Monday, 13 July 2026
TheStatesTimes

‘ครอบครัวเพื่อไทย’ จัดเวทีใหญ่ ‘ระดมพลคนเจียงฮาย เพื่อไทยมาเหนือสุด’ 7 สิงหาคมนี้ เดินหน้าแลนด์สไลด์

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย แถลงถึงการจัดงานครอบครัวเพื่อไทย จังหวัดเชียงราย ในวันที่ 7 สิงหาคม 2565 ว่า เวทีครอบครัวเพื่อไทยจังหวัดเชียงราย ภายใต้ชื่อ ‘ระดมพลคนเจียงฮาย เพื่อไทยมาเหนือสุด’ ซึ่งจังหวัดเชียงรายไม่เพียงอยู่เหนือสุดในสยามเท่านั้น แต่พรรคเพื่อไทยซึ่งจะเดินหน้าไปสู่แลนด์สไลด์ ก็ต้องมาให้เหนือกลเกมกติกาหรือความพยายามเอารัดเอาเปรียบทั้งหลายจากฝ่ายผู้มีอำนาจ แต่ภายใต้หลักการและจุดยืนที่เราเคารพต่ออำนาจอธิปไตยของประชาชนและเชื่อมั่นในการตัดสินใจของประชาชนว่า จะร่วมกันนำพาประเทศพ้นจากอำนาจไม่ชอบธรรมและการบริหารที่ไร้ศักยภาพไปสู่อนาคตที่ดีกว่าด้วยกันจากการเลือกตั้ง 

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เวทีครอบครัวเพื่อไทยจังหวัดเชียงราย จะเริ่มเปิดเวทีพบปะพี่น้องประชาชน ตั้งแต่ 09.30 น. ที่ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ GMS เชียงราย โดยจะมีกิจกรรมการพูดจาปราศรัย การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านผสมผสานกับการแสดงสมัยใหม่ ซึ่งจะเป็นสีสันบรรยากาศ รวมไปถึงการเปิดตัวผู้สมัคร ส.ส. และจะเป็นวาระที่พรรคเพื่อไทย จะได้บอกกล่าวเรื่องสำคัญกับพี่น้องประชาชน ทั้งแนวคิดนโยบายการส่งเสริมการค้าชายแดน การท่องเที่ยว การเป็นเมืองแฝดเชียงราย-เชียงใหม่ รวมไปถึงปัญหายาเสพติด ปัญหาชาติพันธุ์และปัญหาอื่นๆ ผ่านการสะท้อนของ ส.ส.และบุคลากรของพรรรค ซึ่งพรรคเพื่อไทยจะยืนยันกับพี่น้องประชาชนว่าเรามองเห็นปัญหาและพร้อมจะนำพาพี่น้องประชาชนออกจากวิกฤต

'อนุสรณ์' เชื่อ!! แก้รัฐธรรมนูญกลับไปใช้บัตรใบเดียวทำยาก แต่รัฐบาลคิด

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกระแสข่าว อาจมีการเสนอแก้ไขรธน. กลับไปใช้บัตรใบเดียว ว่า แม้จะเป็นเรื่องที่ทำได้ยาก แต่เชื่อว่ารัฐบาลมีความพยายามในการแสวงหาสูตรเพื่อจะให้ได้ส.ส.เข้าสภาให้ได้มากที่สุด แม้จะต้องกลับไปกลับมา ทำลายภาพลักษณ์รัฐบาล เวลา 8 ปี ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำประเทศหนี้ล้น ประชาชนหนี้ท่วม ล้มเหลวแทบทุกมิติ จนเกิดแม่น้ำร้อยสายไหลรวมออกมาขับไล่ ประชาชนส่วนใหญ่ไม่มีใครขอไปต่อกับพล.อ.ประยุทธ์ โพลสำนักต่างๆสะท้อนคะแนนนิยมของรัฐบาลตกต่ำลงอย่างหนัก ถ้ารัฐบาลขยันคิดหาสูตรแก้ไขวิกฤตประเทศได้ซักครึ่งหนึ่งของความขยันคิดหาสูตรการเลือกตั้งส.ส. ประเทศชาติและประชาชนคงไม่เดินมาถึงจุดนี้ กฎหมายลูกต้องเขียนให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมาตรา 91 การเขียนสูตรคำนวณ ส.ส. ขัดหลักกฎหมายทำลายความน่าเชื่อถือของประเทศ 

รัฐบาลรู้ว่าเสี่ยงแต่ต้องขอลอง พรรคเพื่อไทยไม่กังวลว่าจะใช้สูตรไหนในการเลือกตั้ง แต่กังวลที่คุณค่าของสถาบันนิติบัญญัติถูกทำลาย และมองเป็นอื่นไปไม่ได้ว่ามีใบสั่งทางการเมืองอยู่เบื้องหลังการใช้เอกสิทธิ์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน การพลิกสูตรคำนวณ ส.ส. กลับไปกลับมา คือ เกมการเมือง เกมช่วงชิงอำนาจ เพื่อสืบทอดอำนาจให้ยาวนาน ด้วยกลไกลับลวงพราง แทรกแซงฝ่ายนิติบัญญัติ แม้จะส่งวินิจฉัยตีความ กลับจะกลายเป็นเครื่องมือในการยื้ออำนาจ ยื้อเวลาในการเป็นคานงัดกลไกฝ่ายนิติบัญญัติ และพร้อมจะพลิกกลับไปกลับมาอีกจนกว่าจะได้กติกาที่ผู้มีอำนาจพอใจ สิ่งที่ทุกฝ่ายต้องช่วยกันคือทำให้ผลเลือกตั้งครั้งต่อไปมีความหมายและสะท้อนเจตจำนงของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ แต่หากยังมีมาตรา 272 ของรัฐธรรมนูญ จะทำให้ทั้ง ส.ส. และ ส.ว. มีสิทธิในการโหวตเลือกนายกฯ เท่ากัน ทั้งที่ส.ว.ที่ไม่มีส่วนยึดโยงประชาชน ไม่สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย ส่งผลต่อความชอบธรรมในการเข้าสู่อำนาจของนายกฯ

ผบ.ทร. สั่งทุกหน่วยกองทัพเรือเตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือ ปชช. จากอุทกภัยฝนตกหนักในหลายพื้นที่

ผบ.ทร. สั่งทุกหน่วยกองทัพเรือเตรียมพร้อมให้ความช่วยเหลือ ปชช. จากอุทกภัยฝนตกหนักในหลายพื้นที่

ผู้บัญชาการทหารเรือ สั่งศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ และหน่วยกองทัพเรือในพื้นที่ เตรียมความพร้อม ให้ความช่วยเหลือประชาชน จากเหตุอุทกภัยที่อาจเกิดขึ้น อันเนื่องมาจากฝนตกหนักในหลายพื้นที่

(1 ส.ค.65) พลเรือโทปกครอง มนธาตุผลิน โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ตามที่ศูนย์ข้อมูลการแจ้งเตือนภัย ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ (ศบภ.ทร.) และสื่อต่างๆ ได้รายงานสภาพอากาศในช่วงเดือน สิงหาคม 2565 จะมีมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ประกอบกับลมฝ่ายใต้ และลมตะวันออกเฉียงใต้ พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางและภาคตะวันออก ลักษณะเช่นนี้ส่งผล ทำให้ ประเทศไทยมีฝนหรือฝนฟ้าคะนองกระจายเป็นแห่งๆ  กับมีฝนตกหนักเป็นบางแห่ง ส่วนมากในช่วงบ่ายถึงค่ำ คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยทะเลมีคลื่นเล็กน้อย ถึงปานกลาง รวมทั้งการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งจะทำให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ในช่วงฝนตกหนัก อาจส่งผลกระทบให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาล้นเขื่อนแนวป้องกันซึ่งจะทำให้เกิดน้ำท่วมในพื้นที่

'ภูเก็ต' พร้อม!! เจ้าภาพ Specialised Expo 2028 งานใหญ่ระดับโลก เอื้อ!! เที่ยวไทยยั่งยืนในอนาคต

ภูเก็ตแสดงตัว พร้อมเป็นเจ้าภาพ Specialised Expo 2028 ต้อนรับตัวแทน BIE ตรวจความพร้อมในครั้งแรก เพื่อแข่งกับอีก 5 ประเทศ ทั่วโลก!!

นับเป็นอีกข่าวใหญ่ ที่ไทยเรายื่นเสนอตัวเพื่อเป็นเจ้าภาพงาน Specialised Expo 2028 Phuket ซึ่งเป็นงานแสดงศักยภาพของประเทศ ที่มีขนาดเป็นอันดับ 2 รองจาก World Expo 

พูดง่าย ๆ ก็คือ ถ้าเทียบ World Expo เป็น Olympic Specialised Expo ก็เป็น Asian Game โดยมีช่วงเวลาการจัดงานถึง 3 เดือน!!

ซึ่งไทยเราได้ยื่นเสนอตัวแสดงความต้องการที่จะเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ ไปเมื่อ ต้นปี ที่ผ่านมา 

>> ตามลิงก์นี้ https://www.facebook.com/491766874595130/posts/1349570082148134/?d=n

โดยตอนก่อนหน้านี้ที่ได้ยื่น ก็ยังไม่ทราบว่ามีประเทศอะไรสนใจเข้าร่วมบ้าง แต่ตอนนี้ชัดเจนแล้วว่ามีทั้งหมด 5 ประเทศ จากการเข้านำเสนอให้กับ BIE (องค์การนิทรรศการนานาชาติ : Bureau Of International Des Expositions) ได้แก่

* Thailand (Phuket)
* Argentina (San Carlos de Bariloche)
* Serbia (Belgrade)
* Spain (Malaga)
* United States (Minnesota)

>> รายละเอียดแต่การนำเสนอแต่ละประเทศ https://www.bie-paris.org/site/en/news-announcements/expo-2027-28-en/five-visions-for-specialised-expo-2027-28

ยิ่งไปกว่านั้น ทาง BIE ก็ได้มีการส่งตัวแทนมาที่ภูเก็ตเมื่อวันที่ 25-29 กรกฎาคม 65 ที่ผ่านมา เพื่อมาทำความเข้าใจแผน พร้อมกับตรวจความพร้อมของพื้นที่จัดงาน รวมถึงการใช้ประโยชน์ของพื้นที่จัดงานหลังงานจบ (ตรงนี้สำคัญมาก)

ซึ่งถ้าเทียบผู้เสนอตัวทุกเมือง พบว่าภูเก็ตเป็นเมืองที่โดดเด่นที่สุด เนื่องจากเป็นหนึ่งใน Top Desination ระดับโลกอยู่แล้ว!!!

เพียงแค่เราเตรียมแผนให้ดี แสดงความตั้งใจ และความพร้อมเป็นเจ้าภาพ งานนี้คงไม่หลุดมือเราแน่นอน
—————————
*** Concept ของ Phuket Specialised Expo 2028

*** หัวข้อ “Future of Life: Living in Harmony, Sharing Prosperity” ชีวิตในอนาคต การสร้างสมดุลระหว่างชีวิตและธรรมชาติ 

*** หัวข้อรอง คือ (1) Life and Well-Being (2) Human-Nature (3) Mutual Prosperity

*** ระหว่างวันที่ 20 มีนาคม ถึง 17 มิถุนายน 2571 ระยะเวลารวมกว่า 3 เดือน
—————————
สำหรับการจัดงานในครั้งนี้ ถือว่าเป็นงาน Specialised Expo แรกของอาเซียนเลย!!!!

โดยจะใช้พื้นที่ของ โครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจังหวัดภูเก็ต สู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลกของโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต 

บริเวณตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ใช้พื้นที่กว่า 140 ไร่

>> ตำแหน่งสถานที่จัดงาน https://goo.gl/maps/XvWvj5XvF2wzZmbC6

โดยพื้นที่การจัดงานประกอบด้วย...
- พื้นที่ทางเข้า (Ring of Harmony) 
- พื้นที่อาคารศาลาไทยและศาลาแนวคิดการจัดงาน (National Pavilion & Thematic Pavilion) 
- พื้นที่อาคารนานาชาติ (International Pavilion)
- พื้นที่นิทรรศการร้านค้าและร้านอาหารริมบ่อน้ำ (Corporate Pavilion & Commercial) 
- พื้นที่ป่าอนุรักษ์และแลนด์มาร์ก (The Pearl) 
- ส่วนสนับสนุนการจัดงานภายในพื้นที่จัดงาน (Internal Service) 

ในส่วนกิจกรรมที่แสดงภายในงาน มีการแสดงทางวัฒนธรรม (Cultural Performance) กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับแนวคิด (Theme) การจัดงาน กิจกรรมการประชุม เสวนา และแลกเปลี่ยนทางวิชาการ

โดยการทำอาคาร Exhibition กลาง ของ Specialized Expositions จะแต่ต่างจาก World Expo คือ เจ้าภาพเป็นผู้ก่อสร้างอาคาร Exhibition ให้กับ ผู้เข้าร่วมงาน เป็นไปในรูปแบบเดียวกันซึ่งเป็นในกรรมสิทธิ์ของเจ้าของงาน

*** ซึ่งภายหลังงาน อาคาร Expo นี้จะถูกเปลี่ยนจุดประสงค์การใช้งานเป็นอาคารอย่างอื่น เช่นศูนย์แสดงสินค้า พื้นที่สำนักงาน ห้าง และอื่นๆ ซึ่งของภูเก็ต จะใช้ถูกเปลี่ยนเป็น โครงการยกระดับการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพจังหวัดภูเก็ต สู่เมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพระดับโลกของโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต หลังจากงานเสร็จ 

>> กระทรวงสาธารณสุข เป็นแม่งานนี้ 

>> ความคาดหวังจากงาน : คาดว่าจะมีผู้เข้าชมงานประมาณ 4,900,000 คน แบ่งเป็นชาวต่างชาติร้อยละ 54 และชาวไทยร้อยละ 46

การจัดงานใหญ่ขนาดนี้ ต้องมีการยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน และสาธารณูปโภคภายในภูเก็ตไปอีกระดับกันเลยทีเดียว!! ซึ่งก่อนหน้านี้ ผมเคยเชียร์ให้ EEC จัด Specialised Expo เป็นการเปิดตัว EEC แต่งานไปลงที่ ภูเก็ต ก็ยังดีครับ

โพสต์เดิมเรื่องข้อเสนอ Specialised Expo ใน EEC >> https://www.facebook.com/491766874595130/posts/868854116886402/?d=n

มติ ครม. เรื่องการเลือกภูเก็ตในการจัดงาน >> https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/50171
—————————
ดูจากความตื่นตัวของทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในพื้นที่ภูเก็ต เห็นแล้วชื่นใจครับ เพราะมีความต้องการร่วมกันจะพัฒนาภูเก็ตสู่ World Wellness Desination!!!

การจะจัดงานใหญ่ขนาดนี้ ต้องมีการปรับปรุงสาธารณูปโภคของเมืองขนาดใหญ่ ซึ่งมีเวลากว่า 7 ปี 

ถ้าสรุปโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่มีแผนอยู่ในภูเก็ตและบริเวณโดยรอบ เท่าที่ตามข่าวจะมี...

- โครงการ LRT ท่านุ่น-สนามบิน-ห้าแยกฉลอง
>> รายละเอียดโครงการ https://www.facebook.com/491766874595130/posts/1007264576378688/?d=n

- ทางรถไฟ สุราษฎร์ธานี-ภูเก็ต(ท่านุ่น) 

- ทางด่วน กะทู้-ป่าตอง
>> รายละเอียดโครงการ https://www.facebook.com/491766874595130/posts/1108003709638107/?d=n

คนไทยอาจทะเลาะกันเองได้ แต่การต่างประเทศไม่ควรจะถูกเอามาเป็นเครื่องมือในการทะเลาะกัน เพราะต้องเลือกสิ่งเดียว คือ การรักษาผลประโยชน์ที่ดีที่สุดแก่ประเทศไทยเป็นหลัก

คนไทยอาจทะเลาะกันเองได้ แต่การต่างประเทศไม่ควรจะถูกเอามาเป็นเครื่องมือในการทะเลาะกัน เพราะต้องเลือกสิ่งเดียว คือ การรักษาผลประโยชน์ที่ดีที่สุดแก่ประเทศไทยเป็นหลัก

นางพรพิมล กาญจนลักษณ์ 
ที่ปรึกษารมว.ต่างประเทศ และผู้แทนพิเศษของรมว.ต่างประเทศด้านเมียนมา

ไม่นานมานี้ นางพรพิมล กาญจนลักษณ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และผู้แทนพิเศษของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศด้านเมียนมา ได้ตอบข้อสงสัยหลายประเด็นเกี่ยวกะบบทบาทของไทยกับเมียนมาที่ถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกรณีการประหารชีวิตนักเคลื่อนไหวในเมียนมา รวมถึงการนำเรื่องเมียนมา มาโยงกับการเมืองไทย ดังนี้...

>> การประหารชีวิตที่เพิ่งเกิดขึ้นในเมียนมา 

พรพิมล "เรามีความกังวลมากมาก การที่เขาเลือกจะประหารมันบอกอะไรหลายอย่าง ซึ่งประเทศไทยไม่ต้องการจะให้เกิดขึ้น การตัดเมียนมาออกไปการปฏิสัมพันธ์กับนานาชาติโดยสิ้นเชิง ทำให้การตัดสินใจทุกอย่างอยู่ในมือของเขาทั้งหมด ไม่ว่าอาเซียนหรือใครก็จะไม่มีอิทธิพลต่อความคิดหรือการกระทำของเขาทั้งนั้น และการที่เรามีปฏิสัมพันธ์ (engage) กับเขา ไม่ได้หมายความว่าเราให้การรับรองความถูกต้องชอบธรรมตามกฎหมาย (legitimacy) แต่เราต้องมีปฏิสัมพันธ์กับเขา เพราะไม่มีการเจรจาสงบศึกใด ๆ ที่จะทำได้โดยไม่มีปฏิสัมพันธ์กับทุกภาคส่วน (stakeholders) ที่เกี่ยวข้อง

'สลากดิจิทัล' งวด 16 ส.ค. เปิดขายแล้ว งวดนี้ เพิ่มจำนวนเป็น 9.1 ล้านใบ

สลากดิจิทัล งวดวันที่ 16 ส.ค. เปิดจำหน่ายแล้ว พร้อมเพิ่มจำนวนอีก 2 ล้านใบ เป็น 9.1 ล้านใบ หลังมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

(2 ก.ค. 2565) นายลวรณ แสงสนิท อธิบดีกรมสรรพากร ในฐานะประธานคณะกรรมการ (บอร์ด) สลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผยว่า ในวันนี้ประชาชนสามารถซื้อสลากดิจิทัลงวดวันที่ 16 ส.ค.65 ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังได้ตั้งแต่เวลา 06.00-23.00 น. ของทุกวัน หรือจนกว่าสลากดิจิทัล 9,092,500 ใบ จากตัวแทนจำหน่าย 18,185 ราย จะหมดลง โดยจำหน่ายใบละ 80 บาท

“บอร์ดสลากฯจะทยอยเพิ่มจำนวนสลากดิจิทัลให้เป็นกลไกกำหนดราคาสลากใบละ 80 บาท เพื่อแก้ปัญหาจำหน่ายสลากเกินราคา ถ้าเพิ่มจำนวนสลากดิจิทัลไปจนถึง 20 ล้านใบ หรือจำหน่ายได้ 7-10 วัน จะทำผู้บริโภคซื้อสลาก 80 ได้จริง และสลากเกินราคาจะค่อย ๆ ปรับราคาลง”

สำหรับในอนาคต คณะกรรมการสลากฯ ได้พิจารณาในทุกมิติ ทั้งฝั่งคนซื้อและคนขาย จึงทยอยเพิ่มสลากงวดละ 1-2 ล้านใบ เพื่อให้ผู้ค้าสลากระบบเดิมมีเวลาปรับตัวและสามารถวางแผนการจำหน่ายสลากได้อย่างถูกต้อง ช่วงที่ผ่านมา มีประชาชนกว่า 1 ล้านคน เข้าถึงซื้อสลากในราคา 80 บาท อีกทั้งยังมีความสะดวก ความปลอดภัย เพราะสลากที่ซื้อทุกใบจะมีการบันทึกข้อมูลไว้ในแอปฯ สามารถขึ้นรางวัลได้ทันที ไม่ยุ่งยาก

ทั้งนี้สถิติการขายสลากดิจิทัลแล้ว 4 งวดที่ผ่านมา

“โครงการนิคมอุตสาหกรรมหนองละลอก” จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นประชาชน ครั้งที่ 1

บริษัท พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมระยอง ไทย-จีน จำกัด เดินหน้าแผนการจัดตั้ง “โครงการนิคมอุตสาหกรรมหนองละลอก” บนพื้นที่ 1,546.55 ไร่ โดยมอบหมายให้บริษัท โฟร์เทียร์ คอนซัลแตนท์ จำกัด (บริษัทที่ปรึกษา) จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนเต็มรูปแบบครั้งที่ 1 เตรียมรวบรวมข้อมูลรายละเอียดจัดทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ณ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองละลอก จ.ระยอง

วันนี้ (2 สิงหาคม 2565) นายจ้าว ปิง กรรมการบริหาร บริษัท พัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอุตสาหกรรมระยอง ไทย-จีน จำกัด เปิดเผยว่า “วันนี้ได้มอบหมายให้ บริษัท โฟร์เทียร์ คอนซัลแตนท์ จำกัด ในฐานะบริษัทที่ปรึกษา จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นต่อร่างข้อเสนอโครงการ  รายละเอียดโครงการ ขอบเขตการศึกษา และการประเมินทางเลือกโครงการ ครั้งที่ 1 ขึ้น โดยมีนายวิจิตร พาผลงาม ปลัดอาวุโส อำเภอบ้านค่าย ให้เกียรติมาเป็นประธานเปิดการประชุม ณ. อาคารเอนกประสงค์ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง โดยการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นอย่างเป็นทางการ เพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างเต็มรูปแบบ  เพื่อความสมบูรณ์ในการจัดทำรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมหนองละลอก  ตามข้อเสนอแนะของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.)”

“ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัทฯได้จัดทำการรับฟังความคิดเห็นและส่งรายงานการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดโครงการรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและเปลี่ยนชื่อโครงการจากสวนอุตสาหกรรม เอส เอส พี ระยอง เป็นนิคมอุตสาหกรรมหนองละลอก ให้แก่ สผ. เมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่ง สผ. ได้ให้ข้อเสนอแนะแก่บริษัทฯ ว่าบริษัทฯ ควรจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมหนองละลอก เฉพาะบนพื้นที่ 1,546.55 ไร่ เท่านั้น ซึ่งเป็นพื้นที่ของบริษัทฯ ที่ได้ซื้อมาเพียงบางส่วนจากโครงการ สวนอุตสาหกรรม เอส เอส พี ระยอง เดิมที่มีพื้นที่ทั้งหมดกว่า 2,000 ไร่” นายจ้าว ปิง กล่าว

‘ผบ.ทอ.’ วอน กมธ.งบฯ ผ่านงบซื้อ F-35 ย้ำจัดซื้อโปร่งใส - มีไว้เพื่อความมั่นคงของชาติ

‘ผบ.ทอ.’ วอน กมธ.งบฯ ผ่านงบ F-35 จำนวน 2 ลำ ย้ำจัดซื้อ โปร่งใส ไม่มีนอก-มีใน ยอมรับ ผ่าน ‘คองเกรส’ ไม่ง่าย แต่มีโอกาสลุ้น เผย ทอ.สหรัฐฯ หนุนเต็มที่

เมื่อเวลา 08.00 น.วันที่ 2 ส.ค.ที่กองบิน 41 กองทัพอากาศ จังหวัดเชียงใหม่ พล.อ.อ. นภาเดช ธูปะเตมีย์ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดซื้อจัดหาโครงการเครื่องบิน F-35 หลังถูกคณะอนุกรรมาธิการคุรุภัณฑ์ ไอซีที รัฐวิสาหกิจ และทุนหมุนเวียน สภาผู้แทนราษฎร ตัดออกจากงบงบประมาณประจำปี 2566 และได้ยื่นเรื่องอุทรณ์ซึ่งจะเข้า คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 ในวันนี้ว่า 

ประชาชนมุ่งหวังเห็นสิ่งสำคัญ 3 ประการ คือ 
1. กองทัพซื้อของดีมีประสิทธิภาพใช้งานได้นาน คุ้มค่า คุ้มราคากับภาษีของประชาชน 
2. การซื้อต้องไม่มีการคอร์รัปชัน หมายถึงผู้บังคับบัญชาระดับสูง ผู้นำเหล่าทัพไม่มีผลประโยชน์ รวมถึงคนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเงินทุกบาททุกสตางค์จะต้องใช้อย่างคุ้มค่ากับโครงการเท่านั้น 
และ 3. การจัดซื้อจะต้องสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติอย่างเต็มที่ทั้งทางตรง ก่อให้เกิดความมั่นคงของชาติ และทางอ้อมคือสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาคน พัฒนาองค์ ความรู้ การถ่ายทอดเทคโนโลยีต่าง ๆ 

ทั้งนี้โครงการจัดซื้อเครื่องบิน F-35 A ที่กองทัพอากาศเสนอ ขณะนี้อยู่ระหว่างการอุทธรณ์ เพราะถูกตัดงบประมาณ และเครื่องบิน F-35 A ถือเป็นหนึ่งในเครื่องบินรบที่ดีที่สุดของโลก สามารถใช้กับอาวุธได้หลายอย่าง รวมถึงอาวุธที่กองทัพอากาศมีใช้ในปัจจุบัน จึงไม่มีความจำเป็นต้องจัดซื้ออาวุธเพิ่มเติม อีกทั้งการซื้อเครื่องบินก็จะทำให้ประหยัดงบประมาณ และในอนาคตหากมีอาวุธใหม่ๆที่มีประสิทธิภาพก็สามารถสั่งซื้อเพิ่มเติมได้ โดย F-35 ถูกออกแบบมาให้รองรับกับอาวุธใหม่ ๆ

พล.อ.อ. นภาเดช กล่าวต่อว่า กองทัพอากาศจัดซื้อโดยแบบวิธีความช่วยเหลือทางการทหาร ( FMS) ซึ่งเป็นการจัดซื้อเจรจาระหว่างรัฐบาลกับรัฐบาล จึงมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้ ไม่มีนอก ไม่มีใน ไม่มีผลประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้น นับว่าเป็นกระบวนการจัดซื้อที่เป็นแบบอย่างที่ประชาชนต้องการ ทั้งนี้ การไปเจรจา รัฐบาลไม่สามารถไปแบบมือเปล่าได้จะต้องมีความพร้อมเรื่องงบประมาณและแผนการดำเนินการที่สมบูรณ์ เพื่อให้ผู้ขายเห็นความพร้อม

‘พูดง่าย ๆ เราไม่สามารถเดินตัวเปล่าเข้าไปซื้อ ได้และกองทัพอากาศ เคยจัดซื้อในรูปแบบดังกล่าวมาแล้ว คือเครื่องบิน F-16 ซึ่งอยู่ยงคงกระพันใช้งานมาเกือบ 40 ปี และเป็นเครื่องบินรบหลักของกองทัพอากาศ ดังนั้นหากเครื่องบิน F-35 A ผ่านการอนุมัติ เราใช้งานไปอีก 35-40 ปีเช่นเดียวกัน ย้ำว่า  F-35 A เป็นเครื่องบินล้ำสมัย เต็มไปด้วยเทคโนโลยีที่เราไม่เคยมีมาก่อน ก็จะเกิดการศึกษาเรียนรู้ การถ่ายโอนเทคโนโลยีเพิ่มเติมก็ถือว่าเป็นประโยชน์ในการพัฒนาคนและงาน รวมถึงความมั่นคงของชาติด้วย ดังนั้นหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 จะเล็งเห็นถึงองค์ประกอบที่สำคัญที่ได้กล่าวมา และกรุณาสนับสนุนโครงการสำคัญนี้ของกองทัพอากาศด้วย ย้ำว่าขอให้ประชาชนมีความเชื่อใจ ในความซื่อสัตย์และซื่อตรงและกองทัพอากาศ ได้ทำตามภาระหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว ‘พล.อ.อ.นภาเดช  กล่าว

เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรีใน ฐานะรมว.กลาโหม ได้เห็นชอบในการจัดซื้อ F-35 อย่างไรบ้าง พล.อ.อ. นภาเดช กล่าวว่า เรามีผู้บังคับบัญชาที่ดีมาก ท่านได้พิจารณาไตร่ตรองอย่างรอบคอบ ในสภาวะเศรษฐกิจที่รุมเร้า แต่กองทัพอากาศได้ใช้งบประมาณของตัวเองในการจัดซื้อไม่ได้ขอเพิ่ม จากที่รัฐบาลได้ตั้งกรอบเอาไว้ให้ ส่วนที่จัดซื้อเพียง 2 เครื่อง และจะทยอยซื้อในระยะที่ 2 และ 3 เพิ่มเติมโดยใช้เวลา 10 ปี ซึ่งหากโครงการนี้ประสบความสำเร็จ ในปี 2575 กองทัพอากาศจะมีเครื่องบิน F-35 ประจำการจำนวน 12 เครื่อง และพร้อมที่จะปฏิบัติการรบในปี 2576 ภายหลังเตรียมการในทุกด้านเรียบร้อยแล้ว

ส่วนที่มองกันว่าการจัดซื้อเพียง 2 เครื่องน้อยเกินไปนั้น เราได้ศึกษา จากกองทัพอากาศต่างประเทศ ซึ่งทยอยจัดซื้อเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นประเทศที่ร่ำรวย หรือปานกลาง ก็มีวิธีการจัดซื้อที่แตกต่างกันไป บางประเทศซื้อเพียง 1 เครื่อง หรือ 2 เครื่องหรือ 4 เครื่อง และที่จัดซื้อครั้งเดียวครบฝูงมีน้อยมาก 

เมื่อถามว่าหากผ่านขั้นตอนทางสภาของไทยแล้วแนวโน้มที่จะผ่านสภาคองเกรสของสหรัฐฯ มีมากน้อยเพียงใด 

‘ต้องบอกว่ามันเป็นเรื่องยาก และโอกาสที่เราจะได้นั้น ก็อยาก แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่มีโอกาส เรายังมีโอกาส แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือเราได้รับการสนับสนุน เห็นพ้องต้องกัน เป็นหนึ่งเดียว เพราะโครงการนี้มีประโยชน์ ไม่มีสิ่งที่เป็นโทษ ไม่มีการทุจริต และไม่ได้ซื้อของไม่ดี และเราได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลและประชาชน ผมก็เชื่อว่าเปอร์เซ็นต์ความสำเร็จจะมีสูงอย่างมาก ‘

‘ดร.อนันต์’ เผยวัคซีนฝีดาษใช้ป้องกันฝีดาษลิงได้ดี เผยในไทยมีวัคซีนแช่แข็งเก็บไว้ตั้งแต่ 40 ปีก่อน

นักไวรัสวิทยา เผยประสิทธิภาพวัคซีนฝีดาษ ให้สัญญาณที่ดีในการป้องกันฝีดาษลิง ขณะที่ประเทศไทยเก็บวัคซีนฝีดาษแช่แข็งไว้ตั้งแต่ 40 ปีก่อน

(2 ส.ค. 2565) ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ไบโอเทค โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Anan Jongkaewwattana ว่าข้อมูลนี้จาก Montreal ของแคนาดาน่าจะชัดที่สุดตอนนี้เกี่ยวกับประสิทธิภาพของวัคซีนฝีดาษในการป้องกันการติดเชื้อฝีดาษลิง จากการใช้วัคซีนเข็มแรกในประชากร 15,303 คน พบผลข้างเคียงน้อย และในจำนวนผู้ได้รับวัคซีน มี 39 คน ที่ได้รับวัคซีนติดเชื้อฝีดาษลิงได้โดย 20 คน มีข้อมูลว่าได้รับวัคซีนมานานกว่า 14 วันก่อนติดเชื้อ ในสไลด์ระบุว่ายังไม่มีข้อมูลว่า แต่ละคนไปรับเชื้อมาตอนไหน

เนื่องจากวัคซีนต้องใช้ 2 เข็มภูมิคุ้มกันถึงจะขึ้นเต็มที่ แต่ผลจากเข็มแรกดูเหมือนจะให้สัญญาณที่ดีในการนำวัคซีนมาใช้แก้ไขปัญหาโรคระบาดนี้ครับ โดยเฉพาะผู้เสี่ยงสูงต่อการสัมผัสเชื้อ อย่างบุคลากรทางการแพทย์ควรมีภูมินี้เป็นประการสำคัญไว้ครับ

ก่อนหน้านี้ นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า วัคซีนฝีดาษที่สามารถป้องกันฝีดาษลิงได้นั้น ทางองค์การเภสัชกรรม (อภ.) มีการเก็บแช่แข็งไว้กว่า 40 ปี เมื่อส่งให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์นำไปเพาะเชื้อแล้วพบว่าสามารถเพาะเชื้อได้ แปลว่าวัคซีนน่าจะยังมีประสิทธิภาพ

‘ปตท.–อินโนบิก–จุฬาฯ’ เผยผลวิจัย ‘มณีแดง’ ความหวังต้านเซลล์ชรา รับสังคมผู้สูงวัย

การชะลอความแก่ต่อสู้กับความร่วงโรยของวัย จัดเป็นหนึ่งในความปรารถนาของมนุษย์มาอย่างยาวนาน เห็นได้จากในภาพยนตร์ ละคร หนังสือนิยาย เรื่องเล่าต่าง ๆ ที่มีการกล่าวอ้างถึงยาอายุวัฒนะ ยาต้านความแก่ชรามากมายหลายรูปแบบ ยิ่งทุกวันนี้โลกเรากำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มตัว (โดยกรมกิจการผู้สูงอายุรายงานว่า สังคมไทยกำลังจะก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในปี 2568 หรืออีกเพียง 3 ปีข้างหน้า) ทำให้ยาต้านความชรายิ่งจะกลายเป็นตัวช่วยสำคัญของมนุษย์ในการต่อสู้กับความเจ็บป่วยที่เกิดจากความเสื่อมของเซลล์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต 

ผลงานวิจัย ‘โมเลกุลมณีแดง’ จากความร่วมมือของ ‘ปตท. – อินโนบิก – จุฬาฯ’ ได้ทำให้เรื่องยาชะลอความแก่ต้านความชรา เข้าใกล้ความจริงขึ้นมา ไม่ได้อยู่แต่เพียงในเรื่องเล่าหรือความฝันของมนุษย์อีกต่อไป โดยงานวิจัยดังกล่าวได้ค้นพบ ‘กลไกต้นน้ำของความชรา’ อันนำไปสู่การพัฒนา ‘โมเลกุลมณีแดง’ หรือ RED-GEMs (REjuvenating DNA by GEnomic Stability Molecules) ซึ่งมีบทบาทในการช่วยปกป้องดีเอ็นเอและป้องกันความแก่ชราในดีเอ็นเอ จากนั้นได้มีการทดสอบในสัตว์ คือ หนู, หมู และลิง ได้รับผลดีไม่มีผลข้างเคียง พร้อมทดสอบในมนุษย์ และเตรียมกระบวนการผลิตโมเลกุลมณีแดงสู่สังคมต่อไป

โดยล่าสุดได้มีงานแถลงข่าวและพิธีลงนามความร่วมมือระหว่าง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด พัฒนางานวิจัย ‘โมเลกุลมณีแดง’ นวัตกรรมต้านเซลล์ชรา เตรียมพร้อมทดสอบในมนุษย์ ณ อาคารมหาจุฬาลงกรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นับเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย และ ภาคเอกชนอย่าง ปตท. ในการผลักดันผลงานของนักวิจัยไทย ที่ไม่เพียงแค่การตอบโจทย์สังคมสูงวัยเท่านั้น ยังถือเป็นการพัฒนาอุตสาหกรรมการแพทย์ของไทย และตอบโจทย์เป้าหมาย New S-Curve ในการผลักดันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์

ในงานดังกล่าว ศ.ดร.นพ.อภิวัฒน์ มุทิรางกูร อาจารย์ประจำคณะกายวิภาคศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เผยว่า นับเป็น ‘ครั้งแรกของโลก’ จากการที่ได้ค้นพบกลไกต้นน้ำของความชราสู่การพัฒนา ‘โมเลกุลมณีแดง’ โดยทั่วไปในดีเอ็นเอจะมีรอยแยก ซึ่งมีบทบาทในการช่วยปกป้องดีเอ็นเอและป้องกันความแก่ชราในดีเอ็นเอ โดยเมื่อมนุษย์อายุมากขึ้น รอยแยกดีเอ็นเอจะลดลง ทำให้เกิดแรงตึงทั่วสายของดีเอ็นเอ ดีเอ็นเอไม่สามารถหมุนตัวได้อย่างปกติ และถูกทำลายได้ง่าย เราจึงพบรอยโรคในดีเอ็นเอของเซลล์ที่แก่ชราแล้วเยอะขึ้น ซึ่งรอยโรคดีเอ็นเอนี้จะส่งสัญญาณให้เซลล์หยุดการแบ่งตัวตามปกติและเข้าสู่ความแก่ชรา รวมถึงอาจนำไปสู่การกลายพันธุ์และมะเร็งได้ โมเลกุลมณีแดง คือ ยีนที่มีหน้าที่เป็นกรรไกรเพื่อสร้างรอยแยกดีเอ็นเอ เซลล์ที่ได้รับมณีแดงจะมีดีเอ็นเอที่แข็งแรงขึ้น และทำให้เซลล์ที่เสื่อมลงแล้วกลับมาดีขึ้น

ทีมวิจัยได้ทดสอบกับหนูวัยชราที่มีแผลเบาหวาน แผลไฟไหม้ พบว่าหนูวัยชรากลับเป็นหนูที่มีความแข็งแรงและกระตือรือร้นขึ้น ทั้งการทำงานของ สมอง ตับ และไต ในส่วนของไขมันในช่องท้องและพังผืดในตับได้ลดหายไปด้วย ด้านแผลเบาหวาน แผลไฟไหม้หายดี ไม่มีผลข้างเคียง นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังได้ทดสอบในหมูแรกเกิด และทดสอบคุณภาพเนื้อเมื่อมีน้ำหนัก 100 กิโลกรัม พบว่ามีเนื้อสัมผัสที่นุ่มขึ้น แน่นขึ้น ปัจจุบันโครงการได้ทดสอบในลิงแสม และหนูที่เป็นโรคสมองเสื่อมแบบอัลไซเมอร์ พาร์กินสัน และปอดเป็นพังผืด ขณะนี้ได้ทดสอบมณีแดงกับลิงแสมแล้ว 3 เข็มในระยะเวลา 3 สัปดาห์ จากที่วางแผนไว้ 8 เข็ม ในระยะเวลา 8 สัปดาห์ โดยลิงแสมทุกตัวปลอดภัยดี และไม่มีผลข้างเคียงใด ๆ


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top