Monday, 15 June 2026
Politics

‘หญิงหน่อย’ วอน หยุดเล่นการเมืองแบบเก่า หวั่นสร้างความขัดแย้ง สุดท้ายเกิดรัฐประหารอีก

‘หญิงหน่อย’ สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ซัดอย่าเล่นการเมืองแบบเก่าสร้างความขัดแย้ง ประเทศเดินหน้าไม่ได้สุดท้ายเกิดรัฐประหารอีก 

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยเดินเกมปลุกคนเสื้อแดงให้กลับพรรคว่า ส่วนตัวมองว่าความเห็นต่างทางการเมืองไม่ได้เป็นเรื่องที่ผิด ทุกคนเห็นต่างกันได้  แต่ต้องยอมรับการท้วงติง ไม่ใช่สร้างวาทกรรมให้เกิดความเกลียดชัง เกิดความขัดแย้ง ทำให้ประเทศเดินหน้าไม่ได้ เพราะท้ายที่สุดจะต้องถูกรัฐประหารอีก และกลับเข้าสู่วังวนเดิม ซึ่งติดหล่มแบบนี้มา 15 ปีแล้ว ดังนั้นเราจะไม่ยอมให้เกิดขึ้นอีก จึงสร้างพรรคไทยสร้างไทยขึ้นมาให้ประชาชนเป็นเจ้าของ และเป็นทางเลือกใหม่ให้กับประชาชน เพราะไม่ได้มองเรื่องผลประโยชน์ของตัวเอง แต่ทำครั้งนี้เพื่อความหวังของคนทั้งประเทศ และจะเป็นภารกิจสุดท้ายของตัวเอง

สังคมเสรี!! เมื่อเด็กเรียนดี ไร้โอกาส ผูกคอตาย อาจไม่น่าดูดายเท่าเด็กถูกลิดรอนสิทธิทรงผม

‘ครูเป็ด’ มนต์ชีพ ศิวะสินางกูร ศิลปินผู้คร่ำหวอดในวงการดนตรี อดีตผู้ร่วมก่อตั้งพรรคกล้า ปัจจุบันเป็นสมาชิกพรรคสร้างอนาคตไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า…

หลาน ๆ เอ๊ย การศึกษาเรามันห่วยจริง...เห็นด้วย

แต่อย่ามัวไปเล่นเรื่องเล็ก ทรงผม ชุดนักเรียนอยู่เลย...มาเล่นเรื่องใหญ่ดีกว่า

...เรียนฟรี คุณภาพดี มีจริงหรือไม่...

เพื่อนรุ่นหลานคนหนึ่งทางใต้ต้องฆ่าตัวตาย สาเหตุหนึ่งเพราะเธอไม่มีเงินเลยเรียนต่อไม่ได้

'เรียนฟรีคุณภาพดี' ต้องมีอยู่จริงใช่ไหม เพราะมันเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ

มาเล่นเรื่องนี้กันดีกว่า รับรองคนเอาด้วยทั้งประเทศ...

พรรคไทยสร้างไทย ระดมรับฟังความคิดเห็นชาวบ้านในพื้นที่ 6 จังหวัดภาคใต้ เพื่อแก้ปัญหาปากท้องและเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่

พรรคไทยสร้างไทย ระดมรับฟังความคิดเห็นชาวบ้านในพื้นที่ 6 จังหวัดภาคใต้ เพื่อแก้ปัญหาปากท้องและเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่

รองศาสตราจารย์ โภคิน พลกุล ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ พรรคไทยสร้างไทย เป็นประธานโครงการสานใจปลูกรัก พรรคไทยสร้างไทย ชาวกทม.และชาวใต้ โดยมีตัวแทนชาวบ้านจากจังหวัดพื้นที่ภาคใต้ 6 จังหวัด พัทลุง สตูล ปัตนานี ยะลา นราธิวาสสงขลา และตัวแทนสมาคมผู้ประกอบการต่างๆ ในจังหวัดรวมถึงคนไทยที่ไปลงทุนในประเทศมาเลเซีย เข้ามาพูดคุยหารือถึงปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับสภาพสังคมเศรษฐกิจรวมถึงปัญหาความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาจากชาวบ้านและผู้ประกอบการในพื้นที่ 

'อัษฎางค์' ยก 5 เหตุผลเชียร์ 'อัศวิน' ก่อนแดงจะแลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน

'อัษฎางค์' ยก 5 เหตุผลเชียร์ 'อัศวิน' ยันไม่ใช่ว่าชอบหรือชื่นชมมากกว่า 'สกลธี-สุชัชวีร์' แต่เลือกผู้ว่าฯ ได้แค่คนเดียว รับต่อให้เอาคะแนน 3 คนมารวมกันยังแพ้ 'ชัชชาติ' ต้องยกเมืองไทยให้เขากลับประตูหน้าแบบเท่ๆ

18 พ.ค.2565 - นายอัษฎางค์ ยมนาค นักวิชาการอิสระ โพสต์เฟซบุ๊กถึงการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ว่า .. 
บันทึก
วันพุธที่ 18 พฤษภาคม 2022 เวลา 7 โมงเช้า ยังตาสว่าง

ที่ตาสว่างไม่ใช่เพราะเข้าใจโลกหรือบรรลุธรรม

แต่เพราะ…ถึงตัวจะอยู่ที่ ซิดนีย์ ออสเตรเลีย แต่ใจอยู่ที่กรุงเทพ ประเทศไทย เลยนอนไม่หลับ

ที่นอนไม่หลับไม่ใช่เพราะถูกเข้าใจผิดหรือโดนด่าหรือถูกเกลียดขึ้หน้า เพราะอันนี้เรื่องเล็กนิดเดียว

แต่เรื่องใหญ่ที่ทำให้นอนไม่หลับคือ ฝ่ายเราเสียงแตก ตีกันเอง และจะเกิดรอยร้าวในหมู่ของพวกเรา (ตลอดไปหรือไม่) และมันกำลังจะแลนด์สไลด์ มันกำลังจะแดงทั้งแผ่นดิน

จริง ๆ ผมไม่ต้องเดือนเนื้อร้อนใจกับเรื่องร้ายๆ ในเมืองไทยก็ได้ เพราะผมอยู่ออสเตรเลียมาเกือบครึ่งชีวิตแล้ว

ถึงตัวผมจะมีอนาคตที่ดีที่นี่แล้ว แต่ใจผมอยู่ที่เมืองไทยตลอดมาและจะตลอดไป

งานนี้ผมเปลืองตัวมาก บอกตรงๆ

ถ้าผมอยู่เฉยๆ ก็ไม่มีคนเกลียดขี้หน้าแล้ว ผมก็ลอยตัว สบายๆ ไป ไม่มีคนด่า ไม่มีคนเกลียด

แต่ที่ต้องออกมาพูด อย่างที่บอกคือ ไม่ใช่ว่า ชอบหรือชื่นชม อัศวิน มากกว่า สกลธีหรือสุชัชวีร์
แต่เชียร์ อัศวิน เพราะ…

1. อยากเห็นฝ่ายเราชนะเลือกตั้ง

2. ที่อยากเห็นฝ่ายเราชนะเลือกตั้ง

ก็เพื่อป้องกันฝ่ายล้มเจ้าชนะเลือกตั้ง

ชัชชาติประกาศชัด ว่าถ้าได้เป็นผู้ว่า จะให้มีม็อบได้เสรี ทุกที่ ทุกเวลา คิดดูว่าม็อบทุกวันเป็นยังไง ถ้ามีผู้ว่า กทม สนับสนุนม็อบล้มเจ้า เพิ่มขึ้นอีกคนจะเป็นยังไง

วิโรจน์ ไม่ต้องพูดถึง ชัดเจนที่สุด

3. ดังนั้น ทำอย่างไร ฝ่ายเราถึงจะชนะ สู้กันตรงๆ แพ้ตั้งแต่อยู่ในมุ้ง มันถึงต้องมีกลยุทธ์ ด้วยยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง

4. เชื่อตามโพลนิด้า ซึ่ง อ.อานนท์ คือผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูล จบ ป.เอก ด้านข้อมูล การันตีว่า โพลนิด้าน่าเชื่อถือที่สุด และโพลนิด้า บอกว่า ชัชชาติมาที่ 1 อัศวินมาที่ 2 (ห่างๆ) อันดับที่เหลือยิ่งห่างออกไปอีก

‘พนิต’ วอนหยุดปั่นกระแสเลือก ‘แพ็คคู่’ ยัน พรรคส่งส.ก.แต่ไร้ผู้ว่าฯกทม. ทำงานได้

เมื่อวันที่ 18 พ.ค.65 นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) โพสต์ข้อความผ่านเพจส่วนตัว Panich Vikitsreth - พนิต วิกิตเศรษฐ์  เรื่อง ‘พูดให้ครบอย่าหลอกคนกรุงเทพฯ ส่งส.ก.ไร้ผู้ว่าฯกทม.ทำงานได้’ ว่า หลังจากอธิบายประเด็นผู้ว่าฯ กทม.อิสระ โดยไม่มีส.ก.พ่วงท้ายสามารถทำงานได้ในโพสต์ที่ผ่านมา ส่วนโพสต์นี้ ผมในฐานะอดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ที่มีประสบการณ์ตรงกับการทำงานในฝ่ายบริหารกทม.และ สภาฯ กทม. ขออธิบายถึงบทบาทของส.ก.สังกัดพรรค และไม่ส่งผู้ว่าฯ กทม.ของตัวเอง จะสามารถทำงานได้หรือไม่

หลังมีผู้ออกมาแสดงความเห็นว่า ‘ไม่สามารถทำงานได้’ ในขณะที่สนามเลือกตั้งกทม.ครั้งนี้หลังห่างหายไป 9 ปี มีหลายพรรคการเมืองที่ส่งส.ก.แต่ไม่ส่งผู้ว่าฯกทม. เช่น พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยยูไนเต็ด และพรรคกล้า เป็นต้น

ประเด็นดังกล่าวนี้ มีทั้งข้อดีและข้อเสีย เปรียบดังเหรียญที่มีสองด้าน ส่วนข้อดี หากพรรคการเมือง ส่งส.ก. และ ผู้ว่าฯกทม. คือทำงานเป็นทีม และผลักดันนโยบายต่างๆ ตามที่หาเสียงไว้ ทำนอง ‘น้ำพึ่งเรือ เสือพึ่งป่า’ และสมมุติว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้น ทั้งผู้ว่าฯกทม. ส.ก. และ พรรคการเมืองจะต้องร่วมรับผิดชอบ จะชิ่งหนีเอาตัวรอดไม่ได้

แต่ก็มีข้อเสียที่สังคมอาจไม่รู้ คือผู้ว่าฯกทม. จะมีความเกรงใจจาก ส.ก.บางคนในพรรคเดียวกันเพราะอาจถูกเครมว่าได้ตำแหน่งมาเพราะพวกเขา รวมทั้งการครอบงำ และแรงกดดันต่าง ๆ จากพรรคการเมือง และนักการเมือง

ขณะเดียวกันระบอบการตรวจสอบอาจเป็นแบบขอไปที และบางเรื่องอาจถูกสังคมมองว่าเอื้อประโยชน์ และต่างตอบแทนซึ่งกันและกันเพราะเป็นพวกพ้องที่มาจากพรรคการเมืองเดียวกัน จึงละเว้นการตรวจสอบกันเองใช่หรือไม่

แตกต่างจาก ส.ก. ที่ไม่ส่งผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. จะช่วยทำงานในศาลาว่าการกทม.โปร่งใส เพราะมีกระบวนการตรวจสอบกันและกันอย่างเข้มข้น ไม่ต้องกังวลหรือติดค้างอะไรกัน ภายใต้กลไกการทำงานในสภาฯกทม.

'กรณ์ - อรรถวิชช์' นำ 12 ส.ก. ลงนามสัตยาบรรณ ถือคำมั่น ปฏิบัติหน้าที่โปร่งใส - ไร้เงินทอน

"กรณ์ - อรรถวิชช์" นำผู้สมัคร ส.ก.พรรคกล้า 12 เขต ลงนามสัตยาบรรณต่อ "องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย)" ปฏิบัติหน้าที่ ส.ก.ยุคใหม่ โปร่งใส ไร้เงินทอน พร้อมร่วมตรวจสอบการใช้งบประมาณเขต "มานะ" ย้ำ สัตยาบันถือเป็นคำมั่นสัญญา ต้องปฏิบัติหน้าที่โปร่งใส

15.30 น. 18 พ.ค. 65 นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า, นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี เลขาธิการพรรคกล้า, นายสมัย เจริญช่าง นำผู้สมัคร ส.ก.พรรคกล้า ทั้ง 12 คน เข้ายื่นหนังสือลงนามสัตยาบัน พร้อมให้องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ร่วมตรวจสอบการใช้งบประมาณเขตพื้นที่ หากผู้สมัคร ส.ก.ทั้ง 12 เขตพื้นที่ ได้รับเลือกตั้งเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ ตามแนวคิด "ส.ก.ยุคใหม่ ต้องโปร่งใส ไร้เงินทอน" โดยมี ดร.มานะ นิมิตรมงคล เลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เป็นผู้รับมอบหนังสือ

นายกรณ์ กล่าวว่า ปัญหากรุงเทพมหานครมีเยอะหลายเรื่อง วันก่อนที่ตนเองไปรณรงค์เรื่องใบอนุญาตการสร้างสูง หรือเมื่อคืนนี้ที่เลขาธิการพรรคต้องลงพื้นที่ไปติดตามการระบายน้ำ รวมถึงอีกหลายปัญหาที่ได้รับฟังจากประชาชนระหว่างการหาเสียง ส่วนหนึ่งก็มาจากการทุจริตคอรัปชั่น แต่หากผู้สมัคร ส.ก. ทั้ง 12 คนของพรรคกล้า ให้คำมั่นว่าจะปฏิบัติหน้าที่อย่างโปร่งใส และมีโอกาสได้รับเลือกตั้งเข้าทำงาน รวมถึงการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมตัดสินใจในการใช้งบประมาณ จะทำให้การทุจริตคอรัปชั่นมีโอกาสเกิดได้ยากขึ้น

'อดีตบิ๊ก ศรภ.' ชี้!! กรุงศรีอยุธยา ไม่แตกแน่!! หากสลิ่ม 61-80 ปีแห่ใช้สิทธิ์เลือกผู้ว่าฯ กทม.

พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ(ศรภ.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ 'กรุงศรีอยุธยาจะแตกอีกครั้งใน 22 พฤษภานี้หรือไม่' ระบุว่า... 

กรุงศรีอยุธยาจะแตกอีกครั้งใน 22พฤษภานี้หรือไม่
ข้อเขียนทั้งหมดนี้ เป็นความจริง
แต่เพียงสถิติ จำนวนผู้มีสิทธิในการเลือกตั้งเท่านั้น เนื้อเรื่องนอกจากนั้น
ผมนึกฝันเอาเอง ดังนั้น สิทธิการลงคะแนนยังเป็นของ 
ท่านผู้อ่านทุกคนครับ 

1. กลุ่มเด็กอายุ 18-27🔹 
 กลุ่มนี้ มีประมาณ7แสนกว่าคน เป็นกลุ่มนิยมสลิ่ม ประมาณครึ่งหนึ่ง 
เท่า ๆ กับ  กลุ่มที่นิยมทักษิณ และ พวก3นิ้ว ซึ่งปะปนกันอยู่อีกครึ่งหนึ่ง 
แต่ละฝ่ายจึงมีคะแนนนิยม พอๆกัน ประมาณฝ่ายละ 3.5 แสน
ฝ่ายสลิ่ม มีตัวเก็ง4 คน ( คุณ อัศวิน,ดร.เอ้ และ คุณ สกลธี และ คุณรสนา) 3 คนแรกแบ่งกันไปคนละ1 แสน คุณรสนา
ได้ส่วนที่เหลือประมาณ 5 หมื่น 
อีกฝ่ายหนึ่งมีคู่แข่ง 3 คน คุณชัชชาติอย่างไรก็ได้ 
ประมาณ1.5 แสน คุณ วิโรจน์ได้ไป1.5แสนเท่า ๆ กัน 
ส่วนคุณ ศิธา ได้ไป5หมื่น 
สรุป คุณชัชชาติ กับ วิโรจน์นำในอายุรุ่นนี้ 

2. กลุ่มคนอายุ28-40 🔹 
มีอยู่ ประมาณ 1 ล้านกว่าคน คะแนนเสียง
ทั้ง 2 ฝ่าย ก็ยังสู่สีกันอยู่ แต่ฝ่ายสลิ่ม จะมากกว่าหน่อย 
ประมาณ 5.5 แสนคน เหนือฝ่ายนิยม ทักษิณ / 3นิ้ว 
ชึ่งมี ประมาณ 4.5 แสนคน 

ฝ่ายสลิ่มจึงแบ่งกันไปดังนี้ คุณ อัศวิน ได้ 2 แสน ส่วน 
 ดร.เอ้ ได้ไป 1.5 แสนคน สกลธี ได้น้อยหน่อย 1 แสนคน 

ส่วนคุณ รสนา นั้นรูปถ่ายกับ อ.สุลักษ์ ทำให้คะแนนเสียงฝ่ายสลิ่มที่เชียร์คุณรสน่าจะตกไปมาก ทั้ง ๆ ที่คะแนนเริ่มดีขึ้น 
จึงได้ไม่มากเท่าที่ควร ประมาณเกือบ 1 แสนคน 

ส่วนฝ่ายตรงข้ามกับสลิ่ม ในช่วงคนอายุนี้ 
คุณ ชัชชาติ น่าจะได้มากที่สุดเอาไป 2 แสนคน 
คุณวิโรจน์และคุณศิธาเอาไปคนละประมาฌ 1 แสนคน 

สรุปคนแนนรวม2รุ่นแรก 
 คุณ ชัชชาติ ได้ประมาณ 3.5 แสน 
คุณ วิโรจน์ 2.5 แสน 
คุณศิธาได้ 1.5 แสนคน 
 คุณ อัศวิน ได้ 3 แสน 
 ดร.เอ้ ได้ 2.5 แสน 
 คุณ สกลธี 2 แสน
 คุณ รสนา 1.5 แสน 
           **ไปดูต่อกันอีก3กลุ่ม** 

เคลื่อน 5 ยุทธศาสตร์ สานต่อนโยบายเพื่อประชาชน

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ลงนามคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการพรรคพลังประชารัฐ พร้อมขับเคลื่อน 5 ภารกิจหลัก ประกอบด้วย
1. ด้านกิจการสัมพันธ์ 
สร้างความคุ้นเคยของเหล่าสมาชิกพรรคทุกระดับ พร้อมที่จะเข้าสู่การเลือกตั้งที่จะมาถึง 
2. ด้านการพัฒนาพรรค
เพิ่มผลงานให้ ส.ส. และผู้สมัครในอนาคต
3. ด้านเศรษฐกิจท้องถิ่น 
คิดค้นรูปแบบการทำกินแบบใหม่ๆ ช่วยให้ประชาชนมีอาชีพทำกินต่อไปได้
4. ด้านการสร้างการมีส่วนร่วม
สร้างกิจกรรมกับบุคคลภายนอกผ่านกิจกรรมแบบจิตอาสา
5. ด้านสื่อประชาสัมพันธ์และการข่าว
เพิ่มความน่าเชื่อถือในพรรค และสามารถต่อต้านข่าวที่ทำลายภาพลักษณ์ของพรรคได้


ที่มา : พรรคพลังประชารัฐ 

‘ทนายอาร์ม’ พรรคกล้า เปิดรับเรื่องผู้ปกครอง หลังเกิดเหตุสลด ‘น้องโบนัส’ ยันเด็กต้องได้เรียนฟรี

‘ทนายอาร์ม’ พรรคกล้า เปิดรับเรื่องผู้ปกครอง กรณีโรงเรียนเรียกเก็บเงินการศึกษาภาคบังคับ ส่งศาล รธน.วินิจฉัย ขัดมาตรา 54 หรือไม่

นายพงศธร สุวรรณรักษา (ทนายอาร์ม) อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้ง จ.สงขลา พรรคกล้า กล่าวถึงการเสียชีวิตของน้องโบนัสเด็กหญิงวัย 14 ปี ชั้นม.2 โรงเรียนสตรีพัทลุง โดยแสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น สาเหตุหนึ่งมาจากปัญหารุมเร้าจากครอบครัว และไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมเรียนต่อ ขณะที่รัฐธรรมนูญปี 2560 มาตรา 54 วรรคหนึ่ง บอกว่า รัฐต้องดําเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็นเวลาสิบสองปี ตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจนจบการศึกษาภาคบังคับอย่างมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย ซึ่งเรื่องนี้มีการพูดกันมาโดยตลอด

“วันนี้ผู้ปกครองท่านไหน ที่ลูกต้องเรียนการศึกษาภาคบังคับ และยังต้องจ่ายเงินให้โรงเรียน ให้ยื่นเรื่องมาที่ผม เพื่อยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้วินิจฉัยว่า การเรียกเก็บค่าใช้จ่ายอื่นใดของโรงเรียนนั้นๆ ชอบหรือมิชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่

หน.รวมไทยยูไนเต็ด ยก ‘ชัชชาติ’ คนของประชาชน วอนหยุดสร้างวาทกรรม สร้างความเกลียดกลัว

หัวหน้าพรรครวมไทยยูไนเต็ด มั่นใจ ‘ชัชชาติ’ เป็น “คนของประชาชน” จะพากรุงเทพ ก้าวข้ามความแตกแยก ขอหยุดปลุกระดมความเกลียด กลัวโยงขั้วการเมืองระดับชาติ ที่ทำลายความหวัง กทม.

วันที่ 20 พ.ค. 2565 นายวรนัยน์ วาณิชกะ หัวหน้าพรรครวมไทยยูไนเต็ด เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊ก Voranai Vanijaka-วรนัยน์ วาณิชกะ เรื่อง “ก้าวข้ามความแตกแยก : Man of the People” โดยระบุว่า ตนรู้จักคน Gen X ยัน Baby Boomer เยอะมาก ที่ทั้งชีวิตลงคะเเนนเสียงให้ขั้วอนุรักษ์นิยม ในการเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้าและทั้งชีวิตของพวกเขา ก็คงลงคะแนนเสียงให้ขั้วอนุรักษ์นิยม แต่การเลือกตั้งผู้ว่าครั้งนี้ พวกเขาจะลงคะแนนเสียงให้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์

เหตุผลคือ พวกเขาไม่ไหวแล้วที่เมืองหลวงของเราจะต้องหยุดชะงักและพังอย่างต่อเนื่อง เพราะการบริหารไม่เอาไหน ซึ่งสืบทอดมาจากการที่กรุงเทพตกเป็นเหยื่อในสนามรบของขั้วการเมืองระดับชาติ ที่ต่อสู้กันบนความเกลียดและความกลัว กรุงเทพจะเดินไปข้างหน้าได้ ผู้ว่ากรุงเทพต้องเป็นคนที่ก้าวข้ามความแตกแยก ก้าวข้ามขั้วการเมือง

ตนพักอาศัยอยู่แถวบ่อนไก่ ข้างหน้าคือถนนวิทยุ ตรงข้ามคือสวนลุมพินี นายชัชชาติมักจะมาวิ่งตอนเช้าในสวนลุมพินี และแวะเข้ามาที่สโมสรกีฬาในบ่อนไก่ ตนได้พูดคุยกับชาวบ้านพ่อค้าแม่ค้าแถวนั้น ทุกคนก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ชอบนายชัชชาติมาก อัธยาศัยดี เป็นกันเอง ใส่ใจ ถามทุกข์สุขตลอด ตนพูดว่า “ก็เขาหาเสียงอยู่นิ” ชาวบ้านก็บอกผมว่า เขาทำแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว หลายปีแล้ว

นั่นหมายความว่า ในบรรดานักการเมืองในประเทศนี้ มีไม่กี่คนหรอก ที่จะพูดได้ว่าเป็น Man of the People (คนของประชาชน) ที่แท้จริง หนึ่งในนั้นคือ นายชัชชาติ และสิ่งที่กรุงเทพต้องการ ไม่ใช่ขั้วการเมือง แต่เป็น Man of the People


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top