Friday, 19 June 2026
Politics

'อนุทิน' เมินตอบนั่งนายกฯ สมัยหน้า ย้ำ!! ภูมิใจไทยเตรียมพร้อมสำหรับเลือกตั้ง

'อนุทิน' เผยให้รอคำวินิจฉัยศาลรธน. ปมนายกฯ 8 ปีก่อน ย้ำยึดหลักทำงานในรัฐบาลนี้เต็มที่ ไม่ตอบนั่งนายกฯ สมัยหน้า ขอแค่โอกาสทำงานให้ปชช. ย้ำภูมิใจไทยคิดอย่างเดียวเตรียมพร้อมเลือกตั้ง

(8 ก.ย. 65) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และรมว.สาธารณสุข ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กล่าวถึงกรณีมีเอกสารหลุดของนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ที่ชี้แจงเรื่องปม 8 ปีนายกฯ ต่อศาลรัฐธรรมนูญ และเอกสารหลุดคำชี้แจงของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และ รมว.กลาโหม มองสถานการณ์นี้อย่างไรว่า ตนให้ความเห็นไม่ได้ และไม่ทราบว่าเอกสารนั้นหลุดหรือไม่ทุกอย่างอยู่ที่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

ผู้สื่อข่าวถามว่าไม่ว่าพล.อ.ประยุทธ์ จะเหลืออายุกี่ปีพรรคภูมิใจไทยพร้อมจะเดินเคียงข้างไปด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยเดินหน้าเคียงคู่พี่น้องประชาชน อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทยเพราะพรรคภูมิใจไทยรู้เพียงว่าเดี๋ยวเดือนมี.ค. 2566 แล้วบวก 45 หรือ 60 วันหรือจะยุบสภาเมื่อไหร่ก็ต้องเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยคิดเพียงเท่านี้

เมื่อถามว่าแสดงว่าไม่ได้หวังเป็นนายกฯ ในช่วงนี้ แต่รอลุ้นหลังการเลือกตั้งครั้งหน้าใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนหวังที่จะมีโอกาสทำงานมากกว่า สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยทำตอนนี้คือเตรียมพร้อมนโยบายแล้วจะค่อยๆ นำเสนอให้พี่น้องประชาชนตัดสินใจ เราทำงานไปเรื่อยๆ ไม่ไปมีปัญหาหรือมีเรื่องกับใคร ทำงานโดยยึดหลักการระบอบประชาธิปไตยเป็นผู้แทนของปวงชนชาวไทย ต่อไปก็จะยึดหลักการ การทำงานในหน้าที่ในรัฐบาลนี้ให้ดีที่สุดช่วยนายกฯ ทำการประชุมเอเปคและซัมมิทในเดือนพ.ย.นี้ให้ประเทศไทยมีความสง่างามสร้างความเชื่อมั่นให้ต่างประเทศจากนั้นก็ไปเลือกตั้งกัน

'เพื่อไทย' ติดตามการบริหารจัดการน้ำ กทม. ชงจัดงบติดเซ็นเซอร์ที่ประตูระบายน้ำ-คลองทุกสาย

วานนี้ 7 กันยายน ที่สำนักการระบายน้ำ กรุงเทพมหานคร นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานที่ปรึกษาประธานสภากรุงเทพมหานครด้านการเมือง และรองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย นายวราวุธ ยันต์เจริญ ที่ปรึกษาประธานสภากรุงเทพมหานคร นายดนุพร ปุณณกันต์ คณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย นายวิรัตน์ มีนชัยนันท์ ประธานสภากรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) พรรคเพื่อไทยทั้ง 20 คน และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ร่วมวิเคราะห์และหารือสถานการณ์น้ำกับสำนักการระบายน้ำกรุงเทพมหานคร เพื่อเตรียมตัว และหาทางรับมือจากสถานการณ์น้ำหากมีฝนตกต่อเนื่อง ร่วมกับนายวิษณุ ทรัพย์สมพล รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และน.ส.วิลาวัลย์ ธรรมชาติ ที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยมีนายอาสา สุขขัง ผู้อำนวยการกองสารสนเทศระบายน้ำ เป็นผู้ให้ข้อมูล 

นายอาสา ได้เผยกราฟฟิกภาพปริมาณน้ำฝนและระบบตรวจวัดระดับน้ำในแต่ละพื้นที่เพื่อเฝ้าสังเกตปริมาณน้ำฝน และได้แจ้งถึงจุดที่ กทม. ได้ลิงก์สัญญาณจากกล้องวงจรปิดของสำนักการจราจร และขนส่งกรุงเทพมหานครในจุดที่เสี่ยงน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ เพื่อมอนิเตอร์สถานการณ์น้ำท่วมตลอดเวลา 

นอกจากนี้ ทางสำนักฯ ยังระบุช่องทางการแจ้งขอความช่วยเหลือของประชาชนมายัง กทม. ไม่ว่าจะเป็นทางโอเพ่นแชทไลน์ 'ฝนตก-น้ำท่วม บอกด้วย' ลิงก์ : 
https://line.me/ti/g2/kk0gLj9CMIhrNYYbCK11EZ_b2QyXZ2429q7BLg และโทรสายด่วน 02-248-5115 หรือการแจ้งผ่านแอปพลิเคชันทราฟฟี่ฟองดูว์ โดยทางสำนักฯ มีเจ้าหน้าที่สแตนบายเพื่อรับข้อมูลที่ประชาชนแจ้งเข้ามาตลอด 24 ชั่วโมง

‘แพทองธาร’ ลั่น ไม่ยึดติดต้องเป็นนายกฯเอง หากมีคนที่เหมาะสมกว่า รับเคยคิดการเมืองโหดร้ายกับตระกูลชินวัตร ชี้รัฐประหารเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นแล้ว

เราจะร่วมทำงานกับคนที่ มีหัวใจประชาธิปไตย เชื่อในประชาธิปไตย ไม่รู้ว่านายกฯ (ประยุทธ์) เชื่อแบบนั้นไหม เพราะไม่ได้มาจากประชาชน

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร
หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย
ให้สัมภาษณ์รายการ “เปิดปาก กับ ภาคภูมิ”
เมื่อวันที่ 8 กันยายน 65

‘แพทองธาร’ ลั่น ไม่ยึดติดต้องเป็นนายกฯเอง หากมีคนที่เหมาะสมกว่า รับเคยคิดการเมืองโหดร้ายกับตระกูลชินวัตร ชี้รัฐประหารเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นแล้ว 

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม และหัวหน้าครอบครัวพรรคเพื่อไทย ลูกสาวของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการ “เปิดปาก กับ ภาคภูมิ” ดำเนินรายการโดย นายภาคภูมิ พันธุ์สถิตย์ ทางช่องไทยรัฐทีวี เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2565 ที่ผ่านมา โดยในรายการได้ถามว่าหากสมมติได้เป็นนายกรัฐมนตรี กลัวหรือไม่จะเป็นแบบพ่อ (ทักษิณ) ที่ถูกทำรัฐประหาร น.ส.แพทองธาร กล่าวยืนยันว่า รัฐประหารเป็นสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นแล้ว แต่ตนเองกลัวการถูกนำกฎหมายมาใช้แบบ 2 มาตรฐานมากกว่า เพราะทุกวันนี้ตนเองเคยพูดว่าโซเชียลมีเดียมันแรงขึ้น เรามีสื่อในมือ เราสามารถตอบคำถามและแก้ต่างในสิ่งที่มันไม่จริงได้ มั่นใจเลยว่าหากไทยรักไทยสมัยก่อนมีโซเชียลมีเดียในมือจะไม่เป็นแบบนี้ เพราะเรื่องหลายๆ เรื่องจะสามารถถูกชี้แจงได้ เพราะมีหลักฐานเพียงพอ แต่ในเวลานั้นมันไม่มีช่องทาง หรือสื่อที่จะแก้ต่างได้อย่างรวดเร็ว เพราะพ่อเองก็ไม่มีเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ที่จะตอบโต้ได้เลย

ส่วนประเด็นที่มีคนบอกว่ามาเล่นการเมือง เพราะต้องการให้นายทักษิณกลับบ้านใช่หรือไม่นั้น น.ส.แพทองธาร ตอบด้วยเสียงสั่นเครือและน้ำตาคลอ ว่า “แยกเป็น 2 เรื่องนะ อิ๊งค์เป็นลูกสาวคนเล็ก อิ๊งค์เป็น Daddy’s girl มาตั้งแต่วันที่อิ๊งค์จำความได้ อิ๊งค์อยากให้พ่อกลับบ้านทุกวันนะคะ ตั้งแต่วันที่ออก ลูกสาวคนเล็ก นี่เราไม่พูดถึงคนกลางคนโต พูดถึงแค่ตัวเรา เราอยากให้พ่อกลับบ้านทุกวัน ถ้าใครตามอินสตาแกรมมาตั้งแต่เนิ่นนาน อิ๊งค์พูดมาทุกครั้ง อิ๊งค์อวยพรพ่อทุกรอบ ปีหน้าจัดงานวันเกิดที่บ้านเรานะ พูดทุกรอบ (ตั้งแต่ปี 49 พูดอย่างนี้ทุกปี) ทุกปีค่ะ มันคือความหวัง นั่นคือสิ่งที่ทำให้เรา ครอบครัวอยู่ได้ เพราะเราก็มีความหวัง ไม่เคยพูดเลยว่าปีหน้าจะโอกาสน้อยลง พูดว่ามันมากขึ้นทุกปี อันนี้คือในเซ้นส์ของครอบครัว”

น.ส.แพทองธาร กล่าวต่อว่า แต่ในเซ้นส์ของการเมือง เรื่องที่ตนเองแบกไว้ว่าอยากให้พ่อกลับบ้านทุกวัน มันคือปัญหาของครอบครัวตนเอง แต่ไม่ได้ต้องการจะผลักดันให้เป็นปัญหาของประเทศ เพราะการเมืองและประเทศตอนนี้ ปัญหาคือปากท้อง และประชาชนยากจน หนี้สินท่วมท้น นี่คือสิ่งที่ต้องแก้ ไม่เอามาปนกัน โดยยอมรับว่าพ่อมีความหวังจะได้กลับประเทศ เพราะปัจจุบันอายุ 73 ปีแล้ว ที่ทุกวันนี้ยังหัวเราะเฮฮา ออกกำลังกายทุกวัน เพราะยังอยากแข็งแรงทั้งใจและร่างกาย

'ไทยสร้างไทย' ได้ฤกษ์ดีจัดการประชุมใหญ่ ได้ 'หญิงหน่อย' นั่งหัวหน้าพรรค 'ศิธา' นั่งเลขาธิการฯ

เมื่อวันที่ 9 ก.ย. ที่โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ พรรคไทยสร้างไทยจัดงานประชุมใหญ่วิสามัญ ครั้งที่ 1 ประจำปี 2565 โดยมีนายสอิสร์ โบราณ หัวหน้าพรรค รองหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย นายโภคิน พลกุล ประธานยุทธศาสตร์ ขับเคลื่อนประเทศพรรคไทยสร้างไทย น.ต.ศิธา ทิวารี ประธานคณะกรรมการอำนวยการและพัฒนาพรรคไทยสร้างไทย พร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรค และสมาชิกของพรรค เข้าร่วมการประชุม

โดยนายสอิสร์ได้กล่าวเปิดการประชุมและประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรค ซึ่งตามวาระการประชุมในวันนี้จะมีวาระการเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ ร่วมไปถึงเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่

จากนั้นในเวลา 10.00 น. ที่ประชุมได้จัดให้มีการลงคะแนนด้วยเครื่องลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์เลือกตั้งคณะกรรมการบริหารพรรค จำนวน 50 คน โดยใช้เวลา 1 ชั่วโมงในการลงคะแนน และที่ประชุมได้เลือกคุณหญิงสุดารัตน์ เป็นหัวหน้าพรรค รองหัวหน้าพรรคจำนวน 11 คน ได้แก่ นายสุพันธุ์ มงคลสุธี, นายประวัฒน์ อุตตะโมช, นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น, พ.ต.ท.กุลธน ประจวบเหมาะ, พล.ท.อนุธัช บุนนาค, นายอดุลย์ นิลเปรม, นายไชยวัฒน์ หาญสมวงศ์, นายจิรเดช วรเพียรกุล, นายนพดล มังกรชัย, นายธนธัช ตัณฑสิทธิ์ และนางนาถยา แดงบุหงา

‘พิธา’ ลั่น พร้อมเป็นนายกฯ พาไทยแข่งขันบนเวทีโลก โชว์กึ๋น สร้างอุตฯ ไฮเทค ผ่านการแก้ปัญหาน้ำประปา

ในงานเปิดแคมเปญเลือกตั้งพรรคก้าวไกล 'ต้องก้าวไกล ให้ไทยก้าวหน้า' นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้เริ่มต้นเปิดงานด้วยการแสดงวิสัยทัศน์การบริหารประเทศแบบก้าวไกลด้วยการหยิบขวดน้ำดื่มขึ้นและชวนให้ผู้ฟังมองปัญหาระดับประเทศที่ซ่อนอยู่ในน้ำดื่มขวดนี้

“ทุกครั้งที่เรายกน้ำขึ้นมาดื่ม ทุกท่านเชื่อมั้ยครับว่า มันมีเรื่องราวอยู่เบื้องหลังที่สะท้อนความล้มเหลวและความไร้ประสิทธิภาพของรัฐไทย ความล้มเหลวของรัฐไทยในการให้บริการน้ำประปาที่สะอาดดื่มได้ทำให้คนไทยต้องแบกรับภาระค่าน้ำดื่มสูงขึ้นถึง 1,000 เท่า ทั้งๆ ที่ประเทศไทยที่มีทรัพยากรน้ำมหาศาล” พิธากล่าว

พิธากล่าวต่อว่า การประปาอาจจะบอกว่าตรวจคุณภาพน้ำในกรุงเทพฯ 2,000 จุดแล้วดื่มได้ แต่น้ำประปาผ่านตามท่อถึงบ้านเรา ไขก๊อกออกมาดื่มไม่ได้ ในกรุงเทพฯ บางพื้นที่ยังใสแต่ในต่างจังหวัด แต่ละบ้านต้องมาแข่งกัน ว่าน้ำประปาจะสีอะไร ใช้ซักผ้าไม่ได้ ใช้ล้างจานไม่ได้ ใช้อาบน้ำไม่ได้ ในประเทศอื่นๆ เขาควบคุมมาตรฐานความปลอดภัยของน้ำประปาโดยใช้ 'แรงดันน้ำ' ที่ปลายท่อครับ ทำให้แบคทีเรียและความสกปรกในท่อก็จะยิ่งเข้ามาปนอยู่ในน้ำประปาได้ยาก

ในต่างประเทศตั้งค่าแรงดันน้ำขั้นต่ำที่ปลายทางเอาไว้สูง เปิดในแนวตั้งต้องพุ่งสูงขึ้นไม่ต่ำกว่า 10 เมตร ที่อเมริกาคือถ้าต่ำกว่า 14 เมตร ให้ต้มน้ำดื่ม ถ้าต่ำกว่า 3.5 เมตรเขาให้ล้างน้ำประปาคงค้างให้หมดแล้วนำน้ำไปตรวจแบคทีเรีย แต่สำหรับประเทศไทยเราไม่ได้กำหนดแรงดันน้ำปลายทางแรงดันในท่อหลักอยู่ที่ 6 เมตร มาถึงบ้านปลายทางไม่ได้กำหนดมาตรฐานเอาไว้ ทำให้เหลือแรงดันแค่ 2 เมตรเท่านั้น นี่คือสาเหตุที่ทำไมน้ำประปาถึงดื่มไม่ได้ และด้วยเหตุนี้เองถึงได้เกิดอุตสาหกรรมน้ำขวดขึ้นมา มูลค่า 5 หมื่นกว่าล้านบาท จากน้ำประปาที่ราคา 1,000 ลิตร ราคา 10 บาท เราถึงได้ต้องดื่มเป็นน้ำขวดที่ราคา 1 ลิตร 10 บาท หรือแพงขึ้น 1,000 เท่า

สาเหตุที่รัฐไทยให้แรงดันน้ำกับประชาชนไม่ได้ นั่นเพราะเราจะสูญเสียน้ำไปตามท่อจากท่อระบายน้ำรั่วประมาณ 30% ถ้ายิ่งเปิดแรงดันน้ำแรงน้ำก็จะยิ่งรั่วมาก ถ้าเปิดน้ำอ่อยๆ น้ำก็จะรั่วน้อยลง แต่การที่ภาครัฐเปิดน้ำให้ประชาชนอ่อยๆ เพราะกลัวน้ำรั่วเป็นปัญหาที่สะท้อนแนวคิดในการแก้ไขปัญหาแบบระยะสั้น ลูบหน้าปะจมูก แบบไทยๆ ผลักภาระน้ำที่ไม่สะอาด กับค่าถังพักน้ำ ค่าปั๊มน้ำ ให้ประชาชน ในขณะเดียวกันพอน้ำรั่วน้อย แต่เป็นการรั่วซึม เราก็จะไม่เห็นว่าน้ำรั่วที่จุดไหน เราก็จะไม่สามารถไปแก้ปัญหาที่ต้นเหตุได้

ประเทศไทยมีปัญหาที่หมักหมม และแก้ปัญหาแบบลูบหน้าปะจมูกอยู่แบบนี้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน้ำแล้ง-น้ำท่วมที่แก้กันแบบ 'น้ำแล้งขนน้ำไปหาคน น้ำท่วมขนคนหนี' เรื่องเกษตรที่อุ้มราคาเฉพาะหน้าอย่างเดียวแต่แทบไม่มีการยกระดับเกษตรกร เรื่องงบประมาณที่ซุกหนี้และภาระผูกพันไว้มากมายเป็นระเบิดเวลาในอนาคต ฯลฯ ถ้าเรื่องที่พื้นฐานมากๆ อย่างแรงดันน้ำ ประเทศไทยยังไม่สามารถทำได้เพื่อให้น้ำสะอาด เราไม่มีวันที่จะสามารถทำเรื่องยากๆ เพื่อให้ประเทศไทยแข่งขันในระดับโลกได้

อุตสาหกรรมแห่งอนาคตที่ใช้น้ำเป็นองค์ประกอบที่สำคัญมากก็คือชิปคอมพิวเตอร์ โรงงานผลิตชิปคอมพิวเตอร์โรงงานหนึ่งอาจใช้น้ำได้สูงถึง 10,000 ลบ.ม. ต่อปี นอกจากนี้การมีปริมาณน้ำที่มากอย่างเดียวไม่เพียงพอ ต้องใช้น้ำที่บริสุทธิ์มากด้วยเพื่อมาใช้ล้างชิปด้วย ชิปคอมพิวเตอร์สมัยนี้เล็กมากระดับนาโนเมตร ชิปเล็กที่สุดตอนนี้ 2 นาโนเมตรเล็กยิ่งกว่าเกลียวดีเอ็นเอ เพราะฉะนั้นน้ำที่จะมาใช้ล้างชิประดับนาโนเมตรได้ก็ต้องเป็นน้ำที่บริสุทธ์มากระดับ Ultrapure Water ที่ไม่มีอนุภาคอะไรเหลือเลย

'อุ๊งอิ๊ง' ยังอุบนั่งแคนดิเดตนายกฯ พท. ชี้ ฟ้าลิขิตให้เป็นหรือไม่ อยู่ที่ประชาชน

‘อุ๊งอิ๊ง’ ตีปี๊บมีเซอร์ไพรส์! กิจกรรม ‘สะบัดชัย เพื่อไทยมาเหนือ’ 10 ก.ย.นี้ อุบสานต่อนโยบายจำนำข้าว ยันคอนเซ็ปต์ดี ปมนั่งแคนดิเดตนายกฯ ยังกั๊กเหมือนเดิม อ้างรอเคาะวันเลือกตั้งก่อน

9 ก.ย. 2565 – เมื่อเวลา 11.45 น. ที่โรงงานซันสวีท น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ว่า พรรคจะมีการจัดกิจกรรม “สะบัดชัย เพื่อไทยมาเหนือ” ในวันที่ 10 ก.ย. และอาจจะมีเซอร์ไพรส์ ขอให้ประชาชนติดตาม เราทำงานอย่างหนักเพื่อคิดแต่ละนโยบายขึ้นมาในการนำปัญหาของประชาชนมาแก้ไข ซึ่งเราจะเริ่มทยอยเปิดนโยบายในช่วงการหาเสียง โดยเกษตรกรเป็นแรงสำคัญ เป็นแรงหลัก เราไม่ได้มองแค่การหาเสียงหรือการชนะเลือกตั้ง แต่ปากท้องของประชาชนต้องเริ่มตั้งแต่เกษตรกร หากในส่วนนี้แข็งแรงก็จะสะท้อนภาพใหญ่ของประเทศได้

เมื่อถามว่า พรรคเพื่อไทยจะมีการเดินหน้าสานต่อนโยบายจำนำข้าวหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องมีการทบทวนรายละเอียด และต้องทำให้ดี แน่นอนว่ากระบวนการที่มีปัญหาหรือมีอะไรบางอย่าง จะต้องนำมาแก้ไขเพื่อตอบสนองประชาชนได้อย่างแท้จริง อย่างที่เคยพูดนโนบายจำนำข้าวเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร และจุดมุ่งหมายของพรรคคืออยากให้เกษตรกร ประชาชนสามารถลืมตาอ้าปากได้ ดังนั้นนโยบายจำนำข้าวในเรื่องคอนเซปต์ยังเป็นสิ่งที่ดี

ส่วนที่ขณะนี้หลายพรรคเริ่มมีการเปิดตัวแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรค พท. ควรจะมีความชัดเจนได้เร็วขึ้นหรือไม่ เนื่องจากกระแสเริ่มมีมากขึ้น น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวอยากให้มีการกำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจนก่อน พรรค พท. จะมีความชัดเจนแน่นอน

เมื่อถามว่า จะมีฟ้าลิขิตให้เป็นนายกฯ ได้หรือไม่ หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องอยู่ที่พี่น้องประชาชน คนในพรรค และต้องดูเรื่องความเหมาะสม ซึ่งจะต้องดูเมื่อการเลือกตั้งที่จะมาถึง ประเทศต้องไปต่อ ไม่ใช่จะมาดูว่าใครจะเป็นผู้นำ แต่จะต้องเป็นพรรคที่เสนอนโยบายที่ตอบโจทย์ประชาชนอย่างแท้จริง แก้ปัญหาให้ประชาชน เอาประชาชนเป็นหลัก คือหัวใจของประชาธิปไตย ทั้งนี้ พรรค พท. จะมีการเปิดแคนดิเดตนายกฯ เมื่อได้วันเลือกตั้ง แต่สุดท้ายแล้วก็อาจจะไม่แน่ ขอให้ประชาชนรอลุ้นต่อไป

'บิ๊กป๊อก' ลุยตรวจน้ำท่วม ให้กำลังใจ 'บิ๊กแจ๊ส-ชาวปทุมธานี' ยัน!! รัฐช่วยเต็มที่ สั่งหน่วยงานต่างๆ ประสานช่วยเหลือแล้ว

(9 ก.ย. 65) พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) พร้อมด้วย นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายบุญธรรม เลิศสุขีเกษม อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย นายสมคิด จันทมฤก อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน และคณะผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ศูนย์บัญชาการสถานการณ์น้ำท่วม เทศบาลนครรังสิต จังหวัดปทุมธานี เพื่อตรวจเยี่ยมให้กำลังใจผู้ประสบภัยและผู้ปฏิบัติงาน โดยมี นายคำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ร.ต.อ.ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต นายพงศธร กาญจนะจิตรา รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นายดรณ์ สมิตะเกษตริน ปลัดจังหวัดปทุมธานี นางสาวกันตรัตน์ เริ่มสูงเนิน นายอำเภอธัญบุรี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า การลงพื้นที่ในวันนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้กำลังใจ ชาวปทุมธานี และติดตามสถานการณ์น้ำท่วม โดยได้รับรายงานสถานการณ์น้ำ จากนายคำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี และ ร.ต.อ.ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต ว่าขณะนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ได้ร่วมกันแก้ไขปัญหา พร้อมกับสั่งการให้ลดการระบายน้ำจากสู่พื้นที่รอบนอก และเร่งระบายน้ำในพื้นที่ต่าง ๆ ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา และได้มีการติดตามสถานการณ์น้ำมาอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันแม้ว่าจะมีฝนตกอยู่บ้าง แต่จากการบูรณาการความร่วมมือของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่สามารถรองรับและควบคุมสถานการณ์น้ำได้แล้ว ส่วนการระบายน้ำในชุมชนกำลังเร่งดำเนินการใช้เครื่องสูบน้ำขนาดเล็กทยอยสูบน้ำออก เพื่ออำนวยความสะดวกให้การสัญจรของพี่น้องประชาชน คาดว่าจะกลับมาเข้าสู่สถานการณ์ปกติโดยเร็ว

บิ๊กตู่ ปิดหลักสูตรวปอ.รุ่น 64 ย้ำความมั่นคงไม่ใช่แค่การทหารอย่างเดียว ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน ลั่นคำพูดต้องออกมาจากใจ เหมือนคำมั่นสัญญาของผมที่ให้ไว้ในแผ่นดินนี้

บิ๊กตู่ ปิดหลักสูตรวปอ.รุ่น 64  ย้ำความมั่นคงไม่ใช่แค่การทหารอย่างเดียว ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน ลั่นคำพูดต้องออกมาจากใจ เหมือนคำมั่นสัญญาของผมที่ให้ไว้ในแผ่นดินนี้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  รมว.กลาโหม  เป็นประธาน พิธีปิดหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร 2564 โดยมีนักศึกษารุ่นนี้ 288 คน โดยมี พลเอกชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พร้อมด้วย พลเอกนเรนทร์ สิริภูบาล รองผู้บัญชาการสูงสุด และตัวแทนเหล่าทัพร่วมพิธี

พลเอกประยุทธ์  ได้กล่าวในตอนหนึ่งว่า เป็นสถาบันการศึกษาขั้นสูงสุดของกระทรวงกลาโหม  เป็น หลักสูตรให้กับข้าราชการทั้งทหารและพลเรือน พนักงานรัฐวิสาหกิจ ผู้บริหารภาคเอกชน นักการเมืองและบุคคลทั่วไป ได้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการรักษาความมั่นคงของชาติ การสำเร็จการศึกษาจากนี้จึงเป็นเกียรติและมีความสำคัญอย่างยิ่งขอได้นำความรู้และประสบการณ์ไปใช้ในการปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดประโยชน์โดยยึดมั่นในอุดมการณ์ ของที่ว่ารอบรู้ เข้าใจ ร่วมมือ และการประสานงาน

ผมได้ติดตามการแถลงยุทธศาสตร์ และ ขอชื่นชม ดีใจ พอใจที่ ทุกคนมีหลักคิดกระบวนการคิดในการปฏิบัติออกมาชัดเจนในด้านความมั่นคงและด้านอื่นๆด้วยการจะขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้าได้อย่างไรพร้อมกับเพื่อนบ้านและประเทศในอาเซียนทำให้ประเทศไทยเข้มแข็ง นี่คือกระบวนการคิดของเรา

รัฐบาลมีหน้าที่ในการส่งเสริมสนับสนุนเอกชนการร่วมมือประชาชนก็ต้องรวมหนึ่งต่าง ๆ เราจะต้องไปด้วยกันนั่นคือการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำเราต้องทำให้ได้

ที่เสนอมาผมอ่านในรายละเอียดแล้วเป็นสิ่งที่รัฐบาลพยายามดำเนินการมาตลอดอย่างต่อเนื่องผมจะนำเสนอเข้าไปในระดับรัฐบาลต่อไปทคงไม่มีปัญหาอะไรดำเนินการได้ เพราะไม่ว่าใครก็ตามจะต้องคำนึงถึงความมั่นคงเสมอ ความมั่นคง ไม่ใช่แค่ความสงบเรียบร้อย

ความมั่นคงเปลี่ยนแปลงไปเยอะในโลกยุคใหม่ ผลกระทบเศรษฐกิจการค้า การดิสรัปชัน เป็นปัจจัยที่เปลี่ยนแปลงไปมากพอสมควรส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและอื่นๆด้วยความมั่นคงไม่ใช่มีแค่ด้านการทหาร แต่ความมั่นคงด้านอื่นมากมายที่เกี่ยวข้องต้องบูรณาการความร่วมมือซึ่งกันและกันไม่ว่าใครก็ตามต้องนึกถึงความมั่นคงเสมอไม่ใช่แค่ความสงบเรียบร้อยแต่เสถียรภาพความรักความสามัคคีของคนในชาติ เป็นสิ่งที่เราคาดหวังมุ่งหวังให้ประเทศเราไป เราต้องนำศักยภาพของเราไปแข่งกับประเทศอื่นได้

‘บิ๊กป้อม’ คิวแน่น!! ใช้ใจบันดาลแรง ไป จ.ตาก ภารกิจตรวจชายแดน – ดูอ่างเก็บน้ำ - มอบที่ดิน

‘ประวิตร’ บินจ.ตาก ติดตามสถานการณ์แนวชายแดน พร้อมมอบที่ดินทำกินบ้านมั่นคง และตรวจอ่างเก็บน้ำห้วยแม่สอด

12 ก.ย. 2565 - เมื่อเวลา 08.40 น. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง เดินทางตรวจราชการติดตามสถานการณ์ชายแดนและสถานการณ์น้ำในพื้นที่ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 ต.แม่ปะ อ.แม่สอด จ.ตาก และเดินทางไปยังวิสาหกิจชุมชนศาสตร์พระราชา บ้านมั่นคงเมืองแม่สอด เพื่อเปิดงาน “บจธ.สอบสิทธิ มอบสุขในที่ดินทำดิน” พร้อมมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในเขตป่าสงวนแห่งชาติและมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับคัดเลือกทำกินในชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.)

โดยพล.อ.ประวิตร จะมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ หรืออยู่อาศัยภายในเขตป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 5 ป่า ประกอบด้วย “ป่าช่องแคบและป่าแม่โกนเกน” “ป่าแม่ละเมา” “ป่าแม่สอด” “ป่าท่าสองยาง” และ “ป่าแม่ระกา” พร้อมทั้งมอบสมุดประจำตัวผู้ได้รับการคัดเลือกให้ทำกินในชุมชนตามนโยบายรัฐบาล ในพื้นที่จังหวัดตาก ให้กับประชาชนในพื้นที่ป่าช่องแคบและป่าแม่โกนเกน จำนวน 1,231 เล่ม

'พิธา' เปิดตัว 'ทนายเคน' ว่าที่ผู้สมัครส.ส. จ.แพร่ ลั่น!! พร้อมผลักดัน 'สุราก้าวหน้า-ทวงคืนผืนป่า' ให้ปชช.

'พิธา' นำทีมเยือนแพร่สร้างการเมืองแห่งความหวังอีกครั้ง ส่ง 'ทนายเคน ติรานนท์' ทนายอาสา ฉายา 'ทนายคนจน' ที่ทำงานช่วยเหลือประชาชนมายาวนานเป็นว่าที่ผู้สมัครจังหวัดแพร่ มอบหมายดันแพร่เป็น 'เมืองหลวงสุราก้าวหน้า - ทวงคืนผืนป่าให้ประชาชน - ภาษีสำหรับดูแลป่า'

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า เดินทางมาที่แพร่ครั้งนี้มีความฝังใจ ไม่ใช่เพราะลาบอร่อย เหล้ามีรสชาติดี หรือพี่น้องประชาชนกว่า 127,711 คน หรือครึ่งจังหวัด ให้ความไว้วางใจเลือกเราในสมัยที่เป็นพรรคอนาคตใหม่ แต่สิ่งที่ฝังใจมากสุดนั้นคือ จ.แพร่ คือที่สุดท้ายที่เรามาก่อนที่พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ เพราะตอนนั้นเราอยากทำ 3 เรื่องสำคัญให้เกิดขึ้นในจังหวัดแพร่ คือ ทำให้ จ.แพร่เป็นเมืองหลวงของสุราก้าวหน้า การมีเบี้ยดูแลป่าสำหรับชาวแพร่ในฐานะเป็นผู้ดูแลทำให้มีพื้นที่ป่าไม้เป็นอันดับสองของประเทศเศรษฐกิจสร้างสรรค์ผ่านศิลปวัฒนธรรมภูมิปัญญาของคนแพร่ 

“เราเชื่อว่าถ้าสิ่งเหล่านี้สามารถปลดล็อกได้จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพี่น้องชาวแพร่ได้อย่างมหาศาล และถึงวันนั้น ลูกหลานคนแพร่ไม่ต้องไปหางานในกรุงเทพฯ หรือต่างประเทศ แต่ทุกคนจะกลับมาทำงานอยู่ที่บ้านเกิดอย่างภาคภูมิใจเพราะมีสินค้าที่ดีที่สุดที่ส่งขายไปทั่วโลก”

"สิ่งที่เราอยากมุ่งมั่นอยากทำให้เกิดขึ้นใน จ.แพร่ นั้นยังคงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสุราก้าวหน้า เบี้ยดูแลป่า และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ นี่ยังคงเป็นสิ่งที่เรามุ่งมั่นจะทำให้กับชาวแพร่ รวมถึงปัญหาเรื่องผลกระทบจากเหมืองแร่ที่พี่น้องชาวแพร่ประสบอยู่ก็ต้องเป็นสิ่งที่ต้องเดินหน้าให้ได้รับการแก้ไข เรายังคงมุ่งมั่นที่จะทลายทุนผูกขาด ปรับโครงสร้างประเทศ ซึ่งไม่ใช่เพียงนโยบายแบบปะผุ แต่เราต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลง แม้ทั้งหมดนี้จะยังไม่เกิดขึ้น แต่เราก็ยังมีความหวังว่าทำได้ นี่คือการเมืองแห่งความหวัง การเมืองที่เป็นเรื่องของทุกคน และเราหวังว่าพี่น้องชาวแพร่จะลุกขึ้นมาทีละคน บอกกันว่าพอกันทีเผด็จการ พอกันทีการเมืองแบบเดิมๆ และให้ความไว้วางใจเราเหมือนที่เคยไว้วางใจพรรคอนาคตใหม่ โดยมี ‘ทนายเคน’ ติรานนท์ เวียงธรรม ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกล จ.แพร่ ที่จะมาตั้งคำถามว่าสุราเถื่อนหรือว่ากฎหมายเถื่อน คนนี้ที่จะมาร่วมต่อสู้กับพี่น้องเรื่องเหมืองแร่ และถ้าเขาได้เข้าไปในสภา ถ้าอยากให้แพร่ก้าวหน้า ต้องกาก้าวไกล" พิธา กล่าว

ด้าน อภิชาติ ศิริสุนทร กรรมการบริหารพรรคก้าวไกล และ ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค ในฐานะประธานกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า เดินทางมาที่ จ.แพร่ ในวันนี้ นอกจากเพื่อร่วมกิจกรรมของพรรคแล้ว ยังมาในนามของ กมธ.การที่ดินฯ เพื่อติดตามปัญหาเรื่องผลกระทบจากเหมืองแรไบท์ ที่พี่น้อง จ.แพร่ ประสบอยู่ และได้เคยเดินทางไปยื่นหนังสือต่อพรรคก้าวไกล มี ส.ส.ของพรรคตั้งกระทู้ถาม จนในที่สุดก็ได้นำเรื่องนี้เข้าสู่ กมธ.ที่ดินฯ เพื่อให้มาช่วยแก้ไขปัญหานั้น วันนี้จึงเดินทางมาดูในพื้นที่จริง และมีเวทีสอบถามจากพี่น้องประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จนได้ข้อสรุปว่า จะมีการส่งเรื่องไปถึงกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงกระทรวงมหาดไทย ได้เร่งฟื้นฟูพื้นที่ต่อไป โดยจะมีการตั้งคณะทำงานระดับจังหวัดที่ประชาชนมีส่วนร่วมดำเนินการสำหรับในส่วนของพื้นที่สัมปทานแปลงแรก ขณะที่เรื่องของแปลงใหม่ซึ่งอยู่ระหว่างการขอสัมปทานของนายทุนนั้น เราจะมีหนังสือถึงกระทรวงอุตสาหกรรมให้ทบทวนยกเลิก เพราะว่าผู้รับสัมปทานนั้นทำผิดเงื่อนไข พร้อมกันนี้ก็จะชี้ให้เห็นถึงปัญหาของเดิมที่ยังแก้ไม่จบ ซึ่งถ้าของใหม่เกิดขึ้นอีกปัญหาของประชาชนก็จะยิ่งหนักขึ้นอีกอย่างแน่นอน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top