Monday, 13 July 2026
TheStatesTimes

‘เพื่อไทย’ เตือนตู่ หยุดประเคน ‘กองทัพ’ ถลุงซื้ออาวุธ ชี้!! งบความมั่นคง 2 แสนลบ. ดูเกินความจำเป็น

‘พรรคเพื่อไทย’ เตือน ‘บิ๊กตู่’ หยุดประเคนงบฯ ความมั่นคง 2 แสนล้านบาทแก่กองทัพ หลังพบหลายส่วนงบประมาณเกินความจำเป็น ชี้ เวลานี้ชาวบ้านยังลำบาก ควรนำงบมาจัดสรรเพื่อดูแลประชาชนก่อน

นายนพพล เหลืองทองนารา ส.ส.พิษณุโลก พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 กล่าวว่า “ขอเตือนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เงินงบประมาณแผ่นดินเป็นเงินของประชาชน มีไว้เพื่อดูแลประชาชนไม่ได้มีไว้เพื่อซื้ออาวุธประเคนกองทัพ การซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ ทั้งเครื่องบินรบ เรือดำน้ำและรถหุ้มเกราะของกองทัพ มันไม่มีความจำเป็นในช่วงที่ประเทศและประชาชนกำลังยากลำบากจากวิกฤตเศรษฐกิจและวิกฤตโรคระบาด ควรนำงบฯ ไปแก้วิกฤตและปัญหาให้ประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องเร่งด่วนกว่า” 

นพพล กล่าวอีกว่า ในการจัดสรรงบประมาณในส่วนของกระทรวงกลาโหมนั้น พบความพยายามจัดสรรเกินความจำเป็น ไม่ตรงกับวิกฤตปัญหา ไม่เกิดประโยชน์กับประชาชนและไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ประเทศ

อิสรภาพแห่งการเดินทาง!! สหภาพยุโรป ยอมรับ 'หมอพร้อม' เดินทางเข้า 72 ประเทศ/ดินแดน ที่เชื่อมต่อระบบกับ EU

เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง!! ล่าสุด เกาหลีใต้, คอซอวอ, บาห์เรน, มาดากัสการ์ และ เอกวอดอร์ กลายเป็น 5 ประเทศใหม่ที่เข้าร่วม EU Digital COVID Certificate หรือ EU DCC ใน Digital Health Pass บน ‘หมอพร้อม’ ซึ่งเป็นเอกสารรับรองเกี่ยวกับโควิด-19 สำหรับใช้ในการเดินทางเข้าประเทศหรือดินแดนที่เชื่อมต่อกับระบบของสหภาพยุโรป (EU) EU DCC 

ซึ่งประชาชนคนไทย สามารถใช้งาน EU DCC ได้ที่เมนู Digital Health Pass บนหมอพร้อม LINE OA และ Application เพื่อแสดงสถานะเกี่ยวกับโควิด-19 ก่อนการเดินทางเข้าประเทศ/ดินแดน หรือก่อนเข้าใช้บริการ/ดำเนินกิจกรรมต่างๆ ภายในประเทศ/ดินแดน ที่ปัจจุบันเข้าร่วมแล้ว จำนวน 77 ประเทศ/ดินแดน (อัปเดต 1 สิงหาคม 2565) 

'บิ๊กโจ๊ก' ลงใต้ร่วมโครงการจิต อาสา ปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ

ที่ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและสัตว์ป่าทะเลน้อย หมู่ที่ 1 ต.ทะเลน้อย อ.ควนขนุน จ.พัทลุง
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะนายกสมาคมชาวปักษ์ใต้ ในพระบรมราชูปถัมภ์  ได้จัดโครงการ "จิตอาสาปลูกป่าทะเลน้อยเฉลิมพระเกียรติ" โดยภายในงานมี ผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐ ภาคีเครือข่ายภาคเอกชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนจิตอาสา กว่า 3,500 คน เข้าร่วมกิจกรรม

พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ฯ กล่าวว่า สำหรับกิจกรรม "จิตอาสาปลูกป่าทะเลน้อยเฉลิมพระเกียรติ" ทางสมาคมชาวปักษ์ใต้ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดยการสนับสนุนจากบริษัท ปตท.จำกัด(มหาชน)  ได้ร่วมกับ จังหวัดพัทลุง และตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง จัดโครงการดังกล่าวเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความจงรักภักดี แด่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 28 กรกฏาคม 2565          

ซึ่งโครงการนี้  มีความคิดริเริ่มมาจากจิตสำนึกที่ดีที่ต้องการจะพัฒนา และฟื้นฟูพื้นที่ทะเลน้อย ให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ผสานกับหลักคิดที่ว่า เราทำความดีด้วยหัวใจ ถือเป็นโครงการที่มีหลายภาคส่วนร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อที่จะสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนและประเทศชาติ ทั้งยังเป็นการปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ธรรมชาติให้แก่ประชาชนและเยาวชนในพื้นที่ต่อไป

ครม. เคาะ 1.4 หมื่นล้าน จ่ายค่าตอบแทน-ค่าเสี่ยงภัย ให้บุคลากรทางการแพทย์ - สาธารณสุข

ครม. อนุมัติงบ 14,510 ล้านบาท จ่ายค่าตอบแทน-ค่าเสี่ยงภัย ให้บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข 6 โครงการ 

เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)ว่า ครม.เห็นชอบกรอบวงเงิน 14,510.3059 ล้านบาท สำหรับชำระค่าตอบแทน ค่าเสี่ยงภัย แก่บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข จากภารกิจที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยมอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการปรับกรอบวงเงินของโครงการให้เป็นค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจริงจนถึงเดือน มิ.ย. 2565 และเป็นไปตามหลักเกณฑ์และระเบียบที่เกี่ยวข้อง จำแนกค่าใช้จ่ายตามประเภทบุคลากรทางการแพทย์ ระยะเวลาที่ค้างจ่ายเป็นรายเดือน ตลอดจนปรับแผนการดำเนินงาน แผนเบิกจ่ายให้สอดคล้องกับกิจกรรมภายใต้โครงการในกลุ่มดังกล่าว

ก้าวไกล ติง ‘ทัพฟ้า’ ควรฟังเสียงประชาชน อย่าดึงดันซื้อบินรบ F-35A ในภาวะวิกฤติ

อดีตทหารอากาศ ‘พรรคก้าวไกล’ จวกกองทัพบก ของบซื้อเครื่องบินรบ ในขณะที่ประชาชนเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ

ธนเดช เพ็งสุข ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. เขตลาดพร้าว วังทองหลาง พรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีที่พลอากาศตรี ประภาส สอนใจดี โฆษกกองทัพอากาศ ชี้แจงผลกระทบกรณีการเลื่อนโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทน หลังจาก กมธ. ตัดงบประมาณจัดซื้อ ‘F-35 A’ ว่า ปัจจุบันกองทัพอากาศมีเครื่องบินขับไล่โจมตี 5 ฝูงบิน โดยได้ปรับปรุงขีดความสามารถของอากาศยานที่มีอยู่ เพื่อให้ดำรงขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจเอาไว้

ธนเดช ระบุว่า ตนในฐานะอดีตทหารอากาศ ตระหนักและเข้าใจดีถึงความสำคัญของการจัดเตรียมกำลังให้มีขีดความสามารถและศักย์กำลังรบพร้อมรับภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นอยู่เสมอ การจัดซื้ออาวุธหรือฝูงบินรบที่ทันสมัยอย่าง F-35A  ที่กำลังเป็นข่าวก็เป็นเรื่องที่ทำได้ แต่ควรอยู่บนยุทธศาสตร์ที่มีการวางแผนอย่างคุ้มค่า เพื่อให้เกิดศักยภาพสูงสุดและสามารถตอบคำถามประชาชนได้ ไม่ใช่จัดซื้อเพราะได้ลดราคา

ที่สำคัญคือตอนจะซื้อก็ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ กรณี F-35A นี้ ถ้าจำกันได้ ในเดือนมกราคมก็ผ่านเข้าครม. ทั้งที่ประชาชนกำลังอยู่ในช่วงข้าวยากมากแพง แถมยังโดนผลกระทบต่อเนื่องจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ที่ยืดเยื้อ ทำให้ราคาน้ำมัน ไฟฟ้า ปุ๋ย อาหารสัตว์แพงไปหมด ส่งผลให้ค่าครองชีพต่าง ๆ ก็แพงไปด้วย มีหลายครอบครัวครับที่ถึงกับต้องให้ลูกหลานออกจากโรงเรียนกลางคัน และมีการประเมินกันว่า ตัวเลขในปีนี้อาจมีเด็กที่เสี่ยงหลุดออกจากการศึกษาถึงล้านคน แทนที่ท่านจะเอาเงิน 7,400 ล้านบาทก้อนแรกที่ท่านจะใช้ ไปทำในสิ่งที่จำเป็นเฉพาะหน้าเพื่อช่วยเหลือประชาชน ช่วยเหลือเด็ก ๆ กองทัพควรตระหนักได้ว่าทรัพยากรมนุษย์นี่ล่ะ คือ ความมั่นคงในอนาคตของจริง แต่ท่านกลับเอาแต่งอแงเหมือนเห็นของเล่นใหม่ 

ภูมิธรรม ซัด!! ประยุทธ์ ถึงเวลามียางอาย คืนอำนาจกลับไปให้ประชาชน

23 สิงหาคม 2565 นี้ ‘ประยุทธ์’ จะครองอำนาจครบ 8 ปี จะได้รู้กันว่าใครสนับสนุนเป็นเนติบริกรคุ้มครองให้อยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป โดยไม่รู้จักอายและไม่สนใจว่าจะ ย่ำยี หลักการรัฐธรรมนูญซ้ำ ๆ ครั้งที่เท่าไหร่
...ถึงเวลา มียางอาย คืนอำนาจกลับไปให้ประชาชน

ภูมิธรรม เวชยชัย 
ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร
2 สิงหาคม 2565

ภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร โพสต์ข้อความหัวข้อ ‘สิงหาคม 2565 ประยุทธ์ ครองอำนาจที่ยึดมาจากประชาชน และเป็นนายกฯ ต่อเนื่อง ครบ 8 ปี ตามรัฐธรรมนูญ ได้เวลา มียางอาย คืนอำนาจกลับไปให้ประชาชน’ ระบุว่า 8 ปี ภายใต้ระบอบการเมืองแบบ ‘ประยุทธ์’ ซึ่งใช้อำนาจที่ยึดมาจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งบริหารประเทศ 4 ปีกว่า แล้วจัดแจงแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นฉบับ ‘เผด็จการอุ้มสม’ โดยอาศัยฐานอำนาจของ 3 ป. ทั้งส่วนของกลุ่มทุน ทหาร ข้าราชการเกษียณ จัดการเลือกตั้งสร้างกลไก ส.ว. และ พรรคการเมืองบางส่วนที่ไร้อุดมการณ์กลับคำที่ให้ไว้กับประชาชน ยกมือยอมให้ประยุทธ์เป็นนายกรัฐมนตรี จัดตั้งรัฐบาลที่ไม่เคยใส่ใจทุกข์ยากของประชาชนเข้ามาบริหารประเทศต่อเนื่อง

‘ประยุทธ์’ เป็นนายกรัฐมนตรีที่ไม่เคยฟังเสียงประชาชน ไม่เคยมีนโยบายที่สร้างความหวังให้ประชาชนและประเทศชาติ จะมีก็แต่มาตรการเจียดเงินมาจ่ายแจกทีละน้อย คิดแค่การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า แบบ ‘ปัดปัญหาออกพ้นตัว’ มากกว่าการดำเนินนโยบายที่ส่งผลเชิงโครงสร้าง และภาพรวมของการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะปัญหาเหลื่อมล้ำซึ่งส่งผลในระยะยาว

การครองอำนาจยาวนานถึง 8 ปีภายใต้ฐานอำนาจ ฐานทุนที่จับมือร่วมกัน เป็นการบริหารที่สร้างผลประโยชน์ผูกขาดอย่างมหาศาลให้ประยุทธ์และพวกพ้อง เป็นการบริหารประเทศโดยผู้นำที่ขาดคุณสมบัติทุกประการ ทั้งความรู้ วิสัยทัศน์ มารยาท วุฒิภาวะทางอารมณ์ และความชอบธรรม

8 ปีภายใต้การบริหารของ ‘ประยุทธ์’ เราได้เห็นการทำสิ่งที่ผิดให้กลายเป็นถูก แบบหน้าไม่อาย ทำลายหลักนิติธรรม นิติรัฐ เพียงเพื่อให้ตัวเองและพวก ยังคงอยู่ในอำนาจต่อไปได้ พร้อมกับสกัดกั้นกลุ่มคนที่มีความเห็นแตกต่างในทุกรูปแบบ

วันนี้เราจึงได้เห็น วิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ไร้ความรับผิดชอบต่อประชาชนและหลักการประชาธิปไตย กลายเป็นรัฐธรรมนูญที่ซ่อนเร้นอำนาจและผลประโยชน์ของผู้มีอำนาจ ซึ่ง ‘ประยุทธ์และพวก’ ร่วมกันออกแบบ แก้ไข เปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญตามอำเภอใจ โดยไม่คำนึงถึงหลักการใด ๆ ทั้งที่รัฐธรรมนูญในประเทศประชาธิปไตยทั่วไปเป็นกฎหมายสูงสุด ใช้เป็นหลักในการปกครองของทุกประเทศ โดยให้เกียรติให้คุณค่ากับประชาชน เห็นประชาชนเป็นใหญ่ และต้องออกแบบให้สอดคล้องกับผลประโยชน์ของประชาชน ดังนั้นรัฐธรรมนูญจึงเป็นเสมือนหลักยึด เพื่อให้เกิดระบบการเมืองที่สร้างสมดุลและคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพตลอดจนผลประโยชน์ของทุกคนในสังคม

แต่…สำหรับรัฐธรรมนูญประเทศไทย ภายใต้การนำของประยุทธ จันทร์โอชา ที่ยกมือยิ้มร่ายอมรับว่าเป็นผู้นำรัฐประหาร อย่างหน้าชื่นตาบาน นอกจากจะยึดอำนาจ ฉีกรัฐธรรมนูญทิ้ง ยังสร้างรัฐธรรมนูญใหม่ที่จะควบรวมครอบอำนาจกลับมาไว้ที่ตนเองทั้งหมด ไม่เคยตระหนักรู้ว่าประชาชนส่วนใหญ่รู้สึกขมขื่นแค่ไหน ไม่เคยรู้ว่าสังคมโลกมองผู้นำประเทศไทยอย่างไร เพราะผู้นำคนนี้ ไร้สำนึกรู้ถึงความน่าละอายของการทำรัฐประหาร ที่เป็นต้นเหตุฉุดรั้งประเทศและคุณภาพชีวิตประชาชนทุกกลุ่ม ให้ตกต่ำถึงขีดสุด

ดังนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันนี้ จึงไม่ได้ทำเพราะผลประโยชน์ประชาชน แต่ใช้อำนาจ สั่งการแก้ไขเพื่อให้ตนและพวกพ้องอยู่ในอำนาจได้ยาวนานที่สุด ทำให้รัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ขาดความน่าเชื่อถือ ไร้หลักการประชาธิปไตย

….ประเทศไทย รัฐบาลไทย รัฐสภาไทย เราเดินมาถึงจุดนี้กันได้อย่างไร ?

คำตอบ คือ เพราะ 8 ปีของประยุทธ์นั้นกล้ากระทำการทุกเรื่องที่ผิดหลักการ ผิดกติกาได้เพราะถือดีว่า ‘พวกตนยึดกุมและควบรวมอำนาจการปกครองในประเทศ’ ไว้เพียงกลุ่มเดียว …ดังนั้น อยากทำอะไรก็ทำได้ไม่เกรงกลัวใคร เนื่องจากมีกลไก ส.ว. 250 คน ซึ่งล้วนเป็นอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาและพวกพ้อง กำหนดให้มีอำนาจล้นพ้น สามารถ ควบคุมกติกา กำหนดตัวนายกรัฐมนตรี และทำทุกอย่างตามใบสั่ง โดยไม่ได้ตระหนักและคำนึงถึงเกียรติศักดิ์ศรีของตำแหน่ง ส.ว. แต่ทำให้กลายสภาพจากที่ปรึกษาในสภาฯ มาเป็นลิ่วล้อหุ่นยนต์ ยกมือเพื่ออุ้ม ‘ประยุทธ์’ คนเดียว

3 สิงหาคม พ.ศ. 2544 ศาลรธน.วินิจฉัย ‘ทักษิณ’ พ้นผิดคดีซุกหุ้น กับตำนานวลีการเมือง “บกพร่องโดยสุจริต”

วันนี้ในอดีต 3 สิงหาคม พ.ศ. 2544 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ‘ทักษิณ’ พ้นผิด ‘คดีซุกหุ้น’ ด้วยมติเฉียดฉิว 8 ต่อ 7 เสียง จนเกิดวลีอันลือลั่น “บกพร่องโดยสุจริต” 

สำหรับ ‘คดีซุกหุ้น’ เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 26 ธ.ค. 2543 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ที่มีนายโอภาส อรุณินท์ เป็นประธาน ตัดสินด้วยคะแนน 8 ต่อ 1 ระบุว่า ‘ทักษิณ ชินวัตร ’ จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเป็นเท็จ และยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาดตามมาตรา 295 ของรัฐธรรมนูญปี 2540  ต่อมาวันที่ 18 ม.ค. 2544 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีมติรับคำร้องของ ป.ป.ช. ไว้พิจารณา

จากนั้นกระบวนการไต่สวนก็ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง โดยทางฝ่าย ป.ป.ช. มีตัวแทน คือ นายกล้านรงค์ จันทิก เลขาธิการ ป.ป.ช.ในขณะนั้น ขณะที่ ‘ทักษิณ’ ต้องเปลี่ยนทนายหลายชุดเพื่อรับมือกับลีลาการซัก-ถาม ของ นายกล้านรงค์ ที่ถึงลูกถึงคน และนายกล้านรงค์ อ้างถึง การตรวจสอบของ ป.ป.ช. พบว่าระหว่างปี 2535, 2536 และ 2539 ‘ทักษิณ’ มีการโอนหุ้นในหลายบริษัทให้กับคนขับรถ แม่บ้านและคนเลี้ยงเด็กเพื่อเป็นการปกปิดอำพราง 

ส่วนทางฝ่าย ‘ทักษิณ’ ต้องตั้งรับการรุกของ ป.ป.ช. อย่างหนัก จนถึงขั้นต้องเชิญนายประสิทธิ์ ดำรงชัย หนึ่งในกรรมการ ป.ป.ช.ในขณะนั้น และกรรมการเสียงข้างน้อย ให้เข้าเป็นพยานและให้ปากคำต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อสนับสนุน ‘ทักษิณ’ และยืนยันว่า ‘ทักษิณ’ ไม่น่าจะจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สิน-หนี้สิน

กระทั่งวันที่ 18 มิ.ย. 2544 ‘ทักษิณ’ ก็ถูกแรงกดดันให้ต้องเข้าแถลงต่อศาลรัฐธรรมนูญด้วยตัวเองเกี่ยวกับคดีดังกล่าว พร้อมยืนยันว่าการให้คนอื่นถือหุ้นแทน เป็นไปตามหลักของธุรกิจและถือเป็นเรื่องปกติ ส่วนปัญหาที่เกี่ยวกับกฎหมายนั้นก็เป็นเรื่องของ ‘แบบฟอร์ม’ การแจ้งทรัพย์สินที่ไม่ชัดเจน พร้อมกับการยกคำพูดที่ลือลั่นมาจนถึงขณะนี้ นั่นก็คือ การกระทำของตนและภรรยานั้น น่าจะถือเป็น ‘การบกพร่องโดยสุจริต’

และระหว่างที่รอศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน ก็มีกระแสกดดันต่างๆ มากมายถาโถมมาที่ศาลรัฐธรรมนูญ ทั้งธงเหลือง การออกมาสนับสนุน ‘ทักษิณ’ ของผู้อาวุโสของสังคม การล่าชื่อนับแสนชื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญยื้อเรื่องนี้ออกไปเพื่อช่วยเหลือ ‘ทักษิณ’ โดยเชื่อมโยงเรื่องนี้เข้ากับสถานการณ์และผลประโยชน์ของประเทศชาติ

4 สิงหาคม พ.ศ. 2539 ‘สมรักษ์ คำสิงห์’ สร้างประวัติศาสตร์ คว้าเหรียญทองโอลิมปิกเหรียญแรก

วันนี้เมื่อ 26 ปีก่อน แฟนกีฬาชาวไทยได้เฮลั่น เมื่อ ‘สมรักษ์ คำสิงห์’ นักมวยสากลสมัครเล่น สามารถคว้าเหรียญทองในกีฬาโอลิมปิกให้กับประเทศไทยได้เป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ 

ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิด 1996 ซึ่งถูกจัดขึ้นที่แอตแลนตา ประเทศสหรัฐอเมริกา สมรักษ์ คำสิงห์ เป็นตัวแทนนักกีฬามวยสากลสมัครเล่นไทย ในรุ่นเฟเธอร์เวท น้ำหนักไม่เกิน 57 กิโลกรัม เข้าร่วมการแข่งขันภายใต้ความหวังของแฟนกีฬาชาวไทยว่าจะสามารถคว้าเหรียญมองแรกให้ประเทศไทยในกีฬาโอลิมปิกได้สำเร็จ เพราะเจ้าตัวเพิ่งจะคว้าเหรียญทองจากการแข่งขันในรุ่นเดียวกัน จากการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ 1994 มาได้ก่อนหน้านั้น จึงกลายเป็นหนึ่งในนักกีฬาที่แฟนกีฬาชาวไทยคาดหวัง

ด้วยผลงานจากรอบแรกไปจนถึงรอบรองชนะเลิศ ที่สมรักษ์ คำสิงห์ สามารถเอาชนะคู่แข่งจากประเทศ เปอร์โตริโก แอฟริกาใต้ รัสเซีย และอาร์เจนตินา ได้สำเร็จอย่างงดงาม ยิ่งทำให้แฟนกีฬาชาวไทยยิ่งเกิดความคาดหวังมากยิ่งขึ้น

ในรอบชิงชนะเลิศ สมรักษ์ คำสิงห์ ต้องพบกับ คู่แข่งขันที่แข็งแกร่งจากประเทศ บัลแกเรีย อย่าง เซราฟิม โทโดรอฟ (Serafim Todorov) ซึ่งมีดีกรีเป็นถึงแชมป์โลกมวยสากลสมัครเล่น 3 สมัย และที่สำคัญ ในรอบรองชนะเลิศ โทโดรอฟ ก็สามารถเอาชนะยอดมวยเจ้าภาพอย่าง ฟลอยด์ เมย์เวเธอร์ จูเนียร์ มาได้ จึงนับได้ว่า โทโดรอฟ เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวอย่างมาก

และในการแข่งขันในครั้งนั้นใช้กฎกติกาการให้คะแนนแบบหมัดต่อหมัด และยังมีการขึ้นคะแนนแบบเรียลไทม์ให้ผู้ชมถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ได้เห็น ยิ่งทำให้การลุ้นการแข่งขันของแฟน ๆ กีฬาชาวไทยตื่นเต้นเร้าใจตลอดเวลา

‘บิ๊กตู่’ มั่นใจปีนี้ เศรษฐกิจไทยโต 3.3% ลั่นปีหน้าดีขึ้นอีกจากส่งออก -นทท.ทะลัก

‘ประยุทธ์’ ชี้ ศก.ไทยโตต่อเนื่อง 3.3% คาดปีหน้าแตะ 4.2% ผลจากเอกชนฟื้นตัว - นทท.เข้าปท.กว่า 6 ล้านคน ด้านส่งออกยังมีข่าวดี ขยายตัว 7.9% ขอเชื่อมั่นเสถียรภาพการเงินประเทศ เตรียมกดอัตราเงินเฟ้อจาก 6.2% เหลือ 2.5% ภายในปี 2566 
 

เมื่อเวลา 12.20 น.วันที่ 2 ส.ค.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม แถลงหลังเป็นประธานประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า วันนี้ครม. รับทราบภาวะและแนวโน้มเศรษฐกิจไทยประจำไตรมาสที่ 2 ปี 2565 โดยตนแจ้งครม. ทราบว่ามีหลายประเด็นมีแนวโน้มไปในทางที่ดี ซึ่งต้องแยกจากกันระหว่างเศรษฐกิจระดับมหภาคกับเศรษฐกิจระดับจุลภาค และประชาชนข้างล่างก็อีกเรื่องที่เราต้องแก้ปัญหาตรงนั้น แต่นี่คือภาพใหญ่ของประเทศที่เทียบเคียงกับทุกประเทศในโลก สรุปว่ามีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดี แต่ยังมีประเด็นที่ยังต้องติดตาม โดยเฉพาะสถานการณ์ด้านการเงิน การคลังภายนอกประเทศเพื่อให้ทุกภาคส่วนใช้เป็นข้อมูลสำหรับประกอบกิจการและเตรียมการรับกับอนาคตที่จะมาถึง เนื่องจากเศรษฐกิจนั้นผูกติดกันหมดทั้งโลก 

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในภาพรวมเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวอย่างต่อเนื่องร้อยละ 3.3 ในปีนี้ และคาดการณ์จะเพิ่มเป็นร้อย 4.2 ในปีหน้า จากการฟื้นตัวของการบริโภคภาคเอกชน และการซื้อของกลุ่มผู้มีรายได้สูงในประเทศในครึ่งปีหลัง รวมทั้งการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่ประมาณการอยู่ที่ 6 ล้านคน จากเดิมที่ประเมินไว้ 5.6 ล้านคน โดยเฉพาะเดือนนี้เพิ่มขึ้นถึง 2 ล้านคน ถือเป็นการเพิ่มขึ้นจำนวนมากพอสมควรจากมาตรการเปิดประเทศของไทย และต่างประเทศที่เร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้ ฉะนั้นในปี 2566 คาดว่าจะอยู่ที่ 19 ล้านคน และภาคเศรษฐกิจก็คาดว่าจะมีการระดมทุนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องให้สอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ 

ทั้งนี้ เราต้องเร่งพิจารณาเป็นกรณีเร่งด่วนคือเรื่องค่าเงินบาท ที่มีผลต่อการนำเข้าและส่งออกซึ่งด้านการส่งออกสินค้าไทยถือเป็นข่าวดีที่แนวโน้มขยายตัว ร้อยละ 7.9 จากที่เดิมที่ประมาณการไว้ร้อยละ 7.0 และในปี 2566 คาดว่าจะขยายตัวต่อเนื่องอีก แต่ก็มีปัจจัยที่ทำการเกิดความผันแปรของผู้ค้าโดยเฉพาะกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลัก เช่น จีน โดยปัจจัยหนึ่งคืออัตราเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นทั่วโลก จากผลของราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นส่งผ่านไปยังต้นทุนสินค้าต่าง ๆ โดยอัตราเงินเฟ้อของไทยปีนี้อยู่ที่ร้อยละ 6.2 แต่คาดว่าจะลดงเหลือร้อย 2.5 ในปี 2566  ขอให้ประชาชน และภาคธุรกิจเชื่อมั่นเสถียรภาพการเงินของไทยยังมันคงและแข็งแกร่งจากการดำเนินนโยบายการเงินการคลังที่รอบคอบและมีวินัยของเรา และเป็นที่เชื่อมั่นของนักวิเคราะห์ นักลงทุนต่างประเทศจากความสนใจในการเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเรื่องการลงทุนมีหลายอย่าง หลายประเทศ หลายโครงการ ที่ตนยังไม่สามารถชี้แจงได้เนื่องจากอยู่ช่วงการเจรจาร่วมกัน ทั้งโครงการขนาดใหญ่ ขนาดเล็กจำนวนมากพอสมควร 

สวนนงนุชพัทยา ต้อนรับคณาจารย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมฟังบรรยายหัวข้อการพัฒนาแนวทางการศึกษาและงานวิจัย การจัดสวนพฤกษศาสตร์ในอนาคตและร่วมกันปลูกต้นจามจุรี

วันที่ 2 สิงหาคม 2565 เวลา 10.00 น. ณ สวนนงนุชพัทยา โดยคุณกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ให้การต้อนรับ  รองศาสตราจารย์ ดร.สีหนาท  ประสงค์สุข (หัวหน้าภาควิชาพฤกษศาสตร์) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ และคณะคณาจารย์และเจ้าหน้าที่  ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้าเยี่ยมชมสวนสวนนงนุชพัทยา พร้อมฟังบรรยายจากคุณกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา เรื่องหัวข้อการพัฒนาแนวทางการศึกษาและงานวิจัย การจัดสวนพฤกษศาสตร์ในอนาคต 

จากนั้นร่วมกันปลูกต้นจามจุรี ที่“สวนรุกขชาติ”บริเวณพื้นที่ราบเชิงเขาบันไดกฤษ เป็นสวนพฤกษศาสตร์ที่รวบรวมพันธุ์ไม้หายากสำหรับ“สวนรุกขชาติ”  ทางสวนนงนุชพัทยาดำเนินการให้แก่ประเทศไทยโดยขออนุญาตเช่าพื้นที่จากกรมป่าไม้จำนวน 43 ไร่ โดยค่าใช้จ่ายและค่าดำเนินการต่าง ๆ สวนนงนุชเป็นคนดูแลทั้งหมด


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top