Friday, 19 June 2026
Politics

'บิ๊กตู่' เคารพศาลฯ ชี้ชะตา 30 ก.ย.นี้ ไม่ว่าผลจะออกรูปใด ส่วนตอนนี้หนุนรัฐแก้น้ำท่วมเต็มที่ในหมวก รมต.กลาโหม

'บิ๊กตู่' ขอบคุณทุกกำลังใจที่มอบให้ ยืนยันเคารพการพิจารณาของศาลฯ ไม่ว่าคำวินิจฉัยจะเป็นเช่นใด ขณะนี้ยังคงปฏิบัติหน้าที่รมต.กลาโหม เร่งสนับสนุนรัฐบาลแก้ไขปัญหาน้ำท่วม

นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับทราบผลการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดนัดอ่านคำวินิจฉัยเรื่องการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในวันศุกร์ที่ 30 กันยายน 2565 โดยเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และยืนยันว่าจะให้ความเคารพต่อผลการพิจารณาของศาลฯ ไม่ว่าคำวินิจฉัยจะเป็นเช่นใด

'ทิพานัน' กางข้อกม. ถามหาจุดยืน 'เพื่อไทย' หลัง 'ทักษิณ' พูดจาชี้นำ - หาเสียงให้พรรค

'ทิพานัน' ถามหาจุดยืน 'เพื่อไทย' เอาให้ชัด ใช้นักโทษหนีคดีหาเสียงแลนด์สไลด์ เตือนเสี่ยงถึงยุบพรรค โทษหนัก ทำ 'ทักษิณ' อาจเสี่ยงคุกอีก 5 ปี พร้อมปลุกคนไทยไม่เอาตระกูลคอร์รัปชันบริหารประเทศ

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ทีมโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงกรณีที่ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวใน Clubhouse ชี้นำให้เลือกพรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์ 2 สมัย และพูดถึงนโยบายค่าแรงต่าง ๆ ว่า นายทักษิณ ได้พยายามพูดจาสั่งการพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอดต่างกรรมต่างวาระ ล่าสุดทำเหมือนเป็นหัวคะแนน ช่วยหาเสียงให้กับพรรคเพื่อไทย จึงเป็นที่น่าสังเกตว่าพรรคเพื่อไทย มีส่วนรู้เห็นเป็นใจกับการหาเสียงในครั้งนี้หรือไม่ 

เพราะถึงแม้ในหลายครั้งพรรคเพื่อไทยมักจะอ้างว่าเป็นสิทธิของนายทักษิณ และไม่สามารถห้ามให้นายทักษิณแสดงความเห็นชี้นำได้ แต่เท่าที่ติดตามสถานการณ์ที่ผ่านมา ไม่มีครั้งใดเลยที่กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยจะแสดงถึงการไม่สนองตอบ หรือแสดงท่าทีที่ชัดเจนว่าไม่ยินยอมปฏิบัติตามคำสั่งของนายทักษิณ และในช่วงโค้งแรกการหาเสียงครั้งนี้ก็เช่นกัน 

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า พรรคเพื่อไทย ต้องเคารพกฎหมาย และต้องทำความเข้าใจว่า เป็นการกระทำที่สุ่มเสี่ยงครอบงำ ชี้นำการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคการเมืองขัดพ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 28 ที่ห้ามมิให้พรรคการเมืองยินยอมหรือกระทําการใดอันทําให้บุคคลอื่นซึ่งมิใช่ สมาชิกกระทําการอันเป็นการควบคุม ครอบงํา หรือชี้นํา กิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทําให้ พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ 

ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม และมาตรา 29 ห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งมิใช่สมาชิกกระทําการใดอันเป็นการควบคุม ครอบงํา หรือชี้นํา กิจกรรมของพรรคการเมืองในลักษณะที่ทําให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกขาดความอิสระ ทั้งนี้ ไม่ว่า โดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม

รัฐบาล จ่ายต่อเนื่องอุดหนุนเด็กแรกเกิด ลดความเหลื่อมล้ำ ช่วยเด็กมีพัฒนาการตามวัย

เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี (PMOC) ได้โพสต์ข้อความถึงโครงการเงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กแรกเกิด โดยระบุว่า โครงการดังกล่าว เป็นนโยบายสำคัญระดับชาติ มุ่งเน้นให้เด็กแรกเกิดได้รับการเลี้ยงดูที่มีคุณภาพ และมีพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัย เพื่อเติบโตเป็นประชากรที่มีคุณภาพในอนาคต อันจะยังประโยชน์ดังนี้

1) ช่วยให้เด็กอายุ 0 – 6 ปี ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี และเป็นกำลังของสังคมและเศรษฐกิจในอนาคต

2) การลงทุนพัฒนาเด็กปฐมวัยเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและให้ผลตอบแทนแก่สังคมที่ดีที่สุดในระยะยาว โดยให้ผลตอบแทนกลับคืนมาในอนาคต 7 - 10 เท่า ทำให้เยาวชนคนรุ่นใหม่ มีทักษะที่สูงขึ้น ผลการเรียนที่ดีขึ้น ประสิทธิภาพการทำงานที่สูงขึ้น การเจ็บป่วยที่ลดลง และลดจำนวนอาชญากรรมลง เป็นต้น

3) ทำให้เด็กแรกเกิดสามารถเข้าถึงบริการทางสังคมได้เพิ่มมากขึ้น ทำให้ได้รับการพัฒนาให้เติบโตอย่างเหมาะสมตามวัย มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น นอกจากนี้ ยังทำให้หน่วยงานภาครัฐและภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้องสามารถระบุกลุ่มเป้าหมายเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตและจัดสวัสดิการตามภารกิจของหน่วยงานได้อย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ช่วยแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ และความยากจนลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

'ก้าวไกล' แถลงโต้!! กกพ. ให้ข้อมูลไม่ถูกต้อง ยันค่าไฟต่ำกว่า 4 บาท/หน่วย ได้ ถ้าหยุดเอื้อกลุ่มทุน

จากกรณีที่ข่าวหลายสำนักได้ลงข่าวที่ กระทรวงพลังงาน หรือ สำนักงานกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้พูดว่า “ค่าไฟ 4 บาท/หน่วย ในประเทศไทยจะไม่ได้เห็นอีกแล้ว” 

วรภพ วิริยะโรจน์ ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้ออกมาตอบโต้ว่าเป็นการให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง จึงต้องขอแถลงข่าวเพื่อให้สื่อมวลชนช่วยสื่อสารกับประชาชน และยืนยันว่าค่าไฟฟ้าสำหรับประชาชนต่ำกว่า 4 บาท/หน่วย เป็นไปได้ ถ้ารัฐบาลเปลี่ยนแนวนโยบาย จากการบริหารของรัฐบาลที่เห็นถึงผลประโยชน์ของประชาชน มากกว่า กลุ่มทุนพลังงาน

วรภพกล่าวว่า ตามข่าวนั้น ทางกกพ. ให้ข้อมูลที่ถูกต้องอยู่เรื่องนึง ที่ว่า ราคาต้นทุนก๊าซจากอ่าวไทยนั้นมีราคาที่ถูกอยู่ที่ 2-3 บาท/หน่วย และราคาก๊าซนำเข้า หรือ LNG นั้นมีแนวโน้มที่จะมีราคาแพงต่อเนื่องอยู่ที่ 10 บาท/หน่วย นั้นเป็นข้อมูลที่ถูกต้องเพียงแต่ว่า ปริมาณก๊าซจากอ่าวไทยนั้น ที่จริงแล้วมีปริมาณที่เพียงพอสำหรับการผลิตไฟฟ้า ข้อมูลครึ่งปีแรกของ 2565

"จากกระทรวงพลังงานเองก็ยืนยันข้อมูลที่ว่า ปริมาณความต้องการใช้ก๊าซในการผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ 2,600 ล้านลบ.ฟุต ต่อวัน ซึ่งข้อมูลการผลิตก๊าซจากอ่าวไทย นั้นมีการผลิตได้ถึง 2,756 ล้านลบ.ฟุต ต่อวัน ซึ่งแสดงว่าก๊าซจากอ่าวไทยที่มีราคาถูก 2 บาท/หน่วยนั้นเพียงพอกับการผลิตไฟฟ้าใช้ในประเทศ" วรภพกล่าว

วรภพกล่าวขยายความต่อว่า เป็นเพราะนโยบายรัฐที่ปล่อยให้กลุ่มทุนพลังงานของไทย สามารถนำก๊าซจากอ่าวไทยที่มีราคาถูกนั้น ไปสร้างผลกำไร ด้วยการนำก๊าซจากอ่าวไทยที่มีราคาถูกไปขายเป็นเชื้อเพลิงราคาแพงให้กับอุตสาหกรรมได้ก่อนถึง 811 ล้านลบ.ฟุต ต่อวัน และ นำไปขายเป็นวัตถุดิบปิโตรเคมีในเครือ อีก 804 ล้านลบ.ฟุต ต่อวัน หรือ รวมแล้ว 1,615 ล้านลบ.ฟุตต่อวัน 

'ชัชชาติ' เชื่อ พบกระสอบทรายอุดท่อไม่ใช่การวางยา ชี้!! เป็นวิธีบริหารจัดการ แต่อุดแล้วอย่าลืมเอาออก

(15 ก.ย. 65) นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่กรุงเทพฯ น้ำท่วม อาจเป็นกรุงเทพฯ เพียงบางส่วน เพราะกรุงเทพฯ 80% น้ำไม่ท่วม โดยปริมาณน้ำปีนี้เยอะมาก จากเพจกรมชลฯ 1,600 มิลลิเมตรแล้ว เท่าๆ กับค่าเฉลี่ยทั้งปี เชื่อว่าหลายคนออกจากบ้านมาไม่เจอน้ำท่วม แต่จุดที่เป็นจุดอ่อนก็ยอมรับและไปปรับปรุงแก้ไข

นายชัชชาติ กล่าวว่า มีแนวคิดเรื่องทางด่วนน้ำ เมื่อก่อนเราบริหารจัดการน้ำภายในกรุงเทพฯ อนาคตมันต้องเอาลงด้านล่าง มีแผนที่จะบูรณาการหลายจังหวัด น้ำที่มาทางตะวันออกเนี่ยจะไม่เอาเข้ากรุงเทพฯ ต้องเอาลงไปด้านล่าง แต่เป็นแผนระยะยาวมากเลย เพราะต้องเตรียมพื้นที่จำนวนมาก

ผู้ว่าฯ กทม. กล่าวอีกว่า การทำงานของตน ไม่มีการสั่งงานข้ามหัว สังเกตว่าผมลงพื้นที่ ผมไม่เคยสั่งการเลย พอลงพื้นที่ ท่าน ผอ. มากับเราตลอด เพราะท่านเป็นผู้รู้เนื้องาน ผมก็เป็นผู้ฟัง ไม่มีการข้ามหัว และก็ข้ามกันไม่ได้ เพราะการสั่งเรื่องน้ำจะต้องมีบันทึกชัดเจน เพราะฉะนั้นมีการประชุมกันตลอด ไม่อย่างนั้น เป็นไปไม่ได้หรอกที่เราเตรียมการลอกคลองกันแค่ 2 เดือน ยิ่งน้ำมาขนาดนี้เราจะรับมือกับส่วนใหญ่ได้โดยไม่มีปัญหา ผมคิดว่ามาถูกทางแล้ว ถามว่าผมลงพื้นที่เพราะอะไร เพราะผมอยากจะไปเจอของจริง ผมไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำ

รัฐบาลประยุทธ์ ยกระดับ ‘บัตรทองพรีเมียม’ ขึ้นแท่นเบอร์ 1 คุณภาพระบบสุขภาพอาเซียน

‘ทิพานัน’ ชี้รัฐบาล ‘พล.อ.ประยุทธ์’ ยกระดับ ‘บัตรทองพรีเมียม’ ลดเหลื่อมล้ำ สะดวก รวดเร็วมีคุณภาพ  เพิ่มสิทธิรักษาโรคร้ายฟรี  ย้ายสิทธิก็ง่าย  เพิ่มบริการครอบคลุมทุกกลุ่ม เป็นอันดับ 1 ของอาเซียน ระบบสุขภาพที่มีคุณภาพ

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพประชาชน และการเข้าถึงบริการภาครัฐของพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ ได้มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุขทำการพัฒนา บัตรทอง หรือบัตรประกันสุขภาพถ้วนหน้า ให้เป็น ‘บัตรทองพรีเมี่ยม’ เพื่อเพิ่มสิทธิประโยชน์ เพิ่มคุณภาพและบริการ โดยผู้ถือบัตรทองสามารถเข้ารับการรักษาได้ทุกที่ในโรงพยาบาลรัฐที่เป็นโรงพยาบาลปฐมภูมิทั่วประเทศ นอนโรงพยาบาลโดยไม่ต้องมีใบส่งตัว  นโยบายเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติมีสิทธิทุกที่ ผู้ป่วยฉุกเฉินวิกฤต ได้รับการคุ้มครองสิทธิในการเข้าถึงบริการอย่างปลอดภัย ไม่มีเงื่อนไขในการเรียกเก็บค่ารักษาพยาบาล ภายใน 72 ชั่วโมง หรือพ้นภาวะวิกฤติ เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการรักษาพยาบาล สามารถเปลี่ยนสิทธิรักษามีผลทันทีไม่ต้องรอ 15 วัน  ผ่านแอปพลิเคชันของ สปสช. หรือสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด สะดวกสบาย ประหยัดทั้งค่าใช้จ่ายและเวลาการเดินทางไปรักษา  

น.ส.ทิพานัน กล่าวต่อว่า ผู้มีสิทธิบัตรทองใน ช่วง รัฐบาล พลเอกประยุทธ์  หลายท่านยังไม่ทราบว่า มีการเพิ่มสิทธิการรักษาและการดูแลด้านสาธารณสุขเพิ่มขึ้นมาก เช่น ได้รับสิทธิในการรักษาโรคร้าย โดยผู้ป่วยมะเร็งสามารถเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลเฉพาะทาง และรักษามะเร็งได้ในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทุกที่ ได้รับสิทธิฟอกไตฟรี รักษาโควิดฟรี เพิ่มบริการสำหรับแม่และเด็ก เช่น การตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูก การเพิ่มวัคซีน HPV ป้องกันมะเร็งปากมดลูก คัดกรองภาวะ Down Syndrome ในหญิงตั้งครรภ์ (อายุไม่เกิน 35 ปี) ผ่าตัดฝังประสาทหูเทียมสำหรับเด็กหูหนวก และการให้บริการแว่นตาเด็ก

ยกความเดือดร้อนปชช. เป็นที่ตั้ง ภารกิจสำคัญ ‘น้ำท่วม’ ต้องร่วมกันแก้ไข

3ป - 2ช - 1ว ยังไงก็ไปทางเดียวกัน !!ร่วมแรง ร่วมกัน แก้น้ำท่วม !!

เพจศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี หรือ PMOC ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอ ประมวลภาพการทำงานของรัฐบาลร่วมกับกรุงเทพมหานครในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยในคลิปดังกล่าวมีความคิดเห็นของบุคคลหลากหลายสาขาอาชีพในช่วงสถานการณ์น้ำท่วม รวมถึงประมวลภาพภารกิจการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำและการช่วยเหลือประชาชนของ 3 ป. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รมว.กลาโหม และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย รวมถึง นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) และนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมข้อความ “ยังไงก็ไปทางเดียวกัน ร่วมแรง ร่วมกัน แก้น้ำท่วม”

นับเป็นนิมิตหมายที่ดีของคนกรุงเทพมหานคร หลังได้เห็นความร่วมมือกับแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน จากรัฐบาลกลาง และกรุงเทพมหานคร ไร้ภาพความแตกแยก แต่ประสานมือร่วมคลี่คลายปัญหาไปด้วยกัน 

อย่างที่ทราบกันดีว่า ในช่วง 2 – 3 วันที่ผ่านมา ฝนกระหน่ำเมืองกรุง จนเกิดภาพน้ำท่วมขัง ระบายไม่ทัน สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้านในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในโซนกรุงเทพตะวันออก อย่างเขตลาดกระบัง

เป็นเหตุให้เกิดวิวาทะกันอย่างหนักในโซเชียลมีเดีย ระหว่างกองเชียร์ ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และฝั่งที่มีความคิดเห็นตรงข้าม กับข้อกล่าวหาที่ว่า ทำงานไม่เป็น ก็ไม่ควรอาสามาทำหน้าที่ผู้ว่าฯ แม้แต่ส.ส.เขตลาดกระบัง พรรคเพื่อไทย ที่เคยอยู่ฝั่งเดียวกันอย่าง นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ถึงกับทนไม่ไหว ออกมาบ่นดัง ๆ ผ่านออนไลน์ ว่า ไม่เคยได้รับการช่วยเหลือ ขออะไรไปก็ไม่ได้รับการตอบสนอง

เหตุการณ์เช่นนี้ ยิ่งตอกย้ำภาพความแตกแยก แต่ทว่าภาพแห่งความหวังของคนกรุงเริ่มปรากฏสัญญาณบวก เมื่อนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)ได้มอบเครื่องเครื่องสูบน้ำขนาดหน้าตัด 30 นิ้ว จำนวน 6 เครื่อง ที่ระดมมาจากทั่วทุกภาคของประเทศ โดย 1 เครื่องจะติดตั้งที่ถนนศรีนครินทร์ เขตบางนา อีก 4 เครื่อง อยู่ที่สถานีสูบน้ำพระโขนง ส่วนอีก 1 เครื่อง จะมาในวันที่ 19 กันยายนนี้ 

โดยเป็นการตอบรับทันที ที่ผู้ว่าฯชัชชาติ ร้องขอมา โดยไม่มีอิดออด มิหนำซ้ำยังแสดงความยินดีและขอบคุณที่ได้ให้โอกาสกรมทรัพยากรน้ำ ได้มีส่วนร่วมในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ 

ไม่เพียงแต่นายวราวุธ เท่านั้นที่ลงมาช่วยบรรเทาความเดือดร้อนน้ำท่วมครั้งนี้ แต่กลุ่มพี่น้อง 3 ป. ทั้งพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี, พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม

แม้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะถูกสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีชั่วคราว แต่ก็มิได้นิ่งนอนใจต่อความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวกทม. ในฐานะรมว.กลาโหม ได้สั่งการให้หน่วยทหาร ออกช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนทุกพื้นที่ ดังภาพที่ปรากฏให้เห็นอย่างต่อเนื่อง ทั้งทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศ และหน่วยทหารจิตอาสา ที่ระดมกำลังช่วยเก็บขยะ กำจัดวัชพืช ขุดลอกคูคลอง, ขุดลอกท่อ, นำรถทหารออกบริการประชาชนที่เดินทางไม่สะดวกในเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง เป็นต้น 

ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์ ได้ลงพื้นที่ติดตามตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของสำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร ด้วยตัวเอง บริเวณสะพานคลองทับยาว เขตลาดกระบัง ซึ่งเป็นจุดที่มีปัญหาด้านการระบายน้ำ และทันทีที่ผู้ว่าฯชัชชาติ รายงานสถานการณ์ว่า “ลาดกระบังหนักสุดครับ ฝนตกลงมาเยอะมากครับท่าน 2 เท่าของค่าเฉลี่ย” พลันที่ได้ยินเช่นนั้น พล.อ.อนุพงษ์ ตอบกลับทันทีว่า “ท่านผู้ว่าฯ จะเอาอะไรบอกผมได้เลย” 

พร้อมย้ำว่า รัฐบาลและกทม.ทำงานใกล้กันอยู่แล้ว ต้องการอะไรที่จะให้สนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องมือหรือบุคลากรบอกได้ตลอด

ทางด้านพี่ใหญ่ ‘บิ๊กป้อม’ พล.อ.ประวิตร หลายฝ่ายชื่นชมว่า ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรีได้อย่างเหมาะสม เริ่มตั้งแต่การต่อสายตรงหาผู้ว่าฯชัชชาติ เพื่อหารือถึงการรับมือปัญหาน้ำท่วม โดยระบุว่า “มีอะไรให้ช่วยขอให้บอก” 

ล่าสุด เมื่อวันที่ 14 ก.ย. ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร ยังควงผู้ว่าฯชัชชาติ ลงพื้นที่ มีนบุรี หนองจอก ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ด้วยตัวเองอีกด้วย

'เพื่อไทย' รับฟังชาติพันธุ์ม้งถูกไล่รื้อที่ ย้ำ!! นโยบายตระหนักสิทธิ์ทำกิน ส่งเสริมคนอยู่กับป่า สิทธิต้องถูกพิสูจน์ กฎหมายต้องเป็นธรรม

พรรคเพื่อไทย นำโดย นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย นายจักรพงษ์ แสงมณี กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย และ ดร.ประเสริฐ พัฒนผลไพบูลย์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการนโยบายพรรคเพื่อไทย รับฟังเรื่องร้องทุกข์จากตัวแทนกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอภูทับเบิก จังหวัดเพชรบูรณ์ ถูกกล่าวหาว่าเป็นนายทุน ไล่รื้อที่ทำกิน ดำเนินคดีโดยไม่เปิดโอกาสให้พิสูจน์สิทธิ์ที่มีกฎหมายคุ้มครองอยู่

ดร.จำเนียร โฉมงาม ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการปกครองสภาผู้แทนราษฎรและที่ปรึกษากฎหมายกลุ่มชาวเขาม้งภูกล่าวว่า ปัจจุบันประชาชนมากกว่า 10 ล้านคน กำลังถูกบังคับใช้กฎหมายอย่างไม่เป็นธรรมจากที่ดินทำกินที่ชาวบ้านได้อยู่อาศัยและใช้ประโยชน์มาตลอด และอยู่มาก่อนการเป็นที่ดินของรัฐ กลุ่มชาวเขาได้ต่อสู้มาอย่างยาวนาน แต่กลับถูกเลือกปฏิบัติ และละเมิดความชอบธรรมอันพึงมีพึงได้ ยืนยันว่ากลุ่มชาติพันธุ์ที่มาวันนี้ เป็นคนที่อยู่ ก่อนประกาศเป็นเขตป่า แต่กลับถูกตีความว่าบุกรุกป่า  

พ่อหลวงสุรินทร์ นทีไพรวัลย์ ผู้ใหญ่บ้านหนองหอย ม่อนแจ่ม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวเสริมว่า การมาหาพรรคเพื่อไทยวันนี้เพราะเชื่อในการพูดจริงและทำสำเร็จได้จริง พรรคเพื่อไทยจึงเป็นความหวังและทางรอดของกลุ่มชาติพันธุ์ที่ประสบปัญหาถูกไร่รื้อที่ดินทำกินมายาวนานเกือบ 10 ปี เราไม่อยากได้นโยบายแจกเงิน แต่เราอยากได้นโยบายที่เป็นประโยชน์ ส่งเสริมการทำมาหากิน ให้พวกเรากลุ่มชาติพันธุ์ดำรงชีวิตเลี้ยงดูช่วยเหลือตัวเองได้

'วัชระ' สวนเจ็บ 'วัชระ-ชัยชนะ' ช่วยส่องผลงานรมต.ในโควต้าปชป.หน่อย บอกเห็นใจ ต้องออกมาโต้แม้ฝืนความรู้สึก แต่ต้องยอมรับ เพราะความจริงมันเจ็บปวด ฝากไว้อย่ากลัว

'สมคิด' ไม่ใช่นักการตลาดลวงโลก แต่เป็น แคนดิเดตนายกฯ ที่ตรงสเปค เหมือนดาวฤกษ์การเมืองดวงใหญ่ที่สุด 

นายวัชระ กรรณิการ์ รองเลขาธิการพรรคสร้างอนาคตไทย กล่าวถึงกรณีที่นายชัยชนะ เดชเดโช ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ และนายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาตอบโต้ประเด็นปาฐกถาพิเศษของ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานพรรคสร้างอนาคตไทย ที่จังหวัดภูเก็ตนั้น ตนเข้าใจและเห็นใจทั้ง 2 คน ในฐานะลูกพรรคประชาธิปัตย์ ที่จำเป็นต้องออกมาปกป้องพรรคของตน แม้ว่าจะต้องฝืนความรู้สึกและความจริงก็ตาม เพราะนี่คือสไตล์ของคนพรรคนี้ที่ทำมาโดยตลอด

“ผมเข้าใจและเห็นใจ ส.ส ชัยชนะ และนายวัชระ เป็นอย่างมาก เพราะความเป็นจริงมันเจ็บปวดเสมอ มันก็มีแค่ 2 ทางเลือกเท่านั้น คือยอมรับความเป็นจริงแล้วแก้ไข หรือจะดันทุรังต่อไป ผมอยากจะบอกความจริงง่ายๆ แบบนี้ครับ ถ้าคนของพรรคประชาธิปัตย์ดีจริง วันนี้ ส.ส.กรุงเทพ ของพรรคคงไม่สูญพันธุ์ และจำนวน ส.ส. ภาคใต้คงไม่หายไปกว่าครึ่ง และอีกหนึ่งคำถามที่ผมอยากจะถามนายวัชระ ก็คือ เกือบ 4 ปี ที่ประชาธิปัตย์ร่วมรัฐบาลชุดนี้ นายวัชระช่วยไปส่องหาผลงานสำคัญของรัฐมนตรีในโควต้าของพรรค ว่ามีอะไรที่เป็นเนื้อเป็นหนังบ้าง ซึ่งไม่น่าจะมีมากพอจนนายวัชระต้องไปอ้างผลงานของนายชวน หลีกภัย ซึ่งไม่ใช่รัฐมนตรีเอามาหากิน ถ้ามีผมจะได้ช่วยพูดให้อีกทางหนึ่ง” นายวัชระกล่าว

‘บิ๊กตู่’ เยือนระยอง ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม พร้อมเยี่ยมให้กำลังใจประชาชนและเจ้าหน้าที่

เมื่อวันที่ (16 ก.ย. 65) พล.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อม นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน.และนายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในนามรัฐบาลได้เดินทางลงพื้นที่ จ.ระยอง ติดตามสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ พร้อมทั้งเยี่ยมให้กำลังใจประชาชนและตรวจเยี่ยมการสนับสนุนของกองทัพ เข้าช่วยเหลือวิกฤติน้ำท่วมจากฝนตกหนักต่อเนื่องและน้ำทะเลหนุนสูง ส่งผลการระบายน้ำลงลุ่มน้ำประแสร์ช้าลง เกิดน้ำท่วมขังสูงใน 6 อำเภอ มีประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 25,000 ครัวเรือน

ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ได้เดินทางไปรับฟังการบริหารจัดการน้ำและการช่วยเหลือประชาชน ณ ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย เทศบาลตำบลทับมา พร้อมย้ำ ขอขอบคุณและเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายรวมทั้งครอบครัวและจิตอาสา ในการปฏิบัติงานร่วมกัน โดยขอให้หน่วยทหารในพื้นที่ ยังคงสนับสนุน จ.ระยอง เสริมกำลังและเครื่องมือช่างเข้าช่วยหากจำเป็น โดยเน้นเตรียมแผนเผชิญเหตุสนับสนุนรับมือสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นร่วมกัน โดยพิจารณาความอ่อนตัว ทั้งการกั้นน้ำ เปิดทางน้ำและระบายน้ำ เพื่อป้องกันพื้นที่ชุมชนและลดผลกระทบที่เกิดขึ้น ที่สำคัญที่คือ ต้องช่วยป้องพื้นที่เขตเมืองและชุมชน ช่วยอำนวยความสะดวกการสัญจรประชาชน ดูแลการติดต่อสื่อสารอย่าให้ตัดขาด และให้ระวังโรคระบาด โดยเฉพาะฉี่หนูหากน้ำขังท่วมนาน ย้ำดูแลความปลอดภัยตัวเองและให้สนับสนุนนโยบายรัฐบาลแก้ปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะปกติ

จากนั้นได้เดินทางไปเยี่ยมผู้ประสบภัยในพื้นที่หมู่บ้านแดนใหม่ตำบล / มาแล้วเดินทางเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียงให้กำลังใจและมอบสิ่งของบรรเทาทุกข์ในพื้นที่และเดินทางต่อไปยังศูนย์พักพิงผู้ประสบภัยโรงเรียนเทศบาล ทับมา และเยี่ยมให้กำลังใจการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ พร้อมพบปะประชาชนมอบสิ่งของให้แก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่

พล.อ.คงชีพ กล่าวว่า การช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่  กองทัพเรือ และ กองทัพบก โดย ทัพเรือภาคที่ 1 และ พล.ร.2 รอ. ได้จัดกำลังพลกว่า 1,200 นาย รถบรรทุกขนาดต่างๆกว่า 30 คัน เรือผลักดันน้ำ 20 ลำ เรือท้องแบน 22 ลำ รวมทั้งรถครัวสนาม รถพยาบาล ชุดค้นหาและกู้ภัย ลงทำงานสนับสนุนหน่วยงานในพื้นที่ ให้การช่วยเหลือประชาชนต่อเนื่องที่ผ่านมา ทั้งการแจ้งเตือนและอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ การขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง การแจกจ่ายถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภค ยาและเวชภัณฑ์ การจัดทำแนวกั้นน้ำ รวมทั้งการเปิดทางน้ำและการระบายน้ำจากพื้นที่ท่วมขังลงลำน้ำสายหลัก เพื่อลดความเดือดร้อนและผลกระทบกับประชาชน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top