Monday, 3 August 2026
TheStatesTimes

'ก้าวไกลกรุงเทพฯ' ตั้งเวทีริมถนน ประชาสัมพันธ์นโยบาย เน้นคนสัญจรในเมือง ผลตอบรับดี มีประชาชนมาให้กำลังใจ

(5 เม.ย.66) หลังจากเสร็จสิ้นกิจกรรมเมื่อวันที่ 3 เมษายน ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับสมัคร ส.ส. แบบแบ่งเขตทั่วประเทศ และให้ผู้สมัครจับเบอร์ที่จะใช้ในการเลือกตั้ง ผู้สมัคร ส.ส. พรรคก้าวไกลทั่วประเทศ ก็เดินหน้าลงพื้นที่หาเสียงอย่างเข้มข้น

ในช่วง 1-2 วันที่ผ่านมา ได้มีการเผยแพร่ภาพผู้สมัคร ส.ส. กรุงเทพฯ ของพรรคก้าวไกลหลายเขต ใช้วิธีการหาเสียงแบบใหม่ ด้วยการยืนปราศรัยบนเวทีที่ยืนขนาดเล็ก ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ ยางรถยนต์ แล้วใช้เครื่องเสียงขนาดเล็กประชาสัมพันธ์นโยบายของพรรคก้าวไกลและตัวผู้สมัคร

พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล เปิดเผยว่าวิธีการหาเสียงแบบนี้ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกลหลายเขตทำแล้วได้ผลตอบรับดีมาก เพราะสอดคล้องกับวิถีชีวิตคนกรุงเทพฯ ที่ใช้ชีวิตส่วนใหญ่บนท้องถนน หรือเดินทางสัญจรไปมาทั้งบนถนนและบนทางเท้า รวมทั้งมีต้นทุนในการหาเสียงที่ต่ำกว่ามากเมื่อเทียบกับรถแห่หาเสียงหรือเวทีขนาดใหญ่

“หัวใจสำคัญของการหาเสียงด้วยวิธีนี้ คือความใกล้ชิดกับประชาชน เพราะยืนอยู่ในระยะที่ประชาชนเข้าถึงตัว มีปฏิสัมพันธ์กับผู้สมัคร ส.ส. ได้ เราได้รับเสียงตอบรับที่ดีมากจากประชาชนที่สัญจรผ่านไป-มา บางคนจอดรถให้กำลังใจ บางคนซื้อน้ำ-ซื้อพวงมาลัยให้ บางคนก็เข้ามาพูดคุยสอบถามนโยบายพรรคก้าวไกล การหาเสียงด้วยวิธีนี้สอดคล้องกับค่านิยมพรรคก้าวไกลที่บอกว่าผู้แทนราษฎรของเราต้องเป็นคนธรรมดา ไม่ทำตัวสูงส่งกว่าประชาชนหรือเข้าถึงยาก รวมทั้งยังเป็นวิธีการที่มีต้นทุนต่ำมากๆ ในการหาเสียง” พิจารณ์กล่าว

‘คิงก่อนบ่าย’ สมัครเขต 1 พปชร. ถือฤกษ์ 5 5 5 ได้เบอร์ 11 ประกาศลั่น!! ตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อคนประจวบฯ

คิงก่อนบ่าย ยึดเลขเลขสวย ถือฤกษ์ 5 5 5  ได้เบอร์11

(5 เม.ย.66) นายณภัทร ชุ่มจิตตรี อดีตดารานักแสดงตลกชื่อดัง ผู้สมัคร ส.ส.เขต 1 ในนามพรรคพลังประชารัฐ ยื่นเอกสารเพื่อสมัครรับเลือกตั้งในเวลา 11.05 น. วันที่ 5 เมษายน ที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 

โดยได้หมายเลข 11 ท่ามกลางกองเชียร์ที่มาร่วมให้กำลังใจ มีทั้ง กลุ่มวัวลาน กลุ่มชาวประมง เป็นจำนวนมาก เพราะเชื่อมั่น ในอุดมการณ์ เเละเป็นคน พูดจริงทำจริง ของ คิง ซึ่งก่อนหน้ายื่นใบสมัคร นายณภัทร ได้เดินขึ้นบันไดเขาช่องกระจก 369 ขั้น ด้านหน้าศาลากลางประจวบฯ เพื่อกราบขอพรจาก พระบรมสารีรกธาตุบนยอดเขาด้วย ทำให้บรรยากาศ ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์คึกคักขึ้นมาทันที 

เเม้วันนี้จะเป็นวันที่ 3 ของการรับสมัครก็ตาม  โดยคิง ณภัทร ระบุว่า ดีใจที่ได้หมายเลข 11 เพราะถือว่าเป็นเลขคู่บุญ ประจำตัว ตั้งใจทำอย่างเต็มที่ เพื่อชาวประจวบคีรีขันธ์

'พิธา' เสนอนโยบาย '5 ต.' ดันหวยใบเสร็จ-ลดภาษี SMEs โวย!! ศก.ยังไม่ฟื้น เพราะช่วยเหลือคนตัวเล็กไม่เท่าทุนใหญ่

‘พิธา’ ร่วมวงนโยบายเอสเอ็มอี ชี้แม้โควิดผ่านไปแล้วแต่ยังไม่ฟื้น ได้ความช่วยเหลือไม่เท่าทุนใหญ่ รัฐบาลก้าวไกล พร้อมกิโยตินกฎหมายที่เป็นอุปสรรค เสนอนโยบาย '5ต.' ดันหวยใบเสร็จ-ลดภาษีเอสเอ็มอี

เมื่อวันที่ 4 เม.ย.66 นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล บรรยายในงาน Move Forward SME Conference ที่พรรคก้าวไกลจัดขึ้น โดยมีการเชิญตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการ SMEs ด้านต่างๆ มาร่วมพูดคุยกับทีมเศรษฐกิจพรรคก้าวไกล

พิธา บรรยายปิดท้ายวงพูดคุย ระบุว่าคำถามสำคัญเร่งด่วนสำหรับ SMEs ในขณะนี้ คือสถานการณ์โควิดผ่านไปแล้ว SMEs ไทยฟื้นตัวหรือยัง? วันนี้ทุกคนรู้ดีว่าการเติบโตของ GDP ไทยที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ค่าเฉลี่ยการเติบโตติดลบไป 6.2% แต่เมื่อมองไปในภาพลึก จะพบว่าสำหรับ SMEs การติดลบสูงถึงกว่า 10% สัดส่วนของ SMEs ที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ 35% หายไป 1% เต็มๆ คิดเป็นมูลค่ากว่าหลายแสนล้านบาท ที่ผ่านมา SMEs จึงเป็นผู้ที่เจ็บลึกและเจ็บยาว

พิธากล่าวต่อว่า สำหรับ SMEs แล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดไม่ใช่กำไร แต่คือสภาพคล่อง ที่เป็นดั่งชีพจรสุดท้าย แต่ระหว่างวิกฤติโควิดที่ผ่านมา ปรากฏว่า SMEs กลับเข้าไม่ถึงสภาพคล่อง ไม่สามารถกู้เงินมาเสริมสภาพคล่องในช่วงวิกฤติได้ แม้จะมี พ.ร.ก.เงินกู้ฯ ออกมา แต่ก็มาพร้อมเงื่อนไขว่าต้องเป็นลูกค้าธนาคารพาณิชย์มาก่อน สิ่งที่ตามมาก็คือในปี 2565 ไตรมาส 2 ธนาคารมีการปล่อยกู้ให้กลุ่มทุนใหญ่ เป็นสัดส่วนกว่า 10% ขณะที่การปล่อยกู้ให้ SMEs มีสัดส่วนน้อยมาก ดังนั้น สิ่งที่ SMEs ต้องการในตอนนี้ คือการอัดฉีดสภาพคล่องโดยเร็วที่สุด ไม่อาจปล่อยให้ล้มหายได้

พิธากล่าวต่อไป ว่าพรรคก้าวไกลเห็นความสำคัญของ SMEs เสมอมา โดยเฉพาะในช่วงวิกฤติโควิด พรรคลงไปทำงานผ่านกลไกกรรมาธิการการเศรษฐกิจ นำงบประมาณที่เกี่ยวข้องมาพิจารณา อภิปรายให้เห็นจุดบกพร่องของ พ.ร.ก.เงินกู้ฯ ที่ไม่ทำให้ SMEs เข้าถึงได้จริงๆ รวมทั้งการผลักดันนโยบายทลายทุนผูกขาด เพื่อสร้างโอกาสที่เท่าเทียมกันระหว่างทุนใหญ่และธุรกิจ SMEs ผ่านกฎหมายสุราก้าวหน้า เป็นต้น

ส่วนในระยะต่อไป พรรคก้าวไกลเห็นว่าสิ่งที่เป็นอุปสรรคอย่างมากสำหรับ SMEs คือกฎหมายและระเบียบที่ล้าหลังหลายพันฉบับ บางฉบับมีมาตั้งแต่ปี 2490 พรรคก้าวไกลยืนยันว่าสามารถกิโยตินทิ้งได้ถึง 50%

อธิบดีกรมการจัดหางาน ให้สัมภาษณ์ รายการเปิดฟ้า ช่วง “คนละไม้คนละมือ”

วันที่ 5 เมษายน 2566 เวลา 14.00 น. นายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน ให้สัมภาษณ์ รายการเปิดฟ้า ช่วง “คนละไม้คนละมือ” ตอนที่ 3 ในประเด็น “มาตรา 33 และมาตรา 35 และการติดตามงานด้านการส่งเสริมการจ้างงานคนพิการ” ณ ห้องประชุมตรีเทพ 1 ชั้น 12 กรมการจัดหางาน 

ทั้งนี้ รายการดังกล่าวออกอากาศทาง ททบ. 5 ในวันที่ 17 เมษายน 2566 เวลา 14.00 - 14.30 น.

เชียงใหม่-เทศบาลนครเชียงใหม่ ชวนเที่ยว “งานป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ 2566” พร้อมพาย้อนรอยประเพณีพื้นเมืองอันงดงาม

เทศบาลนครเชียงใหม่ จัดงานสงกรานต์ สืบสานป๋าเวณีปี๋ใหม่เมืองเจียงใหม่ ประจำปี 2566 อย่างเต็มรูปแบบ 12-16 เมษายน นี้  เพื่ออนุรักษ์วัฒนธรรมอันดีงาม และกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวภายในจังหวัด

นายอัศนี บูรณุปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ ชวนนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และต่างชาติ เที่ยวงานป๋าเวณีปี๋ใหม่เมือง (ประเพณีสงกรานต์) ประจำปี 2566 ซึ่งทางเทศบาลนครเชียงใหม่จัดอย่างยิ่งใหญ่ พร้อมพาย้อนรอยประเพณีพื้นเมืองที่เก่าแก่สวยงาม และยังมีกิจกรรมต่างๆ เช่น การตักบาตรในวันขึ้นปีใหม่ไทย, ขบวนแห่พระพุทธสิหิงส์และพระพุทธรูปสำคัญ, การแสดงแสงสีเสียง, การประกวดเทพี/เทพบุตรสงกรานต์ ฯลฯ เพื่อให้ทุกท่านได้สัมผัสกับวัฒนธรรมล้านนาที่งดงาม และเป็นเอกลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่
 
ทั้งนี้จังหวัดเชียงใหม่ยังเป็นเมืองเดียวที่มีคูเมืองให้ประชาชนได้เล่นน้ำสงกรานต์ โดยสำนักช่าง เทศบาลนครเชียงใหม่ ได้ขุดลอกตะกอน พร้อมทั้งกำจัดวัชพืช และนำสิ่งสกปรกต่างๆ ออกจากคูเมือง ตั้งแต่กลางเดือนมีนาคม 2566 ที่ผ่านมา และนำน้ำเข้าสู่คูเมือง พร้อมทั้งปรับปรุงคุณภาพน้ำ ให้กับนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้
 
และยังขอความร่วมมือจากประชาชนชาวเชียงใหม่ในการสวมใส่ชุดพื้นเมือง พูดจาภาษาพื้นเมืองล้านนา (คำเมือง) ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เพื่อให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติที่ได้พบเห็นเกิดความประทับใจ และเป็นการเผยแพร่วัฒนธรรมล้านนาผ่านรูปแบบ soft power ที่ดีอีกรูปแบบหนึ่ง

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ สั่งเจ้าหน้าที่สืบสวนเข้าตรวจค้นอาคารย่านสีลม พบบุคคลต่างด้าวซุกซ่อนอยู่ คาดถูกใช้เป็นที่พักพิงแม่อุ้มบุญคนไทย

จากกรณีเมื่อวันที่ 20 มี.ค.66 ได้เกิดเหตุกลุ่มคนร้ายชาวจีนอุ้มเหยื่อชาวจีน 2 รายเรียกค่าไถ่เป็นเงิน 5 แสนบาท เหตุเกิดในพื้นที่ สภ.หนองปรือ ภ.จว.ชลบุรี ซึ่งต่อมาสามารถออกหมายจับดำเนินคดีกับชาวจีนที่ก่อเหตุจำนวน 4 ราย และประสานทางการจีนเพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาที่ก่อเหตุดังกล่าว นอกจากนี้ จากการสืบสวนยังพบว่า ผู้เสียหายชาวจีนที่ถูกจับเรียกค่าไถ่นั้น เป็นบุคคลที่ลักลอบเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีการใช้บัตรประจำตัวคนไม่มีสัญชาติไทย (บัตรชมพู) และมีส่วนเกี่ยวข้องกับการอุ้มบุญ ตามที่สื่อมวลชนและโซเชียลมีเดียได้นำเสนอข้อมูลไปแล้วนั้น

กรณีดังกล่าว พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเร่งสืบสวนขยายผลดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการอุ้มบุญดังกล่าว โดยเมื่อวันที่ 4 เม.ย.66 เวลาประมาณ 06.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้นำหมายค้นเข้าตรวจค้นที่บริเวณบ้านเลขที่ 491/13 ถนนสีลม แขวงสีลม เขตบางรัก กทม. ลักษณะเป็นอาคาร 5 ชั้น ภายในพบบุคคลสัญชาติเมียนมา 3 ราย บุคคลสัญชาติจีนและไต้หวันจำนวน 4 ราย พบภายในลักษณะแบ่งซอยย่อยเป็นห้องจำนวนมาก คาดว่าเป็นสถานที่ที่เตรียมไว้สำหรับหญิงไทยที่จะทำหน้าที่อุ้มบุญให้กับลูกค้าชาวจีน โดยจะพักอาศัยอยู่ในช่วงตั้งท้องจนคลอดบุตร เบื้องต้นได้ดำเนินคดีกับบุคคลต่างด้าวทั้ง 7 ราย ตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมืองฯ และจับกุมผู้ดูแลชาวไทย 1 ราย ในความผิดเกี่ยวกับการให้ที่พักพิงบุคคลต่างด้าวฯ 

พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า สถานที่ดังกล่าวที่เจ้าหน้าที่สืบสวนได้เข้าตรวจค้นในวันนี้สืบเนื่องมาจากการขยายผลกรณีชาวจีนที่ถูกอุ้มเรียกค่าไถ่ในพื้นที่ สภ.หนองปรือ โดยสืบทราบว่าอาคารดังกล่าวมีลักษณะเป็นสถานที่ที่มีไว้เพื่อเป็นที่พักสำหรับหญิงชาวไทยที่จะมาทำหน้าที่อุ้มบุญให้กับชาวจีน โดยจากนี้ได้สั่งการให้ขยายผลจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องกับการอำนวยความสะดวกและจัดให้มีการอุ้มบุญให้ครบทั้งกระบวนการ เพื่อนำมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเด็ดขาด

‘สุวัจน์ - กรณ์’ บุกภูเก็ต ช่วย ‘เทมส์ - อรทัย’ หาเสียง ชูจุดขายพัฒนาภูเก็ตสู่ท่องเที่ยว World Class

(5 เม.ย.66) นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า พร้อมด้วยนายกรณ์ จาติกวณิช หัวพน้าพรรค เดินทางมาจ.ภูเก็ต ทำกิจกรรมร่วมกับ 2 ผู้สมัคร ส.ส. คือ นายเทมส์ ไกรทัศน์ เขต 2 เบอร์ 7 และ นางสาวอรทัย เกิดทรัพย์ เขต 3 เบอร์ 1 โดยช่วงบ่ายพบปะพี่น้องประชาชน ที่ ต.ฉลอง และได้นั่งเรือไปยัง ชุมชนท่องเที่ยวบ้านเกาะโหลน  ต.ราไวย์ อ.เมือง  ซึ่งเป็นเขตเลือกตั้ง ของนายเทมส์ โดยพื้นที่ดังกล่าวอยู่ห่างจากแผ่นดินใหญ่ไม่มากนัก แต่กลับไม่มีไฟฟ้าใช้ และในฤดูแล้งยังประสบภาวะขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ ประชากรลดลงอย่างต่อเนื่องจนเหลือเพียง 20 กว่าหลังคาเรือน ซึ่งชาวบ้านได้ขอให้ทางนายสุวัจน์ นายกรณ์ และนายเทมส์ ที่เป็นผู้สมัครในพื้นที่ช่วยผลักดันให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวให้เจริญกว่าที่เป็นอยู่ จากนั้นในช่วงเย็นก็ได้ร่วมประเพณีสวดกลางบ้านและพบปะพี่น้องประชาชนที่ ต.ศรีสุนทร อ.ถลาง ซึ่งเป็นเขตเลือกตั้งของนางสาวอรทัย

นายสุวัจน์ กล่าวว่า นโยบายของพรรคชาติพัฒนากล้า มีความพร้อมที่จะพัฒนาการท่องเที่ยว จ.ภูเก็ตสู่ระดับ World Class โดยต้องเร่งรัดโครงสร้างพื้นฐานเพื่อกระจายและเชื่อมโยงการท่องเที่ยวให้เข้าถึงกันและสะดวกปลอดภัย เช่น มอเตอร์เวย์ทุกทิศทั่วไทย เชื่อมโยงกันอย่างทั่วถึงมารีน่า และการจราจรภูเก็ต ให้สะดวกมากยิ่งขึ้น เพื่อดึงนักท่องเที่ยวระดับสูงให้พิ่มขึ้น  

ด้านนายกรณ์ กล่าวว่า จ.ภูเก็ต สามารถพัฒนาเป็น Entertainment Complex โดยนโยบายเฉดสีของพรรคชาติพัฒนากล้าที่จะหารายได้เข้าประเทศ 5 ล้านล้านบาทใน 5 ปี และ 1 ในเฉดสีที่สามารถสร้างรายได้ได้มาก คือ เฉดสีเทา การนำธุรกิจใต้ดินมาอยู่บนดิน เพื่อจัดการให้ถูกกำหมายสร้างภายได้ให้ประเทศชาติ คือการสร้างกาสิโนนำร่องในเมืองที่พร้อม เช่น ภูเก็ต เหมือนยิงปืนนัดเดียวได้นก 3 ตัว คือ นกตัวที่ 1.นำธุรกิจที่อยู่ใต้ดินมาบนดิน นกตัวที่ 2. คนไทยที่ไปเล่นการพันที่ในประเทศเพื่อนบ้านก็จะกลับมาเล่นที่เมืองไทย และ นกตัวที่ 3 คือ ดึงนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเข้ามา โดยนโยบายของพรรคชาติพัฒนากล้า เราพร้อมที่จะพัฒนาภูเก็ตให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวในระดับโลก รวมถึง เราเน้นนโยบายสร้างรายได้ 5 ล้านล้านระบบ ทำธุรกิจนอกระบบมาอยู่ในระบบ 

‘ผู้การจ๋อ’ ลุยฟ้อง ‘อัจฉริยะ’ หมิ่นประมาทโยงขบวนการค้ายา ท้า!! แน่จริงอย่าหนีเจอกันบัลลังก์ศาล พร้อมพิสูจน์ความจริง

‘ผู้การฯจ๋อ’ จัดหนักให้ ‘อัจฉริยะ’ แฉมั่วซั่ว ยื่นฟ้องศาลอาญา ฐานแจ้งความเท็จหมิ่นประมาทโยงขบวนการยาเสพติดทำเสื่อมเสียชื่อเสียง

(5 เม.ย.66) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดา พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล  ได้เดินทางไปยื่นฟ้อง นายอัจฉริยะ ในฐานความผิดฐาน แจ้งความเท็จหมิ่นประมาทแกล้งฟ้องให้ต้องรับโทษ ต่อศาลอาญา  ยืนยันทุกอย่างที่นายอัจฉริยะกล่าวโทษ ต่อกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ( บก.ปปป.) ว่าโยงขบวนการค้ายาเสพติดไม่เป็นความจริง ลั่น พร้อมพิสูจน์ความจริงในชั้นศาล หากคู่กรณีมีหลักฐานให้เอามายืนยัน อย่าอ้างพูดไปเรื่อยให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจผิด ไม่มีใครสามารถปิดแผ่นฟ้าด้วยฝ่ามือ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำของคุณเองหรือรับงานใครมา เพื่อหวังดิสเครดิต ผมไม่รู้สึกหวาดหวั่น และมีความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม

พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวอีกว่า “ไม่ใช่ไปฟังผีบอกแล้วเที่ยวกล่าวหาเขาไปทั่ว ข้าราชการที่บริสุทธิ์ทุกคนไม่ควรปล่อยให้พวกที่ตระเวนหาแสงทำอย่างนี้ ควรออกมาปกป้องตนเองและหน่วยงานของตนเองด้วย ปัจจุบันกลายเป็นว่าใช้สื่อหาประโยชน์ ใครอยู่เบื้องหลังกี่คนลากออกมาให้หมด อย่าทำเป็นอีแอบนุ่งกระโปรงอยู่หลังเวที แต่ไม่กล้าเต้น แน่จริงมาว่ากันที่บัลลังก์ศาล ผมพร้อมจะพิสูจน์ความจริงทั้งหมดและความไม่จริงของขบวนการพวกนี้ พบกัน 19 มิถุนายน 2566 ที่ ศาลอาญา อย่าร้อง อย่าเลื่อน ก็แล้วกันผบก.สส.บช.น.กล่าว"

เปิดตัวขุนพล ‘พรรคใหญ่’ ชิงชัยเก้าอี้ ส.ส. กรุงเทพฯ ใครอยู่เขตไหน? ใครได้หมายเลขอะไร? อย่าจำผิด!! มา ‘ซูม’ ดูกันได้เลยจ้า

เปิดตัวขุนพล ‘พรรคใหญ่’ ชิงชัยเก้าอี้ ส.ส. กรุงเทพฯ ใครอยู่เขตไหน? ใครได้หมายเลขอะไร? อย่าจำผิด!! มา ‘ซูม’ ดูกันได้เลยจ้า


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top