ ประธานยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย ได้ยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ช่วงบ่ายวันเดียวกันนี้ โดยแคนดิเดตทั้ง 3 คน ได้เดินผ่านพรมแดงเพื่อเข้าสู่ ธันเดอร์โดม ที่มีแฟนคลับพรรคเพื่อไทยรอให้กำลังใจอยู่บริเวณอัฒจันทร์และบริเวณกลางสนามรอบเวที พร้อมกันนี้ยังมีแกนนำพรรค และว่าที่ผู้สมัครส.ส.ของพรรคเพื่อไทย เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก อาทิ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรค นายประเสริฐ จันทรรวงทอง เลขาธิการพรรค นายสุชาติ ตันเจริญ อดีตรองประธานสภาฯ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรค 

น.ส.แพทองธาร ให้สัมภาษณ์ว่า “วันนี้ถึงเวลาแล้วที่เราจะประกาศให้ประชาชนทราบว่าเราพร้อม พรรคเพื่อไทยพร้อมฟูลทีม สำหรับจุดเด่นของทั้ง 3 คนนั้นไม่เหมือนกันเลย บอกแล้วว่าหากเลือกพรรคเพื่อไทยจะได้ทั้ง 3 คนไปทำงาน เมื่อถามว่าการเลือกแคนดิเดตเบอร์ 1 มาจากอะไร น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ตอนนี้ยังไม่ทราบว่าใครคือเบอร์ 1 2 3 ทุกบัญชีเราเสนอชื่อเต็มหมด ไม่ว่าจะเป็นส.ส.เขต ส.ส.บัญชีรายชื่อ และแคนดิเดตนายกฯ เพื่อให้ประชาชนได้ประโยชน์สูงสุด เมื่อถามถึงความชัดเจนของรายชื่อแคนดิเดตนายกฯ คนที่ 1 ของพรรคเพื่อไทย เพราะอาจจะเป็นแรงดึงดูดให้ประชาชนเลือกพรรค น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า สำหรับแคนดิเดตนายกฯ 3 คนของพรรคเพื่อไทย ไม่มีใครเหมือนกันเลย แต่ไม่ว่าจะเป็นเบอร์ไหนก็ทำงานร่วมกันอยู่ดี นี่คือสิ่งสำคัญ วันนี้จะอาศัยแค่พรรคเพื่อไทย เราต้องชนะไปด้วยกัน ประชาชนต้องออกมาเลือกอนาคตของตัวเองไปพร้อมกับพรรคเพื่อไทย เมื่อถามว่ามั่นใจกว่าพรรคอื่นหรือไม่ที่มีแคนดิเดตนายกฯ 3 คน ในขณะที่พรรคอื่นมีคนเดียว น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า อย่างที่บอกว่าเราเจออะไรกันมาเยอะ และเราตั้งใจกันจริง ๆ ในเรื่องนโยบาย พวกเราทั้ง 3 คนพร้อมเป็นตัวเลือกให้ประชาชน เพราะเราอยากได้นายกฯ ที่มาจากพรรคเพื่อไทย เพื่อพลักดันนโยบายของพรรคเพื่อไทยให้เป็นจริงได้”

ผู้สื่อข่าวต่างประเทศถามว่า หลังการเลือกตั้งจะไปร่วมมือกับพรรคพลังประชารัฐ หรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เร็วเกินไปที่จะพูด ขอโฟกัสที่การเลือกตั้ง สนใจผลการเลือกตั้งของพรรคเราเป็นอันดับแรกก่อน 

เมื่อถามถึงกรณีที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ยกบทเพลงพระราชนิพนธ์มาพูด ระหว่างพิธีครบรอบวันสถาปนากระทรวงกลาโหม ว่าหากประเทศชาติขาดความรักความสามัคคี ก็ไม่อาจเกิดความสงบ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ถูกต้องประเทศชาติต้องมีความสามัคคีกัน เพราะฉะนั้นหากประชาชนเลือกมาแล้ว ก็ไม่ควรทำรัฐประหาร 

‘ธรรมนัส’ ชูสานต่อบัตรประชารัฐ 700 บาท-แก้ปัญหาที่ดินทำกิน ลั่น!! ‘พปชร.’ ขออาสาพัฒนาสร้างบ้านแปงเมืองพะเยาให้ดียิ่งขึ้น

(5 เม.ย.66) ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 จ.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้นำคณะลงพื้นที่ไปพบปะประชาชนเพื่อขอคะแนนเสียงตั้งแต่ช่วงเช้าจนถึงค่ำ โดยเริ่มจากไปพบปะทักทายพ่อค้า แม่ค้าและประชาชนทั่วไปในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ที่ตลาดเช้าแม่นาเรือ ก่อนจะขึ้นรถแห่ทักทายประชาชนรอบตลาดแม่นาเรืออีกครั้ง จากนั้นไปพบชาวบ้านในพื้นที่บ้านแม่ต๋ำบุญโยง, ตลาดแม่กาเยื้องวัดแม่กาห้วยเคียน แล้วไปต่อที่วัดบ้านดาวเรือง (จำป่าหวาย) ตลาดเครือวัลย์ (จำป่าหวาย) และตลาดท่าวังทอง และตลาดสุวรรณเภรี เป็นต้น โดยมีพ่อค้าแม่ค้า และประชาชนทั่วไปที่มาจับจ่ายซื้อสินค้า ให้การต้อนรับและมอบดอกไม้ ตลอดจนพวงมาลัยดอกดาวเรือง พวงมาลัยดอกมะลิ เพื่อเป็นกำลังใจให้ ร.อ.ธรรมนัสเป็นจำนวนมาก โดยหลายคนได้เข้ามาสวมกอด และขอถ่ายภาพเซลฟี่อีกด้วย ซึ่ง ร.อ.ธรรมนัสก็ได้ร่วมถ่ายภาพอย่างเป็นกันเอง

โดย ร.อ.ธรรมนัสกล่าวกับประชาชนที่มาคอยให้กำลังใจช่วงหนึ่งว่า รู้สึกดีใจที่วันนี้ได้มาพบกับพ่อแม่พี่น้องทุกคน ถึงแม้อากาศจะร้อนแต่ก็ยังเห็นทุกคนมาคอยให้กำลังใจไม่ยอมถอย จึงรู้สึกซาบซึ้งใจและขอบคุณทุกท่านอย่างยิ่ง วันนี้จึงมาขอฝากเรื่องราวดีๆ ที่เป็นนโยบายของพรรคพลังประชารัฐเพื่อประโยชน์ของพ่อแม่พี่น้องประชาชน ทั้งเรื่องการสานต่อบัตรประชารัฐ 700 บาท เรื่องการดูแลผู้สูงอายุหรือเบี้ยยังชีพเดือนละ 3,000 บาท 4,000 บาท และ 5,000 บาท ตามช่วงอายุ 60-80 ปี นอกจากนี้เราจะดูแลทุกช่วงวัยทั้ง “แม่ บุตร ธิดา ประชารัฐ” รวมไปถึงแก้ปัญหาที่ดินทำกิน “มีเรา ไม่มีแล้ง มีน้ำ ไม่มีจน” เปลี่ยน ส.ป.ก.เป็นโฉนด และ คทช.เปลี่ยนเป็น ส.ป.ก.

“ช่วง 4 ปีที่ผ่านมาที่ผมเคยหาเสียงตั้งแต่ปี 2562 และได้พูดกับพี่น้องประชาชนว่า ผมจะมาทำงานรับใช้พ่อแม่พี่น้องอย่างเต็มที่หากได้เลือกผมมาเป็น ส.ส.ของพวกท่าน และผลงานของผมที่ผ่านมาก็ได้เห็นชัดเจนว่า ผมได้ทำงานพัฒนาสร้างบ้านแปงเมืองและช่วยแก้ปัญหาในทุกเรื่องอย่างเต็มที่และมีทิศทางดีขึ้น ยกตัวอย่างเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ถนนสายหลักทุกสายมีการเปลี่ยนแปลงชัดเจน จาก 2 เลน เป็น 4 เลน ช่วยให้การเดินทางสะดวกสบายและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีการแก้ปัญหาเรื่องน้ำ กรรมสิทธิ์ที่ดินทำกิน และราคาพืชผลการเกษตรต่าง ๆ มาวันนี้จึงมาขอโอกาสและความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนทุกท่านเพื่อเข้าไปทำงานสานต่อและดูแลรับใช้ทุกท่าน เพื่อพัฒนาสร้างบ้านแปงเมืองของเราต่อไป อย่าลืมวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ เข้าคูหาเลือกผมเป็น ส.ส.กาเบอร์ 6 และกาเบอร์ 37 เลือกพรรคพลังประชารัฐ” ร.อ.ธรรมนัสกล่าว

6 เมษายน ของทุกปี ‘วันจักรี’ รำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงปราบดาภิเษกขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี

ในวันที่ 6 เมษายน ของทุกปี นับว่าเป็นอีกหนึ่งวันสำคัญของประเทศไทยซึ่งตรงกับ ‘วันจักรี’ โดยความเป็นมาเริ่มต้นจากในวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2325 เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เสด็จปราบดาภิเษก ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี และทรงสร้างกรุงเทพฯ เป็นเมืองหลวงของไทย มาจนทุกวันนี้

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณดังกล่าว ในปี พ.ศ. 2416 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงโปรดเกล้าฯ ให้หล่อพระบรมรูป พระเจ้าอยู่หัวทั้ง 4 พระองค์ ( ร.1 - 4 ) เพื่อประดิษฐานไว้ให้พระมหากษัตริย์องค์ต่อมา พระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ และประชาชนได้ถวายบังคมระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ เป็นธรรมเนียมปีละครั้ง และโปรดเกล้าให้อัญเชิญไปประดิษฐานไว้บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และมีการย้ายที่หลายครั้ง เช่นพระที่นั่งพุทไธสวรรย์ปราสาท และพระที่นั่งศิวาลัยปราสาทเป็นต้น

ในรัชกาลที่ 6 โปรดให้ย้ายพระบรมรูปทั้ง 4 ( ร.1 - 4 ) มาไว้ ณ ปราสาทพระเทพบิดร ในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม พร้อมกับพระบรมรูปของรัชกาลที่ 5 พระชนกนาถ พระที่นั่งองค์นี้ รัชกาลที่ 6 โปรดให้ซ่อมจากพุทธปรางค์ปราสาทเพื่อเรื่องนี้โดยเฉพาะ และได้พระราชทานนามดังกล่าว การซ่อมแซมก่อสร้างและประดิษฐานพระบรมรูปทั้ง 5 รัชกาล สำเร็จลุล่วงในเดือนเมษายน พ.ศ. 2461 จึงได้มีพระบรมราชโองการ ประกาศตั้งพระราชพิธีถวายบังคมพระบรมรูป ในวันที่ 6 เมษายนปีนั้น และต่อมา โปรดฯ ให้เรียกวันที่ 6 เมษายนว่า ‘วันจักรี’

วันที่ระลึกมหาจักรี หรือที่เรียกกันโดยย่อว่าวันจักรีนั้น สืบเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 ทรงพระราชดำริว่าพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ประกอบพระราชพิธีทรงหล่อพระบรมรูปลักษณะเหมือนพระองค์จริงฉลองพระองค์แบบไทย ณ โรงหล่อหลังวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (บริเวณศาลาสหทัยสมาคมในปัจจุบัน) เพื่อสนองพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระปฐมบรมราชบุพการี แล้วโปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาทขึ้นในพระบรมมหาราชวัง เชิญพระบรมรูปทั้ง 4 รัชกาลนั้น ประดิษฐานเพื่อเป็นพระบรมราชานุสรณ์ สำหรับถวายบังคมสักการะในงานพระราชพิธีฉัตรมงคลและพระราชพิธีพระชนมพรรษา 

ครั้นในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสืบราชสันติวงศ์ ได้โปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวพระบรมชนกนาถ จากต่างประเทศ แล้วอัญเชิญขึ้นประดิษฐานร่วมกับพระบรมรูปทั้ง 4 รัชกาลนั้น ต่อมาทรงพระราชดำริว่าพระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาทยังไม่เหมาะสมที่จะมีงานถวายบังคมสักการะพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ซ่อมแปลงพระพุทธปรางค์ปราสาทในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เพื่อประดิษฐานพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชทั้ง 5 รัชกาล 

โดยได้พระราชทานนามใหม่ว่า ปราสาทพระเทพบิดร โดยทรงพระอนุสรณ์คำนึงถึงพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ซึ่งได้ประดิษฐานพระบรมราชวงศ์จักรี ทรงมีพระเดชพระคุณต่อประเทศ เมื่อมีโอกาสก็ควรแสดงความเชิดชูและระลึกถึง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งการพระราชพิธีเชิญพระบรมรูปจากพระที่นั่งศิวาลัยมหาปราสาทมาประดิษฐานที่ปราสาทพระเทพบิดร เมื่อวันที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2461 อันเป็นดิถีคล้ายวันที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก เสด็จกรีธาทัพถึงพระนคร ได้รับอัญเชิญขึ้นเถลิงถวัลย์ราชสมบัติ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบรรจุพระกรัณฑ์ทองคำลงยาราชาวดีซึ่งบรรจุพระบรมทนต์ (ฟัน) พระสุพรรณบัฏจารึกพระปรมาภิไธย พระดวงพระบรมราชสมภพ พระดวงบรมราชาภิเษก พระดวงสวรรคต ลง ณ เบื้องสูงของพระเศียรพระบรมรูปทั้ง 5 รัชกาลครั้นถึงวันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2461 (สมัยนั้นขึ้นปีใหม่วันที่ 1 เมษายน) 

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าพระยาธรรมาธิกรณาธิบดี (ม.ร.ว. ปุ้ม มาลากุล) เสนาบดีกระทรวงวัง ประกาศพระบรมราชโองการให้มีการกราบ ถวายบังคมพระบรมรูปสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชเป็นการ ประจำปีกำหนดใน วันที่ 6 เมษายน เป็นประเพณีสืบไป ในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้มีพระราชพิธีทรงหล่อพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ โรงหล่อกรมศิลปากร ครั้นตกแต่งพระบรมรูปเรียบร้อยแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ กำหนดการพระราชพิธีประดิษฐาน พระบรมรูปที่ปราสาทพระเทพบิดร โดยเสด็จพระราชดำเนินมาทรงบรรจุพระบรมทนต์พระสุพรรณบัฏจารึกพระปรมาภิไธยและดวงพระบรมราชสมภพ พระดวงบรมราชาภิเษก พระดวงสวรรคต ในพระกรัณฑ์ทองคำลงยา แล้วทรงบรรจุที่เบื้องสูงของพระเศียรพระบรมรูป เมื่อวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2470 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top