Monday, 13 July 2026
TheStatesTimes

เริ่มแล้ววันนี้!! กทม. ขยายเวลาเปิด-ปิด 3 สวนสาธารณะ ตอบสนองความต้องการของคนกรุง

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กทม. ได้เปลี่ยนแปลงเวลาเปิด-ปิด 'สวนสาธารณะ' จำนวน 3 แห่ง ให้เปิดบริการทุกวันตั้งแต่เวลา 04.30 - 22.00 น. ซึ่งขยายเวลาจากเดิมที่เปิดให้บริการตั้งแต่เวลา 05.00 - 21.00 น. โดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 65 เป็นวันแรก เพื่อให้ประชาชนกรุงเทพมหานครได้มาใช้สวนสาธารณะกันมากขึ้น จำนวน 3 สวน ได้แก่ สวนลุมพินี สวนจตุจักร และอุทยานเบญจสิริ ซึ่งเป็นการทดลองเปิดเพียง 3 สวนก่อน

ทั้งนี้เนื่องจากเป็นสวนที่มีคนใช้บริการเป็นจำนวนมาก สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้ตรงจุด โดยในวันนี้ จากการลงพื้นที่อุทยานเบญจสิริพบว่ามีความพร้อมในส่วนของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ไฟฟ้าส่องสว่าง และห้องน้ำที่จะเปิดให้ประชาชนได้ใช้บริการตามที่ได้ขยายเวลา

สำนักงานตำรวจแห่งชาติเรียนชี้แจงกรณีเกิดเหตุเผายางและพ่นสีหลายจุด ในพื้นที่จังหวัดยะลา

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสํานักงานตํารวจแห่งชาติ ขอเรียนชี้แจงถึงกรณี เกิดเหตุเผายางและพ่นสี หลายจุดในพื้นที่จังหวัดยะลา ดังนี้
 
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 โดยเริ่มตั้งแต่ช่วงเวลา 04.30 น. สภ.รามัน ได้รับแจ้งเหตุเผายางรถยนต์ 3 จุด ได้แก่บนถนนหมายเลข 4066 2 จุด และบนถนนหมายเลข 4067 1 จุด โดยในจุดแรงบนถนนหมายเลย 4066 ก็ได้ตรงจพบวัตถุต้องสงสัย แต่จากการตรวจสอบพบว่าไม่ใช่วัตถุระเบิดจริง ต่อมาเวลาประมาณ 05.00 น. สภ.กรงปินัง ได้รับแจ้งเหตุเผายางรถยนต์ บนนถนนสาย 401 อ.กรงปินัง จ.ยะลา จำนวน 2 จุด จากนั้นเวลา 07.45 น. สภ.ลำใหม่ ได้รับแจ้งเหตุพ่นสีก่อกวน 2 จุด บริเวณถนนหมายเลข 409  อ.เมือง จ.ยะลา และบริเวณ ถ.สายทางลัดลำใหม่ อ.เมือง จ.ยะลา โดยบริเวณจุดเกิดเหตุได้พบร่องรอยการเผายางรถยนต์ และมีวัตถุต้องสงสัยลักษณะคล้ายวัตถุระเบิด แต่จากการตรวจสอบก็พบว่าไม่ใช่วัตถุระเบิดจริง และเมื่อเวลา 19.00 น. สภ.บันนังสตา ได้รับแจ้งเหตุว่าคนร้ายลอบทำลายกล้องวงจรปิด จำนวน 2 ตัว และมีการพ่นสีก่อกวนที่บริเวณหน้าบ้านหลังหนึ่งใน ต.บาเจาะ อ.บันนังสตา จ.ยะลา ซึ่งจากเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

โดยรายละเอียดของเหตุการณ์ทั้งหมด พนักงานสอบสวนในพื้นที่รับผิดชอบได้ทำการตรวจสถานที่เกิดเหตุร่วมกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ  พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี(ฝ่ายความมั่นคง) ได้มีนโยบายในการรักษาความสงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่ภาครัฐและประชาชน ในการสอดส่องดูแลพื้นที่ชุมชนและสร้างเกราะป้องกันให้กับชุมชน รวมถึงหาข้อมูลในเชิงรุกเพื่อเป็นการป้องกันเหตุไปพร้อมกัน หากเกิดสถานการณ์ขึ้นก็ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อติดตามตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี และเพื่อรักษาความสงบในพื้นที่ต่อไป

สั่ง ก.ล.ต.ไล่เช็กผู้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล หวั่นสร้างความเสียหายซ้ำรอย Zipmex

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงการคลัง ได้สั่งการให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ สำนักงาน ก.ล.ต. เข้าไปตรวจสอบบริษัทผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล ทุกราย มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนตามใบอนุญาตอย่างไรบ้าง เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับนักลงทุน

ส่วนกรณีปัญหา Zipmex สำนักงาน ก.ล.ต. ประสานกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และประสานไปยัง ก.ล.ต.ของสิงคโปร์ เพื่อดูแลความเสียหายนักลงทุน โดยกระทรวงการคลัง ได้ติดตามปัญหาบริษัท Zipmex ผู้ให้บริการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ทรัพย์ดิจิทัลและคริบโตเคอร์เรนซี อย่างใกล้ชิด

รู้จัก ‘เออเก้’ แบรนด์รองเท้าจีนใจบุญ บริจาคแม้ตัวเองลำบาก จนได้ใจชาวจีน

เมื่อคุณไม่ทอดทิ้งเรา ก็อย่าหวังว่าเราจะทอดทิ้งคุณ

บริบทนี้น่าจะกลายเป็นอีกปรากฏการณ์ในสังคมที่พูดถึงกันมากขึ้น เกี่ยวกับ ‘แบรนด์คนดี’ ที่กำลังกระจายตัวมากขึ้นในสังคมโลก โดยล่าสุด ดร.สมเกียรติ โอสถสภา อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว หยิบยกปรากฏการณ์ที่เคยโด่งดังและเป็นกรณีศึกษาทางการตลาด ผ่านการทำ ‘ความดี’ ในประเทศจีน มาแชร์ไว้อย่างน่าสนใจ ว่า...

กระแสฟีเว่อร์อลังการที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อน เริ่มต้นจากเหตุอุทกภัยในมณฑลเหอหนานของจีน 

ภาคส่วนต่าง ๆ ส่งกำลังคนและกำลังทรัพย์เข้าไปช่วยเหลือ รวมถึงบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายรองเท้ากีฬาอย่าง ERKE หรือ ‘เออเก้’ 

แบรนด์นี้มีชื่อในภาษาจีนว่า ‘หงซิงเอ่อร์เค่อ’ (鸿星尔克) เรียกว่ากำลังอยู่ในสภาวะยากลำบากพอสมควร

เนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรงในตลาดสินค้ากีฬาของจีนเอง รวมถึงการเข้ามาของแบรนด์ต่างชาติดีกรีระดับโลก

ส่งผลให้อนาคตของ ‘เออเก้’ ดูไม่สดใสมีตัวเลขขาดทุนมาหลายไตรมาสติดต่อกัน

หลายคนบอกว่ารองเท้ายี่ห้อนี้กำลังจะเจ๊ง!!

แต่จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นจากการบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยเป็นจำนวน 50 ล้านหยวน หรือประมาณ 250 ล้านบาท

ตอนแรกแทบจะไม่มีข่าวเลย เพราะชื่อเสียงของแบรนด์ไม่ได้โด่งดังมากมายนัก กระทั่งมีชาวเน็ตแอบไปเห็นโพสต์ของทางบริษัท

“เราจะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปด้วยกัน ลงเรือลำเดียวกันแล้วต้องช่วยเหลือกัน ทางบริษัทขอบริจาค 50 ล้านหยวนให้ เหอหนาน สู้ ๆ”

มีคนตั้งข้อสังเกตว่า บริษัทที่กำลังขาดทุนอย่างหนัก แต่กล้าควักเงินบริจาคจำนวนมากไม่แพ้คู่แข่งรายใหญ่ ๆ 

นี่มันรองเท้ากีฬาแบรนด์จีนผู้รักชาติ พวกเราต้องสนับสนุน!!

เท่านั้นแหละ เกิดกระแสลูกค้าจำนวนมหาศาลหลั่งไหลสู่ช่องทางการจัดจำหน่ายออนไลน์ต่าง ๆ

รวมถึงรายการไลฟ์ขายรองเท้าเออเก้บนหลายๆ แพลตฟอร์ม พนักงานแทบจะขายกันไม่ทัน บริษัทต้องเร่งเติมคนเข้ามาช่วย และขอให้ทำล่วงเวลา

ชาวจีนแห่เข้ามาซื้อรองเท้าเออเก้เพื่อต้องการสนับสนุน ‘แบรนด์คนดี’ ให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้อย่างมั่นคง 

อุดมการณ์ร่วมกันของชาวเน็ตต้องการจะปั้นยอดขายให้ ‘เออเก้’ เท่ากับยอดเงินบริจาค 50 ล้านหยวนเป็นอย่างน้อย

“คุณบริจาคช่วยชาติเท่าไหร่ พวกเราจะอุดหนุนคุณเท่านั้น”

กระแสที่จุดติดขึ้นมา ดันยอดขายของเออเก้ ทะลุเกินตัวเลขเงินบริจาคไปแล้ว พูดง่าย ๆ คือขายรองเท้าได้เป็นร้อยล้านบาทภายในคืนเดียว!!

ทางบริษัทรีบสั่งผลิตสินค้าอย่างเร่งด่วน เพื่อเติมเข้ามาในสต๊อกที่เริ่มขาดแคลน

ด้าน CEO อย่าง ‘อู๋หรงจ้าว’ (吴荣照)ต้องมาออกรายการไลฟ์สด ขอบคุณบรรดาลูกค้าด้วยตัวเอง ที่ได้ช่วยกันสร้างประวัติศาสตร์ให้แก่บริษัท

แต่ขณะเดียวกันได้อ้อนวอนให้ลูกค้า “กรุณาใช้เหตุผลและไตร่ตรองให้ดีในการซื้อสินค้า อย่าซื้อเพราะอยากช่วยเรา แต่ขอให้ซื้อเพราะชอบสินค้าเรา”

คือ เถ้าแก่ออกมาห้ามลูกค้าว่าอย่าซื้อเยอะ!!

>> ปรากฏโดนคนจีนด่ากลับ บอกว่า “อย่าเรื่องมาก เป็นคนขายของอย่าเยอะ ลูกค้าจะซื้อ ยุ่งอะไรด้วย”!!

หัวใจอันทรงคุณธรรมและเมตตาต่อเพื่อนมนุษย์ของคนจีนในเวลานี้ถูกยกระดับขึ้นถึงขีดสุด

ในเมื่อบริษัท ‘เออเก้’ มีน้ำใจช่วยเหลือพี่น้องที่กำลังต่อสู้กับเหตุภัยพิบัติอยู่ที่เหอหนาน

ประชาชนชาวจีนทั้งผองมีหน้าที่ส่งเสริมเออเก้ให้เจริญเติบโตสู่ระดับหัวแถว 

ศรชล.สายด่วน 1465 จับมือ สพฉ.สายด่วน 1669 เพิ่มประสิทธิภาพ ในการช่วยเหลือผู้ป่วยฉุกเฉินในทะเล

ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) และสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ (สพฉ.) ลงนามบันทึกความร่วมมือการคุ้มครองสิทธิในการเข้าถึงระบบการแพทย์ฉุกเฉินทางทะเล เพื่อพัฒนาการแพทย์ฉุกเฉินในทะเล โดยผู้เจ็บป่วยฉุกเฉินทางทะเล จะได้รับการช่วยเหลือในเบื้องต้น อย่างทันท่วงทีและเป็นไปตามมาตรฐานทางการแพทย์ที่กฎหมายกำหนด สอดคล้องกับหน้าที่ อำนาจ และความรับผิดชอบของ ศรชล.

วันนี้ (1 สิงหาคม 2565) เวลา 14.30 น. พลเรือเอก เถลิงศักดิ์  ศิริสวัสดิ์ เสนาธิการทหารเรือ ในฐานะเลขาธิการ ศรชล. และเรืออากาศเอก อัจฉริยะ แพงมา เลขาธิการ สพฉ. ได้ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือการคุ้มครองสิทธิ ในการเข้าถึงระบบการแพทย์ฉุกเฉินทางทะเล ณ ห้องรับรอง ชั้น 2 อาคารกองบัญชาการกองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน โดยมี พลเรือโท ประวิณ จิตตินันทน์ รอง เลขาธิการ ศรชล. พลอากาศตรี เฉลิมพร บุญสิริ กรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน นายไพรฑูรย์ รัตนพรวารีสกุล กรรมการการแพทย์ฉุกเฉิน นาวาเอก พิสิทธิ์ เจริญยิ่ง รอง เลขาธิการ สพฉ. นายแพทย์ธงชัย กีรติหัตถยา รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข พลเรือโท สุพพัต ยุทธวงศ์ เจ้ากรมยุทธการทหารเรือ เป็นผู้แทนกองทัพเรือ และผู้แทนต่าง ๆ จากหน่วยงานหลักของ ศรชล. รวมทั้งผู้บริหารระดับสูงของ สพฉ. เข้าร่วมพิธีการลงนามบันทึกความร่วมมือฯ ในวันนี้

พลเรือตรี อิทธิพัทธ์ กวินเฟื่องฟูกุล โฆษก ศรชล. กล่าวว่า ศรชล. เป็นหน่วยงานรูปแบบเฉพาะถูกจัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติ

การรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พ.ศ.2562 ได้บูรณาการหน่วยงานหลัก 7 หน่วยงาน ประกอบด้วย กองทัพเรือ กรมเจ้าท่า กรมประมง กรมศุลกากร กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กองบังคับการตำรวจน้ำ และกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ซึ่งเกิดจากกิจกรรมทางทะเลต่าง ๆ อาทิ การพาณิชยนาวี การประมง การท่องเที่ยว การแสวงประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเล การวางสายเคเบิลหรือท่อใต้ทะเล การอนุรักษ์ การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเลบริเวณชายฝั่ง การสำรวจและวิจัยวิทยาศาสตร์ทางทะเล รวมถึงการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยทางทะเล

‘ครูบาบุญชุ่ม’ ออกจากถ้ำแล้ว ขึ้นราชรถแห่ ท่ามกลางผู้ศรัทธานับหมื่น

ครูบาบุญชุ่ม ออกจาก ถ้ำเมืองแก๊ด แล้ว หลังเข้าปฏิบัติธรรมนาน 3 ปี 3 เดือน 3 วัน ขณะที่ผู้ศรัทธานับหมื่นคนรอรับ

จากกรณีประชาชนนับหมื่นได้ปักหลักร่วมกันรอรับครูบาบุญชุ่ม ญาณสังวโร อรัญวาสีภิกขุ ออกจากถ้ำเมืองแก๊ด ตามกำหนดการที่เผยแพร่นั้น ระบุว่า วันที่ 31 ก.ค. ที่ผ่านมา ครูบาบุญชุ่มจะออกจากถ้ำ หลังครบกำหนดบำเพ็ญสมณธรรม 3 ปี 3 เดือน 3 วัน

โดยมหาชนผู้มีศรัทธาต่างนำดอกไม้ ธูปเทียน ขนม ผลไม้มากราบไหว้ ที่หน้ารูปพระครูบาบุญชุ่มบริเวณหน้าพระเจดีย์ 7 ชั้น ซึ่งบางคณะนำรถยนต์มาจอดพักค้างคืน และบางส่วนมีผ้าใบคลุมเป็นหลังคาเป็นที่พักแรม 

‘บิ๊กตู่’ สั่ง ‘กองทัพ’ ช่วยคนกรุงเจอฝนถล่ม ซ่อมรถเสีย เคลียร์ขยะขวางทางระบาย

‘บิ๊กตู่’ สั่ง กองทัพ ประสาน กรมอาชีวะ ลงช่วยซ่อมรถยนต์เสีย หลังฝนถล่มกรุงเทพฯ ทำน้ำท่วมขังการจราจรติดขัดหนัก

(1 ส.ค. 65) พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ได้สั่งการ กระทรวงกลาโหม โดยทุกเหล่าทัพ ประสานขอความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการ จัดอาสาสมัคร จากกรมอาชีวะศึกษา ร่วมกับกำลังทหารและเครื่องมือช่าง กระจายลงพื้นที่ กทม.และปริมณฑล ให้การช่วยเหลือเร่งด่วน ประชาชนที่ติดอยู่บนท้องถนนจำนวนมาก รถยนต์ขัดข้องหลายคัน จากฝนตกหนักและน้ำท่วมขังสูงในหลายพื้นที่ ส่งผลหลายเส้นการสัญจรไม่สะดวก การจราจรติดขัดหนัก

‘ตั๊กแตน ชลดา’ น้ำตาแตก กราบแทบเท้า หลัง ‘พี่เอ’ เหมาซื้อลิขสิทธิ์เพลง GMM ให้

ต้องยอมความรักพี่รักน้องของ ‘พี่เอ’ จริง ๆ หลังเหมาซื้อลิขสิทธิ์เพลงของ ‘ตั๊กแตน ชลดา’ ทั้งหมดจาก GMM ให้ตั๊กแตนได้นำมาร้องเต็มปากเต็มคำ 

หลังจากนักร้องสาว ‘ตั๊กแตน ชลดา’ ได้มาไลฟ์กับผู้จัดการดาราคนดัง ‘เอ ศุภชัย’ ในเพจ ‘เอพาแหล’ และเจ้าตัวก็ได้รับข่าวดีที่ทำเอาต้องช็อก พร้อมปล่อยโฮหนัก เมื่อเอ ศุภชัย โชว์ป๋าควักสัญญาซื้อลิขสิทธ์เพลงที่ตั๊กแตนเคยร้องไว้เมื่อครั้งอยู่ค่ายแกรมมี่มาให้นักร้องสาวได้ร้องให้แฟนเพลงฟังแบบเต็ม ๆ อีกครั้ง

โดยเรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อทั้งคู่ได้มาร่วมพูดคุยกับแฟน ๆ ก่อนที่ ตั๊กแตน จะสอน พี่เอ ร้องเพลง แต่ร้องได้แค่เพลงละ 7 คำ ซึ่งตั๊กแตนก็ว่าร้องได้แค่นี้เพราะเดี๋ยวโดนสิทธิ์ นอกจากจะเป็นเพลงใหม่ที่ทำเอง ก่อนที่เอจะพานั่งคุยและบอกว่า...

“แม่ก็คือแม่ สิ่งที่แม่ให้ลูกได้ในวันนี้ที่ลูกมาบ้านแม่ แม่มีสิ่งจะมอบให้ลูกนะ” ก่อนที่ตั๊กแตนจะถามว่า “อะไร” และบอกว่า “แม่ไม่ต้องให้อะไรหนูเลยแม่” ซึ่ง เอ ก็ยืนยันว่าจะให้ พร้อมกล่าวต่อว่า...

2 สิงหาคม พ.ศ. 2464 สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส สมเด็จพระสังฆราช พระองค์ที่ 10 สิ้นพระชนม์

วันนี้ เมื่อ 101 ปีก่อน เป็นวันสิ้นพระชนม์ สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส สิริรวมอายุได้ 61 ปี

สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส พระนามเดิม พระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพ  เป็นพระราชโอรสพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่ หัวประสูติแต่เจ้าจอมมารดาแพ พระสนมเอก เมื่อวันที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2403 ทรงศึกษาเบื้องต้นในสำนักเจ้านายฝ่ายในพระบรมมหาราชวัง ทรงศึกษาภาษาบาลีและอักษรขอมกับพระยาปริยัติธรรมธาดา (เปี่ยม) และทรงศึกษาวิชาภาษาอังกฤษ  วิชาการสมัยใหม่ตามพระราชดำริในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

พระองค์เจ้ามนุษยนาคมานพทรงบรรพชาเป็นสามเณรเมื่อพระชนมายุ 14 ปี  จนพระชนมายุได้ 18 ปี จึงทรงลาผนวช แล้วเข้ารับราชการในตำแหน่งเจ้าพนักงานสารบบฎีกา กรมราชเลขานุการ เมื่อมีพระชนมายุ 20 ปี ทรงผนวชเป็นพระภิกษุ เสด็จประทับ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ทรงดำรงอยู่ในสมณเพศตลอดพระชนม์ชีพ

ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาเป็นพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นวชิรญาณวโรรส  มีสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองเมื่อพ.ศ.2424 ต่อมาพ.ศ.  2449  เป็นพระเจ้าน้องยาเธอ  กรมหลวงวชิรญาณวโรรส  ทรงสมณศักดิ์เสมอสมเด็จพระราชาคณะใหญ่ธรรมยุติกนิกาย

รมว.พม. ห่วงใยประชาชนเดือดร้อนจากน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ จ.พิษณุโลก พร้อมสั่ง ทีม One Home พม. เร่งช่วยเหลือเต็มที่

วันนี้ (1 ส.ค. 65) นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) มีความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ฝนตกหนัก เมื่อช่วงเช้าของวานนี้ (31 ก.ค. 65) ทำให้น้ำป่าจากเทือกเขาไหลหลากเข้าท่วมบ้านบ่อโพธิ์ หมู่ 1 ตำบลบ่อโพธิ์ อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งบางจุดมีน้ำท่วมบ้านเรือนสูงกว่า 150 เซนติเมตร ทั้งนี้ มีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายกว่า 40 หลังคาเรือน รวมทั้งสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นภายในบ้านและผลผลิตทางการเกษตร ซึ่งขณะนี้ นายรณรงค์ นครจินดา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วย นางอรนุช ชัยชาญ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก และทีม One Home พม. จังหวัดพิษณุโลก รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย โดยเฉพาะครอบครัวกลุ่มเปราะบางที่มีเด็ก ผู้สูงอายุ คนพิการ และเร่งให้การช่วยเหลือตามภารกิจกระทรวง พม. โดยได้มอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ จำนวน 39 หลังคาเรือน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น อีกทั้งประสานหน่วยงานในพื้นที่เพื่อเตรียมที่พักชั่วคราว 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top